150820 อย่าเล่นกับไฟ-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เราก็มาคุยกันถึงเรื่องที่ควรจะได้รับฟังรับคุยกันไปตามฐานะที่ว่าอาตมาคุยเก่งพวกคุณก็เป็นผู้รับฟังการคุยไปอาตมามาพูดอยู่ทุกทีก็ตามแต่บรรยายไปอะไรต่ออะไรที่ไหนก็ตามแม้จะขึ้นมาบรรยายเป็นแบบที่เรียกว่าทำกันเป็นเหมือนรูปแบบมีพิธีเป็นปาฐกถาเป็นบรรยายธรรมอะไรก็ตามหรือแม้แต่จะกะนั่งอย่างเมื่อกี้เนี่ยนั่งคุยกันไปเวทเลยทีเดียวเป็นบรรยายก็เหมือนกันแหละที่จริงไม่มีเนื้อหาอื่นเราก็บรรยายธรรมเหมือนกันที่ไหนๆก็ตามก็เป็นแต่เพียงว่าเรามาคุยกันเรามาเล่ากันสู่กันฟังว่ามีอะไรบ้างที่ควรจะได้รู้ด้วยภาษา เมื่อเล่าให้ฟังแล้วพวกคุณฟังไปเอาไปนึกคิดตามเอาไปไตร่ตรองตามรับฟังได้แล้วได้อะไรไปแล้วคุณก็ไปลองปฏิบัติดูด้วยและขอกำกับกัญชาอีกทีว่าต้องปฏิบัติดูจริงๆถ้าเรียกว่าธรรมะแล้วล่ะก็มันจะเกิดผลขึ้นมาด้วยการสั่งสมด้วยการกระทำผลของการปฏิบัติจะไม่ได้มีการได้โดยที่ไม่มีการสั่งสมในผลของการปฏิบัติหรือเป็นการที่พ่อเอาไว้ด้วยการกระทำถ้าไม่มีการกระทำเป็นไอ้มาฟังเฉยๆนั่งฟังเฉยๆไม่มีการกระทำเลยไม่ว่าในรอบไหนไม่ว่าในรอบอดีตไม่ว่าในรอบปัจจุบันไม่มีการกระทำเลยไม่มีได้ มันจะได้ด้วยการกระทำได้ด้วยการกระทำโดยสั่งสมเดี๋ยวนี้ก็ตามหรือจะได้มาตั้งแต่อดีตที่เราได้สั่งสมมาแล้วก็ตามมันจะต้องมีอย่างนั้นนี่เป็นของตายตัวเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเองเอาแต่ฟังๆไปเลยไม่มีการกระทำไม่มีการประกอบกรรมไม่มีการสร้างกรรมนั้นไม่ก่อกรรมนั้นถ้าอดีตเราไม่มีอย่าหวังเลยเราฟังเดี๋ยวนี้แล้วเราก็ว่าเราได้แล้วโดยที่เราไม่มีการกระทำไม่มีได้คนที่เขาได้ไวๆน่ะแม้แต่ฟังนี่แหละเขาได้น่ะเขาไม่ใช่ว่าได้โดยมีวิธีที่เรียกว่าเขาไม่มีอดีตนะเขามีอดีตมาแล้วเขาจึงได้เพราะฉะนั้นคนนั้นน่ะเราอย่าไปเอาอย่างเขาถ้าเรามีอดีตด้วยถ้าเราทำ ถ้ามีจริงด้วยนะมันยิ่ง
อ่านต่อ
เสริมกันใหญ่มันยิ่งมีกันใหญ่เพราะว่าอย่าไปห่วงเลยว่าเราจะได้มากเกินควรขอให้มันได้มากๆเกินกว่าขอบเขตเข้าไปเถอะไม่ต้องกลัวได้ธรรมะมากๆเกินขอบเขตและไม่ต้องกลัวเพราะฉะนั้นอาตมาฉันขอร้องแล้วก็กลับจากกัญชากันหนักหนาเหลือเกินในเรื่องกันที่ว่ากระทำก็ทำก็ทำอย่าเอาแต่ฟังเอาแต่ฟังแล้วก็เอาคิดเล่นผูกพันเฉยๆลงมือทำจริงๆบางทีมันอาจจะหนักหนามันจะยากเย็นแสนเข็ญมันจะอะไรก็ทำกันไปเถอะมันไม่ต้องกลัวตายหรอกปฏิบัติธรรมเนี่ยเพราะมันไม่ตายมันไม่ได้ตายง่ายๆคนเนี่ยขาดลมหายใจเอาไปเผาซะแล้วทิ้งทิ้งเดี๋ยวนี้น่ะคุณว่าคุณคนตายเลยนั่นน่ะที่พากันเนี่ยวัดธาตุทองวันนึงหลายๆศพเนี่ยคุณว่าอะไรน่ะคนตายใช่ไหมไม่ใช่คนตายคนเปลี่ยนพบ ไม่ได้ตายหรอกนะก็ไม่ได้ตายเขาเปลี่ยนพบเขาเปลี่ยนซากบางทีสร้างนี้ยังไม่อยากเปลี่ยนหรอกถูกรถมันชนบู้บี้บู้แบนแหกขาหักแข้งหักไม่อยากใช้รังเกียจด้านนี้ไม่อยากใช้แล้วเปลี่ยนเขาก็ออกไปแล้วก็เปลี่ยนภพเขาไม่ได้ตายผู้ที่ตายมีพระอรหันต์เท่านั้นที่ตายนอกนั้นไม่ได้ตายหรอกพระอรหันต์เท่านั้นตายนอกจากนั้นมีแต่เปลี่ยนพบทั้งนั้นเพราะฉะนั้นคุณอย่าไปกลัวเลยถึงคุณเองคุณจะไม่เป็นเพราะอาหารคุณอย่ากลัวตายมันไม่ตายหรอกทำให้มันตายหน่อยเถอะนะถ้ามันตายมันก็ดีอ่ะดิมันไม่ตายมันเปลี่ยนพบเรื่อยๆไปไอ้นี่ของจริงนะเข้าใจให้ได้อย่ากลัวตายมันไม่มีตายคุณอย่ากลัวว่ามันตายที่เผาเผามันคงไม่ใช่คนตายคนเปลี่ยนพบนี่ขอให้ยืนยัน ขอยืนยันให้ฟังเรากำลังจะมาหาทางทำการตายให้แก่ตัวเองต่างหากล่ะที่เรามานั่งฟังเนี่ยเราจะมาทำการหาทางตายตายอย่างสวยตายอย่างโก้ตายอย่างเก่งคนไหนที่ตายอย่างเก่งที่สุดเราถือว่าพระพุทธเจ้าตายอย่างเก่งที่สุดตายอย่างแหมอย่างโก้ขนาดที่ว่าเออดีแล้วอีก 3 เดือนข้างหน้าฉันจะตายแน่บอกก็โง่ซะด้วยอีก 3 เดือนข้างหน้านะฉันจะตายแล้วพอ 3 เดือนวันนั้นวาระนั้นก็บอกว่าฉันจะตายจนแม้กระทั่งอีกต่อไปก็บอกอานนท์เธอเข้าไปนะไปที่กษัตริย์ฉวีไปบอกเขานะว่าอีกในยาม ยามดึกในวันนี้เราจะตายแล้วนะนี่พูดภาษาคนนะแต่ท่านก็บอกเราตถาคตจะได้ปรินิพพานอะไรก็ตามแต่ถ้าเกิดท่านว่าอย่างนั้นอาตมาพูดให้ฟังเนื้อหาชัดๆน่ะไม่ต้องไปเล่นคำเล่นภาษากันให้มากนักคนพูดภาษาโกโก้สวยๆมีเยอะแล้วอาตมาขอเนื้อหาขอชักเนื้อหามีใครไปฟังอาตมาบรรยายเทวดาเมื่อวานนี้ยิ่งพูดเลอะเลยเรียกว่าพูดกันถ้าจะพูดกันว่าอยากก็อยากกันทีเดียวแหละแต่อาตมาก็ขออธิบายและยืนยันให้ฟังว่าอาตมาไม่ได้พูดหยาบอาตมากำลังพูดสภาพของภาษาที่มันลากจูงสภาวะมาให้เราเข้าใจเช่นอาตมายกตัวอย่างมากินอย่างนี้เสวยรับประทานอะไรเนี่ยยักษ์แดกอะไรพวกนี้ถ้าจะมาพูดว่าแดกแหมพระองค์นี้หยาบคายพูดไม่เพราะอะไรเป็นได้แต่อาตมา ตัวอย่างอาตมาเอามาอธิบายเพราะอาตมายกตัวอย่างว่าสภาพของภาษานี่มันจะช่วยจูงให้เรารู้สภาวะธรรมเมื่อสภาวะธรรมมันกลมกลืนกับภาษาเราพูดภาษาอันนี้มันไม่ต้องไปสมัครอธิบายสภาวะอีกมันก็จะรู้เนื้อหาอันนี้ขึ้นมาเพราะฉะนั้นในบางครั้งบางคราวเราต้องใช้ภาษาสมัยพระพุทธเจ้าท่านไม่มีภาษาที่หยาบคายถึงกับขนาดสมัยนี้ถ้าไม่มีภาษาสมัยนั้นไม่อยากขายถึงสมัยนี้เพราะงั้นถ้าเราพูดภาษาของท่านประมาณนั้นทีนี้ส่วนเราเดี๋ยวนี้มีภาษาที่ยาวกว่าสมัยพระพุทธเจ้ามากเลยพระพุทธเจ้าท่านเวลาท่านบริพัตรท่านนะเนี่ยอาตมาใช้คำว่าด่าในภาษาสมัยนี้นะภาษาสมัยพระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่าบริภาษฟังแล้วไพเราะด้วยเราฟังเดี๋ยวนี้พ่อแม่คำบริภาษฟังเพราะหูแต่ แปลตรงตัวว่าด่าอาตมาใช้ภาษาไทยตรงๆว่าด่าเขาว่าจะมาพูดหยาบถ้าอาตมาไม่พูดบริจาคด้วยหาว่าดาบหาว่าหยาบบ่โทรมันคนละสมัยสมัยพระพุทธเจ้าท่านผู้บริโภคท่านมีภาษาอยู่แค่นั้นแต่สมัยนี้มันมีภาษาอื่นที่เราเข้าใจพูดว่าบริพัตรไปพูดกับเด็กๆสิถ้าพูดถึงมันจะยอมมันก็ไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำไปก็คืออะไรบริพัตรแต่ถ้าอาตมาบอกว่าด่านี่พระพุทธเจ้าท่านด่าสาวกของท่านเออเหมือนดูแล้วไม่ต้องอธิบายอีกแต่บอกว่าเนี่ยพระพุทธเจ้าท่านทรงบริพัตรจะสาวกของท่านอะไรครับบริภาษมันก็ถามเท่านั้นเองแล้วมันก็ไม่ซึ้งใจด้วยว่าคืออะไรถ้าเราบอกด้วยพระพุทธเจ้าท่านด่าถามว่าของท่านเท่านั้นเกมไม่เมื่อยด้วยแล้วซึ้งใจด้วยสภาวะออกมาเลยเช่นนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นภาษาสมัยนี้ต้องเข้าใจว่าอาตมาเองไม่มีเจตนา ว่าจะพูดหยาบอาตมายืนยันได้เมื่อวานนี้บอกว่าอาตมาพูดเนี่ยอธิบายคำนี้อาตมาอธิบายด้วยมธุรสวาจานะอาตมาพูดด้วยเพราะว่าอันนี้อาตมาบอกอาตมายืนยันว่าอาตมาอธิบายทำด้วยมธุรสวาจาแต่เข้ากับสมัยมธุรสบาจามธุรสคืออะไรหมายความว่าพูดแล้วมันมีรสชาติรื่นเริงในสิ่งนั้นในภาษานั้นในวาจานั้นคุณฟังแล้วคุณรื่นเริงรื่นเริงอะไรคุณรื่นเริงในธรรมในภาษาที่อาตมาพูดที่คุณฟังรู้เรื่องในทางคุณเข้าใจซาบซึ้งดีได้ประโยชน์นี่เรียกว่ารุ่งเรืองในธรรมเป็นมธุรสวาจาเพราะฉะนั้นถ้าคำหยาบมันก็อีกเรื่องนึงคำหยาบก็หมายความว่าเจตนาที่เป็นไปด้วยโทสะมีโทรศัพท์มูลจิตเป็นเบื้องฐานแล้วก็พูดคำว่านี้ออกมาเป็นพระราชเป็นคำหยาบอย่างนั้นแล้วก็คำหยาบเนี่ยอาตมา ไม่ได้โทรสั่งนะที่พูดกับพวกคุณไม่ได้มีโทรศัพท์พูดไปยิ้มไปด้วยซ้ำไปแต่พูดคำหนักหน่อยมีคำว่าแดกก็ตามมีคำว่ายัดก็ตามไม่ได้พูดหยาบหรอกแต่พูดด้วยมธุรสวาจาให้คุณเข้าใจสภาวะธรรมเพราะอันนี้เราต้องเข้าใจด้วยนะทีนี้เรามาเข้าเรื่องนั่นเป็นโปรยหัวโปรยหัวมาเข้าเรื่องวันนี้คุณเอ่อพหลตั้งชื่อว่าอย่าเล่นกับไฟแม้ตั้งชื่อซะอาตมาก็ต้องมานั่งคิดอะไรนอนนี่คุณพหลนี่จะให้อาตมาเอาภูมิวันไหนมาใช้อย่าเล่นกับไฟเมื่อบอกจะให้อาตมาอย่าเล่นกับไฟถ้าเผื่อว่าอาตมาเองไม่ได้รู้หัวข้อมาก่อนมาพูดวันนี้ก็คงพูดโดยสภาวะภาษาก็จะมาเองหมดพูดอย่างนั้นแน่แต่ก็อาจจะมาก็เชื่อว่าเชื่อว่า เนื้อหาของธรรมะออกมาเหมือนกันแต่มันเป็นภาษาที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิงถ้าพูดแล้วพระพุทธเจ้าท่านพยายามบอกว่าเราจะบรรยายธรรมะหรือเราจะพูดอะไรกันเราควรจะมีอิงหลักอิงฐานอิงทำอิงวินัยมันจึงจะชักจูงศรัทธาและเป็นไปโดยดีโดยควรถ้าเป็นไปได้ก็ควรทำทำไปเป็นไปไม่ได้มันก็อีกเรื่องหนึ่งมีอาตมารู้เรื่องก่อนแล้วก็บอกว่าเออดีเหมือนกันก็ไปนึกดูเอ๊ะถ้าเผื่อว่าจะให้พูดถึงเล่นกับไฟอย่าเล่นกับไฟนี่ก็คือไอ้พวกความร้อนต่างๆจะเอาอะไรมาพูดไปนึกถึงอาทิตย์ปริญญาอสูตรก็เลยไปค้นอภิปรายใหญ่สุดมาในนี้มีอธิษฐานในพระไตรปิฎกเล่มนี้มีทั้ง 2 สูตรด้วยกันด้วยซ้ำไปในนี้นะเดี๋ยวก็อาจจะแสดง แผ่นดินอาทิตยาอสูตรแสดงกับชนินทร์ 3 พี่น้องอากรจะได้ฟังสูตรที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายอธิปปริญญายาสูตรซึ่งเกี่ยวกับความร้อนที่เราเรียกกันว่าไปนั้นก็ขอโปรยตั้งแต่เบื้องต้นซะก่อนว่าคำว่าไฟที่เราจะเล่นด้วยหรือไม่เล่นด้วยนั้นเราจะต้องเข้าใจให้ได้ว่าไฟนี่เป็นภาษาที่มันบอกถึงสภาวะธรรมอันหนึ่งเราฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ของดีถ้าในทางโลกนี้ถ้าพูดกันแย้งกันโรคๆนะเราบอกว่าไฟมันให้ทั้งคุณมันให้ทั้งโทษเพราะบางทีเราก็ใช้ไฟสำหรับทำประโยชน์กับเราบ้างเป็นไป อย่ามาเป็นไปแสงสว่างก็ใช้แสงสว่างอาศัยความร้อนของมันอาศัยนี่แหละอาศัยคุณลักษณะของไฟแล้วก็เอามาใช้ประโยชน์บางสิ่งบางอย่างคนที่มันเก่งเอามาใช้ได้นะเป็นประโยชน์ได้เหมือนกันแต่โดยความหมายส่วนใหญ่แล้วล่ะก็เราเอาโดยลักษณะของธรรมะนี่พูดกันเอาไว้นะเพราะว่ามีคนจริงอาตมาเหมือนกันว่าจะพูดจะโทษมันฝ่ายเพราะมันมีคุณด้วยเหมือนกันอาตมาบอกอาตมาจะไม่พูดถึงคุณของมันล่ะอาตมาจะพูดถึงโทษของมันเลยทีเดียวหาว่าอย่าเล่นกับฝ่ายนั้นฝ่ายอันนี้จึงเป็นสภาวะธรรมอันที่เรียกว่าเราไม่ถือว่าเอาคุณเราจะถือเอาโทษตรงตัวมันเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นเราก็ไม่จำกัดความลงไปว่าไฟคืออะไร ตั้งแต่ยังอยากไปทีเดียวไปตั้งแต่แบบวัตถุโลกๆธรรมดานี่ผมพูดไปคุณก็นึกรู้แล้วโดยภาษาไทยเราว่าไฟคืออะไรก็คือสิ่งหนึ่งที่มีลักษณะอย่างนั้นมีคุณภาพอย่างนั้นมีสมรรถภาพอย่างนั้นให้อะไรอะไรก็ออกมาก็ตามแต่จะให้ลักษณะให้รักษาให้ประจุเป็นฐานให้ประธานอะไรออกมาก็ตามแต่จะพูดแบบบาลีมันก็จะต้องมีวิเศษลักษณะของมันอย่างนั้นอย่างนั้นว่ากันไปมีเศษลักษณะ 4 ผมก็เจ้าท่านว่าไว้งั้นไอ้วิเศษในลักษณะต่างๆแล้วก็มีรถสาธารณะหมายความว่าเป็นเนื้อหาที่ประกอบอยู่ของมันเนื้อหาประกอบอยู่ของมันรถนี่หมายความว่าเนื้อหาประกอบตัวลักษณะที่แท้จริงลักษณะเหมือนคำว่าตัวมันเองอย่างนั้นอย่างนั้น ใครคืออย่างนั้นมีรักษามีรถคือลักษณะประกอบของมันมีแล้วก็มีรากฐานมายังไงบรรทัดฐานมีปฏิปฐานมีไอ้สิ่งที่มันเกี่ยวข้องเป็นปัจจัยมีเหตุใกล้คืออะไรบ้างท่านก็ว่างั้นอธิบายถึงไอ้ตัวของมันไปทีนี้คำว่าไปเนี่ยถ้าเราจะพูดถึงโทษของมันเลยทีเดียวมันจะให้โทษของเราว่ามันจะให้ความเข้าใจแก่เราว่ามันเป็นสิ่งที่ให้โทษคือมันร้อนมันร้อนไฟนี่มันร้อนมันจะไม่ให้ความเย็นความสบายความสงบเลยมันร้อนมันร้าวมันดิ้นมันรนไปทีเดียวเรียกว่าไฟเพราะฉะนั้นเราก็มาเอาความ ไม้อันแท้จริงของมันอันนี้มาใช้ว่าอย่าเล่นกับความร้อนหรืออย่าเล่นกับความร้อนรนดิ้นเร่าไม่สบายรวมความแล้วก็คืออย่าเล่นกับทุกข์เองไม่เห็นมีอะไรเพราะฉะนั้นบอกว่าจะพูดกันเป็นภาษาตั้งชื่อคล้ายๆกันว่าเราจะมาตั้งใต้ต้นมันเหรอตั้งไอ้ให้คนเขาเห็นว่าหัวข้อที่เราจะพูดหรือหัวเรื่องที่เราจะพูดว่าให้มันดูภาษาชี้ชวนชักชวนหน่อยอย่าเล่นกับไฟแต่ที่แท้ก็คืออย่าเล่นกับทุกข์อย่าเล่นกับทุกอย่างเดียวกันถ้าเรายังมีไฟอยู่ในตัวสิ่งนั้นก็เป็นทุกข์ทั้งสิ้น ถ้าเราไม่มีไฟเราก็ไม่มีทุกข์ไฟคำนี้ถ้าเผื่อว่าเราเข้าใจเป็นสภาวะธรรมเข้าไปแล้วในภาษาของธรรมไฟคำนี้แปลได้อย่างตรงเลยอาตมาแปลผางขึ้นมาผ่าโลกเลยยังไม่มีใครแปลนะในพระไตรปิฎกก็ยังไม่มีแปลพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้แปลหรอกแต่ว่าในอัสสะในในในในในในในในเรียกว่าในเนื้อหาของมันแปลว่าอย่างนี้แต่ทางแล้วไฟคือสังขารใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ตามใจสังขารคือไฟสังขารธรรมคือใครพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ประโยชน์หนึ่งว่าสัพเพสังขาราทุกขาไอ้สังขารใดๆทั้งปวงเลยทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นทุกข์ เมื่อกี้เราบอกแล้วว่าไอ้ไฟตัวนั้นมันคือทุกข์ไอ้ทุกข์นั้นมันคือไฟก็อาตมาแปลผิดที่ไหนล่ะถ้าจะพิสูจน์กันแบบไอ้คณิตศาสตร์แบบเรขาคณิตแผงเลยออกมาเพลงเลยก็สัพเพสังขาราทุกขาสังขารทั้งปวงเท่ากับทุกข์อาตมาแปลแล้วเมื่อกี้ตอนก่อนจะแปลว่าทุกข์เท่ากับไฟไฟเท่ากับทุกข์ก็สังขารก็เท่ากับไฟไม่เห็นเป็นไรเห็นไหมสังขารก็เท่ากับฝ่ายตรงตัวเป๊ะเลยไม่เห็นว่าออกไปไหนและมันก็เป็นเรื่องจริงด้วยสภาพของสังขารธรรมหรือสภาพของสังขารคือสภาพของของสิ่งแล้วก็มาทำ กริยากันเช่นเอาไม้ 2 อันมาขัดสีกันขัดสีเข้าไปขัดสีก็ไปขัดสีก็ไปขัดเข้าไปขัดก็ไปแล้วก็จะเกิดสภาพความร้อนพอความร้อนถ้วนรอบเต็มที่เต็มเหนี่ยวความร้อนขึ้นมาลุกเป็นไฟใครเคยได้ยินเมืองสมัยก่อนนี้เขาใช้ไม้ขัดสีกันแล้วก็ทำไฟใช้กดอิฐใช้ก้อนหินใช้เหล็กมัดถุงตีกันขัดกันให้มันเกิดไฟทุกคนก็เคยได้ยินทุกคนก็เคยรู้นั่นแหละอันเดียวกันถ้าเรานึกสภาพของสังขารไม่ออกและขอให้นึกถึงสภาพไม้ 2 อันมาขัดกันและเกิดไฟถ้าพูดได้จะสร้างไฟผู้นั้นกำลังสร้างทุกข์ฟังให้ดีนะ ใครกำลังจะสร้างไฟผู้นั้นกำลังจะสร้างทุกข์นิยายจะยอมรับเอาปัญหาที่เรียกว่ายังโลกเมื่อกี้อาตมาตัดทิ้งไปแล้วว่ามันมีคุณจะเอามาใช้นะขณะนี้ขอให้ระงับเรื่องนั้นไว้นะเนี่ยถ้ามาพูดไว้ก่อนแล้วนะไม่ได้จะหาว่าเอ๊ะก็เขาจะเอาไฟมาต้มหูแกงเราไปว่าเขาทำไมเราพูดถึงหน้านี้ขอให้ระงับนี่กำลังเราจะอธิบายธรรมะเพราะฉะนั้นก็ต้องเข้าใจให้ดีแยกกันให้ออกถ้าผู้ใดสามารถเข้าใจได้อย่างจริงๆแล้วล่ะก็ว่าสภาพของหรือว่าลักษณะหรือสภาวะของสัตว์นี่มันไม่มีอื่นกว่าใช้สิ่งสองสิ่งมากระทบกันมาผัสสะกันมาร่วมกลุ่มปรุงตนมาร่วมตกแต่งมา ทำงานร่วมกันมาทำปฏิกิริยากันมาร่วมสังวาสกันมาร่วมสังโยชน์กันอะไรก็ตามแต่ที่เขาจะใช้ภาษาไปว่ากันหมายความว่าให้มันมาอยู่ด้วยกันโดยที่ได้ว่าให้มันเกิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาต้องมีคำว่าให้มาเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาอีกด้วยนะรวนแล้วแต่เป็นทุกข์ทั้งสิ้นล้วนล้วนแล้วแต่เป็นไฟทั้งสิ้นไฟทั้งนั้นเพราะฉะนั้นถ้าไปอย่างนี้แล้วก็พระพุทธเจ้าห้ามนักหนาเลยอย่าเล่นกับมันอย่าเล่นกับไฟอย่างนี้เพราะไอ้สิ่งเหล่านี้มันเป็นทุกข์อย่าเล่นกับทุกข์นั่นเองอย่าเล่นกับมันทีเดียวสังขาราทุกอันสัพเพสังขารามันทุกข์สัพเพสังขาราทุกขาทุกจริงๆ ที่นี้อาตมาใช้ภาษาพูดแต่แค่ว่าบรรทุกจริงๆนี่พวกคุณก็ฟังไปเท่านั้นแหละเพราะฉะนั้นเราก็มาอธิบายถึงเนื้อหาสภาวะของมันเป็นเป็นตัวอย่างหรือว่าเป็นลักษณะที่คุณจะตามตามเข้าไปได้ที่ว่ามันเป็นสภาพทุกอย่างไรบ้างเราจะเป็นสภาพทุกอย่างไรบ้างและจะเป็นจริงหรือไม่พระพุทธเจ้าท่านยืนยันอาตมาก็ขอยืนยันตามไม่ใช่ฐานะเก่งกับพระพุทธเจ้านะแต่ฐานะตามพระพุทธเจ้าและเห็นจริงตามท่านว่าการที่ก่อให้เกิดสภาพที่เกิดขึ้นมาจากการกระทบแล้วก็ไม่หยุดกระทบแล้วยังปรุงต่อให้มันมีลูกเกิดต่อไปสิ่งเหล่านั้นเป็นทุกข์ทุกตัวเริ่มต้น ตั้งแต่ 1 ยกตัวอย่างง่ายที่สุดถ้าเผื่อว่าอาตมาแล้วก็มีอีกคนนึงเขาถือไม้กระบองมาเริ่มต้นเขาก็เอาไม้กระบองมาสังขารกับหัวกบาลอาตมาเปรี้ยงนะเอาไม้กระบองมาสังขารกับหัวอาตมาเปรี้ยงเลยพอสังขารเปรี้ยงเสร็จแล้วฟังให้ดีนะใช้ศัพท์สูงสังขารนี่คุณตีความเอาก็แล้วกันมาสังขารแค่ไหนเอามันก็มองว่าสังขารก็หัวอาตมาเปลี่ยนเกิดไฟแล้วเกิดไปแล้วอะไรคือไฟรู้ไหมอะไรคือไฟรู้ไหมอะไรคือไฟ ไอ้รสชาติรสชาติความเจ็บคือไฟเวทนาใช่เกิดไปแล้วเวทนารสชาติความเจ็บเกิดแล้วเปรี้ยงขึ้นมาเกิดปั๊บเข้าเว็บเวทนาหรือว่าไฟหรือว่ารสชาติอันนี้เกิดแล้วอาตมาเป็นเจ้าของรสชาติอาตมาเป็นเจ้าของไฟพอไฟเกิดอาตมารู้เท่าทันอาตมาดับพรึบไม่เล่นกับมันมันจะเกิดจากหัวมันบ่ได้ไปดับพรึบความสงบก็เกิดขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เย็นสบายโลกนี้ก็ไม่เดือดร้อนแม้จะมีสภาพของอาการ 1 ไม้กระบองมาสังขารกับหัวกบาลอาตมาก็ไม่มีการเดือดร้อนก็ การทุกข์โศกก็ไม่มีอะไรเลยเพราะเราไม่เล่นไฟทั้งๆที่เราเห็นไฟทั้งๆที่เรารู้ว่าไฟเออเขากำลังมาทำจริงๆอาตมาไม่ได้เป็นคนทำไฟแต่คนทำไฟอีกคนนึงก็มาทำไฟเข้ามาจุดไฟก็อย่างนี้แหละเข้าไปจุดไฟเขาเป็นคนจุดอาตมาไม่ได้จดแต่อาตมาดับเพราะจุดอ่าจุดก็จุดเราดับเครื่องก็ไม่ร้อนจนมากถ้ามาจุดที่เราเราดับทั้งนั้นน่ะแต่ถ้าไปจุดที่คนบางคนไม่ดับดับก็ไม่เป็นเปลี่ยนก็ให้แหมออกมาเลยไฟออกทางตาเลยนี่แน่ะออกมาทางตาก่อนหันกลับเข้าเขียวเลยไฟเขียวด้วยไฟเขียวเค้าด้วยออกทางตาเลย วับเลยอ่าเอายังไงเพื่อนอาจจะไม่เปื้อนน้ำมันอาจจะไฟออกทางตาแล้วไม่พอมันอาจจะไวไวด้วยนะมันอาจจะเปรี้ยวๆๆเป็นหมัดเป็นปืนอะไรต่อไปจากคนนี้อีกต่อก็ได้อาจจะยังไม่ทันมีออกทางปากอาจจะยังไม่ไปออกทางปากอาจจะไฟออกทางหมัดก่อนก็ได้หรืออาจจะไปออกทางเท้าก่อนก็ได้นะปั๊บๆๆๆแหมรับรองถ้ามีมิเตอร์มาวัดรับรองได้หลายยูนิตซัดกันน่าดูเลยไฟเกิดกันมาลุกชนเลยวันนี้ก็คนก็มาดูเลยดูไฟนี่เป็นต้นถ้าสภาพนี้เกิดที่ใดถ้าสภาพนี้มีที่ใดมีทุกข์ที่นั่นแต่คนก็ชอบไปดูทุกข์ตีกันที่ไหนไปที่นั่นชอบไปดูทุกชอบไปดูไฟ เผาไฟไหม้เมืองกาญไฟไหม้จริงๆก็ไปดูไฟไหม้ตึกไฟไหม้บ้านช่องตึกรามที่ไหนก็ไปเฮโลก็ไปมุงกันดูเหมือนกันจริงๆแล้วชอบไปดูไฟเพราะฉะนั้นไอ้ดูไฟมันไม่เก่งหรอกมันเก่งแต่ว่าเราต้องดับไฟเป็นต้องรู้จักไฟนอกจากดับไปเป็นเนี่ยไอ้ดับไปเป็นน่ะมันเป็นเรื่องยากกว่าต้องรู้จักไฟก่อนต้องรู้จักไปซะก่อนแล้วอย่าเล่นกับมันอย่าให้ไฟมันเกิดอย่าให้ไฟมันมีนี่ยกตัวอย่างง่ายๆชัดๆเห็นชัดๆในสภาพของคนธรรมดาๆว่าอย่าเล่นกับไฟเป็นอย่างนี้อย่างที่อาตมายกตัวอย่างเมื่อกี้นี้ไฟที่เกิดนั้นคือไฟอะไรรู้ไหมอาตมาไม่ได้พูดเองนะเมื่อกี้เนี่ยสมมุติว่ามีคนเอากระบองมาสังขารกับรัฐบาลอย่างนี้แหละ จักรพันธ์ใครก็ตามเพราะต้องการเปรี้ยงเข้ามาเกิดไปไฟอย่างนี้คือไฟอะไรพระพุทธเจ้าท่านว่าไว้เหมือนกันใครรู้ไหมถูกต้องพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าโทสักทีหรือโทสักทีภาษาบาลีบอกว่าตรงตัวเปลี่ยนเลยโทรศัพท์คือไฟแห่งความโกรธไม่ใช่อาตมาพูดเองแล้วอันนี้พระพุทธเจ้าท่านเรียกไว้ก่อนท่านกลับไปอัคคี 3 อย่างคือโทสะคิดโมหะคือราคะโทสะโมหะนั่นเองไฟราคะไฟโทสะไฟโมหะนั่นเองไปสามอย่างนี้ครองโลกไฟ 3 อย่างนี้ครองคน โดยเฉพาะครองคนนี่แหละไม่ใช่ครองโลกใหญ่อะไรหรอกครองคนนี่แหละสำคัญมากแล้วมันจะไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่อยู่ตลอดกลับตลอดกันเหมือนกับดวงอาทิตย์ในคนเนี่ยไม่รู้จักหยุดไม่อยู่ไม่รู้หยุดจริงๆเหมือนดวงอาทิตย์ยังไม่ดับลงเลยเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดสามารถที่ดับไฟ 3 กองนี้ลงได้ผู้นั้นเก่งเท่ากันกับดักดวงอาทิตย์ผู้นั้นเก่งเท่ากันกับดักดวงอาทิตย์จริงๆถ้าผู้ใดไม่สามารถดับได้ไฟนี้จะทำพลังงานไปอีกเท่ากันกับดวงอาทิตย์ปริมาณเท่ากัน เกิดมาเผาผลาญอยู่นั่นแล้วที่อาตมาบอกเมื่อกี้แล้วโปรยหัวเรื่องแล้วว่าเราไม่ได้ตายที่เผากันโคลงโคลงที่วัดธาตุทองที่มีหนวดเผากันนั่นแหละที่ตายไม่ได้ตายที่อาตมายืนยันว่าไม่ได้ตายก็เพราะว่ายังไม่มีพระอรหันต์มาเผาที่นี่ที่เผากันอยู่นะไม่มีพระอรหันต์มีแต่ปุถุชนเพราะฉะนั้นไม่ตายกันหรอกเผากันไปเผาเอาไฟวัตถุเผาไฟเผาไฟหน้ามาทำเผาวัตถุนั่นแหละที่จริงอ่ะนำมาทำออกไปแล้วจริงๆก็เผาวัตถุเหมือนกันน้ำมาทำมันออกไปแล้วไม่ตายคนพวกนี้ยังไม่ได้ตายจริงเขายังที่ยังจะสร้างไฟอีกต่อไปเขายังเกิดจะเกิดมาสร้างโลภะหรือว่าสร้างราคะที่เรียกว่าไปอัคคีหรือ รากอัคคีราคะบวกอัคคีก็เป็นราคะคีย์ไปโทสะโทสะอัคคีเนี่ยโทรศัพท์บวกอัคคีกับโทรศัพท์คีย์ไปโมหะบวกอัคคีกับโมขับขี่ไปเขาจะเกิดมาสร้างอัคคี 3 อย่างนี้ในตนไปอีกทางไปทีเดียวสร้างให้หนักให้หนาไปทีเดียวเพราะฉะนั้นคนเกิดมาเนี่ยถ้าเราอยากเก่งถึงขนาดสามารถปรับดวงอาทิตย์ได้ก็จงดับไฟ 3 กองนี้ในตนตัดจริงๆอย่าไปเล่นกับมันอย่าไปเอาเรื่องกับมันมันจะเป็นยังไงก็ช่างคนอื่นมาก่อนเรายิ่งไม่เอาด้วยถ้าเราก่อเองนี่แหละสำคัญเราจะต้องดับมันให้ได้ที่จริงเรานี่แหละก่อเองไอ้เกาะ kito ต่อโทสักคิกก่อโมหะคลินิกคนอื่นเขาไม่ได้มาก่อให้เราหรอกคนอื่นก็ไม่ค่อยมาก่อเรานี่แหละก่อเองถ้าเราเองเราเป็นผู้ที่เก่งในฐานะไม่ได้ทางสามารถที่จะดับด้วยแม้จะมีเชื้อเราไม่ได้ก่อนะแต่มีเชื้อจากคนอื่นเอามาจดให้เราอ่ะนี่แหละเอาไป 10,000 บาทใช่ไหมเอาไป 1,000 บาทถ้าเราเองเราไม่ดับราษีไม่ดับไฟราคาก็โอ้โหตาวาวออกทางตาเลยพันนึงเหรองามแห่ตานี่วาล์วเลยเป็นแสงนวลไม่ใช่แสงร้อนแม้แสงนวลเลยวาวงามเลยนะ แลบเลียจะเอาล่ะมีไฟออกอย่างนี้ด้วยมีไฟออกอย่างนี้จริงๆด้วยออกทางตาแล้วก็จะเอาคนนั้นก็เติมเชื้อเติมเชื้อไฟนี้เอาเชื้อมาให้หวานก็ปรุงกันต่อแล้วเขาก็จะปรุงอย่างนี้แหละในคนอย่าว่าแต่เงิน 1,000 บาทอย่างที่ว่าเลยเป็นลาภเป็นยศเป็นสรรเสริญเป็นกามคุณเป็นอะไรก็เติมเชื้อเรื่อยและเราก็เอามาใส่ซุ้มไปในกองเพลิงกองนี้สมก็ไปซุ้มเข้าไปซุ้มทุกวันแล้วเมื่อไหร่จะดับมันก็แข่งกับพระอาทิตย์มันก็ลุกชนแข่งวันอาทิตย์อยู่เรื่อยไปมันไม่มีดับตราบใดพระอาทิตย์ยังไม่แตกโลกนี้ยัง คนคนนี้ก็ยังเกิดอยู่ในโลกนี้แล้วก็จะแข่งกับพระอาทิตย์อยู่พอพระอาทิตย์ดับโลกนี้สลายคนนี้ไม่เกิดตับพร้อมกับพระอาทิตย์แต่เพราะยังไม่ดับแล้วล่ะก็เอาเถอะอยู่นั่นแหละเกิดมาเติมเชื้อเติมเข้าไปเติมลมพระหรือเติมราคะเติมโทรศัพท์เพราะมีโมหะอาตมาแยกพยายามแยกเสมอว่าโมหะมาก่อนคือตัวที่มันโง่มันไม่รู้เรื่องอะไรมันมืดบอดมันไม่รู้ว่าคนนี้ประกอบไปด้วยเชื้อเพลิงของโรงพักกับโทสะมันประกอบไปเท่านี้ถ้าเราไม่ทำความฉลาดให้รู้ว่าไอ้ควายกองแรกที่เราจะต้องพยายามดับมันซะก่อนเพราะดับไฟโมหะขี้เสร็จแล้วหมดโมหะหมด บทลงแล้วเราจะเห็นที่จริงตัวเราเองนี่ประกอบไปด้วยอณูของเชื้อไฟที่มันเป็นโลภะหรือราคะกับโทสะนั่นเองมันสมอยู่เนี่ยสมอยู่อย่างลึกซึ้งหรือสูงๆอยู่อย่างกลุ่มๆนี้มีอบอุ่นหรือสูงอย่างร้อนจ้าอยู่มีทุกระดับมีทุกระดับสูงอยู่อย่างนั้นน่ะถ้าคราวใดมันสูงกลุ่มข้างในเงียบเฉยอยู่ก็ค่อยยังชั่วถ้ามันออกมาอุ่นๆอะไรนะก็ยังเรียกว่าก็ร้ายขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังดีนิดหน่อยถ้ามันออกมาเราเลยตอนนี้มันหมด ร้านอะไรก็ได้แหลกลานไปหมดร้านจริงๆมันจะเป็นอย่างนั้นนี่เราเรียกว่าไฟไฟจริงๆไฟที่เราเองเรายังรู้ไม่ได้แล้วเข้าใจไม่ได้เราจึงจำเป็นจะต้องรู้ให้ได้ว่ารากของมันแท้ๆคือโมหักคินนั้นต้องดับให้ได้ก่อนต้องรู้ตัวรู้ตัวสภาพโมหะปิดโมหะแล้วก็อ่านโทรศัพท์ให้ออกและอ่านโลภะแท้จริงนั้นโทรศัพท์เกิดได้หรือโทรศัพท์ที่เกิดได้ก็เพราะเชื้อที่ยึดเหนี่ยวนั่นที่จริงคือเชื้อโรคพระหรือเชื้อราก็คิดเป็นเชื้อจริงไอ้สัตว์นี่มันเกิดมาเพราะ มันโตตามโลภะที่จริงอ่ะโลภะไอ้พ่อก่อให้เกิดโทสะถ้าไม่มีโลภะไอ้โทสะก็ไม่เกิดแต่โลภะนี่แหละมันเป็นตัวที่ดับยากเป็นตัวที่ต้องดับอันสุดท้ายจริงๆสุดท้ายปลายตรงเลยรูปภาพนี่ถ้าแปลว่าโลภะเฉยๆมันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมันก็รู้ง่ายๆแต่เพียงว่ามันโลภมันจะเอามามันจะเอามามันจะเอามาเฉยๆอาตมาก็จะทำความเข้าไปให้ลึกถึงขั้นว่าโลภะเนี่ยเอาโลภะก่อนเอารองเท้าไว้อันสุดท้ายดีกว่าเพราะว่าโลภะมันเป็นตัว ตัวลึกอาตมาบอกแล้วเอาโมหะก่อนโมหะนี่มันมาจากคำว่ามะหะสับต้นรากมาจากคำว่ามะหามหาคืออะไรมาหาแปลว่าอะไรภาษาบาลีว่ามะหะภาษาไทยก็แปลว่าตัวเองมาหายายหยาบมโหฬารมโหฬารนั่นแหละก็มาหายายอะไรใหญ่อะไรใหญ่ความที่หลงกับโลกไม่รู้เรื่องโรคก็พาจะสร้างอะไรจะก่ออะไรจะเป็นอะไรต่ออะไรเอาทั้งนั้นขอโปรโมทเขาบอกว่าเฮ้ยคนต้องมีลาภเยอะแยะนะคนต้องดูเยอะแยะนะคนต้องมีสรรเสริญเยอะแยะ เสกกามคุณให้น้ำหนักดีมีอำนาจบาตรใหญ่จริงๆนะแหมชี้นิ้วได้หมดนะโมหะทั้งสิ้นลมหอบเอาไว้หมดเลยใหญ่เบ้อเร่อเลยนี่แหละคือมหาหลงโง่อย่างนี้โง่หอบเอาไว้ขอบสิ่งที่ไม่ไม่ใช่เรื่องดีไม่ใช่เรื่องจริงเลยโดยความแท้จริงโดยธรรมไม่มีดีไม่มีไม่ใช่ของดีเลยแต่แท้จริงตัวเองห่อมาไว้หมดเลยสุเชื้อเพลิงเอาไว้หมดเลยบางทียังไม่ได้ลาภก็ยังไม่มียศก็ยังไม่มีสรรเสริญก็ยังไม่ได้ส่งอะไรก็ยังไม่มีทั้งนั้นแหละแต่ใจไปมีซะแล้วใจไปจะเอาไว้ซะแล้วเฮ้ยเดี๋ยวไว้ด้วยนะเดี๋ยวไปหมดแล้วเสีย กับลาบเกี่ยวไว้กับยศเกี่ยวไว้กับสรรเสริญเอี่ยวไว้ก็สุขไหนก็ตามแต่มุมไหนไปเอี่ยวไว้กับเขาหมดโลกนี้ก็มีครับมุมไหนก็บอกว่ามันดีจะเอาหมดอะไรเป็นล่ากว่าจะเอาหมดเขาบอกว่าถ้าได้เพชรนี่เป็นลาบนะเอ้าได้เงินเป็นล้านเอาแต่รถยนต์มาสักคันลาบนะเอ้าหนักๆเข้าบอกได้หรือไม่เอาลาบเอากันจริงๆถึงจะขนาดนั้นน่ะเค้าเอานะบางคนเอานะเออน่ะเค้าเอาไปขายนะพวกจีนรสผักนี่ก็เอานะจะทำให้คุณหัวเราะอ่ะถ้าเอาไปรถผักลดยากนะเอ้าถือเป็นลาบถือเป็นของได้เอาหมดแต่คุณไม่มีหน้าที่นี้มันไม่ตรงหน้าที่คุณก็ไม่เอาแต่ไอ้เงินมันสารพัดนึกนี่คุณก็เฉยๆที่อาตมาบอกว่าเงินเป็นล้านแล้วคุณก็เจอจริงๆด้วยนะเพราะว่าเงิน เอาไปซื้ออะไรก็ได้คุณก็จริงด้วยแหละเพราะอาตมาบอกอึแล้วมันยิ้มหาว่าไม่จริงจริงคนที่เขาไปใช้ไอ้นี่เป็นของต้องการเข้าไปรถผลักรถย่าเขาแล้วเขาก็เอามาขายให้คุณกินคุณก็กินอึนั่นแหละจะพูดเลยมันเป็นสังเคราะห์กันมาเป็นเอ่อพระขึ้นมา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive