150806 จุดหมายปลายทางของพุทธอยู่ที่ไหน-พ่อท่าน-วัดธาตุทอง.txt

โฟลเดอร์2515 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์261 KB
วันที่แก้ไข17 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

อาตมาเองก็พยายามพูดถึงเสมอว่าเลิกนั้นมันไม่ได้หมายความว่าต้องไปให้ใครมาจับยามสามตานะเลิกมันหมายถึงความพร้อมพร้อมพร้อมพร้อมพร้อมที่ไหนพร้อมที่เราพร้อมที่เราด้วยแล้วก็พร้อมที่ผู้อื่นที่มันเกี่ยวข้องกับเราด้วยดีเรียบร้อยอันนั้นเลิกเพราะฉะนั้นคำว่าเลิกนี่ขอให้เข้าใจและขอให้พยายามอย่าไปยึดมั่นถือมั่นก็เลิกที่จะต้องไปเสียเวลาก็ต้องไปนั่งจับยามสามตาไปนั่งตรวจเลขหานาคีอะไรให้มันมากนักแล้วมันเสียเวลาถ้าเผื่อว่าเราเองเราทำตามเหตุและผลมีความพร้อมเราก็พร้อมทุกอย่างผู้ที่เกี่ยวข้องหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องอะไรกับเราทุกอย่างก็พร้อมทุกอย่างแล้วล่ะก็ขอให้เข้าใจให้ได้ว่านั่นแหละ คืออุดมฤกษ์เป็นฤกษ์ที่พร้อมแล้ววันนี้ซำปอกงหรือเจ้าสำนักได้ตั้งชื่อเรื่องไว้ให้ว่าจุดหมายปลายทางของพุทธศาสนาอยู่ที่ไหนจดหมายปลายทางของพุทธศาสนาอยู่ที่ไหนคำนี้ที่จริงเราน่าถามกันเพราะเราเองเราเป็นพุทธศาสนิกชนแล้วนะถามกันมานานแล้วศาสนาผ่านมาถึง 2,500 ต่อปีนี้ถ้าคุณพหลเจ้าหน้าที่ที่นี่ไม่ถามขึ้นมาคงไม่ได้ถามกันอีกนานวันนี้ถามขึ้นมาแล้วนี่ดีแล้วว่าจุดหมายปลายทางของศาสนาพุทธมันอยู่ที่ไหนเดี๋ยวนี้เราเห็น ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของศาสนาพุทธน่ะเรามีที่จุดเมื่อมีที่ไปหรือว่ามีที่ถึงมีที่ได้มาแล้วเราเห็นบ้างไหมอันนี้ก็ตอบกันยากสำหรับผู้ที่ยังไม่เห็นสำหรับผู้ที่เห็นบ้างก็จะตอบได้ว่าเอ๊ะมันยังไม่เห็นนะจุดมันอยู่ที่ไหนแล้วไปกันถึงหรือยังหรือไปกันถึงบ้างหรือยังอาทิตย์นี้เราจะต่อกันด้วยภาษาเอาภาษากันซะก่อนจุดหมายปลายทางของพุทธศาสนาอยู่ที่ความพ้นทุกข์นี่ตอบอย่างสูงที่เรียกว่าตอบอย่างสุวิทย์เต็มทีนี่ก็เพราะเหตุว่าแพ้ที่จริงแล้วเราก็แค่ภาษาที่เขาพูดกันอยู่นั่นแหละ ก็ตอบได้จุดหมายปลายทางของศาสนาคือจุดหมายปลายทางของศาสนาพุทธคืออยู่ที่ความพ้นทุก

อ่านต่อ

ข์ใครก็ตอบได้ทุกคนจึงเรียกว่าซูเอี๋ยแต่ทีนี้ลองให้ความหมายคำว่าพ้นทุกข์ดูสิมันหมายความว่ายังไงจับพ้นทุกข์ได้อย่างไรแล้วก็ได้พากันพ้นทุกข์ไปแล้วหรือยังเป็นต้นว่าพุทธศาสนิกชนที่บวชเป็นพระแล้วถึงขั้นสุดยอดที่เป็นพระที่เราเห็นอยู่ในพุทธศาสนาทั้งหลายทั้งปวงจะมีในประเทศไทยประเทศญี่ปุ่นประเทศเขมรประเทศลาวประเทศไหนก็ตามแต่มีผู้ที่ได้พ้นทุกข์แล้วหรือยังและถ้าเป็นนักศึกษาทางพุทธศาสนาอย่างแท้แล้วล่ะก็ พุธตัวนี้บอกให้รู้ว่าเป็นผู้รู้แท้รู้จริงถึงขั้นคำว่าทุกคำนี้ไม่ใช่ทุกข์ธรรมดาธรรมดาแต่ต้องเป็นทุกข์อันแท้จริงๆจึงเรียกว่าทุกข์อริยสัจไม่ใช่ทุกข์ชั่วครั้งชั่วคราวชั่วคราวลักษณะทุกสภาวะทุกข์อะไรที่เป็นเรื่องของทุกข์ต่างๆนานาเป็นสภาพของทุกข์ต่างๆนานาเฉยๆยังไม่พอแต่ต้องเข้าใจให้ได้ถึงทุกกาลทุกเวลาทุกสภาพในการเป็นอยู่ของตัวเรานอกจากรู้จากตัวเราแล้วเราก็ต้องรู้ที่คนอื่นด้วยว่าคนอื่นนี่เราเห็นแล้วท่านผู้นี้ก็พ้นทุกข์แล้วหนอต้องเห็นอย่างนี้ด้วยดูไปที่คนนี้ อ๋อคนนี้ก็พ้นทุกข์แล้วหนอถ้าผู้ใดเห็นได้อย่างนั้นจริงๆเข้าใจอย่างแท้ๆเลยว่ามองไปที่ไหนก็รู้ว่าอ๋อคนนี้พ้นทุกข์แล้วคนนี้พ้นทุกข์ละคนนี้พ้นทุกข์แล้วนั่นแหละผู้นั้นเห็นผู้นั้นแจ้งผู้นั้นเข้าใจว่าได้รู้แจ้งได้เข้าใจได้สัมผัสกับจุดหมายปลายทางของพุทธศาสนาแล้วคือเห็นการพ้นทุกข์แล้วและมีผู้พ้นทุกข์แล้วคือมีผู้ถึงจุดแล้วเมื่อพูดมาถึงตรงนี้แล้วก็อาตมาก็ขอย้อนถามพวกคุณที่นั่งฟังได้เลยว่าเห็นกันบ้างไหมล่ะเห็นผลถูกแล้วเห็นบ้างไหมเห็นแล้วเหรอเห็นเหรออยู่ไหนบ้าง อยากให้ชื่อเลยอยากให้เจ๊เลยเห็นผู้พ้นทุกข์แล้วและผู้ไม่พ้นทุกข์เห็นไหมภูมิพลทุกข์เห็นใช่ไหมเอออันนี้ดีนอกจากเราจะเห็นผู้พ้นทุกข์แล้วเราต้องเห็นผู้ที่ไม่พ้นทุกข์ด้วยจึงจะถูกเพราะว่าถ้าเห็นจะพูดพ้นทุกข์โดยที่เรียกว่าไม่เห็นผู้ไม่พ้นทุกข์มันก็เรียกว่าไม่เข้าใจโมเมเพราะฉะนั้นผู้พ้นทุกข์คืออย่างไรผู้ไม่พ้นทุกข์คืออย่างไรนี่เราต้องเข้าใจอันนี้เอาที่นี่อาตมาจะยกยอดมาเลยตั้งแต่สูงสุดมาจนกระทั่งถึงต่ำสุดถ้าคนในโลกนี้เข้าใจว่า ความสุขหรือความพ้นทุกข์นั้นคือลักษณะอย่างหนึ่งอย่างหนึ่งลักษณะอย่างนึงอ่ะซึ่งอาตมาเองก็ไม่ต้องบอกไม่ต้องชี้นะนั้นเรียกว่าเราเรียกว่าความสุขหรือความพ้นทุกข์ถ้าอย่างนั้นมันมีในโลกอาตมาก็จะขอยกตัวอย่างบุคคลผู้ที่ได้รับเป็นต้นว่าถ้าผู้ใดสามารถที่จะมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมเป็นจอมจักรพรรดิมีลาภมียศมีสรรเสริญมีสุขมีอำนาจต้องการจะชี้นิ้วทำอะไรต่ออะไรได้หมดทุกอย่างอย่างนี้เป็นยอดแห่งสุขหรือเป็นการพ้นทุกข์แล้วหรือยังจะขอถามนะ ยังเหรอเอ๊ะทำไมเห็นกันง่ายๆนักน่ะตาดีกันจริงเชียวแต่คุณทำอยู่เดี๋ยวนี้คุณต้องการอะไรล่ะเมื่อกี้นี้อาตมาบอกแล้วว่าคนคนนี้เขาได้ 1 ก็พร้อมไม่ได้ลาภ 2 ก็พร้อมไม่ได้ยศ 3 ก็พร้อมไม่ได้สรรเสริญ 4 ก็พร้อมไปด้วยสุข 5 ก็พร้อมไปด้วยกามคุณทุกอย่าง 6 ก็พร้อมไปด้วยอำนาจที่เขาจะชี้นิ้วได้ทุกประการและคุณเองล่ะขณะนี้คุณไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้บ้างเลยเหรอคนดูในทางโลกเอาล่ะคุณตอบเป็นภาษาตรงนะเป็นภาษาที่อยู่ในคำพูดตรงทีนี้อาตมาถามคนเมื่อกี้อยู่ว่าแล้วคุณเองคุณต้องการสิ่งเหล่านี้หรือเปล่าล่ะลาบเดี๋ยวนี้ไม่ เอ่ยปากชักดีกันขึ้นมาแล้วนะตาจะดีขึ้นมาแล้วนะไม่ต้องการแล้วลาภยศคุณต้องการไหมไม่ต้องการสรรเสริญไม่ต้องการสุขล่ะเออเก่งสุดทางโลกไม่ยั่งยืนนี่ตอบถูกถ้าคุณตอบไม่ถูกเพราะเดี๋ยวนี้เรากำลังหาความสุขกันนะฟังให้ดีนะเรากำลังหาความสุขและความสุขอันนี้ก็คืออันเดียวกันกับคำว่าพ้นทุกข์ภาษาโลโก้เขาเรียกกันอย่างนี้สุขอันนี้คือคำเดียวกันกับคำว่าพ้นทุกข์นะทีนี้ถ้าผู้ใดได้ความสุขคือพ้นทุกข์ที่เรียกว่าอย่างทางโลกมีลาภมียศมีสรรเสริญมีสุขที่พร้อมที่จะเสพในกามคุณทั้ง 5 พร้อมมีอำนาจสามารถชี้นิ้วได้อะไรทุกอย่าง มันก็แสนสุขละนี่แหละคือสุขทางโลกสุขทางโลกผู้ใดยังต้องการสิ่งเหล่านี้อยู่ผู้นั้นก็กำลังดิ้นรนเพื่อที่จะหาประตูหรือหาทางที่จะให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วผู้นั้นก็จะเรียกว่าพ้นทุกข์ล่ะหรือว่าเข้าใจหรือว่าจะไปถึงทางหรือไปถึงจุดหมายปลายทางที่เราเป็นพุทธศาสนิกชนถ้าผู้ใดยังเข้าใจอย่างนี้อยู่แล้วล่ะก็ศาสนาพุทธไม่ต้องสอนทำไมเรียกว่าไม่ต้องสอนก็เพราะว่าในโลกนี้ทุกคนต้องการใช่ไหมต้องการลาภยศสรรเสริญสุขแล้วก็ตามคุณแล้วก็มีอำนาจเป็นจอมจักรพรรดิจะชี้นิ้วให้ทุกคนไม่ต้องสอนให้เด็กแดงๆโตขึ้นมาแกก็ต้องการแล้วเอาสตางค์ให้ มือหวานชอบเลยมีความสุขโตขึ้นมาหน่อยรู้จักข้าของยศติดยศให้แกก็หวานแล้วก็ชอบไปเอาไปจมแกวดีจริงหนอแค่ชมว่าสวยจริงหนอเก่งจริงหนอแค่นั้นแกก็ชื่นใจไปและเด็กตั้งแต่เด็กไปเลยไม่ต้องสอนหรอกเด็กมันรู้มาแล้วรู้มาตั้งแต่เด็กๆบอกด้วยซ้ำไปโตขึ้นมาหน่อยก็รู้มากหน่อยโตขึ้นมายิ่งขึ้นก็ยิ่งรู้ยิ่งขึ้นไม่ต้องสอนเลยลองคิดให้ดีนะทุกคนขอให้คิดใช่ไหมใช่ไหมไม่ต้องสอนเลยถ้าเผื่อว่าอันนี้คือการพ้นทุกข์ที่แท้จริงหรือเป็นการพ้นทุกข์ที่ถูกต้องแล้วเรียบร้อยแล้วล่ะก็ไม่ต้องสอนเลยศาสนาพุทธไม่ต้องสอนเพราะทุกคนเข้าใจอยู่แล้วนี่คุณเข้าใจไหมใช่ไหมคุณเข้าใจไหมโลกนี้ต้องการลาภคุณต้องการลาบไหม เฟซธรรมดาธรรมดาไม่ต้องเหรอเอ๊ะคนในที่นี้ทำไมเป็นอย่างนั้นไปหมดแล้วล่ะคนในที่นี้ทำไมเป็นอย่างนั้นไปหมดแล้วล่ะไม่ต้องการลาภเหรอต้องการยกไหมไม่ต้องเออคนที่นี่ชักแปลกไปหมดแล้วนะคนที่นี่จะแปลกไปหมดแล้วได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญได้สุขแล้วก็ได้กามคุณพร้อมที่จะเสพนะแล้วก็มีอำนาจชี้นิ้วได้อย่างสบายนี่แหละเขาว่ามันแสนสุขยอดสุขนะมันจะพ้นทุกข์กันนะคุณไม่ได้คิดเห็นอย่างนั้นหรอกเหรอพอเอามาฟังอาจจะมาแล้วคุณก็มาพูดอย่างนั้นฟ้าอาตมาแล้วคุณก็ไม่เห็นอย่างนั้นน่ะทีนี้คนไม่แต่ธรรมดาคนไม่ฟังอาตมาคุณลองคิดดู ชุดธรรมดาๆคนที่ไม่ได้ฟังอาตมามาเนี่ยเป็นธรรมดาใช่ไหมใครเขาก็ต้องการใช่ไหมเขาได้ลาภเขาสุขไหมสุขเขาได้ยศสุขไหมที่นอกจากจะสุขแล้วจะไปตีปีกกันฉลองกันน่ะบางทีฉลองกันแล้วฉลองกันเล่าฉลองก็จะฟุบไปคาโต๊ะเนี่ยถ้าได้ยศมาบางทีก็ฉลองกันดีใจสุขได้สรรเสริญมาก็สุขได้เสพได้กล่าวมาคุณทั้ง 5 ต่างๆสุขชื่นใจสุขคือพ้นทุกข์ของเขาทั้งนั้นใช่ไหมมีอำนาจชี้นิ้วได้ตามใจเลยทุกอย่างทุกสิ่งทุกอย่างก็สุขทั้งนั้นใช่ไหมนี่คือธรรมดาโลกไม่ต้องสอนกันเลยเพราะฉะนั้นเมื่อเข้าใจดังนี้ได้แล้วก็มาคิดให้ดีที่ว่าพระพุทธเจ้าสอนนั้นมันเป็นอย่างนี้หรือเปล่าถ้าอย่างนี้พระพุทธเจ้าไม่โง่มาสอนแน่เล่าเรื่องธรรมดา เขารู้กันทั้งโลกอยู่แล้วแล้วทุกคนต้องปฏิบัติอย่างนี้อยู่แล้วเพราะฉะนั้นคำว่าพ้นทุกข์คำนี้ต้องไม่เป็นอย่างนี้แน่แล้วเมื่อไปเป็นอย่างนี้เป็นไงก็มีประตูเดียวเท่านั้นกลับกันเลยไม่นี่ไม่มีประตูอื่นมีประตูเดียวเท่านั้นคือกลับกันเลยไม่ต้องการทราบไม่ต้องการยศไม่ต้องการสรรเสริญไม่ต้องการสุขในกามคุณทั้ง 5 ไม่ต้องการมีอำนาจจะชี้นิ้วอะไรทั้งสิ้นผู้ใดมีจิตอย่างนั้นจริงๆทำจิตให้ได้อย่างนั้นจริงๆอันนี้แหละคือจุดที่พระพุทธเจ้าเราค้นพบแล้วพระพุทธเจ้าเราเอามาสอนกันจริงๆและผู้ใดทำได้จริงๆก็ถึงจุดหมายปลายทางของพุทธศาสนาอยู่ที่ตรงนี้นี่พูดกันด้วยภาษาง่ายเหลือเกินจบแล้ว ตั้งใจมาฟังเป็นกองเลยจบแล้วนี่เหมือนพระสังฆราชองค์นี้ท่านขึ้นเทศน์บอกอนิจจังจบจบดื้อๆด้วยหรือเหมือนสมเด็จพระหลวงพ่อโตขึ้นไปเทศน์ให้ในหลวงฟังนี่ที่คุณกินเหล้าเมื่อเช้าเหมือนกันบอกทุกสิ่งทุกอย่างเวลามหาราชมหาบพิตรก็รู้ดีหมดแล้วเอวังจบเหมือนกันต้องขึ้นเป็นธรรมมากก็บอกทุกสิ่งทุกอย่างมาหาหมอผิดรู้ดีหมดแล้วก็ถึงที่จบแล้วเหมือนกันเพราะฉะนั้นถึงบอกว่าขนาดนี้เราเป็นอย่างที่ว่านี้หรือเปล่าเราต้องการทราบอยู่หรือเปล่าถ้าเราต้องการลาภอยู่ตราบใดไม่มีการพ้นทุกข์จากนั้นต้องการลดจุดตราบใดไม่มีการพ้นทุกข์อยู่ปราบนั้นต้องการ เสริมอยู่ตราบใดไม่มีการพ้นทุกข์อยู่ตามนั้นต้องการสุขอย่างเสพกามคุณทั้ง 5 รูปรถเป็นเสียงอะไรดีไพเราะดีหอมดีม้วนดีสวยดีอะไรต่างๆนานาสัมผัสนุ่มเนียนดีเย็นร้อนอ่อนแข็งพอดิบพอดีทั้งนั้นแม้ที่สุดแค่ชี้นิ้วเป็นอำนาจบาตรใหญ่อะไรต่างๆนานาก็ตามแต่ไม่ใช่การพ้นทุกข์ที่แท้จริงของพุทธพระพุทธเจ้าท่านค้นพบอันนี้จึงเอาอันนี้มาสอนคนและพระพุทธเจ้าพอท่านค้นพบแล้วท่านก็ถึงได้อุทานออกมาว่าโอ้ธรรมะอันนี้มันฝืนกระแสใจจริงหนอใช่ไหมฝืนกระแสใจจริงไหมมันฝืนกระแสใจจริงหนอสอนคนจะรู้เรื่องหรือ สอนคนให้เป็นธรรมดาธรรมดาที่ฝ่ายลาภปล่อยยศไปสรรเสริญฝ่ายสุขเสพกามคุณใฝ่อำนาจบาตรใหญ่อะไรอยู่ต่างๆเนี่ยไปสอนมันจะรู้เรื่องได้ยังไงท่านถึงได้อุทานอันนี้ขึ้นออกมาในตอนที่ตรัสรู้ใหม่ๆเมื่อเราพิจารณาถึงเนื้อทำหรือความเข้าใจอันแท้จริงขึ้นมาได้แล้วว่าจุดแพ้จุดจริงของพุทธศาสนานั้นหรือจุดหมายปลายทางพระพุทธศาสนานั้นเป็นอย่างนี้แล้วเราก็มายกตัวอย่างหรือมาแยกแยะส่วนละเอียดลงไปซิว่าที่เราเป็นอยู่ที่เราออกไม่ได้ที่มันมีฤทธิ์มีแรงที่มีอะไรที่ทำให้เราไม่ถึงหรือแม้แต่เราวิจัยวิจารณ์กันไปว่าเดี๋ยวนี้ พุทธศาสนามีที่จุดหมายปลายทางอย่างนี้เนี่ยมีผู้ไปถึงแล้วก็จะไปถึงได้กันบ้างไหมเพราะถ้าเผื่อว่าไม่มีผู้ไปถึงและจะไปถึงกันไม่ได้เราไม่ต้องมาพูดกันหรอกเสียเวลาพูดกันไปทำไมมีใช่ไหมเพราะไม่มีผู้ไปถึงได้นี่แล้วก็ไม่มีทางจะไปได้ด้วยเราก็ไม่ต้องมาพูดกันเปลืองน้ำลาย 2 อันมาวิจัยวิจารณ์กันดูอาตมาก็ขอยกขึ้นมาตั้งแต่พระพุทธเจ้าซะก่อนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเป็นเจ้าชายเป็นรัชทายาทที่เป็นเจ้าของราชบัลลังก์อย่างแท้จริงท่านมีลาภไหมท่านมียศไหมถ้ามีสรรเสริญไหมท่านมีสุขในกามคุณไหม มีอำนาจไหมแน่นอนท่านมีพร้อมยิ่งกามคุณและยิ่งพ่อโอ๋ยังอะไรดีพยายามประคบประหงมหามาพยายามประเดประดังให้ท่านอย่างเต็มเหนี่ยวเลยพระพุทธเจ้าเหตุเพราะเหตุว่าฤาษีทั้งหลายทำนายท่านไว้ก่อนนะว่าท่านจะไปเป็นพระพุทธเจ้าพ่อและกลัวใหญ่เลยพระราชธิดากลัวใหญ่เลยกันทุกประตูเลยไม่ให้พบอะไรที่จะเป็นเศษเสี้ยวแห่งความทุกข์ที่คนเราที่ไม่อยากจะทรมานมันทุกประตูไม่ให้พยายามเอากามคุณอย่างดีเลิศทั้งมวลประคบประหงมอบรมทำไม่พร้อมทุกประตูนะไม่มีอะไรให้ขาดแคลนไม่มีอะไรให้ขาดเหลือแต่ถึงกระนั้นก็ดีพระพุทธเจ้าของเราก็มีบารมีอันสูงที่ท่าน โพธิสัตว์เจ้าได้บำเพ็ญธรรมะมาหลายชาตินานนับกับกันทีเดียวจนกระทั่งท่านมาในชาตินี้แล้วแม้จะถูกพระราชบิดามอมเมาด้วยแบบโล่งๆอย่างที่คนธรรมดาให้เข้าใจมอมเมาให้พระพุทธเจ้าเนี่ยกลับความคิดเสียมันกลับไม่ไหวเราพระพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญความคิดที่บำเพ็ญความคิดที่ถูกมาหลายชาติหลายแสนกลับกันแล้วเพราะงั้นมันเบรคไม่ไหวหรอกจะพยายามประคบประหงมทำอย่างปิดประตูเลยพยายามทุกอย่างปิดประตูยิ่งกว่าเดี๋ยวนี้นะในหลวงเดี๋ยวนี้ไปไหนๆนี่ยังมีคนจัดทางจัดที่ไปเพียงแต่ว่าไม่ให้รถราวมันติดเป็นอะไรต่ออะไรต่างๆเท่านั้นนะสมัยโน้นน่ะยิ่งกว่านี้นะพระราชบิดาเนี่ยพอเวลาเจ้าชายสิทธัตถะจะเสด็จไป ไม่ได้เคลียร์ทางแค่นี้นะไม่ได้แค่ว่าให้รดน้ำไม่ติดแค่นี้นะคนแก่คนเจ็บคนที่พิการคนที่ไม่ได้น่าดูน่าชังไม่ให้เห็นเลยไม่ให้มีปรากฏปิดไม่ให้เห็นหมดยิ่งกว่านะยิ่งกว่าสมัยนี้นะในหลวงสมัยนี้ไปนี่ยังแค่ไม่ให้มีรถราติดขรุขระนิดหน่อยเท่านั้นแต่พระพุทธเจ้าของเรานี่เจ้าชายสิทธัตถะเนี่ยราชบิดาเอาหนักยิ่งกว่านี้คนเจ็บคนป่วยคนไข้คนตายไอ้สิ่งที่น่าเกลียดน่าชังทั้งหลายไม่เลยปิดประตูไม่ให้เห็นเลยจะเสด็จที่ไหนเอาแล้วเตรียมทางแล้วเตรียมไว้ก่อนเลยผ่านไปจะเจอแต่ของเจริญหูเจริญตาทุกอย่างมีแต่ของน่ารักน่าชื่นชมไม่เห็นมีอะไรสะกิดใจเลยทำถึงขนาดนั้นแต่พระพุทธเจ้าถูกมอมเมา ขนาดนั้นถูกมอมหลอกไม่ใช่อะไรหรอกหลอกพระราชบิดาจะหลอกว่าโลกนี้มันน่ารื่นรมย์นะลูกนะโลกนี้หน้าเลือดลมอย่างนี้ไม่มีหรอกความทุกข์ไม่มีหรอกหลอกท่านแต่หลอกท่านไม่อยู่หรอกจะหลอกยังไงฉันก็ไม่อยู่เพราะว่าจิตของท่านน่ะเป็นพระโพธิสัตว์ที่สูงเป็นบรมโพธิสัตว์เข้าใจในธรรมแล้วท่านมีตาทำมาถ้าไม่รู้กี่ชาติแล้วมีตาปัญญามามีตาพุทธะมาไม่รู้กี่ชาติแล้วท่านเห็นแจ้งเห็นจริงเข้าใจในจุดที่จะไปอย่างแท้จริงมาตั้งไม่รู้กี่ชาติกี่ชาติแล้วเพราะฉะนั้นแม้ชาติสุดท้ายที่จะเป็นพระพุทธเจ้านี้จะมามอมเมาท่านอย่างไรอย่างไรก็ตามแต่เถอะไม่มีทางที่จะมอมเมาท่านได้เพราะฉะนั้นมีเทวทูตแค่นิดเดียวสะกิดนิดเดียวเท่านั้นเองเทวทูตสหกิจแค่ว่า เห็นคนเจ็บท่านก็แปลกใจแล้วเห็นคนป่วยเห็นคนเจ็บเห็นคนแก่จะเห็นคนแก่ฉันก็บอกว่าอะไรกันนี่นะเพราะฉันนะตอนนั้นยังไม่เป็นพระหรอกเป็นพระเป็นนายฉันนะคนสนิทก็บอกว่านี่คนแก่อะไรกันคนแก่แม้แต่สาวบางคนแก่ท่านก็ไม่เคยได้ยินหรอกคนเหมือนกับท่านนี่แหละเหมือนกับว่าเหมือนกับทุนกระหม่อมนี่แหละแต่เวลานานๆเข้าแล้วจะแก่หลังโค้งหัวขาวหน้าย่นแบบนี้เรานี่เป็นอย่างนี้เหรอใช่ผมพระพุทธเจ้าแค่นั้นเองถ้าถูกแล้วถูกแล้วท่านเป็นแต่เพียงสัมผัสแค่นั้นท่านทุกข์แล้วและอื่นๆก็เหมือนกันนี่อาตมาเคยเล่ามาหลายครา ฟังแล้วไอ้เรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าท่านเจอเทวทูตเนี่ยสะกิดใจแค่นี้เองพระพุทธเจ้าเห็นทุกข์แล้วแต่ถามตัวเราเองดูสิว่าขณะนี้เห็นแก่บ้างไหมเห็นคนแก่บ้างไหมเห็นคนเจ็บบ้างไหมเห็นบ้างไหมคนแก่คนเจ็บแล้วก็คนตายเห็นบ้างไหมอะไรไม่น่าขำนะพระพุทธเจ้าท่านไม่เห็นคนตายพระพุทธเจ้าท่านเห็นคนตายก็หาคนเขาก็หาคนตายคนตายสมัยก่อนไม่ใช่ใส่โลงศพแล้วก็มีโรงอย่างสวยงามอย่างเดี๋ยวนี้ไม่ใช่นะคนตายสมัยก่อนเนี่ยหากันไปดอยกันไปเห็นศพจริงๆบ่นไอ้แค่ถามจริงๆนะสมัยพระพุทธเจ้าน่ะหาไปทิ้งป่ากันจริงๆอ่ะอย่างดีก็มีผ้าพันกายแล้วก็เอาไปทิ้งเท่านั้นเองสมัยก่อนไม่ใช่ว่าเหมือนสมัยนี้ข้อหาเพิ่มๆๆคนตายหามผ่านไปพระพุทธเจ้าท่านก็แปลว่าอะไร ใครชนะก็บอกคนตายอะไรนะคนตายถ้าไม่เคยได้ยินสาวคนตายมีด้วยเหรอภาษาคำว่าคนตายบอกมีทูลกระหม่อมก็จะเป็นอย่างนี้เหมือนกันน่ะก็จะมีการตายแบบนี้เหมือนกันในที่สุดนานาชนะกราบทูลบอกว่าจะตายอย่างนี้ในที่สุดทำไมตายไม่กระดุกกระดิกอย่างนี้เลยบอกใช่ไม่กระดุกกระดิกอย่างเงี้ยเออเป็นไปได้นะคนไม่กระดุกกระดิกอย่างนี้เลยตลอดไปไม่กระดุกกระดิกเลยบอกไม่เลยไม่มีการกระดกอีกต่อไปยังไม่พอพระพุทธเจ้ายังไม่แปลกใจเท่าไหร่แปลกใจก็ต่อเมื่อพอเอาไปถึงป่าช้าแล้วก็เอาไฟเผาพอเอาไปเผาแม้แต่มันก็หลายคนทำไมจะต้องเอาไปเผาคนตอนนี้คุณคิดดูดีต่อสภาพผมพระพุทธเจ้าไม่เคยรู้เรื่องไม่เคยที่จะได้ประสบไม่เคยที่ได้พบเรื่องอย่างนี้เลย ทำไมต้องเอาไฟไปเผาคนน่ะแล้วคนไม่ดิ้นด้วยคนคนนั้นไม่ดิ้นด้วยเอาไปเผาแล้วคนคนนั้นยังนอนได้เผาเฉยไปด้วยถ้าบอกอย่างนี้มีเหมือนกันนะบอกท่านก็จะเหมือนอย่างนี้ถ้าชนะบอกคุณก็มองก็เหมือนอย่างนี้เหมือนกันในที่สุดตายแล้วก็อยากจะเผาแบบนี้แล้วไม่ดิ้นอย่างนี้เหมือนกันเหรอบอกไม่ได้อย่างนี้หรอกอ่าโลกนี้ประหลาดที่สุดบอกอย่างนี้ไม่เอาแล้วพระพุทธเจ้าเห็นถึงอย่างนี้แล้วก็มีจุดที่แค่นี้เองท่านก็บอกแล้วโลกนี้ทุกข์เหลือเกินทนไม่ไหวแล้วหนอคิดตรองแล้วลองอีกลองอีกลองแล้วที่จะพยายามหาทางหนีจากสิ่งเหล่านี้ให้ได้จะต้องหนีจากความทุกข์ทรมานอย่างนี้ถ้าเกิดมาเป็นคนจะต้องมีอย่างนี้จะมีสภาพอย่างนี้แล้วก็ท่านเองท่านทนไม่ได้เนี่ยท่านตายแน่ๆคือมันไม่รู้หรอกว่ามันจะว่าใช้คำว่าตายมันก็ไม่ถูกหมาย บรรทุกทรมานมันทรมานเหลือแสนทนไม่ได้แน่ท่านถึงจะต้องหาทางออกเมื่อท่านเห็นสภาพของสมณะเข้าเทวทูตอย่างอีกอย่างหนึ่งพอเห็นสมณะแล้วถ้าคาถานายฉันนะว่ามีอะไรได้ชนะก็ทูลตอบว่านี่คือสมณะคือนักบวชเข้าไปทำอะไรกันล่ะเขาพยายามที่จะออกไปแสวงหาโมกขธรรมคือพยายามจะค้นหาการไม่เกิดไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายพระพุทธเจ้าสนใจอันนี้เลยอ๋อถ้าไปทำอย่างนี้ไปศึกษาแบบนี้ไปเป็นคนแบบนี้แล้วจะหาทางเจอไอ้ไม่ต้องเกิดไม่ต้องแก่ไม่ต้องเก็บไม่ต้องตายอย่างที่เป็นนั่นน่ะได้เลยก็บอกใช่แล้วอย่างนี้วิธีทำเท่านั้นพระพุทธเจ้าบอกฉันจะทำอย่างนี้ฉันจะเป็นอย่างนี้ไม่เอาแล้วอย่างไหนๆก็ไม่เอาอีกแล้วนั่งครุ่นคิดแต่เรื่องนี้จนกระทั่งเข้ามาทูลว่าลูกเกิดแล้ว พ่อลูกเกิดแล้วก็ไปเลยเราไม่เอาแล้วราหูหลังมาแล้วห่วงมาแล้วลาบไม่ได้แยแสยศไม่ได้แยแสสรรเสริญไม่ได้แยแสไม่แยแสเลยทิ้งทันทีก่อนเพื่อนเครือญาติทิ้ง 2 ประตูแรกที่ท่านทิ้งคือกองสมบัติก็คือญาติท่านทิ้งก่อนเพื่อนทิ้งก่อนเพื่อนถึงกองสลากกับเครือญาตินะเป็นประตูแรกฟังให้ดีนะระดับที่ท่านทำฟันทิ้งจนกระทั่งออกไปประพฤติพจน์หรือไปบำเพ็ญพรตแล้วในวาระแรกวันแรกเลยที่ท่านถ้าใครเคยอ่านประวัติของท่านนะถึงอาตมาเล่าก็เหมือนกันน่ะท่านไปบิณฑบาตอยู่ที่ใกล้ๆกับวังพระเจ้าพิมพิสาร ระบาดมาได้เสร็จแล้วก็ไปนั่งฉันอาหารมื้อแรกที่ท่านฉันอาหารมื้อแรกที่ท่านจะกินนี่ท่านเป็นเจ้าชายนะคิดดูให้ดีนะเป็นทูลกระหม่อมเป็นในระหว่างราชทายาทจะเป็นในหลวงเนี่ยอาหารที่ต้องพร้อมงามไปด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอย่างเรียบร้อยเลยนะแต่ทีนี้พอท่านออกไปเป็นนักบวชแล้วเขาใส่อะไรกับกองเป๊ะๆตรงไปในบาทนี่นะแล้วก็มีบาตรใบเดียวเนี่ยแล้วก็จะฉันเนี่ยคลุกเคล้าอยู่ในนั้นเสร็จเลยหวานคาวเค็มเปรี้ยวอะไรก็อยู่ในนั้นหมดเลยคิดดูซิว่าคนที่ไม่เคยเลยไม่เคยประสบกับสภาพนี้มาเลยครั้งแรกเนี่ยไม่ต้องเอาอะไรมากคุณกลับไปนี่นะถ้าใครยังไม่เคยทานข้าวที่มันเคยพริกที่ร้านอย่างนี้นะมาถึงคุณก็บอกใครเขาเอา ก็เอาใส่นี่แกงนี่ผัดพริกแกงนี่เปรี้ยวหวานขนมหม้อแกงมีโอวัลตินเอาเทลงไปนะในชามเดียวกันนะคนไม่ดีนะเอ้าคุณกินลงไปลองดูซิน่ากินมั้ยรับรองนะบางคนจะถึงบางทีออกนะบางคนจะออกแล้วนะไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะแล้วคิดถึงสภาพของพระพุทธเจ้าเป็นถึงลูกกษัตริย์ซึ่งท่านจะเสวยนี่ทุกอย่างพร้อมมูลที่จะบริบูรณ์ไปด้วยรูปรสกลิ่นเสียงอย่างที่เรียกว่าคนเขาจะสรรหามาให้ถวายเพราะว่าไปเจอมื้อแรกอย่างนี้ตอนนี้เริ่มแล้วเมื่อกี้นี้ตัดกอง บัตรก็ตัดเครือญาติออกมาแล้วตอนนี้มานึกถึงอะไรกามคุณรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแล้วตอนนี้ประวัติของท่านมื้อแรกท่านก็น่าดูเหมือนกันท่านต้องพยายามอย่างเต็มที่เหมือนกันทำประพฤติได้ฝึกหัดเพื่อที่จะมาทิ้งกามเหล่านี้ทิ้งกามเหล่านี้ท่านหัดทิ้งตามเหล่านี้ไปจนกระทั่งท่านสบายท่านมีบารมีอยู่แล้วท่านทิ้งไม่ยากหรอกคนที่บารมีแข็งๆน่ะทำปุ๊บๆมันก็ไม่ยากแต่คนที่ไม่มีบารมีนะทำแล้วสัก 4-5 ทีบ๊ายบายกลับมากินอย่างเก่าไม่เอาแล้วไปฝืนกินแบบนี้ไม่เอาแล้วลาลาลงแล้วแบบนี้ไม่เอาทรมานแบบนี้คนกินดีๆของเขาเพราะว่าใครทุกคนก็กินแบบนี้นี่กับข้าวเป็นจานเป็นจานเป็นชามเป็นอะไรใดๆแล้วก็กัดก็กินแกล้มกันไปตามที่คิดตามที่เขาคิดตามที่ มุดกันก็กินกันอย่างธรรมดาอยู่แล้วพาไปกินแบบนี้เข้าไม่กี่มื้อก็ไม่เอาจริงๆลาลงลาลงจริงไม่เอาเนี่ยเพราะงั้นถ้าพูดได้ไม่มีบารมีแล้วมันยากเหมือนกันแต่ถึงแม้จะยากยังไงถ้าเราจะเป็นนักปฏิบัติธรรมแล้วก็อย่าเพิ่งอย่าเพิ่งนะอย่าพึ่งบ๊ายบายไวนะสบายๆไปแล้วก็ไม่ได้ไปไม่ได้พ้นทุกข์จริงนะอาทิตย์นี้ต่อมาอาตมาก็ขอเหล้ารูปรับสำหรับเรื่องของพระพุทธเจ้าสักหน่อยเพราะว่าทุกคนก็คงจะเคยได้ยินได้ฟังมามากแล้วอาตมาเอามายกตัวอย่างเพื่อให้เห็นกันว่าอาตมาไม่ได้พูดเอาเองอาตมามีหลักฐานอ้างอิงพูดจริงทำจริงหลักอิงถามจริงทำไม่ใช่ว่าพูดคุย ซอยลมอยู่ที่ไหนแล้วยังไปขัดกันอีกไม่ได้ขัดนี่เราเอาตัวอย่างอันแท้จริงมาพูดกันซึ่งทุกคนเคยอ่านประวัติมาแล้วไม่มีใครเถียงถ้าใครไม่เคยได้อ่านประวัติมาก็รู้ไว้ซะด้วยว่าพระพุทธเจ้าเป็นองค์บรมครูหรือองค์บรมศาสดาผู้ที่ได้พยายามที่สุดที่จะได้กระทำเป็นตัวอย่างว่าจดหมายปลายทางที่พระพุทธศาสนาของเราได้กระทำนั้นไม่ใช่จุดหมายอย่างที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เลยไม่ใช่จุดหมายที่เรากำลังดิ้นรนเข้าไปหาเลยไม่ใช่ตรงกันข้ามกันอย่างที่ว่านี้เราจะต้องไม่มีสิ่งเหล่านั้นไม่มีลาภไม่มียศไม่มีสรรเสริญไม่มีสุขไม่มีกามคุณเอร็ดอร่อยสวยงามอะไรไม่มีทั้งนั้นและไม่ใช่ มาเป็นผู้มีอำนาจบาตรใหญ่มาชี้นิ้วอะไรต่างๆนี้ด้วยไม่ใช่นี่เรียกว่าพระบรมศาสดาของเราได้เป็นองค์ตัวอย่างได้กระทำมาแล้วเพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจจุดหมายปลายทางอย่างนี้ทีนี้เราก็ลองมาวิจัยวิจารณ์ดูซิว่าพุทธศาสนาของเราขณะนี้พ.ศ 2515 พ.ศ 2515 แล้วเนี่ยเรามีอย่างพระบรมศาสดาของเราบ้างไหมมีไหมเอาล่ะจะเอาอย่างเดียวว่าเหมือนกันเปี๊ยบเลยคือเป็นองค์พระเจ้าแผ่นดินหรือรัชทายาทแล้วก็สละราชสมบัติมากระทํามาเลยไม่มีหลักเดี๋ยวนี้หาไม่ได้ไม่มีเลยสักองค์หรือไม่มีเลยสักถิ่นที่นี่ไม่มีแต่ จุดหมายปลายทางก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นพระพุทธเจ้าทุกคนจุดหมายปลายทางของเรานั้นคือการพ้นทุกข์ไม่ใช่กฎหมายปลายทางคือจะไปเป็นพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าเราสอนว่าอย่างนี้นี่คือทางพระพุทธศาสนาจุดหมายปลายทางว่าท่านบอกว่าพ้นทุกข์และก็เข้าใจกันแล้วนะว่าพ้นทุกข์แบบไหนไม่ใช่พ้นทุกข์แบบที่เรากำลังหวังหรือเรากำลังทำอยู่หรือเรากำลังเหน็ดเหนื่อยทำมันอยู่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ทำเพื่อไปหวังลาภหวังยศของสรรเสริญหวังกามหวังอำนาจไม่ใช่แต่ทำเพื่อที่จะวางสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดออกจากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดให้ได้ผู้ที่ออกได้เหล่านั้นมีไหมตอนนี้เราไม่เอาถึงขั้นพระพุทธเจ้าอย่างพระพุทธเจ้าไม่มีแน่เดี๋ยวนี้หาไม่ได้อย่างนั้นมีไหมเออเราหาว่าอย่างนั้นมีไหม พิจารณาในบุคคลซิผู้ที่มีลาภมียศมีสรรเสริญมีสุขอย่างนี้อยู่แล้วแล้วท่านก็วางออกมาจากกองสมบัติทิ้งเครือญาติออกมาแล้วก็มาทำตนละกามคุณจากตัวเราให้ได้ไม่เสพรสชาติความสวยความงามกลิ่นหอมสัมผัสดีอะไรไม่เสพแล้วก็ไม่มานั่งจะเป็นคนชี้นิ้ววางอำนาจบาตรใหญ่อะไรไม่เป็นด้วยอย่างนี้มีตัวอย่างไหมลองนึกกันดูซิแต่ละคนเห็นออกนึกออกบ้างไหมเห็นไหมเห็นบ้างไหมในกรุงเทพฯเรามีไหมมีไหมมีมีนะมีอย่างน้อยที่สุดเราเอาที่ตาเรารู้ซะก่อนเราอย่าเพิ่งไปเอาถึงบ้านอัดปลาข้างในด้าน เราเอากายสักขีเราเรียกว่ากายสักขีอ่ากายสักทีหมายความว่าเห็นได้ด้วยตานอกเห็นได้ในตานอกสภาพตานอกแล้วเอาอย่างนี้ก่อนเพลงลาทิ้งยศทิ้งสรรเสริญสิ้นสุดทางการเมืองคุณทิ้งอำนาจบาดใจออกมาแล้วมีไหมมีอย่างน้อยที่สุดอาตมาจะยกตัวอย่างให้คุณฟังท่านเจ้าคุณนรรัตน์อย่างนี้เป็นต้นนะถ้าเจ้าคุณนรรัตน์เนี่ยท่านเป็นถึงพระยาที่จริงเจ้าคุณนี่ไม่ใช่ตำแหน่งพระนะมีหลายคนไม่เข้าใจว่าท่านเจ้าคุณนรนี่เป็นตำแหน่งเจ้าคุณนี่หมายความว่าตำแหน่งพระเปล่าถ้าไม่มียศทางพระเลยท่านคือทำเอาไว้ตะโกภิกขุถ้าไม่มีไม่มีตำแหน่งทางโลกใต้ตำแหน่งทางธรรมถ้าไม่มีแต่ท่านมีตำแหน่งที่เขาเรียก คุณน่ะเป็นตำแหน่งทางโลกท่านเป็นถึงพระยาตั้งแต่อายุ 23 แหมเป็นพยานตั้งแต่อายุ 23 นี่ก็ยอดมาหายอดคนละอายุ 23 นี่เป็นพญานี่เดี๋ยวนี้พระยาก็หมายความว่าเหยียบเข้าชั้นพิเศษนะพยานในชั้นพิเศษนะเดี๋ยวก็ชั้นพิเศษเพราะงั้นพอพูดที่ได้ถึงขนาดยศก็ถึงขนาดนี้สรรเสริญก็ถึงขนาดเรียกว่ามีพร้อมว่ามีทั้งอ่านอกจากมีราชทินนามแล้วก็มีฐานันดรศักดิ์มีอะไรต่างๆมีที่มีอะไรต่ออะไรถวายเป็นครบถ้วนตามศักดิ์ของท่านมีพร้อมแล้วเพราะงั้นเงินทองอะไรท่านก็มีพร้อมทรัพย์สมบัติลาภยศท่านมีแล้ว เหมือนคนก็สรรเสร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน