240119-2-286 ทางเอกภาค2-ตอน286(หน้า546)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 19 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาเรียนกันต่อขณะนี้เราได้เรียนรู้ถึงจุดสำคัญของนิพพานพอมีลักษณะอย่างไรมีสภาพเป็นอย่างไรอาการอย่างไรอารมณ์อย่างไรเราพยายามที่จะใช้สื่อความหมายทางภาษาคนเนี่ยผู้ซื้อเข้าไปนำจูงเข้าไปไปถึงสภาวะที่แท้จริง ที่จริงสภาวะที่แท้จริงเหล่านั้นไม่ใช่คำพูดสภาวะของสภาวะของนิพพานไม่ใช่คำพูดแต่เราก็สื่อเข้าไปให้ได้ทุกด้านทุกมุมที่จะมีแง่เงือนอะไรที่มันยังหลงเหลือหรือว่ามันยังไม่ตรงไม่แจ้งไม่แท้ไม่ชัดเราก็พยายามที่จะให้เห็นว่าไอ้นี้ไม่ใช่อันนี้ไม่ชัดอันนี้ไม่จริงอันนี้จึงต้องเป็นลักษณะอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ใช้ภาษาที่มาตามบาดาลมีในภาษาที่เราใช้ไม่ว่าจะเอาไทยเอาฝรั่งเอาจีนเอาอะไรมาสื่อเป็นภาษานำก็แล้วแต่เราก็พยายามจะนำเข้าไปให้ถึงจุดสำคัญของลักษณะของนิพพานมันเป็นอย่างไรซึ่ง อธิบายโดยนัยยะละเอียดละเอียดไล่มาเรื่อยจนถึงอาการของรูปฌานอรูปฌานจนกระทั่งถึงวิโมกข์ลักษณะของลูกโม่ลักษณะยังเหลือเศษของคำจะเกิดเป็นสัตว์ตาวาสยังเป็นสัตว์อยู่แล้วก็พยายามอธิบายลักษณะที่มันจะวิโมกข์ขึ้นหลุดพ้นร่อนไปเกลี้ยงไปในลักษณะที่ท่านควรใช้ภาษาสื่อไว้โดยบาลีเราต้องมาขยายความบาลีออกมาให้เห็นชัดว่าเป็นอย่างนี้แหละมันมีอาการอย่างนี้มีลักษณะอย่างนี้มีอารมณ์อย่างนี้ถ้าเป็นสภาพที่หมดนิวรณ์มันก็หมดไปอย่างนั้นมันก็มีลักษณะอย่างนั้นแหละหมดนิวรณ์ไม่มีอารมณ์กามเราก็ต้องรู้ว่าอารมณ์กามเป็นอย่างนี้ไม่มีพยาบาทก็รู้ว่าพยาบาทอย่างนี้ไม่มีผี ผักก็รู้ว่าไม่มีอารมณ์อาการของที่ไม่ใช่อย่างนี้ไม่มีอุทธัจจะก็รู้ว่าไม่มีอย่างนี้อย่างนี้แหละไม่มีสงสัยเลยเป็นปัญญาอันแจ้งก็รู้ว่าเป็นปัญญาต้องชัดเจนถึงอารมณ์อาการของจิตจิตไม่มีตัวตนแต่จิตถูกรู้ได้โด
อ่านต่อ
ยเราเรามีญาณทัศนะวิเศษเรามีตาทิพย์ที่จะรู้วิญญาณเห็นวิญญาณเป็นปกติเป็นปัจจัยเห็นอยู่รู้อยู่เป็นฌานน่ะโตปัสสวะรติเห็นอยู่รู้อยู่เดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้เลยปัจจุบันนี้เที่ยวมันไม่มีมันไม่มีนิวรณ์ 5 ก็รู้เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีนิวรณ์ 5 และลักษณะอาการอย่างนี้แล้วมันจะเป็นไปชั่วคราวเดี๋ยวนี้เราก็รู้เดี๋ยวนี้แล้วเราจะทำให้ ได้เสมอๆเรียกว่าทำสมาบัติทำเมื่อไหร่ก็ทำยืนเดินนั่งนอนมีสติสัมปชัญญะปัญญาอ่านรู้อารมณ์จะกระทบสัมผัสด้วยเหตุปัจจัยมีสัมผัสเป็นปัจจัยด้วยทวารทั้ง 6 เด็กกายด้วยวิธีอะไรที่มันยังมีครบพร้อมอยู่ตาหูจมูกลิ้นกายลืมโพรงโพรงมีสติสัมปชัญญะมีเวทนาสัญญารับรู้และกำหนดรู้มีเวทนารับรู้มีสัญญากำหนดรู้มีสังขารปรุงตามอะไรก็ได้เมื่อเราจะมาดูที่จิตจิตเราก็ปราศจากนิวรณ์อาการปราศจากนิวรณ์ถือว่าเป็นอาการของความบริสุทธิ์ส่วนจะบริสุทธิ์ลึกซึ้งอะไรต่ออะไรเข้าไปอีกได้มากมายหรือไม่นั้นคุณจะพิสูจน์ยืนยันใช้วันเวลา ใช้ทุกๆขณะทุกๆนาทีทุกๆวินาทีไปให้ได้มากที่สุดจนกระทั่งคุณเห็นตลอดละเอียดทุกวินาทีทุกวินาทีของคุณก็ไม่มีนิวรณ์ไม่มีกิเลสโหยหาอาวรณ์ไม่มีการสัมผัสแล้วก็ยังมั่นคงใช้เป็นอุเบกขาแม้ไม่สัมผัสก็ไม่อาลัยอาวรณ์ไม่โหยหานึกถึงไม่กังวลตัดขาดแม่ไม่สัมผัสหรือสัมผัสอยู่ก็ไม่มีวันไหวปรวนแปรไม่ได้มีปรุงอารมณ์ชอบอารมณ์ชังไม่มีอิจฉาอารมณ์ไม่มียินดีไม่มีกินร้ายแม้ที่จะสัมผัสเป็นเหตุนั้นแรงขนาดไหนจัดจ้านขนาดไหนยั่วยุขนาดไหน ก็เฉยได้มั่นคงแล้วจะจากพรากกันนานขนาดไหนมีเหตุปัจจัยแวดล้อมมาอีกมิติที่เป็นตัวสื่อที่จะชี้ชวนโน้มน้อมให้อะไรลึกถึงให้อาวรณ์ให้จิตโน้มน้อมไปก็ไม่มีจิตใจของเราก็ยังว่างอยู่ได้ตามที่เราเจตนาหรือว่าตามที่เรารู้ตัวมีสติเข้าใจอยู่อยู่ในภาวะใดก็ตามเราก็มีจิตอันมั่นคงมีลักษณะที่ไม่เป็นสภาพที่เป็นนิวรณ์เป็นความจนทำให้มันอยู่เฉยๆจะให้มันอยู่กับอะไรยิ่งอยู่กับอะไรก็อยู่ได้โดยสามารถอยู่ได้โดยมีอำนาจ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ร่วมรู้ด้วยแล้วเราก็บอกอนุโลมสีนี้ว่าดีมันพอสมควรเราก็เอาร่วมสีขนาดนี้ดีรูปนี้ขนาดนี้ว่าเหมาะเอารูปขนาดนี้เถอะรูปขนาดนี้เขาว่างามคนโลกๆเขาว่างามแล้วนะเขาเอางี้งามแล้วก็บอกเออถ้าจะอนุโลมของเขาขนาดนี้ก็เยอะขอให้เขาหน่อยถ้าไม่ให้ขนาดนี้มันจะน้อยไปเอารถลงเขาว่าน้ำขนาดนี้อย่าดึงขึ้นแล้วดึงขึ้นแล้วมันจะแย่แล้วเอาแค่นี้ก่อนนะอย่างนี้เราร่วมสังเคราะห์ด้วยรู้ร่วมสังขารด้วยเราเออออด้วยเราไม่ได้เห็นด้วยเราไม่ได้เกิดรถหรอกนะว่างามตามหรือว่าเกิดแหมอย่างนี้ชื่นใจงามเหลือเกินด้วยที่บุคคลเขาขอบุคคลเขาต้องการว่าอย่างนี้สีอย่างนี้ทางนี้แหมสีอย่าง เขาเลยสวยชื่นใจเราไม่ได้ชื่นใจชื่นใจอะไรด้วยหรอกแต่เราก็อนุโลมตามจะมีสีมีกลิ่นมีรสมีอะไรก็ตามพอสมควรแต่ในใจของเรานั้นเราจะอ่านจิตของเราใจของเรารู้เลยว่าเราไม่ได้เป็นอะไรใจหรือว่าไม่ได้ไปสักหัวใจอะไรด้วยกับที่เขาเองเขาพอใจเราปรุงร่วมกับเขาเราทำงานร่วมกับเขาเราเออออห่อหมกเอาตัดสินไปพร้อมกับเขาอนุโลมมากหน่อยสำหรับคนที่ไหนคนนี้ยังอ่อนอินทรีย์พลังได้แค่นี้ก็เอาขนาดนี้เขาสวัสดีสวัสดีเขาสวัสดีงามแล้วสวยแล้วพอเหมาะแล้วเราก็เอาก็เอานั่นน่ะเราไม่ได้มีอาการ รสชาติในจิตต้องอ่านต้องสังเกตโกหกตัวเองก็โกหกตัวเองอยู่เท่านั้นน่ะพรางตัวเองก็พลางอยู่เท่านั้นถ้าจับอาการของตัวเองไม่ได้แล้วร่วมเสพด้วยเขาเลยก็บอกเอออันนี้ดีแล้วก็เอาดีๆเสร็จแล้วอาการของเราก็มีดีด้วยแซ่บด้วยอร่อยด้วยเสพรสชาติด้วยถ้าเราอ่านไม่ออกแยกไม่รู้เราก็ไม่รู้ก็อวิชชาอยู่นั่นแหละแล้วมันก็สั่งสมสั่งสมอยู่ถ้าเราตายดีถ้าเราอ่านออกว่าอย่างนี้อารมณ์กิเลสแฝงอยู่ซ้อนอยู่ปนอยู่ร่วมกับเขาไปก็เออออห่อหมกไปกับเขาเขาน่ะอร่อยแน่เพราะเขาต้องการแล้วเขาก็ดึงน้องๆมาให้มันได้รสชาติขนาดนั้นเราเองเราก็ถูกก็ดึงไปแล้วเรา เกิดรถด้วยแล้วก็ไปอร่อยใจอยู่ด้วยแล้วก็เสร็จไปสั่งสมทุกอย่างมันเกิดจริงเป็นจริงตามความมีความเกิดหรือความดับแล้วดับได้จริงก็เป็นตัวดับเราจะปล่อยให้มันเกิดก็เป็นตัวเกิดเราเกิดรู้อยู่ร่วมแล้วเออออห่อหมกไปด้วยเนี่ยมันก็เป็นไปจริงๆโดยที่เราเองเราจะรู้ตัวเราเองว่าเรามีรสชาติด้วยหรือไม่เราร่วมสังขารด้วยหรือไม่เพราะฉะนั้นกรรมแต่ถ้าเผื่อว่าเอาความหมายหยาบๆมาร่วมปรุงด้วยเป็นอับคุณยายเป็นคุณยายที่สังขารปรุงด้วยร่วมด้วยทำด้วยไปด้วยเช่นว่าเราใช้สลายแล้วก็มีเพลงประกอบไปด้วยเราไม่ได้เป็นมันหัวใจอร่อยหัวใจด้วยเพลงนั้นเราบอกว่าเอาใส่ขนาดนี้พอขนาดนี้แล้วเราก็ประมาณ มากขนาดนี้มากไปแล้วนะไม่ดีมันมากไปแล้วตอนนี้จัดไปจ้านไปแล้วห้ามไม่อยู่นะคนระดับนั้นดึงไม่อยู่เอาขณะนี้อนุโลมขนาดนี้เราก็ต้องมีขอบเขตของเราตามอินทรีย์พละของเราถ้าเรายังไม่เก่งเรายิ่งไม่อนุโลมเท่าไหร่เลยอย่าเข้าใจว่าคุณยิ่งไม่เก่งคุณจึงเอาอารมณ์มากไม่ใช่นะกลับกันนะคนยิ่งไม่เก่งคุณยิ่งจะต้องเคร่งต้องแข็งขืนไว้อย่าไปตามใจเขาอย่าไปอนุโลมเพราะว่าคุณเองยังไม่เก่งคุณจะไปชักคะเย่อเขาหรือคุณจะไปเอื้อมมือลงไปดึงคนขึ้นมาจากบ่อคนตกบ่อแล้วคุณเอื้อมมือเพราะว่าเขาต้องเขาดึงขึ้นไม่ได้มากเราต้องเอื้อมลงไปยาวๆคุณยิ่งไม่เก่งคุณจะเอื้อมยาวลงไปเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่มีแรงยังจะตกบ่อไปตามเขาเพราะยังไม่เก่งก็ต้องให้คนเก่งมายื่นมือยาวๆ เพลงที่มีมือยาวที่จะมีแรงมากๆคนเก่งแล้วจึงจะอนุโลมมากขึ้นได้ต้องฟังให้ดีต้องเห็นชัดๆไม่งั้นประมาทเราเองเรายังไม่เก่งเราก็ต้องอนุรักษ์ก็เข้าไปสินั่นเราเสพร่วมแล้วนะเราแซบร่วมแล้วนะเราไม่เก่งนะเราต้องเคร่งปล่อยเขาสิเขาจะแสบเราไม่ได้เราอนุโลมตามเขาขนาดนั้นมันแรงอ่ะเราต้องตามเราตามไปอย่างนั้นเราต้องไปเสพด้วยเราเสียท่าเราไม่เอาเคร่งไว้เพราะฉะนั้นลูกศิษย์นี่จะต้องเคร่งกว่าพระอาจารย์ฟังให้ดีฟังให้แม่นไม่ใช่ว่าลูกศิษย์จะต้องหย่อนกว่าอาจารย์ในภาคปฏิบัติและลูกศิษย์หย่อนกว่าอาจารย์ไม่ได้หรือแม้แต่ในการที่จะช่วยรื้อขนสัตว์ก็ตามลูกศิษย์ต้องเคร่งกว่าอาจารย์เป็นธรรมดา น้ำแข็งไว้ส่วนอาจารย์ที่อนุโลมได้นั้นท่านท่านไม่มีอาการที่ซ้อนอยู่ไม่มีอาการกิเลสจริงๆนะท่านอนุโลมไปท่านยืนยื่นมือยาวได้แล้วถ้ามีกำลังล่าพอมีกำลังจะดึงพอมีกำลังที่จะช่วยเขาได้พอท่านอนุโลมไปได้ปล่อยให้มันมีมากได้เพราะมันยั่วยอมมันดูดดึงมันรุมทึ้งท่านไม่ได้มันทนได้ถ้าคะแนนชาถ้ามีกำลังแรงตีไม่แตกตีไม่แตกเป็นแข็งแรงท่านจึงอนุโลมเพราะฉะนั้นผู้ที่เข้าใจดีด้วยซ้ำมาทิฐิแล้วญาติโยมของพวกเรานี่ก็ดี เรายังติดอย่างนี้อย่างนี้อยู่แล้วก็เอาอย่างนี้มาอยากให้ท่านได้กินเหมือนอย่างเราชอบเราอะไรหรืออยากให้ท่านได้ใช้สีสวยอย่างนี้ว่าเราชอบอยากให้ท่านได้กลิ่นหอมๆอย่างนี้เหมือนเราชอบท่านผู้ที่ปฏิบัติอยู่พระโยคาวจรที่ท่านเองท่านเคร่งอย่าไปเสียใจอย่าไปจ้ำจี้จำแฉะท่านผู้ไม่รู้ก็จะไม่จำที่แจ่มใสเองเป็นการแหย่ลองของท่านอยู่ธรรมดาเรารู้แล้วเราก็ต้องอย่าไปจ้ำจี้เข้มแข็งท่านเพราะเราคนในเราศึกษาแล้วเรารู้แล้วในชีวกข้อที่ 5 ที่ยกตัวอย่างเป็นเหตุปัจจัยเนื้อสัตว์ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าผู้ใดก็ตามเอาเนื้อสัตว์มาถวายพระพุทธเจ้าเพื่อจะให้พระพุทธเจ้าหรือสาวกของตถาคตนี้เกิด สาธารณสุขยินดีด้วยเนื้อสัตว์เป็นการไม่สมควรเลยเป็นอากาศยานได้บาปเป็นอันมากหาใช่หรือไม่การเอาเนื้อสัตว์มาให้คนมาถวายปรุงมาอย่างดีอาตมาเคยอธิบายเป็นหลายชั้นอย่างให้พวกเราฟังญาติโยมเราเอาเนื้อสัตว์นี่มาถวายพระเพราะว่าเนื้อสัตว์มันไม่มันไม่บริสุทธิ์ข้ามาแกงมาอะไรก็ตามเนื้อสัตว์มาถวายเนี่ยโดยชั้นที่ 1 เนื้อสัตว์นั้นข้ามาเอาเนื้อสัตว์ข้ามามาเป็นเชื้อมาเป็นเหยื่อใหญ่โยงแล้วเอามาถวายพระมันบาปเป็นประการที่แรกแล้วประการที่ 1 ที่มันไม่บริสุทธิ์โดยส่วน 3 ไม่บริสุทธิ์ไม่เป็นเนื้อบังสุกุลไม่เป็นอะไรก็ตามนั่นเป็นประมาทประการที่ 1 แล้วที่เชื้อโยงใย แบบประการที่ 2 เอามาผัดมาแกงเอามาปรุงรสจะให้เอร็ดอร่อยจะให้สีงามเพื่อที่ท่านจะได้เกิดอัดสาระเกิดรสนิยมเป็นกิเลสและท่านจะได้ติดกิเลสเราเจตนาจะให้ได้ทันติดใจพอใจอ่ะแล้วอร่อยๆอะไรเนี่ยนี่เป็นบาปประการที่ 2 แม้เนื้อนั้นจะเป็นเนื้อบังสุกุลเป็นเนื้อที่ฉันได้คุณมาปรุงรสอร่อยคุณก็บาปเพราะรสอร่อยฟังให้ดีนะเป็นชั้นๆคุณเอาเนื้อที่ไม่ใช่บังสุกุลเนื้อที่มันไม่บริสุทธิ์จริงๆมันยังมีบาปติดเอามาถวายพระก็เป็นบาปในยะเพราะคุณเอาเนื้อที่ไม่บริสุทธิ์เนื้อที่มีภัยทางการที่ไปถูกฆ่ามาถูกค่ามามันทำบาปกันมามันร่วมกันเอามาถวายพระให้พระท่านร่วมกันด้วยนั่น บาปในแง่ของการฆ่าแกงกันโทสะส่วนเอามาปรุงอร่อยนี่มายั่วพระพุทธเจ้าหรือมายั่วสาวกของพระพุทธเจ้ามันเป็นบาปประเด็นของราคะไม่ใช่โทรศัพท์มันคนละคะแนนการฆ่ากันอำมหิตบาปภัยพยาบาทโทรศัพท์พยาบาลเพราะฉะนั้นค่าแกนกันมามีเชื้อเยื่อใยของพยาบาทมาโทสะมาแล้วก็มาผูกพันกันด้วยพยาบาทแล้วก็เป็นเชื้อภัยทางพยาบาทนักประเด็นหนึ่งประเด็นที่เอามาปรุงอร่อยแล้วก็มาบอกแล้วว่าแม้แต่เนื้อบางสูตรคุณไม่มีเชื้ออภัย เป็นกามราคะเพราะหลงในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสดังนี้เป็นต้นพระพุทธเจ้าถึงได้ตัดในลึกซึ้งละเอียดซ้อนเป็นลำดับลำดับไปเรื่อยเลยเพราะงานเมื่อไม่เข้าใจเราก็ทำอยู่คนเขาทำเพราะเขายังไม่รู้ก็เหมือนเด็กก็อภัยอนุโลมไปตามแต่เราจะอนุโลมได้เท่าไหร่เราทนได้นะการเพาะเขายวนเนี่ยเพราะงั้นเราก็ต้องมีแนวโน้มที่จะต้องอธิบายเขาเข้าใจให้เขาได้รู้จริงถึงสัจธรรมพวกนี้ให้เขาหยุดบาปหยุดกรรมมันไม่ใช่บุญเลยมันเป็นบาปอะไรต่างๆนานานี่ก็เพราะเจตนารมณ์ของผู้ไม่รู้บาปโดยไม่รู้นะอย่างนี้เป็นต้นเพราะการที่จะเข้าใจในนัยยะ ซึ่งว่าไม่มีการยั่วยวนก็ตอบกลับไปกลับมาคราวนี้มันจึงเป็นสภาวะยอกย้อนยอกย้อนกันอยู่มากทีเดียวเพราะมันซับซ้อนมันคำว่าพี่เราว่าพาโซชั้นในอธิบายอยู่ตอนนี้ว่าเราอนุโลมเขานั่นน่ะถ้าเราเป็นอาจารย์ที่มีกำลังแข็งแรงแล้วปล่อยให้ท่านอนุโลมได้ลูกศิษย์ต้องเคร่งกว่าพระอาจารย์นี่เป็นธรรมดาลูกศิษย์ต้องเคร่งกับพระอาจารย์เป็นธรรมดาเพราะลูกศิษย์ยังไม่มีแรงจะเป็นโมโนมโนรมย์ลูกศิษย์ตัวเราเองตายเราจะไปช่วยเขาเตี้ยอุ้มค่อมไปช่วยเขาได้อย่างไรเรายังไม่เก่งนะที่อุ้มเข้าไม่ได้เราต้องเคร่งไว้เขาจะว่ายังไงเราก็ต้องฟังเพราะเขาไม่รู้ ไม่มีปัญญาจะอธิบายก็ฟังอย่างหนึ่งอีกอย่างหนึ่งเรายังอ่อนอินทรีย์เราอนุโลมเราเสียท่านะเราขาดทุนเราจึงจะต้องระมัดระวังไว้แต่ดังนี้ก็ต้องเข้าใจซับซ้อนให้ดีมันมันสับสนกันอยู่ถ้าเราเข้าใจไม่ตรงเพราะถ้าปฏิบัติถูกทางแล้วมันจะเป็นอย่างนี้ลักษณะที่งามเพราะมันจะเป็นอยู่ลูกศิษย์จะแข็งหน่อยไม่งามก็แน่นอนแล้วอนุโลมไม่ได้ไม่มีลีลาไม่มีปัญญาไม่มีปฏิภาณไม่มีนิรุตติไม่รู้ชั้นเชิงไม่สามารถแจกแจงไม่สามารถทำให้ความเข้าใจให้แก่เขาได้ก่อนนะเขาจะเป็นยังไงก็ว่าไปก่อนลูกศิษย์ก็ต้องไม่มากและไม่ใช่อยากได้ลูกศิษย์โอ้ต้องเอาใจใครหรอกไม่เช่นนั้นลูกศิษย์พวกนี้มันขัดศรัทธาเขาแล้วเขาไม่ติดเราไม่ติดก็อย่าติดหนี้ก็เราเองเรายังไม่เก่งเป็นอาจารย์จะไปติดกับ ชวนมาทำไมเรายังไม่ใช่อาจารย์แข็งแรงอะไรผิดก็เพราะว่าเราก็ถูกล่าถูกจูงอยู่นั่นแหละไม่เจริญนะเราเองเป็นผู้ขาดทุนนะไม่ใช่ใครขาดทุนตัวอาจารย์เองนั่นแหละขาดทุนห้อยก็ต้องกระเตงกันอยู่นั่นแหละต่างคนก็ต่างไม่ขึ้นต่างคนก็ต่างบอกว่าอ้าวลูกศิษย์ก็บอกว่านี่อร่อยนะจ๊ะช่วยกันเปียกช่วยกันช่วยกันเปื้อนอยู่นั่นแหละไม่สะอาดไปได้อาจารย์ก็ไม่รู้จะเอาใจลูกศิษย์อยู่นั่นแหละลักษณะเอาใจลูกศิษย์อย่างนี้แหละท่านเรียกในสังฆาทิเสสข้อประทุษร้ายตระกูลประทุษร้ายกับคุณสกุลอะไรสกุลพุทธะสกุลก็เห็นลงเฉาลงเช้าลงขุดโค่นเป็นเรื่อยเลยถูกปากถูกขุดไปเรื่อย กุดมันรั่วลงไปเรื่อยเพราะความไม่รู้เพราะอวิชชาเพราะงั้นอย่าไปเอาใจญาติโยมเกินไปขัดศรัทธาญาติโยมขัดไปก่อนระวังจะขัดจนกระทั่งไม่มีใครติดเลยนี่ก็พังล่ะแล้วก็จะต้องรู้ว่าอันไหนเราได้แล้วเราก็ต้องพยายามฉลาดที่จะมีการรู้สภาวธรรมรู้กิเลสรู้อะไรต่อได้จริงๆว่าเราสู้ได้สู้ไม่ได้แค่ไหนอันไหนจะอนุโลมก็ตามขั้นตอนตามขั้นตอนนั้นขนาดไหนที่มีลูกศิษย์แหมคนนี้มันอ่อนเหลือเกินมันแย่เหลือเกินต้องแบกหามหนักเราเองก็ยังอ่อนแล้วจะไปแบกหามพวกที่กิเลสหนักๆด้วยไม่ได้เพราะกิเลสหนักๆนั่นก็ให้ไปเจออาจารย์ที่ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่ที่ท่านมีลีลาท่านมีปฏิภาณถ้ามีความละเอียด ลึกซึ้งท่านก็จะใช้การผูกจูงเขาไว้ได้ส่วนพวกที่ยังไม่แข็งแรงเราก็อย่าไปเตี้ยอุ้มค่อมอย่าไปอาสาเกิดการแล้วเราจะตกหล่นอันนี้ก็กำชับคนชากันเอาไว้เราไปผ่านงานมานี่เราก็ฝึกเรียนมามีอะไรพลาดท่าเสียทีไรเรากระทบควรมีอะไรทำถูกหรือไม่ถูกอะไรก็ทบทวนแล้วทีนี้ไปหาจุดของสภาพของ memo ขนาดนี้เราได้อธิบายกันไปถึงจุดนิพพานหรือจุดสัญญาเวทยิตนิโรธเราได้เอาอธิบายมามากแล้วในเรื่องของสภาพอากาศของสันตะวิหารหรืออรูปฌานหรือวิโมกข์ระดับสูงตั้งแต่อากาศนะวิญญาณัญจายตนะอาก ยาเย็ดกันนะและเนวสัญญานาสัญญายตนะซึ่งเป็นวิโมกข์ระดับที่ 4 5 6 7 8 ก็สัญญาเวทีพิษณุโลกมันมี 8 มีหม้อแปลว่าความหลุดพ้นมันหลุดผ่อนได้มีลักษณะอากาศก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งมันโล่งบอกแล้วว่าเป็นอาการอย่างนั้นน่ะคุณสัมผัสสิ่งนี้อยู่คุณก็โล่งโปร่งสบายจนไม่หนึบหนับๆหนาอะไรลำบากลำบนอะไรเลยมันโล่งๆนะไม่มีอาการของกิเลสไม่มีอารมณ์ของกิเลสไม่มีความชอบใจยินดีไม่มีการยินร้ายมันลงว่างปราศจากยินดียินร้ายปราศจากอิจฉาลมอนิฏฐารมณ์ปราศจากการชอบการคลังปราศจากอะไรลง เปล่าเบาๆสบายๆไม่มีรถไม่มีชาติจึงเรียกว่าอารมณ์นิพพานไม่มีชาติชาติคำนี้คนชอบเขียนดเด็กสะกดผิดชอบตัวนี้มันมาจากชาตินี่แหละไม่มีการเกิดไม่มีรถไม่มีชาติไม่มีรถแห่งการเกิดไม่มีชาติติดรถไม่มีโลกียะรถเป็นวิมุตติดรถคือเป็นสภาพหลุดพ้นจากรถโลกเลยมีแต่รถรู้ความจริงตามความเป็นจริงมันคุ้มกว่าของมันหวานก็หวานมันเปรี้ยวก็เปรี้ยวมันแดงก็แดงมันเหลืองก็เหลืองมันกินกึ่งอย่างนี้เขาเรียกว่ามันฉุนก็ฉุนมันแสบก็แสบมันซากก็ซากสิ่งอย่างนี้มันนวลๆอะไรก็แล้วแต่สิ่งที่คุณจะชอบใจคุณก็เรียกหอมถ้าไม่ชอบใจ เขาเรียกเหม็นตามใจคุณอยากกินน้ำหอมบางอย่างเนี่ยคุณเรียกน้ำหอมมันฉุนจะตายมันเหม็นจะตายค่อยว่ากันแล้วคุณก็บอกว่าหอมคุณชอบมันคุณก็หอมตดของคุณเองคุณยังหอมเลยคุณดมหน้าเฉยคนอื่นก็ดมไม่ได้มันก็เป็นเรื่องของเราที่จะยึดถือว่าเราจะชอบหรือชังถ้าเราชอบเราก็อร่อยไปดมชื่นใจเลยกลิ่นปลาร้านี้ฝรั่งมันถูกจมูกข้าวมันอ้วกเลยนะคนไทยบอกโอ้โหไอ้นี่โง่ไม่รู้จักของดีอยากกินปลาร้าที่เป็นต้นผมก็ว่ามันหอมชื่นใจแล้วก็กินกันอร่อยไปแต่คนอื่นเขาบอกกินเข้าไปได้ไงพวกแตกต่างมันก็มันก็เรื่องของความอุป สะพานความยึดถือสีก็ตามอย่างนี้โอ้โหไม่ไหวแล้วแสบตาคุณก็บอกมาแล้วมันดีมันแสบตาเลยสีอย่างนี้มันดีอะไรต่างๆก็แล้วแต่คนยึดถือคนอุปทานคนที่เอาจิตไปผูกพันชอบหรือยังเพราะจิตของเราไม่ชอบเราก็ไม่ชอบมันก็ภาษามันเป็นภาษาหลักคือภาษากิเลสเหมือนกันวางอย่าไปเรียกไม่ชอบเรียกวางไอ้ที่ของเราวางก็วางเอออย่าไปผูกพันอย่าไปติดยึดก็ไม่ต้องผลักด้วยถ้าไม่ชอบมันจะเป็นเชิงผลักก็ไม่ต้องเราก็ไม่ต้องฝากไม่ต้องผลักไม่ต้องดูดก็ไม่ชอบก็ไม่พังรังเกียจต้องเอางี้เอาไกลก็ไม่เป็นไรเราสัมผัสแต่ต้องได้สิ่งเหล่านี้ไม่มีพิษมีภัยทำปฏิกิริยาจนกระทั่งเสื่อม หรือว่าทำลายลงไปอะไรหรอกชนได้แตะได้ลูกก็ดีรถก็ดีขึ้นก็ดีเสียงก็ดีสัมผัสก็ดีแล้วก็แตะได้สัมผัสได้มันไม่ใช่มันกัดกลืนกินเอาไปเลยหรือว่าทำให้สลายเสื่อมพังพินาศไม่เข้าเรื่องอะไรเลยก็ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไรไม่ต้องฟังแม่เราไม่ไม่ได้เห็นว่าหน้าได้หน้ามีหน้าเป็นก็ไม่เป็นไรน่าจะเป็นอบายมุขนี้เราก็ไม่ได้น่ามีหน้าได้หน้าเป็นอะไรแต่เราเองเราก็หลุดแล้วเราก็ไม่ได้สำคัญอะไรแล้วมันจะผ่านกันแล้วเราก็ไม่ต้องไปขว้างปลาของเขาอะไรผักผักของเขาอะไรมันเป็นกิริยาอย่างคนเขาชอบอยู่เขาก็ถือสาอะไรก็จะทะเลาะกันเราก็จะอยู่ร่วมกันไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะมีน มาอย่างไรแม้จะเขาจะเป็นอยู่บ้างอะไรเราก็แต่เราก็ต้องมีชาญฉลาดมีความฉลาดที่จะต้องหาวิธีการลดราคาอย่างนี้เป็นต้นนะแล้วทีนี้พูดถึงอารมณ์ของจิตของเราเป็นลักษณะอาการสามันว่างโล่งมันโล่งไปเรื่อยตลอดกาลอาการของการโล่งของนิพพานนี้ไม่ใช่โรคชั่วคราวจึงก็เรียกว่าโล่งไม่มีที่สิ้นสุดลงเลื่อยนั่นเองแปลว่าไม่มีที่สิ้นสุดโล่งสว่างโปร่งใสรู้สว่างก็คือหมายความว่ารู้ด้วยสว่างหมายความว่ารู้ไม่ใช่มันอากาสโดยไม่รู้ตัวไม่สว่างไม่รู้ตัวเลยไม่มีสติสัมปชัญญะไม่ใช่ดับปีก็เป็นชาญฤาษีแล้วก็ไปบอกว่าได้ ภาษาโดยสวาทเป็นแสนที่จริงแสงสว่างที่อันนั้นอเมริกาปั้นแสงสว่างในการนั่งหลับตาเข้าไปมันไม่ใช่แสงสว่างมันไม่มีแสงสว่างที่เป็นวัตถุโลกแต่คุณปั้นอารมณ์ของคุณสว่างเองคุณสร้างอันนั้นขึ้นสว่างเองแล้วบอกว่ามีแสงสว่างไม่มีที่สิ้นสุดคือภาษาบาลีมันมีอาการโซ่อาการอะไรอันนั้นตัวอาการปกติอนันตังอันนั้นโตแปลว่าไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดแต่ไม่มีที่จบไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดมันก็จะไปนั่งสร้างอารมณ์อาการของแสงสว่างที่จริงมันมีที่สิ้นมันมีที่สุดเข้าไปนั่งหลับตานี่สร้างแสงสว่างคุณพยายามอยากได้แสงสว่างนั้นใหม่ๆคุณก็ได้ช่วงนึงแล้วคุณก็ แรงกดผมหรือแรงสร้างแสงสว่างที่คุณได้ในฌานนั้นจะหยุดลงเองคุณจะอยากได้อีกคุณจะต้องปั้นสร้างไม่ได้เหมือนอย่างในฝรั่งหรือพระฝรั่งที่มาตามหาแสงสว่างนั้นที่มาตามหาถึงเมืองไทยที่มาเจอกับอาตมาอาตมากับคุณจินดามาล่อกันภาษาฝรั่งกับเขาพูดภาษาไทยไม่เป็นเลยไอ้เราก็พูดฝรั่งไม่เป็นเลยแหมคุยกันดีเออคุยกันดีล่ามก็รุ่มร่ามกันใหญ่เลยแปลกันไปแปลกันมาเจ้านั่นก็จะเอาไอ้ไอ้อันเนี้ยไอ้เราก็บอกไอ้อันนี้เราเคยได้เราเคยสร้างมันได้แล้วมันไม่มีที่สิ้นสุดแล้วมันไม่ใช่นะมันสิ้นสุดเห็นไหมเราก็สิ้นสุดลงแล้วจะเป็นอธิบายเชิงนี้ก็ฟังตอนนั้นยังไม่มีปฏิภาณปานนี้ถ้ามีปฏิภาณนี้ก็อาจจะได้เรื่องก็น่าสงสารที่มาช้าไปปฏิบัติตามหลัง ตอนนี้แสงสว่างนั้นมันสิ้นสุดลงมันไม่ใช่อนันต์โตไอ้ความโลภมากนี่หมายความว่าเราได้เป็นสมาบัติแล้วเป็นธิติแล้วเราเป็นสีติดคือยั่งยืนแล้วสมาบัติแล้วติดต่อเนื่องกันอยู่เสมอแล้วมันโล่งเดี๋ยวนี้สัมผัสสิ่งนี้ก็โล่งอยู่ตลอดเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็โลกเรียกว่าไม่มีที่สิ้นสุดอันนั้นโตมันก็อาสาอยู่อย่างนี้เรียกว่ามันโลกกว้างยังไม่มีที่สิ้นสุดสักทีแต่ไอ้เนี่ยไปนั่งทำเอาน่ะประเดี๋ยวมันก็สุดไม่กี่ชั่วโมงบางคนทำได้ 7 วันก็นั่นแหละก็สุด 7 วันเดี๋ยวก็ไม่มีอากาศไม่มีอาการรักษาโรคอย่างนั้นอีกแล้วแล้วมันไม่ใช่ตัวจริงมันตัวสร้างเป็นมโนมยาอัตราแล้วก็ครูก็ได้อยู่แค่นั้นแล้วคุณก็สิ้นสุดลงมันคลานแย้งแล้ว เป็นอนันต์โตอากาโสติมันไม่เป็นเพราะมันสิ้นสุดลงคุณทำได้แค่ 7 วันคุณก็ไม่ได้อาสาอันนั้นแต่อาการสานี้เมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็มีเหตุปัจจัยเป็นปัจจัยเมื่อไหร่หรือแม้แต่จะนึกถึงมันก็โล่งคือจิตระลึกถึงมันมันก็ไม่หวั่นไหวไม่ใช่จิตระลึกถึงเลยสัมผัสด้วยตาหูจมูกลิ้นกายเลยมันก็ลงๆว่างๆอยู่มันไม่ได้ดูแต่ดับอะไรมันไม่ได้ดูดได้ผลักอะไรนี่มันโล่งเลยมันตรงไปเลยเมื่อใดเมื่อใดก็ลงจึงเรียกว่าเป็นอนันโตอนันตังอนัตตาตัวนี้ออกชัดๆอันนั้นโตอาการโซ่ติดจึงเรียกว่าว่างไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดในโลกไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดสว่างไสวอยู่ ไม่มีที่สุดสบายๆอยู่ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ได้เพราะฉะนั้นการไปนั่งหลับตาเอานั้นมันนิดเดียวยังเก่ง 7 วันก็ทั้งยากอย่างที่ว่าอรูปฌานอย่างนี้ฤาษีจึงไม่ตรงกับบัญญัติไม่ตรงกับความหมายแท้ดังที่กล่าวนี้แหละฟังคำอธิบายนี้ให้ดีเพราะผู้ที่อธิบายฌานฤาษีก็แค่ฌานฤาษีแล้วก็หลงผิดเป็นมิจฉาทิฐิกันอยู่นั่งหลับตาทำเอาไปผมก็เคยเล่นผมก็เคยไปทำทำมาแล้วเข้าใจดีแต่เสร็จแล้วมันก็ไม่แจ้งเมื่อมาแจ้งทางนี้แล้วจึงเห็นชัดมีอธิบายอันนั้นออกมาได้ป่านนี้ก็เพราะว่าอ้อจับได้แล้วนี่เพิ่งเกิดปฏิภาณนี้ทุติยะเนี่ยแต่ก่อนนี้ก็ยังไม่เกิดปฏิภาณนี้รู้สึกตัวนี้นี่เพิ่งได้ออกมา อาการโชติที่เป็นลักษณะโล่งมากแล้วก็อธิบายถูกมาแล้วแต่ยังไม่ลึกวันนี้ลุกขึ้นไปอีกเปราะนึงเลยเห็นไอ้เด่นชัดเลยว่าชาญฤาษีกับชาญพุธนี้มันต่างมันไม่เป็นอนันตังอย่างนี้จริงๆนี่เป็นสันตะวิหารเป็นของรองรับรับใช้อาศัยได้เมื่อไหร่ก็อาศัยได้ไม่ใช่ว่าอยากได้ต้องไปนั่งหลับตาเอาแทบตายโอ้โหไม่ได้แล้ววันนี้ก็ยังเข้าสู่อาการสาไม่ได้เลยไอ้แบบนั้นมันจะไปได้เป็นอาศัยอะไรกับเราก็จะอาศัยกันทีนึงแล้วก็ทำกันทั้งญาติทั้งเย็นไม่ได้ไม่ได้เป็นสันตะวิหารเลยไม่ได้เป็นเครื่องอาศัยอะไรที่จะเป็นสันติหรือสุขสันต์สงบระงับเลยไม่เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นลักษณะต่างกันส่วนของพุทธนี้มันแน่ๆแหงๆเลยมีเมื่อไหร่ก็ได้มันก็ล่มอยู่เดี๋ยวนี้ ยกตัวอย่างเหตุปัจจัยสักอย่างหนึ่งเป็นเหตุปัจจัยเด่นๆเลยอันนี้เราเลิกได้แล้วฉันว่าเราไม่ติดบุหรี่แล้วสัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้มันก็อาสาอยู่เดี๋ยวนี้ไม่สำคัญเลยระลึกถึงมันก็อาสาก็โล่งก็ว่าเป็นสันตะวิหารเป็นเครื่องอาศัยสบายๆเป็นภูมิของลูกเป็นจิตเป็นชาญในจิตเป็นเครื่องอาศัยของพระอรหันต์ของพระอริยเจ้าอาศัยผลต้องอาศัยมันยังไม่ตายมันยังมีอาทิมันยังมีอุปการที่มันยังเป็นสัตว์อุปาทานแปลว่ามีอุปาทิแปลว่าต้นแปลว่าต้นเขาเรียกว่ารูปนามขันธ์ 5 เอาความหมายก็คือมันยังเหลือรูปนามขันธ์ 5 ยังไม่แตกสลายมันยังไม่แยกภาพมันยังประชุมกันอยู่มีมหาภูตรูปมีจิตมีวิญญาณอยู่กับร่างกายและรูปนามขันธ์ 5 ยังเหลืออยู่ใช้ศัพท์แปลว่าเหลือมันเป็นนิพพานที่เหลือสิ่งนี้อยู่มันก็ต้องรู้ไม่รู้ไม่ได้แต่รู้ก็รู้ไม่ได้มีกิเลสอะไรไม่ได้เป็นภาคกิเลสอะไรว่างๆอาศัยและเราก็ไม่ได้อาศัยรถของโลกด้วยแล้วอาศัยรถว่าอาศัยรถโล่งๆอาการซะเพราะปฏิเสธทะลุอาการอากาศคือรูปของความว่างจึงเรียกว่าจิตว่างมีจิตแต่จิตนี้ว่างว่างจากกิเลสทั้งมวลมากจากรสชาติโลกีย์รสว่างจากรถรถของโลกว่าออกจากอัสสาทะไม่มีรถมีรสนิยมโลก ปราศจากแล้วแล้วเราตรวจดูมันเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเราจะไปนึกไปคิดไปสร้างไปปรุงไปทำงานมันก็เป็นงานแม่ในขณะทำงานนั้นสัมผัสสิ่งที่เราเคยเกิดกิเลสเราก็ดูจิตของเราได้อยู่ซ้อนอยู่ในนี้มันก็ไม่เห็นกิเลสมันก็ไม่มีอาการไม่มีอาการของโรคที่จะลดไม่มีอิฐหาอารมณ์อันนี้ขาลงอะไรชอบไม่มีฉันไม่มีเชยว่างอยู่อ่านเมื่อไรมันก็ออกเป็นอาการที่ตรงกันระวังมันแตกต่างกันนะกับสิ่งที่มีไม่มีมันต่างกันลิ้นพระสุดท้ายก็คือเห็นความมีกับความไม่มีเพราะฉะนั้นถ้าความไม่มีนี้เป็นอาการจริงที่คุณจะต้องรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งของตนเองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญู คนอื่นมาเป็นปัจจัตตังกับคุณไม่ได้คุณจะลองดูเองจริงๆคุณหลอกตัวเองคุณยังหยาบหยาบอยู่มันไม่ละเอียดอยู่คุณก็เหลือเหลือไอ้ตัวอย่างนั่นแหละเพราะฉะนั้นประมาทไม่ได้จะต้องทำให้ละเอียดๆแน่จริงเลยคุณโกหกตัวเองอยู่คุณก็ค้างอยู่ตรงนั้นแหละที่จริงมันได้ 30% เหลืออีก 70 เรานึกว่าเราหมดคุณก็ค้าง 70 อยู่นั่นแหละเรานึกว่าเราหมดเราดูในตนเองนี่เราเห็นว่าเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive