241005-3-134 ทางเอกภาค3-ตอน134(หน้า299)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
พ่อท่านบรรยายทางเอกภาค 3 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมพุทธศักราช 2524 ที่พุทธสถานปฐมอโศกพระบรมราชได้สรุปไปสรุปมามากในเรื่องที่จะก่อวิชาหรือเราจะดับจะล้างอวิชชาหาตั้งแต่เราพยายามย้ำเติมกันมาตั้งแต่ทำฌานทำใจโตสมถะให้เป็นทานให้เรียนรู้นิวรณ์ทั้ง 5 ไอ้จับไอ้แม่นรู้อาการรู้อารมณ์เรียกว่ารู้รูปฤดูหนาว วันเกิดพิจิตรเนี่ยรู้แล้วอาการเป็นอย่างนั้นอาการเป็นอย่างนี้อย่างนี้เรียกว่านิวรณ์ข้อ 1 นิวรณ์ข้อ 2 นิวรณ์ก็ 3 นี่นิวรณ์ก็ 4 ส่วนวิจิกิจฉานะไม่ต้องไปทำอะไรมันหรอกเรารู้นิวรณ์ทั้ง 4 ข้อนี้ให้ชัดเจนไม่สงสัยมันมีอยู่รู้ว่ามันมีอยู่มันไม่มีแล้วตายแล้วดับสนิทแล้วก็รู้ว่ามีแล้วจนไม่สงสัยมันไม่สงสัยเองโดยมันพ้นวิจิกิจฉาเพราะมันเกิดอธิปัญญาหรือญาณหรือวิชามันเกิดวิชามาแทนที่วิจิตรอิจฉาหายไปมันเกินยานทัศนะวิเศษขึ้นมาแทนที่ วิจิกิจฉามันหายไปเพราะเรารู้เราเห็นเราแจ้งเราชัดมดลังเลหมดสงสัยเลยมันเกิดปัญญาเกิดปัญญินทรีย์เกิดปัญญาพละมันเกิดเลยมันหายสงสัยไปจริงๆมันรู้ชัดรู้เจนมันปรากฏมันทำจนตั้งจนมั่นจนเป็นจนเกิดเองเป็นเองจะเป็นอัตโนมัติมันทำได้ว่าอย่างนี้เกิดอยู่อย่างนี้หายไปแล้วดับสนิทไม่เกิดอีกแม้แต่ผีหลอกแม้แต่มันจะมาหลอกมาหลอนมาป๊อกๆแป๊บๆไม่มีอะไรเงี้ยเราจะรู้เราจะจับแม่นในรูปเนี่ยรูปในความมีอาการเราเรียกว่ารูปวันนามนามคือธาตุที่มันรู้รูปก็คือตัวที่ถูกรู้ จับติดเลยว่ามันถูกรู้นะเป็นอาการแตกต่างกันยังไงน้อยมากยังไงละเอียดลออยังไงเราจะรู้ความแตกต่างมันไม่มีรูปมีร่างนะคุณมาตัดหน้าตามันไม่มีตัวมันไม่มีตนไม่มีจริงๆคุณจะรู้ด้วยตัวคุณเองเลยว่าโอ้มันไม่มีเป็นรูปมันเป็นร่างมันเป็นตัวมันเป็นตนนะแต่มีอาการมีลิงฆ่ามีความแตกต่างกันมีอาการหยาบก็รู้ละเอียดก็รู้หนักรู้เบารู้น้อยรู้มากรู้เป็นสัตว์อุตรดิตถ์อยู่รู้เป็นอนุภาค
อ่านต่อ
จิตแล้วรู้อ๋อจิตนี่มันยังแหมมันได้ขนาดนี้แต่ว่ามันยังก็ยังมีถ้าได้กว่านี้แตกต่างจากหนี้ดีกว่าเหนือกว่าเราจะรู้จริงๆในความรู้ที่เรามีเราจะรู้ มีดีที่สุดแล้วอนุตตรจิตอย่างนี้ใสผ่องขาวว่างโปร่งสบายสูงสุดสะอาดรู้เป็นอนุทินรู้เสร็จแล้วเราก็ต้องทำให้มันเป็นสมาชิกจิตเราก็จะต้องรู้เพราะรู้ว่าจิตมันขาดสายขาวผมก็ไม่ติดไม่แสบปฏิสังขาโยหรือเปล่าเป็นสมาธิแท้คือเป็นสมาชิกหรือเปล่าถ้ามันยังไม่เป็นสมาชิกยังไม่เป็นสมาธิแท้สามารถที่แท้ของพระพุทธเจ้าต้องเป็นสมาชิก ที่มีประโยชน์บริสุทธิ์จากกิเลสก็ดีชั้น 1 ขั้นตอนหนึ่งแล้วก็พ้นทุกข์แต่มีอาสวะได้นะสั่งสมได้นะแตกตัวได้นะเสพได้นะติดได้นะเดี๋ยวเราจะทำอย่างไรจะไม่ให้มันติดจะให้ไม่ให้มันขี้เกียจใช่ไหมให้มันเสพอยู่แต่พบภูมินั้นเป็นเพราะว่าตัณหาติดแม้พบติดแม่ภูมิการติดอยู่ในรายละเอียดขึ้นไปถ้าผู้ใดได้อย่างนี้เราเรียกว่าฉันบริสุทธิ์ด้วยไม่ใช่แต่ฉันทำธรรมดาเป็นชาติที่รู้ละเอียดละออว่ามันว่างแต่ว่าชาอย่างนี้เป็นชาญเท่านั้นยังไม่ถึงวิมุติมี โอ้พระเจ้าไม่ใช่แค่นี้ความหลุดพ้นนี้จะต้องมีจิตที่มีประสิทธิภาพจิตมีงานการได้ปฏินิสสัคโค แล้วเราก็ปลดปล่อยจะต้องกัปปะจะนึกจะคิดจะทำการงานจะมีประโยชน์เกื้อกูลเราก็ทำได้ใช้จิตนั้นเป็นประโยชน์ได้เมื่อไปใช้จิตเป็นประโยชน์นี่แหละเราจะรู้ว่าเราเองเรามีอะไรเหลือมันมีความขี้เกียจมันมีความเสพติดมันมีความเห็นแก่ตัวมันยังมีอีกแน่ๆคุณจะปฏิเสธกับตนได้ยังไงปฏิเสธไม่ได้หรอกที่เรายังเห็นแก่ตัวเรายังเอ๊ะเราก็ว่างๆเราก็มีเวลานะเราก็แข็งแรงแล้วก็ไม่เมื่อยไม่เป้ไม่เพลียแต่มันอะไรล่ะมันจะมีไอ้ตัวไหนมันทำให้เราขี้เกียจน่ะไอ้ต้นไหนก็ทำให้เราไม่อยากทำมันเป็นเพราะอะไรถ้าทำแล้วดีกว่าไหมดีมันดีพระพุทธเจ้าสอนให้ยังกุศลให้ถึงพร้อม ก็ควรจะยังกุศลให้ถึงพร้อมบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่กายกรรมวจีกรรมดีกว่านี้มีอีกใช่ไหมใช่ทุกอย่างเหตุปัจจัยหรือว่าทฤษฎีอะไรต่างๆของพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าแวดล้อมไปหมดแล้วก็ควรจะทรงอยู่มีพฤติกรรมมีธรรมะจริยามีจริยะจริยาประพฤติที่มันดีมีอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงความเป็นสมณะหรือความมีอายุเรายังไม่ตายใช่ไหมเรายังมีลมหายใจใช่ไหมเรายังมีอายุใช่ไหมแต่ถ้าติดตัวอายุนี่มันแปลว่าประโยชน์เกิดประโยชน์เอาจริงเอาถึงประกันภัยว่าเกิดประโยชน์ตอนนี้เราเกิด โตหรือเปล่าเปล่าเลยอยู่เฉยๆช่วยแชร์เน่าๆอะไรอย่างนี้เป็นต้นเราจะรู้เราจะเข้าใจด้วยเหตุด้วยผลเลยแล้วคุณทำอะไรต่อถ้ามันมีสำนึกมันมีความประเสริฐมันมีเป็นความดีงามเป็นผู้มีความดีงามแล้วมันก็จะอายมันก็จะหิริโอตัปปะมันก็จะเห็นว่าโอ้เรานี่หนอเรายังมีความขี้เกียจหรือมีความตกต่ำมีความที่ไม่สูงขึ้นกว่านี้ยังไม่วุฒิยังไม่เจริญขึ้นกว่านี้อีกเราก็จะทำเราก็จะมีถ้าเอามงคล 38 มาไล่แล้วมันจะมีอีกเราจะไล่รู้จักขยันหมั่นเพียรรู้จักอะไรต่ออะไรงานการ งานการกองกูณฑ์ไอ้ไรเราไม่ไม่อะไรไอ้ไอ้นั่นแหละที่ว่านั่นแหละกระทำไม่ใช่ทำงานไม่ให้คั่งค้างอนาคตอนาคตมันตราจะทำงานไม่คั่งค้างอาจจะขยันหมั่นเพียรขึ้นจะทำอะไรก็ได้ขึ้นมันมีทั้งนั้นน่ะเออมีหลักเกณฑ์มีอะไรต่ออะไรอยู่ในมงคลธรรม 38 เป็นขั้นเป็นตอนพัฒนาตนอยู่ ถนนสุขเกษมนี่นะมันไม่ใช่เรื่องอยู่อย่างล่องๆแรงๆเลยผจญพระจันทร์อยู่กับโลกสัมผัสอยู่กับโลกและเราก็ยังรู้รายละเอียดในการสัมผัสเราจะรู้ละเอียดในการสัมผัสบททดสอบโลกัสมิเป็นมงคลเราทำชั้นระดับที่ตั้ง 22 20 เอ้ย 35 ยังเหลืออีก 3 คันก็เป็น 38 จบเป็นสภาพที่มันมีจิตจิตมันขึ้นถึงระดับนั้นมันไม่ได้หวั่นไหวเลยเมื่อเวลาพิสูจน์กันสุดจบแล้วได้มงคลธรรมหรือเป็นเทวะชั้นสูงเป็นความเจริญมงคลนี่เป็นความเจริญความเจริญแห่งเราเราเจริญเราเป็นผู้เจริญแล้วท่านผู้เจริญ เขาเรียกเราว่าสมณะหรือเขาเรียกเราว่าภิกษุเขาเรียกเราว่าท่านผู้เจริญแต่ทีนี้เราเจริญแค่ใดถ้าเราเจริญสูงแล้วมันก็อยู่ในฐานะที่ถูกต้องเราสามารถที่จะมีประโยชน์เกื้อกูลสัมพันธ์สัมผัสอยู่กับโลกอยู่เหนือโลกอย่างแท้จริงที่เรียกว่าโลกุตระโลกุตระบุคคลเป็นบุคคลที่อยู่เหนือโลกแท้มีจิตที่มันเหนือจริงๆไม่ใช่มันหนีไม่ใช่มันหลบมันดีเดี๋ยวเราก็ต้องรู้เออมันเป็นแล้วมันก็ตายมันเป็นนะจิตมันเป็นและเป็นจิตที่มีชีวิตชีวาแต่กิเลสมันก็ตายในจิตไม่มีกิเลสมีความตายมีความเป็น เรารู้ความเป็นเรารู้ความตายเรารู้ความเกิดแต่รู้ความดับจิตมันยังเกิดอยู่เพราะเรายังมีอินทรีย์ขันเราจะมีรูปนามขันธ์ 5 เราก็ยังเกิดอยู่เรายังโดยจริงเรายังมีชีวะเพราะฉะนั้นเมื่อมีชีวิตก็ต้องมีอาชีพว่ามีอาชีพเรายังเป็นแต่เราก็ตายตายก่อนตายแล้วอะไรตายเราก็รู้ความตายอะไรก็ตายอะไรควรตายไอ้เรื่องชีพนี่หมดลมหายใจและเน่าเหม็นตายสงสัยทำไมทุกคนต้องตายอย่างนั้นเพราะว่าพระอรหันต์โจรที่ไหนมันก็ตายอย่างนั้นไม่สงสัยอะไรความเกิดความตายงั้นแต่ความเกิด ทำตาอย่างนี้เป็นปรมัตถ์ความเกิดความตายอย่างนี้สิเป็นตัวที่ต้องเรียนความเกิดความตายหมดลมหายใจตายออกจากท้องพ่อท้องแม่เกิดเราจะไปเรียนทำไมเราต้องรู้ความเกิดความดับต้องรู้ความเกิดความตายเกิดคือออกจากท้องพ่อท้องแม่ดาบให้ตายก็คือหมดลมหายใจเดี๋ยวเน่าเหม็นเอาไปฝังเอาไปเผาคุณจะต้องเรียนทำไมผมเกิดความตายอย่างนั้นเพราะฉะนั้นไม่ใช่ธรรมะที่จะต้องเรียนเลยเราเกิดมาเราต้องตายไม่ต้องพูดหรอกสงสัยอะไรอยู่อีกเราเกิดมาเราก็ต้องตายไม่ต้องสงสัยมันเป็นความรู้เบื้องต้นพื้นฐานกไก่พอเข้าถึงปรมัตถ์แล้วเราก็จะต้องเห็นความเกิด ความตายของสิ่งที่เป็นอนัตตาธรรมเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนแต่มันก็มีสภาวะที่เหนือมนุษย์มันควบคุมมันมีฤทธิ์มันมีแรงมันมีอำนาจจนเราไม่สามารถจับมันติดไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้ไม่สามารถเข้าไปควบคุมมันได้เราเรียนรู้จักติดสามารถเข้าไปควบคุมได้สามารถมีฤทธิ์อยู่เหนือมันไม่มีตัวตนจิตวิญญาณไม่มีตัวตนเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณไม่มีตัวตนรูปที่ไม่มีตัวตนเราเรียนโรคอันนี้จางรูปทุกครั้งรูปอนัตตารูปที่ว่านี้นะ อนิจจังทุกขังอนัตตาจริงๆเลยแม่มันไม่ค่อยจะอยู่ที่เลยนะจับไม่เคยได้เลยนะแต่มันก็พาให้เราทุกข์ได้จริงๆมันเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์มันเป็นตัวทุกข์แท้จิตวิญญาณทั้งสิ้นแล้วมันก็ไม่มีตัวตนจับยากเหลือเกินจับจนได้จับจนแน่นจับได้แล้วเปลี่ยนได้เรามันมีความสามารถพิเศษขึ้นมาในตัวมีวิชามีอิทธิพลที่วิธีมีมโนมยิทธิมีญาณทัศนะวิเศษจับตัวปรมัตถ์จับตัวจิตเจตสิกรูปและเป็นรูปปัจจุบันด้วยรูป คือตัวจริงจะได้จับมันได้ใช้มือจับไม่ได้หรอกต้องใช้ยาทัศนะวิเศษใช้วิปัสสนาญาณใช้วิชาใช้ความรู้รู้อย่างจับได้เลยของตัวเองจะไปจับโน่นอย่าไปคอยเรียนรู้วิญญาณข้างนอกตัวเป็นสนิมนั่งหลับตาหลับหูหรือว่าลืมตาก็เห็นวิญญาณลอยล่องวิญญาณนี่ไปเรียนมาทำอะไรให้เก่งเท่าเก่งร้อยเก่งพันเก่งก็ไม่ได้เกิดการละกิเลสอะไรมีแต่จะเพิ่มกิเลสเอาด้วยซ้ำไม่ต้องเรียนอย่างงั้นเรียนจับจริงๆจับจิตวิญญาณของเรานี่จับรูปจิตรเอารูปไปติดหนี้มีรูปอยู่ในตัวเราแยกออกความแตกต่างว่าอย่างนี้เรียกว่าเวทนาอย่างนี้ สัญญาอย่างนี้เรียกว่าสังขารอย่างนี้เรียกว่าวิญญาณมีอาการแตกต่างกันอย่างไรมีลิงฆ่าอย่างไรนี่รู้รูปพวกนี้รู้อาการตรงนี้อาการอย่างนี้ดีกว่าเวทนาอาการอย่างนี้เรียกว่าสัญญาอาการอย่างนี้เรียกว่าสังขารอาการอย่างนี้เรียกว่าวิญญาณจนกระทั่งเราจะให้มันลดระดับได้ตอนนี้เราจะมีแต่เพียงธาตุรู้ง่ายๆถ้ารู้นี่คือวิญญาณพอเวลาไล่แล้วไล่ย้อนวิญญาณเราจะปรุงหรือไม่ปรุงเพราะไม่ปรุงให้มันเป็นท่ารู้อยู่เฉยๆเราทำได้อ้าวร้องให้มันปรุงลุงก็ร่วงเอาสัญญาการกำหนดรู้อื่นๆอะไรมาร่วมคิดร่วมนึกร่วมใจเข้าไป ทั้งคิดทั้งนึกทั้งปรุงทั้งแต่งทั้งสร้างทั้งจดทั้งจำเอาสัญญาเข้ามาร่วมสังขารปรุงกันใหญ่เลยเสร็จแล้วก็เกิดผลสุดท้ายเป็นทุกข์หรือเป็นสุขหรือไม่ถูกหรือไม่สุขเป็นเวทนาฟังดีๆนะแท้จริงแล้วนี่เมื่อเวลาเราเก่งแล้วนี่เราจะจับได้ตั้งคำวิญญาณวิญญาณเป็นธาตุบริสุทธิ์ประภัสสรวิญญาณนี่ไม่มีอะไรเป็นธาตุรู้เฉยๆคนจบแล้วเนี่ยกลับหลังหันเลยไม่ใช่ไล่เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณไม่ใช่ไล่วิญญาณสังขารสัญญาเวทนาพระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้านี้ได้วิญญาณธรรมดาเกิดปั๊บมีแต่วิญญาณประพันธ์สอนสะอาด บริสุทธิ์ไม่ให้ทำงานก็มีแต่วิญญาณมีแต่ธาตุรู้เฉยๆไม่ต้องสังหารอะไรไม่คิดไม่นึกไม่สังกัปปะไม่ตรรกะไม่วิดตะกละไม่สังกัปปะเฉยให้ทำงานให้สังขารให้ปรุงมันก็ปรุงพอทำงานแล้วก็เอาที่กำหนดรู้อะไรที่เราสัญญาจำได้ทุกอย่างเอาเราจะเอาอะไรมาปรุงเราจะร่วมคิดร่วมนึกปรุงตนเป็นอะไรเกิดใหม่เป็นตรรกะวิตกกะสังกัปปะเป็นอะไรก็เป็นขึ้นมาได้ถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วท่านปรุงท่านก็เป็นอัปปนาพญานาคไม่หวั่นไหวไม่เอากิเลสไม่เอาอาคันตุกะ ปรับปรุงปรุงออกมาเป็นคำพูดเป็นวจีกรรมเป็นกายกรรมเป็นอาชีพแล้วก็ทำไปเลยเป็นงานเป็นสมาชิกโตเป็นสมาชิกเป็นสมาธิอันตั้งมั่นเป็นสมาธิอันแข็งแรงปลงสังขารพร้อมกันนั้นก็มีสัญญาเอามาใส่ร่วมและเป็นยังไงเวทนาสุขอยู่อย่างเก่าไม่ได้เป็นอย่างเช้าโลกยังเอาทุกข์ก็มาสุขอยู่หรืออุเบกขาฐานอยู่มันก็อุเบกขามั่นคงแข็งแรงเป็นปริสุทธิ์ทาตาเป็นมุทุเป็นกรรมมันยาเป็นประภัสราอยู่อย่างเก่าเพราะว่าอุเบกขามีธาตุมีเงื่อนไข 5 มีองค์ธรรม 5 อุเบกขาของพระอรหันต์เจ้ามีความบริสุทธิ์ขาวผ่องอยู่อย่างเก่าบริสุทธิ์ยังไม่ทันขาวผ่องขาวผ่องนี้ไปปฏิบัติธรรมยังบริสุทธิ์คือเป็นจิตแท้อย่าใช้คำว่าเดิมบอกแล้วแท้จริงเป็นจุดหมายแล้วนะนี่จิตนี้เป็นจิตที่ได้ฟอกจิตติที่ได้ชำระสะอาดเกิดมาทุกคนเกิดนั่นมันบริสุทธิ์มาแต่เกิดตอนนี้อโศกก็อีกทางด้านหนึ่งด้านเส้นด้านอะไรที่บอกว่าจิตเดิมแท้เกิดมาบริสุทธิ์ตอนเช้ากันหน่อยถามกันหน่อยอโศกบอกจิตเดิมแท้เกิดมาไม่บริสุทธิ์เกิดมานั้นมีกิเลสแต่มาขจัดกิเลสออกหมดจึงผ่องใสได้ เมื่อผ่องใสสะอาดแล้วเราจะเกิดอีกเราก็ต้องเอาความไม่ต้องมีกิเลสเกิดอีกเหมือนกันมีปัญหาเกิดแม้จะเป็นพระอรหันต์แล้วจะเกิดมาเป็นพระโพธิสัตว์ก็ต้องเอาวิภวตัณหาใส่ถึงจะเกิดไม่มีปัญหาอย่าไปเกิดได้ไงมีตัณหามีเหตุเกิดก็เกิดมาจะเป็นพระโพธิสัตว์ก็เกิดแต่พอมาเกิดเป็นเพราะบริษัทหรือวัตถุโรคเกิดในโลกถูกโลกมอมเมาพอเมาหมุนเหมือนกับจิ้งหรีดปั่นหัวหน่อยแต่ถ้าท่านมีธาตุแท้ของท่านแล้วเป็นอินทรีย์พละแล้วนะเพราะเดี๋ยวท่านก็กลับตัวแต่เดี๋ยวถ้าเกิดไอ้ตัวแกนตัวแก่นพอมันถูกมอมหนักเข้าไปถึงตัวแทนตัวแทนแล้วท่านไม่ยอมหรอกตัวที่มันเป็นแล้วมัน แต่ตัวที่ยังไม่เป็นยังไม่มั่นคงยังไม่แข็งแรงแท้ไม่เป็นสมาททั้งไม่เป็นสมาธิตั้งไม่เป็นวิมุตไม่เป็นแก่นเป็นแกนแท้ไม่เที่ยงไม่แน่หรอกมันไม่มียัดปากแต่ตัวที่เป็นนิยตตัวที่เป็นแก่นที่แท้ที่แท้จริงแน่มันถึงแล้วมันเป็นมันถึงแล้วมันได้มันเดาเอาไม่ได้ต้องทำให้ได้ได้จนมั่นใจมั่นใจแล้วก็ยังทำอีกคนเจริญๆด้วยไปวุฒิเรื่อยไปคนที่พูดที่คนที่เจริญลำหน้าและล้ำหน้าเรื่อยไปไม่มีการประมาทเพราะฉะนั้นมันไม่สงสัยตัวเองว่าตัวเองจะตกต่ำยังไงเพราะเราเองเราต้องมันมีตัวความเพียรมันมีตัวความพยายามที่ถูกต้องเป็นสัมมาวายามะมันมีความพยายามที่ถูกต้องอยู่ว่าเราต้องทำกุศลเนี่ย เราจะไปประมาททำไมแม่ดีมันก็เสื่อมได้สังขารทั้งหลายเสื่อมไปเป็นธรรมดาเธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทนี่เป็นคำจบปัจฉิมโอวาทพระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้สมเด็จพ่อของผมตัดอย่างนี้ของคุณว่าไงแม้แต่ความดีก็เป็นสังขารเป็นความเป็นความดีนะมันดีที่สุดอะไรจะไปดีเท่านี้ผ่านนิพพานเองนะท่านก็ว่ามันเป็นของที่มันไม่มีพรุ่งนี้มีแต่งแล้วมันมั่นคงแล้วก็ยังไม่ว่าเลยแต่มันก็เป็นตัวความดีเราจะประมาทมันไปทำไมพระพุทธเจ้าท่านไม่สอนให้ประมาทจะเรียกว่ามันเป็นอสังหา สังกัจจายธรรมแล้วก็ตามแต่มันก็ยังมีความดีอื่นเป็นกุศลอื่นในโลกเป็นสมมติที่สัจจะเป็นสัจจะในโลกเรื่องอะไรเราก็จะไปประมาทกรรมมันก็เป็นกรรมที่มีปัญญารู้ดีแล้วก็กรรมก็เป็นกรรมเราอาศัยกรรมกรรมเป็นเครื่องอาศัยทำเป็นปฏิสนธิกรรมเป็นที่พึ่งเป็นเครื่องอาศัยแล้วก็ทวนทำกรรมที่อาศัยไปแล้วก็มันเจริญมันดีในขณะที่เราทำงานนี่ถ้ามีอุปสรรคมันก็ทุกข์ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่เราทำอะไรต่ออะไรอยู่มันมีอะไรมาต่อมาต้านมาอะไรแต่มันก็ลำบากทำไมเราก็จะต้องลำบากเราเป็นคนพิสดารอะไรเป็นคนวิตถารอะไรที่จะต้องไปเออถ้าเป็นเจอแต่ความลำบากนี่แหละมันถึงจะค่อยมีชีวิตชีวาไม่เจอความลำบากซะเลยไม่มีชีวิต หวานไม่จริงไม่มีความลำบากก็ราบรื่นก็ดีก็คล่องเรียบร้อยราบรื่นสันติดีทำงานโดยสันติมันก็ดีกว่าถ้าว่ากันจริงทำงานโดยมีแต่อุปสรรคก็ต้องบอกคุณว่ามันก็มันเหมือนกันน่ะแต่มันมันขนาดเหงื่อหยดเลือดย้อยอะไรเนี่ยถ้ามันไม่มีถ้ามันก็ราบรื่นเรียบร้อยดีมันก็ไปได้ดีไปได้ไกลไปได้เร็วไปได้มากด้วยซ้ำเพราะมันพูดอย่างที่ไม่พลิกแพลงไม่ประหลาดอะไรมันก็ตรงกันกับโรคเขาก็ตรงนั้นเราก็ทำไปเพราะว่าเรามีเวลาเรามีธาตุรู้แล้วก็รู้แล้วก็ทำไปขยันหมั่นเพียรไปสร้างสรรค์ไปอะไรที่เป็นตัวอุปสรรคจะเป็นผู้ที่ คอร์ดถอยจะพยายามจับรู้มันด้วยปัญญามีญาณทัศนะวิเศษมีมโนมยิทธิมีอิทธิวิธีที่จะสามารถรู้และล้มมันได้หรือว่าอยู่กับมันได้ผุดเมหิจิตตังยัสสะนะกรรมปฏิแม้แต่จะผจญประจัญอยู่สัมผัสอยู่สัมพันธ์อยู่เกี่ยวเนื่องด้วยอยู่คลุกคลีอยู่เราก็ปลงวางจิตใจปล่อยได้สบายเป็นคนที่ยังไม่อ่อนแอยังไม่งอแงงอแงอะไรนิดอะไรหน่อยกระทบสิ่งนี้ปู๊ดๆอะไรกระทบหน่อยวิ่งหนีไปคลุกไม่ได้ทนอยู่ไม่ได้นั่นยังเป็นตัวทุกข์แท้ตัวตนอยู่ไม่ได้มาที่นี่ อ้างว้างไปทนไม่ได้วิ่งไปสันติไปสันติโอ้อยู่ไม่ได้สัมผัสแจ๊ะวุ่นวายวิ่งมานี่นั่นเขาเรียกหมาขี้เรื้อนหมาขี้เรือนนอนตรงนี้ประเดี๋ยวก็ 9 คันแต่ไม่รู้ตัวว่าตัวคันอยู่ที่ตัวเชื้อโรคมันอยู่ที่ตัวเปลี่ยนที่นอนอีกเปลี่ยนไปนอนนอนคันอีกแล้วลุกวิ่งหนีไปหาที่นอนใหม่อีกจะไปจะได้คันนี้ที่แท้ต้องขี่เรืออยู่ที่ตัวไม่ดับตัวที่โรคมันยังไม่หายมันอยู่ที่ตัวมันอยู่ที่อื่นเขาเรียกว่าหมาขี้เรือนอะไรนี่อะไรหน่อยก็ต้องสัมผัสไม่ อ่อนแอพรุ่งนี้ยังก็ยังอีกนานถ้าอย่างนั้นน่ะมันต้องสู้มันต้องสัมผัสมันต้องสัมพันธ์มันต้องเรียนรู้เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าศาสนาแต่ละทีกับศาสนาพุทธนี่มันต่างกันตรงนี้จริงๆที่ย้ำนักหนาเลยพวกเรานี่ต้องย้ำเพราะว่ามันเป็นจะขึ้นสู่โลกใหม่ขึ้นสู่ทฤษฎีใหม่ของพระพุทธเจ้ามันจะต้องรู้สำคัญเลยว่าเราจะต้องมีสัมมารามองค์ 8 เราต้องสัมผัสมีสัมผัสเป็นปัจจัยขาดจากสัมผัสเสียแล้วเราจะรู้สึกอะไรได้เรารู้สึกและอยู่เหนือมันไม่วิ่งหนีเมื่อวานนี้อุตส่าห์พูดกับคุณพวงในเรื่องจุดอย่างนี้อยู่เหนือโลกไม่มีโรคเขาไม่รู้เรื่องอ่ะพูดไปสุดท้ายก็บอกว่าเขา [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ไม่หนีหรอกสัมผัสได้อยู่นี่ไม่ต้องวิ่งหนีไปไหนไม่ต้องวิ่งหนีเลยแล้วก็อธิบายยังไงก็ไม่ได้เพราะใช้คำว่าเนี่ยทำงานอยู่เนี่ยอาตมาไม่ได้หนีเลยอาตมาอยู่ช่วยคุณอ๋อช่วยได้ช่วยคนอื่นได้ช่วยชาวโลกเข้าใจว่าโลกุตระอย่างนี้เข้าใจแกบอกจะเข้าใจเออมันก็ดีเหมือนกันแต่ถ้าเกิดว่าแกเป็นปรมัตถ์จิตนี่มันไม่หนีมันไม่มันไม่สะดุ้งสะเทือนนะจิตมันไม่สะดุ้งสะเทือนเป็นปรมัตถ์แล้วมันสัมผัสได้มันมีความแข็งแรงมันมีสมาธิจริงๆมันมีอุเบกขาจริงๆมันมีเณรชายจริงๆมันมีอัปปนาจริงๆมันมีพยัคฆ์ปันนาจริงๆมันมีอภินันท์จริงๆมันแน่นๆมั่นคงตั้ง นิติธรรมมันไม่คลอนแคลนจะเรียกอะไรก็ได้มั่นคงมันไม่เหลาะแหละมันไม่อ่อนแอเพราะเราจะต้องสัมผัสสู้รู้รหัสก็ต้องเกิดสิทธิวิธีเกิดวิธีการที่จะอยู่ที่จะรู้ว่าเอ๊ะทำไมเราต้องวิ่งหนีทำไมเราต้องเป็นหมาขี้เรื้อนทำไมเราสู้ไม่ได้มันเก่งยังไงโลกนี้สัมผัสอย่างนี้เสียงอย่างนี้รูปอย่างนี้รถอย่างนี้เก่งอย่างนี้กิริยาคนอย่างนี้คำว่าปฏิการไม่มีปฏิปทาทำไมบทบาทของมนุษย์อย่างนี้ไม่ว่าปฏิปทาของหรือว่าเป็นชาวบ้านธรรมดาด้วยซ้ำก็ปฏิปทาหรือว่าพฤติกรรมของผู้เป็นมดมีหรือผู้เป็นนักพรตผู้เป็น บุคคลผู้เป็นอริยะขึ้นมาตามขั้นตอนด้วยซ้ำแท้จริงไม่ได้หยาบเท่าไหร่ด้วยสู้คามะปฏิปทากิริยาของชาวโลกโลกหยาบกว่าเราทำไมทนกิริยาหยาบกว่าได้มันซ้อนเพราะเรามีมานะเรายึดถือยิ่งใกล้ๆกันนี่เคียงกันไม่ใช่สมมุติว่ายิ่งเป็นพระอริยเจ้าที่มันศักดิ์ศรีชักจะพอๆกันน่ะมันยิ่งมีซ่อนตัวมานะที่ถือตัวถือแข่งกันมันมีอิจฉามันมีอุปกิเลสจิตสาธิตตัวริษยากันมันเป็นมานะซ้อนมานะแฝงถ้าคนนั้นก็ต่ำกว่าเขาเป็นบุคคลชาวบ้านชาวบ้านก็ไม่ถือสาเขาปล่อยวางใจได้เพราะว่าเห็นเขาเหมือนเด็กๆ ประคบต่ำจริงๆมันรู้ชัดแล้วก็ไม่ถือสาหรอกเหมือนเด็กๆมันก็ไม่ถูกมันอยู่ร่วมได้อยู่ร่วมได้แต่พอเวลาจะชักจะเป็นเสือในถ้ำตัวใหญ่ๆพอกันเหมือนจะแห้งๆมันไม่ยอมทั้งๆที่เขาเป็นมุนีก็เป็นพระอริยเจ้าสูงด้วยกันเราก็สูงเขาก็สูงเอ๊ะแต่ทำไมมันทุกข์ทำไมมันต้องฟัดกันทำไมมันต้องถือสานี่แหละตัวสำคัญเนี่ยตัวผีร้ายที่เราไม่รู้ตัวไม่รู้หน้ามันทำไมไม่เข้าไปช่วยเหลือเฟือควายกันเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าตัดมานะที่ละเอียดได้แล้วเป็นอริยะที่ใหญ่ เขาใหญ่ใครวางได้ก่อนคนนั้นก็ไม่มีทุกข์มันไม่มีของตัวเองนะทำงานร่วมกันได้ยอมกันได้เรารู้ตัวเราเองว่าเออเราเองเราอันนี้ไม่เก่งเท่าเขาอันนั้นเขาเก่งกว่าเราไม่มีมานะเสมอก็รู้เสมอเท่ากับรู้เท่าสูงกว่าก็รู้สูงกว่าต่ำกว่าก็รู้สูงต่ำกว่าเข้าใจเป็นมิจฉาเป็นปัญญาแท้ทีนี้หมดมันก็มารับตรงมานะพวกเราเนี่ยพอชักจะมีวิชาพอชักจะมีความรู้พอชักจะเป็นบุญมีขึ้นมาฉันจะใหญ่ๆหน่อยคนนั้นคนนี้อย่างนู้นอย่างนี้ก็กระทบทนไม่ได้แต่ไปคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านได้ดังกล่าวแล้วไปอยู่กับคนที่ต่ำกว่าได้เพราะมันได้เป็นเอกมีประโยชน์ ต่ำกว่าเราก็ได้เป็นใหญ่สมกิเลสมานะต้องง่ายดีดีอยู่กับคนเขาต่ำกว่าเราแน่ๆก็ได้เป็นผู้สอนได้เป็นผู้ใหญ่มันก็สบายใจไปเลยกิเลสก็ได้อาหารอ้วนขึ้นอ้วนขึ้นแต่พอมาอยู่กับคนที่เขาเก่งกว่าไม่ยอมไม่ยอมไม่ยอมมานะทั้งนั้นน่ะมานะทั้งนั้นไม่ยอมเป็นไปไม่ได้เรามีดีอย่างนู้นเรามีดีอย่างนี้มีขี้หมาเต็มกระบุงมีดีไอ้ตัวขี้หมานี่มันซ่อนแบกเอาไว้นี่แหละมันทำให้เราใหญ่แล้วมันก็ไม่ลดไม่ล้างแล้วมันก็เป็นไปไม่ได้ประสานไม่ได้สมานัตตาไม่ได้สงบไม่ได้วันยิ่งใหญ่มันยิ่งเป็นอย่างนี้ ที่จริงมันไม่ใหญ่จริงเลยถ้าใหญ่จริงแล้วทำไมก็อยู่กับผู้ที่ใหญ่ๆด้วยกันไม่ได้แต่ถ้าแก้ลำวันนี้ไม่ได้ก็แก้ไม่ได้ก็เหมือนสัตว์เดรัจฉานเหมือนเสือเสือที่แน่ๆกูแน่เลยสุดท้ายก็เลยไปเอาสมบัติของเดรัจฉานมาใช้เราจะมาเรียนเป็นมุนีเราจะมาเรียนเป็นนักพรตเราจะมาเรียนเป็นสมณะเราจะมาเรียนเป็นผู้ประเสริฐกลับไปได้ความเป็นเดรัจฉานอย่างนั้นแหละมันต้องเข้าใจละเอียดละอออย่างนี้พิจารณาเห็นง่ายเห็นผมเห็นเชิงอำนาจเกลียดน่ากลัวถ้าวิเคราะห์เอามาได้ว่าเอ๊ทำไมเราจะเป็นผู้ประเสริฐพาไปเอาวิสัยเดรัจฉานมาใช้แล้วก็เลวใหญ่สิ นอนเมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วเราจะเกิดหิริโอตัปปะแล้วอะไรกันเราผิดเราไม่รู้สัจจะแล้วจะอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ไปจนพระจันทร์กับใครใครจะใหญ่ใครจะยิ่งยังไงเอ้าก็ดีสิเขาใหญ่ไปเลยก็ให้เขาใหญ่เดี๋ยวเขาใหญ่จริงเขาก็พานำทำเราก็ไม่ต้องคิดอะไรมากก็ไม่เมื่อยดีนี่ทำงานกันไปรวมกันไปประชุมกันไปตกลงแล้วก็ตกลงกันไปเราจะช่วยคิดบ้างก็ช่วยคิดเราคิดแล้วคนอื่นเขาคิดดีกว่าก็เอาคนอื่นเขาคิดมันปล่อยวางมันปลงวางได้มันก็สบายนะเพราะเราจะต้องรู้ถึงจุดละเอียดละออหมดตัวเราเองเราจะต้องร่วมสุดท้ายมันไม่มีอะไรมันเข้าได้อยู่กับโลกเข้าได้กับหมู่กลุ่มเข้าได้ก็คณะหมู่ พระอริยะอยู่กับหมู่พระอริยะยังอยู่ไม่ได้แล้วก็ไปหาอาหารให้มันเลี้ยงตัวเองคือไปอยู่กับหมู่กลุ่มพวกที่ต่ำกว่าพวกชาวบ้านชาวบ้านก็คนที่ไม่ใช่อริยะเราก็อยู่ในประเทศอันไม่สมควรแล้วเพราะตกต่ำอยู่กับที่สูงกับหมู่ชนสูงหมู่อริยะเราอยู่ไม่ได้เพราะกิเลสของเรามันขับดันผลักไสให้เราตกหลุดออกไปสู่วงนอกต้องไปอยู่กระเด็นออกไปอยู่กับพวกต่ำๆแล้วก็อยู่ได้อยู่ได้แล้วก็สบายใจแล้วก็เลยหาไม่รู้ตัวก็อยู่กับพวกเล็กๆน้อยๆเขาก็อยู่กับพวกชาวบ้านเขาเราก็ได้เป็นใหญ่แล้วก็ เอาอาหารกิเลสใส่ตัวไม่ได้ชำระไม่ได้ล้างมันเป็นอย่างนี้มันพูดได้รู้ตัวก็จะไปพ่ายแพ้กิเลสพวกนี้มันจะต้องฝึกต้องอัดต้องเรียนรู้ทันหมดแล้วเราก็จะได้แข็งแรงจะอยู่ที่ไหนก็ได้จะอยู่กับคนเก่งก็อยู่ได้คนที่เก่งกว่าเราก็รู้เพราะเราจะมีวิชาที่ละเอียดลออชัดเจนหมดเลยเขาเก่งอันนี้เขาเก่งด้านนี้เจโตเราก็มีปัญญาสู้กับปัญญาไม่ได้ก็จะรู้เพราะปัญญามีส่วนที่เป็นเจโตสู้พวกเจโตไม่ได้ก็จะรู้เอออันนั้นเป็นฐานของเขานะภาษาญี่ปุ่นก็จะรู้ว่าพระกัสสปะนี้เป็นมีส่วนที่พักกัสสปะมีแข็งแรงกว่าพระสารีบุตรดีนะเพราะการสปาก็ แข็งแรงเก่งสามารถกว่าเราสู้ไม่ได้อย่างนี้ยกตัวอย่างง่ายๆยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆท่านก็จะยอมรับในความเป็นความมีความเหนือกว่าความแน่แท้แม้มันจะใกล้เคียงกันเราก็จะพยายามรู้อย่างน้อยที่สุดพระอริยเจ้าแล้วจะวางก่อนเออจะไม่ต้องไปเทียบเคียงถ้าใกล้กันแล้วจะให้เขาชนะตัดสินให้เขาไปได้จึงเรียกว่าแพ้เป็นพระชนะเป็นมารพระผู้ที่จะเป็นพระก็ต้องแพ้ก่อนถ้ามันใกล้เคียงกันเรายอมไว้ก่อนเราก็อยากจะไปแข่งปะทะกันถ้ามีคนยอมอย่างนี้ก็เรียกว่ามีพระในโลกมีคนยอมมีก็มีพระในโลกเมื่อมีพระในโลกมีคนยอมอย่างนี้มันก็ไม่ทะเลาะกัน มันก็ไม่ตีกันกูเห็นแม่มึงแย่ที่ไม่ตีกันเพราะมันมีพระน่ะมันหรือไม่ตีกันแต่ถ้ามันไม่มีพระนะมันตัวนี้ไม่ยอมอ้าวหยิบกระบองใส่มือเลยคนละคู่รับรองหัวกันหนวดกันสนุกก็มันไม่ยอมกันซะแล้วเฮ็ดต้องคำว่าพระนี่แหละถึงยอมแพ้เป็นพระชนะเป็นมารตัวนี้ปั๊บเนี่ยมันถึงได้สงบสันติโลกอยู่ได้กี่ร้อยกี่ล้านก็อยู่ได้มีเท่าไหร่ก็อยู่ได้เพราะมันมีตัวนี้จริงๆในจิตมันมียักษ์ใหญ่ก็อย่าไปสิหมดมานะแล้วก็ให้เขาใหญ่ได้ไม่หมดมานะให้เขาใหญ่ไม่ ทนไม่ได้แล้วมันทุกข์เดือดร้อนดิ้นรนแล้วก็กลายเป็นหมาขี้เรื้อนดังกล่าวอยู่ไม่ได้รอหน้าไม่ติดต้องไปแล้วต้องออกตะลอนตะลอนไปโน่นไปนี่ไปแล้วฉันขอไปอายอายถ้าคนไหนรู้ตัวแล้วจะอายรู้ทำไมเราแอบอ่อนแออย่างนี้เพราะอะไรนี่ได้น้อยยิ่งมีเรื่องมีราวจะไปแล้วนั่นคือไม่รู้ตัวเหมือนเด็กๆเนี่ยโกรธแล้วก็วิ่งหนีเหมือนกันในบ้านมีลูกลูกโกรธพ่อโกรธแม่หนีออกจากบ้านไปแล้วพ่อแม่ต้องไปตามมาต้องรอที่นี่ไม่อย่างนั้นหรอกนะพ่อแม่ที่นี้หนีไปเหรอก็ไป ไม่ได้เหมือนอย่างนั้นนะไม่ได้เหมือนโลกเหมือนยังโรคๆนะเขาถือเป็นการต่อรองก็ใช่เพราะว่าพ่อแม่ยังห่วงยังหวงรักลูกแบบลูกโลกต้องไปตามแล้วก็เลยใช้อันนี้เป็นอำนาจต่อรองต้องมาง้อฉันต้องมาง้อฉันสะดิ้งวิ่งหนีออกจากบ้านพ่อแม่ก็เป็นทุกข์เป็นร้อนไปแจ้งความไปตามไปอะไรต่ออะไรลงหนังสือพิมพ์อภัยให้แล้วลูกกลับมาบ้านเถิดแต่อยู่ที่อโศกเนี่ยไม่ได้กินไม่ได้กินไปเลยถ้าจะไปงั้นก็ไปเลยนี่เป็นลูกศิษย์อธิบายให้ฟังลูกเสือเด้งของแบบโล่งๆเรายังมีพฤติกรรมอย่างนี้เหรอนี่เป็นของ ดีเป็นของคำบุคคลเป็นกิเลสของชาวบ้านสะดิ้งหนีอะไรนิดอะไรหน่อยไอ้พวกเราทนไม่ได้แล้วเดี๋ยวจะไปแล้วอึดอัดคับแค้นเหลือเกินแล้วก็ไม่หาทางปลดปล่อยหาวิชาไม่หายอีกที่วิธีไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive