240122-2-288 ทางเอกภาค2-ตอน288(หน้า550)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์181 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านประกวดธิดาอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาต่อพระตั้งใจฟังดีๆมันเป็นจุดสำคัญและตอนนี้ก็รู้สึกว่าจะอธิบายได้ละเอียดดีใช้ภาษาใช้อะไรชัดเจนขึ้นในการที่อธิบายผมก็ต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆเพราะว่าผมเองผมไม่ได้หยุดอยู่ในกุศลธรรมทั้งปวง จะฝากเพียรพิจารณาด้วยอะไรด้วยมันก็เกิดเกิดปฏิปทาญาณเกิดอะไรเกิดอะไรต่างๆขึ้นมาอยู่เสมอจริงๆขยันทำขยันเพียรขยันสัมผัสขยันรู้ของจริงบางอย่างบางอันรู้โดยภาษาโดยความหมายมามันยังไม่ได้มีโอกาสพบโอกาสสัมผัสมันก็ยังไม่รู้ชัดรู้แท้ไอ้สิ่งที่เราจะรู้น่ะมันไม่ใช่สิ่งที่จะคิดเท่านั้นรู้โดยสิ่งที่มันเห็นจริงเป็นจริงมีสภาพจริงที่ไม่ละเอียดอยู่ในโลกนี้มีอีกเยอะเพราะฉะนั้นเมื่อประมวลเข้ามามีเหตุปัจจัยเป็นเหตุปัจจัยที่ครบครันมันก็จะได้แจ้งชัดขึ้นไม่แจ้งชัดขึ้น สามารถกล่าวสามารถชี้สามารถชักออกมาให้ตื้นได้ง่ายๆถ้าเราได้เน้นสภาพของสภาพของพระอรหันต์สภาพของสัมมารามมรรคสภาพของอริยสัจคือเป็นตัวหลักหลักที่เอามาร้อยเข้าไปเห็นว่าเมื่อเราวิโมกข์หมดเมื่อเราหลุดพ้นหมดแม้กระทั่งสภาวะธรรมท่านขนาดรูปจิตอาสารูปฌานที่เขามีสภาวะหรือมีภาษาเรียกสภาวะเอาไว้ ว่าอาการสารคดีอาสาเป็นชายเย็ดกันนะก็ดีวิญญาณัญจายตนะคดีอากิญจัญญายตนะเกิดดีแม้ว่าสัญญานาสัญญายตนะที่เราจะต้องพ้นในสัญญานาสัญญาเจตนาเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธและลักษณะของสัญญาเวทยิตนิโรธที่เขาบรรยายเป็นมาลีไว้ก็ได้มาวิเคราะห์สู่ฟังแล้วโดยนัยยะแง่เชิงต่างๆว่าอย่างที่เขาเข้าใจกันนั้นเราเข้าใจที่เป็นแง่ตื่นเราจะเห็นเด่นชัดว่ามันเป็นแง่อื่นมันกลับไม่ใช่แง่สูง แง่ตื้นหรือแม้แต่รูปฌานอรูปฌานและขณะนี้เราเน้นอรูปฌานสภาพสภาวะสันติวิหารสันติวิหารสภาวะของเครื่องอาศัยอยู่ของพระอรหันต์เจ้ามันต้องมีเครื่องอ

อ่านต่อ

าศัยมันยังอยู่เรายังอยู่น่ะมันเป็นพิเศษสัตว์เรายังอยู่เรายังไม่ดับรูปนามขันธ์ 5 และสัจจะเรายังมีอะไรมีสมาธิจะแม้มันจะไม่ใช่ตัวเราตัวเขาเราเข้าใจแล้วล่ะมันจะแยกสลายกันไปมันไม่เกาะกลุ่มอยู่ได้นิรันดรแล้วเข้าใจแล้วและเดี๋ยวนี้มันก็มีสัจจะที่จริงหรือว่ามันยังประชุมกันอยู่มันยังไม่แย่ประชุมกันอย่างที่ ก็ให้ทาสสังเคราะห์ให้ท่าที่จะไปเสริมปรุงมันไว้มันปรุงไปโดยธรรมดามันมีอวัยวะมันมีการปรุงด้วยดินน้ำไฟลมมันมีเครื่องหมุนกลไกเราไม่ต้องไปทำอะไรมันเลยมันทำกับมันอยู่เองอยู่แล้วมันเป็นชีวิตชีวามันเป็นชีวิตมันยังไม่สิ้นปลาปราณมันยังไม่สิ้นปานะชีวภาพชีวภาพมันยังไม่พ้นชีวะผู้ตัดปาล์มนะมันยังมีบทบาทอยู่และเราก็ได้ล้างไอ้ที่เจาะใช้ลงไปว่าเป็นกิเลสอย่างอยากกลางละเอียดปัญญาที่ยังไม่เข้าใจแท้ยังไม่เห็นจริงรู้แต่ภาษาแต่ไม่รู้สภาวะจริงเป็นอย่างไรละเอียดละออยังไงเรายังไม่รู้ก็รู้เข้าไปเข้าใจให้ชัด ดูรู้ตัวเองของตัวเองแล้วก็เลิกออกจริงๆตัดออกจริงๆอย่างอแงอย่าไปที่ได้สงสารมันจะพิสูจน์พิสูจน์ก็ตัดออกได้ตัดแล้วไม่ตายนอกจากไม่ตายแล้วคุณจะต้องเห็นความยิ่งกว่ามันสบายยิ่งกว่ามันเจริญยิ่งกว่าไม่ว่ากิเลสระดับไหนกิเลสระดับที่อยู่เฉยๆระดับที่ไม่อยากเป็นเพราะวาสนาโดยที่ไม่อยากก็ตามหรือตัวที่อยากอย่างละเอียดก็ตามแม้แต่ตัวที่ไม่อยากแล้วก็ต้องปฏิสนธิทวนมันก็ไปกลับโดยที่มันอยากแล้วก็กลับไม่อยากแต่ที่อยากไม่อยากกลับอยากเป็นประสิทธิภาพ โดยแจ้งว่ามันมีสภาพที่เหนือกว่าเหนือกว่าหรือว่าดีกว่าเห็นคุณเห็นค่าเห็นประโยชน์สุดท้ายจึงเรียกว่าเต็มไปด้วยประโยชน์สัปปายะหรือสบายสบายจึงไม่ใช่ความเสพสิ้นความเสพคำว่าสบายจริงไม่ใช่ความเสพไม่ใช่ความเสวยไม่ใช่ความเสพไม่ใช่ความสุขไม่ใช่เสพสุขแต่มันเป็นความเจริญสบายจึงแปลว่าความเจริญสุดท้ายปลายส่งภาษาไทยเราก็เอาภาษาปลายผมก็คำว่าสบายนี่ที่จริงก็คือสภาพสุดท้ายสภาพอรหันตสภาพอันตรายสภาพปลายสุดสภาพที่ยอด แล้วไม่มียอดกว่านี้อีกดีที่สุดแล้วไม่มีดีที่สุดกว่านี้อีกงามที่สุดแล้วไม่มีงามกว่านี้อีกฉลาดที่สุดแล้วไม่มีฉลาดกว่านี้อีกซื่อสัตย์จริงจังเป็นสัจจะที่สุดแล้วไม่มีสัจจะใดเกินนี้อีกเรียกว่า LINE สุดสบายภาษาไทยเราเอาคำย่อมาใช้สุดท้ายของชีวิตชีวิตจะถึงอะไรชีวิตจะถึงสบายหรือสปายะหรือสปายะนั่นเองเอามาเรียกสั้นเขาก็เป็นสปายะหรือสปายสปายสบายไปเลยนี่แบบมาเป็นอย่างไทยๆมันก็แรงมาหรือเปลี่ยนมา มามาเป็นสบายอย่างที่ได้อธิบายให้ฟังมาแล้วโดยนัยยะของอภิปรายยหรืออธิบายเนี่ยคำพูดซ้อนอยู่นี่มันก็เหมือนกันมันเจริญหรือมันเป็นประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ยิ่งอธิบายยากอธิบายถ้าไม่เป็นประโยชน์ยิ่งประโยชน์ทางปัญญาประโยชน์ทางเป็นเราเป็นตัวประโยชน์เราก็อธิบายยากเราก็ทำให้เข้าใจแล้วก็ทำให้เกิดเกิดจริงเป็นจริงขึ้นด้วยจนกระทั่งเราเป็นตัวอภิปรายเราเป็นตัวประโยชน์ยิ่งเราเป็นตัวที่เกาะกำไลให้โลกไม่ใช่ตัวที่ผลาญโรคไม่ใช่ตัวที่ทำให้โลก 15 แต่เป็นตัวที่ก่อกำไลให้โลกก่อประโยชน์ให้โลกเราไม่ใช่ตัวถ่วงแต่เราเป็นตัวเสริมอยู่ในโลกเป็นตัวคุณค่าอย่างนี้เป็นอภิปรายยากขึ้นมาจนที่สุดสัปปายะประกอบไปด้วยปายะแล้วประกอบไปด้วยอายะแล้วปะบอกอายะนี่ก็แยกพยัญชนะอนุพยัญชนะให้ฟังอีกว่ามันตั้งลงหยั่งลงหรือมันปะเนี่ยตัวปลอมมันต้องลงมันอย่างลงมันยางลงแล้วซึ่งความเป็นประโยชน์มันตั้งขึ้นแล้วจะช่วยป้าตั้งลงตั้งขึ้นตามใจตอนนี้มันไม่ขึ้นมันไม่ลงหรอกมันเกิดอันนั้น มันทำอันนั้นอยู่มันตั้งอยู่ไม่ใช่มันไม่มีมันตั้งอยู่มันเกิดอยู่มันก็เป็นกำไรมันก็เป็นประโยชน์ไม่ใช่กำไรด้วยเห็นแก่ตัวของเราเราไม่ได้เสพติดเราไม่ได้สุขสบายจึงไม่ได้ว่าเศษหมายความว่าเสพสุขแต่สบายเห็นชัดเด่นไหมว่าเป็นประโยชน์ไม่ถึงที่สุดอย่างนั้นเราพูดได้เข้าใจอย่างนี้แล้วเห็นดีเข้าใจดีแล้วเห็นดีโน้มน้อมมีศรัทธาเลื่อมใสเมื่อเกิดศรัทธาจริงเรียกว่ามันเชื่อเชื่อถือเลยเชื่อมั่นเห็นด้วยเห็นด้วยเลยศรัทธาเลื่อมใสเชือกเชื่อโดยไม่ใช่งมงายเชื่อเห็นเหตุเห็นผลเห็นความจริงชัดแจ้งเลย เมื่อเห็นศรัทธานี้แล้วตัวศรัทธานี้เกิดที่จิตมันเชื่อเห็นเข้าใจแล้วว่าหลักการนี้เราถ้าไม่เป็นอย่างนี้เราก็ไม่ไม่ใช่ตัวที่ถึงไม่ใช่ตัวที่ดีแท้เราเกิดศรัทธาแท้เมื่อเรารู้ตัวรู้ตนถ้าตัวตนเราไม่ตรงกับความรู้อันนี้ด้วยความเป็นอันนี้เราก็จะเกิดหิริจะเกิดเหตุจะเกิดละอายและเราไม่เป็นก็อย่างนี้เรารู้แล้วเหตุผลอย่างนี้เราเข้าใจดีแต่พอรู้พอดูตัวรู้ตัวว่าเราไม่เป็นนี่เราไม่เป็นตัวประโยชน์เราเป็นตัวผลาญเราเป็นตัวเสียประโยชน์เราเป็นตัวไม่เกิดคุณค่าเราเป็นตัวแสบแล้วตอนนี้เสพอยู่เฉยๆว่างๆเสพอาสากินจรรยาแบบอาจารย์ยีหรือว่าแสบตัว เหนื่อยหรือที่แท้มันมีตัวนึงบอกว่าทำไมเราไม่ทำอะไรล่ะทำไมเราอยู่เฉยๆก็ขี้เกียจงานเสกตัวขี้เกียจชัดเลยถามก็ไปของตัวเองถ้ามันไม่ขี้เกียจมาตอนนี้มันเมื่อยเหรอมันเพลียเหรอมันป่วยเหรอมันไม่พอทำได้เหรอมันไม่มีอะไรจะทำเหรอถ้าคนไหนเห็นว่าไม่มีอะไรจะทำแม้คนนั้นที่โง่ที่สุดกับคนที่โง่ที่สุดคนที่รู้ว่าเราไม่มีอะไรจะทำเนี่ยมันเป็นคนที่โง่ที่สุดกว่าคนที่โง่ที่สุดในโลกเพราะว่าสัตว์มันยังรู้จักทำอย่างบีเวอร์ที่เราเอามาฉายในระบบจอมขยันบีเบอร์เป็นสัตว์ตัวนึงมันทำของมันงานนั้นมันเห็นว่ามันถนัดมันทำก็ทำไป หาทางทำหาเรื่องที่มันถนัดนั่นแหละทำถ้ามันไม่ก็ไม่รู้นะว่ามันจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นมันไม่ใช่คนน่ะแต่มันก็ทำตามที่มันขยันงานหาทำจนได้คนก็จะโง่กับบีเวอร์จะโง่ก็สัตว์ 4 เท้ามันก็เกินไปมันก็หาทำได้งานอะไรก็ทำได้เมื่อเราหมดสักหมดสีเมื่อเรารู้แล้วว่างานอันใดควรไม่ควรงานที่อยู่ใกล้อยู่ชิดงานที่มันต้องทำได้งานมันมีอยู่ทั้งนั้นแหละในโลกน่ะคุณจะตะโกนออกมาได้อย่างที่ว่าไม่อายใครไม่ไอ้นี่เลยว่าคุณไม่ตกงานไม่ตกงานไม่ตกงานหรอกแต่ถ้าทำได้เพราะถ้าเกิดว่าเราเองเรารู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่แล้ว ตอนนี้เราไม่เกิดคุณค่าอะไรไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้วก็หาประโยชน์บางทีเราก็พักผ่อนบ้างเรียกว่าเปลี่ยนอิริยาบถหรือ relax เปลี่ยนอริยบทบ้างเล็กน้อยอะไรต่ออะไรพอสมควรมันบางทีมันก็บางทีมันเหมือนไม่รู้จะใช้ภาษาไทยว่าอะไรมันหมุนเกินไปมันเป็นอันนั้นมันรู้สึกจะชักจะหนักหรือมันชักจะไม่ค่อยจะมีภาวะผ่องใสมีภาวะที่มันมีอารมณ์หรือว่ามีสภาพที่ทับถมลงไปแน่นเกินไปแน่นเกินไปก็ขยายตัวหน่อยมันจะเกิดภาวะมีอากาศสภาพและวิญญาณธาตุที่คล่องตัว ต้องไปลงเหมือนกันถ้าเผื่อว่ามันไม่มีอะไรที่มันสอดคล้องมันมีอะไรที่มันไปเป็นสภาพที่มันไม่บริบูรณ์มันเป็นได้ไม่มีไอ้นั่นของไอ้นั่นขัดเข้าไปมันมีได้แม้แต่ดินน้ำไฟลมเพราะฉะนั้นมันไม่เกิดความเสมอขึ้นมาแล้วมันไม่เกิดความโล่งหรือไม่เปิดไม่เกิดความทรงร่องทรงรอยอยู่มันจะเกิดไอ้โน่นไอ้นี่มาเพราะมันเกิดการหมุนเวียนมันเกิดการเดินเป็นไปอยู่เนี่ยมันจะต้องมีอะไรมาเป็นเหตุเป็นปัจจัยเกี่ยวข้องเพราะมันเกี่ยวข้องแล้วมันก็จะเกิดมีการอุดตันก็ได้การคดการโค้งการน้อยไปมากไปการตีบการโพรงการกว้างไปการแคบไปอะไรมันมีนี่เป็นลักษณะภาษาพูดมันไม่หมดมีมากกว่านี้เพราะเราขยับอีกนิดหน่อยเพื่อที่จะให้ไอ้สิ่งที่ ตัวจริงหลุดลงไม่ใช่ตัวจริงมันเลิกออกหรือไอ้ที่มันไม่เสมอมันก็จะเข้ามาเสมอมันก็จะเกิดช่องที่เป็นอากาศอากาศจะธาตุหรือปริเฉทรูปส่วนที่มันควรจะเป็นมันจะเกิดแล้ววิญญาณธาตุก็จะเกิดโล่งคล่องไม่สะดุดจะเป็นไปได้ดีและอธิบายให้ฟังตามยานอธิบายให้ฟังตามความรู้ของสภาพที่เป็นทาสที่สูงขึ้นสูงขึ้นใช้ภาษาแทนได้อย่างนี้แล้วมันมีตัวจริงเพราะงั้นบางครั้งบางคราวเรารู้สึกตัวเธอต้องเสียเวลาหน่อยละเพื่อที่จะให้สิ่งนี้มันชักคล่องตัวขึ้นอีกหน่อยนึงก็ หรือว่าเปลี่ยนอริยบทเล็กน้อยเปลี่ยนเล็กน้อยถ้าไม่เปลี่ยนได้คนนั้นก็ยังไม่เปลืองไม่เสียเวลาแม้เราเปลี่ยนอิริยาบถเดียวก็ใช้เวลานิดนึงแล้วอิริยาบทนั้นมันไม่ได้เกิดถ้าเกิดว่ามันไม่ได้เกิดคุณค่าอะไรเราก็ไม่ควรเสียเวลานั้นแต่มันเกิดคุณค่าเราก็เสียเวลานั้นเสียเพื่อที่จะได้คุณค่าที่ยิ่งขึ้นเราก็จะได้คุณค่าที่ยิ่งขึ้นเจริญอยู่ตลอดทั้งกายภาพและจิตแพทย์เจริญอยู่พัฒนาอยู่ทั้ง 2 ส่วนถ้าผู้ใดที่เกิดรู้เกิดเหตุเกิดเข้าใจอยู่รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอว่าเราบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ถ้ารู้ตัวทั่วพร้อมเข้าใจบัด กำลังทำอะไรอยู่เราทำอะไรเรากำลังอยู่ในสภาพอะไรกายกรรมวจีกรรมที่ดีกว่านี้ยังมีอีกเพราะฉะนั้นเราก็ไปทำสิ่งที่เป็นกายกรรมทำสิ่งที่เป็นวจีกรรมอะไรควรอะไรดีกว่านี้อะไรที่ควรจะทำแล้วก็ไปทำเสียดีกว่าเราเห็นแล้วเรารู้แล้วเราก็ไปทำขึ้นสอดส่องขนขวายเป็นบุญกิริยาวัตถุแท้ไม่ใช่เป็นคนเดียวคนกล่าวได้นะมันเป็นความเจริญจริงๆแล้วเราก็ไม่ได้เสพเราทำงานเรารู้ว่าเราขวนขวายงานการเป็นกรรมมันจะเป็นที่สุดเราไม่ได้ทำด้วยความหลงใหลกินดีพอใจอะไรทีเดียวหรอกแต่เราก็ไม่ได้อึดอัดขัดเคืองใจเราก็ มันดีมันเป็นกับปิยะมันเป็นสิ่งควรน่ะสุดท้ายมันก็เป็นสิ่งที่ควรเราจึงทำสิ่งที่เหมาะที่ควรเราจึงเป็นอยู่อย่างเหมาะอย่างควรเราดำริอย่างเหมาะอย่างควรวาจาเราก็กระทำอย่างเหมาะอย่างควรกรรมต่างๆกรรมที่สุดกัมมันตะเราก็ทำอย่างเหมาะอย่างควรทั้งหมดเราไม่ได้ทำอย่างชอบหรืออย่างชังอย่างรังเกียจก็ไม่ได้ทำอย่างรังเกียจไม่ได้ทำอย่างหลงใหลหรือชอบใจยินดีพอใจไปซะทีเดียวแม้เอร็ดอร่อยก็ไม่เป็นแต่เราทำด้วยปัญญาอันยิ่งมันมีตัวปัญญาอันยิ่งที่รู้ยิ่งรู้จริงเห็นจริงแล้วก็กระทำอยู่จนกระทั่งแม้จิตใจของเราก็ไม่มีอะไรข้องไม่มีอุบายยาก ไม่มีโทมนัสป่วยการกล่าวไปอย่าทิ้งทุกข์ไม่ได้มีทุกข์อะไรแน่นอนมันลงตัวของมันจริงคนจึงจะเจริญที่สุดขณะนี้เป็นสูตรเป็นทฤษฎีแท้ๆเพราะงั้นเราจะรู้สึกตัวเลยว่าเมื่อเราศรัทธาเลื่อมใสความรู้อันนี้ทฤษฎีอันนี้ความหมายอันนี้แล้วเราก็พิสูจน์สิพิสูจน์เข้าไปจนกระทั่งถึงแก่นจึงเป็นจริงลงตัวจริงไม่ใช่มีแต่ทฤษฎีแต่มีสภาวะมีประสิทธิภาพมีพฤติกรรมรองรับเกิดจึงเป็นจริงแต่เราก็รู้ต่อรู้ซ่อนอยู่นั่นแหละถ้าเรายังไม่เป็นผู้ไหนที่ได้ศรัทธาเลื่อมใสทฤษฎีอย่างนี้หรือความ มีแล้วเรายังไม่เป็นไปได้นี่เราจะเกิดหิริเกิดละอายเรานี่รู้เอาแต่ว่ารู้นะหลงแต่ความรู้หรือว่ามีแต่ความรู้เปล่าแต่ว่าไม่มีสภาพเป็นจริงมันจะโอตัปปะเมื่อวาทะนี้เลยว่ามันกลัวเลยกลัวเกรงกลัวต่อสภาพที่ไม่เป็นจริงเพลงกลัวแต่สภาพที่มันไม่เป็นจริงเอ๊ะเรารู้ดีจริงไม่รู้อยู่แต่เราไม่เป็นดีจริงนั้นเราจะกลัวเลยบอกว่าโอ๊ยอย่างนี้เรามันมันสูงขึ้นกว่าแต่ป่านี้มันสูงกว่าสิริมันจะละอายแค่ละอายบางทีก็ละเมิดได้แต่ถ้าขึ้นขั้นโอตัปปะแล้วมันไม่ละเมิดอยู่มันกลัวเหมือนเรากลัวนี่เราจะต้องขยับขับเคลื่อนแล้วถ้ากลัวเนี่ยขยับ เราจะไม่อย่างนั้นอยู่กับลูกแล้วกระตุกแล้วเพื่อนน่ะถ้ากลัวนี่ก็ตกหนักกลัวมากๆจนกระตุกมากเลยวิ่งหนีเลยกลัวมากก็วิ่งหนีเลยเป็นลักษณะอย่างนั้นกลัวเนี่ยเพราะฉะนั้นถ้าเรากลัวว่าไอ้นี่เออเราเป็นสิ่งที่ไม่ดีต้องไปเป็นสิ่งดีเรากลัวสิ่งไม่ดีเราก็ต้องเข้าไปวิ่งเข้าไปหาสิ่งดีมันมีมันมีทิศทางและเคลื่อนแล้วมันจะติดแล้วตอนนั้นผู้ใดที่มีความจริงสัจจะความจริงถึงขั้นอดะแล้วจะยุติจะเคลื่อนเคลื่อนมากเคลื่อนน้อยก็ตามเพราะผู้ใดมีแรงเคลื่อนมากมีผลต่อปะมากก็เคลื่อนแรงเข้าไปสู่จุดดีมันจะเคลื่อนเข้าไปสู่จุดดีเสมอๆดังในระยะอย่างนี้เกิดจริงนะไม่ใช่ภาษาปากเปล่า Siri โอตัปปะมันจะขับจะเคลื่อนตัวเราเองด้วยความรู้อันยิ่งด้วยเจโตอันยิ่งจิตอันยิ่งปัญญาอันยิ่งมันจะขับเคลื่อนไปเป็น Siri เป็นโอตตัปปะเราจึงจะถึงซึ่งพหุจักรวาลที่จริงระยะในวันนั้นพยากรณ์ ที่เราได้รู้ดีเห็นดีเข้าใจดีสวัสดีตัวกุศลตัวงามตัวกัลยาณะจะถึงตัวดีถึงตัวงามนั้นถึงจริงๆส่วนนั้นอัจฉริยะยิ่งๆๆเราจะไม่เป็นที่ไม่เป็นไม่เป็นในสิ่งที่ไม่ควรเป็นเราจะเป็นสิ่งที่ควรเป็นจุดใดจุดนั้นสิ่งใดสิ่งนั้นสภาพใดสภาพนั้นเราจะเข้าไปสู่อันนั้นยิ่งยิ่งขึ้นไม่ใช่เสื่อมลงจึงจะเรียกว่าวุฒิวุฒิวิริยะวิริยะมันยังไม่เป็นเราจะขยันแล้วจะพากเพียรเราจะทำเอาจนคล่องจนง่ายเราจะทำอันนั้นจะต้องถึงอาจจะเรียกว่าวิริยะยิ่งวิริยะก็ยิ่งเป็น ติดสติแปลว่าเต็มสติก็คือวิญญาณเต็มวิญญาณธาตุรู้นี่ปัญญาจิตอันที่มันยังพร่องก็เต็มง่ายเจโตก็แรงเจโตก็เก่งไม่ต้องดันมากเลยสติก็จะเต็มวิริยะเต็มสติเต็มปัญญาทีนี้เป็นปัญญาปลายขึ้นมาปัญญาก็เต็มนี่จะระณะมันจะเดินงานของมันเป็นจรณะเรื่อยมาเลยบทที่ปฏิบัติตั้งแต่เริ่มต้นสะสมตามขั้นตอนเป็นศีลของแต่ละฐานนะเรียกว่าสังวรศีลตามฐานะแล้วมันจะเพิ่มเป็นอธิษฐานเองบทปฏิบัติแท้ก็คืออัปทำ 3 มีโภชนาการยุทธยาหรือโยคะถ้ามีทั้งหมด 4 ก่อนโทษทีหนึ่งตํารวจอินทรีย์ไม่มีหลักเกณฑ์ตามศีลขั้นตอนของเราแล้วเราก็ทำทำมาเรื่อยๆแล้วมันก็จะเป็นสำรวมอินทรีย์ระมัดระวังอินทรีย์ทั้ง 6 เสมอเป็นสติปัฏฐานเกี่ยวข้องกับเครื่องอุปโภคบริโภคหรือเครื่องใช้เครื่องใช้นั่นแหละเราใช้เราสำคัญมันสัมผัสมันเราทำงานเราก็ต้องมีเครื่องใช้เครื่องอุปโภคเครื่องบริโภคเครื่องกินก็คือให้มันไปเติมเป็นน้ำมันเครื่องในซึ่งเราจัดแจงให้มันแล้วเครื่องใช้ประกอบอยู่ในตัวแล้วก็เครื่องมือเครื่องใช้ที่จะใช้ประกอบงานก็เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งสิ้นและก็มีสติสัมปชัญญะมีปัญญามีช้างขี้ยางนิยมพระเป็นผู้สื่อเป็นผู้สว่างเป็นผู้ครองไม่ใช่เป็นผู้ ปลูกอยู่เป็นผู้ที่มั่วๆพลางๆไม่ใช่แล้วพูดให้ชัดแจ้งเตือนสว่างโพลงเห็นอะไรรอบทั่วได้กว้างไกลวัยแววเป็นอย่างนั้นเลยนี่เป็นหลักกับฟันแล้วก็ทำ 3 เป็นธรรมะที่เราปฏิบัติไม่ผิดไม่ผิดจะเห็นได้ว่าหลักปฏิบัตินี้บอกว่าจะต้องไปนั่งหลับตาจะต้องไปกดจิตข่มใจไว้เฉยๆอันนั้นเป็นรายละเอียดเท่านั้นเองเราไม่ใช่ว่าเราไม่กดผิดข่มใจแล้วกดจิตข่มใจที่ไหนก็ได้แล้วต้องมีอดทนธรรมะขันติมีธรรมะมีขันติอดทนข่มใจอดใจฝืนใจอย่าไปให้มันเป็นชั่วให้มันเป็นดีกดได้กดแล้วมันจะเป็นช่วงกดไว้อย่าให้มันไปเป็นส่งมันไปเป็นดีถ้ามันไปเป็นดีไม่ต้องกดตรงๆ สามารถให้มันเป็นเลยมันดีมันจะไปทำดีมันคิดดีมันจะสังขารดีมันจะปรุงดีให้มันเป็นไม่ต้องข่มตัวนั้นแต่ถ้ามันชั่วแล้วก็กดหัวมันให้ตายข่มมันก็ไปอันนี้เป็นโวหารแต่จริงๆเราก็ทำอาการอย่างนั้นรู้ให้แน่รู้และทำจะไปนั่งกฎของจิตดับจิตคือจิตเป็นสภาวะรู้แล้วเป็นดับรู้เฉยๆมันเป็นสภาวะไม่ใช่มักเขาวิธีของพระพุทธเจ้าไม่ใช่เป็นของฤาษีเดิมที่ค้นพบแล้วเขาก็ทำด้วยวิธีนั้นเขาก็เลยหยุดไปได้เหมือนกันหยุดไปดื้อๆก็เล่นดับเครื่องไปเฉยๆแรงจนที่มีในชีวะของมนุษย์ที่จะเป็นประโยชน์ในโลกเลยไม่เกิดประโยชน์ไร้คุณค่า นี่มันได้อย่างนี้มันเป็นเหตุผลที่แท้จริงเลยปัญญาใครมีฟังได้ก็รู้เข้าใจไม่เห็นยากตรงไหนมันเหนือชั้นกว่ากันเราจะมีขั้นสภาพเมธาวีจะรู้สึกเป็นเชิงฉลาดหรือว่าเป็นเชิงปราบเมธาวีจะเห็นได้ชัดฟังดีๆแล้วก็พูดได้ปฏิบัติถูกทำด้วยหลักอัปปะธรรม 3 พระพุทธเจ้ายืนยันวันนี้และหลักปฏิบัติไม่ผิดเราไม่ได้ปฏิบัติผิดอยู่ในหลักในเกณฑ์จะชนะวิชาเกิดวิชาเกิดเจริญสัมปันโนเข้าถึงแล้วแลอยู่เรื่อยไปสั่งสมด้วยไปแล้วเมื่อหลักปฏิบัติหลักใหญ่สังวรศีลตามฐานะของแต่ละบุคคลและเราสามารถจะเพิ่มไปอธิษฐานเองได้แม้เราจะไม่ สมมุติก็ตามแต่เราก็รู้ว่าในหลักสมมุติทั่วไปข้างนอกนั้นไม่ใช่เราคนอื่นเขายึดสมมุติตามของเขาเราก็ต้องรู้ว่าจะต้องตามของเขาในกาละกาละที่เราจะทำของเราเสริมหนุนขึ้นไปให้สะอาดละเอียดแล้วก็ทำไปตามเชิงตามกาละเมื่อเรารวมกับหมู่แล้วเราจะต้องยึดสมมุติกับหมู่เราก็อนุโลมตามได้ไอ้ที่เราได้ส่วนจริงเราของเราได้ก็ได้ของเราเราก็ได้เป็นเครื่องอาศัยของเราเองแต่ส่วนที่อนุโลมกับหมู่แล้วก็ไปกับหมู่นะเราจะเข้าใจว่าวงแวดวงของสีนี้มันมันเคลื่อนหรือว่ามันขยายมันสูงขึ้นไปเป็นอาทิตย์ศิลป์เองจริงทำได้ทำไปแล้วเมื่อมีหลักการแล้ว เราก็ทำตามขนาดขอบเขตความสามารถของหลักการนั้นๆและเราจะเข้าใจศีลที่สูงที่ยิ่งที่ละเอียดขนาดไหนเรายังมือไม่ถึงยังไม่สมเหมาะสมควรเราก็วางไว้ก่อนละเอียดสูงกว่านั้นชั้นนั้นเอาเก็บไว้ก่อนเรายังไม่ได้นี่เรายังเรียนชั้นประถม 1 ประถม 2 มัธยมอะไรมัธยมไล่อยู่ 1 2 3 4 5 ก็ไหลไปตามระดับนี่เราขึ้นชั้นนั้นชั้นนี้แล้วค่อยเพิ่มไปและเป็นหลักการปฏิสนธิแจ่มชัดที่สุดเสร็จแล้วลงมือปฏิบัติก็หลักสามีซึ่งบอลสำรวมอินทรีย์สังวรในปี 2561 ชาวสยามเป็นตัวปัญญา ซึ่งไล่ไปถึงขั้นศรัทธาไปถึงปัญญาเมื่อกี้ไล่ไปก่อนแล้วเป็นจรณะข้อที่ 5 ไปจนถึง 11 ศรัทธาหิริโอตัปปะพระพุทธเจ้าวิริยะสติปัญญามันก็ไปลงตัวปลายๆเหมือนกันเป็นปัญญาสุดท้ายปัญญาเปิดสติชาคโรหรือตัวถังขยะนโยคะก็ฝึกเขียนให้เกิดสติเกิดปัญญาให้เกิดการมีจิตที่เต็มสติแปลว่าเต็มบอกแล้วเมื่อกี้สติกเป็นที่เต็มและมีสิ่งนั้นทำสิ่งอย่างนั้นได้อยู่อย่างเต็มหยั่งรู้เป็นสติแล้วก็เป็นปัญญาสังขยานโยบายก็คือสติและปัญญามันรู้นะไม่ใช่ดับรู้มันมีญาณมันมีวิญญาณไม่ใช่ไม่มีวิญญาณ มีวิญญาณสติชชาร์โรนี่มีวิญญาณมีปัญญามีความรอบรู้อยู่ในตัวศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ตรงข้ามแก่ทฤษฎีฤาษีเดิมกินดับบอกว่าดับสนิทนิโรธหรือว่านิพพานอะไรดับเกลี้ยงไม่เหลืออะไรเนี่ยดับสัญญาณดับเวทนาจึงเป็นการแก้แก้ดับเวทนาดับสัญญาซะด้วยแล้วก็รู้ว่าเวทนาก็คือสิ่งหนึ่งมีในรายละเอียดพระเวทนามีเวทนาอะไรบ้างสัญญาสัญญาสัญญาสัญญาสัญญากรรมการกำหนดหมายเป็นบทเป็นบทของจิตเองจนถึงขั้นสัญญาให้สัญญามันรู้หมดให้มันเสพอารมณ์ไม่ใช่ดับสัญญาแล้วเขาก็ไปแผงคำว่าเวทียุทธเป็นเวทนาถ้า ยาวไปถึง 23 นิโรธดับทั้งสัญญาดับทั้งเวทนาเวทีเวทนาเขาก็ตีความกันไปว่าเวทนาเวทนาเป็นเวทนาขันธ์เวชกิจทั้งๆที่มันไม่ใช่บัญญัตินี้ตัวอักษรนี้ไม่ใช่ตัวอักษรนี้มันเป็นความจริงว่ามันเกิดเวทยิตนิโรธก็เป็นตัวปัจจัยตามหลังขยายให้เป็นนามว่าเกิดอาการแล้วอาการพวกอิสระอิสระแปลว่านั้นก็อย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นทีเดียวเกิดแล้วเวลาจะยึดทรัพย์ เป็นไปอย่างนั้นแล้วเวที 23 ได้เกิดอาการอย่างนั้นแล้วอาการอย่างไรอาการอย่างรู้เวทะอาการที่รู้ได้รู้ตามแล้วสัญญากำหนดหมายจนเกิดรู้ตามอย่างที่อย่างที่หมายนั้นแล้วยังถ้วนทั่วไปเอาอัดแปลเอาความหมายเวที 23 แปลว่าเสวยอารมณ์แล้วเขาเคลียร์อารมณ์แล้วหมายความว่ามันได้แตะสัมผัสกับอารมณ์อย่างนั้นถ้ามีอารมณ์นิพพานก็รู้ว่าอารมณ์นิพพานเป็นอย่างนั้นถ้ามีอารมณ์กิเลสก็สัมผัสอารมณ์กิเลสอย่างนั้นแล้วส่วนตัวว่าอ๋ออย่างนี้เองหรือกิเลสอย่างนี้เองหรือการไม่มีกิเลสอย่างเดียวกับเวที 22 มันเป็นการจำกัดเลยว่าเราดับกิเลสจริงๆดับ แล้วมีข้อแม้ว่าดับกิเลสนิโรธไม่ใช่ดับจิตไม่ใช่ดับจิตดับกิเลสจับผีจับตัวชั่วดับตัวศัตรูร้ายที่จะทำให้เสื่อมไล่เรียงไปในองค์ของชานแม้จะเป็นจรณะข้อที่ 12 13 14 15 การ 1 2 3 4 ก็เป็นสภาพของจิตแท้ๆที่จะเกิดความรู้เกิดความเป็นเป็นทิฏฐธรรมสุขขะวิหารแล้วก็อธิบายให้ฟังแล้วว่าฌาน 4 นี้เป็นรูปฌานนี้มีสันตะวิหารหรือมีอรูปฌานสอนอยู่ในนั้นอีกไม่ต้องอธิบายก็ได้สำหรับผู้มีไหวพริบผู้ไม่มีไหวพริบก็อธิบายหรือแม้ผู้มี ไหวพริบก็อธิบายเพื่อให้เข้าใจว่ามันจะเป็นอาการอย่างนี้ซึ่งแยกก็ได้ไม่แยกก็ต้องมีพร้อมรูปฌานกับอรูปฌานจึงไม่ได้แยกกันเหมือนกันกับพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ไม่แยกกันเหมือนกับศีลสมาธิปัญญาไม่แยกกันศีลอยู่ที่ใดเมื่อครบพร้อมแล้วปัญญาก็อยู่ที่นั่นปัญญาอยู่ที่ใดศีลก็อยู่ที่นั่นปัญญากับศีลจึงเป็นสิ่งเดียวกันเมื่อสูงสุดที่แล้วปัญญากับศีลคือสิ่งเดียวกันถ้าบอกศีลเป็นภายนอกมันก็สะอาดนอกมันเป็นปัญญาก็สะอาดในไม่ใช่ปัญญาเฉโปไม่ใช่ความลวงไม่ใช่ความพลางไม่ใช่ความคดโค้งอะไรเป็นสัจจะที่แท้ตรงศีลตรงธรรมที่เป็นตัวปลาย เพราะเราเรียนรู้ความหมายของฌานเรียนรู้ความหมายของวิโมกเรียนรู้ความหมายของสิ่งจริงและสุดท้ายมันก็ไปประกอบอื่นอะไรต่ออะไรได้หมดเกิดความรู้เป็นสมาธิให้ชัดแจ้งก่อนแล้วเราก็เริ่มมีความพยายามและก็มีสติให้เต็มปฏิบัติและเดี๋ยวนี้เราไม่มีสติเต็มปฏิบัติอะไรเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้มีสติเต็มแล้วก็โยนิโสมนสิการถูกอยู่กับการงานนั้นอย่าให้รีอย่าให้มีขีดนะมียาให้จิตมันมันพร้อมๆกันๆมันแปลกๆวันๆเปิดโครงให้กล้าหาญชาญชัยเต็มอยู่อย่างดีแล้วก็อย่าห่าง ไปจะดีใจลิงโลดเกินไปมันฟุ้งออกมันก็เซ็นไม่มีฉันคิดจะตะไม่มีอุทิศละไม่ให้บกพร่องไม่มีจุดทุนละไม่ให้ถอยให้น้อยเพื่อให้ด้อยไปในเชิงใดทั้งสิ้นไม่มีจุดศูนย์กลางและเราก็ขยันให้พอดีอยู่ครับก็ไปละเอียดและอุปกิเลสต่างๆนี้ปรับไม่มีอัตลักษณ์วิริยะไม่มีไม่มีอัจฉริยะวิริยะไม่ได้ไปในความเพียรไม่หย่อนเพี้ยนไม่เพี้ยนจัดไปไม่หย่อนเพียรไปแล้วก็ไม่อยากได้ล้ำหน้าไม่มีอภิชฌาและก็นัดตัดสัญญาจะสัญญาใดๆเนี่ยนานตั้งแต่สัญญาตัวนี้เป็นความดี nanatsu No taizai nata แปลว่าอัตราใดถ้าเราสัญญารู้แล้วเราก็ต้องวางสัญญาสุดท้ายซ้อนอยู่ในตัวนานแล้วตัดสัญญาแม้เราทำอย่างนั้นเรายังหลงได้อีกล้างได้แล้วเผาล้างได้แล้วไม่ยึดแม้สัญญาสัญญาก็ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนสัญญาก็ไม่ใช่ของเราจะเป็นสัญญาขั้นสัญญาเวทยิตนิโรธเป็นสัญญาณ 1 นะแต่สัญญาณนำหน้าเป็นเครื่องหมายที่สูงสุดเซ็นสัญญาเวทยิตนิโรธเราก็ไม่ได้หลงว่าสัญญานี้เป็นตัวเป็นตนเป็นของเราที่ เราก็รู้แต่ว่าเป็นเครื่องอาศัยเป็นเครื่องอาศัยเท่านั้นเป็นเครื่องอาศัยเท่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวตนของเราจริงๆนี่เราเราก็ต้องรู้หมดเพราะรูปนี้แม้เราเผาสะอาดได้แล้วแม้แต่เราถึงรูปานังอตินิชายุทธจักรเรียกว่าอัตตาอีกอันนึงที่เราได้ล้างอัดตินิคลิ่ง เพลงรู้เพลงชัยชนะไปให้ละเอียดแล้วก็เผาสิ่งที่จริงในประวัติศาสตร์เป็นแต่เพียงว่าสะกดด้วยนหรือสะกดด้วยยอเติมได้ยอหรือเติมได้หนอเท่านั้นเองถ้านอนน่ะเน้นไม่เอาถ้ายอนะเน้นให้มันเป็นเน้นอันนึงเน้นตัวเป็นอันหนึ่งเน้นตัวตายวิชาญเน้นตัวเป็นเท่านั้นเองนะเพ่งเผาวิชายึดต่างๆบวกอีตานี่แหละอีสานก็คืออันนั้นน่ะอันที่คุณได้จำมันได้รู้ได้กำหนดลงไปเฉพาะอันนั้นนะ อะไรแค่ไหนนัทธีกิมจิอะไรไฉนก็อันนั้นแหละวิชายะดวงจิตตะนิยายแล้วก็ตามจิตเข้าไปอีกวิชายึดและยังมีตัวยึดสุดอาตมาผนวกกับแล้วก็มีอัตตะเข้าไปจึงเป็นมิตรสัตตะวิชายึดตับเต่าตานั่นเองตัวสุดท้ายนี่แหละเป็นอัตตาปลายแม่อัตราปลาที่ได้เผาแล้วป่านนี้ที่ได้ทำแล้วยิ่งปานนี้เป็นอัฐินิดชายเย็ดสัตว์ป่านี้แล้วรูปนี้รูปานังรูปานังดูปลานิลรูปนี้สิ่งที่ถูกรู้ อันที่เป็นอัสนีชายยุทธตัดต่อเราได้รู้มันถึงปานฉะนี้แล้วแล้วเราก็อย่าไปหลงตัวรู้นี่เป็นขั้นสุดท้ายนี้เป็นตัวที่สุดแล้วแต่พวกเราก็ยังได้สิ่งใดก็ยึดมั่นสิ่งนั้นอยู่ยังไม่ปล่อยไม่ว่างยังไม่ละเอียดลออเราไม่รู้ตัวรู้ตนง่ายๆก็ต้องรู้เข้าไปให้ของจริงอ้อนี่เรายังหลงยึดอันนี้นะนี่เรายังถืออันนี้อยู่แม้เราได้ดีแล้วเราก็ยังอุตส่าห์มาหลงยึดสภาพนี้จนทำให้เราไม่เจริญหรือไม่ดีสุดหรือไม่คล่องมันก็เลยอาจจะติดๆขัดๆเกี่ยวข้องเมื่อเราเข้าใจแล้วเราก็ทำให้ลงตัวลงตนสัมมารีมรรคองค์ 8 เริ่มต้นสมาธิก็ได้รู้ด้วยเหตุผล ได้รู้ได้เข้าใจแล้วก็กระทำตามมีสัมมาวายามะมี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน