230820-426 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 20 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์และนำพิจารณาปัจจเวกปัจจัยที่ประดิษฐานปฐมภูมิและระบบการปฏิบัติธรรมที่เราได้พยายามแนะนำกันให้ปฏิบัติดังนี้มีทฤษฎีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ทฤษฎีหนึ่งที่เรียกว่าอัปปนาสมาธิไม่ผิดเป็นการปฏิบัติธรรมที่ไม่ผิดทีนี้ผู้ใดได้ปฏิบัติธรรมด้วยหลักการสำคัญเรียกว่าผู้นั้นปฏิบัติธรรมอยู่ปฏิบัติธรรม เจ้าอยู่มันเป็นข้อที่น่าสังเกตอย่างมากทีเดียวว่าทำไมท่านถึงย่ำยืนยันว่าเอาปันนะกระทำเป็นธรรมะที่ปฏิบัติไม่ผิดที่มันเป็นข้อที่น่าสังเกตก็จะขยายให้ฟังว่าเพราะสมัยพระพุทธเจ้าก็ดีการปฏิบัติธรรมนั้นมันปฏิบัติธรรมนอกรีตนอกทางปฏิบัติไปไปนั่งหลับหูหลับตาไปนั่งเล่นอะไรก็ได้ทรมานคงทรมานกายอะไรถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรมไปนั่งหลับหูหลับตาไปนั่งเล่นทรมานตนแบบโน้นแบบนี้มีอาจารย์ฤาษีเดียรถีย์มากมายพากันทำเพราะหลักการต่างๆเหล่านั้นพระพุทธเจ้าท่านเห็นแล้วว่ามันนอกรีตนอกเรื่องท่านจึงยืน หลับลงไปว่าวรรณกรรมการปฏิบัติธรรมนั้นต้องปฏิบัติอยู่ในหลัก 3 ประการนี้ถ้ามีการปฏิบัติประพฤติอยู่ใน 3 ประการนี้แล้วถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรมอยู่ในขอบเขตของพุทธเป็นได้ผู้นั้นได้ถือว่าได้ปฏิบัติธรรมของพุทธหลักธรรม 3 ประการนั้นก็คือ 1 สำรวจอินทรีย์ทั้ง 6 เราได้พยายามสอดส่องดูตาหูจมูกลิ้นกายใจได้กำหนดรู้ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสสัมผัสนอกสัมผัสในของเราแล้วก็ประมาณควบคุมดูแลสิ่งเหล่านี้อยู่จะเป็นการปฏิบัติสติปัฏฐานโดยตรงเพราะว่าอินทรีย์ 6 นี่เป็นการปฏิบัติสติปัฏฐานโดยตรงมีหลักข้อที่ 1 ถ้าใครได้ปฏิบัติโดยสมบูรณ์รู้ในรูป ได้กลิ่นด้วยเสียงนี้สัมผัสกายสัมผัสใจอะไรไม่อยู่แล้วเราก็จะได้ถือว่าได้ปฏิบัติธรรมตามระบบตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าแล้วยิ่งครบทั้ง 3 ข้อข้อที่ 2 พ.ศ 25 ไม่กินเล่นกินหัวของใช้ก็ได

อ่านต่อ

้ลดลงมาได้ประพฤติไปอบรมจะจัดแจงลงมาเรื่อยๆเพราะฉะนั้นยึดตานี่ก็มีความหมายกว้างขวางเพราะเราได้ปฏิบัติโดยการประพฤติ ข้อ 2 เกียรติจีนหรือว่าได้มัธยัสถ์ได้ทำเข้าหาแก่นสารในเรื่องเครื่องกินเครื่องใช้เครื่องประกอบในชีวิตหลักนี้ก็เป็นหลักสำคัญอีกหลังหนึ่งเมื่อมีการประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างนี้อยู่ในชีวิตก็เราเป็นผู้ที่ยืนยันได้ว่าเราปฏิบัติไม่ผิดปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาพุทธของศาสนาองค์นี้นี่เป็นข้อ 2 ข้อที่ 3 ได้ปฏิบัติชาญาหรือโยคะคือการบำเพ็ญให้เกิดสติสัมปชัญญะเป็นผู้ที่ตื่นอยู่เบิกบานอยู่แต่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นอยู่ไม่ใช่เป็นผู้ยิ่งนั่งหลับนั่งดีนั่งดับลงไปยิ่งหลับยิ่งดีซึ่งตรงกันข้ามในสมัยพระพุทธเจ้ามีมากพวกฤาษีที่ปฏิบัตินั่ง เกาหลีนั่งสติซะเถอะไม่มีสตางค์อะไรแล้วจบพะวงภวังค์ไปนะเป็นการปฏิบัติที่ออกนอกรีดนอกทางไปปฏิบัติที่เลอะเทอะหลัก 3 ข้อนี้จึงสำคัญมากถ้าใครมีการประพฤติปฏิบัติอยู่ครบหลัก 3 ข้อนี้ยืนยันได้ว่านี่เป็นการปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ผิดเป็นการปฏิบัติธรรมที่ไม่ผิดไม่ออกนอกลู่นอกทางไม่ออกนอกทฤษฎีอยู่ในมรรคอริยมรรคองค์ 8 ถ้าอธิบายกระจายความจากหลักธรรม 3 ข้อนี้ก็จะมีอริยมรรคองค์ 8 อยู่ในนี้เสร็จสร้างสมาธิสร้างสัมมาทิฏฐิให้เข้าใจให้ดีแล้วก็ทำอะไรอยู่ในนี้พร้อมสร้างเป็นการปฏิบัติถูกไม่ใช่ปฏิบัติผิดเพราะงั้น ไม่เข้าใจสักครั้งที่แนะนำให้ฟังนี้ให้รู้ให้ดีเข้าใจให้ถูกต้องแล้วเราก็ปฏิบัติไปเราจะเห็นว่าเราได้รถละกิเลสกามตัณหาคนดีภวตัณหาก็ดีแม้ในทางที่ยาวนะโยคะเนี่ยเป็นการเรียนรู้ถึงภวตัณหาเป็นการเรียนรู้ซึ่งพบซึ่งฉากลงไปมีสติสัมปชัญญะให้รู้ในภวังค์ตกดินตกดีตกกลับตกเป็นเรื่องของในจิตในใจจริงๆจังๆเราจะได้เป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะเป็นผู้ตื่นเป็นผู้รู้เป็นผู้ละเอียดละออรู้รอบรู้ลึกรู้ซึ้งลงไปอีกในสภาพของรูปเป็นรูปพระจิตหรือเป็นเรื่องของความสุขคุ้มกันนี่ของธรรมะปรมัตถธรรมนี่เป็นความหมายง่ายๆที่ชี้แนะให้ เป็นข้อสังเกตแล้วก็ได้รู้ว่าตนได้ปฏิบัติธรรมอยู่หรือไม่ไม่ว่าชั้นต้นชั้นกลางหรือชั้นสูงสุดถ้าชั้นสูงก็จะเข้ามาหาข้อที่ 3 แม้การสำรวจอินทรีย์ก็จะเข้ามาหาอินทรีย์ข้อที่ 6 เข้ามาหาภพของจิตหรือในภายในมีแต่ระบบนี้เป็นว่าเป็นเป็นขั้นตอนการปฏิบัติธรรมนี้เรารู้รายละเอียดรู้ทฤษฎีดูหลักการแล้วก็ได้มีองค์ประพฤติปฏิบัติอยู่ถูกต้องอยู่แล้วแล้วเราก็จะมั่นใจในการปฏิบัติธรรมที่ว่าเราไม่ได้ออกนอกข้อสอบไม่ได้ออกนอกข้อปฏิบัติขอบคุณและเราปฏิบัติไปก็จะได้สังเกตอ่านรู้เองเป็นปัจจัตตังว่าเราได้รถแต่ละจริงไหมไม่เบาได้ง่ายได้ทรง ได้มองได้ง่ายได้สบายแล้วก็เราเองเราได้เป็นผู้ที่รู้หน้าตาของวิมุตหน้าตาของนิพพานหน้าตาของความลดความจางคลายความดับสนิทเรารู้ประวัติจริงหรือไม่รู้จิตรู้กิเลสถ้าเรารู้แล้วเราก็จะได้มั่นใจในมรรคมีผลหรือมั่นใจในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ว่าหลุดเป็นอย่างนี้พาเราไปสู่ความเจริญเป็นอย่างนี้เราได้แน่นอนเราก็จะได้เป็นตัวอย่างยิ่งมากขึ้นมากขึ้นก็ยิ่งจะเป็นหลักการที่เรามั่นใจยิ่งขึ้นเกิดศรัทธาเลื่อมใสและเราก็จะได้มีวิริยะอุตสาหะพากเพียรให้ได้ยิ่งๆขึ้นไปจนถึงที่สุดแห่งทิศทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพาเป็นพาไปได้จนถึงขั้นชื่อว่าอรหันต์ได้ [ไม่สามารถถอดข้อความได้]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน