สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน เตวิชโช จุตูปปาตญาณ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน เตวิชโช จุตูปปาตญาณ จุตูปปาตญาณ [๑๓๗] ภิกษุนั้นเมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลสอ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อรู้จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย เธอเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วง จักษุของมนุษย์ (ถ้าเจริญด้วยสุจริตโลกีย์ก็หลงสุขมันก็ย่ิงช้า ถ้าโง่หลงทุจริตก็บาปซ้อน แม้หลงโลกียะสุจริตก็หลง ต้องอยากได้ ไม่ได้ก็ทุกข์ เช่นสวรรค์โลกียสุจริต คุณตายไปก็ไม่มีทวารนอก แต่ตายไปไม่รู้ว่าเราไม่มีทวารนอกไว้เสพ แต่ก็อยากได้ในจิต แต่องค์ประกอบสังขารไม่มีแล้วก็ต้องไปเนรมิตสร้างเอาที่เป็นของไม่ง่าย เหมือนคุณนั่งหลับตาสมาธิ ปั้นภพก็ทำไม่ง่ายนะ แต่คนที่เคยนั่งสมาธิ ตายไปก็หลงสวรรค์ที่เขาปั้นก็จมอยู่ในนั้น จะเสียเวลานานมาก มันขึ้นสูงมันก็ตกลึก กว่าจะขึ้นใหม่ก็ต้องสะสมใหม่อีก คุณยิ่งไปสร้างอย่างที่คุณติดใจมากแล้วก็ดิ้นตกไปลึกก็ยิ่งต้องการสร้างให้ได้อย่างที่ต้องเคยได้ก็จะร้อนใจใจเร็วไม่ได้ดั่งใจจะประดังไม่ได้ยกใหญ่ อาการของจิตที่ดิ้นรนแส่หานี้จะแรงไม่รู้ว่าอาการดิ้นนี้มันร้อนทุรนทุรายอยากได้ ถ้าคุณเคยอยากยาเสพติดก็ทุรนทุราย ใครเคยปวดใจไม่ได้ดังใจ พลาดหวังในเรื่องใดๆ ไม่ได้แล้วปวดใจจนฆ่าตัวตาย ที่ปวดใจเจ็บใจคือของปลอมที่เขาไม่รู้แล้วดิ้นรนแส่หา ทรมานทรกรรมปวดเจ็บคือจิตเป็นจริงเป็นนรกด้วยอวิชชา พอเข้าใจตามไหม จริงๆอาการเจ็บปวดใจไม่มีหรอก คุณทำเองในภพเอง ทำแล้วใครจะมาสะกิดคุณออกมาได้ นานมาก น่ากลัว นรกนี่นานมากเพราะอวิชชา ที่บอกว่าผิวพรรณดีผิวพรรณทรามฟังแล้วไม่น่ากลัวแต่ที่จริงน่ากลังมากสวรรค์เก๊ นรกจริง เกิ
อ่านต่อ
ดที่จิต สวรรค์นั้นเก๊เร็วแต่นรกทรมานนาน สวรรค์ทำไมมันเร็วจริง ได้ดีตกยากคือสคติกับทุคติ คือสวรรค์กับนรก แต่เขาแปลว่าได้ดีตกยากมันไม่น่ากลัวเลย
ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมว่า สัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระอริยเจ้าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริตไม่ติเตียนพระอริยเจ้า (เอามาใส่ให้รู้ว่าติเตียนพระอาริยเจ้าเป็นบาปหนักนะ คนไม่รู้ก็ไม่เข้าใจ การที่คุณมองพระอาริยะผิด แล้วคุณจะได้อะไร เพราะถ้าติคนธรรมดาไม่อะไรจากคนธรรมดาก็ไม่กระไร แต่การไปติพระอาริยะที่คุณควรได้สิ่งดีนั้นคุณก็จะไม่ได้สิ่งดี มันจะไปอีกกี่ตลบ เมืองไทยมีสัจธรรมพุทธตั้งแต่เกิดประเทศไทย ตอนนี้มันเสื่อมจนพระอาริยเจ้ามาเกิดก็รวมหัวจะเอาพระอาริยะตาย รวมหัวกันทั้งธรรมยุติและมหานิยายที่ผิดธรรมวินัย ร่วมกันทำสังฆกรรมอัปเปหิอาตมาออกจากสงฆ์ออกจากพุทธ แล้วประกาศว่าสำเร็จ ที่จริงโมฆะทั้งนั้น เป็นความเสื่อมของพุทธรรมไกลลิบ มาถึงวันนี้ก็เลยเห็นอย่างนี้จะยกใครมาเป็นสังฆราช คือมันไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วถล่มมากแล้วหมดปัญญาถล่มแล้ว ใช้ศัพท์ว่าแก่เกินแกง น่าสลดใจไทยเมืองพุทธจริงๆ (ผู้ใดไม่ติเตียนอาตมาแต่ไม่เคารพเขาก็จะได้สวรรค์เก๊เท่าที่เขาเข้าใจแต่ถ้าเขารู้ว่าคือส่ิงไม่สามัญ อาจแอบเอาหรือมาเอาจริงเลยก็ได้ หรือมีอัตตาก็ไม่กล้าก็แอบเอาก็ไม่ว่าจะได้แก่ตัวเอง แต่ถ้ากล้ามาแสดงตัวมาเอาเต็มใจก็เป็นไปตามธรรม ผู้ที่แม้ไม่ติเตียนแต่ไม่มาเอาวางเฉยก็ไม่ได้แต่ถ้าไม่ติเตียนแต่แอบเอา คล้ายกับคนธรรพ์ อาตมาก็ไม่ว่า เพราะไม่เอากามโลกีย์แบบคนธรรพ์แต่แอบมาเอาส่ิงดีขอให้จริงใจเจริญได้))เป็นสัมมาทิฏฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจสัมมาทิฏฐิ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดังนี้ เธอย่อมเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติเลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรม ด้วยประการฉะนี้ เปรียบเหมือนปราสาทตั้งอยู่ ณ ทาง ๓ แพร่งท่ามกลางพระนคร บุรุษผู้มีจักษุยืนอยู่บนปราสาทนั้น(เป็นปัญญาปาสาโท เป็น Bird eyes views จะพึงเห็นหมู่ชนกำลังเข้าไปสู่เรือนบ้าง กำลังออกจากเรือนบ้าง กำลังสัญจรเป็นแถวอยู่ในถนนบ้าง นั่งอยู่ที่ทาง ๓ แพร่งท่ามกลางพระนครบ้าง เขาจะพึงรู้ว่า คนเหล่านี้เข้าไปสู่เรือน เหล่านี้ออกจากเรือนเหล่านี้สัญจรเป็นแถวอยู่ในถนน เหล่านี้นั่งอยู่ที่ทาง ๓ แพร่งท่ามกลางพระนคร ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแล เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงานตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อรู้จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย เธอเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดีตกยากด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมว่าสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นมิจฉาทิฏฐิยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงอบายทุคติ วินิบาต นรกส่วนสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไม่ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นสัมมาทิฏฐิ ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจสัมมาทิฏฐิ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดังนี้เธอย่อมเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติเลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ ผู้เป็นไปตามกรรม ด้วยประการฉะนี้ ดูกรมหาบพิตร นี้แหละสามัญผลที่เห็นประจักษ์ ทั้งดียิ่งกว่า ทั้งประณีตกว่าสามัญผลที่เห็นประจักษ์ข้อก่อนๆ. (เป็นตาทิพย์ที่ไม่ใช่เห็นเป็นรูปร่างตัวตนที่แบบเดรัจฉานวิชชาแต่คือการเห็นจิตวิญญาณมนุษย์ที่เป็นโลกียะแล้วพัฒนาเป็นโลกุตระ แต่อย่างอาตมาที่วิจารณ์ภูมิธรรมของคนอื่นบ้าง เช่นกัลยาณธรรมก็บอก หลงผิดก็บอก จะว่าไม่รู้ของคนอื่นก็พอรู้ แต่ชาตินี้อาตมาไม่มีเวลาไปค้นคว้าไปคบหา อย่างท่านเพาะพุทธแต่ท่านก็ได้ตามของท่าน อาตมารู้จักคนน้อย ก็ดูตามที่มีข้อมูลว่าอย่างไหนปลอม อย่างไหนโลกุตระก็บอกไปบ้างตามสมควร ไม่ได้บอกกันมากมายเพราะผิดพลาดไปไม่ดี โดยเฉพาะทางโลกเขานับถือกัน อาตมาก็พูดตามเหมาะควร แต่ถ้าจะให้พูดถล่มก็ได้มากมายเลยแต่พูดเพื่อให้เข้าใจที่ต้องพูดพาดพิงบ้างก็คือให้เข้าตรวจสอบ เพราะมันทำให้มนุษยชาติแย่อาตมาไม่ได้หรือริสยาหรอกเหมือนอุจจาระที่ออกไปแล้วไม่อยากได้กลับมาหรอก พูดไปแล้วคนก็อาจบอกว่าพูดเลอะ เช่นคนที่เชื่อถือธัมมชโย ธัมมชโยพูดไปอย่างไรเขาก็เชื่อถือ อย่าตามมาก็ยิ่งเห็นว่ามันเลอะเทอะมากไปใหญ่ท้วงไปอย่างไรก็ไม่เคยเข้าใจไม่เคยแก้ไข ก็ไม่มีทางอื่นก็ต้องท้วงไป สำหรับผู้ที่ศรัทธาก็จะยิ่งเข้าใจ ยิ่งเอาพระไตรปิฎกมาอ่านให้ฟังแล้วอธิบายก็ยิ่งจะเข้าใจซาบซึ้ง แม่ผู้ไม่เคยได้อ่านฟังตามก็จะเข้าใจได้ พรุ่งนี้มาฟังต่อ อาตมาจะพยายามพูดให้ดีที่สุด จบ 590111_พุทธศาสนาตามภูมิ สามัญผลสูตร ตอน ๗