150712 เมฆิยสูตรและนิสสยสูตร-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์194 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วัดนรนาถนี้อาตมาก็คงจะต้องมาบรรยายธรรมะกันที่นี่ในวันเสาร์ก็ยังไม่รู้ได้แต่ว่าเดือนนี้ทั้งเดือนวันนี้และเสาร์หน้าและเสาร์สุดท้ายยังอีก 2 เสาร์ก็จะหมดเดือนนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่อาตมาต้องรับภาระไปจบเดือนนี้อยู่ส่วนในเดือนต่อไปนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างเราจะจัดการยังไงเพิ่มขึ้นเราก็จะได้ว่ากันในโอกาสต่อไปที่จริงอาตมาไม่อยากจะให้เรื่องราวอะไรพวกนี้มันเกิดขึ้นว่าอาตมามาทำอะไร แดงหรือว่ามาทำอะไรให้มันเกิดเรื่องเกิดราวอะไรอย่างนี้แต่ก็เพราะเหตุว่าความไม่เข้าใจในบางอย่างเจตนาดีกันด้วยกันทุกคนผู้ที่กระทำในหน้าที่หรือทำในงานที่เพื่อจะช่วยเหลือกันโดยที่เราไม่ได้หวังอะไรในลาภแต่ตอนนั้นก็ดีโดยสภาวะธรรมนอกจากไม่หวังในลาภแล้วมันก็ยังมียศมันก็ยังมีสรรเสริญและท้ายที่สุดมันก็ยังมีสุขเป็นสิ่งที่มันจะสามารถทำให้คนเราทำอะไรรุนแรงหรือ เพราะงั้นแม้เราจะไม่ได้ทำด้วยเงินหรือทำด้วยหวังลาภแต่โดยอำนาจของกิเลสตัณหาที่มันจะเป็นเรื่องของอารมณ์หวังในยศหวังในสรรเสริญหวังในสุขมันก็ยังสามารถทำให้เราเองมีมานะทิฐิมีอารมณ์รุนแรงหรือมีการแตกหักมีการวิวาทมีอะไรหลายๆอย่างกับพวกนี้มีแต่โต้เถียงมีวาทะทั้งสิ้นมันก็เป็นไปได้แต่เอาเถอะเรามันจะไม่พูดถึงเรื่องเหล่านั้นสิ่งที่เกิดแล้วก็แล้วกันไปเรามายังยังสิ่งใหม่ กาละใหม่ให้มันตั้งขึ้นด้วยความดีตั้งขึ้นด้วยความถูกต้องเป็นประโยชน์และประโยชน์นั้นเกื้อกูลตนและเกื้อกูลท่านอย่างสุจริตธรรมทุกสิ่งทุกอย่างเถอะเรามาตั้งต้นกันอย่างนั้นอาตมาเกริ่นกล่าวไปก็พวกเราเองทุกคนก็คงจะรู้เรื่องดีตั้งแต่คราวที่แล้วแล้วว่ามันมีอะไรต่ออะไรเกิดขึ้นอย่างไรบ้างอาจเดินนี้ตกลงว่าอาตมาจะพูดวันนี้ไม่มีชื่อเรื่องแต่อาตมาว่าทุกคนคงรู้ชื่อเรื่องแล้วชื่อเรื่องที่อาตมาจะพูดใครไม่รู้ชื่อเรื่องมั่งมีไหมมีไหมไม่รู้เห

อ่านต่อ

รอ เรื่องธรรมะเรื่องธรรมะนะพูดเรื่องธรรมะนี่เป็นเรื่องของตายเป็นเรื่องของตายไม่เป็นไรวันนี้อาตมาคิดอยู่เหมือนกันและก็ได้เอาพระไตรปิฎกถือมาด้วยแล้วก็คิดว่าจะอ่านพระไตรปิฎกสู่คุณฟังแต่ไม่จะอ่านเจ้าเหมือนอยากอ่านหนังสือสุขคุณยายฟังนะอ่านแล้วจะอธิบายอ่านแล้วจะแยกแยะชี้แจงผสมกระแสเพราะว่าขณะนี้ปัจจุบันนี้มันมีเรื่องมันมีภาษามันมีอะไรต่ออะไรต่างๆผสมกระแสกันมาเยอะเหลือเกินเพราะงั้นจะต้องคลี่คลายภาษาให้มันให้มันเข้าใจกันได้เหมือนๆกับภาษาสมัยพระพุทธเจ้าไม่เช่นนั้นเราก็ไม่เข้าใจ ที่นี่อาตมาขอประกาศไว้ล่วงหน้าด้วยว่าเมื่ออาตมามาบรรยายที่นี่คนเดียวอาตมาก็จะเปิดโอกาสและใช้วิธีคล้ายๆกับที่บรรยายอยู่ที่วัดมหาธาตุคือบรรยายตอนต้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเวลาประมาณใดประมาณนึงอ่ะถ้าเริ่มต้นอธิบายตั้งแต่เวลา 2 โมงไปถึง 4 โมงอาตมาก็จะพักไม่พักหรอกอาตมาไม่ได้พักจริงเป็นแต่เพียงว่าอาตมาจะหยุดบรรยายตามตามนั้นแล้วหลังจาก 4 โมงไปอาตมาก็จะให้ถามซักถามปัญหาทุกอย่างได้ใครจะเอาปัญหาอะไรมาทำเหมือนที่วัดวรนาถนั่นแหละก็เหมือนที่วัดมหาธาตุที่ได้ปฏิบัติอยู่นั่นแหละทุกครั้งที่อาตมามาบรรยายคนเดียว คราวนี้เช้านี้อาตมามาบรรยายคนเดียวเสาร์หน้าวันที่ 22 ก็มาบรรยายคนเดียวก็เช่นเดียวกันและได้ตั้งชื่อเรื่องไว้แล้วคราวหน้าคราวหน้าชื่อเรื่องว่าใครจะเลือกเอาตาย 0 หรือตายเกิดคราวหน้าใครจะเลือกเอาตายสูงหรือตายเกิดมีคนแนะนำว่าให้อาตมาพูดตั้งแต่ 13:00 น หรือ 13:30 น อาตมาก็ว่าที่นี่เป็นเขตที่ช่างเค้า 14:00 น หมดวันไหนวันไหนหรือแม้แต่วันอะไรเขาก็เอา 14:00 น หมดนะก็แล้วแต่ถ้ามากันเร็วกองๆกันมาหมายความว่ามากันพร้อมก็เอาก็ประมาณไว้ซะก่อนถ้าบ่ายโมง ขึ้นไปนิดนึงก่อนเราจะแก้เขาจะพูดเลยทีเดียว 13:30 น นะถ้า 13:30 น มาพร้อมกันมาพร้อมกันมากพอสมควรอาตมาก็จะเริ่มบ่ายโมงครึ่งแต่ไม่เลทไม่ช้าไปกว่า 14:00 น เนี่ย 14:00 น มีคน 9 คนพูดเลยอาตมาถืออาตมาบรรยายธรรมสู่คนถ้าเผื่อว่าจัดกันเป็นอย่างนี้นะแต่ถ้าเกิดว่าไม่จัดบรรยายตัวต่อตัวคนเดียวอาตมาก็พูดได้วันทั้งวันก็ได้ไม่เป็นไรเรื่องอธิบายทำวันทั้งวันก็ได้ 2 คนก็ได้ 3 คนก็ได้ 5 คนก็ได้แต่ถ้าพูดว่าจัดอย่างที่ว่านี้แล้วนะ 9 คนอาตมาถือว่ากูเต็มแล้วก็อาตมากู 9 ถ้า 10 จบทุกส่วนเลยนอกนั้นอาตมาไม่รับผิดชอบเลยไม่ใช่ไม่รับผิดชอบคือเลยไป แล้วอาตมาถือว่าโอ๊ยดีที่สุดแล้วอยากจะมาทำได้เพราะอาตมาเองเลข 10 แค่นั้นเป็นสูงที่สุดแล้วอาตมาเอาแค่เลข 10 สูงที่สุด 9 นี่หมายความว่าดีที่สุดแล้วถ้า 10 หมายความว่าเต็มเต็มเลยไม่มีที่อัดอีกแล้วเพราะงั้นส่วนจะเกิน 10 คนไปเท่าไหร่เท่าไหร่นั่นถือเป็นกำไรที่ขอให้เป็นของทุกๆคนอาตมาเอาแค่นั้นแล้วอาตมาก็เชิญต่อไปอีกเลยว่าเสาปลายเดือนวันที่ 29 อาตมาจะพูดถึงเรื่องผีนะพูดถึงเรื่องผีอ่ะผีมีกี่ชนิดผีมีอย่างไรผีมีแบบไหนแล้วผีอันไหนที่จะเป็นยังไงอันไหนจะดีกว่าอันไหนอันไหนที่ควรจะมาแต่แสดงเป็นผี หรือว่าควรจะฆ่าผีอย่างนั้นอะไรก็ว่ากันในตอนนั้นในเสาร์ที่ 29 วันนี้ก็เริ่มต้นอธิบายกันเล่นที่อาตมาเอามานี้เป็นพระสูตรสุดที่เราเรียกกันว่าสูตรการปฏิดอกพระสูตรนะอังคุตตรนิกายเล่ม 4 ตอน 2 นวกหมายความว่าพวกหมู่ 9 ธรรมะหมู่ 9 นวะนวกะในปลายหมู่ 9 เพราะงั้นธรรมะแต่ละแต่ละเรื่องแต่ละเรื่องส่วนมากจะมี 9 หมู่มี 9 หัวข้อเสมอๆอาตมาจะเริ่มต้นด้วยเมคีจะสูญเสียก่อน เมธียาสูบสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ณจาริกบรรพตใกล้เมืองจาริกาก็โดยสมัยนั้นแลท่านพระเมฆิยะเป็นอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคก็คงจะมีใครพอจำได้สำหรับผู้ที่เคยอ่านประวัติของพระพุทธเจ้ามาแล้วว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยตอนแรกก็ไม่มีใครเป็นอุปทานประจำที่แน่นอนหรอกต่อมาต่อมาก็ถึงได้มีพระเมฆิยะมาเป็นอุปัฏฐากแต่ก็ไม่จำไม่ประจำนักจนกระทั่งตอนหลังสุดก็ไม่ประจำมีคนนั้นมาแทนคนนี้มาแทนไปพอตอนหลังสุดจริงๆก็ แต่งตั้งท่านพระอานนท์เป็นอุปัฏฐากที่ประจำจนกระทั่งท่านพระปรินิพพานพระเมฆิยะนี่ก็เคยเป็นอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคครั้งนั้นแลท่านพระเมฆิยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้วยืนอยู่ณที่ควรส่วนข้างหนึ่งอันนี้เป็นสำนวนที่เค้าไอ้นั่นเสมอยืนอยู่ณที่ควรส่วนข้างหนึ่งนี่ก็หมายความว่าเป็นผู้ที่เป็นทำความเคารพแล้วก็จะยืนก็ยืนหรือไม่ยืนก็หาที่นั่งนั่งอยู่ที่ควรส่วนข้างหนึ่งอะไรอย่างนี้เป็นจำนวนของภาษาบาลีก็พูดติดเสมอนะไม่ต้องไปสงสัยอะไรกันแล้วก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์ปรารถนาจะเข้าไปบิณฑบาตในชั้นสงครามกันทุกครั้งหมายความว่าเขตที่มี คนถิ่นที่มีคนจะไปในถิ่นไปบิณฑบาตก็ไปปิดไปบิณฑบาตสิ่งที่มีคนไม่ใช่ไปบิณฑบาตอย่างหลวงพ่อยีนะไปบิณฑบาตเอาต้องเอาต้นไม้แล้วก็เทวดามาใส่บาตรสมัยพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่เอาพี่จะไปบิณฑบาตที่ชั้นทุกคำที่มีคนและผู้มีพระภาคก็ตัดว่าดูกาละแมขี่ยะเธอจงสำคัญการที่ควรนะในบัดนี้สำนวนที่ว่าเธอจงสำคัญการที่ควรในบัดนี้ก็หมายความว่าเธอจงดูให้เหมาะสมที่ว่าเธอควรจะไปหรือเปล่าถ้าควรไปก็ควรไปถ้ายังไม่ควรไปก็ไปซะถ้ายังไม่ควรไปก็ระงับซะอย่างนี้เป็นต้นครั้งนั้นแลเป็นเวลาเช้าท่านพระเมฆิยะครองอันตรายครองผ้า จีวรถือบินถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังจตุคามร้านเที่ยวบิณฑบาตในจตุคามเสร็จแล้วกลับจากบิณฑบาตในเวลาภายหลังพัดภายหลังพัดภสำเภาไม้หันอากาศตเต่าพัฒนายคำว่าอาหารภายหลังอาหารแล้วก็เข้าไปยังฝั่งแม่น้ำกี่มิลการาท่านพระเมฆิยะเดินเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำกินนิกายลาได้เห็นอัมพวันอันน่าเลื่อมใสได้เห็นสวนอัมพวันอันน่าเลื่อมใสน่ารื่นรมย์ฝันเห็นแล้วได้มีความคิดดังนี้ว่าอัมพวันนี้ช่างน่าเลื่อมใสน่ารื่นรมย์หนอคิดว่าติดใจพูดง่ายๆจิตใจสถานที่ตรงนั้นควรเพื่อบำเพ็ญเพียรของกุลบุตรผู้ต้องการ เห็นว่าเป็นสัปปายะเป็นสถานที่น่าจะไปบำเพ็ญเพียรณที่ตรงนี้เหลือเกินถ้าพระผู้มีพระภาคพึงอนุญาตเราเราก็พึ่งมายังอัมพวันนี้เพื่อบำเพ็ญเพียรครั้งนั้นแลท่านพระเมฆิยะก็เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้วนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งเห็นไหมสำนวนนี้มาอีกแล้วรำคาญแล้วก็นั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอประทานพระวโรกาสเวลาเช้าข้าพระองค์ครองอันตรายศพแล้วถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตในจตุคามชั้นเที่ยวบิณฑบาตในจตุคามเสร็จแล้วกลับจากบิณฑบาต เวลาภายหลังพัดเข้าไปยังฝั่งแม่น้ำที่มีการลาข้าแต่พระองค์ผู้เจริญเมื่อข้าพระองค์เดินเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเขมิกาลาได้เห็นอัมพวันอันน่าเลื่อมน่าเลื่อมใสน่ารื่นรมย์ฝันเห็นแล้วข้าพระองค์ได้มีความคิดดังนี้ว่าอัมพวันนี้น่าเลื่อมใสน่ารื่นรมหนอควรเพื่อบำเพ็ญเพียรของกุลบุตรผู้ต้องการความเพียรถ้าพระผู้มีพระภาคพึงทรงอนุญาตเราเราพึงมายังอัมพวันนี้เพื่อบำเพ็ญเพียรถ้าพระผู้มีพระภาคพึงทรงอนุญาตข้าพระองค์ข้าพระองค์พึงไปยังอัมพวันนั้นเพื่อบำเพ็ญเพียรหมายความว่าพระเมฆิยะขออนุญาตทูลขออนุญาตขอพระพุทธเจ้าว่าจะขอไปที่แม่น้ำที่สุวรรณภูมิ เมื่อท่านพระเมฆิยะกราบทูลอย่างนี้แล้วพระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับพระท่านพระเมฆิยะว่าดูกาลเมฆิยะจงรออยู่ก่อนเราอยู่คนเดียวเธอจงรออยู่จนกว่าภิกษุรูปอื่นมาแทนตัวพระพุทธเจ้าก็บอกว่าอย่าเพิ่งเลยรอรอให้มีภิกษุอื่นมาแทนตัวซะก่อนแม้ครั้งที่ 2 ท่านพระเมฆิยะได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระผู้มีพระภาคไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะพึงทำให้ยิ่งไม่มีการสั่งสมอริยมรรคที่ทรงทำแล้วพอมีธุระก็ต่อว่าบอกพระพุทธองค์ไม่ต้องทำกิจอะไรอีกแล้วนี่จบจิตจบภาระแล้วไม่มีอะไรที่จะทำให้ยิ่งอีกแล้ว หมายความว่าจบเรื่องแล้วบรรลุอรหันต์กับสัมมาสัมพุทธะแล้วแต่ข้าพระองค์ยังมีจิตที่พึงจะทำให้ยิ่งยังมีการสั่งสมอารยธรรมมักที่ทำแล้วถ้าพระผู้มีพระภาคทรงพึงทรงอนุญาตข้าพระองค์ข้าพระองค์พึงไปยังอัมพวันเพื่อบำเพ็ญความเพียรก็ขอว่าแต่ว่าข้าพระองค์ยังไม่บรรลุอยากจะขอไปไปบำเพ็ญที่อัมพวันพระผู้มีพระภาคก็จัดว่าดูแล้วเมฆิยะจงรออยู่ก่อนเราอยู่คนเดียวเธอจงรออยู่จนกว่าภิกษุรูปอื่นมาแทนตัวพระพุทธเจ้าบอกว่าเดี๋ยวนะเราอยู่คนเดียวอย่าเพิ่งไปแม้ครั้งที่ 3 ท่านพระเมฆิยะก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระผู้มีพระ มีกลิ่นอะไรที่พึงจะทำให้ยิ่งไม่มีการสั่งสมอริยมรรคที่ทรงทำแล้วส่วนข้าพระองค์ยังมีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งยังมีการสั่งสมออริยมรรคที่ที่ทำแล้วเหมือนกันน่ะสำนวนนี้ซ้ำกันเมื่อกี้นี้นะซ้ำกันเมื่อกี้นี้คือหมายความว่าขออนุญาตอีกขออนุญาตพระพุทธองค์จะไปบำเพ็ญพระพุทธองค์ห้ามแล้วก็ยังไม่ฟังแม้ครั้งที่ 3 ก็ขอย้ำอยู่นั่นอีกละผู้มีพระภาคก็ตรัสว่าดูเกิดและเมฆิยะเราจะพึงว่าอะไรเธอผู้กล่าวอยู่ว่าบำเพ็ญเพียรคือหมายความว่าถ้าไม่กินยาเอาคำว่าบำเพ็ญเพียรนี้เข้ามาเข้ามาขอเข้ามาขู่ก็ถ้าเธอรำพึงหรือพูดเธอกล่าวหรือว่าเธอจะไปมาเลเซียเราจะไปห้ามอะไรเธอล่ะเธอจะไปทำความดี แต่แม้กระนั้นเธอก็ไม่เห็นใจเราเลยว่าเราเองอยู่คนเดียวขอให้ภิกษุรูปอื่นมาแทนซะก่อนเธอก็ไม่ฟังเสียงเธอก็บอกว่าเธอจะเพี้ยนๆๆพระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่าเราจะไปว่าอะไรเธอเล่าถ้าเธอกล่าวอยู่แต่เพียงว่าบำเพ็ญเพียรดูกาละแมร์คิยะเธอจงสำคัญการที่ควรในบัดนี้พระพุทธเจ้าก็เลยว่าเธอจงสำคัญการอันควรในบัดนี้เหมือนกันสำนวนอย่างเมื่อกี้นี้แปลว่าสำนวนอันนี้แล้วแต่จะตัดสินเอาเองเธอคิดเอาก็แล้วกันมันบอกการอันควรไหมเธอจะดันไปหรือว่าเธอจะอยู่พระพุทธเจ้าธันวาคมเมื่อพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนั้นแล้วจริงๆไอ้สำนวนที่ว่าเธอสำคัญควรของประโยคนี้นะคล้ายๆกับบริษัทท่านบอกว่าเอาเถอะเอาเถอะเธอทำตามที่เธอเห็นควรเห็น ครั้งนั้นแหละท่านพระเมฆิยะขนลุกจากที่นั่งถวายบังคมพระผู้มีพระภาคกระทำประทักษิณแล้วเข้าไปยังอัมพวันอาศัยอัมพวันนั้นนั่งพักกลางวันอยู่นครไม้แห่งหนึ่งได้ฟังเสียงพ่อแม่ที่อยากไปเลยไปบำเพ็ญนะไปยังนครไม้แห่งหนึ่งครั้งนั้นแหละเมื่อท่านพระเมฆิยะพักอยู่ณอัมพวันนั้นอกุศลและวิตกอันลามก 3 ประการคือฟังให้ดีนะตอนนี้เข้าหาเนื้อทำแล้วนะอกุศลและวิตกอันลามก 3 ประการคือการอบตพญาบาปวิตกวิหิงสาวิตก 3 อย่างนี้ที่เป็นตัวร้ายกาจทั้งหมดนะจำเอาไว้ให้ดี ย่อมฟุ้งซ่านโดยมากหมายความว่ามันฟุ้งซ่านอยู่ในตัวท่านลำดับนั้นท่านพระเมฆิยะก็ได้มีความคิดอย่างนี้ว่าท่านผู้เจริญหน้าอัศจรรย์หนอไม่เคยมีมาแล้วหนอกุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธาก็ยังถูกอกุศลและวิตกอันลามก 3 ประการคือกาโตะพยาบาทวิตกวิหิงสาวิตกครอบงำท่านไม่ขี้ยาเนี่ยพอไปนั่งสงบอารมณ์และพญาพิจารณาดูใจตัวเองดูให้แท้ดูให้เห็นก็เห็นกาโตะมันเกิดการไม่วิตกหมายความว่าจิตของเรานี่ยังมีการสนิทๆคิดขึ้นวิตกนี่หมายความว่าตึกนึกคิดขึ้นมีอารมณ์ มาผสมอยู่ในใจยังมีอยู่นะเห็นเป็นความเห็นอันแท้จริงเลยเห็นในใจของตัวเองว่าเออยังมีการรู้จักแต่ในสมัยนั้นน่ะเขาเข้าใจคำว่าการเพียงพอเพราะฉะนั้นเมื่อเห็นจิตมันเป็นกามอย่างไรเป็นกามกิจคือจิตที่จะมาแรดไปเสพกามอยู่นี่เขารู้นะอย่างพระเมฆิยะนี่ท่านรู้ว่าอ๋อจิตเป็นกลางของเรายังมีอยู่แฮะแม้แต่จิตที่ยังเป็นพยาบาทไปผูกพันพยาบาลที่จะหมายความว่าโกรธอย่างเดียวนะพยาบาลอาตมาไม่แปลว่าโกรธพยาบาลคือความถูกใจพยาบาลนี่คือความผูกใจใจเรามันจะไปผูกกับเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่มันแลบไปผูกกับเรื่องโน้นเรื่องนี้เรียกว่าพยาบาลหรือพญาปลาทับมันยังมีความคิดและมีความขุ่นนึกคิดถึงเรื่องที่ พันอยู่กับเรื่องต่างๆเรียกว่าพยาบาลและวิธีรักษาวิตกยังมีอารมณ์ครุ่นคิดที่จะไปเบียดเบียนเขาผู้หญิงสาวยังจะไปเบียดเบียนเบียดเบียนก็คือจะไปแย่งเบียดเบียนก็คือจะไปแย่งไปแย่งใช้คำว่าแย่งง่ายที่สุดจริงๆคนทุกคนไม่รู้สึกว่าแย่ไม่รู้สึกว่าแย่งหรอกแท้จริงเรากำลังแย่งเขาอยู่ตลอดเวลาแย่จริงๆนะพวกคุณยังเป็นฆราวาสนี้คุณยังแย่งเขาอยู่แย่งคืออะไรถ้าอาตมายกขึ้นมาว่า 1 ลาบยกประสานง่ายๆอย่างนี้ขึ้นมานะว่าลาภคุณทุกคนต้องการลาภกันไหมขณะนี้ลองถามตัวเองดูซิคุณต้องการล่าสัตว์อาตมาเชื่อว่า เมื่อคุณทุกคนในขณะนี้สมมุติว่า 100 คนคุณต้องการลาภทั้งร้อยคนนะเมื่อคุณต้องการรากทั้งร้อยคนนั่นแหละคุณกำลังแย่งลาบกันทั้งร้อยคนคิดให้ดีเมื่อคุณ 100 คนนี่กำลังต้องการราบด้วยกันเหมือนๆกันทั้งร้อยคนถ้ามีลาภอะไรอย่างนึงเกิดขึ้นตรงนี้นายร้อยคนนี้ในกลุ่มนี้ทุกคนก็ต้องการทุกคนเมื่อต้องการแล้วถ้าคนนึงได้อีกคนนึงจะได้ไปไหมถ้าลาภสิ่งนั้นเป็นของสิ่งเดียวมันก็ไม่ได้เมื่อไม่ได้เป็นไงมันก็แย่งของคนอื่นมาก็เบียดเบียนเขาสิเพราะทุกคนเขาก็อยากได้ทั้งนั้นนี่แหละผู้หญิงอีสาน ร้ายกาจนะร้ายกาจมากและมีหญิงสาวนี้จะเป็นอยู่อย่างนี้เป็นส่วนใหญ่ในระดับที่ลึกลงไปลึกลงไปถ้าเราเข้าใจได้แล้วจึงจะมีแต่การไม่เอาการให้เราจะไม่แย่งใครหมดเลยจนกระทั่งเราจะเป็นผู้ที่แย่งน้อยที่สุดจนกระทั่งดูเหมือนไม่แย่งเลยจึงจะเรียกว่าอวิหิงสาถ้าไม่เช่นนั้นแล้วไม่เรียกว่าหีสาจะเรียกว่ายังเบียดเบียนยังแย่งเขาอยู่ตลอดเวลานะนี่เรียกอาตมายกตัวอย่างง่ายๆแต่แค่ลาภเพราะฉะนั้นแย่งยศแย่งสรรเสริญหรือแย่งสุขก็ตามอย่างสุขนี้แย่งจากโลกอย่างสุขไม่ได้แยกจากคนหรอกแยกจากโลกเป็นส่วนใหญ่แต่เนื่องจากคนก็แย่งบางทีแย่งจากคนก็ยังแต่อาตมายังไม่อธิบายละเอียดนะประเดี๋ยวมันจะยุ่ง เอาๆเอาไว้ระดับนี้ซะก่อนเดี๋ยวค่อยมันมีอีกก็อธิบายอีกนี่เรียกว่าผู้หญิงสามันแตกต่างกันอยู่อย่างนี้มีกามมีไปผูกใจไว้กับอะไรทุกอย่างก็เป็นพยาบาลหมดแล้วก็มีหินสาที่ไปที่จะจะเบียดเบียนเขาพระเมฆิยะเป็นนั่งอยู่ในที่สงบแล้วก็ตรวจจิตตรวจใจตัวเองดูจนกระทั่งรู้เห็นอย่างนี้ก็บอกว่าไม่อัศจรรย์จริงหนอไม่เคยมีมาแล้วหนอที่กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตแล้วพอบวชเป็นพระแล้วยังมีการมาวิตกยังมีพยาบาทยังมีผู้หญิงสาวอย่างนี้เกิดไม่อัศจรรย์จริงหนอมันไม่น่าจะมีแต่ไม่มันมีอยู่แต่เดี๋ยวนี้คุณไม่ต้องคิดหรอกเยอะเลยองค์ไหนจะไม่นั่งดูไม่นั่งดูใจตัวเองเท่านั้นน่ะเดี๋ยวนี้ไม่ แต่ทีนี้พ่อแม่ชีนะท่านอัศจรรย์ว่าเอ้บวชแล้วทำไมมันยังมีกรรมทำไมมันยังมีพยาบาททำไมมันยังมีวิหิงสานี่แหละท่านบอกอัศจรรย์เดี๋ยวนี้มันอัศจรรย์เลยแน่ๆเลยชี้หน้าได้เลยเอามาร้อยนึงแล้วก็มาคัดดูซิว่าเต็มร้อยแล้วเกือบเต็มร้อยนั่นแหละก็จะเต็มไปด้วยความเต็มไปด้วยผู้หญิงขายังเต็มไปด้วยพยาบาทวิตกไม่ได้อัศจรรย์ตรงไหนเลยเป็นของธรรมดานะเพราะงั้นถ้ามีคิยะนี่ท่านผู้ของท่านในสมัยนั้นไม่ใช่สมัยนี้นะทีนี้ครั้งนั้นแหละท่านพระเมฆิยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้วก็นั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วก็ได้กราบขอบพระคุณพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอประทานพระบรมศาสดาเมื่อข้าพระองค์อยู่ เพราะวันนั้นอกุศลวิตกอันลามกท่านเรียกว่าอะไรนะเดี๋ยวนี้คำว่าลาภมันร้ายกาจแค่ไหนคุณก็คิดเอาก็แล้วกันท่านบอกว่าการวิตกพยาบาทวิตกผู้หญิงสาววิตกนี่แหละคืออกุศลธรรมอันลามกอ่ะนะแล้วท่านก็ตัดต่อไปเรื่อยถึงเรื่องเมื่อกี้นี้มันพูดซ้ำกันนะท่านพูดซ้ำกันเพราะว่าในพระสูตรหรือว่านายพระไตรปิฎกเนี่ยพูดซ้ำๆๆๆกันแยะอาตมาไม่อ่านต่อนะเดี๋ยวมันจะซ้ำเกินไปแล้วคุณจะรำคาญท่านบอกว่าท่านไปนั่งอยู่ที่อัมพวันนั้นก็ได้ปรากฏเห็นกรรมวิตกกับพญาปลาพระวิตกกับวิถีสาววิตกเนี่ยพระผู้มีพระภาคก็เลยตรัสว่าดูเป็นระเบียบขยะทำ 5 ประการย่อมเป็นไป เพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุตติที่ยังไม่แก่กล้าฟังนะฟังข้อแก้ฟังธรรมะที่จะเอาไปประพฤติทำ 5 ประการนั้นเป็นไฉนดูกาลีขี่ยากภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีมิตรดีกัลยาณมิตรมีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีมีธรรมนี้เป็นธรรมประการที่ 1 มีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีถ้าเผื่อว่ายังไม่มีอย่างนี้ก่อนกัลยาณมิตรก่อนก็พากันลงไปขี้เลวเพราะงั้นต้องพยายามที่สุดถ้าใครได้กัลยาณมิตรที่เป็นพระอริยะยิ่งดีใหญ่ถ้าได้กัลยาณมิตรไม่เป็นพระอริยะเป็นกัลยาณ ก็ยังพอสมควรยังอยู่ในโลกได้อย่างดีหน่อยแต่ยิ่งเป็นพระอริยะกัลยาณมิตรได้เป็นพระอริยะเลยประกอบจะพาเราไปสู่ที่ดีที่สุดท่านหมายความจึงกลายเป็นถึงขนาดนั้นอีกประการหนึ่งภิกษุเป็นผู้มีศีลสำรวมระวังในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมด้วยอาจจะรักและโคจรหมายคำว่าพร้อมไปในการประพฤติการเป็นไปโคจรหมายหรือโคจรหมายคำว่าพร้อมไปด้วยการประพฤติในส่วนตนที่อยู่ในตนและก็พร้อมกับการประพฤติที่โคจรที่เป็นไปโดยส่วนที่จะแสดงออกไปสู่ที่อื่นเรียกว่าโคจรพร้อมทั้งส่วนนอกส่วนในพร้อมมีปกติเห็นภัยในโทษมีประมาณน้อยโทษเพียงเล็กน้อย พระภิกษุนั้นก็จะมีมีปกติเห็นเสมอหมายความว่าพยายามระมัดระวังตัวมีสติควบคุมเห็นภัยในโทษแม้แต่ภัยแม้แต่โทษเพียงเล็กน้อยเล็กน้อยพระภิกษุจะพยายามระลึกรู้อยู่เสมอสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลายสิกขาบททั้งหลายก็มีไตรสิกขาเท่านั้นแหละเป็นใหญ่มีศีลสมาธิปัญญาไม่มีอื่นแต่อันนี้ท่านพูดถึงหมายถึงศีลก่อนเรียนสีนี้เป็นคำประการที่ 2 ย่อมเป็นไปเพื่อความแก่กล้าแห่งเจโตวิมุตติที่ยังไม่แก่กล้าทำไมพระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงแต่เจโตวิมุติที่ท่านตัดสินเจโตวิมุตติว่า ที่สุดแห่งที่สุดของพระอรหันต์นั้นจะจบอยู่ที่เจโตวิมุติแม้จะมีปัญญาเป็นวิมุตนำก็ตามในขณะประพฤติต้องใช้ปัญญาวิมุตติธรรมแต่เมื่อเวลาจะปรินิพพานหรือดับขันธ์จะต้องใช้เจโตวิมุตติดับให้ที่สุดเป็นที่สุดให้ดับเกลี้ยงไม่ให้มีอะไรเหลือเลยนี่เรียกว่าท่านถึงใช้คำว่าเปโตรอีกประการหนึ่งภิกษุเป็นผู้ได้ตามปรารถนาได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งคาถาอันเป็นไปเพื่อความขัดเกลากิเลสเป็นที่สบายในการเปิดปิดเปิดปิดเอาตัวนี้ซะก่อนเปิดจิตก็หมายความว่าถ้าเกิดผู้ใดยังอยู่ในเกณฑ์โตมีมนุษย์หมายความว่าดับเป็น โสดไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่เรียกว่าดับจิตนิโรธจิตเรียกว่าดับจิตไม่รู้เรื่องเมื่อไม่รู้เรื่องมันก็ไม่รับอะไรมันก็ไม่มีผลอะไรทุกข์ก็ไม่ทุกข์นี่เฉยๆเมื่อดับซะแล้วเฉยๆกับดิ่งนิ่งอยู่แต่ถ้าเวลาคนเราเนี่ยเปิดจิตเพราะคนเราย่อมเป็นไปนั่งดับนั่งหลับตาปี๋อยู่ไม่รู้กี่ชั่วโมงกี่วันกี่วันคนเรายังไม่ทำอย่างนั้นเมื่อไม่ทำคนเราจะลืมตานี่แหละอยู่มากก็หลับตาเมื่อลืมตาก็ต้องเปิดจิตต้องมีตัวรู้เพราะจิตเป็นตัวรู้เป็นสภาพรู้ถ้านิโรธซะแล้วมันไม่มีจิตมันดับจิตเพราะฉะนั้นเมื่อจะเปิดจิตให้เป็นที่สบายเขาเรียกว่าเป็นที่สบายในการเปิดจิตเมื่อจะเปิดจิตให้เป็นที่สบายเราจะต้องมีคาถาเหล่านี้ คาถาหมายความว่าคำอธิบายหรือเรื่องราวที่จะชี้บ่งบอกอันนี้ 1 คือคาถาเนี่ยอาตมาพูดถึงบ่อยๆคาถาอภิชาคาถาก็คือเรื่องราวที่จะชี้แนะและพยายามอบรมตัวเราให้เป็นผู้มักน้อยมักน้อยลงน้อยลงน้อยลงน้อยลงไม่มีการที่จะเพิ่มเพิ่มขึ้นถ้าเพิ่มขึ้นเป็นการเกิดถ้าน้อยลงเป็นการตายฟังให้ชัดๆถ้าน้อยลงเป็นการดับเป็นการนิพพานเป็นการหยุดแต่ถ้าเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเป็นการเกิดชาติปิดทุกขาเกิดชนิดใดๆก็เป็นทุกข์ทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นอย่าให้มีการเกิดในชนิดใด เราต้องพยายามให้น้อยลงจึงจะเรียกว่าเราเป็นผู้ที่กำลังดับการเกิดหมายความว่าให้น้อยลงน้อยลง 2 3 สุทธิคาถาสันตินี่หมายความว่าสันโดษนั่นเองความยินดีความพอใจในของของตนเรียกว่าสันติสันโดษจะต้องเป็นผู้พอใจในแค่นี้มีแค่นี้ก็เท่านี้ไม่ดิ้นรนอีกแล้วสันโดษพอแค่นี้นะถ้าเราจะต้องการหรือว่าเราจะต้องใช้เช่นว่าเราจะต้องกินน้ำก็มีน้ำก็กินน้ำนี่เรียกว่าสันติถนนไม่ใช่ว่าจะกินน้ำนี่ไม่เย็นนะต้องเดินออกไปซื้อน้ำแข็งที่อื่นมาใส่ก็เดินไปแล้วขอร่างกายไปซื้อน้ำแข็งมาก็ใส่น้ำจิ้ม เพื่ออะไรต้องการรสสัมผัสเย็นๆเรียกว่ากามคุณเอาแต่ถ้าผู้ที่สันติแล้วจะกินน้ำกินน้ำเย็นก็กินไม่เย็นก็กินก็พอนี่เป็นต้นแต่คนที่แรงกว่านั้นเป็นน้ำเปล่าๆมันก็ไม่ค่อยพอนะมันต้องเล่นน้ำหวานเล่นน้ำกาแฟอย่างนี้นี่เรียกว่ากามมันโตขึ้นกามันโตขึ้นมันไม่สันตรุษจีนแล้วมันไม่สันโดษพอใจตนเองอยู่ที่บ้านตัวเองมีน้ำท่าจะกินก็มีนะไม่กินน่ะจะต้องถ่อร่างกายไปซื้อเงินก็ต้องเสียกำลังก็ต้องเสียไปก็ต้องไปซื้อซื้อมากินเหนียวก็ไม่สำคัญพอในตนเองไม่พึงพอใจในความเป็นอยู่ไม่มีพึงพอใจใน ที่ตนมีอยู่และแม้ที่สุดย้อนกลับไปที่อภิศักดิ์ผู้จะประพฤติธรรมนั้นนอกจากพึงพอใจในของที่ตนมีอยู่ถ้าต้องการร่างกายต้องการธาตุน้ำและมีน้ำจะกินก็กินถ้าผู้ได้เคร่งครัดหรือว่าพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นต้องนึกถึงสันติด้วยก็รับร่างกายเราต้องการธาตุน้ำเท่านั้นแม้จะคนอื่นจะเอาน้ำหวานเอาน้ำเปรี้ยวอะไรมาให้เรากินอีกเรารับผิดชอบด้วยไม่เป็นไรหรอกกินน้ำเปล่าก็ได้ไม่ครบเรื่องมากขึ้นเรียกว่ามักน้อยฟังให้ดีนะสภาพเป็นธรรมะเป็นยังไงมักน้อยไม่เอาเราเอาแค่นี้ถูกๆก็ตัดร่างกายมันต้องการธาตุน้ำเท่านั้นอีกแล้วก็กินน้ำเปล่าๆไม่ต้องไปเปลืองน้ำ หวานน้ำอะไรต่ออะไรของใครอีกถ้าเราไม่กินให้คนอื่นกินดิคนที่เขายังล้มติดอยู่เขาไม่ได้กินเดี๋ยวเขาจะชักให้คนที่จะชักมันกินเราไม่ชัดแล้วเราสบายไม่เดือดร้อนด้วยเรากินกับน้ำเปล่าหรือแม้ว่าเราเองเราไม่ไม่ถึงชักแต่ว่าเราเองเราก็ยังมีความทนนิดหน่อยมันไม่รู้สึกว่าที่จริงมันก็ดีเหมือนกันนะถ้ากินน้ำหวานมันก็อร่อยใจมันก็ยังอยากอร่อยอยู่เหมือนกันแต่รู้ตัวให้ได้ว่าอร่อยนั้นเป็นกามคุณนะเราจะฝึกหัดเราจะต้องอดทนเราจะต้องไม่กินเราจะต้องละเว้นเราจะต้องลดลงมีอับผิดจากน้อยลงให้ได้นี่เรียกว่าการปฏิบัติธรรมเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในการมักน้อยถ้าเอามาให้แต่เราก็มักน้อยได้เราไม่เอาสบายๆโดย ทำอารมณ์อย่างนี้ให้แก่ตนโดยไม่ยากโดยไม่ลำบากหวานคนนั้นแหละเป็นคนที่อยู่ในมีอภิศักดิ์คาถาอย่างดีแล้วคือมักน้อยได้อย่างง่ายไม่ทุกข์เลยแต่ถ้าคนไหนที่ยังประพฤติอยู่ยังฝึกหัดอยู่ก็จะฝึกหัดทำไปอย่าไปคิดว่าโอ้ยก็ร่างกายมันอยากที่ไหนร่างกายมันจะไปหย่ากับแฟนหรือร่างกายมันอยากน้ำหวานหรือมันไม่บอกเลยมันมีแต่ธาตุน้ำกับธาตุดินกับธาตุลมธาตุไฟอะไรที่เป็นของแท้ๆชัดๆเท่านั้นเองซึ่งเรารู้ตัวแท้ๆให้มันชัดอย่าไปเอาเรื่องของคุณเปรมฟุ้งเฟ้ออะไรมาคิดให้มันมากนี่เรียกว่าอาตมาอธิบายย้อนกลับมานะมีอภิชาคาถาแล้วมีสังกะสีคาถามีพระมีเวรกับคาถาเป็นผู้สงัดอยู่สงัดอยู่ ต้องทำตนให้มันเงียบลงเงียบลงให้เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุดจริงๆยิ่งกว่าอภิชาติอีกมันก็ว่าสงบสงัดอยู่เลยทีเดียวเพราะวิเวกให้น้อยลงไปเลยทีเดียวให้สงบสงัดรู้อยู่อย่างนั้นแหละแม้ที่สุดร่างกายจะหิวไม่มีน้ำจะกินเลยฉันก็จะปฏิเสธโอกาสอยู่ตรงนี้ไม่กินมันลองดูซิในสมควรในประมาณนี้มันจะทนไหวไหมถ้าทนไม่ได้จริงๆหมายความว่าเราไม่ยังไม่บรรลุธรรมแล้วนะเราจะต้องเหลือสังขารนี้ไว้สำหรับบำเพ็ญธรรมต่อไปก็ค่อยดิ้นรนไปหาถ้าไม่มีใครเอามาสงเคราะห์หรือถ้าไม่มีการได้จริงๆแล้วเราก็จะตายจริงๆแล้วเราก็ลองไปนี้เรียกว่ายิ่งเรียกว่าหมายความว่าทำตนให้มันยิ่งขึ้นให้มันสงัดสงบให้รู้หยุดยิ่งขึ้นแม้อยากน้ำถ้าไม่กินดูสิมันจะตายไหม มันสูงขึ้นไปอีกถึงขนาดคาถานี่หมายความว่าเราจะไม่หลงสุขเลยสุขในโลกนี้คือสุขของกามสุขในโลกนี้คือสุขของสวรรค์ถ้าเราพร้อมไปด้วยกามแต่ด้วยลาภไม่ยศด้วยสร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน