150730 หลักของการปฏิบัติธรรม-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์286 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เอาวันนี้เราก็มาพูดกันคุยกันอีกสักวันนึงชื่อเรื่องที่เราตั้งขึ้นไว้ที่เราจะคุยกันในวันนี้นั้นน่ะเป็นชื่อกลางๆและเป็นชื่อแคลนเหลือเกินเพราะว่าพูดไปแล้วมันก็คือทั้งหมดนั่นแหละหลักของนักหลักปฏิบัติของนักปฏิบัติธรรมมันก็กินความไปเกลี้ยงที่อาตมากำลังเล่าเกร็ดเกี่ยวกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ฟังบ้างหรืออะไรบ้างเป็นเรื่องเป็นราวไปนั่นก็ดีและแม้ที่สุดแล้วเวลาเราจะบรรยายไปหรือว่าเล่าเรื่องอะไรสู่กันฟังไปก็เราก็เล่าถึง ที่จะปฏิบัติซึ่งผู้ที่พึงปฏิบัติจะมาเอาไปปฏิบัติได้ตามแล้วก็เอาไปปฏิบัติตามนั่นเองกินความแล้วที่พูดกันอยู่ทุกวี่ทุกวันมันก็อันนั้นแหละแต่เอาละเมื่อวันนี้มันเน้นเข้ามาหาจุดตรงเลยทีเดียวว่าหลักปฏิบัติของนักปฏิบัติแล้วล่ะก็อาตมาก็เลยแบกหลักมาเลย 1 หลักนี่เล่มเบ้อเร่อเลย 1 หลักคือเราเป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่จริงเล่มนี้จะว่าเป็นเล่มที่ยืนดีทีเดียวยืนยงดีทีเดียวเพราะเหตุว่าท่านได้รวบรวมเอาคำสั่งของพระพุทธองค์เองที่ว่าเลือกออกมา ในพระไตรปิฎกแล้วก็มาคัดคัดคัดคัดเอาไอ้ที่สำคัญสำคัญสำคัญมารวมแล้วก็มาเรียนนอกจะมารวมแล้วก็เอามาเรียงให้มันดูเป็นระดับระดับว่าระดับใครอะไรเกิดก่อนอะไรเกิดหลังอะไรต่างๆเนี่ยก็ดีเหมือนกันอาตมาก็เลยอยากจะพูดเองมามากแล้วตอนนี้ก็จะเอาอ้างอิงจากที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้เลยมาอ้างอิงไปด้วยแล้วก็อธิบายประกอบไปด้วยเลยนะพูดกันถึงว่าหลักและเราก็เราก็ควรจะพูดกันแต่เบื้องต้นท่ามกลางบ้านปลายให้งามพร้อมถ้าเราจะไปพูดว่าหลับโดยไปจับเอาอะไรมาเป็นหลักมันก็หลักทั้งนั้นแหละ อะไรก็หลับได้ถ้าเผื่อว่าผู้นั้นมีสิ่งที่สามารถทำได้แล้วมาก่อนเป็นบารมีมันอะไรมายึดอะไรเป็นหลักมันก็พอไปพอมาทั้งนั้นแหละแต่ถ้าเผื่อว่าเราจะพูดกันด้วยส่วนทั่วๆไปกว้างๆหลายๆคนอย่างนี้เราก็ต้องหยิบเอาเบื้องต้นท่าม

อ่านต่อ

กลางบ้านปลายเอามาให้คละเคล้ากันไปหมดเลยมีผู้มาถามพระพุทธองค์อยู่เหมือนกันว่าท่านผู้เจริญท่านสามารถจะกล่าวธรรมะหรือวิธีปฏิบัติธรรมะตามลำดับได้หรือไม่มีคนมาถามพระพุทธเจ้าเหมือนกันพระพุทธเจ้าท่านก็กล่าวตอบ ได้ทำไมจะไม่ได้ล่ะแล้วผู้ที่ถามผู้นั้นนั่นน่ะไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไรหรอกเป็นสามเณรเป็นสามเณรชื่อว่าอจีแล้วตัดผู้เป็นชื่อนักโทษชื่อเขาชื่ออัจฉริยะวัตตะเป็นสามเณรพระพุทธเจ้าก็ตรัสให้ฟังอย่างละเอียดเหมือนกันพระพุทธเจ้าท่านสอนให้สอนทุกคนน่ะท่านสอนอย่างละเอียดทุกคนเอ้าฟังดูนะว่าอาตมาจะอธิบายประกอบไปในคำสั่งของพระพุทธเจ้าด้วยเลยอัคคิเวสสนะเมื่อใดช้างที่ถูกฝึกรู้จักทำตามคำของคนฝึก ในการลุกขึ้นและการทรุดลงแล้วต่อจากนั้นผู้ฝึกก็ฝึกให้รู้จักอาการที่เรียกว่าอนินทรีย์หรืออัญชนะอาตมาเคยพูดถึงคะแนนช้านี่หมายความว่าความไม่หวั่นไหวความเป็นกลางความไม่มีทุกข์ไม่มีสุขความไม่เอนเอียงไปข้างโน้นฝ่ายนี้คะแนนชานะมันมีรู้สึกบุญรู้สึกบาปท่านเรียกว่าปัญญาอภิญญาแล้วมันก็มีอดีตชาอันเป็นกลางๆอยู่ของบุญและบาปเหมือนกันน่ะกุศลธรรมอกุศลธรรมและเป็นกลางๆก็คืออภัยกิจอันเดียวกันอยู่ระหว่างกลางนะเขาจะต้องฝึกเข้าหาตัวกลางนี้เสมอๆ เขาผู้ชายเขาผูกโลกไว้ที่งวงมีผู้ถือหางสัตว์ไม่มีผู้ถือหอกสัตว์นั่งบนคอคนหนึ่งและหลายคนล้อมรอบคนฝึกถือหอกซัดขนาดดาวยืนหน้าช้างนั่นแหละสอนให้ทำอาการที่เรียกว่าอนินทรีย์อันนี้ท่านเล่าท่านเล่าเพราะที่จริงท่านเล่ามาก่อนแล้วในสูตรนี้ฉันเล่ามาก่อนว่าการฝึกช้างช้างป่าเมื่อเราได้ช้างป่ามาเนี่ยเราจะต้องเอามาฝึกเอามาตกกรอบเอามาทำให้มันเจ็บมันปวดซะก่อนให้มันจนกระทั่งสุดใจให้มันเข้าใจว่าการที่จะต้องเชื่อมันเป็นสภาพอย่างไรช้ามันก็จะทารุณทุรนทุรายเหมือนกัน ใจเดียวกันกับเราเองเนี่ยในขณะนี้เนี่ยปุถุชนเนี่ยเปรียบประดุจยังช้างป่าปุถุชนเนี่ยเปรียบเปรยทั้งช้างป่าทีเดียวล่ะเพราะฉะนั้นจะต้องมีการตกปลอกซะก่อนมีการจับขึงพืดช้างป่านี้ก็ขึงพืดตกรอบ 4 ขาเลยนะถ้าใครรู้เรื่องช้างแล้วจะเข้าใจตกปลอก 4 ขาเลยนะไม่รู้เราจะเจ็บจะปวดอะไรก็ไม่รู้แล้วบางทีก็เลือกแข่งเลือดขาออกกันทรลักษ์กันทีเดียวแหละเออแต่ก็จะต้องจับกันซะก่อนเพราะว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพราะช้าไปทำอะไรเล่นๆไม่ได้หรอกทำเป็นเล่นๆแบบนี้มันเอาเราตายก่อนที่เราจะไปฝึกมันให้มันให้มันมาเป็นช้างที่ดีเพราะฉะนั้นในตอนแรกนี่ต้องทารุณมันหน่อยเพราะฉะนั้นแม้แต่แค่นี้พวกคุณก็เหมือนกันเป็นปุถุชนนี่เหมือน ฝึกธรรมะมันต้องมีการเจ็บปวดบ้างอย่าปล่อยตามใจนักทำสบายๆแล้วไปแปลมัชฌิมาปฏิปทาว่าเอ้ยสบายๆเป็นกลางไม่เจ็บไม่ปวดไม่ได้หรอกไม่ใช่คำว่ามัจฉานุอาตมาเขียนมาถึงตอนนี้เลยอธิบายถึงมัชฌิมะมาบ้างแล้วว่าคำว่ามัชฌิมะเนี่ยกำลังเข้าใจผิดกันมากๆเดี๋ยวนี้ในศาสนาพุทธโดยไปเอาเข้าใจคำว่ามัชฌิมะเนี่ยหมายความว่าปานกลางปานกลางสบายๆไอ้สบายๆของปุถุชนนั่นแหละกำลังหลงอยู่กับกิเลสและจะบอกให้ก็มามันสบายเพราะกิเลสใช่ว่าได้เสพสุขเพราะกิเลสใช่มั้ยแล้วก็เลยสบายๆแล้วก็มาของพระพุทธเจ้านี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้นมันจะมาเขาจะมาของพระพุทธเจ้านี่หมายความว่าทำได้สำเร็จแล้วเป็นคะแนนชาแล้ว ไม่มีบาปไม่มีบุญแล้วหลงเหลือตรงกลางหมายความว่าไม่มีเจ็บเจ็บจนกระทั่งทนเจ็บจนกระทั่งหายเจ็บอยู่ระหว่างกลางและนี่เรียกว่ามัชฌิมะเพราะฉะนั้นมัชฌิมะนี้ต้องแก้ไขจะมาเข้าใจว่าสบายอยู่ตลอดโลกมันก็ไม่ได้แอนมันก็เป็นโรคตลอดไปไอ้นี่ยังไม่พูดถึงล่ะยังไม่พูดถึงมากนะวันนี้เล่าให้ฟังนิดหน่อยก่อนเพราะฉะนั้นเมื่อเวลาเอามาเอาช้างมาฝึกในพระพุทธเจ้าท่านเล่าถึงเรื่องฝึกการฝึกช้างยาวเหยียดอาตมาไม่ได้เอามาด้วยวันนี้เพราะเหตุว่ามันจะยาวไปฝึกตั้งแต่ช้างป่าจนกระทั่งเป็นช้างพระราชาช้างพระราชานี่เป็นช้างที่ยอดเยี่ยมนะเป็นช้างที่หมายความว่าแม้แต่เดินผ่านเข้าไปในหุงข้าวสึกประจำ บ้านเขาถือหอกมาทิ่มมาแทงยังไงช้างราชานี้ก็จะไม่มีหวั่นไหวจะรักษาพระราชาเอาไว้ช้างนี่จะไม่มีการหวั่นไหวเลยไม่กลัวตายโดยประการทั้งปวงถึงขนาดนั้นเรียกว่าช้างที่จะเหมาะสมให้แก่พระราชานี่ท่านเล่าการทำมาด้วยการฝึกช้างให้จนกระทั่งปากขนาดนั้นมาด้วยนอกจากตกปลาจนกระทั่งทำให้มันเชื่องแล้วก็ฝึกหัดหัดล่อหัดทำให้มันคุกเข่าให้มันนั่งให้มันยืนให้มันอะไรได้จนกระทั่งสั่งได้แล้วเอาหอกเอาดาบมาซัดมาล่อเอาโล่มาตีเอาอะไรต่ออะไรมาให้ช้างตัวนี้ไม่มีการตกตื่นใจและกล้าหาญประจำได้ทุกอย่างจนกระทั่งรู้ว่ามีราชานี่เป็นยอดจะต้องรักษาราชาตัวเองตายไม่เป็นไรขอให้ราชาอยู่ถึงขนาดนั้นเรียกว่าฝึกช้างเพื่อให้เป็นราชาให้เหมาะสำหรับที่จะราชา เมียจะมาเล่าย่อๆให้ฟังเพราะฉะนั้นในขณะนี้ท่านก็ตรัสถึงเรื่องเล่าการตึกช้างมาก่อนช้างนั้นมิได้ทำเท้าหน้าให้ไหวนี่หมายความว่าช้างช้างที่ฝึกแล้วนะช้างนั้นมิได้ทำเท้าหน้าให้ไหวมิได้ทำเท้าหลังกายตอนหน้ากายตอนหลังศีรษะใบหูงาหางงวงให้ไหวเลยมิได้ทำส่วนใดให้ไหวเลยเป็นช้างควรทรงสำหรับพระราชาย่อมทนการทหารด้วยหอบดาบลูกศรการประหารของข้าศึกทนต่อเสียงบรรลือลั่นของกลองมันเดาะสังข์และเปิงมางทั้งหลายมีความ ความบิดเบือนดุร้ายเมามันอันสิ้นแล้วไม่ใช่ว่ามีการเมามันนะมีความบิดเบือนดุร้ายเมามันอันสิ้นแล้วหมายความว่าอยู่ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดควรแก่พระราชาเป็นของใช้สอยของพระราชาเรียกได้ว่าเป็นองค์อวัยวะของพระราชาดังนี้นี่ฉันใดฉันเชื่อว่าเป็นองค์อวัยวะของพระราชาเลยเหมือนกันปุถุชนถ้าฝึกใจให้ได้บันช้างนี่แล้วอวัยวะส่วนสำคัญที่สุดของเราก็คือใจนั้นมันจะเป็นอวัยวะส่วนสำคัญอย่างที่ว่าเหมือนอย่างช้างอย่างนี้อัคคีเวทนาอันนี้ก็ฉันนั้นตถาคตเกิดขึ้นในโลกนี้เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ชอบเองสมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะดำเนิน ID รู้แจ้งโลกเป็นสารถีฝึกคนควรฝึกไม่มีใครยิ่งไปกว่าเป็นครูของเทวดาและมนุษย์เป็นผู้เบิกบานแล้วจำแนกธรรมออกสอนสัตว์ตถาคตนั้นทำให้แจ้งซึ่งโลกนี้กับทั้งเทวดามารพรหมหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาพร้อมทั้งมนุษย์ด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งตามสถาคนนั้นสอนทำไพเราะในเบื้องต้นท่ามกลางที่สุดประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงคฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีหรือผู้เกิดในตระกูลใดตระกูลหนึ่งในภายหลังก็ดี ได้ฟังธรรมนั้นแล้วเกิดศรัทธาฟังก็ฟังจบซะก่อนนะเจตนาอ่านตะลุยมาเมื่อกี้นี้ก็หมายความว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงตัวท่านเองว่าท่านเองเนี่ยท่านว่างของท่านอย่างนี้เสมอแหละใครจะไปว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุมนุษยธรรมอะไรไม่เข้าใจทั้งนั้นแหละท่านเองท่านว่าท่านประธานยอดโลดเลิศโลกและท่านยอดท่านเป็นคนฝึกมนุษย์ฝึกเทวดาฝึกใครต่อใครได้ทั้งนั้นน่ะถ้าเป็นคนที่เก่งเยี่ยมยอดท่านก็ว่าเหมือนกันอย่างนี้เสมอไปเพราะฉะนั้นใครจะไปว่าถ้าเกิดอุตรดิตถ์มนุษยธรรมก็เชิญไปว่าพระพุทธเจ้าที่จริงน่ะท่านว่าอย่างนี้เป็นสัตว์จริงเป็นความจริงถ้าจะกล่าวอย่างนี้เสมอว่าตัวท่านเองเป็นผู้ที่บรรลุแล้วแจ้งแล้วดำเนินดีแล้วมีวิชาครบมีครบบริบูรณ์พร้อมทุกประการไม่มีใครที่จะสามารถมาข่มได้ ท่านก็ว่าอย่างนี้ท่านสอนท่านอะไรท่านว่าอะไรท่านทำดีทำชอบทุกประการเมื่อพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมาในโลกแล้วได้สอนธรรมแก่มนุษย์จะเป็นคหบดีหรือลูกคฤหบดีท่านกล่าวว่างั้นทุกคนทั่วไปแล้วเมื่อคนได้มาฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วก็จะเกิดศรัทธาจดให้ดีนะถ้าใครจดอันนี้เป็นหลักข้อที่ 1 เกิดศรัทธาซะก่อนถ้าไม่เกิดศรัทธาแล้วเราจะทำอะไรสักแต่ว่าทำสักแต่ว่าเอ้ยเล่นๆหัวๆไปอย่างนั้นน่ะไม่เอาจริงเอาจังเพราะฉะนั้นศรัทธาจึงเป็นหลักการที่ 1 เมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้วก็เกิดศรัทธาในตถาคตเมื่อฟังธรรมจากตถาคตก็เกิดศรัทธาในตถาคตเดี๋ยวนี้เราไม่มี กดแล้วก็ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าก็ศรัทธาในธรรมะของพระพุทธเจ้าก็ได้หรือไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าจากที่เขาเอามาอ่านแต่ฟังธรรมของพระสงฆ์ซึ่งก็เป็นธรรมะจากพระพุทธเจ้ามาเหมือนกันหรือเป็นศิษย์ตถาคตมาเหมือนกันเปล่าตามพยายามศึกษาตามประพฤติตามจนกระทั่งรู้ได้ตามแล้วก็เอามาเผื่อแผ่มาขยายความหรือมาเล่าสู่พวกเราฟังเมื่อได้ฟังธรรมนั้นจากพระสงฆ์ซึ่งเป็นสังฆรัตนะเป็นไตรลักษณ์อันนึงหรือว่ารัตนตรัยอันหนึ่งของจากใจคือรัตนะทั้ง 3 นั้นเหมือนกันแล้วก็ศรัทธาเขาผู้ประกอบด้วยศรัทธาย่อมพิจารณาเห็นว่าฆราวาส แคบเป็นทางมาแห่งทะเลสาบของท่านพูดไพเราะฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลีถ้าพูดเดี๋ยวนี้แล้วล่ะก็ถ้าจะแปลศัพท์คำว่าเป็นธุลีก็หมายความว่าเอ้ยขี้ผงเพราะฉะนั้นถ้าเป็นทางมาแห่งขี้ผงคุณจะไปกลัวอะไรประชาชนผู้หนาแน่นไปด้วยกิเลสคุณบอกให้ขี่ผมมันเข้ามาเดี๋ยวนี้ผงซักฟอกก็เก่งสบู่ก็เก่งไม่ยากหรอกทุเรียนอย่างเงี้ยเพราะฉะนั้นถ้าเอาศัพท์คำนี้ของพระพุทธเจ้ามาแล้วต้องตีกลับต้องทำความเข้าใจกลับให้ได้ว่าแม้แต่พระพุทธเจ้าท่านเห็นว่ากิเลสเพียงน้อยที่เรียกว่าเพียงธุลีท่านก็บอกว่าควรหลีก ควรหลีกไม่ใช่ควรเดินเข้าไปหากิเลสแม้เพียงน้อยเท่าเพียงธุลีเมื่อรู้ควรหลีกเพราะฉะนั้นท่านบอกว่าฆราวาสนี้ครับแค่เป็นทางมาแห่งธุลีทุเรียนอันนี้จึงหมายความว่าเป็นกิเลสที่มันจะมาแม้แต่เราเองเราจะทำตนให้มันเก่งขนาดที่เรียกว่าเราจะไม่รับสัมผัสไอ้ที่เป็นกิเลสเป็นตัณหาจากปุถุชนที่จะยัดเยียดมาให้เรานี่นะเราจะไม่สัมผัสยังไงยังไงมันก็จะเป็นละอองธุลีที่จะมากระทบกับเราอยู่เสมอท่านถึงบอกว่าถ้าขืนคลุกคลีอยู่กับประชาชนหรือฆราวาสมันเป็นที่คับแคบเป็นทางมาแห่งธุลีจริงๆเราต่อสู้ยังไงยังไงมันก็ยังเกษมเกษมกษัตริย์หรือว่ากระเด็นมาหาเราเสมอจึงเรียกว่าเป็นธุลีมันพอชาเป็นโอกาส ทางออกบรรพชาคือบวชซะเป็นโอกาสอันยิ่งเป็นโอกาสอันยิ่งเป็นโอกาสอันยิ่งคือเป็นที่ที่ดีกว่าการที่คนอยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์โดยส่วนเดียวเหมือนสังข์ที่เขาขัดดีแล้วนั้นทำไม่ได้ง่ายๆถ้ากระไรเราจงปลงผมและหนวดครองผ้ากาสายะอากาศยานนี่หมายความว่าของผ้ากาฬสินธุ์หรือการสวรรคตยอมด้วยน้ำฝาดผ้าย้อมด้วยน้ำฝาดออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือนเถิดดังนี้นี่เป็นสิ่งแรกที่พระพุทธเจ้าท่านว่าเป็นหลักต้น โรงงานในขณะนี้เราเป็นปุถุชนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีนึงเราเป็นฆราวาสเป็นอย่างเป็นเอ็มป้ากันอีกทีนึงตอนนี้เราว่ากันไปตามหลักที่พระพุทธเจ้าจึงตัดเป็นลำดับซะก่อนแล้วท่านก็ว่าไปตามทางของท่านอย่างนี้โดยสมัยอื่นต่อมาเขาละกองสมบัติน้อยใหญ่นะฟังให้ดีนะนี่เป็นอันดับที่ 1 และกองสมบัติน้อยใหญ่ภาษาพูดของพระพุทธเจ้านี่ท่านไม่ได้พูดแต่เพียงว่าพูดเล่นนะลาก่อนสมบัติน้อยใหญ่แต่เสร็จแล้วก็เอากองสมบัติน้อยใหญ่ยังมีเป็นสมบัติมีชื่อมีเสียงเรียงนามอะไรอยู่ไม่ใช่นะท่านทิ้งจริงๆนะสมัยพระพุทธเจ้าท่านไม่ทิ้งเล่นๆนะลาก่อนสมบัติก็ไม่ใช่ร้านเล่นๆร้านและทิ้งจริงๆมาบวชแล้วไม่ใช่ว่านี่เดี๋ยวนี้มาบวกกันเฮฮาๆมาบวชเล่นลิเกไม่ได้ จริงๆเนี่ยต้องบอกว่าบวชนี่คือผู้ที่มาครองค่าอากาศยานแล้วเนี่ยเป็นผู้ที่มีเกี่ยวข้องด้วยเรื่องละกองสมบัติน้อยใหญ่และวงญาติน้อยใหญ่ละวงศาคณาญาติน้อยใหญ่ออกมาด้วยละจริงๆถ้าไม่ได้มาเล่นละครลิเกหรอกเพราะฉะนั้นผู้บวชในสมัยนี้ก็บวชสมัยก่อนยังไม่เหมือนกันเดี๋ยวนี้บวชเล่นๆเสร็จแล้วก็สึกเข้าไปกลับไปอย่างเก่าก็ไปกองสมบัติกลับเข้าไปหากองสมบัติตัวเองอย่างเก่ารู้สึกเข้าไปกลับไปหาไอ้บอมเครือญาติของตัวเองอย่างเก่าอยู่อย่างงั้นไม่ใช่เพราะผู้ใดที่เกิดศรัทธาจริงฟังพระพุทธเจ้าจนกระทั่งเห็นว่าการบวชนี่แหละจะเป็นการสำรองกิเลสตัณหาอย่างแท้จริงแล้วก็เชิญข้างในข้างในข้างหน้าข้างหน้ามีที่นั่งเขาไปนั่งข้างหลังทั้งหมดแล้วก็ข้างในเลยเดินเร็วดูแน่นทั้งหมดในข้างหลัง หาผู้ชายเนี่ยแถวนี้ผู้ชายเนี่ยมานั่งกับทางพระดีกว่าจะได้ทางโน้นผู้หญิงผู้ชายผู้ชายมานั่งกับทางพระเนี่ยถ้านิมนต์ท่านขึ้นข้างบนดีกว่าอ่าต่อทีนี้พูดที่บวชจริงๆพูดที่สระแล้วจริงๆเนี่ยเราจะต้องเข้าใจให้ได้ว่าท่านเป็นผู้ที่ทิ้งกองสมบัติและกองสมบัติรักเครือญาติออกมาเป็นประตูแรกในการทิ้งในการบวชคำว่าบัตรประชาอาตมาก็เคยอธิบายถ้าใครได้ฟังมาเรื่อยๆอาตมาก็บวชหรือบรรพชาเนี่ยหมายความว่าเป็นผู้ที่จะเว้นทั่วเป็นผู้ทิ้งให้หมดเป็นผู้ละให้เกลี้ยงในของ 4 อย่างของสมบัติเครือญาติกามคุณและอัตราและอัตราชนะไอ้นี่ก็ทบทวนกันนิดหน่อยเพราะฉะนั้นเมื่อเราบวชแล้วก็คือเราทิ้งกองสมบัติก็เครือญาติน้อยใหญ่ออกมาออกจาก บวชเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือนแล้วอาทิเวสสะนะเพียงเท่านี้ย่อมชื่อว่าเขาได้ไปถึงที่โล่งโปร่งแล้วไปถึงที่โล่งโปร่งแล้วก็มันทิ้งไม่ได้ตั้งครึ่งนึงแล้วนี่เห็นไหม 4 อย่างนี้กองสมบัติก็เครือญาติออกมาทั้ง 2 อันเบ้อเริ่มไหมคุณแปลว่าทุกวันนี้เห็นว่าร่มไหมเห็นไหมมันร่มไหมหนักไหมยังรู้สึกหนักอย่างดีแต่บางคนไม่รู้สึกหนักทั้งเหนื่อยใช่ไหมรู้สึกหนักให้เห็นก่อนไม่ว่าอาตมาไม่ว่าส่วนใหญ่เขาไม่อย่างนั้นที่เขายังจะขอบมาหอบมาสมบัติก็จะออกมาเยอะแยะเครือญาติก็เยอะแยะพยายามมีเมียคนเดียวยังเครือญาติน้อยไปเป็นเมียอีก 2 คนเครือญาติเยอะๆหน่อยนะจะได้มีลูก มีแม่ 2 คนไม่มีแม่คนเดียวไม่พอไปหาแม่มาอีกหาแม่คนนึงไม่พอไปหาแม่มาอีกโอ๊ยไอ้นี่มันหาเรื่องใหญ่นะมันเรียกว่าทำให้สกายยักษ์ของเราโตหรือว่าทำให้ตัวเราเองนี่มันมันหนักมากขึ้นเป็นภาระมากขึ้นเพราะงั้นถ้าผู้ใดทำอย่างนี้จริงรักของสมบัติออกรักเครือญาติออกบวชได้แล้วครึ่งนึง 2 อันนี้ที่อาตมาว่าแล้วก็เป็นผู้ที่ไปสู่ทางที่โล่งโปร่งแล้วดุจช้างที่นำออกมาจากป่าแล้วก็หมายความว่าจะไม่ได้เป็นสัตว์ป่าอีกละช้างที่นำมาออกออกมาจากป่าแล้วจะไม่ได้เป็นสัตว์ป่าอีกล่ะถ้าตราบใดยังไม่พยายามทำอย่างนี้ไม่มีวันหรอกเป็นช้างป่าตลอดตายก็เป็นช้างป่าอยู่ตลอดตายแหละเพราะงั้นเดี๋ยวเราจะมีอะไรหลุดขณะนี้ได้ออกมาจากช้างป่าแล้วอากิ เกาะเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายมีเครื่องยั่วยวนคือกามคุณ 5 ท่านเริ่มเข้าและไม่ต่อแล้วกามคุณ 5 ตถาคตจึงแนะนำกุลบุตรผู้บวชแล้วให้ยิ่งขึ้นว่าแน่ภิกษุท่านจงมาท่านจงเป็นผู้มีศีลนี่เป็นข้อที่ 3 เมื่อกี้ข้อที่ 2 หมายความว่าละกองสมบัติรักเครือญาติออกมานะเมื่อกี้ถ้าใครจดอาตมาก็ไอ้นั่นไว้ศรัทธาเกิดศรัทธาในศาสนาหนึ่งหรือศรัทธาในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ 2 มีการทานซะก่อนหรือว่าการทิ้งกองสมบัติก็เครือญาติเสียก่อน 3 ก็เป็นผู้มีศีลท่านบอกแล้วว่าศีลจะทำอะไรศีลก็เพื่อฆ่ากามคุณ 5 สีเนี่ยมาฆ่ากามศีลไม่ได้มาทำเพื่ออะไรหรอกสีนี้รักษาศีลเพื่อฆ่ากามฟังให้ดีนะเข้าใจให้ดีนะรักษาศีลไม่ใช่ว่าเพื่อจะมาทำอะไรมากเกินกว่าไอ้นี่นักจะฆ่ากามก็ฆ่าตารักษาศีลเนี่ยสำนวนด้วยดีในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมด้วยมันยากและโคจรมันยากและโคจรก็หมายความว่าทั้งจิตใจและทั้งสิ่งที่มันออกมาทางจิตใจเป็นอาการเป็นประพฤติเรียกว่าโคจรเห็นเป็นภายในโทษแม้เล็กน้อยทุกอย่างเลยเห็นเล็กๆน้อยๆเป็นโทษเป็นฝ่ายเห็นเป็นภัยไปหมดเลยแม้แต่โทษอันนี้เรารู้สึกว่าไอ้นี่ไม่ดีไอ้นี่เป็นโทษไอ้นี่เป็นของไม่ดีเล็กๆน้อยๆเราก็จะต้องเห็นเป็นภัยไปหมดจงสมาทานศึกษาในสิกขาบท activation ในการใดภิกษุนั้นเป็นผู้มีศีลเป็นผู้มีศีลสำรวมด้วยดีแล้วในปาฏิโมกข์ถึงพร้อมด้วยมันยากและโคจรเห็นเป็นภัยในโทษแม้เล็กน้อยแล้วเสร็จตถาคตจึงจะแนะนำให้ยิ่งขึ้นไปว่าพระพุทธเจ้าท่านจะแนะนำยิ่งขึ้นไปว่าทีนี้ผู้ที่มีสีนี้อาตมาก็อยากจะขอเอาอีกบทนึงซึ่งเกี่ยวกับศีลมาอ่านให้ฟังเลยว่าจะบริสุทธิ์ด้วยศีลหรือจะพยายามที่จะทำศีลให้ดีขึ้นเนี่ยมันถึงขนาดไหนเอาเอาเอาเอาเอาเอากันอย่างย่อเลยนะแต่เราจะลดนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรแต่ว่าในระดับแรกในอาตมาจะขอพยายามพูดถึงว่าอย่างยอดเลยท่านทำถึงขนาดนี้เป็นพระ อาจจะทำพาทำส่วนเราจะทำได้มากเท่านี้หรือลดกว่านี้เล็กน้อยก็ไม่เป็นไรนะท่านอธิบายถึงเรื่องการบริสุทธิ์บริบูรณ์ในศีลว่างี้พราหมณ์เมื่อผู้ใดจะกล่าวให้ถูกต้องว่าใครประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ขาดไม่ทะลุไม่ด่างไม่พร้อยแล้วฟังให้ดีนะศัพท์นี้จะได้ยินเสมอว่าทักษิณขาดศีลทะลุศีลด่างศีลพลอยอะไรเนี่ยพระพุทธเจ้าท่านว่ามันยังไม่ดีเขาควรจะกล่าวเจาะเอาเราตถาคตพราหมณ์เรานี่แหละย่อมประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ขาดไม่ทะลุไม่ด่างไม่พร้อยแล้วแล้วก็มีพูดถามความก็ถามว่าข้าแต่พระโคนมความขาดความทะลุ ความด่างความพร้อยของพรหมจรรย์นั้นเป็นอย่างไรเล่าพราหมณ์พระพุทธองค์ก็ตอบทรงตรัสตอบมีสมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ปฏิญญาตัวว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบคือหมายความว่าบวชปฏิญาณตนเป็นพรหมจารีเป็นผู้ที่ประพฤติพรหมจรรย์อย่างโดยชอบก็หมายความว่าถูกต้องเขาไม่เสพเมถุนธรรมที่ท่านยกตัวอย่างแค่มีคุณธรรมเรื่องเดียวนะเขาไม่เสพเมถุนธรรมกับด้วยมาตุคามก็จริงแต่ยกตัวอย่างเรื่องเดียวก็อยากฟังเรื่องนี้ให้ชัดคือเขาไม่ร่วมรถอะไรกับมาตุคามคือผู้หญิงแล้วไม่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงแล้วก็จริงแต่ว่าเขายินดีการ รูปคลำการประคบการอาบการนวดฟันที่ได้รับจากมาตุคามสมัยโน้นยังมีนะสมัยในพระพุทธเจ้าพวกพราหมณ์ต่างๆเนี่ยเขาว่าเขาเป็นพรหมจารีเขาเป็นผู้บริสุทธิ์บริบูรณ์แต่คนที่เขาเลวถึงขนาดนี้ก็มีเธอยังต้องการการลูกพลัมประคบอาบนวดปั้นจากมาตุคามยังมีผู้หญิงไปนวดไปเป็นอะไรเหมือนเดี๋ยวนี้เข้าโรงอาบอบนวดเหมือนกันน่ะเหมือนกันน่ะยังเขายังชอบอย่างนี้อยู่แล้วก็ยังประกาศตนอยู่ได้ของเขาเป็นพรหมจารีอย่างนี้ก็มีนะข้าวปลาปลื้มยินดีด้วยการบำเรอเช่นนั้นจากมาตุคามมาตุคามแปลว่าผู้หญิงดูก่อนพราหมณ์นี่แหละคือความขาดความทะลุความด่างความพร้อยของพรหมจรรย์เรากล่าวว่าผู้นี้ประพฤติ จันทร์ไม่บริสุทธิ์ยังประกอบด้วยการเกี่ยวพันด้วยเมถุนยังไม่ขาดยังได้ยังไม่บริสุทธิ์พร้อมยังมีการทำให้การรักษาพรหมจรรย์อันนี้ยังไม่บริสุทธิ์หรือว่ารักษาศีลหรือว่ารักษาข้อประพฤติอันนี้ยังไม่บริสุทธิ์ไม่พ้นจากชาติชรามรณะโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสอุปายาสไปได้พรุ่งนี้อย่าว่าจะไปจะสิ้นขาดวิญญาณจะสิ้นขาดไอ้ปฏิจจสมุปบาทแม้แต่แค่ชาติชรามรณะโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสอุปายาสไอ้หางแถวนั้นยังขาดไม่ได้เลยพระพุทธเจ้าท่านบอกว่ายังพ้นไปไม่ได้เลยยังไม่พ้นจากทุกข์พราหมณ์สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้เมื่อกี้นี้ยังหยาบแล้วนะทีนี้ต่อมาปฏิญาณตัวว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบไม่เสพ ศูนย์ธรรมกรรมและไม่ยินดีการลูบคลำประคบการอาบการนวดปั้นจากมาตุคามก็จริงคือไม่ไม่นิยมสิ่งที่เมื่อกี้นี้คำหยาบเมื่อกี้นี้แล้วเลิกจากพวกนี้มาได้แล้วแต่เขายังพูดจาซิกซี้เล่นหัวสัพยอกกลับมาตุคามเขาปราบเริ่มยินดีด้วยการบำเรอเช่นนั้นจากมาตุคามแม้แต่แค่พูดจาหยอกล้อเซ็กซี่เล่นหัวกับผู้หญิงอยู่พระพุทธเจ้ายังบอกวันนี้แหละคือความขาดความทะลุความต่างความพร้อมของพรหมจรรย์อย่าไปว่าถึงให้มากกว่านั้นเลยก็แค่นี้ท่านก็ยังบอกว่าวันนี้ก็ยังขาดยังทะลุเรากล่าวว่าผู้นี้ประพฤติพรหมจรรย์ไม่บริสุทธิ์ยังประกอบด้วยการเกี่ยวพันด้วยเมถุนไม่ ต่างชาติชรามรณะโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสและอุปายะไปได้ยังไม่พ้นจากทุกข์มีระดับที่ 2 ระดับละเอียดขึ้นมาอีกมีอีกพราหมณ์สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบไม่เสพเมถุนธรรมในมาตุคามไม่ยินดีด้วยการลูบคลำคืออย่างที่ 1 การประคบการอ่านการนวดปั้นจากมาตุคามทั้งไม่ยินดีในการพูดจาเซ็กซี่เล่นหัวสัพยอกกลับมาถูกทางก็จริงแต่เขายังชอบสบตาด้วยตาของมาตุคามยังเล่นฟาดเนตรอยู่ก็มาถูกทางนะยังฟาดแม่กันอยู่บางทีนี่จ้องรูปลมไลค์เอาอะไรต่ออะไรพวกนี้นะยังใช้สายตาเป็นไร้เลียเป็นแลบเลียไปที่ได้โฉบฉาบเอา statement เมถุนด้วยตาพูดง่ายๆเสพเมถุนด้วยตานะแล้วก็ปลาบปลื้มยินดีด้วยการทำเช่นนั้นดูก่อนพราหมณ์นี่ก็คือความขาดความทะลุความด่างความพร้อยของพรหมจรรย์เรากล่าวว่าผู้นี้ประพฤติพรหมจรรย์ไม่บริสุทธิ์ยังประกาศอย่างประกอบการเกี่ยวพันด้วยเมถุนยังไม่พ้นจากชาติชรามรณะโสกะปริเทวะทุกข์โทมนัสอุปายาสไปได้ยังไม่พ้นจากทุกข์ยังยังไม่ละเอียดอีกยังมีอีกละเอียดกว่านี้อ่าสมณะพราหมณ์บางคนในโลกนี้ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบแล้วไม่เสพเมถุนตามกรรมมาตุคามไม่ยินดีด้วยการลูบคลำประคบการอาบการนวดฟันไม่ยินดีด้วยการพูดจาเซ็กซี่ โทรศัพท์พ่อยอดทั้งไม่ยินดีในการสบตาต่อตาจะมาตุคามก็จริงแต่เขายังชอบฟังเสียงของมาตุคามที่หัวเราะอยู่ก็ดีพูดจาอยู่ก็ดีขับร้องอยู่ก็ดีร้องไห้อยู่ก็ดีข้างนอกฝาก็ตามนอกกำแพงก็ตามเอาสิขนาดหนักไหมอย่าว่าจะตาเห็นเลยข้างนอกฟ้านอกกำแพงเพลงจะได้ส่งเสียงกันได้ยินได้เสียงเป็นกระซิกกระซี้ของผู้หญิงเฉยๆก็รู้สึกยินดีแล้วก็ปราบปลื้มยินดีด้วยการฟังเสียงนั้นดูก่อนพราหมณ์นี่คือความขาดความทะลุความด่างความร้อนของพรหมจรรย์ไม่อ่านซ้ำมันเหมือนกันพระพุทธเจ้าตรัสว่ามันก็ยังไม่พ้น ทุกอย่างมึงยังเหมือนอย่างเมื่อกี้ไม่ซ้ำน่าจะเสียเวลาจะเน้นให้ฟังว่าอย่างนี้ยังไม่ละเอียดนะยังอีกยิ่งกว่านี้อีกนอกจากจะไม่อย่างทุกๆอย่างที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดตั้งกี่อย่างแล้วกี่ระดับละ 1 2 3 4 ระดับแล้วนะระดับต่อมาเมื่อแม้ทั้งที่ไม่ยินดีในการฟังเสียงมาตุคามอย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้ก็จริงแต่เขาชอบตามระลึกถึงเรื่องเก่าที่เคยหัวเราะเล้าโลมเล่นหัวกันกลับมาตุคามตอนนี้เข้าในพบใจแล้วไม่ฟังเสียงที่เป็นพบนอกกามาวจรหมายคำว่าเสียงทะลุฝาออกมาได้ยินข้างหูไม่แล้วเข้ามาหาใจแล้วแม้แต่คนพวกนี้ยังมีใจแลบเลียระลึกถึงเรื่องเก่าเรานึกถึงอดีตว่าเคยหัวเราะเล้าโลมเล่นหัวกัน จตุคามหรืออะไรก็ตามแต่ถ้าใครยิ่งไปนึกยิ่งกว่านี้นะยิ่งหนักกันนี่นะอย่ามาเล่นไปนะยิ่งหนักกว่านี้นี่ขนาดนี้ท่านยังบอกว่านี่ก็ยังไม่ยังเป็นความไม่บริสุทธิ์ยังเป็นความขาดความทะลุความด่างความพร้อยของพรหมจรรย์อยู่ยังไม่ละเอียดยังอีกถึงขนาดนี้ก็ยังไม่พ้นนอกจากจะไม่ทำอย่างที่ 5 ระดับ 6 ระดับ 5 หรือ 6 1 2 3 4 5 5 ระดับแล้วระดับที่ 6 ผู้ใดแม้จะไม่ชอบตามระลึกถึงเรื่องเก่าที่เคยหัวเราะเล้าโลมเล่นหัวกลับมาทุกครั้งก็จริงแต่เขาเพียงแต่เห็นพวกคฤหบดีหรือลูกคฤหบดีอิ่มเอิบด้วยกามคุณได้รับการบำเรออยู่ด้วยกามคุณ ปลาบปลื้มยินดีด้วยการได้เห็นได้กระทำเช่นนั้นดูก่อนพราหมณ์นี่แหละคือความขาดความทะลุความด่างพร้อยของพรหมจรรย์แม้ขนาดนี้ขนาดที่ว่ายินดีกับคนอื่นอย่างพวกคุณเนี่ยเป็นคฤหัสถ์และพวกคุณก็ยินดีด้วยกามคุณอิ่มเออรู้สึกอนุโมทนาสาธุด้วยคุณเต็มไปด้วยลาภคุณเต็มไปด้วยยศคุณเต็มไปด้วยสรรเสริญหรือคุณเต็มไปด้วยสุขอย่างตามมาโลกต่างๆกามคุณต่างๆแล้วพระผู้ใดหรือสมณะผู้ใดยังไปปราบปลื้มยินดีกับเออสาธุอนุโมทนาสาธุดีนะคุณได้เสพติดตามว่าได้มีความสุขทางนี้ทางนั้นแม้ใจหรือ ของสมณะองค์ใดไปอย่างนั้นก็ยังขาดยังไม่บริสุทธิ์ในพรหมจรรย์ยังขาดยังทะลุยังด่างยังพลอยคิดดูให้ดีสิเพราะฉะนั้นพระองค์ใดยังไปหาเรื่องทำให้เขาเสพกามยังไปทำให้เขาหาเรื่องยกยอปอปั้นช่วยเหลือไปไอ้นี่อยู่มันไม่ยิ่งกว่าปราบปลื้มในใจเหรอไปส่งเสริมเขาด้วยนะนี่ยังยังไม่ใช่ยังไม่นะขนาดนี้ยังไม่นะพระพุทธเจ้ายังตัดต่อไปอีกว่าแม้จะไม่อย่างที่ 6 นี้แล้วอย่างที่ 7 7 ระดับคือทั้งไม่ยินดีที่จะเห็นพวกคฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีอิ่ม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน