570711-พ่อครูปฐมนิเทศน์นิสิต ว.นบ. ที่เฮือนศูนย์.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์342 KB
วันที่แก้ไข30 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

570711-พ่อครูปฐมนิเทศน์นิสิต ว.นบ. ที่เฮือนศูนย์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 พ่อครูว่า…เป็นนิมิตหมายที่ดีมากเลยที่ตั้งแต่เช้าแล้วมีการจัดการเรียนการสอนกัน อย่างขมักเขม้น นิสิตก็มากันมาก เกือบร้อยคนทีเดียว พ่อครูว่า...เราจะเริ่มต้นด้วยการไหว้พระกันก่อน ยังไงอาตมาก็ไม่ลืมพระ ...พ่อครูพาสวดมนต์สั้นๆ ปฐมนิเทศน์แปลว่าบอกกล่าวอธิบายนิเทศน์ให้เข้าใจขั้นต้น ในขั้นต้นก็ขอ บอกพวกเราอย่างจริงใจ ซึ่งข้างนอกฟังแล้วอาจอยากอาเจียน คือเราเริ่มต้นคัดเลือกเริ่มกลุ่มคน ซึ่งเราก็ได้คัดเลือกมานานแล้ว เพื่อให้ได้มาเอาพุทธธรรม ตั้งท่ามาตั้งแต่ม.วช. ตั้งรูปธรรมหลักเกณฑ์ มาเป็นว.บบบ. แล้วมาเป็น ว.นบ.อาตมาว่าที่ทำมาไม่เสียหลายหรอก แม้แต่ ส.สว. ก็ตามก็ใช้เข็ม ม.วช.นั่นแหละ ทำไมทำมาก็อ่อนแรงลง อาตมาก็เป่าลมใหม่มาเป็น ว.บบบ. แต่อาตมาไม่ได้แยกทำ ให้ทำเป็นเครือแห แต่ก็ทำมาเป็นองค์รวมเป็นกลุ่มก้อน คลายเป็นการรวมขึ้นมา จากนั้นมาก คนเราก็คงจะมีการ ออสโมซิส ที่ยิ่งกว่าการซึมซับ แต่มีเนื้อของสัจธรรม จนเกิดขึ้นมา เป็นสภาวธรรมไม่มีชื่อ แต่เราจะมาเรียนแยกแยะสภาวะและก็เอาชื่อที่มีมาใส่ แต่ถ้าชื่อไม่มีเราก็ตั้งชื่อใหม่ ที่พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้บัญญัติไว้ อาตมาก็เคยใส่ภาษาใหม่มาตั้งแต่ทางเอกหลายคำ เช่น ชีวานุปาทิ เป็นต้น ชีรานุปาทิ หมายถึงอะไร? ชาวเรียนบาลีไม่รู้หรอก อาตมาเจอในบัญญัติพระพุทธเจ้า ชีราคือการร่วงรวยไป และอุปาทิคือการยึด รวมแล้วคือการยึดสิ่งที่มีการเสื่อมลงไป ใน อุปาทายรูป 24 ก็มีพยัญชนะไว้ว่าคือ ชรตา พระอรหันต์จะรู้ว่าอาการนี้จะไม่ให้เกิดคืออาการอะไรอย่างไร จะรู้สภาวธรรมและจัดการได้ ส่วนความเสื่อมหรือชรตา คือชีรานุปาทิ ในลักขณรูปมี อุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจตา ชรตาคือตัวเสื่อม อาตมาว่าอาตมารู้จักสภา

อ่านต่อ

วะ แต่พยัญชนะชาตินี้อาตมาไม่ได้เรียนมาเลย ยุคโน้นใช้แต่ภาษาบาลี ก่อนยุคบาลีก็มีภาษาทึ่ใช้สื่อแต่ละวัฏกัปป์ แต่ภาษาบาลีที่บันทึกไว้ มีเชื้อให้เราใช้สอยอาตมาก็ไม่ได้เรียน จริงๆแล้วอาตมาได้ผ่านมาชาติก่อนๆ ก็มีหลายภาษามาเกิดชาตินี้ใช้ภาษาไทยกับอีสาน พวกเราหรือใครก็ดีเมื่อผ่านกาละก็จะมีเหตุปัจจัยให้เราได้อาศัยได้ศึกษาให้พัฒนาจิตเราให้เกิดวิมุติ วิมุติก็คือปล่อย สุดยอดแห่งความเป็นสัตว์โลกมนุษยชาติ สัตว์ที่ครองโลกทุกใบก็คือมนุษย์นี่แหละ คือมนุสโส ไม่มีจิตไหนสูงกว่าสัตว์มนุษย์อีกแล้ว เมื่อเราได้จิตที่สูงสุดในบรรดาสัตว์ในมหาจักรวาลแล้วก็ต้องศึกษา เป็นจิตที่จะปรินิพพานได้ แต่ก็ทำลายได้สูงสุดเหมือนกัน ชั่วได้กว่าเดรัจฉาน หรือแบคทีเรีย อีกน่ะมนุษย์นี่ การศึกษาคราวนี้จะเป็นการศึกษาที่เชื่อมโยงกับโลกเขา มีนิตินัยด้วย แม้ว่าเราได้เป็นว.นบ.เรายังไม่มีนิตินัย แต่ก็มีมหาวิทยาลัยที่เขาเต็มใจให้เราทำ คือสถาบันอุดมศึกษาของเขาคืออาศรมศีลของเขารับรองให้เรา ขอให้เรียนให้เต็มที่เลย พอถึงปีที่ 4 ก็เอาหลักฐานต่างๆรวบรวมไปส่งเขา เรียนอะไรได้คะแนนเท่าไหร่ได้เกรดเท่าไหร่ที่ได้ทำจริงเอา ทรานสคริปรวบรวมไปให้เขา ก็เป็นหลักฐาน ว่าจะไปต่อที่ไหนก็ต้องเอาอันนี้ไปตรวจสอบ เขาก็จะรับรองจากผู้ที่รับรองมาว่ามีอะไรว่าเข้าเกณฑ์ไหม ตามหลักก็รับ ไม่ถึงก็ต้องเติม เราก็ทำให้เขา พอปี 4 เราก็ไปให้เขารับรอง ทำพิธีตามวิธีการอาจมีการสอบ เขามีหลักวิธี เขาเต็มใจทำ ถ้าไม่เต็มใจไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นทำอย่าให้เสีย อาตมาจะเสียหรือไม่ก็อยู่ที่พวกคุณเอาให้ดี เป็นโอกาส ของเราก็ได้เรียนเต็มที่ และก็ดูพวกเราขมีขมันมีไฟเรียนกัน ก็อย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง ทุกอย่างใน content หรือ รายบท คือการจัดแต่ละรายบท มาทำความกระจ่างชำแหละให้ถึงหมด จนสามารถปฏิบัติการจนจบได้ จนเอาตัวเป็นให้ได้ ให้ถึง context หรือบริบทหรือปริเฉท ในธรรมะบาลีเรียกว่าปริเฉท คือจะต้องทำให้ถึงขั้นว่าง อากาสานัญจายตนะ ซึ่งปริเฉทรูปอยู่ในอุปาทายรูป 24 และทำให้ถึงโดย รวมแต่ละรายบทก็ครบconcept แล้วเอาหน่วยใหญ่อื่นมาทำอีก แล้วก็จบสมบูรณ์แบบได้ การเรียนคราวนี้จะครบ ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา เป็นงานคือรู้แม้แต่นี่คือการงานของสังคมอันไหนเป็นตัวเสียตัวทำลายเราก็ไม่เอา เอาแต่สิ่งรังสรร มากหรือน้อยก็แล้วแต่ตามลำดับ แล้วต้องมีคุณธรรม อันไหนเป็นโทษอันไหนเป็นคุณ สุดท้ายอันที่ 3 ที่เราบอกว่าชาญวิชชา ถ้าแบบโลกๆคือความรู้ทางโลก แต่ถ้าเป็นพุทธหมายถึงวิชชา คือรวมความรู้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ธรรมะหรือจิตเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงแต่ทางโลกวัตถุเท่านั้น แต่ความรู้ของพุทธนี้รวมทั้งวัตถุและจิตรวมทั้งโลกและธรรมด้วย ที่ไปตั้งไว้ว่า ศีลเต็ม เข้มงาน สืบสานวิชชา ตัวสืบสานวิชชาคืออรหันต์นะ เพราะต้องทำคุณอันสมควรก่อนจึงส่องตรวจสอบคนอื่นไม่มัวหมอง ทั้งสามหลักนี้คือ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือสิกขา 3 ที่เป็นการศึกษารวมของมหาจักรวาล การศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ทิ้งโลก เราจะเชื่อมโลก โดยเรียนธรรมก่อน คนที่เรียนโลกก่อนเรียนธรรมนั้นจะเข้ายาก เพราะมีอัตตาสูง ไปเรียนทางโลก โลกยอมรับ คุณก็มีลาภ ยศ สรรเสริญโลกยอมรับ คุณก็เลยลดไม่ลง ต้องเรียนทางธรรมไปก่อนมีแกนมีฐาน แล้วค่อยเรียนโลก เราเรียนโลกแล้วช่วยโลก อย่างไม่ผยองว่าได้ช่วยโลก แม้แต่เราออกไปชุมนุม เราก็ไปเรียนให้ชำนาญสร้างทักษะ เราไปเรียนแต่เราก็ไปให้ แต่เราไม่บอกว่าเราไปให้ ผู้รู้จะรู้ แม้เราไม่บอก แต่ว่าเราไปศึกษา แต่ไปให้ด้วยถ้าเข้าใจ เราไม่มีวัตถุจะให้มาก แต่เราไปให้พฤติกรรมทางจิตวิญญาณมาก แต่เขาอ่านรู้นะ เรารับใช้เขา เขาเห็น แต่จิตลึกๆเขาไม่รู้ เขาอาจระแวงว่าเรามีอะไรต้องเอาต้องแลกเปลี่ยน แต่เราก็จริงใจซะอย่าง คนไหนมีเศษยังไม่ให้เต็มเราก็เรียนรู้จัดการก็ได้ประโยชน์ ตอนนี้เราจะเคี่ยวใน เราจะมาฝึกกัน ใครจะตั้งศีล อย่างน้อยศีล 5 จะ 5 . 1 หรือ 5 . 9 ก็ตามแต่ หรือใครจะศีล 8 ก็ได้ เรามีคนมาเรียนตั้งแต่ จบป.เอก ไปจนจบป. 4 เรามีศีลสามัญตา โสดาฯเสมอโสดาฯ สกิทาฯเสมอสกิทาฯ ...หรือใครจะหลงว่าตนสูงแต่ที่จริงตนต่ำ ผู้ใหญ่เขาก็จะมีวิธีการกำหราบ ให้เสมอสมานให้อยู่อย่างไม่ขัดแย้งแต่ส่งเสริมกัน เรามาร่วมกันฐานะเราจะต่างกันบ้าง แต่เราจะมีแกน พวกข้างนอกจะมาแข็งมาละเมิดไม่ได้เพราะเรามีแกนแก่นที่แข็ง มีพวก รปภ. ที่เขาแข็ง แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร พวกนี้จะพกพาอาวุธ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ พวกเราก็ปรามได้ ก็มีตามธรรมชาติ อันนี้คือพลังรวม แต่ละคนมีส่วนทั้งนั้น เช่นคนขัดส้วมก็ช่วยได้ เช่นเดียวกับพวกรปภ.ว่าฉันได้ปกป้องชีวิตคุณนะ แต่ก็รู้ว่าคนขัดส้วม ทำกับข้าวให้กิน เขาก็รู้ว่านี่คือน้ำหนักต่อรองกับเขาได้ เราไม่มีเจตนาเอาชนะข่มเบ่ง เมื่อเขาดีเราก็คิดว่าจะรับของเขามาบ้าง จะเกิดการเรียนรู้ซึมซับเอง เมื่อเราทำกับคนข้างนอกได้ ภายในเราก็เรียนรู้เช่นเดียวกันนี้ได้ แต่จะละเอียดลึกซึ้งกว่านั้นมาก เราได้บทเรียนจากการออกไปทำกับภายนอกมาแล้ว แต่จะสุขุม ละเอียดมากขึ้น จะอยู่กับสังคมได้อย่างวิเศษ ตอนนี้อาตมาก็ คิดว่า ผู้เป็นตัวหลักในการทำก็มี เพราะอาตมาไม่เก่งในวงการศึกษา ไม่มีใบรับรองไม่มีประสพการณ์ ต้องอาศัยพวกเราที่ได้เรียนมา ได้มีใบรับรองมีประสพการณ์การทำงานมา อาตมาก็ทำอย่างไม่มีใครรับรอง แต่ทำอย่างตามภูมิ แต่ก็ได้พวกเราติดข่ายมา จนมาทำกันอย่างจริงจังเป็นหมู่กลุ่ม เป็นคุณราศี ดีแบบอาริยะมากพอ ถ้ามากพอก็เป็น คุณนิธิ คือคลังเก็บทรัพย์คือคุณงามความดี เราเรียกของเราว่าคุณวิเศษ อันเป็นอุตริมนุสธรรม คนอาจว่าเราใช้คำใหญ่ เราก็ว่าเราทำคุณงามความดีที่จะทำให้เป็นคุณวิเศษ แล้วสั่งสมเป็นคุณนิธิ เป็นธรรมมัญยารังสี ที่มากพอจนคนสัมผัสได้ เราออกไปแสดงตัวคุณธรรมก็ออกไปแสดงพฤติกรรม จนหลายคนเป็นคนใหม่รับได้ ติดเข้ามาได้ พวกเรามีคุณราศีแล้ว ก็มารวมกันทำให้จริงจัง ตกลงลงทะเบียนเท่าไหร่ นายทะเบียนว่า 105 คน เมื่อวานนี้ ตอนนี้ยังเปิดโอกาสให้มาได้อีก แต่ตอนสมัครมี 120 ตอนนี้ ลงทะเบียนแล้วเหลือ 113 ดูสิว่า ครบ 4 ปีจะเหลือ 13 หรือ 14 เหมือนพวกนักเรียนมัธยม จบแล้วเหลือไม่เท่าไหร่ พวกเราวัยวุฒิไม่ใช่มัธยมแล้ว แต่เป็นผู้ใหญ่ อัตราส่วนการจบก็คงไม่เหลือน้อยเหมือนมัธยมนะ ก็คิดว่าอาตมามองว่าไม่เป็นเช่นนั้นหรอก แต่ไม่แน่ รุ่นใหม่อาจไฟแรง อย่างน้อยก็คิดว่าเรารุ่น 1 นะเอาให้จบ แต่ผู้ใดยิ่งได้เนื้อแท้เรียนไปยิ่งได้คุณวิเศษ เบาว่างง่ายแบบโลกุตระมีพลังสร้างสรร ทักษะดี มีความสร้างสรรเพิ่ม เป็นสุดยอดการศึกษาของพระพุทธเจ้าที่ท่านศึกษาเรื่องคนกับสังคม สร้างคนให้ดีสุดยอดแล้วก็เกิดสังคมที่ดี พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว เป็นสุดยอดของมนุษย์ในมหาจักรวาลนี้ อย่าคิดว่าโลกมีลูกเดียว แต่พระพุทธเจ้าก็ได้ศึกษามาหมดแล้ว เป็นสุดยอดของที่สุดแล้ว ไม่มีใครจะมีความประเสริฐเท่าหรือแม้จะใกล้เคียงท่านก็ไม่มีอีกแล้ว อาตมากล้าเรียกว่าเป็นโรงเรียนโลกุตรธรรม โรงแรก ในยุคที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้แล้ว ประวัติศาสตร์ทางโลกไปหาวัตถุเท่านั้นไม่ใช่ทางจิตที่อาตมามีประวัติศาสตร์ทางจิตมากกว่าเขา พระพุทธเจ้าเป็นความสูงสุดของประวัติศาสตร์ทางจิต อาตมามีหน้าที่สืบทอดศาสนาของพระพุทธเจ้า อาตมาจึงด้วยทางการศึกษาทางโลก แต่อาตมามีความรู้ทางจิตที่เขาขาด คนจะเรียนทางนี้นั้นต้องคนมีบารมีทางจิตเท่านั้นจะมาเรียน แต่คนมีบารมีทางโลกจะไม่ค่อยมา เขาหลงโลกมากกว่าแน่เขาก็ไม่มา เราก็เอาคนที่มีภูมิธรรมมา เริ่มต้นเลย รุ่นแรก ตั้งชื่อว่า รุ่น ฉันทะ มนสิการ ผัสสะ เวทนา สมาธิ เอาชื่อรุ่นตามมูลสูตรเลย มาเรียนสร้างมนสิการให้ได้ การศึกษาครั้งนี้จะมาสร้างมนสิการให้ดี จนได้วิมุติ ก็จะเป็นคนอมตะ จนมารุ่นที่ 2 จะเก่งผัสสะ จะออกไปผัสสะกับคนนอกได้มาก รุ่นนี้จึงผัสสะแต่กับภายใน เอาแค่นี้ก่อน กับพวกเรามนสิการให้เป็นก่อนอย่าเพิ่งเฟ้อ รุ่นแรกรุ่นฉันทะ มาสร้างมนสิการให้แข็งแรง แล้วค่อยออกไปผัสสะ แต่รุ่น 4 นี่รุ่นเวทนาก็จะกว้างขึ้นอีก พอถึงรุ่น สติ ปัญญา วิมุติ จะเป็นรุ่นสัจจะย้อนสภาพ เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ปฏินิสสัคคะ มันสังเคราะห์เหมือนอยู่กับที่ เป็นสภาพที่ขึ้นไปสูงสุดยอด และมีรอบกว้างรอบลึกด้วย ตอนนี้มีผู้ช่วย อย่างอภิสินธ์จะมีความรู้เรื่องเส้นทาง สภาพหมุนรอบเชิงซ้อน พวกเรามีสภาวะแล้วก็จะเอาบัญญัติภาษาของเขามาใส่ เอาแค่บาลี สันสกฤติและอังกฤษนิดหน่อยก็ได้แล้ว การศึกษาคราวนี้อาตมาจะสอนเป็นหลัก เอาวันละ 1 ชม. หากสอนไปดูหนุ่มขึ้นก็วันละ 2 ชม.เลย ก็ต้องบอกนักบวช ก็ควรจะมานั่งเรียนด้วย โดยเฉพาะชม.อาตมา แต่ชม.อื่นจะไปร่วมเรียนศึกษากับอาจารย์อื่นได้ก็เชิญ เห็นใจคนมีภาระแต่ก็ควร คนมีโอกาสควรมา ไม่ใช่ว่าอวดดีหลงตัวนะ แม้ชม.คนอื่นสอนบรรยาย ก็มั่นใจว่าเป็นสิ่งที่เขาตั้งใจอยากสอนเพราะเราไม่ได้จ้างมา เราไม่จ้างไม่ง้อคนมาสอน เราไม่เอาคนบ้ามาสอนหรอก เราต้องเอาอัจฉริยะมาสอน ซึ่งคนบ้ากับอัจฉริยะนั้นใกล้เคียงกัน คนบ้าหลงตนก็อยากสอนก็มี คนบ้ากับโง่นั้นคล้ายกัน สถานที่ก็ไม่ค่อยพร้อมเราก็อาศัยอันนี้ก่อน และก็มีโฮงปัว ให้ใช้ชั้น 3 ไปก่อน และเราก็จะสร้างอาคารใหม่ให้อีก ก็ต้องจัดสรรช่วยกันสร้างช่วยกันทำไป คสช.ถ้าไม่มีคุณธรรมมากพอไม่ชนะหรอก เขาก็เอาป่าล้อมเมือง เอาเงินไปซื้อต่างชาติมาช่วยเขา เราสู้ไม่ได้หรก คสช.ต้องใช้คุณธรรมเท่านั้นจึงจะชนะ เราเชียร์เต็มที่อย่าให้ผิดพลาด เราก็สร้างคุณธรรมปรมัตถ์เสริม เราทำนี่ถือว่าเริ่มคลอดอุดรศึกษา มีทั้งนอกระบบและในระบบ อยู่กึ่งกลางระหว่างนอกและในระบบ เราต้องทำให้ดี ถ้าเราทำไม่ดี อาศรมศีลก็ไม่ให้เราได้นะ ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่พอเหลาไปเป็นบ้องกัญชานะ พวกเราคงไม่ทำให้อาตมาอกหักนะ อาตมาจะสอน 3 วิชชา วิชชาความรัก 10 มิติอาตมาจะสอนปี 1 ปีเดียว แต่วิชชาหลักที่อาตมาจะสอนคือวิชชาพุทธชีวิศิลป์ที่จะสอนพุทธศาสนาแท้ๆ แต่วิชชาสรรค่าสร้างคนจะเหมารวมทั้งหมด เป็นองค์รวมทั้งธรรมะและโลกีย์เท่าที่อาตมาจะมีภูมิส่งเสริมได้ อาจลูกทุ่งหน่อย และจะให้มีการเก็บหลักฐานการศึกษา โดยให้มีเลขาช่วยเก็บหลักฐาน เราคงจะต้องจัดกรอบคณะธุรการ ของเราขาดมากเลยกับกองนี้ หลักฐานจะกระจัดกระจายไม่เป็นหลักฐาน ก็ตกหล่นขาดวิ่นหาไม่เจอ ก็ขอให้ทำกองธุรการให้เป็นกิจลักษณะ ไม่ว่าจะกองการเงิน การศึกษาหรือกองอื่นๆก็ถ้ามีธุรการไปช่วยจะดีขึ้น กองวิชชาการก็ทำกันไปตามเหมาะแต่กองธุรการควรมีหลักฐาน อาตมาจึงอนุมัติให้ซื้อที่เก็บหลักฐาน Data base ที่จะช่วยเก็บหลักฐานทุกอย่าง แต่ก็ขอกำชับว่ากองธุรการให้มีการตั้งคนไปทำงานเลย เราจะเป็นสังคมที่จะเกื้อกูลโลกเขาให้พัฒนา มาจากธรรมในเมืองไทยใช้คำว่าสงสาร คำว่าเวทนาเป็นภาษาสื่อสภาวะจิตที่สงสาร เวทนา มีความหมายทางปรมัตถ์ โลกเขาน่าสงสาร เราก็ต้องช่วย ไม่เสียหายหากเราช่วยเขาได้อย่างจริงใจและได้คุณภาพเราก็ได้กุศล เราก็ได้ความรู้ความสามารถไปช่วยเขา คนไม่มีความรู้สามารถแต่ไปช่วยเขาคุณก็ไปต้มเขาหลอกเขาหากินเท่านั้น คิดค่าราคาอีก ยิ่งเป็นหนี้บาป คนทั้งโลกเป็น เราศึกษาแล้วต้องแก้กลับ คนทั้งโลกมุ่งสู่นรก เขาไม่รู้ตัว เราต้องช่วย เพราะเขาไม่รู้จักสงสาร ไม่รู้ว่าเขาวิ่งหานรกเป็นสังสารวัฏ เขาไม่รู้เวทนา ไม่รู้ทุกข์ ไปหลงสุขว่าเป็นสิ่งน่าได้น่ามีน่าเป็น แต่แท้จริงเป็นทุกข์ ทุกข์นั้นอาริยสัจ แต่สุขนั้นสุขอัลลิกะ เป็นสุขเท็จ แต่เขาหลอกว่าเป็นของจริง ค่อยทำค่อยฝึกค่อยสร้างเราจึงเป็นคนมีกุศลแล้วได้ช่วยโลก ทำอย่างไม่คิดบัญชี สัจธรรมจดบัญชีเอง เขาทำงานดีทีสุดซื่อสัตย์ที่สุด พนักงานสัจธรรมนี่นะ ทำเสร็จปุ๊ปลงบัญชีเลยว่าชั่วหรือดี ไม่มีผิดเลย ถ้าผิดก็ไม่ใช่สัจจะ คือสิ่งจริงในมหาจักรวาลเป็นวิบากของจิตสั่งสมลง ตอนนี้อาตมาเริ่มเข้ามาเห็นพวกเรามี Appreciate มีไฟสว่างไสว ตอนนี้เป็นรอบจริงที่ต้องคัด ถ้าเราเองศึกษาแล้วยิ่งท้อ สมมุตินะว่าคุณไม่เป็นตัวจริงแต่คุณอยากเป็นตัวจริงไหม ก็อดเอาทนเอา แต่ถ้าคุณหนีไปจะไม่ได้ ท่องไว้ว่า "แค่ตายๆ" เรามองอย่างนี้ มองเพื่อนเราก็ว่าคนนี้ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ว่าตอนเราจะไปแล้วเราก็มองสิว่าคนที่เราว่าไม่เท่าไหร่เขายังอยู่เลย เราจะแพ้ได้อย่างไร คนเราก็มีการดูหมิ่นแหละว่าคนอื่นด้อยกว่า อันนี้เป็นเรื่องของมิตรดี สหายดี สังคม สิ่งแวดล้อมดี มันมีความหลากหลาย มุมนี้เราดีกว่าเขาก็จริง แต่ทำไมเขาอยู่ได้ ถ้าสัมมาทิฏฐิจะมีอัตราก้าวหน้าสูง ได้สัดส่วนจะมีอัตราก้าวหน้าเป็นตัวคูณหรือยกกำลังเป็นเชิงเรขาคณิต ต้องเข้าใจอาการมีน้ำใจ ถ้างานนี้มีประโยชน์ แม้เราจะว่างานต่ำ แต่หมู่ทำกันเราก็ควรฝืนล้างตัวไม่ยอม เขกหัวมัน แต่ถ้าพิจารณาว่าหมู่นี่ก็เป็นหมู่ที่ดีนะ เขาไม่พาทำไม่ดีหรอก เราเลือกมาอยู่กับหมู่ที่ฉลาดที่สุดดีที่สุดแล้วนะก็ต้องให้เกียรติหมู่นะ ขนาดอาตมาว่าอาตมาถูกนะแต่หมู่ไม่เอา อาตมาก็ต้องเอาตามหมู่ เพราะว่าอาตมาทำคนเดียวได้อย่างไร ไม่ได้ ถ้าหมู่ไม่ทำ เราก็ต้องเอาหมู่ เพราะว่าจะตรงกับสมมุติของหมู่ด้วย แรงงานจะร่วมกันได้เร็ว สำเร็จได้เร็ว ต้องใช้หลัก เยภุยยสิกา หรือคะแนนเสียงข้างมาก พระพุทธเจ้าก็ใช้หลักประชาธิปไตย มีครบหมดแม้หลักซุกไว้ใต้พรม เรียก ติณวัตถารกวินัย ก็ยังมีเลย พระพุทธเจ้าเรียกว่าซุกไว้ใต้หญ้าไม่ต้องตัดสินเอาความผ่านไปเลิกไปเลยก็มี หลักการตัดสิน อธิกรณสมถะ 7 ดูจะครบครันกว่าของนิติศาสตร์อีกนะ มี สัมมุขาวินัย อมูฬหวินัย สติวินัย เป็นต้น พระพุทธเจ้าใช้กับคนในลัทธิท่าน แต่คนในยุคสมบูรณายาสิทธิราชใช้ไม่ได้อย่างท่านหรอก เรากำลังทำอะไร เรากำลังเดินมาถึงตอนไหน แล้วก็เหลือแต่ว่าเราจะทำกันอย่างเต็มท ี่ เท่าน ั้ น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน