231202-431 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ031.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 2 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเมื่อเราได้ปฏิบัติ มาผู้ที่มีสภาวะธรรมมีได้บรรลุมรรคบรรลุผลไล่เรียงขึ้นมาเรื่อยๆจะเห็นสัจธรรมข้อความที่ว่าพุทธะอันเอาสารัตถะกันว่าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสลืมบอกบานสดชื่นอัตถะ 3 อย่าง 3 ความหมายนี้ได้เคยที่คลายขยายความเพื่อที่จะได้ให้เราได้เข้าใจถึงสภาวะที่ละเอียดชัดเจนแล้วก็จะได้เอามาจับวัดกับตัวเองเทียบเคียงกับตัวเอง เพื่อให้รู้ว่าตัวเองมีหรือไม่หนอเรามีธาตุรู้เรามีธาตุตื่นเรามีธาตุเบิกบานสดชื่นอยู่ในตัวเราหรือไม่หนอจะได้เอามาวัดเอามาเปรียบเทียบจริงๆเมื่อผู้ใดได้ปฏิบัติธรรมได้มรรคได้ผลขึ้นไปจริงแล้วแล้วเข้าที่เข้าทางของพระพุทธเจ้าจนเรียกว่ามีทาสพุทธะคือมีธาตุรู้มีธาตุตื่นมีท่านเบิกบานสดชื่นจริงๆเราจะเป็นคนที่เข้าถึงพุทธหรือมีตัวพุทธและรู้เห็นการเห็นธาตุพุทธนั่นแหละคือการเห็นพระพุทธเจ้าโดยความหมายโดย ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราก็คือผู้ได้เห็นธาตุพุทธะนี้เองแหละคือผู้เห็นพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าไม่ใช่ตัวตนไม่ใช่บุคคลเราเขาพระพุทธเจ้าคือทาสพุทธะผู้ใดได้มีธาตุพุทธผู้นั้นมีมากก็เป็นผู้ที่ได้เห็นพระพุทธเจ้ามากผู้ใดมีน้อยก็เห็นพระพุทธเจ้าน้อยเพราะเงินตรวจสอบตนเองให้ดีถ้าเราได้แล้วเรายังกลายเป็นคนที่ยังงงๆงวยๆยังวิจิกิจฉายังสงสัยยังไม่ชัดไม่แจ้งยังวกๆวนๆฟุ้งซ่านนั่นเรียกว่าเรายังไม่ได้ธาตุพุทธนั้นกระจ่างใส รู้รู้จนไม่สงสัยไม่วนไม่เปลี่ยนไปเวียนมามันนิ่งมันแน่มันหยุดมันสงบมันสถิตเสถียรมันมั่นคงมันยืนยงอยู่ไม่ใช่หรอกไม่ใช่ปุ๊บปั๊บไปมาพบแพทย์ไปอย่างนู้นอย่างนี้ปูๆหวานๆปรับไปเปลี่ยนมาแปรปรวนไม่ใช่ทาสอย่างนั้นเป็นธาตุที่ต่างจากธาตุมั่นคงยั่งยืนสถิตเสถียรหรือว่ายืนยงคงกล้าอาจหาญเป็นสง่าไ

อ่านต่อ

ม่ใช่ว่าเราและและไปรับมาแปรปรวนไปกับกรอกมาอย่างนี้ ชายทานพุทธะหรือไม่ใช่ทานรูปมันยังเป็นภาพสงสัยมันยังเป็นธาตุเรรวนมันยังเป็นทาสลังเลมันยังเป็นธาตุที่ไม่แน่ไม่เที่ยงมันยังเป็นธาตุที่เป็นนิยตยังไม่เสร็จสักทีเห็นก็จะต้องทำความรู้ให้แน่วแน่มั่นคงหยั่งลงตั้งลงอย่างมั่นๆแน่ๆจนไม่สงสัยอีกพ้นวิกฤติอิจฉาจนสถิตอยู่แจ้งชัดมีเป็นแล้วก็ได้อาศัยมันมันรู้ว่าอันนี้เป็นของดีมันรู้ว่าอันนี้เป็นของเจริญมันเมื่อวานนี้เป็นของที่พ้นทุกข์มันรู้ว่าอันนี้เป็นของสบายเมื่อพ้นเมื่อหลุดมาแล้วมันเจริญมันสบายมันเบามันว่างมันพ้นภาระอะไรต่างๆนานาใช้ภาษา ชูเชิดไปได้อีกมากมายนักมันรู้รู้ด้วยธาตุรู้ที่เรามีไม่ใช่รู้เป็นแต่เพียงการคะเนคำนวณรู้แต่เพียงปัญญาตรรกะแต่มันรู้มันเห็นอยู่มีอาศัยอยู่ที่เดียวมันจึงแน่วแน่มั่นคงสถิตเสถียรและไม่ฟุ้งซ่านลังเลอาทิตย์นี้ก็รู้อีกอันนึงก็คือมันรู้ซ้อนลงไปว่าเราเองเรารู้แล้วเราก็สถิตจนกลายเป็นสถิตเกินไปคือว่าแน่จนเป็นนิ่งเกินไปอยู่เกินไปจนหยุดจนจมจนกลายเป็นการตกผลึกหรือกลายเป็นมิตรทางเป็นผีนาง เป็นสภาพตกผลึกเป็นสภาพแข็งตัวถ้าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษก็แปลว่ามันเป็นธาตุ Fossil EMS ถ้าจับแข็งไปเป็นธาตุที่ไม่ไม่ปราดเปรียวคล่องแคล่วว่องไวเหมือนคนมันกลายเป็นหินแข็งกลายเป็นน้ำนิ่งน้ำเน่าที่มันไม่เคลื่อนคลายที่มันไม่ได้สารัตถะมันไม่มีบทบาทมันไม่มีคุณค่ามันไม่มีกระแสสัมผัสมันไม่มีแรงผลิตมันกลายเป็นของตายเน่าอย่างนั้นเรียกว่าผู้ไม่ตื่นเพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามที่จะทำตนให้เป็นผู้ตื่นซึ่งเป็นทาสตื่นการตื่นจึงตรงกันข้ามกับการแช่น้ำ การตกแข็งการไม่กระดิกกระเดี้ยการเฉื่อยชาซึมเศร้าโง่ๆหลบลี้ไม่มีอะไรที่จะมาแสดงบทบาทหรือว่าอยู่กับเขาอย่างผงาดกล้ามีแปรงผลิตมีแรงงานมีความกระปรี้กระเปร่าเบากายเบาใจทำได้คล่องๆมีทั้งพลังในตัวแม่ของๆเรายังมีพลังมากมายมหาศาลมีฝีไม้ลายมือมีประสิทธิภาพไม่เป็นอย่างนั้นจึงเรียกว่าผู้ไม่ตื่นแต่ถ้าเป็นผู้ตื่นนั้นตรงกันข้ามกันจะเป็นคนที่ตื่นเป็นคนที่มีสติไวรู้ฉลาดเฉลียว เปรี้ยวสร้างสรรค์เห็นอยู่รู้อยู่ไม่หลบไม่ลี้ไม่เลี่ยงพระจันทร์อยู่เรียกว่าพูดตื่นไม่ใช่ผู้หลบผู้หลับผู้นี้ผู้หนีไม่ใช่ภาษาต่างๆมาอธิบายหลายคำหลายความมากเพื่อสื่อให้ชัดแจ้งเพื่อสื่อให้ลึกซึ้งคิดว่าจะเข้าใจได้ดีถ้าผู้ใดมีธาตุอื่นที่แท้อันตรงกันข้ามกับธาตุหลับหลบหนีแช่แข็งอะไรต่างๆนาที่กล่าวไปแล้วผู้นั้นก็เป็นพุทธะเป็นทาสพุทธะมีธาตุพุทธที่แท้ตรวจให้จริงอันใดที่เรายังไม่ตรงอะไรที่ยังไม่ชัดเอาให้ตรงเพราะจะมานั่งแช่อิ่มอย่ามานั่งเป็นฤาษีบอกแล้วว่าอย่าง สีนั้นอย่างหนึ่งอย่างผุดนั้นอย่างหนึ่งจากพุทธมณฑลต่างกันตรงไหนเอาให้ชัดมันก็ยังเองยังเป็นผู้ที่ยังแช่แข็งเฉื่อยชาซึมเศร้าดับดีอะไรไปอย่างที่กล่าวแล้วก็จงแก้ไขปรับปรุงอันนั้นเป็นการสงบตายหรือเป็นการสงบเน่าไม่ใช่สงบอย่างศาสนาพุทธมันเป็นการสงบสงัดที่แบบหลบตีนหนีเลี่ยงมันไม่มีประโยชน์คนอย่างนี้พระพุทธเจ้าไม่สร้างพระพุทธเจ้ามีพระปัญญาธิคุณที่เห็นชัดแจ้งถึงความแตกต่างจุดนี้ของศาสนาอื่นที่เขาค้นคว้าและทำได้ศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่ยืนยันตามปัญญาของคุณคุณคิดดูว่ามันจริงไหมว่ามันประเสริฐ ปลาแน่ชัดจึงมีธาตุตื่นดังกล่าวนี้แท้และสุดท้ายทาสเบิกบานสดชื่นหรือทานบุกเบิกบานแจ่มใสอยู่อะไรนี่ก็ตามหากเป็นผ้าที่เห็นได้ชัดเจนเลยแม้ที่สุดมันมีฤทธิ์ออกมาถึงตัวกายมนุษย์พอสัมผัสเราก็เห็นความเบิกบานสดชื่นอยู่ในตัวมนุษย์มนุษย์ผู้มีความเบิกบานสดชื่นเพราะมีธาตุเบิกบานสดชื่นครองชีวิตอยู่จึงเห็นได้ถ้ามีน้อยมันก็มาบังคับหรือว่ามาทำให้เนื้อกายเนื้อตัวราศีรังสรรค์อะไรต่างๆมันไม่ขึ้นมันก็ไม่สดชื่นยิ่งมีกิริยาอาการท่าที หลบๆดีๆไม่อาจหาญแจ่มใสมันก็เป็นสภาพจริงร้อนผู้ใดมีจริงหรือไม่จริงตรวจตัวเองที่ใจเราด้วยถ้าใจเราก็เบิกบานสดชื่นอยู่ไม่หดหู่ห่อเหี่ยวไม่หลบไม่ดีไม่แล้งไม่นายไม่ฟุ้งซ่านไปแล้วก็ไม่ตกผลึกหรือว่าไม่ตกดับดิ่งเน่าเซาซึมหมองหม่นอะไรไม่มีเหตุอึดอัดไม่อัดไม่ขัดข้องอะไรต่างๆก็เรียกว่าเรามีความเบิกบานสดชื่นแจ่มใสอยู่ใจเราตรวจนอกจากตรวจใจและตรวจกิริยาอาการท่าทางท่าทีแม้แต่รูปรูปกายของเราคนบางคนพวก เป็นนักปฏิบัติธรรมแต่เป็นคนมีท่าทีร่างกายหน้าตาเนื้อตัวลีลาเป็นคนที่ไม่เป็นกิริยาเปิดเผยเบิกบานสดชื่นลบๆจะยืนจะนั่งจะนอนจะนั่งก็นั่งหลบๆกลมๆไม่กล้าสู้หน้าสู้ตาใครจะเดินจะเดินก็เดินหลบๆเลี่ยงๆเดินก็ไม่ๆไม่เป็นสภาพที่เรียกว่าอาจหาญทานกล้ามันดูมันหอมๆเหี่ยวๆหลบๆเลี่ยงๆหรูๆๆอะไรอยู่อย่างนั้นแม้จะนั่งตรงก็ตามหน้าตาก็ดูกายการประชุมองค์ประชุมกิริยากายหน้าตาเนื้อตัว แม้แต่ตาหน้าของเราตาเรานี่ก็เป็นตาดีๆหรือไปหรือหรือว่าตาของเราก็เบิกโพลงแจ่มใสเปิดรับอย่างอาจหาญชานกล้าดีๆหลบหลบหลบสายตาไม่กล้าประสานซ่อนบางอย่างงี้มันลักษณะที่เรียกว่ามันลบมันไม่มันอยู่ในสภาพไม่ตื่นอย่างหนึ่งและอีกอย่างหนึ่งมันก็ดูไม่เปิดเผยมันไม่บานเบิกมันไม่สดมันไม่ชื่อน่ะเพราะแม้แต่สีตาสีหน้ากิริยากายกิริยาหน้าตากิริยาของกายที่ส่งไว้มันไม่ดูเบิกบานสดชื่นได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นก็ต้องพยายามเข้าใจด้วยเราปรับปรุงทั้งกาย ให้มันสุจริตคำว่าสุจริตนี่หมายเอาถึงกัลยาณังพร้อมกุศลกุสะลาธัมมากุสะลาธัมมังพร้อมเป็นทั้งกุศลธรรมเป็นทั้งกัลยาณธรรมเป็นทั้งการดูงานพร้อมถูกต้องกับสัดส่วนสมมุติโลกเขาก็เข้าใจดีและเราเองเราก็เป็นผู้ที่ทำได้ถูกความดีที่จริงเลยว่ากุสลาทำหรือความฉลาดที่ฉลาดถึงที่รู้ในอายตนะทั้ง 6 เรียกว่าฉลาดคือฉลาดถึงที่รู้อายตนะทั้ง 6 ปรับปรุงอายตนะทั้ง 6 ของเราให้ถูกต้องลงส่วนของมันที่แท้จริงเราก็จะได้ปรับปรุงทั้งกายก็เป็นผู้เบิกบานสดชื่น พูดก็เป็นคำพูดเบิกบานสดชื่นวาจาเบิกบานสดชื่นไม่ใช่วาจางองๆเหงาๆอะไรหรือว่าแรงไปไม่ใช่สดแต่มันสาดเลยวาจาสาดซ่าแรงกล้าเกินการก็ต้องดูต้องพยายามปรับปรุงให้มันดูพอสมเหมาะสมควรสดชื่นเบิกบานร่าเริงอาจหาญชานกล้าอยู่อย่างได้สัตว์ได้ส่วนคราวนี้เป็นภาษานำให้พวกคุณได้เข้าใจสภาวะธรรมเพื่อจะได้ตรวจสอบตนเองทั้งภายนอกและภายในทั้งความประชุมหยาบและความประชุมละเอียดเราจะได้รู้แม้แต่ใช้คำว่าธาตุรู้ธาตุอื่น ธาตุเบิกบานสดชื่นทานแล้วเราก็จะทำให้มันถูกตรงเรายิ่งมีปัญญาอันแยบคายมีจิตอันแยบคายละเอียดระลึกรู้กายภายนอกคือความประชุมภายนอกระลึกรู้กายภายในความประชุมภายในขั้นรูปเป็นรูปเป็นจิตขันอุณหภูมิขั้นต่ำขั้นจิตขั้นการกระทำทั้งหลายแหล่ท่านจิตของเราขั้นอุณหภูมิและแม้ที่สุดเราเข้าใจถึงขั้นพ้นหรือขั้นวิบากรู้ในวิบากที่เป็นกำลังเผชิญอยู่ผลขณะนี้เราได้รับผลอย่างนี้เป็นอย่างนี้เป็นสุขหรือไม่เป็นสุขสบายหรือไม่สบายเจริญหรือไม่เจริญงามหรือไม่งามเรารู้ทุกสภาพ สภาพที่ปลากัดหรือสภาพของผลที่เสวยอยู่ตลอดเวลาเราก็จะรู้ว่าเราเสวยอะไรเสวยวิบากอย่างไรเป็นกุศลและวิบากหรืออกุศลวิบากเราจะรู้ซึ้งไปจนถึงที่สุดแห่งวิบากและเราก็ใช้แล้วก็เข้าใจตามวิบากทั้งนั้นมันมีส่วนเกี่ยวข้องมาแต่กรรมผู้ที่เข้าใจดังกล่าวนี้ก็ให้พึงประพฤติตรวจสอบแล้วก็ปรับปรุงตนเข้าไปในรูปของพุทธทรงไว้ซึ่งธาตุรู้ธาตุอื่นธาตุเบิกบานสดชื่นให้มากเป็นตัวเป็นตนเป็นสภาพที่แท้จริงขึ้นเราจึง ชื่อว่าเป็นพุทธะและเราก็จะยืนยันว่าเราเห็นพุทธเราเห็นพระพุทธเจ้าเพราะเราถึงทำเราเห็นธรรมและเราทรงไว้ซึ่งทำ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน