150723 บทบาทของพระสงฆ์ในการเชื่อมโยงโลกและธรรมในสังคมปัจจุบัน-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์50 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

พูดกันสู่กันฟังอีกครั้งหนึ่งก็คิดว่าจะบรรยายที่วัดธาตุทองนี่ทุกอาทิตย์อีกแหละในตอนบ่ายทุกอาทิตย์เพราะเห็นว่าเราได้รื้อมาจากวัดมหาธาตุแล้วเราก็มาทำประโยชน์กันที่นี่เพราะเหตุว่าเราไม่ได้เจตนาที่เราเองเราจะไม่บรรยายธรรมหรือไม่ได้สงเคราะห์ทำอะไรเปล่าหรอกแต่เป็นแต่เพียงว่าเราทำไปตามเหมาะตามควรอาตมาเห็นควรว่าจะพักทางโน้นแล้วก็อาตมาไม่ได้เจตนาว่าจะพักเพื่อจะหลบลี้หนีพวกคุณไปไหนหรอกแต่ว่าชอบทำไปตามหน้าที่ตามวาระเวลากาละเทศะอันเหมาะอันควรเพราะงั้นก็จะมาบรรยายที่นี่บ่าย 2 โมงของทุกอาทิตย์สำหรับวัน วันเสาร์ทุกบ่ายตั้งใจจะให้ 15:00 น 13:30 น ที่วัดนรนาถไม่สำเร็จบ่ายต้องไปเริ่มต้นเอา 14:00 น อย่างที่ควรเอาละ 2 ต่อ 2 เหมือนกันก็ได้ทั้งนั้นทั้งนี้เพราะเราใช้หลักการเดินทางเหมือนกันบางทีก็ 14:00 น ก็ 14:00 น แต่ 13:30 น ก็ทันทีก็เป็นอันว่าทุกบ่ายวันเสาร์จำง่ายตอนนี้ทุกบ่ายวันเสาร์วัดนรนาถทุกบ่ายวันอาทิตย์วัดธาตุทองแล้วก็มีแถมเข้าห้องเรียนทุกเช้าวันเสาร์วัดธาตุทองเข้าแถวนั้นสำหรับวันนี้ชื่อเรื่องบทบาทของพระสงฆ์ในการเชื่อมโยงโลกและธรรมในสังคมปัจจุบัน นักตั้งชื่อที่นี่เขาเด็ดเลือกตั้งชื่อน่าดูบางทีนี้ฟังชื่อแล้วนี่ราวีราวีแปลออกมาว่าราวีราวีอันนี้ก็เหมือนกันถ้าฟังให้ดีนะเนี่ยราวีราวีนะเนี่ยชื่อเรื่องอันนี้บทบาทของพระสงฆ์ในการเชื่อมโยงโลกและธรรมในสังคมปัจจุบันเนี่ยถ้าฟังให้ดีแล้วราวีราวีเลยแต่เราจะราวีกันหรือไม่ราวีกันดูเอาไปตามระดับเอาไปตามจังหวะนะเรามาพูดถึงสังคมปัจจุบันซะก่อนเมื่อกล่าวขึ้นมาเลยว่าปัจจุบันก็จำเป็นอย่างยิ่งที่อาตมาจะต้องอธิบายเชื่อมโยงไปถึงอดีตด้วยเพราะสิ่งใดก็ตามแต่ถ้า ว่าพวกคุณศรัทธาอาตมาอย่างเหมือนศรัทธาพระพุทธเจ้าถ้าเป็นพระพุทธเจ้าคนที่ศรัทธาพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็บอกว่าอ้า

อ่านต่อ

วไปปฏิบัติอย่างนี้นะพวกคุณก็ไปปฏิบัติตามทันทีเพราะคุณศรัทธาเต็มคุณก็รีบไปปฏิบัติได้เรียบร้อยไม่มีอะไรไม่มีอะไรขัดข้องแต่บางทีอาตมาเองบอกอย่างนั้นมันยังไม่สัมฤทธิ์ผลเหมือนพระพุทธเจ้าก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเหนื่อยกับพระพุทธเจ้าตรงที่ว่าต้องพูดกันยาวหน่อยนอกจากว่าเป็นอย่างนี้อ้างของพระพุทธเจ้ามาเทียบเคียงเพื่อจะให้คุณเชื่อแล้วก็ยังไม่พอต้องแจ้งเหตุผลให้เห็นว่านี่มันดำๆนี่มันขาวๆนะมันต่างกันอย่างนี้นะคุณต้องทำอย่างเขาขาว ทำอย่างดำๆมันจึงยาวยาวแล้วก็เมื่อยเมื่อยนะแต่มันก็เป็นความจำเป็นที่ต้องทำเพราะว่าไม่ทำอย่างนั้นพวกคุณก็ไม่เชื่อพวกคุณก็ไม่มีศรัทธาเต็มเมื่อไม่มีศรัทธาเต็มพวกคุณก็กระจอกกระจอกจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ว่ะทำหรือไม่ทำมั่งไม่มั่งมันไม่ศรัทธามันไม่แน่นจึงต้องเสียเวลาพูดกันมากหน่อยเพราะคุณเองคุณจะเชื่อตัวคุณเองต่อเมื่อคุณเกิดปัญญาเมื่ออาตมาชี้นำชี้ขาวคุณเห็นชัดนี่เออจริงด้วยไอ้นี่ขาวไอ้ดำคุณก็เชื่อปัญญาของคุณเองคุณไม่ได้เชื่ออาตมาหรอกที่คุณมานั่งฟังเนี่ยอาตมาพูดเพื่อให้คุณเชื่อตัวคุณเองนะไม่ใช่อาตมาพูดเพื่อให้คุณมาเชื่ออาตมาไม่อาตมาพูดเพื่อให้คุณเชื่อตัวคุณเองคุณวิจัยของคุณเองว่านี่ดำนี่ขาวปัญญาของคุณเข้าใจได้ชัดอ๋อไอ้นี่ขาวจริงๆปัญญาของคุณ เพลงของคุณก็ลงหลักคะแนนเสียงให้ตัวคุณเองแล้วเออใช้ได้จริงถูกตามที่ท่านว่าคุณเข้าใจอย่างนี้ก็คุณเข้าใจด้วยปัญญาของคุณเองและคุณได้เชื่อตัวคุณเองต่างหากคุณไม่ได้เชื่ออาตมาหรอกเพราะงั้นเดี๋ยววันนี้ต้องพูดกันอย่างนี้เสมอๆด้วยเหตุนั้นเมื่อตั้งคำหัวเรื่องมาว่าและทำในสังคมปัจจุบันเราก็จึงจำเป็นจะต้องอย่างน้อยต้องพูดถึงอดีตที่อาตมาพูดอดีตขึ้นมาพวกคุณก็จะรู้จะเห็นถึงอดีตเพราะสิ่งที่เกิดแล้วเป็นแล้วปัจจุบันก็สิ่งที่เกิดแล้วเป็นแล้วคุณก็รู้ได้ในปัจจุบันอดีตที่สิ่งที่เกิดแล้วเป็นแล้วอาตมาก็ต้องยกขึ้นมาด้วยเพื่อให้คุณเห็นว่าอดีตกับปัจจุบันมันต่างกันหรือเปล่ามันผิดกันหรือเปล่าสิ่งที่ผิดกันนี้สิ่งไหนดีกว่ากันถ้าสิ่งที่เหมือนอย่างอดีต ดีกว่าคุณก็จะได้ไปปฏิบัติอย่างอดีตถ้าคุณเห็นว่าสิ่งที่ปัจจุบันนี้ดีกว่าคุณก็จะได้ไปเลือกปฏิบัติปัจจุบันเพราะงั้นถึงจะต้องให้คุณเทียบเคียงด้วยปัญญาของคุณให้คุณเข้าใจไว้ท้ายๆแล้วอาตมาจะพูดอนาคตแถมให้ฟังด้วยอนาคตมันยังไม่มีนะแต่ว่าจะพูดทั้งแถมให้ฟังด้วยเป็นทั้ง 3 ส่วนหากสังคมปัจจุบันของเราขณะนี้มันก็เหมือนกับสังคมของอดีตเหมือนกันแต่มันไม่เหมือนกันตรงที่ว่าปัจจุบันนี้เรามีความเกิดอาตมาใช้ศัพท์คำว่าความเกิดมันมีความเกิดมากขึ้นกว่าสมัยอดีตนั้นมากล้นมากล้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่มากล้นหลามนี้แหละมันจึงเต็มไปหมดเลยมันยิ่งมากเท่าไหร่แล้วยิ่งเหมือนคนเวลาเราไปยืนดูอะไรเนี่ยมีคนมุงเต็มนี้เราก็มองอะไรข้างในที่ต้องการเห็นมันก็ไม่ค่อยชัดแหละเพราะมันเต็มมันพรางตาเรามืดฟ้ามัวฝนไปหมดอย่างที่ว่านี่แหละมันยิ่งมากมันยิ่งพรางเรามากมันยิ่งแน่นเท่าไหร่มันยิ่งมองทะลุได้ยากมันเป็นธรรมดาธรรมดาเพราะฉะนั้นคำว่าปัจจุบันกับอดีตในเรื่องของความเต็มหรือว่าในเรื่องของสภาวะธรรมที่มันกลายเป็นกิเลสกลายเป็นปัญหากลายเป็นของที่มันมันเกินมันเกินต้องการเกินความจำเป็นมันเป็นสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อมันมากครับทวีขึ้นมาเราจะต้องแหวกไอ้ของที่เกินจำเป็น ลงไปอีกไกลลงไปอีกลึกต้องใช้พลังงานแรงมันถึงจะทะลุเข้าไปเห็นได้ความเป็นอยู่แท้จริงนั้นในอดีตและปัจจุบันเหมือนกันเหมือนกันเหมือนกันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยเหมือนกันเกิดมาแล้วก็กินกินแล้วก็ขี้ธรรมดาธรรมดาเนี่ยชัดๆภาษาไทยชัดๆเกิดมาหลอกกินกินแล้วก็ขี้มีต้องพักผ่อนหน่อยก็นอนก็เท่านั้นเองธรรมดาธรรมดานะชีวิตของคนนะชีวิตของสังคมปัจจุบันคนนี้ช่วยคนนี้คนนี้ช่วยคนนี้มากขึ้นก็มีการทำการเกิดให้มากขึ้นหน่อยก็แต่งงานมีคู่ผัวตัวเมียมีครอบครัวดูแลครอบครัวก็ทำมาหากินก็หนักเพิ่มขึ้นเพิ่ม แต่คุณเห็นได้มั่งไหมล่ะว่ามันเพิ่มขึ้นอาตมาค่อยๆขยับมาให้ฟังนิดหน่อยนะถ้าคุณเองเกิดมาแล้วมีตัวคนเดียวอย่างน้อยที่สุดคุณก็นึกถึงพ่อกับแม่คือผู้ที่ให้กำเนิดเราให้เรามาเป็นคนและการเป็นคนนั้นท่านบอกว่าเกิดมาเพื่อปฏิบัติสิ่งที่ประเสริฐมนุษย์นี่แปลว่าความประเสริฐเราเกิดมาเพื่อที่จะปฏิบัติหรือจะเป็นผู้ประเสริฐจะปฏิบัติความประเสริฐให้แก่ตนเราก็จะต้องเข้าใจให้ได้ว่าความประเสริฐคืออะไรความประเสริฐคือการที่จะมาหาเรื่องหาราวให้ตัวเองมากมายหรือความ เปิดคือความฉลาดแต่ฉลาดนั้นจะหมายความว่าหาเรื่องให้ตัวเองหนักหรือทำให้ตัวเองเบาคิดเอาถ้าใครคิดว่าความฉลาดนั้นคือเรื่องที่หาให้ตัวเองหนักอาตมาก็เชิญเชิญเชิญคนนั้นที่จะหาเรื่องให้ตัวเองหนักก็เชิญอาตมาไม่ว่านะจะมาไม่ห้ามนะโอ๊ยประชาธิปไตยเต็ม 100% เลยยินดีเลยใครจะเอายังไงเลือกเอาถ้าใครคิดว่าประเภทที่จะหาให้ตัวเองหนักหาเรื่องให้ตัวเองหนักพระพุทธเจ้าท่านนี้ก็ภาระลากูลลังพันพนันเท่านี้ก็ภาระซึ่งทุกคนเป็นภาษาไทยแล้วภาระเนี่ยพาเรากำลังก็หมายความว่าห่วงหรือห่วงพันธนังไม่ต้องพูดเลยคุณชัดเลย พันธนาการที่ว่าเนี่ยแต่ว่าการมันจะมีตัวการเข้าไปหน่อยพันพนันผูกขาผูกแขนไอ้ราหุลังนี่ก็หมายความว่าห่วงหรือห่วงที่มันถูกเหมือนกันชื่อลูกชายของพระพุทธเจ้านี่และราหุลนี่แหละราหุลังนี่แหละอาตมาจะเล่าให้ฟังว่าทำไมพระพุทธเจ้าท่านเรียกตั้งชื่อให้ลูกชายของท่านน่าเกลียดทั้งชื่อว่าไอ้บวกเป็นทั้งลูกเจ้าชื่อไอ้บ่วงแม้ที่พ่อชื่อ 10 ทักษะผู้ซึ่งมีเนื้อหาสาระอันเต็มไปด้วยความเก่งกาจนี่ชื่อพระพุทธเจ้าแต่ว่าเก่งแต่ว่ายอด สิทธาจารย์ศรัทธาอาจารย์ฤาษีในทุกคนเก่งศรัทธาพวกศรัทธาอาจารย์ฤาษีณภพศรัทธานักศรัทธาศรัทธาแปลว่าความเก่งพระพุทธเจ้าตรัสมีชื่อตั้ง go go พ่อก็โก้ชื่อสุทโธทนะพอถึงรุ่นหลานซะหน่อยแหมพระพุทธเจ้าชื่อให้ลูกรังแปลว่าเป็นห่วงมันไม่เข้าใจเลยฟังแล้วไม่เข้าใจและมันก็เป็นดังนั้นจริงๆเรื่องมันมีอยู่ว่าอย่างนี้แล้วพระพุทธเจ้านี่ท่านชักเบื่อหน่ายโลกมากแล้วชักเห็นสัจธรรมเห็นเทวทูต 4 พอท่านเห็นเทวทูต 4 แล้วเบื่อมากแล้วท่านเบื่อแต่ทำไงได้เบื่อแล้วเนี่ยเมียท้องแล้วนี่ยังมเหสีทองแล้วทองราหูแล้วจนจะคลอดอยู่แล้ว ข่าวก็เบื่อเหลือเกินจะหาทางออกดับทุกข์ถ้าโลกนี้มันมีทุกข์ถ้าโลกนี้เราจะต้องแก่เทวทูตอันแรกเห็นคนแก่หง่อมโว้ยน่ากลัวถ้ามีความแก่อย่างนี้ท่านบอกไม่เอาแล้วโลกนี้ขืนมีความแก่อย่างนี้ทนไม่ไหวแน่ 2 ท่านไปเห็นเทวทูตอันที่ความเกิดความเจ็บป่วยถ้าโลกนี้เกิดมาแล้วจะต้องเจ็บต้องป่วยอย่างนี้แล้วไม่เอาแน่ๆแล้วท่านไม่เอาอีกอันนึงท่านก็ทุกข์เพิ่มขึ้นจนกระทั่งถ้าไปเห็นเทวทูตอันที่เสร็จอันที่ 3 ไม่เห็นคนตายข้อหาของคนตายผ่านหน้าไปนิ่งสนิทเลยถ้าเขารู้ว่าอะไรคนนั้นทำไมเขาถามไม่กระดุกกระดิกเลยหางกระจอกกระจอกยังไงก็นอนนิ่งเฉยไม่เห็น อะไรเลยท่านถามฉันนะว่าอะไรนะเขาเรียกว่าคนตายเอ๊ะหมายความว่าไงคนตายคิดดูแต่พระพุทธเจ้าโง่ถึงขนาดนั้นแล้วยังไม่รู้ว่าคนตายคืออะไรพระพุทธเจ้าเนี่ยอายุตั้ง 29 พรรษาแล้วนะไม่ใช่เล็กๆนะโตอย่างนี้อย่างนี้แล้วนะอายุตั้ง 29 พรรษาแล้วนะไปกับนายฉันนะออกไปข้างนอกวังโดยที่เรียกว่าพระพุทธเจ้าพระพุทธพระเจ้าสุทโธทนะพ่อไม่ได้อยากให้ออกไปเลยจะไปไปเจอคนตายคนเจ็บก็เหมือนกันอาตมาไม่ได้เล่าคนแก่คนเกิดก็ไอ้คนแก่ก็เหมือนกันอายุสภาพเดียวกันน่ะไปเห็นคนแก่เข้ากับบริษัทเอ๊ยงงๆโค้งๆงี้มีด้วยเหรอคนหลังๆโกงๆเงี้ยทำไมอ่ะไอ้แจ้ไปค้างอะไรทำไมมันปากคอก็ไม่มีฟันก็ไม่มีผมก็ เขาบอกว่าเนี่ยคนคนแก่เขาเรียกคนแก่อะไรคนแก่ก็คนนี่แหละเพราะเกิดมาแล้วก็เด็กแล้วก็โตโตแล้วก็แก่คนเหมือนอย่างฉันเลยบอกใช่คนเหมือนอย่างพระพุทธองค์นั่นแหละมันจะไม่เรียกพระพุทธองค์คนเหมือนอย่างพระองค์นั้นแหละเหมือนที่ไหนทำอย่างนี้เนี่ยหลังกลมๆอีกหน่อยท่านก็จะหลังโก่งอย่างนี้ฉันจะต้องเป็นอย่างนี้เหรอเขาบอกว่าใช่ฉันนะทูนว่าใช่ท่านก็จะพ้นความหลังตรงโค้งฟันไม่มีผมขาวๆอย่างนี้ไม่ได้เหมือนกันเท่านั้นแหละเทวทูตอันแรกท่านบอกว่าโอ้โหคนมันทุกข์หนักถึงอย่างนี้เชียวเหรอถ้าคนทุกข์หนักถึงอย่างนี้แล้วล่ะก็ไม่ทนแล้วโรคนี้ท่านบอกท่านรับสภาพสภาวะแค่นั้นน่ะท่านเห็นทุกข์แล้วแต่พวกคุณสิเห็นกันเต็มบ้านเต็มเมืองคนแก่ หน้าแก่บางทีเขียนสงสารขนาดน่าสงสารยังไม่สงสารเลยเห็นคนเจ็บนอนร้องโอยๆๆๆอะไรต่างๆท่านก็ไม่เคยเห็นในชีวิตของท่านท่านถามฉันนะว่าอะไรนั่นน่ะเขาเรียกว่าคนเจ็บมันเป็นยังไงคนเจ็บเขามีโรคเข้าไปในตัวแล้วก็จะไอ้โรคนี้มันก็ทำให้ตัวเองทรมานเกิดการเจ็บปวดอย่างสาหัสทุกข์ทนทรมานทนไม่ได้ถ้าใครบางคนทนไม่ได้ก็ต้องตายไปฉันก็ต้องเจ็บอย่างนี้แหละฉันคนนี้รอดไม่ได้ติดถึงบทจะต้องเจ็บเป็นเทวทูตอันที่ 2 ที่ท่านบอกว่าโอ้โหคนทำไมมันถึงทารุณบ่ได้เกิดมาเป็นคนทำไมมีแต่ความทุกข์ทนได้เพราะในชีวิตของท่านเกิดมาฉันไม่เคยพบเคยเห็นจริงๆพระพุทธบิดานี่แสนที่จะปกปิดหาทางไปพบกับผม หลอกล่อทุกประตูเลยที่จะพรางตาให้พระพุทธเจ้าเนี่ยให้เจ้าชายสิทธัตถะไม่รู้เรื่องอะไรยิ่งไปเจอคนแก่เข้าแล้วเพราะนายชนะบอกว่านี่ตายนี่คนตายพระพุทธเจ้าถึงก็ทักเลยว่าอะไรตายสัตว์นี่มีด้วยเหรอในโลกบอกมีสัตว์นี้มีตายมีในโลกมันหมายความว่าไงตายก็หมายความว่าคนไม่กระดุกกระดิกแล้วเอาไปไม่รู้เรื่องแล้วไม่มีความรู้สึกแล้วเป็นยังไงไม่มีความรู้สึกประเดี๋ยวก็เอาคนตายเข้ากองฟอนเผาพระอาทิตย์ตกใจใหญ่เขาไฟไปเผาทำไมอ่ะคนยังไม่พอนอกจากเอาไฟไปเผาแล้วเสร็จนะท่านตกใจที่เอาไฟไปเผาขนแล้วยังไม่พอ ก็ไอ้คนที่ถูกเผากับไม่ดิ้นด้วยท่านบอกให้ประหลาดประหลาดมากในโลกนี้ทำไมเขาไม่ดิ้นน่ะแล้วฉันนั้นก็บอกเขาจะดิ้นยังไงเขาตายแล้วอ๋อตายหมายความว่ามีดินอย่างนี้เหรอใช่มันหมายความว่าอย่างนี้แหละตายแล้วไม่ดิ้นไปเผายังไม่ดิ้นเลยแล้วก็เป็นคลิปผมขี้เถ้าไปท่านก็จะต้องเป็นแบบนี้แหมท่านยิ่งเห็นโลกนี้มันเจ็บปวดโลกนี้มันทรมานโลกนี้มันบ้าๆกันจนไม่รู้จะเป็นยังไงถ้าบอกอย่างนี้ทนไม่ได้จนท่านไปเจอสมรรถนะเจอนักบวชท่านก็ถามเขาบอกเนี่ยไอ้ที่ไม่เหมือนคนเขาเนี่ยไว้ผมยาวๆมั้งหัวโล้นมึงเนี่ยแล้วก็ถือกะลาขออะไรกินอยู่เนี่ยอะไรเนี่ยนักบวชเขาอยู่ในอินเดียก็บิณฑบาตหรือขอกินทั้งนั้นแหละเป็นบาปหรือเป็นกะลามั่งหรือเป็นลูกฟักแก่ที่เขาเอาแต่กะโหลกมันมาหรืออะไร ก็แล้วแต่นี่บอกนักบวชพวกนี้แหละเขาจะค้นหาพวกทางเขาทำอะไรท่านถามเขาทำเขามาทำอย่างนี้เพื่อทำไมเขาทำเพื่อที่จะค้นหาความเป็นจริงค้นหาทางพ้นการเกิดการแก่การเก็บการตายอ๋อหาทางพ้นไอ้ที่ถ้าเจอมาบอกว่าฉันบอกว่าอะไรเจ็บๆปวดหัวด้วยเหรอใช่เท่านั้นแล้วท่านบอกว่าฉันจะต้องเป็นอย่างนี้บ้างฉันจะต้องค้นหาแบบนี้บ้างถ้าโลกนี้เป็นอย่างนี้ฉันไม่เอาแน่คุณอยู่ในใจตลอดเวลาคิดหาทางจะต้องไปจะต้องไปจะต้องไปจะต้องไปค้นหาความจริงอันนี้ให้ได้จะต้องไปไม่อยู่จนกระทั่งคิดไปคิดมายังไม่ทันได้ออกมีอำมาตย์มาทูล ท่านได้พระราชโอรสแล้วพะยะค่ะท่านได้พระราชโอรสออกมาแล้วคลอดออกมาแล้วเป็นพระราชโอรสท่านก็เอาเลยทีเดียวพันธะหนังไอ้ห่วงเกิดมาพันนาการฉันแล้วหนอเกิดมาเป็นเรื่องที่จะผูกรักฉันนั้นนี่แหละไอ้บัวมันเกิดมาผูกขาผูกแขนฉันแล้วนะถ้าอุทานออกมาอย่างนี้เออไอ้นี่คือห่วงท่านพูดอย่างนี้อำมาตย์ได้ยินแต่ไม่ทันตั้งชื่อลูกแล้วไอ้นี่คือไอ้พวกไอ้นี่คือเราๆท่านตั้งชื่อแล้วท่านตั้งชื่อลูกท่านไอ้นี่เรียกว่าไอ้พวกเป็นอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ตั้งตึงอะไรเลยท่านอุทานออกมาท่านรองถึงความทุกข์ถึงห่วงทั้งหลายแหล่ถึงความเป็นจริงท่านไม่ได้ตั้งชื่อลูกว่าราหุลังเลยโธ่ลูกเจ้าตั้งชื่อทั้งทีเถอะไอ้พวกมันหมดท่าเลยท่านไม่ฟังเสียงท่านไม่ได้ตั้งไม่เดินอะไรไม่ได้อะไรทั้งนั้นแหละพอเขาอำมาตย์ฟังเท่านั้นก็ไปรายงานกูเลยว่าท่านดีใจมากท่านตั้งชื่อลูกท่านทันทีเลยชื่อว่าไอ้ห่วงไปรายงานเลยพวกนั้นเขาก็รับไปอ่ะดิมันจะเพราะไม่เพราะมันจะดีไม่ดีไม่สำคัญหรอกพ่อเขาตั้งแล้วนี่ไอ้นี่ชื่อว่าไอ้ห่วงพ่อตั้งแล้วนี่แหละลูกพระพุทธเจ้า เป็นหนี้แล้วเรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้เป็นเรื่องที่มาของมันซึ่งมันดูฟังแล้วมันก็น่าขำดีแต่เรื่องของมันก็เป็นไปตามสภาพการณ์เสร็จแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็ออกบวชไม่เอาทนไม่ได้ท่านก็ไปกับฉันนะออกบวชอย่างที่พวกคุณก็รู้ประวัติมาแล้วนะอ่านี่อาตมาก็พูดถึงห่วงพูดถึงบ่วงพูดถึงเสือกสิ่งที่มันเป็นภาระผูกพันสิ่งที่เราเรียกว่าภาระสิ่งที่เราเรียกว่าราหุลหรือลากสิ่งที่เราเรียกว่าพันธนังสิ่งที่มันดึงรั้งเราเอาไว้นี่แบบให้หนักเนี่ยทั้งหลายแหล่ถ้าเราไม่รู้จักมันว่ามันเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นกองมันโตขึ้นมันใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นแล้วล่ะก็เราก็จะเป็นหลงมันตลอดเวลาในปัจจุบันนี้เขาสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้าง อาตมาจะยกตัวอย่างให้ฟังนะตั้งแต่สมัยโบราณคุณเองคุณติดตามได้ในสมัยอดีตอาตมาบอกแล้วว่าปัจจุบันต้องเล่าอดีตด้วยในสมัยอดีตนั้นคนเดินแก้ผ้าโทงๆสบายไม่ต้องนุ่งห่มอะไรเลยเดินไปเดินมาสบายทุกคนก็เดินสบายไม่มีการยึดถือไม่มีการยึดมั่นถือมั่นไม่มีการติดสมมุติอันใดทุกคนก็เหมือนเฉยๆมันก็มาพวกนี้มันก็ตรงๆมันสบายไม่เดือดร้อนอะไรเลยอ่าผลอาจจะมากหน่อยเพราะว่าเป็นธรรมชาติเพื่อที่จะต้องป้องกันความหนาวคนอาจจะมากหน่อยแต่ไม่เป็นไรแต่เขาก็อยู่สุขสบายเพราะวิวัฒนาการนี่คุณเข้าใจนะว่าคนสมัยโบราณก็เป็นอย่างนั้นจริงๆแต่ดึกดำบรรพ์เขาก็เป็นลุงพาลุงผ่อนอะไรพวกคุณก็เห็นว่ามันเห็นได้ คุณก็เข้าใจได้ว่าสิ่งที่เกิดแล้วเป็นแล้วแล้วพวกคุณก็เคยศึกษามาบ้างแล้วด้วยเพราะมันเป็นความจริงที่อาตมาเล่านี่ไม่ใช่เรื่องไม่จริงหรอกเขาก็ไม่มีอะไรเขาก็ไม่ยุ่งยากที่จะต้องไปทอผ้ามานุ่งไม่ยุ่งยากที่จะต้องตั้งโรงงานทอผ้าไม่ยุ่งยากที่จะหลอกล่อกันด้วยว่าเอาเสื้อผ้ามาแล้วแทนที่จะมาเป็นภาพคุณครูง่ายๆอย่างนี้นะต้องมาตัดให้มันเข้าแขนอ้าต้องมาตัดให้มันลงขานะต้องว้าวให้มันมีที่เอวนะต้องเว้าตรงนั้นตรงนี้ตรงนี้ต้องเป็นปีกออกมาให้มันห้อยต้องแต่งตรงนั้นตรงนี้อย่างนี้อย่างนั้นหน่อยเขาก็ไม่ต้องไม่เสียเวลาเลยในโลกนี้ไม่เสียเวลาอะไรทั้งนั้นเพราะฉะนั้นในอดีตเนี่ยแสนสบายว่างเบาเสื้อผ้าไม่ต้องมีแล้วเพราะฉะนั้นปัจจัย 4 ของสมัยก่อนนี้ ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อนที่เกิดมาในยุคที่เขาไม่ยังไม่นุ่งผ้านะนี่พระพุทธเจ้าเกิดมาในยุคที่เขาไม่นุ่งผ้าก็มีเนี่ยอาตมาเล่าอดีตที่เกินไปนิดนึงให้ฟังแล้วพระพุทธเจ้าองค์นั้นเนี่ยสอนคนปัจจัยไม่มีถึง 4 หรอกปัจจัยมีแค่อาหารที่อยู่ก็มีป่ามีถ้ำอาหารกะทิอยู่ที่มีป่ามีถ้ำเท่านั้นเองปัจจัยสำคัญที่สุดคืออาหารตัวเดียวยารักษาโรคก็เป็นปัจจัยบ้างแต่เขาก็ยังไม่ค่อยรู้เท่าไหร่แต่ก็รู้นะเหมือนมีปัญญาเพราะว่าแม้แต่สามีก็ยังรู้ยารักษาโรคของมันเลยถ้ามีมีปัญญารู้คนไม่มีปัญญารู้ยารักษาโรคปัจจัยที่แจ้งต้องมีอย่างจริงที่สุดคืออาหารกับยารักษาโรคส่วนที่อยู่ก็เป็นถ้ำเป็นป่าซึ่งมีนิดหน่อยเป็น 3 นับว่า 3 อย่างมากไอ้เครื่องนึง ก็ไม่หรอกเขาไม่วุ่นวายเพราะว่าเขายังไม่มีการยึดถือยังไม่มีการสร้างขึ้นมายังไม่มีสมมุตินี่แหละสมัยนั้นไม่มีสมุดอย่างนี้แล้วเขาก็เป็นอยู่อย่างนี้นี่ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆว่าไอ้สมมติที่มันเกินขึ้นมานี่แล้วนี่เราต้องมายอมรับสมมติบ้างแต่เราก็ต้องเข้าใจเนื้อแท้ให้ได้จนกระทั่งมาสมัยปัจจุบันนี้เสื้อผ้าต้องกลายเป็นปัจจัยอีกอันนึงคืออันที่ 4 ที่เป็นปัจจัยอันที่ 4 แล้วมันก็มาแทนไอ้เสื้อผ้านี่มาแทนอะไร 1 มาแทนขนสมัยก่อนบอกแล้วคนโบราณขนยาวกันลมหนาวกันอะไรได้ทีนี้พอเวลาเราไม่ใช้แล้วเสื้อผ้ามาใช้แทนเอ้ยเป็นแสน รู้ไอ้คนเนี่ยธรรมชาติมันก็ทำให้ขนน้อยลงน้อยลงน้อยลงน้อยลงขนน้อยลงไปคนจนขนก็น้อยลงจนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็น้อยลงไปตามที่สุดใครยิ่งใช้เสื้อผ้ามากที่สุดยิ่งขนน้อยเพราะฉะนั้นผู้หญิงนี่ใช้เสื้อผ้ามากที่สุดจึงขนสั้นกับผู้ชายพอไปหลงในเสื้อผ้ามากที่สุดฟังให้ดีนะได้เป็นเหตุผลนะไม่ใช่เรื่องพูดเล่นนะเพราะฉะนั้นผู้หญิงจึงขนน้อยยิ่งกว่าผู้ชายลงไปอีกเพราะตัวเองเล่นเสื้อผ้ามากกว่าความจำเป็นของธรรมชาติมันรู้มันบอกว่าไอ้พวกนี้ไม่ต้องไปช่วยมันมันมีเสื้อผ้าแยกธรรมชาติมันก็ทำขนให้หายลงไปน้อยกว่าผู้ชายก็มีน้อยกว่าคนก็ยังยาวกว่านี่เป็นธรรมดาธรรมดาไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรนะจนกระทั่งสมัยปัจจุบันนี้นอกจากเสื้อผ้าจะใส่เสื้อกันหนาวก็มีการบิดพลิ้ว พลางกันสักหน่อยมีความละอายแต่ไม่อยากอายแบบหิริภาษาบาลีว่า Siri นี่ละอายแต่ไม่ใช่ละอายอย่างที่คุณละอายกันนะคุณไม่นุ่งผ้านี่คุณละอายเหมือนกันแต่ไม่ใช่ละอายแบบ Siri Siri มันละอายบาปละอายสิ่งไม่ดีแล้วก็เราจะไม่ทำแต่ไอ้นี่มันอายในเรื่องทางโลกอายว่าใครๆก็ผิดกันหมดยิ่งแต่ก่อนนี้ยังไม่ถึงขั้นปัจจุบันนี้นะรุ่นเมื่อสักเอาไม่ต้องเอามากสัก 30 ปีมาแล้วเนี่ยอาตมาอายุ 15 แล้วยังแก้ผ้าอาบน้ำอยู่เลยอ้าวนี่พูดความจริงเดี๋ยวก็โดดน้ำคลองเฉยเลยอายุ 15 แก้ผ้าก็โดนน้ำคลองลงเดี๋ยวนี้เห็นไหม เด็กเดี๋ยวนี้สมัยนี้ไม่มีหน้าอายุ 15 ปีแก้ผ้าอาบน้ำแล้วไม่มีแล้วเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วเพราะอะไรเพราะความยึดถือกันเพราะสอนพ่อแม่เธอมาเอ้ยลูกๆพ่อตั้งแต่เด็กน่ะโดยสมัยก่อนไม่มีหนุ่มไปจับนุ่งผ้ามันไม่อยากนุ่งแสนที่จะไปซื้อมาให้มันเสียตังค์แต่ก่อนนี้เด็กมันแค่ธงๆๆของมันน่ะไม่หรอกแต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ถือว่ายึดถือเป็นความอายไม่ได้ถ้าลูกเราไม่นุ่งผ้าแล้วใครมาเห็นแล้วรู้สึกอายแทนแท้จริงไม่ใช่ลูกมันอายเราอายถ้าลูกมันแก้ผ้าแล้วเราอายแล้วเราก็เลยอยากให้ลูกนั้นแต่งปิดที่ลูกเราจะได้หายอายคิดดูสิมีความยึดถือมันขนาดไหนไปปิดที่ลูกเราจะได้หายอายพอไปสอนที่ลูกก็เป็นการยัดเยียดสมมุติเด็กมันก็ยึดถือจะบอกคนเรามันต้องรูปภาพพ่อแม่ใส่ผ้า พ่อแม่สอนอย่างนี้เท่านั้นน่ะเพราะฉะนั้นก็ไปยัดเยียดสมมติให้เด็กต้องนุ่งผ้าถ้าไม่นุ่งผ้าอายเพราะงั้นเด็กเดี๋ยวนี้ถึงอายุ 15 แก้ผ้าอาบน้ำไม่มีแล้วไม่มีแล้วอาตมายัง 15 ยังแก้ผ้าอาบน้ำจริงๆเพราะงั้นจึงบอกว่าเด็กจริงๆเดี๋ยวสมัยนี้มันเป็นไปตามสมัยปัจจุบันนี่มันเกิดโตขึ้นเรื่อยๆยึดสมมติมากเลยนอกจากแค่นี้ยังไม่พอว่าเสื้อผ้าที่แต่งแค่กันร้อนกันหนาวอย่างที่ว่าธรรมดายังไม่ใช่แล้วเดี๋ยวนี้แต่งกันอ่าให้ด้วยอีกเรื่องนึงพี่ฟังนะบทบาทของแค่เสื้อผ้ามันโตขึ้นมาเรื่อยๆเป็นสมุดนะยังไม่พออีกแค่แต่งกันอายยังไม่พออีกเดี๋ยวนี้แต่งเอาโกโก้แต่งเอางาน นี่ฟังบทบาทของมันบทมาแค่เสื้อผ้านี่มันโตมาถึงขนาดนี้เพราะมันสมมุติมันโตขึ้นมาเรื่อยๆอย่างบทบาทนี้ไม่ได้กันอายเท่านั้นยังจะต้องแตกเอางามเอาเช็คแต่ก่อนนี้ทำงานก็ไม่มีกี่แบบหรอกเดี๋ยวนี้มันงามซะจนบางแบบนี้เขาหลอกเราจนกระทั่งมันแทบจะไม่เห็นจะกลับไปหายุคเก่าอีกแล้วไม่ใส่ซะดีกว่าเพราะเหล็กอย่างนี้เป็นต้นอะไรซีทรูไงไม่ใส่ซะดีกว่าแล้วกลับไปหาอันเก่าแล้วคิดดูซิแต่ก่อนนี้เรามายึดถือว่าถ้าเราใส่เสื้อผ้านี่กันอายตัว ตาลปัตรอีกชั้นนึงแล้วมาเป็นความสวยพอสวยอีกกลับไปอีกทีนึงตอนนี้ต้องไม่อายถึงจะโง่กว่าคิดดูสิคนเราน่ะคิดยังคิดให้ดีมันเนี่ยมันตีตลกกลับอย่างนี้ทุกทีต้องไม่อายถึงจะยอดกว่าเพราะฉะนั้นเมื่อเช้านี้อาตมาดูหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ไม่ดูที่ไปฉันที่บ้านมันก็มีแต่ราเมนเมื่อวานนี้ทุกวันนี้ไม่รู้ที่ลงรูปนางสาววันนี้สินางสาวคารอนประกวดชนะแล้วเขาประกวดอย่างนั้นจริงๆด้วยมาจากแคนาดาเป็นเทพีชนะอะไรไม่นุ่งผ้ามันเลยเพราะมันกลัวก็จะได้จริงๆแล้วเมืองนอกเดี๋ยวนี้บ้าดีมั้ยเมืองไทยเรานี่ยังดีนะศาสนาพุทธเราสอนไม่ดีมาก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน