150722 ผี-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt
เนื้อหาในไฟล์
พวกเราก็ได้เวลาอีกวันหนึ่งที่เราจะมาคุยมาเล่าเรื่องอะไรที่ควรจะเล่าสู่กันฟังก็โดยฐานะที่ควบคุมเห็นว่าอาตมาพยายามละพยายามล้างพยายามวางพยายามปล่อยจนกระทั่งพระล้างวางปล่อยจนกระทั่งที่สุดทิ้งออกมาได้มาบวชเป็นพระไม่มีสมบัติอะไรจะมีสมบัติอยู่บ้างก็มีทำมากเท่านั้นที่เป็นสมบัติอันอันที่เรียกว่าเป็นสมบัติที่มีอยู่ในอาตมามากที่สุดในตัวขณะนี้ นอกนั้นก็มีแต่ร่างกายมีแต่ร่างกายกับจิตใจและบริขารเล็กๆน้อยๆเท่านั้นที่มีอยู่ในตัวแม้แต่เงินสักบาทนึงก็ไม่มีดังนี้และอาตมาก็ยังทรงตัวทรงกายทรงใจเป็นผู้เป็นคนอยู่ได้เหมือนกับคุณทุกๆคนมีความเบิกบานมีความแจ่มใสมีความเป็นอยู่อยู่ได้เหมือนกับพวกคุณเหมือนกันแต่บางคนจะอิจฉาอาตมาบ้างว่าอาตมานั้นไม่ต้องตะลอนตะลอนตะลอนเหมือนอย่างคุณนอกจากไม่ต้องตะลอนตะลอนเหมือนอย่างคุณแล้วอาตมาก็ไม่ต้อง ไปบางทีก็ไปนั่งกุมขมับบางทีก็มานั่งบีบน้ำตาบางทีก็ไปเสียเวลาหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอะไรอยู่เช่นพวกคุณดังนี้เป็นต้นบางคนเห็นได้บางคนเข้าใจได้ก็เลยอยากจะมาเอาอย่างบ้างเพราะฉะนั้นจะเอาอย่างบ้างอาตมาก็เห็นว่าเอาละไม่เข้าใจว่าอย่างนี้ดีพวกคุณก็ลองมาฟังดูว่าทำยังไงมันถึงเป็นอย่างนี้อาตมาจึงเล่าเรื่องอะไรต่างๆให้ฟังส่วนมากจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับตัวเองได้ประสบประการมาแล้วก็ได้พยายามกระทำมาจนกระทั่งออกมาได้อย่างนี้ซึ่งถ้าใครเคยรู้ประวัติมายิ่งรู้ประวัติมาละเอียดก็จะ ได้ว่าอาตมาออกมานั้นออกมามันก็ยังสภาพของคุณที่มีอยู่เป็นอยู่อาตมาไม่ได้ออกมาเพราะเหตุขาดเหลือไอ้สิ่งที่โลกเขาต้องการอะไรมากมายนักอาตมาเองมีสิ่งที่โลกต้องการอยู่พอเพียงอยู่ได้อย่างดีกว่าคนอีกหลายล้านคนเหมือนกันไม่ใช่ว่าขาดเหลือแต่ที่ออกมานั้นน่ะออกมาทิ้งสิ่งเหล่านั้นออกมาได้เพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที
อ่านต่อ
่ควรปล่อยควรล้างควรวางควรทิ้งจริงๆแล้วอาตมาก็ได้ทำจริงๆโดยไม่ได้มีใครมายุแหย่โดยไม่มีใครมาที่นี่หลอกลวงอะไรเลยอาตมาพบสภาพนั้นเพราะเห็นว่าถ้าปล่อยเสียวางเสียบ้างเสียทิ้งเสียมันเป็นสุขจริงๆ ที่เรียกว่าปรมัตถ์สุขคือมันสุขเกินกว่าที่มีถ้าขนาดนี้อาตมาบอกว่าทุกคนคุณทุกคนที่นั่งอยู่ขณะนี้อาตมาบอกว่าพวกคุณนี่อย่าไปนั่งทำอย่างนั้นอยู่เลยนะคุณเองคุณมีข้าวกินวันละ 3 มื้อนี่นะมันมากไปมันเป็นภาระต้องมากไงมันทุกข์นะคุณบางคนก็บอกว่าแล้วกันก็คือหยุดซะ 3 มือมากิน 2 มื้อแล้วมากินมื้อเดียวเท่านั้นมันทุกข์มันไม่ใช่เป็นอย่างที่ท่านว่าหรอกอาตมาว่าอาตมาคือคืนไปกินข้าววันละ 3 มื้อเดี๋ยวนี้อาตมาทุบตายเลยทุกข์จริงๆก็อาตมาเคยนั่งเป็นทหารกินข้าว 3 มื้อต้องหาข้าวมากิน 3 มื้อเอาข้าวมากรอกลงไปตรงนี้แล้วก็ให้มันไปอยู่ตรงนี้เพื่อที่จะให้ร่างกายตรง คนโตมันใหญ่แล้วมันอยู่ยังอยู่ทุกวันนี้ถ้าอาตมาต้องไปเสียเวลากินถึง 3 มื้อนะตายแน่อาตมาถึงตายแน่เนี่ยอาตมาพูดให้ฟังจริงๆนะอาตมารู้สึกว่ามันโอ้โหทรมานร้ายกาจที่สุดเลยต้องไปนั่งกินข้าววันแล้วตั้ง 3 มื้อเสียเวลาอยู่นั่นน่ะถ้าอาตมาไม่กินข้าวซะเลยได้แม่มื้อเดียวได้นะแล้วแสนสุขบรมศพยิ่งอีกเลยแต่มันเป็นไปไม่ได้มันเป็นมัชฌิมาอันสุดท้ายแล้วที่จะพึงยังไอ้สังขารร่างกายลูกเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณนี้ไว้ด้วยข้าวสุกขนมสดซักวันละมื้อนึงนี่เป็นมัดที่มาขั้นสูงสุดแล้วที่จะให้มันตายนี่มันตั้งอยู่ ถ้ากายนี้จะตั้งอยู่เพื่อเป็นประโยชน์ตนก็ให้กายนี้มันตั้งอยู่เพื่อเป็นประโยชน์ตนอย่างดีเพื่อที่จะฝึกฝนเล่าเรียนเอาสิ่งที่สูงที่สุดให้แก่ตนสิ่งที่สูงที่สุดให้แก่ตนนั้นไม่มีอะไรก็คือความเป็นผู้เรียกว่าเป็นมุนีอันสูงสุดหรือเป็นสมณะอันสูงสุดนั่นเรียกว่าเป็นความสูงสุดเท่าที่เราควรจะได้รู้กันในฐานะของพุทธศาสนิกชนแต่ถ้าใครบอกว่าความสูงสุดนั้นยังแค่ขั้นเทวดามันก็ยังไม่พอเอาขั้นตอนเทวดาก่อนหมายความว่าแค่ขั้นพรมก็ยังไม่พอขั้นเทวดาตามลงมาจากพรมยิ่งไม่พอใหญ่ยิ่งไม่ควรใหญ่ ถ้ายิ่งใครเห็นผิดไปยิ่งกว่านั้นบอกว่าเป็นผีก็ยิ่งดีใหญ่หรือยังดีอยู่ก็ยิ่งต่ำสุดเลยเพราะฉะนั้นสิ่งที่สูงที่สุดที่ศาสนาเราสอนนั้นจะต้องทิ้งคำว่าผีให้ได้ก่อนอื่นทิ้งคำว่าผีแล้วจะต้องกระทบตัวเองขึ้นมาเป็นเทวดาเมื่อมาเป็นเทวดาแล้วจะต้องขึ้นไปเป็นพรมเมื่อเป็นพรหมได้แล้วต้องบรรลุพรหมขึ้นไปอีกจนกระทั่งเป็นสมณะที่แท้หรือเป็นมุนีที่แท้หรือเป็นพุทธะนั่นเองเป็นพุทธะนั่นเองก็เป็นอันว่าสบายที่สุดดังนี้เป็นต้นเอาวันนี้อาตมาไม่ได้ตั้งชื่อเองหรอกเรื่องผีตาก็เป็นคนตั้ง มาถามว่าใครจะฟังเรื่องอะไรเขาก็บอกว่าฟังเรื่องผีอาตมาก็บอกอ้าวผีก็ผีแล้วก็ตั้งชื่อผีขึ้นมาแล้วก็เล่าที่จริงเรื่องอะไรในโลกนี้มันมีเรื่องเดียวเท่านั้นแหละมันไม่มีเรื่องอะไรหรอกมันเป็นเรื่องความไม่รู้ความหลงแล้วมันก็แยกแยะไปอย่างนู้นไปแยกแยะไปอย่างนี้แยกแยะไปอย่างนู้นอย่างไงที่เรารู้ก็ไปยึดอะไรที่ไม่รู้ก็วางวางไว้ซะก่อนอะไรรู้แล้วแต่ว่าเราเองไม่ยึดก็ยังดีแต่ถ้าผู้ใดดีจริงๆแล้วล่ะก็รู้แสนรู้เสร็จแล้วก็หยุดไม่หยุดจริงๆด้วยนี่หมายความว่าเขาพูดพวกเราง่ายๆนี้นะแต่ว่าการปฏิบัติไม่ยึดจริงๆนี่มันไม่ได้เดี๋ยวนี้อาตมาบอกว่ากินข้าววันละ 3 มื้อนี่ทุกคนบางคนไม่เห็นเลยจะเห็น ด้วยไม่ได้เลยว่ะกินข้าววันละ 3 มื้อทุกอย่างไงมีแต่มันอร่อยไปเท่านั้นมีแต่มันดีไปเท่านั้นมีแต่บริบูรณ์เท่านั้นมันจะทุกข์ได้ยังไงบางทียังเล่น 4 มื้อมีซับเปอร์มีอะไรเข้าไปอีกนะไม่ใช่ 3 มื้อหรอกอย่างนี้เป็นต้นแล้วคุณก็บอกว่าไอ้อย่างนี้ทุกข์บ้าทุกข์ยังไงบางทีต้องเล่นฝีมือด้วยซ้ำไปจะบอกทุกอย่างอ่ะคุณไม่รู้หรอกว่าคุณทุกข์คุณไม่รู้เพราะอะไรเพราะเหตุว่าเขาทำตามกันมาน่ะเขาทำตามกันมานานมันมีนักหนาแล้วเขากำหนดขึ้นมาแล้วคุณก็ไปตามเขาไปเชื่อเขาตามที่เขากำหนดแล้วคุณก็นึกว่าความพอดีของคุณน่ะมันมีอยู่อย่างนี้ความพอดีของคุณมี 3 มื้อคุณไปถามชาวบ้านนอกบ้านนอกมั่งสิ บ้านนอกบ้านนอกนี่ส่วนมากกินข้าว 2 มื้อแค่นั้นแหละเขาไม่กิน 3 มื้อหรอกแถวบ้านนอกไม่ 3 มื้อบ้านนอกบ้านนอกส่วนส่วนมาก 2 มื้อแล้วเขาก็พอดีถ้าพอดีเหมือนกันแล้วเขาก็เชื่อๆตามๆกันอย่างนั้นอย่างนี้เป็นต้นความยึดถือนะจะประยุทธ์ถือเอาอะไรๆแค่ไหนของตนเองนี่มันเป็นความยึดถือเท่านั้นถ้าเราเข้าใจใช้เข้าใจรับรับเอามาเท่านี้ใช้เท่านี้รับเอามาเท่านี้ใช้เท่านี้รับเอามาเท่านี้ใช้เท่านี้ให้มันเป็นไซคลิกเป็นความหมุนเวียนที่เป็นไปโดยง่ายดายเป็นไปด้วยความพอดีจริงๆแล้วทุกอย่างไม่มีปัญหาอย่างอาตมากินข้าววันละมื้อนี่ถ้าจะให้อาตมาไปตะลอนตะลอนเข็นรถหนักๆบ้างขุดดินฟันหญ้าบ้างไม่พอเหมือนกันนะไม่พอ วันละมื้อนี่ไม่พอพลังจ่ายมากกับพลังรักไม่พอเมื่อมันไม่พอเราก็ต้องไปหามาเพิ่มนี่เป็นธรรมดาธรรมดาแต่เดี๋ยวนี้อาตมาเองทำให้มันพอรับมือเดียวแล้วก็จ่ายพลังงานออกไปให้เท่าๆกับมื้อเดียวสบายและพลังงานนั้นเราพยายามใช้พลังงานให้มันเป็นประโยชน์สูงที่สุดถ้าผู้ใดใช้พลังงานนั้นให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองเท่านั้นไม่มีโรคนี้ก็ไม่ถือว่าสูงถ้าใช้พลังงานออกไปเพื่อตัวเองอย่างเดียวก็ไม่ถือว่าสูงพลังงานที่ทำจากเราถ้าเป็นพลังงานที่ใช้ให้แก่ผู้อื่นได้มากที่สุดหรือเกื้อกูลโลกมากที่สุดพลังงานนั้นแหละเราเรียกว่าพลังงานที่สูงเป็นพลังงานที่ควร ยกย่องเป็นพลังงานที่ควรจะให้มีให้เกิดในโลกพลังงานใดทำเพื่อตนเท่านั้นเป็นพลังงานที่ต่ำต้อยเป็นพลังงานที่แสนจะไม่ได้เรื่องจริงๆเพราะงั้นเราจะทำงานใดแล้วเราจะก่อประโยชน์อันใดขึ้นมาในโลกแล้วล่ะก็เราต้องพยายามคิดนึกให้มากทีเดียวว่างานนี้จะเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอันควรหรือไม่ถ้าเป็นประโยชน์ตนก็เป็นไปเพื่อที่จะทำตนให้มักน้อยที่สุดถ้าจะเป็นประโยชน์ท่านก็เอาช่างเถอะถ้าเป็นประโยชน์ท่านที่มันเหมาะมันควรมันดีมันจะไม่ไปสนับสนุนการเห็นแก่ตัวหรือไม่ไปสนับสนุนในการฟุ้งเฟ้อไม่เข้าเรื่องเข้ายาแล้วก็ช่วยให้มากทำให้มากแล้วจะดีแล้วจะดีนะเนี่ยอาตมาเกริ่นในเรื่องยังไม่ต้องเข้าเรื่องผีเลยนะคนในเรื่องอะไรต่ออะไรให้ฟังเสียก่อนว่า ดูลักษณะที่การมาฟังธรรมเนี่ยเราจะมาฟังธรรมเอาเรื่องราวเหล่านี้เราจะเอามาเอาเรื่องเหล่านี้จริงๆจะทำได้จริงๆทำได้จริงๆอาตมาขอยืนยันเพราะอาตมาได้ทำแล้วแล้วก็ได้มาอยู่อย่างนี้แล้วแล้วอาตมาก็ขอยืนยันว่าสุขไม่ใช่ทุกข์สุขอย่างไม่มีคุณเคยเห็นสุขอย่างไม่มีไหมล่ะคำว่าสุขอย่างไม่มีนี่มันหมายมันสูงเหลือเกินอาตมาสุขไม่มีเงินสักแดงเลยสุขจริงๆสุกยังไม่มีเนี่ยมันแสนที่จะสบายไม่มีเงินสักแดงสุขเหลือเกินอาตมาก็ได้กล่าวไว้ว่าสุขแล้วไม่ใช่การกล่าวเท็จไม่ได้เช็ดอาตมาเช็ดไม่ได้หรอกหมูสาวว่าไม่ได้หรอกเป็นพระหมู่ 3 ไม่ได้ อาตมาก็รู้ในรถสุขของมันสุขทั้งไม่ต้องระแวดระวังในการรักษาไม่ระแวดระวังในการกลัวภัยระวังภัยในมันน้ำหอมพอเพียงหิ้วเอาไว้อะไรต่ออะไรต่างๆนานาสุขจนกระทั่งแม้กระทั่งไม่ต้องไปนั่งจับจ่ายมานี่พอคุณฟังนี่บอกแล้วกันไปจ่ายเงินทุกที่ไหนสุขจะตายคุณก็เห็นกับอาตมาอีกแหละอาตมาเห็นทุกข์แม้กระทั่งว่ามีเงินแล้วต้องเอาเงินไปใช้หนี้มันทุกข์คุณเห็นบ้างไหมล่ะมีเงินแล้วจะต้องเอาเงินไปใช้หนี้มันก็ถูกคุณเห็นมาทุกจริงๆอาตมาถึงบอกไม่อยากใช้เลยไปไหนต่อไหนต่อไหนโดยไม่ต้องใช้เงินเลยในโลกนี้อาตมาบอกว่าโลกนี้จะสุขที่สุดเลยถ้าโลกนี้ไม่ต้องใช้เงินเลยสักแดงทุกคนน่ะคุณทุกคนด้วยไม่ต้องใช้เงินกันเลยแสนจะสุขจริงๆถ้าโลกนั้นสงบจนกระทั่งถึงขั้นไม่ต้องใช้เงินนะ มีแต่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แต่โลกแบบนั้นมีนะในสมัยยุคเก่าไม่ต้องใช้เงินใช้ทองหรอกเขาอยู่กันด้วยอย่างพี่น้องพาราดอนภาพเป็นพี่เป็นน้องกันหมดคนนี้จะปลูกผักคนนี้ทอผ้าคนนี้ทำงานนู่นงานนี่ก็ทำกันไปต่างคนต่างแบ่งแยกกันไปทำไปหากวันนี้จะปลูกผักเราไม่ได้ปลูกผักเราก็ไปขอฝากเจ้านี้มากินคนนี้ไม่ได้คนนี้ไม่ได้ทอผ้าคนนี้ก็ไปขอผ้าคนนี้มันยุ่งเขาขอกันธรรมดาธรรมดาแล้วเขาไม่มีโรคเขาไม่เคยตีราคาว่าเสื้อหัวตัวนึงราคาเท่านั้นนะแพงเขาผักมัดนึงคงลืมนะหรือจะต้องเอามาแลกกันเท่านั้นเท่านี้ไม่มีหรอกเขาไม่มีเปรียบเขาไม่มีเปรียบเทียบเขาไม่มีการโลภคนที่เอาเสื้อเอาผ้ามาใส่ก็สักแต่ว่าเอามาใส่พอดีพอดีเอาคนนี้มี 2 ชุด 3 ชุดพอผัดเปลี่ยนแล้ว ทำไมบอลโลกมากองๆไว้หรอกเพราะเขาไม่มีการปรุงแต่งว่าไอ้นี่สวยไอ้นี่งามไอ้นี่ทันสมัยไอ้นี่ไม่ทันสมัยเขาไม่มีสมัยนั้นเขาไม่มีหรอกโลกยุคกลับมันก็มีอย่างนั้นจริงๆเนี่ยอาตมาเล่าให้ฟังเผินๆใครฟังได้ก็ฟังใครฟังไม่ได้ก็ปล่อยไปรวมๆแรงๆไปก็แล้วกันนะอาทิตย์นี้หันกลับมาเข้าหัวเรื่องสักทีไม่ได้ตั้งใจจะมาฟังเรื่องผีแล้วมาฟังเรื่องอะไรก็ไม่รู้นะเริ่มต้นคำว่าผีแต่แต่ก่อนผีนี่เป็นภาษาไทยอย่างที่ท่านมหาพูดแล้วเมื่อกี้นี้บอกว่าผีเนี่ยคนไทยเราก็เข้าใจเข้าใจกันแล้วก็ประดับประเดิดอะไรต่ออะไรไปกันอีกแยะแล้วเอาแค่ภาษาไทยมันจำกัดความแล้วมันกินความไว้ซะก่อนแล้วค่อยไปว่ากันลึกๆภาษาไทยคำว่าผีนั้นหมายความว่าสิ่งที่ ปากรั่วสิ่งที่น่ารังเกียจสิ่งที่ไม่น่าจะเอาไว้ก็จริงฟังให้ดีนะจริงนะอาตมายืนยันว่าจริงผีนั้นคือสิ่งที่น่ากลัวสิ่งที่น่าเกลียดสิ่งที่ไม่น่าเอาไว้จริงและผีมันเกิดที่ไหนผีมันเกิดที่บุคคลที่มันเกิดที่บุคคลนะเอาผีที่ชัดที่สุดซะก่อนผีที่ชัดที่สุดก็คือเกิดจากตัวคนเริ่มต้นตั้งแต่ตายเรียกว่าผีตายเรียกก็ผีเน่าเรียกว่าผีอะไร ตามแต่เธอจนกระทั่งทิ้งเอาไว้ไม่รู้จักเขาเรียกว่าผีดิบผีเน่านี่เขาเรียกผีดิบก็มีทิ้งเอาไว้ไม่รู้จักเผาเขาเรียกว่าผีดิบบางทีมันยังไม่ถึงเน่าเรียกว่าผีดิบผีตายผีดิบผีเน่าสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นของน่ากลัวน่าเกลียดไม่น่าเอาไว้แล้วคุณก็จัดการเอาสิ่งพวกนี้ทิ้งเอาทิ้งจริงๆทำลายทิ้งเผาไปเลยได้ยิ่งดีใหญ่มันก็จะได้หายสาบสูญไปจากความน่ากลัวน่าเกลียดไม่น่าเอาไว้แล้วผมก็จัดการและพระพุทธเจ้าเราก็สอนอย่างนั้นเรื่องคนตายแล้วเราก็ท่านสอนพระสารีบุตรเอาไว้ในขณะที่ท่านกำลังทำพระศพของพระบิด กำลังทำเพื่อสุขภาพพระพุทธเจ้าท่านสอนพระสารีบุตรเอาไว้ว่าเรื่องคนตายนี่เมื่อตายแล้วเสร็จต้องรีบจัดการเผาเสียให้เร็ววันอย่ารอแม้กระทั่งญาติท่านพูดถึงขนาดนั้นอย่ารอแม้กระทั่งญาติที่เดินทางไกลยังไม่มาถึงก็ไม่ต้องรอจัดการเผาเสียเพื่อกันความน่าเกลียดน่ากลัวมันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเอาไว้แล้วก็จริงทุกประการแต่เดี๋ยวนี้เราพุทธบริษัททั้งหลายไม่รู้เรื่องนี้ก็พยายามทำเอาไว้ให้นานดองไว้ดอยไว้เป็นผีดองผีดอยเอาไว้นานวันไม่รู้จะดองไว้ดอยไว้ทำไมก็ไม่รู้แต่มันมีเหตุไงดอง ดอยไว้มากๆมีเพื่อนฝูงชาวบ้านมาทำบุญด้วยเอาไว้หลายวันยิ่งมีคนเอาซองมาแจกไว้ให้หลายบาทก็ดองไว้หลายๆวันหน่อยนี่เป็นเหตุนี่เป็นเหตุเหมือนกันและต่อมาต่อมานะมันยิ่งมีเหตุมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งไปยึดถือกันว่าถ้าไม่ทำไม่มาหลายๆวันนั้นมันน่าเกลียดน่าสังคมเขาไม่นิยมเช่นพ่อตายเนี่ยรีบเผาก็ว่าไม่รู้จักให้เกียรติแก่พ่อเลยไม่รู้เกลียดมันอยู่ตรงไหนรีบเผาแล้วจะยิ่งให้เกียรติเพราะว่าทำความน่าเกลียดให้มันหายไปยิ่งยิ่งทำลายความน่าเกลียดก็มาลงตายแล้วมีแต่วันนั้นมากเกลียดเลยถ้ายิ่งไปเปิดจะสมัยก่อนนะสมัยโบราณเขาไม่มีโลงศพมันอย่างสมัยนี้มัน จริงๆมันฟ้องคนอื่นขึ้นเน่าขึ้นเหมือนจริงๆสมัยนี้สิมีศพมีอะไรปิดมิดชิดจึงค่อยน่าเรียกว่ากลบความน่าเกลียดไปได้หน่อยนึงสมัยก่อนมันทิ้งป่าก็ทิ้งกันจริงๆอย่างดีก็เอาเสื่อพันเข้าหรือเอาอะไรพันเข้าแล้วเอาไปทองกองๆทิ้งๆไว้จริงๆซึ่งมันน่าเกลียดอย่างหน้ามากมายเลยเพราะฉะนั้นผีในระดับนั้นในสมัยก่อนนี้จึงรีบเอาทิ้งจริงๆแล้วพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าทิ้งให้ดีที่สุดคือรีบเผาเผาเสียแล้วจะทำลายความน่าเกลียดอย่างดีทีเดียวร้อนสมัยนี้ก็มาบอกว่าไม่ให้เกียรติไม่เอาไว้หลายๆวันเลยกลายเป็นว่าต้องเอาไว้หลายๆวันนี้ดีเป็นการให้เกียรติเลยกลายเป็นอย่างนั้นเลยไปยึดถือเกลียดขึ้นมาอีกตัวนึงเพราะฉะนั้นทำบุญเดี๋ยวนี้ก็เลยสวด 30 วันอย่างน้อยต้องสวด 100 วันถึงจะโก้ยิ่งมีเกียรติใหญ่ก็ไปยึดถือตามกันแล้วก็เป็นภาระสิ ถ้าใครไม่สามารถที่จะเอาไว้ได้ถึงร้อยวันก็พยายามไปกู้เงินเขามาอ้าวเอาเพื่อนนี่ไปเชิญคนนั้นคนนี้นะเอาประกาศเปล่าไปมีใบมีบัตรมีอะไรต่อใดไปเรียกกันมาให้มานั่งเป็นเพื่อนผีมานั่งเฝ้าผีเฝ้าทำให้พี่ไปเสียเวลาเฝ้าทำไมนะถ้าไปเสียเวลาเฝ้ามากๆก็เสียเวลาทำมาหากินใช้เวลาทำงานทำการที่ควรจะทำมันนั่งยิ่งสมัยก่อนเขายิ่งมีงานน้อยเข้ามาเล่นหมากเก็บกันมาเฝ้าผีเป็นเพื่อนผีมาเล่นหมากเก็บกันเล่นหมากเก็บเล่นหมากรุกกันอะไรหมากฮอสกันต่างๆนานาสมัยก่อนๆโบราณจริงๆเพราะมันไม่รู้จะทำอะไรก็มาเล่นกันน่ะเป็นเพื่อนผี กลัวผีจะเหงามันทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้ความคิดของคนมาเป็นเพื่อนผีกลัวผีจะเหงาแท้จริงนะไม่ใช่อะไรหรอกแท้จริงก็เพื่อจะเอาผีไว้แล้วก็มาเพื่อเป็นเพื่อนของเจ้าภาพมาเป็นเพื่อนของคนผมเฝ้าผีกลัวผีมาเป็นเพื่อนคนไหนมาเป็นเพื่อนคนเพื่อให้เฝ้าผีไว้ก็ทำไมจะต้องเฝ้าเผาซะแล้วมันก็เลิกเฝ้าแต่ทีนี้จะต้องเอาไว้นั่นแหละเลยต้องมาเฝ้าแล้วก็จะต้องมาเป็นเพื่อนผู้เฝ้าอีกทีนึงให้มันเสียเวลาให้มันเสียภาระให้มันเสียพลังงานให้มันเสียเศรษฐกิจที่มันเสียอะไรไปสินะทำมึงเข้าไปเพราะฉะนั้นลัทธิประเพณีอะไรต่ออะไรนี่ก็เลยเอาจริงเหมือนกันดีตรงที่ว่าเห็นอกเห็นใจกันแต่ว่าเสียตรงที่ว่า หลานสิ่งที่ไม่ควรเสียผลาญเวลาพรานค่าของเวลาเป็นนั่งเล่นหมากฮอสหมากรุกเล่นมาเก็บอะไรกันไม่เข้ายาแล้วนะเข้าเหงามากๆเท่าไอ้คนที่ไม่ชอบเล่นหมากรุกหมากฮอสนักก็เออเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาอ่านสู่กันฟังดีกว่านะก็มีคนคิดก็เลยไปเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาอ่านถูกฟังก็บอกเอาธรรมะบทไหนจะดีก็ไปเอาพระอภิธรรมนั่นแหละมาอ่านสู่กันฟังก็มาอ่านสู่กันฟังนี่อ่านแล้วแต่ก่อนไม่มีภาษาไทยด้วยก็มีแต่ภาษาบาลีก็มาอ่านบาลีนี่แหละสู่กันฟังอ่านไปถูกบ้างผิดบ้างอ่านก็ล่องแก่งกันไปบ้างทีนี้ก็เกิดการไปหัดอ่านให้ดีๆคนไปหัดอ่านดีๆก็โก้สิตอนนี้มาพอไปงานผีตรงไหนก็ให้คนนี้อ่านพระอภิธรรมได้เก่ง ไปอ่านว่าพี่ทำสู่กันฟังเพื่อนคนนั้นก็กลายเป็นอาจารย์ไปอ่านเพราะเอาไปทำถูกคนฟังจนกระทั่งอ่านให้คล่องปากก็ท่องสูตรเขาฟังอ่านในกล้องปากเขาก็เป็นอาจารย์ใหญ่ท่องสุดก็ฟังทีนี้พอจะเชิญหนักเข้าก็ขี้เกียจไปเป็นอาจารย์หนักเข้าเชิญมากเข้าขี้เกียจไปขี้เกียจไปก็ต้องเติมน้ำมันบอกข้างหน้าไปนะให้ 10 บาทเกิดมีอัดขึ้นมาแล้วเนี่ยอาตมารอบนี้เหล้านิทานให้ฟังแต่นิทานช่วยกันอ่ะ 10 บาทก็ไปตอนหลังก็ตั้งราคาเลยไม่ได้ 10 ชั้นไม่ไปนะต้อง 20 บาทก็เป็นอัตราค่าจ้างให้ คฤหัสถ์คนนั้นมาช่วยอ่านพระอภิธรรมสู่กันฟังทีนี้คนอื่นก็บอกเฮ้ยได้ตังค์นี่หว่าทองพระอภิธรรมบทนี้แล้วอ่านเพื่อนผีได้เป็นอาชีพอันนึงเหมือนกันคนอื่นเห็นดีด้วยก็หัดท่องบ้างคฤหัสถ์ทั้งหลายก็หัดท่องพระอภิธรรมไม่หากินได้บ้างเหมือนกันงานผีไหนนะมีงานศพไหนจะเป็นเพื่อนผีก็มาจ้างคฤหัสถ์พรุ่งนี้ไปอ่านพระอภิธรรมสู่กันฟังข้าก็ได้อัดได้รถกันไปนานๆเข้าพระอภิธรรมมันอยู่ใกล้วัดเนี่ยชีก็เห็นว่าเอ๊ะคฤหัสถ์ก็ทำมาอ่านสู่กันฟังได้ทีก็บอกฉันเอามั่งดิทีก็เอาพระไปทำมาท่องมั่งก็ไปท่องสูตรงานศพไปเซาะต้องหากินในงานศพบ้างเขาก็ให้ RG ก็ได้เลยเป็นอาชีพไปหน่อยๆนึงเหมือนกันทีนี้พอชี้หมู่นี้ทำแล้วอ่านพระอภิธรรมฟังเฉยๆมันก็ชัดมันเบื่อพอฟังกันมากๆแล้วมันไม่เคยฟังหรอกคนมันเบื่อมันไม่ค่อยรู้เรื่องภาษาบาลีเนี่ยมันหนักมานั่งท่องก็อยู่นั่นน่ะนะอุตส่าห์ทำมาอ่ะกูฉลาดธัมมาอะไรอยู่นั่นน่ะมันไม่ค่อยรู้เรื่องคนก็บอกไม่อร่อยต้องใส่ทำนองที่นี่แหละเป็นต้นเหตุใส่ทำนองก่อนพฤหัสบดีใส่กลอนที่จริงพฤหัสบดีใส่ก่อนชีด้วยซ้ำไปแต่อาตมาเราอาจจะมาเล่าลัดให้มันจบๆเร็วๆสายทำนองก่อนสวดเพราะฉะนั้นเขาเรียกสวดสังคหะสวดคฤหัสถ์เนี่ยมีทำนองล่อกันช่วยเลยนอกจากเอาแต่ภาษาที่ท่องเที่ยวภาษาอังกฤษเฉยๆมันไม่ค่อยอร่อยใส่ทำนองเข้าไปหน่อยอร่อย ใครท่องทำนองได้เจื้อยแจ้วอร่อยก็ไปจ้างกันต่อมาบ้างวันนี้อร่อยคนนี้อร่อยก็ไปจ้างเขามาด้วยชีก็เอาแบบอย่างอย่างที่ว่านี่ชีก็เอามาท่องหากินท้องก็ไปเรื่อยก็ปรุงแต่งขึ้นมาเรื่อยทั้งนั้นแหละแต่ก่อนนี้แกงไม่ต้องใส่ผงชูรสเดี๋ยวนี้ขาดผงชูรสก็ไม่ใช่แกงนั่นแหละปรุงกันขึ้นเรื่อยไปปรุงใส่เข้าไปใหญ่แต่ก่อนนี้แกงไม่ต้องใส่ผักชีโรยหน้าเดี๋ยวนี้ต้องมีเหยาะผักชีโรยหน้าแถมตั้งฉายนิดๆอะไรเงี้ยโรยกุ้งฝอยหน่อยๆอะไรอย่างเงี้ยมันรวยกันเรื่อยไปแล้วมันก็แถมเรื่อยปรุงขึ้นไปเรื่อยๆแล้วก็เห็นว่าเป็นเครื่องสำคัญของมันทั้งนั้นจนกระทั่งโตใหญ่ขึ้นเพราะเห็นบังเอิญที่เอาพวกนี้ไปท่องบ้างเราท่องบ้างก็ได้ที่ไม่มาพระต้องก็ได้ถ้าไม่เป็นไรเราก็อ่านก็เอา อยู่ฟังก็ได้พระก็เลยเอามาอ่านสู่ฟังบ้างท่องบ้างก็เมื่อได้ถวายเงินแก่คฤหาสน์ก็ถวายชีก็ถวายก็ต้องถวายเงินพระบ้างก็ดีเพราะถวายเงินพระบ้างพระท่องก็ได้อ้าวพระก็ต้องได้เหรอคนมันก็อยากให้พระแล้วมาท่องเอาไปทำมากกว่าให้คฤหัสถ์มาท่องพระอภิธรรมเพราะพระเป็นเจ้าของธรรมะมากกว่าคนนี่เดี๋ยวนี้คฤหัสถ์หากินทางท่องสวดคาถาสวดสังคหะแบบนี้ไม่ได้กินแล้วเดี๋ยวนี้ส่วนหน้าศพเดี๋ยวนี้ไม่จ้างแล้วเดี๋ยวนี้ไปจ้างพระหมดฉี่ก็หากินยากเหมือนกันแต่ก็ยังดีอยู่อย่างหนึ่งคือพระเดี๋ยวนี้ถึงสวดยังไงก็ไม่สวดทำนองช่วยเจ้าเหมือนอย่างฉี่เพราะว่ามันเป็นวาตะมันเป็นเพลงมันเป็นเกินไปเพราะงั้นพระบางที่กลายเป็นพระบางเหล่าก็ไม่ยอมสวดด้วยมันก็ไม่อร่อยไป เขาก็เลยยังทิ้งช่วงตรงนี้ไว้ให้แกขี่ได้กินมั่งเดี๋ยวนี้วันนั้นชีที่สวดอร่อยๆทำนองเอ้ยอะไรก็ได้กินเดี๋ยวนี้ยังได้ส่วนฉันก็หาที่ยังสวดอยู่บ้างก็ไปสวดหน้าศพกันไปสวดกับผีกันนี่แหละอาจารย์นี่ประเพณีมันบานปลายขึ้นมาเหล่านี้เลยกลายเป็นว่าถ้าสวดแล้วก็ได้บุญนะเอาล่ะเอาแต่บุญมายัดเข้าไปจะทำอะไรได้บุญหมดเดี๋ยวนี้ทำอะไรก็ได้บุญหมดนี่แหละเรื่องของการโตขึ้นมามันโตด้วยวิธีนี้เมื่อมันโตกันขึ้นมาจนกระทั่งไม่รู้เรื่องรู้ราวไอ้ประเภทเคาะโลงศพก็ไม่รู้ไปเอามาตอนไหนมันเกิดตอนไหนก็ไม่รู้เดี๋ยวนี้พออ่านหนังสือที่จริงอ่านหนังสือสู่กันฟังเพื่อนๆมาเป็นเพื่อนผีนี่มันไม่มีอะไรอย่างที่อาตมาเล่าแล้วแต่ต้นตอนหลังนี่จนกระทั่งคำว่าสวดศพนี่สวดอ่านพระธรรมนี่ให้ศพฟัง งมงายหนักขึ้นไปถึงขนาดนั้นจนกระทั่งถึงเวลาที่จะสวดพระอภิธรรมต้องไปเคาะศพนะต้อง 3 ทีอะไรเนี่ยปลุกผีขึ้นมาฟังพระอภิธรรมบ้านแล้วก็อนาคตเป็นมันยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลยไปเคาะผีตายมาฟังพระเอาไปทำมันยังไม่รู้เรื่องอะไรนี่ก็เป็นยาที่ประเพณีที่ได้ทำกันยาวยืดจนกระทั่งโตใหญ่ขนาดนี้แล้วแล้วก็ได้ทำกันจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ทำกันไปใครติดใครยึดเกาะยึดกันไปอาตมาอาตมาเผาไม่ต้องไปเคาะโลงศพอาตมาขึ้นมาฟังพระอภิธรรมหรอกนะไม่ต้องอาตมาตายกับเขาแล้วก็ไม่ต้องเคาะโลงศพแล้วไม่ต้องสวดด้วยตายแล้วรีบเผาอาจจะไม่ได้เผานะเพราะว่าร่างกายอาตมานี่มอบให้โรงพยาบาลศิริราชไปแล้วเพราะอาตมาตายเขาก็ มาสั่งไว้แล้วถ้าใครจะไอ้นั่นก็บอกไว้หมดแล้วจริงๆไปเลยก็มีต้นขั้วอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชเพราะอาตมาได้มอบร่างนี้ไว้ให้เป็นประโยชน์ครั้งสุดท้ายในโลกเอาไปเผาก็เผาทิ้งเท่านั้นแหละไม่มีประโยชน์อะไรหรอกไปกินข้าวที่ทานไปเฉยๆแต่ถ้าให้นักเรียนแพทย์เขาได้ชำแหละร่างกายนี่เอาไปเรียนเขาเรียนอะไรเขาเรียนรู้ในเรื่องสรีระต่างๆทุกอย่างแล้วเขาก็เอามาใช้รักษาเราได้นี่เขาต้องศึกษานักศึกษาแพทย์เขาต้องศึกษาทุกวันก็มีโรงเรียนนักเรียนแพทย์อยู่ทุกวันน่ะศพที่มันตายใหม่ๆมันก็สดมันก็มีเซลล์ต่างๆที่สดสมบูรณ์เรียนได้มันเอาไปนานๆไม่ได้หรอกนานๆก็ต้องเพราะงานศพมันต้องใช้ทุกวันนักเรียนแพทย์มีทุกวันนักเรียนแพทย์มีอยู่ตลอดเวลามันต้องใช้ศพทุกวันเพราะฉะนั้นใครจะไปบริจาคศพไว้เสียใครก็ทำประโยชน์ให้คนดีนี่เป็นของ สมัยแต่ก่อนนี้เขาไม่มีนักเรียนแพทย์แบบนี้นะถ้าเป็นสมัยพระพุทธเจ้าก็คงให้นิยมทำนะแต่สมัยนี้มันมีของมีแล้วเราก็ต้องตามกาลเทศะมันเหมาะที่สุดดีที่สุดเหมาะที่สุดดีที่สุดแล้วตรงนั้นอาตมานี่ไม่ต้องไปเคาะโลงศพพระยาทิ้งไปเลยแล้วส่งนู่นเลยเขาทำงานเสร็จแล้วไม่ต้องมานั่งสวดนั่งสรรเสริญอะไรให้อาตมาขึ้นสวรรค์ลงนรกอะไรไม่ต้องหรอกไม่ต้องไม่ใช่การสวดนั้นน่ะเพื่อการที่จะส่งวิญญาณของผีให้ขึ้นไปสู่สวรรค์หรือให้ขึ้นไปเนี่ยนะไม่ใช่ถ้าใครทำดีในชาติที่ยังไม่ตายนี่แล้วมันก็ได้ดีอย่างนั้นใครทำชั่วมันก็ได้ชั่วอย่างนั้นกรรมย่อมเป็นตัวส่งให้เกิดกรรมย่อมเป็นสิ่งที่จำแนกสัตว์ให้สู่ที่ไปที่มาตามกรรมของผู้นั้นผู้นั้น ไม่ใช่ทำแทนกันได้ไม่จะเอาไปประจุกันได้เหมือนกันไปประจุดินปืนเป็นประจุอะไรกันนี่ไม่ใช่กรรมย่อมทำทดแทนกันไม่ได้ถ้ากรรมทำทดแทนกันได้แล้วพระพุทธเจ้าท่านทำทดแทนหมดทุกคนนะทำไม่ได้ทดแทนกันไม่ได้เรื่องกรรมเป็นไปเองจำแนกบุคคลเองเป็นโยนิเป็นกรรมเป็นสิ่งนำเกิดเป็นสิ่งพาไปเป็นทุกอย่างและกรรมนะเพราะฉะนั้นใครจะก่อกรรมดีก็ก่อเอาไว้ใครจะก่อกรรมชั่วก็คุณนั่นแหละเป็นผู้ได้รับก็พยายามเลี่ยงเสียนะทีนี้เรื่องผีจนกระทั่งเมื่อไปทำงานศพงานผีอะไรต่ออะไรพวกนี้ก็เข้าใจกันจนไปกระทั่งว่าเมื่อผีตายแล้วก็มีวิญญาณผีตายแล้วมีวิญญาณ ลุกขึ้นมาหลอกมั่งหรือไม่ก็ไปส่งตัวเองให้เป็นรูปร่างของผีไปปรากฏตัวบ้างไปปรากฏกลิ่นบ้างไปปรากฏอะไรเสียงบ้างอะไรเป็นต้นบางทีไปทำเสียงเดินกุ๊กๆอยู่ในบ้านโน้นบางทีไปทำกลิ่นในบ้านโน้นบางทีก็ไปทำรูปให้เห็นเป็นรูปอะไรต่างๆนานาแล้วแต่จะสัมผัสสัมผัสในรายได้ทวารทั้ง 5 ทวารไหนก็ตามแต่ก็เห็นว่าผีที่ตายแล้วนี่ยังไม่ตายจริงยังมีอีกสิ่งหนึ่งตามไปเรียกว่าผีด้วยคือสิ่งที่เป็นวิญญาณที่ออกจากร่างที่ตายแล้วแล้วก็มาแสดงที่แสดงเดชอะไรต่างๆนานาเหล่านั้นสมัยแต่โบราณกาลเมื่อ 50,000 ปีมาแล้วไม่มี ไม่มีวิญญาณออกไปหลอกใครแต่เมื่อเลยมาเลยมาจนกระทั่งเขานับถือวิญญาณออกมาจากแต่ก่อนเขานับถือแต่วิญญาณของเทพเจ้าเขานับถือแต่วิญญาณของภูเขาวิญญาณของสิ่งที่เขาตั้งกันขึ้นมาวิญญาณของภูเขาวิญญาณของพระอาทิตย์วิญญาณของแมกไม้วิญญาณของสิ่งที่เค้าเคารพต่างๆนานาจนกระทั่งหนักเท่าเขาก็เคารพปู่ย่าตายายพ่อแม่รู้จักพ่อรู้จักแม่รู้จักปู่ย่าตายายเคารพพ่อเคารพแม่เคารพปู่ย่าตายายขึ้นมาพ่อแม่ตายไปนี่เขาก็เลยคิดว่ามีวิญญาณด้วยอีกอันหนึ่งเพราะฉะนั้นวิญญาณเทวดาวิญญาณภูติผีวิญญาณไม้วิญญาณเขาวิญญาณทะเลวิญญาณพระอาทิตย์พระจันทร์ดวงดาวอะไรต่าง ดีแล้ววิญญาณพ่อวิญญาณแม่ก็มีวิญญาณด้วยเขาก็เคารพวิญญาณพ่อวิญญาณแม่ด้วยเมื่อเคารพวิญญาณพ่อวิญญาณแม่ด้วยก็ถือว่าวิญญาณคนก็ต้องมีสิตอนนี้นอกจากพ่อแม่มีแล้วเนี่ยคนอื่นๆใดๆก็มีด้วยแม้นคนนี้ตายไปไม่เป็นพ่อเป็นแม่ใครก็มีวิญญาณเหมือนกันจึงถือสิ่งนี้เป็นวิญญาณที่มีลูกมีร่างเป็นวิญญาณที่จะต้องเกี่ยวพันสืบกันนอกจากเทพเจ้ามาแสดงตัวได้แล้วตอนนี้แต่ก่อนนี้เทพเจ้าก็แสดงตัวได้เหมือนกันนะแสดงเป็นรูปร่างมีต่างๆนานาที่เขาตั้งเขาว่ากันนั่นแหละพระอาทิตย์ก็มีแสงมีรถขี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive