211120-1-066 ทางเอกภาค1-ตอน066(หน้า234)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท051.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 1 ครั้งที่ 66 ที่พุทธสถานสันติอโศกหากเรามาเรียนต่อทางเพจแต่เราขึ้นหน้า 2 34 ข้างหน้า 230 นั้นเราสรุปด้วยการจะรู้ว่าเมื่อเราได้พิจารณาต่างๆเห็นในมโน สุขเวทนาทุกขเวทนาอะทุกข์พรหมสุขถ้าปัญญาเรายังไม่แตกมีอะไรจะแยกเวทนาไม่ออกอารมณ์ของเวทนามันจะเป็นอารมณ์สุขแล้วอารมณ์ทุกข์มันไม่รู้เรื่องมันเป็นเฉยๆเฉยอย่างโง่ๆใช้อย่างโมโหเธอยังไม่รู้จิตของตัวเองจับอาการของจิตไม่ออกไม่ใช่จิตไม่เป็นกินไม่เป็นสารพัดสารเพแต่เราไม่มีปัญญาเข้าไปจับจิตเข้าไปอ่านอารมณ์ของจิตเข้าไปรู้จิตของตัวเราเองมันพาเป็นพาไปมันทำยังไงยังไงยังไงอยู่ก็ไม่รู้ตัวบางทีมันทำลามกอนาจารออกไปยังไงแข็งกล้าหยาบคายอะไรออกไปก็ไม่รู้ตัวทุกอย่างมัน พากายกรรมเป็นอย่างนี้ภาวะจีเป็นอย่างนี้พอรู้ตัวแล้วบางทีก็รู้นะว่าสิ่งนั้นอยากอาการกายกรรมอย่างนั้นอยากอาการเมื่อกี้กรรมอย่างนั้นอย่างก็รู้ตัวไม่ได้สำนึกได้ตัวเราเองเคยเป็นกันทุกคนในขณะที่มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เรารู้แล้วว่าเป็นกายกรรมอย่างนี้ไม่ดีอยากเรารู้แล้วล่ะแต่ไอ้ตอนมันเป็นเราไม่รู้หรอกนั่นแหละคือตอนที่เรามันเป็นออกมาตอนที่เราไม่รู้ตัวเราเรียกว่าเราเองเรายังจับจิตเราไม่ได้เราเราไม่รู้ตัวเราตอนนั้นมันเป็นออกมาจริงๆมันเป็นความอยากความคายออกมาจริงๆมันมาเองไม่ได้หรอกจิตมันพาเป็นนะ คุณบัญชาเป็นเพราะเราเองเราไม่สำรวมเราไม่สามารถที่เรารู้แล้วอย่างนี้ก็แสดงว่าอย่างเรายังละเลยใหญ่ถ้าเราไม่รู้ซะเลยนะไม่เข้าใจเลยแต่กลับเห็นเห็นเห็นว่าอย่างนี้ไม่ใช่ของอย่าเราอย่างนี้เป็นของหน้าจอหน้าอกด้วยซ้ำไปแล้วเขาก็ทำเลยโกหกมาอย่างนั้นเลยทำอย่างเต็มใจอย่างจงใจเลยเหมือนมิจฉาทิฐิเลยไม่ใช่โมโหเลยยังไม่มีแม้แต่ที่จะเกิดสุขตามระยะปัญญาเ
อ่านต่อ
กิดกินตาม ยาเกิดศรัทธาเลื่อมใสบ้างเมื่อเกิดเห็นดียังไม่เห็นจะเห็นจากกันเลยเพราะผู้ใดที่เกิดปัญญาเห็นกลับแล้วชักมีปัญญารู้แล้วก็มาศึกษากับเราเนี่ยเรากำลังพูดอยู่ในมุมของการประมาณเครื่องอุปโภคและบริโภคจะเน้นไปที่การกินการใช้สิ่งที่ใกล้เป็นปัจจัยเลยทีเดียวพรุ่งนี้เราก็จะต้องกินโดยที่ไม่โออ่าเสียงสัมผัสมากมายใช้เสื้อผ้าหน้าแพ้เครื่องใช้ที่ใช้ติดตัวง่ายๆการแต่งตัวแต่งตัวการมีข้าวของเครื่องอะไรอะไรต่างๆพวกเราก็จะเห็นได้ชัด พูดให้เราฟังแล้วผู้ที่เกิดสุตมยปัญญาสุจินดาไม่ใช่ปัญญาเกิดศรัทธาเกิดเชื่อเลื่อมใสเธอเข้าใจเห็นด้วยปัญญาถ้างั้นก็มาเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วก็จะมีการระลึกรู้มีสติสัมปชัญญะหัดฝึกเอาตามแล้วเราก็จะได้หรือบางคนก็เข้ามาที่นี่ไม่เห็นอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเลยเขาไม่เห็นว่ามันเสียหายตรงไหนเลยไม่เห็นตามจริงๆด้วยเขาก็บอกว่าไม่ใช่ไม่ใช่การปฏิบัติธรรมด้วยซ้ำไปอย่างนี้ไม่เกี่ยวหรอกมันเจ็บแล้วไม่เจ็บไม่ยึดแล้วเราก็ทำอะไรก็ใช้ได้แต่กินยังไงจะใช้ยังไงก็ไม่มีปัญหาอะไรวัตถุกิเลสแต่เขาก็ไม่รู้นะเขาพูดไม่ใช่กิเลสมันจริงที่เขาพูดแต่สิ่งของเขาน่ะสิมันเป็นกิเลสแล้ว ประดิดประดอยต้องเสียเวล่ำเวลาต้องคอยหนักคอยหนาเขาไม่รู้ตัวแต่ถ้าตีความเอาง่ายๆแล้วเขาก็บอกว่าอยู่กับมันมีกับมันแล้วก็ใช้มันอยู่มันมีเขามีเขาหาได้ตลอดเขาไม่มีดูสิเพราะเธอไม่สามารถไม่มีปัญญาที่จะซื้อหาจะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนเงินก็ไม่เห็นผลมันก็จะทุกข์ก็จะสงสารหรือจะเดือดร้อนดิ้นจนราวๆๆอันนี้ก็ไม่สนใจคนที่เขาไม่สนใจแต่ผมก็ไม่ใช่มันไม่ใช่เรื่องของการปฏิบัติธรรมปฏิบัติธรรมก็นั่งหลับตานั่นแหละเป็นทำอะไรให้มันอยู่สงบสงบให้สงบสงบแต่ปฏิบัติธรรมอันนี้ไม่เกี่ยว เขาเองก็ตีไม่แตกมันเป็นจิตวิทยาเขาชดเฉยๆจริงๆแต่แท้จริงน่ะเขาทุกข์เขาสุขแท้จริงของเขามีทุกข์มีสุขเขาไม่ได้เสพขึ้นมาเขาก็ดิ้นรนถ้าอยากเสกขึ้นมาก็แสวงหาแล้วมันก็บำบัดได้ซะด้วยส่วนมากพวกนี้มีพอสมควรก็จะลำบากได้ก็มีสุขกับเวทนาแล้วเขาก็ไม่รู้สึกพระเวทนานั่นแหละคือโลกีย์รสถ้ายังมีอารมณ์กินในรถนั้นอยู่เต็มลำก็ยังเป็นไปไม่ค่อยอยู่เป็นสุขทุกข์เวทนาแบบโลกๆไม่ใช่การสงบตรงนะไม่ใช่สุขเพราะความสงบตรงนั้นมันแตกต่างกันชัดถ้าเราเข้าใจธรรมะขั้นสูงขึ้นมาขนาดนี้แล้วเราจะเห็นได้ชัดเจนว่ามันมันมันเห็นอย่างชนิดที่เรียกว่า เป็นจริงเลยชัดเด่นเลยเราจะเข้าใจชัดเพราะงั้นไอ้เรื่องที่จะรู้เรียนรู้เวทนาในเวทนาจึงไม่ใช่ภาษาปากเปล่ามันจะต้องมีที่เราได้สังเกตได้อ่านเมื่อเราได้ลองประพฤติปฏิบัติเราจะรู้จิตใจของเราถ้าเราลองลดลงและสิ่งที่เราติดเรายึดเรามีผลสำเร็จตามมีศีลมีการควบคุมเราไม่ใช้ไม่สอยเรารถเราว่าเราอดบ้างแล้วจะเห็นยิ่งจิตมันเร่าร้อนเท่าไหร่เท่าไหร่เราก็จะเห็นจับตัวมันได้ชัดแต่บางทีมันกด com มันก็พอทนได้แต่ถ้าสมมุติว่าเราลองยิ่งทำไว้นานๆนานๆกดปุ่มมันไม่ทนแล้วนะทีนี้ถ้ามันนานๆมันอยากอยู่เชื่อมันยังมีอยู่มันจะออก เห็นตัวผีตัวนี้แล้วเราก็ปรับเปลี่ยนมันเอาปัญญาเข้าใช้พิจารณาใช้วิจารณญาณต่างๆหาเหตุหาผลหาโทษท้าทายแล้วก็ดูความง่ายดูเป็นเวลาเรารถเราละแล้วเราได้ประโยชน์อะไรในมันถ้าเราไปใช้แล้วเราจะต้องส่งเท่าไหร่พิจารณาเห็นโทษเห็นโทษเห็นคุณไม่ได้ไปเห็นคุณในรถภาษาไทยแต่คำว่าคุณจะมีใครเอามายกมากล่าวที่เราแปลกันคำว่าคุณทำให้เห็นว่ามันเป็นของดีเพราะบางคนไปเห็นตามเขาดีขึ้นเรียกตามมาคุณอันนั้นเป็นคุณทางทางโลกในประวัติศาสตร์พระราชนิยมโลกโลกโลกโลกโลกเขานิยมอย่างนั้นอย่างนั้นเราก็เห็นตาเหมือนกันแต่ทางธรรม จะเห็นว่ามันเป็นโทษอยู่ในคุณนั่นแหละที่ไปหลงนั่นน่ะผิดมันซ้อนไปหลงตามคุณเป็นคนอย่างนี้มันผิดไม่ใช่เรื่องการที่รู้นี่มันรู้เนี่ยปัญญาแล้วเรารู้เด็กเข้าใจเหตุผลแล้วก็จะต้องซอกแซกวิจารณ์แล้วก็เห็นโทษเห็นภัยเห็นคุณเห็นการเกิดการดับของอารมณ์ของเราด้วยปัญญาของเราเนี่ยมันจะเห็นมันจะอ่านต่อไปหลงแต่ก่อนเราหลงตามวันนี้เป็นโรคเนาะไปรักษาพระรองทีนี้เราลดละลงได้แล้วก็จะเห็นความเกิดความดับของอารมณ์ของเราด้วยปัญญาคลายลง มันหนาลงไปแล้วเป็นความดับชนิดที่ค่อยๆอ่อนค่อยๆดับไม่ใช่ยังดับไม่ใช่ดับสนิทเห็นความเกิดความดับเห็นสมุดระยะสมุดทะยะเป็นเหตุเป็นตัวเกิดเห็นอรรถถังคำว่าเคยเห็นอัฐมาอัตถะธรรมะหมายความว่าดับหรือไม่เห็นความเสื่อมของตัวกิเลสในตัวเราเป็นมโนปวิตรเห็นเวทนาในเวทนาออกอย่างนี้ถ้าจะเรียกชัดๆในภาษาอีกก็เห็นจิตเห็นอารมณ์เห็นธรรมารมณ์เป็นอารมณ์ในจิตทีเดียวเราอ่านทุกเวลาเลยเวลาสัมผัสเวลาเกี่ยวข้องมันมันเกิดอารมณ์นั้นจับจิตได้อ่านได้แล้วเราพยายามปรับเปลี่ยนได้แล้วจับจิตถูกใช้ปัญญาก็มีปัญญาพิจารณาเข้าไปลดละลงได้ถูกอำนาจจิตของเราเนี่ย โตกำลังเจอตัวของเราทั้งๆที่รู้บางทีมันรู้แล้วมันลบไม่ลงเราก็รู้ว่าเรายังไม่มีอินทรีย์ภาระนะก็รู้เรามีอินทรีย์พละแล้วล่ะสามารถลดลงได้กดคงอำนาจกดดื้อๆของดื้อๆหาวิธีการง่ายๆแบบสมถะก็มีใช้ปัญญาพิจารณาซ้อนซ้ำก็มีมันจึงได้ผลทั้ง 2 ส่วนมีสมถะในตัวมีทั้งวิปัสสนาในตัวและเราก็ปรับปรุงเปลี่ยนที่เป็นแกนเลยถ้าใครจับวันนี้ได้สติปัฏฐานคือสภาพที่มันรู้รู้การจับจิตอย่างนี้จริงๆกระทบสัมผัสเมื่อใดเมื่อใดเราก็เข้าใจตามฐานของเราตามสีตามรสอะไรของเราและเราก็ปรับปรุงมันขึ้นดีขึ้นดีขึ้นมันดับมันก็จะเห็นมันก็จะ มันดับสนิทมันไม่มีรสชาติมันไม่มีอัสสาทะแล้วนะมันไม่มีรสนิยมรอบๆมันไม่มีความเอร็ดอร่อยไม่มีความเพลิดเพลินอะไรสบายอยู่สงบอยู่เราก็จะเห็นรถความสงบเข้ามาแทนที่อ๋อเราไม่มีรถของโลกเลยนี่แหละเราก็สบายเบิกบานร่าเริงปัญญาผ่องแผ้วเห็นโทษเห็นคุณของมันในทางโลกแล้วก็เห็นคุณที่เราได้เพราะสงบเราไม่มีรถไม่มีชาติเราก็เบิกบานแจ่มใสเราไม่เหี่ยวเฉาว่าไงมันยังขนลุกไปซักคนดีคนนึงเลยเพราะคำนวณเขาคิดค่าทะเลเอาว่าเออถ้ามันไม่มีเรามันก็จุดๆๆมันก็ไม่มีชีวิตชีวาสิอะไรอย่างเงี้ยก็คิดไปตามประสาเขาแล้วทีนี้เราก็ไม่ใช่มันมีชีวิตชีวาเราก็มีชีวิตชีวาเราเห็นภาระสิ้นภาระรถหาย มันไม่มีเหตุปัจจัยที่จะจูงให้เราจะต้องไปติดประยุทธ์เป็นโรคพัวพันไม่ต้องเกี่ยวไม่ต้องข้องเห็นอยู่มันมีในโลกก็เห็นอยู่ชัดอยู่เหนือมันชัดๆมันไม่ทำอะไรให้เราเกิดอารมณ์เกิดอาการเกิดการเสาะแสวงหาเกิดการสิ้นแสงอะไรได้เลยมันเห็นชัดชัดเลยแล้วก็เราก็เบิกบานแจ่มใสอยู่ยิ่งเลยมีอารมณ์โปร่งเป็นอาสาซะด้วยมีอารมณ์โปร่งวางเฉยก็อยู่ที่นั่นอุเบกขาก็วางเฉยกับมันได้จริงมีอารมณ์โปร่งว่างอาสาก็มีอยู่จริงจะเห็นสมจะเห็นสภาพของธรรมที่ภาษาธรรมบอกเกิดอุบัติเหตุขาลงเพราะเราตอนนี้เราไม่ต้องไปใช้ฌาน 4 ต้องวิเคราะห์ต้องวิจารณ์ก็เกิดปิติก็เกิดสุขถ้าผู้ใดได้ใหม่ๆก็จะมีปิติ สภอทำได้มันจะเห็นอารมณ์ว่าอารมณ์เฉยแล้วเราก็จะมีปิติในเรียกว่าองค์ทานทั้ง 4 ยังเกิดอยู่ชั้น 1 มันมีทางยิ่งใหม่ๆวิตกวิจารณ์แบบนี้วิเคราะห์อยู่มีวิตกวิจารณ์อยู่ยิ่งเห็นชัดโอ้ยเกิดดีใจปิติสุขก็คือตัวอารมณ์ที่มันสะสมจากการสมใจเรามาสนใจอะไรเป็นพลาสติกอย่างหนึ่งเหมือนกันเป็นรับพลาสติกเป็นอารมณ์สมใจที่เราปฏิบัติธรรมหมอแล้วก็มันก็ได้ผลหรอกโอ้มีเหตุมีปัจจัยอย่างทางธรรมมันสนใจอย่างหนึ่งเหมือนกันสนใจที่เราระงับได้สนใจที่ระดับได้สมใจที่เราลดละได้มันก็มีปิดได้แล้วก็เป็นสุขแต่สุขคนละทิศทางสุขภาพได้สงบลงจึงเรียกว่า ส้มโอสุโขสุขพ่อสงบก็สงบระงับเหมือนกันที่กระท่อมอนิจจาวะตะสังขาราเขาบอกถูกพบความสงบสงบแล้วหนอแล้วก็สุขมันจะสงบไปนอนนิ่งตายแล้วสงบมันก็ไม่ใช่แล้วไอ้นั่นมันลูกโอ๋นิ่งๆนี้สงบแล้วนะแล้วก็เป็นสุขดีนะก็เป็นรูปที่จริงมันก็ไม่ใช่เหมือนกันแต่ว่ามันเหมือนแบบลูกซึ่งไปเอานิ่งๆแบบนั้นมันกลายเป็นพาซื่อที่จะเอามาใช้ในทางสาธารณะกับคนของมนุษย์ไม่ใช่ไปหานางแข็งนิ่มนิ่มตายหรือว่านอนแข็งยิ่งตายเหมือนคนตายมันไม่ใช่มันกลับย้อนกันได้อีกเพราะด้วยความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นมันสงบที่จิตมันนิ่งมันเหมือนกับคนตายทั้งนั้นแหละมันไม่ดีดดิ้นแล้วจิตมันไม่ต้องมีปรุงรสไม่ต้องมีอารมณ์กูเฟื่องอะไร แต่เราละได้ลดได้อย่างนี้มันก็ยังมีอารมณ์ปิติยังเป็นเศษของอุปกิเลสอารมณ์ดีใจมากๆมันก็อาจจะต้องไปมีมานะต้องอาจจะมีติดยึดแล้วก็ไม่อยากจะเดินเครื่องต่อและเอาแต่อารมณ์เสพติดสบายเอร็ดอร่อยก็ไม่เพิ่มภูมิเพราะว่าเราก็จะต้องดับให้เร็วถ้าเร็วแล้วก็เดี๋ยวก็หาอื่นอีกทำอื่นอีกเราก็ไม่นั่งเศษนั่งติดมันก็ชัดเจนแล้วก็เขาเคลียร์มันก็ไม่ห่างเว้นเวลาอารมณ์นี้ไปคิดอื่นหรือว่าพิจารณาอื่นไปทำงานอื่นอีกมันช้าเพราะถ้าผู้ใดรู้เท่าทันตามสูตรนี้ก็ลดเสียงมันปิติมันก็เป็นแต่เพียงอารมณ์ที่ยินดีรักได้มันก็ไม่ใช่ของดีอะไรมันก็เป็นเครื่องชูใจนิดหน่อยเพราะถ้าเรายิ่งติดๆมากๆเข้าแล้วก็เดี๋ยวก็ไปติดใจ สุขอะไรมากๆเลยกลายเป็นช้าไปอีกยิ่งเสพสมสุขสมหนักเข้าไปใหญ่ซ้อนมันเป็นอุปกิเลสซ้อนไม่ดีแล้วถ้าไม่รู้เท่าทันอารมณ์อย่างนี้มันเกิดถ้าเราดับมันจริงไม่ได้ก็ปล่อยแล้วก็รู้เท่าทันมันแล้วก็พยายามมันก็จะลดเร็วๆเร็วๆๆแล้วก็มาก็มากเข้าแล้วมันก็จะไม่ค่อยมีปิติอะไรมากมายแต่มันรู้ว่าเราได้ดีแล้วก็รู้ว่าดีนั่นแหละเป็นของที่จบในตัวแล้วเราทำถูกแล้วทำดีแล้วดีแล้วก็แล้วมันจึงปิติตัวนี้แปลว่ารู้ดีไม่ต้องมียินดีไม่ต้องมีเสพความดีมีรถมีธาตุอะไรนี่นี่เป็นตัวพิเศษแล้วมันก็จะมีความสุขอยู่สุขได้สงบความสุขนี่จึงเป็น เป็นสภาพที่ต่อจากปิติจะอธิบายว่ามันเป็นตัวใหญ่มันใหญ่กว่ามันเป็นคลังถ้าปิติก็เอามาเป็นสุขแล้วยังมีความสนใจและเอามาเป็นสุขมันก็จะสุขหลายสุขมันก็จะมีความหยาบหลายอันมีอารมณ์อยากของจิตมากขึ้นแต่ถ้าเราลดสติได้เราก็จะมีแต่อารมณ์สุขเพราะฉะนั้นก็จะเป็นสุขเพียวๆซึ่งก็ยังเป็นของของบางเบารู้ดีแล้วก็สุขอยู่ก็ยังบางเบาลงทะลุดีมีปิติด้วยปิติมันก็ให้มาเป็นสุขแล้วก็แสนสุขของสุขอีกมันก็เลยเป็นสุข 2 สุขที่ติดก็เป็นรถใหญ่สุขก็เป็นอารมณ์ของเวทนาพี่ตีมันก็ไม่เวทนาแต่เวทนาอยากมันสังเคราะห์เข้ามาหา ต้องเข้ามาหาสุขขเวทนามโนบาลสุขเวทนาทุกขเวทนาและเป็นชื่อเรียกที่จริงสมนัสเวทนาเป็นของซึ้งเป็นของลึกเป็นของจิตในจิตก็เป็นสุขเวทนาเรียกในภาษาสมณธรรมเวทนาแล้วก็เรียกแต่ว่าเขาไม่นิยมเรียกว่าเป็นเรื่องของพบในเป็นเพราะว่าจิตจิตมันละเอียดแล้วเป็นเรื่องของอารมณ์ของจิตอยู่ข้างในของตัวเองไม่มีเจ้าออกมาเป็นรถโลกของเมืองนอกใจก็อยู่ในทิศทางเดียวกันมันจะต้องไม่หลงเราจะต้องรู้แบ่งหมวดของจิตเวทนาในเวทนามันก็มีอารมณ์อย่างนี้แหละแบ่งอย่างยาวออกเป็น 3 พิจารณาในอะไรในอะไรก็ตามเราก็สังเคราะห์เข้ามาอย่างนี้เราก็ถึงจะได้อารมณ์ของนิพพานเป็นความวาง ได้ดังกล่าวแล้วแล้วก็มีอาการสามีตัวว่างโปร่งมีความโปร่งใจเห็นมันก็เฉยก็จะเฉยและจิตเราก็ว่าฟังดูภาษาดีๆนะถ้าไม่เช่นนั้นเราก็ไม่รู้อารมณ์ว่านิพพานหรืออารมณ์ที่วางกลางพระพุทธเจ้าปรินิพพานระหว่างอุเบกขากับอาสาโดยรูปเราก็เคยได้ฟังนิทานมาว่าพระพุทธเจ้าในเวลาจะปรินิพพานแล้วพระอนุรุทธพาพระอนุรุทธะท่านตามฌานตามจิตพระพุทธเจ้าว่าท่านปรินิพพานนี้ยังสิ้นคิดหรือยังตามมาบอกว่าเอาตอนนี้ท่านอยู่ในชั้น 1 และชั้น 2 และชั้น 3 ชั้น ที่จริงพระพุทธเจ้านั่นน่ะท่านอยู่ในองค์ธรรมพวกนี้ที่จริงพวกกิเลสแล้วยังเป็นกิเลสองค์ชายนี่ยังเป็นกิเลสแต่พระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นกิเลสพระพุทธเจ้ามีอารมณ์อย่างนี้มันก็เป็นโรคทั้งนั้นเป็นสมมติที่สัจจะท่านไม่ได้ติดไม่ได้ยึดท่านรู้เท่ารู้ทันถ้าจะอยู่ในรูปไหนก็ได้โดยเฉพาะชาญมันจะอยู่คนละตัวมันมีเสมอและก็ใช้เพราะระยะยาวชั้นสูงพระอรหันต์มีฌานก็ยังเป็นกิเลสถ้าเรายังติดยึดถ้าเราไม่รู้เท่าทันเช้านี้ก็ยังเป็นกิเลสแต่ทีนี้ก็พูดเองเป็นผู้ที่รู้เท่าทันดีแล้วก็ใช้จิตพวกนี้เป็นอย่างนี้อารมณ์อย่างนี้หมดจะบอกว่าสัญญาณมันก็เป็น สะพานพระพุทธเจ้าหรือว่าพระอรหันต์เนี่ยไม่ว่าสัญญานะสัญญานี่เป็นตัวที่เรียกว่ามันมีเศษไม่รู้พระพุทธเจ้าจะไปบอกท่านว่าถ้าไม่มีเศษและถ้ามีเศษไม่รู้ไม่ได้แต่ทำไมเพราะอนุรุทธบอกว่าขนาดท่านก็จะปรินิพพานในมหาปรินิพพานสูตรก็บอกว่าท่านกำลังอยู่ในอารมณ์ชายในวัดสัญญานาสัญญาเอาลงในระยะยาวซึ่งยาวหมายความว่ามันมีเศษของความไม่รู้จริงๆไม่ใช่มันมีรู้แต่ว่าตอนนี้เรากำลังพิจารณาและเพื่อที่จะรู้ซ้อนซึ่งเป็นหยิบมาดูอีกเหมือนกับเราเคยรู้แล้วล่ะอันนี้เป็นขนมก้อนนี้และเอามาดูซิเราก็รู้อีกแล้วมันก็เป็นของเก่านี่แหละแล้วเอามาดูซิก็เอามาดูแล้วเราก็ตั้งจิตไว้ว่าเรายังไม่ได้ดูยังไม่ได้สำคัญยังไม่ได้รู้ก็ดูสิเอามาดูมาดูแต่มันก็เป็นของเก่าที่เรารู้นี่แหละรู้จักก็ตรวจทาน ประชาตรวจอารมณ์เท่านั้นเองไม่ใช่โจทย์หรอกจิตมันก็เป็นเพื่อแสดงนิมิตหมายสุดท้ายแห่งนิพพานของขุดไว้ก่อนจะสิ้นพระที่สุดของมหาที่สุดของพระพุทธเจ้าเป็นบุคลิกฐานทั้งทำมาอธิษฐานทั้งจิตในจิตและก็มีผู้ที่รายงานผิดด้วยพระอนุรุทธเป็นผู้รายงานผิดอยู่ด้วยวานนี้ผมกำลังอธิษฐานทุกอย่างทั้งตัวจิตลงกันหมดนะพอมาถึงในพระสัญญาออกไปรู้แล้วเหมือนกันบอกแล้วว่าเหมือนกันดูขนมจริงๆถนนแล้วเรารู้อะไรเราทำเองด้วยซ้ำไปแล้วเอาใส่ตู้ไว้แล้วด้วยแต่เอาออกจากเตาอบแล้วเอาใส่ตู้ไว้แล้วก็จะให้เขาหยิบมาแล้วเอามาดูซิเอามาดูอีกทีจิตก็มาดูที่จริงมันดูแล้วล่ะว่ามันเป็นยังไงลองดูอีกก็นี่ไงจะบอกว่าเส้นยาวก็ไม่รู้มันก็รู้ ไม่รู้หรอกของพระพุทธเจ้าหรือของพระอรหันต์เจ้าท่านเข้าใจหมดแล้วตัวพวกนี้แต่ฉันจะเอาเป็นอารมณ์นี้ก็ได้แต่อนุโลมมาก็ได้ถ้าจะทำเป็นไม่รู้ก็ด่ามันเป็นสมมติที่สัจจะปรมัตถ์นั้นเป็นจริงฉันรู้หมดแล้วนะแต่สมมติท่านก็ย้อนมาดูเสร็จแล้วเท่ากับสัญญาในโลกก็คือทุกอย่างมันรู้หมดสัญญามีสัญญากำหนดหมายรู้หมายเลขที่ชัดหมดแล้วก็ย้อนลงมาอีกแล้วก็ไปย้อนสัญญาในโลกแล้วก็ย่อลงมานี้ว่าสัญญาย้อนลงมากินจรรยาเย็ดกันนะย้อนลงมาวิญญาณบรรยายลักษณะย่อลงมาเอาเอกสารสัญญาย่อลงไปหาอุเบกขาย้อนลงไปจนกระทั่งถึงฐานหนึ่งที่จบวิจารณ์ปิติสุขไปถึงการหนึ่งแล้วย้อนกลับมาอีกมาถึงอุเบกขาออกจากอุบัติเหตุ ปรินิพพานฟังออกจากอุเบกขาปรินิพพานระหว่างรูปเป็นฌานกับอรูปฌานแล้วจับตัวอุเบกก็จะจับตัวนิทานคือออกจากอุเบกขาเข้าหาอาการของอุเบกขาและอาสาพูดด้วยภาษาก็เป็นอย่างนี้อารมณ์จิตของเราจึงอยู่ระหว่างมันมีทั้ง 2 ส่วน 5 รูปและรูปมันเฉยเมื่อกี้เนี่ยอธิบายแล้วเราฟังเราชัดเจนมันเป็นความมันเป็นความเป็นอย่างนั้นเรามีเฉยมันมีอยู่รวมหมดที่มันมีอยู่รวมหมดถ้าจะรีบจบวิจารณ์ได้เราจะคิดพิจารณาเราจะจับพฤติกรรมพฤติการณ์มันดูมันก็มีได้แต่เราไม่จ่ายเราตอนนี้เรารู้แล้วเราปล่อยเราจะมาอยู่ในเชิงชายที่ชั้นสูงชั้น อารมณ์อารมณ์ที่สูงสุดอารมณ์นิพพานเพราะอารมณ์ที่ผ่านก็มีเศร้าของไตรลักษณ์มีอุเบกขามีอาสาสองส่วนนี้ผสมกันแล้วเราก็เป็นนิพพานเป็นนิพพานระหว่างที่อารมณ์อุเบกขามีอารมณ์ของอาการสามีเพราะฉะนั้นเราฝึกทหารอุเบกขาสุดถามเฉยๆวางๆๆแล้วเราก็จะรู้ได้รับการรักษาได้รับผิดหวังวางปล่อยได้เฉยได้เฉยได้เฉยได้และอารมณ์เพราะเราจะเกิดแล้วเราจะรับทราบรู้อารมณ์สวัสดีครับถ้ารู้อารมณ์คือตัวรู้ของเราลงยาทัศนะวิเศษตัวจิตที่ซับอารมณ์สัญญามั่นหมายรู้มันจะกำหนดเข้าใจจงใจอาสา ช่องว่างโล่งโปร่งแท้จริงมันก็เรื่องของจิตทั้งนั้นเรื่องของวิญญาณธาตุวิญญาณธาตุเนี่ยแหละเรารู้อารมณ์นี้เราทำอารมณ์นี้ได้เราทำสภาพพินาศทั้งจิตจิตเป็นตัวเป็นเป็นตัวเก่งเป็นตัวกระทำได้ไม่ใช่นึกคิดเท่านั้นฉันนึกคิดก็เป็นความนึกคิดฟังนี่เข้าใจด้วยสักอย่างปัญญาได้เอาไปนึกทบทวนก็เห็นเหตุเห็นผลเห็นรูปเห็นเรื่องเห็นรูปเห็นดาวมันเห็นทฤษฎีเห็นรูปรอยได้แต่ถ้าจิตก็คงไม่สำคัญแล้วคุณก็ทำให้จิตเป็นอารมณ์นั้นไม่ได้มันก็มันก็ยังไม่ได้เรียกอะไรไปกิเลสจัดมีตัวเชื้อกิเลสจริงมันปรุงมันเป็นจริงก็ยิ่งเป็นจริงมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรแต่ถ้าเผื่อว่าเรามีการปฏิบัติกับจิตกับอะไรถูกจริงๆเป็นนักปฏิบัติที่มีสภาพได้ คุณจะเห็นมีสภาวะที่คุณเห็นของคุณเป็นปกติการเห็นนี่ไม่ใช่เห็นด้วยลูกกะตาปกติเห็นอยู่รู้อยู่ฌาณเห็นมันเข้าใจนี่แหละคือการเห็นพระพุทธเจ้าเรากำลังเห็นธรรมนี่เรากำลังเห็นพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าเห็นจิตของเราเองพระพุทธเจ้าเห็นการลดละหมายความว่าพระพุทธเจ้าเห็นนิพพานพระพุทธเจ้าเป็นอะไรเป็นอย่างนี้ท่านเห็นท่านอย่างนี้แล้วก็ต้องเห็นของเราถ้าเรียกว่าพระพุทธเจ้าคือความบริสุทธิ์ผุดผ่องเรายังเห็นว่ายังไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องก็คือเรากำลังเป็นลูกของพระพุทธเจ้ากำลังกระทำถูกทางกำลังเดินแกะรอยตามรอยพระพุทธเจ้าอะไรที่เราดับสนิทได้หมดเหมือนกันเป็นอาหารของพระพุทธเจ้ามาทำบอกว่ามีหลายรอบสุดบริสุทธิ์บริบูรณ์กิเลสมันหมดดับสนิทได้เราก็เห็นว่าโอ้นี่ตัวสุดนี้ผมพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้อันเดียวกัน เห็นพระพุทธเจ้าท่านหมายเอาอันนี้ไม่ได้เป็นหมายเอารูปร่างรูปโฉมไม่ได้หมายเอาตัวเอาตัวเนื้อหนังมังสาไม่ได้หมายอะไรพูดได้เห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราเห็นชัดเลยเป็นความประชุมตอนนี้ความประชุมของอะไรกายนะนี่กายนะที่กำลังอธิบายในกายนะกายของอารมณ์อุเบกขาอารมณ์อากาสานัญจายตนะอัศจรรย์ถวายมันเป็นเชิงรู้มันรู้ถึงความเฉยรู้ตัวเองอายตนะเนี่ยมันรู้ตัวเองรู้ว่าโลกอากาศโชติเป็นอารมณ์ที่ว่าอากาศโสภามันไม่ใช่ว่าวัตถุมันไม่ใช่ว่าวัตถุมันว่างโลก บรรยายไปจนกระทั่งถึงตัววิญญาณัญจายตนะแล้วยิ่งจะเห็นชัดเลยว่าว่าตัวนี้ไม่ใช่วางแบบวัตถุเป็นแต่แท้จริงมันเป็นวิญญาณพระพุทธเจ้าท่านถึงบอกว่าอ๋อนี่เราทำว่างได้เหมือนกับเราไม่มีตัวไม่มีตนเหมือนกับเราไม่มีอะไรที่จริงไม่ใช่แท้จริงมันวิญญาณเป็นวิญญาณจึงใช้วิญญาณเป็นที่สุดเพราะฉะนั้นพอเอารูปไปทานที่สูงขึ้นไปเป็นรูปฌาน 2 ถึงจะไปเห็นแต่เราจะล่วงพ้นการยึดหลงว่าอาการสานนั้นเป็นสภาพอันหนึ่งไม่ใช่แท้จริงมันเป็นสังขารธรรมแท้จริงมันเป็นตัวจริงของมนุษย์ ภาษาอธิบายคุณฟังก็มันจะมาจับได้ถึงวิญญาณน้อยที่สุดมันก็วิญญาณสุดท้ายมันก็ไม่ใช่เรื่องอื่นเลยมันก็เลือกวิญญาณเห็นดังนี้จึงจะเห็นว่าวิญญาณนั้นสำคัญอาสานั้นจะเกิดได้ก็เพราะวิญญาณวิญญาณนี้เป็นตัวทำอาการสาได้วิญญาณเป็นตัวแกนกว่าอาการสาด้วยซ้ำภูมิก็ขึ้นมาสู่อรูปฌาน 2 เป็นวิญญาณบรรยายจะชนะเพราะเห็นเรื่องของวิญญาณถึงบอกว่าอนันตังวิญญาณมันติดวิญญาณอันติที่สุดวิญญาณวิญญาณบุคคลติดมันก็แปลว่าที่สุดมันก็มาอยู่ที่วิญญาณวิญญาณทันทีมันมีความสุขไม่รู้จักสุดจริงหนอวิญญาณในวันดับวิญญาณมันก็ไม่ใช่ไม่ใช่อื่นแต่ว่ายังไงยังไงมันก็ไอ้ สูงสุดอย่างนี้จึงฐานสูงขึ้นมาเพราะมารู้ว่าวิญญาณนี่แหละมันว่ามันไม่ได้ว่างเพราะว่าไปนั่งดับๆติดอะไรก็เป็นว่างอะไรไม่อย่างนั้นหรอกนะแต่ว่านี่มันเป็นธาตุรู้ว่ามันไม่ใช่ไปว่าแล้วก็ไม่รู้ว่างแล้วก็ไร้วิญญาณไม่ใช่วิญญาณต้องหาเรามันรู้ว่าว่างแล้ววิญญาณมันก็รับทราบเป็นความสบายเป็นความโล่งโปร่งเองอยู่ตัวหลักฐานอื่นๆที่เราอธิบายโดยบุคลากรอธิษฐานด้วยอะไรที่เอามายกพร้อมให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานทรงสว่างนี้นะลืมตาด้วยนะรู้รู้จักด้วยนะแต่ว่าจะรู้อย่างใสแจ้งโปร่งมีสติสัมปชัญญะมีความรอบรู้อย่างแจ่มชัด ไม่ต้องเป็นการประชุมของกลุ่มเศรษฐาก็มีอยู่อากาสานัญจายตนะก็มีอยู่สุดยอดเลยว่าอารมณ์นิพพานอุเบกขาลมอากาสานัญจายตนะและอารมณ์นิพพานเพราะความประสงค์ระหว่างอาสากับอุเบกขากับผู้บริหารจึงเกิดอารมณ์กลางระหว่างนิพพานเป็นความเป็นชุมของอารมณ์สุดยอดเรียกว่าอารมณ์เป็นกายของนิพพานใครเคยเห็นธรรมกายนี้บ้างอ่ะมีธรรมกายนะความประชุมของอารมณ์จิตเป็นอย่างนี้แล้วมันมีลักษณะอย่างนี้จริงนะนี่เป็นธรรมกายที่จะต้องเพ่งอ่านก็ไม่ชัดเราดูธรรมกาย นิพพานแต่ละอย่างปัจจัยอย่างนี้ในขณะนี้เราไม่มีเรื่องอื่นเรื่องนี้เราเห็นอยู่จับอารมณ์รู้อยู่ว่าสัมผัสสิ่งมีสัมผัสอันนี้แต่ก่อนที่เคยมีเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วนอกจากว่าไม่มีแล้วเรายังอ่านสภาพของอารมณ์นิพพานนี้ออกด้วยนี่แหละเราเห็นพระพุทธเจ้าทนพ่ออยู่เดี๋ยวนี้อาการไม่กำหนดการไม่กำหนดเวลาเมื่อไหร่ก็มีพระพุทธเจ้าอยู่เมื่อไหร่ก็เห็นพระพุทธเจ้าได้เห็นธรรมกายเห็นทำมันปกติโสตังปะติผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราเห็นแล้วเห็นพระพุทธเจ้าไม่จำเป็นจะต้องไปเห็นเมื่อพระพุทธเจ้ายังมีเนื้อมีหนังอยู่เดือนนี้ก็ยังเห็นได้พิสูจน์ได้ที่ต้นใครลูกใครของมัน พิสูจน์สินี่เป็นตัวจริงเราจะรู้เวทนาเราจะเข้าใจอารมณ์ชัดเราจะมีตัวเฉยตัวว่าน่าจะมีทั้งชาญมีทั้งอะไรอยู่ในนี้เสร็จพอพิสูจน์มาตั้งแต่โพสต์ชนีมัสยิดตาพิจารณาอะไรต่ออะไรเยอะที่สุดปิติที่สุดสุขภิกษุอุเบกขาแล้วก็ไปหารูปผู้ชายเสริมรูปอาจารย์แต่ในนี้ไม่ได้อธิบายรูปฌานออกต่อจะอธิบายเป็นแค่มาหาเวทนามหาวิธีมหาสุขนะแต่ทีนี้ต่อที่ความมักใหญ่หรือความเฟ้อที่เกินความจำเป็นดังกล่าวนั้นจะเกินจะใหญ่จะโตไปเท่าใดเท่าใดก็มองไม่ออกนึกไม่เห็นมันไม่เห็นมันไม่รู้เอาจริงๆเพราะมันจะมองเห็นแต่มุมเหลี่ยมของกิเลส ที่จูงคนพวกนั้นแท้ๆจงพาคนผู้นั้นแท้ๆจึงเรียกว่าเป็นคนผู้เป็นทาสกิเลสเหยื่อตัณหาเนื่องจากรูปของกามตัญหาอันได้แก่สวยงามไพเราะหอมหวลอร่อยแนบเนียนถูกอกถึงใจต่างๆนั่นเองมันบดบังปัญญาเสียอย่างมืดมิดสนิทนี่เหตุหนึ่งและเนื่องจากลูกของพระว่าตัณหาอันได้แก่ความโอ่อ่าอธิฐานโดดเด่นดังบ้างความมีศักดิ์ศรีสูงใหญ่เสริมฐานะขึ้นมาขึ้นขึ้นเสริมฐานะขึ้นเสริมฐาน ใจต้องปกป้องใจเมื่อยิ่งทำได้ก็ยิ่งผิดๆยิ่งสุขก็เลยยิ่งเหิมเห่อมักมากมักใหญ่ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นแต่แรกก็กะว่าจะให้มากให้ใหญ่เพียงสักเท่านี้เท่านี้แหละฉันทำได้ก็เลยหลงตนเพิ่มขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้ตัวหรอกมันก็เห็นว่าตัวเก่งตัวใหญ่วงเล็บเปิดเป็นครับผมเป็นนักสร้างนักบันดาลวงเล็บปิดก็ต้องแบ่งเพิ่มความใหญ่ความมากเติมต่อเข้าไปเข้าไปก็กดเข้าไปอีกอยู่อย่างนั้นเองเพราะว่าปัญหาเช่นนี้แหละที่มันบดบังปัญญาปุถุชนสักอย่างมืดสนิทสนม ผู้นั้นจึงไม่สามารถเห็นโลกีย์หรือโลกหรืออัตราไม่เห็นทุกข์อันเกินขอบเขตควรหยุดควรพอเสียบ้างได้สักทีมีกี่เขตส่วนผู้สูงสร้างมโนอัตราอันเป็นภวตัณหาเป็นแบบปั้นรูปปั้นโฉมอยู่ในภพของจิตนั้นอย่าเพิ่งอธิบายในที่นี้นับเป็นเรื่องละเอียดบั้นปลายที่เป็นความเกินความเฟ้ออีกลักษณะหนึ่งวงเล็บปิดในขณะนี้ก็พูดถึงทั้งกามตัณหาและภาวะตัณหาขึ้นมาแต่ในบทเรียนนี้มึงใช้อะไรๆไปนี่ขนาดนี้เราเพียงเพียงเรียนถึงขั้นพอชะนีมัดจำตาพิจารณาเหตุปัจจัยของเครื่องอุปโภคบริโภคและเราก็พิจารณา มันเป็นขั้นกายขั้นเวทนาไล่มาเรื่อยๆๆนะเพราะเราจะมีปัญญาที่จะรู้สิ่งเหล่านี้ถ้าเรายังไม่หมดกิเลสไม่หมดกามดังกล่าวไม่หมดกามแล้วยังไม่พอยังไม่หมดปัญหาอารมณ์เสพความมีมากมีใหญ่มีอะไรต่ออะไรที่มันเป็นอารมณ์สมใจมีเลยยังไม่พออย่างเดียวมีปัญหาเพิ่มขึ้นอีกสงสัยยังไม่พอยังจะสะสมไปเป็นกิเลสอุปทานมักใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุดเสริมๆๆเข้าไปอีกมันเป็นสภาพของปัญหาซ้อนอยู่ในตัวถ้าไม่รู้เท่าไม่รู้ทันมันก็จะลงปัญญามันไม่มีความเห็นมันไม่ได้ประพฤติมันไม่ได้ปฏิบัติแล้วก็ไม่รู้รสชาติจริงมันก็ได้คะแนนคำนวณไปตามเรื่องตามราวมึงไปทำอะไรอื
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive