580521_ธรรมาธรรมะสงคราม-บ้านราชฯ-กรรมคือพระเจ้า.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580521_ธรรมาธรรมะสงคราม บ้านราชฯ กรรมคือพระเจ้า
พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พ.ค. ๕๘ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะแม ซึ่ง นร.สัมมาสิกขาของทุกที่ มีการดำเนินตามแนวสัมมา คือแนวทางของพระพุทธเจ้า ต้องมีความรู้แบบพระพุทธเจ้า ขาดไม่ได้ โรงเรียนที่หลวงปู่ตั้งขึ้นมา เป็นรร.ที่ต้องเรียนธรรมะของพระพุทธเจ้าด้วย ถือว่าบังคับในตัวเลยให้เรียน เพราะหลวงปู่เห็นว่าการเรียนในรร.ทั่วโลก เรียนแต่วิชาความรู้เทคนิคไป ทำมาหากิน แต่ไม่เห็นความสำคัญของธรรมะ มนุษย์จึงเสื่อมลงเพราะไม่เห็นความสำคัญของธรรมะ
ความรู้โลกๆก็มีประโยชน์ แต่ความรู้ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นความรู้ทั้งความรู้วิชาการทางโลกและความรู้ทางธรรมไปด้วยกัน ความรู้ของพระพุทธเจ้ารู้ทั้งโลกและธรรม ส่วนผู้ที่บอกว่ามุ่งนิพพานแล้วออกป่าเขาถ้ำ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสังคม อันนี้ผิดทางแล้ว ต้องเข้าใจให้ครบถ้วน ธรรมะของพระพุทธเจ้ารู้โลกด้วย สามารถทำมาหากินได้สุจริต มีคุณค่าประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติเลย เป็นคุณค่าประเสริฐเช่นนั้นทีเดียว ผู้มาเรียนที่นี่ เรียนธรรมะเป็นหลัก เรียนความรู้เทคนิคด้วย สร้างสรรประโยชน์ มีผลผลิตได้ ไม่ขาดตกบกพร่อง ถ้าจะว่าแล้วที่นี่พาทำเป็นงานยิ่งกว่าข้างนอกเขาอีก ที่ฝึกทำงานกับสังคมจริงที่ตนอยู่ร่วม แล้วแต่ว่านร.คนไหนจะขวนขวายเห็นดีเห็นงามอันไหน พอครูบาอาจารย์ พี่ป้าน้าอาพาทำกันก็ฝึกทำไป ที่อื่นเขาไม่ได้ฝึกทำการงานอย่างขนาดนี้ แต่ของเรานี่ฝึกให้ทำเป็น เป็นแล้วจบไปทำอาชีพได้ มีความรู้สามารถเลี้ยงชีวิตได้
ทุกวันนี้ข้างนอก จบม.๖ ทำงานอาชีพเลี้ยงชีวิตไม่ได้ อย่าว่าแต่ม.๖ เลย ป.ตรีก็ยังทำไม่ค่อยเป็นเลย มันเป็นความพร่องของความเป็นสัตว์โลก เพราะสัตว์เดรัจฉานมันก็หากินเป็น บางชนิดขุดดิน บางชนิดก็หากินตามประสา สร้างรวงรังได้ เขาก็
อ่านต่อ
ทำได้ทำเป็น อาศัยให้ชีวิตไปรอด
มาเรียนรู้ที่นี่แล้ว นอกจากจะพึ่งตนเองรอด ด้วยงานที่จำเป็นต่อชีวิต เราไม่สอนงานที่ผลาญพร่าทำลายเราไม่สอนไม่ส่งเสริมไม่แนะนำ แนะนำแต่งานสาระสำคัญจำเป็นต่อชีวิต และที่สำคัญคือธรรมะ
คนทุกวันนี้เป็นผู้ใหญ่ก็ตาม แม้แต่พวกเราเป็นเด็กสัมมาสิกขา ก็ให้เรียนรู้ให้ดี คนเดี๋ยวนี้แม้จบวิชาการขั้นสูง จบป.เอก เขาก็ยังไม่เห็นคุณค่าว่าธรรมะเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตทั้งเรื่องปัจจุบัน ยิ่งตายไปก็ต้องใช้ธรรมะ ถ้าเรามีอธรรมมันก็พาเราเป็นไป ให้อัตภาพ ที่เป็นธาตุสำคัญของแต่ละคน เป็นพลังงานประจำตัว จะสามารถฝึกฝนเรียนรู้ให้เป็นได้ก็สั่งสมในอัตภาพทั้งนั้น ถ้าทำตั้งแต่ตอนนี้เป็นตายไปก็ติดไป แต่ถ้าทำไม่เป็นตายไปก็ติดไม่เป็นไป ถ้าทำเลวตายไปก็ได้เลวไป ถ้าทำดีตายไปก็มีความดีสืบไป อัตภาพนี้พาเราเป็นไปจนกว่าอัตภาพเราจะแยกธาตุ เลิกไม่เป็นตัวเราอีกแล้ว เป็นพระอรหันต์ขึ้นไปก็ละลายอัตภาพของตนเองได้ เป็นปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ สลายหมดเลย
ความสำคัญจึงมิใช่อยู่ที่ร่างกาย ซึ่งมันอยู่ได้ ๑๐๐ ปีก็ยากแล้ว ตายแล้วร่างนี้ก็เปื่อยไป แต่ว่าสิ่งที่จะพาไปสร้างร่างใหม่ ถ้าชาตินี้เราไม่หล่อไม่สวยเราไม่เก่งไม่สามารถ ถ้าเราฝึกตนแต่เดี๋ยวนี้ ร่างกายเราไม่สวยไม่หล่อก็สร้างสมจากปางก่อน ชาตินี้เราก็ทำสิ่งที่ดีๆ ที่เป็นเรื่องงดงาม เป็นการสะสม ใส่อัตภาพไป เราก็ได้เป็นของเรา
คนที่ไปเกิดจากพ่อแม่ไหนก็ตาม คนที่จะได้เกิดจากพ่อแม่คนนี้ๆ มีDNA หรือมีรหัสพันธุกรรม จะมีส่วน ถ้าเราตายไป หากเราเองมีต้นทุนอัตภาพเราจะต้องเกิดในคนที่ไม่หล่อไม่สวย ก็จะไปเกิดในท้องพ่อท้องแม่ที่มี DNA ไม่สวย กรรมพาเกิด ทางเทวนิยมว่าพระเจ้าให้ไปเกิด แต่ทางพุทธเรานี่กรรมพาเกิด ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องลงตัวเช่นนั้น ใครเปลี่ยนไม่ได้
จึงมีส่วนของพ่อ/แม่ พ่อ/แม่ขาว ลูกออกมาก็ขาว ตามสายพันธุกรรม ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้เป็นลูก ไม่ได้มีของตนเอง เอาแต่จากของพ่อ/แม่ ก็ไม่ใช่ จริงๆเราเองเป็นต้นทางของรหัสพันธุกรรมตัวแท้ ที่เราจะไปเกิดกับพ่อแม่ที่จะมีพันธุกรรมเช่นนี้ ขนาดนั้นยังแหกคอกเลย พ่อแม่ดำ ลูกออกมาขาว พ่อแม่เตี้ยลูกออกมาสูง พ่อแม่หล่อสวย แต่ลูกออกมาขี้เหร่ก็มี ซึ่งพันธุกรรมของตนเองแรง เป็นกัมมัสกะ กรรมของตนพาเกิด นี่คือนัยละเอียดที่ศาสนาพุทธเข้าใจรายละเอียด
แม้วิทยาศาสตร์เขาก็หาเหตุไป ว่าทำไมไม่มาจากพ่อแม่ เขาก็ว่ามาจากปู่จากทวด มันก็ไล่ไป ก็ต้องถูกสักคนแน่ มีมิวเตชั่นMUTATION ผ่าเหล่าผ่ากอไป แต่แท้จริงตัวที่อธิบายได้ชัดก็คือ ตัวกัมมโยนิ กัมมพันธุ เป็นตัวแท้จริงกว่ารูปธรรม เพราะตัวแท้ของนามธรรมนี่มันมีสะสมมานานกว่าชาติหนึ่ง มันมาไม่รู้กี่แสนกี่ล้านปีแล้วเราสั่งสมมา
พระพุทธเจ้ายืนยันว่า กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ เราต้องอาศัยกรรมของเรา เราไม่ได้อาศัยกรรมพันธุ์ของพ่อแม่ กัมมโยนิ ก็ได้มาแต่ร่างที่พ่อแม่ให้กำเนิดรูปร่าง แต่ที่จริงมีการกำเนิดทางจิตที่สูงกว่า ที่เราเองพาเกิด
จิตวิญญาณพอมาเกิดเป็นลูก นิสัยใจคอก็เหมือนพ่อแม่ก็ได้ แต่ต่างก็เยอะ เพราะเป็นของเรา พาเกิด ตามที่เราต้องรับมรดกของเรา(กัมมทายาท) เพราะกรรมทุกอย่างเป็นของเรา สุกฏทุกตานัง กัมมานัง ผลังวิปาโก ทำขี้โกงทำซื่อสัตย์ก็อยู่ในคลังสัญญาเรา ในhard disk นี้ไป แม้จะพัฒนาตนให้เป็นอาริยะ เป็นอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้าก็ยังอยู่ในนี้แหละ
สิ่งที่เรามีเราเป็นตั้งมากมายที่มันไม่ไปไหน พิสูจน์ได้จากพระพุทธเจ้า ท่านพัฒนาตนเองจนสามารถหยั่งรู้ที่ท่านเกิดมาเก่าก่อน เรียกว่าบุพเพสันนิวาส (ที่อยู่เก่าก่อน ผ่านมาแล้ว) เกิดมากี่ชาตินับล้านชาติ ท่านมีบุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกย้อนได้ ก็ระลึกตามในฮาร์ดดิสก์ของท่าน ท่านมีปัญญากดเป็น
เหมือนคอมพิวเตอร์ที่กดรหัสเป็นก็เข้าไปดูได้หมด ท่านก็เอามาเล่ามากมาย บันทึกเป็นชาดกหรือไม่ได้บันทึก ท่านก็ได้ระลึกว่า ได้บำเพ็ญมาไม่รู้กี่ล้านๆชาติกว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า ท่าน ระลึกแต่ละชาติ เรี ยกว่า รู้โลกวิทู พร้อมกับ ความเป็นสัตว์ มีทั้งเดรัจฉาน มนุษย์ เป็นจิตนิยาม พาเกิดหมุนเวียน ไปนับชาติไม่ถ้วน นี้คือผู้ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจะเป็นอย่างที่พระพุทธเจ้าเป็น ก็จะได้มากขึ้นตามลำดับ ปฏิบัติไล่ไปจนใกล้เป็นพระพุทธเจ้าก็จะดึงเอาคลังฮาร์ดดิสก์ ออกมาใช้ได้ ซึ่งกรรมสั่งสมไปไม่มีวันหายไป
พระพุทธเจ้าท่านเอามาเล่าได้มากมาย เพราะรู้จากความจริง ไม่ได้เอานิยายอะไรมาเล่า ใครเคยอ่านชาดกของพระพุทธเจ้า ก็ยืนยันว่า เราทำอะไรไปมันยังอยู่ แคะกระปุกมาดูได้ แม้เราไม่เป็นอย่างที่เราผ่านมาแล้ว บางชาติเราทำชั่ว ชาตินี้เราไม่ทำชั่วอย่างนั้นแล้ว หรือทำดีอย่างนั้นมาก็ตาม ชาตินี้เราไม่ได้ทำ แต่มันก็จำได้ มันก็มีให้เรารู้ มันไม่ได้หายไปไหน มันยังอยู่ในนั้น มันมีสิทธิ์ออกฤทธิ์ไหม กรรมชั่ว มันจะออกมาเล่นงานเราได้ ถ้าเราไม่มีวิธีป้องกัน ไม่ให้มันมาเล่นงานเราได้
เราป้องกันผีร้าย กรรมวิบากร้ายของเรา ไม่ให้ออกฤทธิ์ พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ทำแต่สิ่งดี แล้วสร้างจิตวิญญาณให้เรียนรู้ดี/ชั่ว แล้วรู้เหตุที่พาทำชั่ว อกุศล บาป ดับให้ได้ อย่าให้เกิดในตัวเราอีก เรียนรู้พลังงานที่มาประกอบให้เกิด พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้จนระงับ ควบคุมได้ จนทุกปัจจุบัน จะไม่ปฏิบัติพลังงานหรือกรรมกิริยาที่ชั่ว ที่ไม่ดี ไม่ทำอีก ตลอดไปเลย จนกว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน นี่เป็นหลักสูตรของพระพุทธเจ้าที่ค้นพบ
ทุกปัจจุบันที่จะต่อไปอีกกี่ล้านๆปี ถ้าเราสามารถทำความจริงถึงที่สุดว่า กรรมต่อไปทุกปัจจุบันจะไม่ทำบาปอีกเลย เพราะไม่มีเชื้ออกุศลจิตเลย เป็นหลักประกัน ทำแต่ดี จะมีแต่ของดีเก็บในฮาร์ดดิกส์ สะสมไป ไม่ทำชั่ว ดันวิบากชั่ว ไปไกล ออกฤทธิ์ได้ยากขึ้นๆ
พลังงานดูด พลังงานผลัก พลังงานรัก/ชัง ก็อยากมาเป็นปัจจุบัน แต่พระพุทธเจ้าท่านมีวิธีทำให้ทุกปัจจุบันเป็นกลางได้ ไม่ได้หายไปไหนนะที่ทำไปแล้ว มันไล่มาก็ตาม แต่พระพุทธเจ้าทำให้มันไล่ไม่ทันหรือหมดฤทธิ์ที่จะไล่ทันได้ เมื่อไล่ทันไม่ได้ ก็เป็นความสมบูรณ์แล้ว เราไม่ทำสิ่งชั่ว แล้วเราทำแต่ดี อดีตก็เลยเป็นสภาพที่มันมีแต่สิ่งที่เป็นตัวกั้นไม่ให้ตัวไม่ดีมาเล่นงานเราได้ เราระงับแล้วไม่ทำอีกเลย เราทำแต่ดีถ่ายเดียว มันก็เลยห่าง แม้เป็นพระพุทธเจ้า ก็ยังเหลือน้อยที่หลุดมาเล่นงานได้อีก หรืออย่างพระโมคคัลลานะก็ตาม ถูกฆ่าได้เลย
พวกเราฟังไว้ให้ดี จะได้เข้าใจ ไม่ไปทำกรรมที่ไม่ดี กรรมคือการกระทำ ทางกาย-วาจา-ใจ เลิกคิดไม่ดี เลิกพูดไม่ดี เลิกทำไม่ดี ความชั่วแม้น้อย อย่าทำเสียเลย ทำแล้วมันสั่งสมในฮาร์สดิสก์เราเลย เราจะลืมมันก็ยังอยู่กับเรา เราจะผลักไสมันมันก็ไม่ไป มันเป็นของเรา ไม่เอาไม่ได้ ไม่สูญหายไม่ระเหิดไปไหน เราต้องเป็นทายาทของกรรมที่เราทำไป เพราะเราสั่งสมเอง
ฟังดีๆแล้วให้เราสำนึกรู้ตัวเสมอ ใครทำก็เป็นกรรมวิบากไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ อย่าทำ พยายามเข้าใจให้ดีแล้วสังวรตน ดูว่า เวลาเราทำอะไรพูดอะไรคิดอะไรก็สังวรให้ดี
หลวงปู่นี่สอนให้รู้ลึกซึ้ง ให้รู้อะไรมากมาย อย่างพี่ป้าน้าอาที่มาทำจนมีชีวิตสุขสบายที่นี่ ข้าวมีกิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ....
ได้ยินข่าวชาวโรฮิงญา ไหม พวกนี้เป็นพวกทำวิบากบาปมาก บาปจนไม่มีดินให้เดิน ข้าวไม่มีกิน ตะวันมีส่องร้อนเอาร้อนเอากลางทะเลเลย แผ่นดินเกิดของตนก็อยู่ไม่ได้
ขณะนี้ รู้จักคุณทักษิณ ชินวัตรไหม เขาอยากอยู่เมืองไทยนะ เมืองไทยเขาก็ให้อยู่ได้ แต่เขาไม่มาอยู่ เพราะเขามีความผิด แล้วตนเองก็ไม่รับผิด ก็เลยเข้าเมืองไทยไม่ได้ ก็เลยไม่มีแผ่นดินอยู่
นี่ก็คือความไม่มีแผ่นดินอยู่สองชนิด ถ้าว่ากันจริงๆแล้วซับซ้อนใครเลวกว่ากัน แต่ชาติก่อนๆที่เขาทำมา ทั้งโรฮิงญา(ขออภัยไม่ได้พูดกระหน่ำย่ำยีโรฮิงญา แต่พูดเป็นวิชาการให้ฟัง) เพราะเขาทำวิบากบาปมาจนแผ่นดินจะอยู่ก็ไม่มี ต้องไปอยู่กลางทะเล ขึ้นแผ่นดินไหนก็ไม่ได้ มันอาภัพ อัปภาคขนาดไหน เขาไม่อยากอยู่นะ มันทรมานอดอยากไม่ได้เรื่องเลย เป็นวิบากบาปที่ทรมานมาก เราไม่เป็นชาวโรฮิงญาบ้างเราไม่รู้สึกหรอก ถ้าเราไปเป็นอย่างเขาจะรู้สึก ว่ามันสุดเศร้าสุดสังเวชขนาดหนัก
ถ้าคนรู้วิบาก แค่เป็นอย่างทักษิณนี่เราก็ไม่เอา เขาอยู่ได้กับสิ่งลวง ดูมีเงินทอง ซื้ออะไรมาบำเรอตนเองแต่ที่แท้ซัดเซพเนจรระเหเร่ร่อนดิ้นพราดๆๆ ทุกข์ทรมาน เกิดจากกรรมบาปที่เขาทำทั้งนั้นเลย
แล้วที่บอกว่าโรฮิงญาเป็น ก็แนวเดียวกันเขาทำชาติไหนก็ไม่รู้ ชาตินี้เลยเร่ร่อนเดือดร้อนกว่าทักษิณอีก ทรมานหนักกว่า แต่พฤติกรรมของเขามันไม่ร้ายกว่าทักษิณ เขารับวิบาก ก็เห็นว่าน่าสงสาร แต่ทักษิณนี้หลายคนเห็นแล้วไม่น่าสงสาร เพราะมันกลบด้วยโลกธรรม ไม่น่าสงสาร ซึ่งมันซับซ้อนว่า คนอย่างโรฮิงญาคนยังสงสาร แต่ทักษิณนี้คนไม่สงสารและไม่น่าสงสารทั้งที่มีอยู่มีกินนะ ขออภัยที่ต้องกล่าวนาม เอามาเป็นตัวอย่าง เจตนาชี้ปัจจุบันธรรมว่ามีสิ่งจริงที่เกิดจากกรรมของตนเป็นตัวพาให้เป็น จะบอกว่าพระเจ้าทำก็ได้ เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าก็ได้ ส่วนศาสนาพุทธ ก็คือตนเองเป็นคนทำ
เราแก้อดีตไม่ได้ เรามีสิทธิ์แก้ปัจจุบันได้ อนาคตก็มาไม่ถึง เราต้องหยุดอย่าทำเหตุปัจจัยที่จะทำให้เราไปลำบากชั่ว ทรมานอีก อย่าทำสะสมเข้าไปในฮาร์ดดิสก์ของเรา ก็เรานี่คือคนเปลี่ยนแปลง สั่งสมต้นทุนเก่าที่จะพาให้เกิดอนาคต ปัจจุบันนี่สามารถเปลี่ยนอนาคตได้ ถ้าต้นทุนเราต้องตกนรก แต่เราหยุดทำอกุศล ทำแต่กุศล จนมากพอ อนาคตเราก็เปลี่ยนแปลงได้ อดีตนี่คือพระเจ้าหรือพรหมลิขิต ที่จะบอกอนาคต แต่ใครฝืนดวงได้ฝืนพรหมลิขิตได้ เพราะเราทำกรรมปัจจุบันที่มีพลังงานแท้จริง จนอดีตเปลี่ยนแปลงได้ จนเปลี่ยนแปลงคำสั่งพระเจ้าได้
จริงๆแล้วพระเจ้าไม่ได้พาทำชั่ว พาทำวิบากบาป แต่คนชั่วเองทำเองก็เลยได้อนาคตเช่นนั้น พระเจ้าปรารถนาดีต่อคนทุกคนไม่อยากให้ตกทุกข์ได้ยากหรอก แต่ตนเองทำเองก็เลยตกทุกข์ได้ยาก ทางเทวนิยมก็เลยบอกว่าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า แล้วที่ไหนว่า พระประสงค์พระเจ้าให้ทุกคนพ้นทุกข์หรือเขาอาจว่า เพราะคนนี้ทำชั่ว พระเจ้าเลยลงโทษ จริงๆคำสอนของศาสนาเทวนิยมก็บอกว่า ใครก็ตามถ้าจะไม่ให้ตกทุกข์ได้ยากต้องช่วยตนเองก่อน แล้วพระเจ้าจะช่วย ใครช่วยตนเองจนหมดพลังบาปที่จะไล่ทัน คนนั้นก็พ้นนรก ไม่ตกทุกข์ร้อนก็อันเดียวกับตนเองนั่นแหละเป็นตัวสำคัญ ทำกรรมของตนเอง
เราจึงต้องมาเรียนรู้กรรมให้ดี คนมีชีวิตเป็นอัตภาพแล้ว ทุกคนทุกตัว แต่คนในชาตินี้ ไปเกิดเป็นสัตว์ได้นะ หรือว่าร่างเป็นคนแต่ใจเป็นสัตว์ก็มีเยอะ หรือเลวกว่าสัตว์นรก เป็นสัตว์นรกตัวเลวๆด้วย คือสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าค้นพบ
ถ้าผู้ใดสามารถเรียนธรรมะของพระพุทธเจ้า สำคัญที่เรียนอย่างไรให้เปลี่ยนจิตใจ การเปลี่ยนกาย วจีนั้นไม่ถาวร ไม่เด็ดขาด แต่ถ้าจะเสร็จเด็ดขาดต้องเปลี่ยนจิตใจ หลวงปู่สอนหรือพาทำก็พาทำตรงนี้แหละ ให้เปลี่ยนจิตใจ เรียกว่า ทำใจในใจ เปลี่ยนจากใจที่คิดชั่ว พูดชั่วทำชั่วเพราะมีเหตุชั่ว ก็ดับมันดับเหตุให้มันตายไปจากจิตเลย
ศาสนาพุทธรู้จักการทำสัตว์ชั่ว (สัตว์ทางจิตวิญญาณ โอปปาติกะที่ชั่ว) จนฆ่ามันตายสิ้นชีวิตไปได้เลย ถ้าสัมมาสิกขาได้ทำเช่นนี้ได้ความรู้นี้ติดอัตภาพไปนี่จะดีมากเลย ได้เป็นตระกูลพระพุทธเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์แท้จริงของพระพุทธเจ้า)
เริ่มจะเป็นเผ่าพันธุ์ของพระพุทธเจ้าต้องเปลี่ยนจิตให้มีทั้งเจโตและปัญญาที่มีโลกุตระจิต เรียกว่าจิตวิญญาณเริ่มเข้าสู่กระแสโลกุตระ เข้าสู่โลกที่พระพุทธเจ้าไม่ว่าองค์ไหนก็พาเป็นเช่นนี้ ให้สามารถอ่าน ความเป็นโลกุตระคืออย่าไร เรียกว่า ปรโลก แล้วโลกเก่าเป็นอย่างไร แล้วเปลี่ยนไปสู่โลกุตระ
เริ่มเพาะเชื้อของพระพุทธเจ้า ของพุทธธรรม หน่วยของจิตนั้นต้องเป็นจริง ต้องมีปัญญาญาณรู้ทิศทางว่าโลกใหม่ของพระพุทธเจ้าเป็นเช่นนี้ ผู้ใดศึกษาไม่ดีทำไม่ถึงความจริงเชื้อโลกุตระเกิดไม่ได้ ถ้าศึกษาแท้จริงเกิดได้ ซึ่งมีรายละเอียดของจิต มโน วิญญาณ คือธาตุรู้ ในอัตภาพของแต่ละคน ถ้าสามารถเรียนรู้ได้ เช่น
ยอมเสียเปรียบทั้งๆที่รู้คือ "ผู้เสียสละ"
จิตหรือใจของเรา มันโกรธ ตอนนี้เราโกรธแล้ว โกรธนี่ไม่ใช่มือโกรธแขนโกรธแต่ใจโกรธ เด็กๆฟังดู เคยใจโกรธไหม? เคยอ่านใจตอนมันโกรธไหม? นั่นแหละฝึก อ่านอาการเช่นนี้ ท่านเรียกว่ามีลีลา ของอาการโกรธ อาการอย่างนี้เรียกว่า อาการดีใจ เคยอ่านอาการดีใจได้ไหม? นี่คือการเรียนรู้จิตใจหรือจิตวิญญาณ แล้วก็อ่านต่ออีกว่าเราดีใจเพราะอะไร?เราดีใจเพราะได้ของที่เราชอบ เหตุเพราะเราตั้งจิตไว้ว่าอย่างนี้เราชอบ พอได้สมกับที่เราตั้งไว้ก็เลยดีใจ อาการดีใจอย่างนี้เป็นกิเลส
จนเห็นอาการกิเลสซ้อนในดีใจ ว่าถ้าเราอยากได้แล้วยิ่งอยากได้มากๆ เห็นอยู่หลัดๆว่าน่าได้เลย แต่เราคว้าเอาไม่ได้ จะทุกข์หรือสุข?.... ทุกข์ คืออยากได้แล้วไม่ได้ เห็นจิตทุกข์นี้คืออาริยสัจที่พระพุทธเจ้าสอนเรา เพราะมันอยากได้แล้วไม่ได้ ตัวอยากคือตัวการ ตัวอยากคืออย่างไร อ่านอาการมันให้ออก
พระพุทธเจ้าให้รู้อาการที่มันเกิด แล้วมันไม่อยู่นิรันดรหรอก ขณะที่มันเกิดจริงคือตอนสัมผัส หากไม่มีของจริงให้สัมผัสไม่ใช่ของจริง เราอยากได้ทองก้อนนี้ แต่เราไม่ได้สัมผัสก็ไม่จริง แต่ถ้าเราเจอทองคำที่มันตกอยู่ที่ถนน เราก็อยากได้เลย เห็นอาการมันเลย แต่ว่าทองคำนั้นมันมีเจ้าของทั้งนั้น มันเป็นของคนอื่น เราก็อยากได้ ถ้าไปเอาละเมิดนี้ผิด แต่ถ้าไม่เป็นของใครเราก็อยากได้มาก
แล้วทองนี้ถ้าไม่เป็นของใคร แต่มาเห็นพร้อมกันสองคนก็แย่งกันเลย ตีกันตายได้ แต่ถ้าเราไม่อยากได้ เขาจะเอาไปก็ไม่หวงแหน ไม่ได้เป็นของเราอยู่แล้ว ใจเราก็ไม่ทุกข์ ไม่ก่อเวร แต่ถ้าเราไปแย่ง สมมุติว่าสู้ไม่ได้ก็ก่อเวร คนได้ก็ดีใจ แต่คนไม่ได้ก็พยาบาท ของนี้เราเห็นก่อนนะ แล้วมาแย่งเราไป นี่คือเราอยากอะไรก็ทุกข์ทั้งนั้น
เราก็ทำของเราเองดีกว่า แม้จะทำจะปลูกจะสร้างสรรอะไรที่สุจริตก็ทำด้วยความสามารถตนเอง อย่าไปแย่งชิงของใคร อันนี้ปลอดภัยที่สุด อย่าไปเอาของคนอื่นที่ไม่ใช่ของเรา มันก่อเวรเป็นภัย เป็นหนี้ตามวิบากเลย ติดตัวเราไป อย่าทำ
ยิ่งอ่านจิตเราเป็น แล้วเราก็ลดความอยากได้เป็นเราเป็นของเราลง เช่นเราเห็นว่าน่าจะมีมะม่วง เราก็ปลูกมะม่วง ปลูกตามวิธีการถูกต้องหมดเลย โดยไม่ต้องอยากได้มะม่วง มะม่วงก็เกิดให้เราโดยไม่ต้องอยากได้มะม่วงเลย เราเห็นว่าอะไรน่าจะมีจะเป็น เราก็ไม่ต้องอยาก ก็ลงมือทำเลย สร้างหรือทำไม่ได้ก็เอาอันอื่นไปแลกหรือไปขายเป็นเงินอย่างสุจริตไปแลกเปลี่ยนได้ไม่เป็นบาป ถ้าเราไม่โกงในที เช่นไปขายเอากำไรมากๆกลับดีใจอีกพวกนี้บาปกินหัวนะเป็นหนี้ทางสัจธรรม
สัจธรรมนี่สุจริตที่สุด ซับซ้อนอย่างไรก็คิดละเอียดไว้หมด แต่คนเอาสิ่งทุจริตมาหลอกว่าเป็นสัจธรรม สังคมทุกวันนี้เอาเปรียบเอารัดหลอกกันเยอะ หลวงปู่เลย พาทำอย่างในหลวงว่า ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา คนไปเอาเปรียบเอากำไรเขาคือคนขาดทุนทุกการกระทำ ไม่ออกฤทธิ์ตอนนี้ตอนหน้า
เราเสียเปรียบทั้งๆที่รู้ เราไม่เรียกเสียรู้ เราเรียกว่า "เสียสละ" รู้ให้ได้ว่าเรามาเสียสละ บางทีเราจำนนเราไม่อยากเสียสละ แต่ถ้ามันจะเดือดร้อนกันก็ต้องยอมเสียสละ คนเอาส่วนที่ไม่ควรได้ก็เป็นบาปของเขา เราก็จำนน ทั้งที่ไม่อยากให้เขาทำชั่วก็ตาม เรารู้ให้ได้ว่าอะไรชั่ว แล้วอย่าทำ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ ทุกปัจจุบัน ผิดมาแล้วหยุดอย่าทำอีก เพราะทำแล้วเป็นของเรา กรรมเป็นของๆตน เราต้องรับมรดกกรรม ทั้งชั่วและดี ถ้าทำชั่วมาก หนักเข้าก็จะไม่มีที่จะอยู่ ข้าวไม่มีกิน ดินไม่มีเดิน
ตอนนี้บ้านราชฯจะต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ เป็นของฟรีที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของด้วย ถ้าใครพวกเรารู้ก็มาช่วยกันทำได้ก็ยิ่งดี
ต่อไปเป็นการถามตอบ _น้องโมกข์(แก้วกลั่นพร หิรัญเขว้า) ....คนที่อยากเรียนสัมมาสิกขาแต่มาไม่ได้ กับคนที่มาได้แล้วแต่ต้องออกไป เป็นกรรมใช่ไหม?แล้วอะไรหนักกว่ากัน... ตอบ ... กรรมกิริยาที่เราลงมือหรือแต่ใจคิดก็เป็นกรรมแล้ว ทีนี้เรากระทำกรรมมีใจอยากเข้า เราก็มีกิริยาของใจแล้ว แต่มันเข้าไม่ได้เป็นกรรมของเราไหม ก็เราทำเหตุปัจจัยไม่ครบก็ไม่ได้เข้าหรอกก็เพราะกรรมของเราเอง แม้แต่เขาอยากแล้วเขาก็มาสอบเข้าแต่เขาเข้าไม่ได้ก็เพราะกรรมเช่นกัน สรุปแล้วเข้าได้หรือไม่ก็เพราะกรรม แต่คนเข้าได้แล้วออกนั้น อาการหนักกว่า เพราะว่าเข้าได้แล้วออกเองหรือที่นี่ให้ออก ก็มี คนที่เข้าไม่ได้เพราะเหตุปัจจัยไม่พอแต่คนเข้ามาได้เพราะมีเหตุปัจจัยพอ คนเขาเข้าใจว่ามีคุณภาพความดีพอก็เลยเข้ามาได้แต่มาแล้วล้มเหลวไม่จริงเขาก็เลยให้ออก แสดงว่าปลอม คนเข้ามาได้เขาอาจอยู่ได้เลยก็ได้ เหมือนคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยปิดไม่ได้เขาก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิด เรียนแล้วดีกว่าอีกก็ได้เยอะ เป็นนัยละเอียด คนที่เข้ามาแล้วต้องออกไป มีต้องออกไปเพราะถูกให้ออกนี้ต่ำว่าเกณฑ์ แต่คนที่มาแล้วออกไปเพราะตนเอง มีที่พระพุทธเจ้าว่า คนที่เห็นอันที่สัมมาทิฏฐิแล้วว่าดีแต่ว่าอยู่ไปกลับเห็นว่าไม่ดี เห็นอันอื่นดีกว่าแล้วออกไป ก็คือคนนี้พระพุทธเจ้าว่ามีอนันตริยกรรมด้วย คนนี้มีกรรมบาปหนักมาก
_อยากทราบว่าหลงรักคนมีแฟนแล้ว ตัวเองทุกข์ไม่ได้ดั่งใจ หลวงปู่พอจะมีทางแก้ไหมครับ?เพื่อให้สบายใจ ตอบ ....ไปทำเองแล้วเอางานมาให้หลวงปู่ ตัวเองไปรักเขาเขาไม่รักก็สมน้ำหน้าแล้วยังจะเอางานมาให้หลวงปู่ช่วย ....เรื่องความรักทางเพศนี้เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าสอนให้ไม่ต้องรักเลยเรื่องเพศแต่มีรักที่สูงส่งได้มากขึ้นๆ แต่ที่ถามมานี่ตนเองทุกข์ก็สมน้ำหน้าแล้ว รัก ๑ ทุกข์ ๑ รัก ๒ทุกข์ ๒...รัก๑๐๐ทุกข์๑๐๐ ไม่รักแบบเพศเลยไม่ทุกข์เลย แต่ถ้าผู้บวชเป็นพระแล้วไปส่งเสริมให้คนเป็นผัวเมียกันนี่ต้องอาบัติสังฆาทิเสสเลย จะให้หลวงปู่ไปโยงใยเรื่องนี้ไม่ได้ไม่ส่งเสริม ให้เลิกเสียหยุดเสีย
แล้วมีทางแก้ให้สบายใจไหม?...ก็ได้แต่ไม่ส่งเสริม ผิดวินัย เรื่องอาการเช่นนี้ทางจิตมันเป็นเรื่องของสัตว์โลก คนก็มีเป็นธรรมชาติ ยิ่งเราเป็นวัยฮอร์โมนยิ่งมีด้วยมาก ก็เป็นเรื่องติดยึดมากมานาน ยิ่งโลกทุกวันนี้ยิ่งคุมกำเนิด คนมันจะท่วมโลกแล้ว หรือไม่ก็เกิดมาดูแลยากมากแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าลูกเราจะดีหรือเลว หรือเรื่องเสพรสของเพศนี่ฟังดีๆ มันเป็นรสหลอก รสไม่มีจริง มันเป็นอุปาทาน สัตว์เดรัจฉานหลายประเภท มันบังคับร่วมเพศมัน บางทีตัวเมียมันฆ่าตัวผู้เลย มันไม่ใช่เรื่องสุขเรื่องทุกข์มันเป็นเรื่องธรรมชาติ จริงมันมีเชื้อจะต้องสืบเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติ แต่ถ้าเราไม่มีจิตไปกระตุ้นมัน มันก็อยู่แค่ธรรมชาติ จะเกิดจะมีจะเป็นก็ตามธรรมชาติไม่ได้ใหญ่โตอะไร ศาสนมพุทธสอนให้เลิกได้ พ้นทุกข์ ล้างตัวยึดว่ามันเป็นจริงคืออุปาทานได้ มันเป็นเรื่องสามัญธรรมดา เป็นเรื่องเชื้อผสมไข่เกิดมาเป็นคนก็แค่นั้น ส่วนเรื่อง เป็นรสสุขอะไรมันก็ยึดเองว่ามี
นัยสืบต่อ เผ่าพันธุ์ นั้นนัยหนึ่งทำตามธรรมชาติถึงเวลาก็ผสม แต่อีกนัยคือมันมีความอยากมาผสม พระพุทธเจ้าให้ล้างความอยาก แต่ส่วนเรื่องธรรมชาติให้ปล่อยมันไปฝ่ายหญิงตกไข่ก็ให้มันหมดไปเอง ส่วนผู้ชายก็มีเชื้อไม่ได้ผสมมันก็จะออกมาหายไปเอง ผู้ชายมีเชื้ออสุจิพอถึงเวลามันคั่งมันเต็ม มันก็จะไหลออกเองเหมือนเยี่ยว ผู้หมดรสชาติแล้ว ก็ไหลออกเหมือนเยี่ยวไม่มีรสมีชาติ คนมีรสมีชาติอยู่เป็นอุปาทานทั้งสิ้น ถ้าโรงงานมันเต็มมันก็ไหลออก ส่วนมากมันไหลออกกลางคืนที่สติไม่ตั้งอยู่ ส่วนเวลาสติตั้งอยู่มันไม่ไหลออก แต่เวลาสติไม่ตั้งอยู่มันไหลออกไม่มีรส ไม่ต้องไปหลงไหลเป็นรสชาติ ไคลแมกซ์ แย่งชิงกันเลอะเทอะไปหมด
หลวงปู่อธิบายสัจธรรมให้ฟัง ในรายละเอียด สรุปคืออาการนี้เป็นธรรมชาติ แต่พวกเราไม่อยู่ในวัยสืบพันธุ์ เรายังเด็กมีอาการตามฮอร์โมนตามธรรมชาติ ก็ไม่ต้องไปอยากให้เสริมกับฮอร์โมนอีก ผู้ใดไม่มีอาการอยากมาก ไม่ต้องมีแฟน คนนั้นมีบารมีมาเก่า คนไหนมีอารมณ์อยากมีแฟนนี่เป็นคนชั่วมาเก่าเป็นคนมีกิเลสมาเก่า อย่าไปอยาก โดยเฉพาะพวกเรายังไม่อยู่ในวัย ถ้าอายุ ๒๐ ขึ้นไปก็ค่อยว่ากัน แม้จะถึง๒๐ ก็เรียนรู้ดีๆอย่างหลวงปู่ว่า ประชากรล้นโลกแล้ว อย่างเมืองจีนเขาไม่ให้มีลูกเกิน ๑ คนนะ ต้องลักลอบมีกัน ทุกวันนี้คนเข้าใจกันว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องต้องมีติดยึดต้องได้ คนก็เลยแต่งงานไม่ใช่เพื่อสืบพันธุ์แต่แต่งงานเพื่อเสพกาม คนเช่นนี้จะติดรสกามไปอีกนาน อย่างเราต้องการเรื่องเพศแล้วไปบำเรอมันมันก็ยิ่งโตขึ้น ใครไม่ทำได้ก็ไม่ต้องสะสม
คนเราหมุนเวียนในวัฏสงสาร มันมีเหตุปัจจัย มีคู่วิบากเยอะ แม้เราจะเป็นคู่วิบากมาแต่ชาติไหนๆก็เลิกได้ทุกชาติ พยายามเลิกอย่าไปต่อ อย่างหลวงปู่นี่ตั้งใจเลย จะเลิกเรื่องคู่ไปตลอดเลย จะเป็นพระพุทธเจ้าที่ไม่มีเมีย จะพยายามลดวิบากนี้ไป จนไม่ต้องมีเมียเลย พระพุทธเจ้าหลายองค์ท่านไม่ต้องแต่งงานเลย เป็นเรื่องที่อย่าไปก่อเลย ยิ่งเขามีแฟนอยู่แล้วเขาก่อทุกข์อยู่แล้ว แล้วเราก็ไปแทรกไปอีกให้ทุกข์ซ้อนทุกข์เข้าไปอีกจะไปแย่งเขาทำไม?
_ดิฉันอยากให้คุรุบอกเด็กในปกครองด้วย เคยเห็นนศ.ชายเหม่อลอย เปิดน้ำทิ้งไว้ พอเห็นดิฉันมาเขารีบปิดทันที? ตอบ ...สังคมเรามีลักษณะไม่ยึดมั่นถือมันไม่มีเป็นเราเป็นของเราดีแล้ว แต่มันมีของรวม เรามาอยู่กับองค์รวมสังคมก็ต้องช่วยกันดูแล ถ้าเราไม่ดูแลมันก็เสียหายสูญหายก็ยิ่งลำบากหากยาก ยิ่งอดอยาก ต้องมีปัญญาช่วยกันดูและเก็บงำ บูรณะดูแล เพราะเป็นของส่วนรวม เราอยู่ในส่วนรวม ถ้ามันพร่องหายก็ทุกข์ด้วยกันหมด
_ถ้าเราโดนคนอื่นกดขี่ข่มเหง แล้วเราทำอะไรไม่ได้จะทำอย่างไร? ตอบ ...คำว่ากดขี่ข่มเหง นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ บางทีเขาบอกแต่เราไม่ชอบใจ เขาไม่อยากทำตามที่เราบอก ก็ถือว่าอย่างนี้กดขี่ข่มเหงนะ ที่จริงสิ่งที่เขาบอกเราแรงหนัก เราก็รู้สึกเหมือนถูกข่มเหง ต้องพิจารณาว่าสิ่งที่เขาบอกเป็นสิ่งดีงามไหม? เขาไม่ได้กดขี่แต่เขาอยากให้เราเจริญ แต่สมมุติว่าเราไม่อยากทำ แต่เขามาให้เราทำ เราก็เลยถือว่าข่มเหง อันนี้ผิดแน่ๆเลย ยิ่งถ้าสิ่งที่เขาให้เราทำ เขาบังคับให้เราทำเป็นสิ่งดีประเสริฐถูกต้องเราไม่ทำต่างหากเป็นความเลว เขาอาจบอกแรง บังคับ แต่ไม่ได้ข่มเหง แต่ถ้าเขามาแกล้งเราทำร้ายเราทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรเขานี่คือถูกข่มเหง เราทำอะไรไม่ได้ก็ไปบอกผู้ใหญ่ อย่างความจริงไม่ใส่ไข่นะ
_จะรู้ได้อย่างไรว่า คนพาลกับบัณฑิต ต่างกันอย่างไร? ตอบ ....เอาเข้าใจง่ายๆคนพาลคือคนเกเรทำอะไรไม่ดี แต่บัณฑิตคือคนทำสิ่งดี นี่เอาง่ายๆ ส่วนสูงไปกว่านั้น คนพาลคือคนโง่ บัณฑิตคือคนมีปัญญา
_ผมไปทำบุญที่วัด ตักบาตรกับแม่ เจอฤาษีหนวดยาวผมเยอะ มาบิณฑบาต ในบาตรมีแต่เงิน หลวงปู่ว่าฤาษีมีคุณธรรมอย่างไร?เหมาะหรือไม่? ตอบ.. .บิณฑบาตเงินนี่มันขอทานนะ จบ นอกจากขอทานแล้วใช้บาตรพระพ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive