231228-2-274 ทางเอกภาค2-ตอน274(หน้า521)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท055.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์167 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่าเรามาเรียนต่อเราได้กำลังกำลังเริ่มย่างเข้าไปรู้สันตะวิหารหรือสภาพของฌานที่อาศัยเราจะต้องเป็นผู้มีชาญเป็นสุขเราจะต้องเป็นผู้ที่จนพบความสุขและสมณะนี้จะมีสุข สุขของสมณะคือชาญอันนี้เป็นหลักการหรือเป็นทฤษฎีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราจะมีสุขเสมอเพราะเรามีฌานเสมอเรามีสุขอยู่ตราบใดเรามีทานอยู่ตราบนั้นพระพุทธเจ้าท่านยืนยันให้เราไว้แล้วชัดเจนอายุของสมณะคืออิทธิบาทเห็นที่บาปเห็นอิทธิบาทอยู่ตราบใดก็เห็นสมรรถนะมีอายุยืนปราบนั้นคือยังไม่ตายยังไม่ใช่ของเน่าของเสียเป็นสัญลักษณ์ของสมรรถนะอิทธิบาทเป็นสัญลักษณ์ของสมรรถนะมี พระมีวิริยะจิตตะวิมังสามีความยินดีได้ยินร้ายมีความเพียรมีความขยันมีกะจิตกะใจมีน้ำใจและมีความเอาใจใส่ดูใจตัวจิตนี่ก็หมายเอาใจใส่แล้วก็ขอแถมด้วยว่ามีน้ำใจมีน้ำใจนี่มันต่อมาจากเพียรขยันคนไม่เพี้ยนคนไม่ขยันคนช่วยเนยคนเฉยเมยไม่ไม่มีน้ำใจหรอกแต่ถ้าคนเพี้ยนคนขยันแต่คนมีจิตใจเอาใจใส่อะไรอะไรอยู่เสมอมีความยินดีรวมกันแล้วเนี่ยมีฉันพระวิริยะจิตตะเนี่ยจะเป็นคนมีน้ำใจเป็นคนมีแก่จิตกระจาย ไม่ใช่คนกระด้างไม่ใช่คนดูดายไม่ใช่คนเฉยเมยไม่ใช่คนเฉื่อยคนเฉยคนไร้สำนึกอะไรไม่ใช่เป็นคนที่จะรู้สึกแววไวกระปรี้กระเปร่าคล่องแคล่วสุภาพเรียบร้อยอ่อนโยนปฏิสันถารช่วยเหลือเกื้อกูลเอื้อเฟื้อนั่นเป็นบทบาทของมนุษยสัมพันธ์อันงามทุกข์แห่งมีมนุษย์อยู่กลุ่มไหนเขาก็ต้องการสิ่งนี้ต้องการสภาพอันนี้เรามาเรียนนี่เรามาเรียนเอาสิ่งดีเรามาฝึกฝนเอาความดีของมนุษย์และเราก็จะเป็นให้ได้ที่เป็นได้เพราะเราต้องรู้ 1 และเราก็ต้องฝึกด้วย 2 อ่ารู้เราจะต้องแยกออก รู้แล้วมันถูกต้องไม่ถูกต้องหรือว่ามันดีหรือไม่ดีมาพิสูจน์แล้วอาจจะไม่ดีก็ได้พิสูจ

อ่านต่อ

น์แล้วดีถ้าพิสูจน์แล้วดีเราเห็นจริงเราทำได้ด้วยเราก็อาศัยหรือว่ายึดถือเราเรียกว่ายึดถือก็ได้เขาเรียกว่าเราเป็นเราเป็นสิ่งนั้นเสียเป็นปกติเป็นธรรมดาธรรมดาก็แปลว่าทรงไว้การทรงไว้ซึ่งสิ่งนั้นธรรมดาภาษาบาลีวัดธรรมกายมาเป็นไทยๆเราเรียกว่าธรรมดามันก็เป็นอยู่อย่างนั้นแหละธรรมดาทรงอยู่เหมือนกันมันก็ทรงอยู่อย่างนั้นมันก็เคยมีอย่างนั้นมันก็มันก็เห็นอยู่อย่างนั้นมันก็เป็นอยู่อย่างนั้นมันก็มีอย่างนั้นในวันธรรมดาเราจะพูดว่าถึงขั้นเราเป็น มันนัดแล้วเราก็มีสิ่งที่กล่าวนี้อยู่เมื่อรู้เราเป็นผู้ที่มีอายุจะเห็นและสัมผัสคนนี้ไม่ใช่คนตายคนนี้ไม่ใช่คนนอกนี้ไม่ใช่สมณะนอกพุทธสมณะในพุทธมีคุณลักษณะอย่างนี้มีสัญลักษณ์อย่างนี้ยังมีอายุอยู่ก็มีฉันทะมีวิริยะมีจิตตะและมีวิมังสามีการพัฒนาไม่ใช่ด้อยพัฒนาแล้วก็ไม่ใช่พัฒนาเกินเหตุเกินการไม่ใช่พัฒนาเฟอร์ไม่ใช่พัฒนาเฟื่องไม่ใช่ไม่ใช่พัฒนาเฟอร์ไม่ใช่พัฒนาเฟืองพัฒนาไปตามกาลเทศะฐานะสมเหมาะสมควรค่อยๆก้าวไปค่อยๆเดินไปไม่ใช่ค่อยเราก็ เป็นยางเรียบร้อยไปซะอย่างไม่ลุกลี้ลุกลนละเนี่ยช้าไปแต่ก็ไม่เร็วไปถึงเรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทาของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้านี่ดูไม่ผ่านไม่ผ่านไม่ทำลายไม่รุกรี้รุกรนอะไรเกินการไปอย่างสมควรไปอย่างสมดุลไปอย่างพอเหมาะพอดีมีอายุเรามีจริงๆเมื่อเราถึงเมื่อเราเป็นเราจะมีสิ่งนี้สิ่งนี้เห็นพวกเรากำลังฝึกตนกำลังศึกษากำลังทำความเข้าใจแน่ใจไม่ลังเลไม่สงสัยแล้วก็พยายามฆ่าไอ้สิ่งที่มันเป็นตัวพาให้ตกต่ำคืนนี้บอลเรากำลังฆ่ากัน พาไปฆ่าอื่นก็บอกแล้วนิวรณ์เป็นอาหารของอวิชชาไม่มีอื่นหรอกมันมีรายละเอียดเท่านั้นเองมันมีอย่างกลางละเอียดมันมีตัวแล้วก็แตกออกไปก็ไม่รู้เท่าไหร่หยาบกลางละเอียดแล้วเราก็ไปเรียกชื่ออะไรต่างๆนานาชื่อกิเลสอุปกิเลสชื่ออะไรก็ได้ต้นข้าวพ่อแม่ยายมันก็อยู่ที่อย่างนี้อย่างนี้โลภะโทสะโมหะเป็นต้นหรือวันนี้บอล 5 อันนี้เป็นต้นจากเขาใหญ่ๆมันก็มีอย่างนี้ลักษณะมันเราจะมาฆ่ามันเมื่อเราฆ่ามันได้หมดเรารู้หลักการเรารู้ความเป็นจริงเป็นแล้วมันเป็นเลยมันมาเป็นสมณะแล้วมันจะเป็นคนที่มีความยินดีไม่ยินร้ายเห็นคนยินดีเป็นยังไงคนที่หน้าตายินดีกับคนที่หน้าตา คนหน้าตายินดีและเราเห็นแล้วเราอยากเข้าใกล้คนหน้าตายินร้ายเห็นสัมผัสแล้วเราไม่อยากเข้าใกล้จริงๆเพราะงั้นถ้าพูดได้ปฏิบัติอานาปานสติก็ต้องรู้ตัวว่าตัวเองขณะนี้นั่งอยู่เนี่ยเผลอๆเผลอตัวนั้นมันเคยตัวหน้าตาเรานี่ส่วนมากเป็นหน้าตายินร้ายเราก็จะต้องปฏิบัติตามนั้นปานสติรู้ตัวเห็นหน้าเราไม่ต้องส่องกระจกหรอกทำความระลึกรู้ทำความรู้สึกรู้ตัวเองในขณะนี้หน้าตาเราเป็นอย่างไรแม้ตอนนี้หน้าตาเรากำลังไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันมันหมดๆนะมันไม่ผ่องมันไม่เบิกบาน ไม่บูดเป็นยังไงไอ้นี่มันเรื่องความรู้สึกสามัญใครก็ต้องรู้ตัวไม่ว่าเราจะหน้าดำหน้าขาวแล้วจะผิวดำผิวขาวเราจะปากเบี้ยวหน่อยเราจะจมูกบี้หน่อยจะตายพองอะไรก็ตามใจเธอมันมันไม่มีปัญหาอะไรหรอกมันประกอบกันแล้วเราจะรู้ว่าน่าเบิกบานหรือว่าหน้าแจ่มใสหรือว่าหน้ายินดีมันเป็นอย่างไรความรู้สึกสามัญของคนเรามันรู้แล้วเราก็พยายามให้รู้สึกตัวทั่วพร้อมมีการมีวจีเมื่อมีความรู้สึกเราก็จะรู้สึกว่าเราเป็นคนมีชีวิตมีชีวิตแรกคือมีความยินดีหน้าตายินดีเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้ผู้ตื่นอยู่ไม่ใช่เป็นผู้ที่โศก เป็นผู้ที่สอบอยู่แล้วก็ไม่ใช่ไปพูดที่ปริเทวะอาการเป็นผู้ที่วิลัยอีลองตองแต่งเกี่ยวกับอะไรอยู่ไม่ใช่เป็นคนอิสระไม่ใช่คนโสดคนเศร้าเป็นคนอิสระไม่มีแฟรี่เทลอากาศไม่ใช่คนขี้ทุกข์สัมผัสเข้าแล้วไม่ใช่คนขี้ทุกข์เป็นคนอิสระเสรีนะแม้จะทำงานยุ่งอยู่แม้จะเกี่ยวข้องติดพันกับสิ่งที่มันกำลังเป็นบทกรนไก่บดการงานบทระบบอะไรอยู่ก็แล้วแต่เห็นขยันอยู่ที่เดียวก็อิสระไม่เป็นคนกำหนด วิธีไล่จุดๆยั่วๆอะไรไม่ใช่เป็นคนที่แคล่วคล่องว่องไวเป็นคนที่ปราดเปรียวมีอันสำเร็จอยู่ในตัวเป็นไปดิบดีในตัวคล่องแคล่วไม่นี่มันลักษณะต่อไปลักษณะที่อธิบายแทรกซ้อนลงไปให้ฟังละเอียดแล้วก็ซ้ำซากแปลว่ามันก็มีนัยยะที่เสริมพิสดารอะไรต่ออะไรขึ้นไปให้เห็นชัดเจนเอาทฤษฎีนั้นเอาหมวดนั้นหมวดนี้เข้ามาขยายกันให้คุณดูคุณฟังคุณก็สังเกตและก็ทำความเข้าใจแล้วก็ทำความรู้ตนปรับตนปรุงตนเสมอนั่นแหละเราปฏิบัติธรรมจะเป็นคนที่ไม่มีทุกข์ไม่มี โทมนัสโทมนัสกับอุปาทานของนายๆของในใจของเราในใจของเราวันตรวจสอบนี่ออกมาเห็นนอกได้นะตัวปริเทวะออกมาเห็นนอกได้นะตัวทุกข์ก็ต้องออกมาเห็นนอกตายเป็นตัวกลางของความสำคัญที่เราจะบำบัดหรือว่าจะปราบปรามหรือว่าจะทำให้ตายก็ทุกข์จนท้องมันนั่นมันไม้ถึงใจเราปูไปรยาก็หมายถึงใจเรามันเป็นตัวละเอียดอยู่ในใจของเราข้างนอกเราอาจจะผ่องแผ้วแต่เรายังมีโทรมานัดอยู่บ้างน้อยใจอยู่นิดหน่อยแหล่งจ่ายอยู่นิดนึงไม่เต็มใจอยู่น้อยๆเราก็รู้ของเราอ่ะแม่เราไม่เต็มใจแต่ข้างนอกของเรานี่คนอื่นเขาเห็นแล้วแหมยิ้มแย้ม เหมือนนักเสแสร้งชนิดหนึ่งเหมือนกันเหมือนจอมโจรบัณฑิตคล้ายๆกันแต่ว่าไม่ใช่จอมโจรมันดีดหรอกเราทำสิ่งที่ดีกายกรรมเราก็ปั่นให้ดีเป็นการสร้างสรรค์เป็นการส่งไว้โลกเรารู้สมมุติติดสัจจะเราต้องทำสมมติสัจจะอย่างดีนี่ไว้ให้แก่โลกแม้เราเองเราจะลำบากอยู่นิดหน่อยจิตใจของเรามันมีธงมันนัดมันไม่ใจไม่เต็มเลยโทรมานัดคือใจที่มันยังไม่เต็มใจมันยังไม่บริบูรณ์ยังไม่บริสุทธิ์แท้มันยังโดนอะไรเกาะเป็นสะเก็ดเศษกากอยู่บ้างหรือมันยังแหว่งๆเบาๆอยู่มันยังน้อยใจอยู่อะไรพวกนี้เราใช้ภาษาแทนแต่ภาษาสื่อแทนมันยังไม่เต็มมันยังมันยังไม่บริบูรณ์ ทำไมบริบูรณ์มันเต็มใจทุกอย่างแล้วทุกอย่างสบายทุกอย่างสบายเราอยากให้มันโทรมานัดพยายามเข้าใจให้ดีๆทีเดียวแล้วเมื่อเวลามันมีอะไรจอหรือมันมีอะไรอีกอยู่มันก็จะทำให้เราอันไหนปล่อยมันออกมันจะรู้สึกอึดอัดขัดอยู่ห้องอยู่จึงเรียกว่าอุปายาสมันยังมีตัวท้ายตัวปลาอีกนิดนึงที่จะเขี่ยกิ๊กออกเนี่ยมันเขียนไม่ออกเลยว่ามันคลายยังไม่ออกตัวนี้มันปล่อยไม่ออกสุดท้ายนั่นแหละไปยากเพราะงั้นเรียกด้วยภาษาศัพท์เขาจะอธิบายจะแปลกันว่ามันเป็นความอึดอัดเป็นความขัดข้องเป็นความขุ่นหมองเป็นความเคืองมันเคืองๆอยู่มันยังเหลืออะไรอยู่นะ เหมือนกับเราโดนหนามตำมีเศษแก้วตำอะไรเข้าไปในเท้าแล้วมันก็จะเคืองๆอยู่เราก็เอาออกแล้วก็จะรู้สึกเคืองๆมันมีเศษอะไรเหลืออีกนั่นมันเคืองๆอยู่นะมันยังไม่เกลี้ยงมันยังไม่สะอาดบริสุทธิ์เหมือนอะไรมันเข้าตาแล้วก็ว่าเราขี่ออกแล้วนะไอ้ของเข้าตาเอ๊ะแต่มันยังเคืองๆอยู่นะมันคงจะเหลือน่ะมันก็เคืองไงมันคงจะเหลืออะไรปลูกป่ายากเก็บเศษเก็บส่วนที่ยังต้องรู้สึกต้องเข้าใจได้แท้ว่าเราเกลี้ยงสะอาดบริสุทธิ์บริบูรณ์เต็มแล้วนะไม่เหลือเศษอะไรยังขาดๆเหลือๆหรือว่า เครื่องๆอยู่อะไรไม่มีนะไม่มีอะไรอึดไม่มีอะไรอาจไม่มีอะไรต้านตันอยู่นะเหลืออะไรอีกเล่ากูไปยากภาษามันก็บอกงี้แล้วก็ขยายให้ฟังแล้วผู้ใดเป็นผู้ที่มีใจยินดีแล้วฉันทะก็จะเป็นใจโปร่งใจว่างใจไม่มีโสกะไม่มีปฏิเสธว่าไม่มีทุกข์ไม่มีทองมานัดไม่มีอุปสรรคมันบอกเอามาได้เลยว่าลักษณะนี้เป็นคนยินดีเป็นคนใจดีเป็นคนเห็นดีเห็นดีนี่ต้องมีตัวรู้เห็นดีต้องมีตัวปัญญาไม่ใช่เห็นดีส่งส่งไม่ใช่คนเห็นดียินดีเพราะรู้ดี รู้ว่ายังไม่ดีไม่มีความขัดข้องอย่างนี้เป็นเรื่องดีแม้จะเป็นจักรพันธ์อยู่อย่างไรไปจับผันอยู่อย่างไรก็ตามเราก็ยินดีไม่มีการแสดงออกในสิ่งนั้นสิ่งนี้เพราะใจของเรามันรู้ตัวรู้ตัวทั่วพร้อมรู้สติมันว่าเรามีสติมันว่าเราอยู่กับอากับกริยาไม่ทุจริตกายกับดูงามกายกรรมงานวจีกรรมงามพรั่งพร้อมไปเสมอเรียนรู้รายละเอียดของกายกรรมอย่างนี้กระด้างไปอย่างนี้ดูง้องแง้งง้องแง้งไปอ้อนแอ้นไปกายกรรมอย่างนี้ยังไม่องอาจเจ้ากล้าสมบูรณ์อย่างนี้มันแข็งไปมันไม่ใช่องอาจเจ้ากล้ามันห้ามไปมัน ไปมันกระด้างกระด้างไปนะก็รู้กายกรรมอย่างนี้ว่าจี้กรรมอ่อนไปอะไรไม่รู้อ้อนแอ้นมันมันดูทั้งสำเนียงทั้งคำพูดสำนวนภาษาทั้งนั้นแหละดูแล้วมันยังไงมันไม่เต็มมันยังไม่สมบูรณ์มันยังไม่พอดีผมบอกอย่างนี้มันแรงไปนะอย่างนี้มันฟาดฟันไปอย่างนี้มันพาไปมันแข็งไปจะจ้างไปมันหยาบไปนะภาษาก็ดีสำนวนก็ดีลีลาคำพูดสำเนียงก็ดีนะตรวจสอบดูอยู่ทุกอย่างกายกรรมออกมาจากจิตเราได้ปฏิบัติอานาปานสติได้ปฏิบัติ สติปัฏฐานได้รู้เสียงสองเสียงหนึ่งได้รู้เสียง 2 เสียงมันออกไปปั๊บเราก็รู้ตรวจสอบเวทีรู้ทั่วพร้อมอะไรเกิดขึ้นรู้ทั่วพร้อมรู้อุปสรรครู้จุติรูปอุปสรรครู้การเกิดสิ่งที่เกิดแล้วจากเราโดยเฉพาะเราเป็นผู้รับผิดชอบกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราเราก็ได้ตรวจสอบตรวจสุจริตของจริตของเราทั้ง 3 ไม่ว่ากายไม่บอกว่าจีนไม่ว่ามโนแล้วเราก็จะรู้ดีแล้วก็ทำให้มันดีเราเองเราก็พอใจยินดีในกายกรรมวจีกรรมมโน ของเราพอใจด้วยทฤษฎีที่ดีและยังไม่พอใจมันยังไม่เป็นอนุตตรจิตมันยังไม่สมบูรณ์ก็รู้มันเป็นอนุตตรจิตแล้วมันก็เป็นสมาธิตายแล้วมันก็เป็นวิมุตเราจะรู้ไปถึงจิตเมตตากายสุจริตวจีสุจริตเกิดมาแต่มโนสุจริตอย่างนี้ยินดีที่ตัวยินดีตัวเดียวตัวฉันอธิบายถึงสูตรอื่นเรื่องอื่นแล้วมันก็ดีดีใจของเราเป็นเอกจึงทำให้เราดูเห็นสัมผัสได้ว่าเป็นผู้ที่ยินดีนะคำว่าฉันทะเสริมส่งสอดคล้องพัฒนาเบิกบานร่าเริงเป็น รู้เป็นผู้ตื่นยินดีเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นรวมแล้วมารวมทั้งหมดฉันทะและเห็นบทบาทวิริยะเป็นตัวสำคัญเหมือนกันทั้ง 4 ตัวอะไรสักบาทสำคัญวิริยะขยันเพียรจิตจิตจิตจิตจิตมีกะจิตกะใจดังกล่าวแล้วมีน้ำใจวิมังสาพัฒนาไม่ใช่ด้อยพัฒนาไม่ใช่คนขี้เกียจไม่ใช่คนช่วยแฉะไม่ใช่คนนอกเป็นคนสดไม่ใช่คนนอกเป็นคนสดเป็นชีวิตชีวาชีวิตชีวาเพราะงั้นยิ่งปฏิบัติธรรมเราก็ยิ่งเป็นสมรรถนะที่ถูกต้องขึ้นเป็นสมณะที่มีชีวิตชีวาเป็นสมรรถนะที่มีอายุ ไม่ต้องห่วงว่าเราจะตายแม้จะตายเราก็ยังเป็นคนที่แสดงสิ่งที่เป็นสมณะจนกว่าเราจะปลงอายุจนกว่าเราจะหยุดล่ะลงอายุก็หมายความว่าเราที่จริงสัจธรรมนี่มันยิ่งยิ่งปลงอายุหน้าตาเนื้อตัวร่างกายยิ่งผ่องใสงานนี่เป็นเกล็ดอีกอันนึงซึ่งเราได้ยินมาแล้วพระพุทธเจ้าท่านปลงอายุสังขารเสร็จแล้วถ้าปล่อยปล่อยงานปล่อยอะไรตายที่จะเกี่ยวข้องถ้าเข้าใจธรรมะแล้วจะรู้ชัดเจนเลยพอยิ่งปล่อยมันก็ยิ่งสบายเบาร่างกายมันก็ยิ่งเต็มตัวของมันเลยพังเลยไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรไม่ต้องผูกพันอะไรไว้ไม่ต้อง ถืออะไรไว้อีกจริงๆเลยแม่พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้ไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้วแต่ท่านก็ต้องยึดถือส่วนที่ท่านจะต้องรับผิดชอบทำงานศาสนาท่านสร้างศาสนาให้ดีเต็มสมที่ท่านได้จัดอยู่เหมือนกันว่าเราสร้างพุทธบริษัทพุทธบริษัทก็มั่นคงอุบาสกอุบาสิกาก็มั่นคงภิกษุภิกษุณีก็มั่นคงมีความสมบูรณ์อะไรที่ท่านตรัสเอาไว้ในยาวเหยียดเป็นผู้สุตตะเป็นผู้เก่งสุดตราเป็นผู้รู้เป็นผู้เข้าใจเป็นผู้สาธยายเป็นผู้ที่อธิบายลึกมาตื้นเป็นผู้ที่อธิบายเข้าห้องอะไรมีปฏิภาณทุกอย่างที่ท่านตรัสไว้ว่าสมรรถนะของเราเป็นอย่างนี้ภิกษุเป็นอย่างนี้เมื่อใดสมณะไม่เป็นอย่างนี้เมื่อใดภิกษุยังไม่เป็นอย่างนี้เราถือว่ายังไม่บริบูรณ์นี่บริบูรณ์แล้วก็เป็น รู้ทั้งรู้ทั้งรอบทั้งสอนผู้อื่นให้รู้ตามได้อะไรต่ออะไรได้พรั่งพร้อมจะเป็นความตั้งใจจะเป็นตัวที่ท่านหมุดมากมายอยู่ทำเองท่านได้ทำสำเร็จแล้วพร้อมเลิกทีนี้เอาล่ะครบขาดแล้วถึงเวลาจะตายเธอก็ปลงอายุสังขารก็คือปล่อยอะไรตัวนี้ก็ไม่รับไม่รับผิดชอบแล้วตอนนี้ครบแล้ววางมันเป็นการวางจริงๆตอนนั้นก็ท่านก็ยึดลำลองไว้ยึดไว้ในเวลาที่ท่านทำงานนี่พระพุทธเจ้าท่านก็เป็นอย่างนั้นเราอย่าไปทีเด็ดพาซื้อแทนตรงในคำสอนคำกล่าวอะไรไม่เข้าเรื่องแต่เราก็ต้องรู้ว่าเราเป็นได้นะจะวางเมื่อเราวางจริงพระพุทธเจ้า วางจริงไม่ปกติชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็วางอยู่แล้วก็ปล่อยอยู่แล้วก็ไม่ได้ห่วงหาอะไรแม้อะไรที่เรายึดหรือว่าเราถืออยู่แต่เสร็จแล้วมันก็หลุดลอยไปมันพลาดไปมีอะไรเป็นอุปสรรคเหตุหรือว่ามีอะไรมาทำให้ผ้าทำให้ไม่เดินต่อถูกทำลายเสียกลางกลางคันก็ไม่ได้เสียใจไม่ได้ทุกข์ร้อนช่างไม้เห็นว่าจะสร้างอยู่มีกรรมวิธีใหม่เอาใหม่มีกรรมวิธีเก่าก็เอาเก่าเราทำขึ้นมีคนมาทำลายลงได้ไม่แปลกอะไรหรอกวิบากมันมีมันมีคู่ต่อสู้กันอยู่ตลอดเวลาอะไรต่ออะไรแค่เราก็ต้องรู้เราก็ต้อง ใจในสภาพพวกอย่างนี้ด้วยแล้วพระพุทธเจ้าท่านปลงอายุสังขารและท่านปลอดเปล่งปลั่งเลยเนื้อตัวหน้าตาอะไรผ่องใสจนพระอานนท์ภักดิ์เจ้าพระอานนท์ทักเลยทีเดียวเพราะงั้นถ้าเผื่อว่าเราเองเข้าใจสัจธรรมแล้วยิ่งปล่อยวางยิ่งปลงอายุสังขารยิ่งผ่องแผ้วโดยตัวของมันเองสัจธรรมจริงเมื่อตัวมันเป็นแล้วพอเราไปเกี่ยวข้องนี่เราอนุโลมนะมันก็จะดูไม่งามขึ้นหน่อยนึงด้วยสัจธรรมเพราะว่ากันจริงพระโพธิรักษ์ในตอนที่ยังไม่ได้ออกมาทำงานอะไรมากมายเนี่ยโอ้ยไม่หมองไม่หม่นอย่างเดียวนี้หรอกราศีผ่องกว่านี้เยอะ ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ออกมาวุ่นวายมาออกมายึดไม่ออกมาถือไม่ออกมาทำกิจทำการรับผิดชอบอะไรมากมายเหมือนอย่างทุกวันนี้ผ่องกว่านี้ใสกันนี่สัมผัสแล้วจะเห็นว่าน่ายินดีกว่านี้ได้ยินดีในเชิงลึกนะได้ยินดีน่าเข้าใกล้หน้าเข้าหากว่านี้เดี๋ยวนี้มันมันหมองมันหม่นลงเยอะมันไม่เหมือนก่อนหรอกไว้ดูตอนปลงอายุสังขารไปแล้วมันจะผ่องขึ้นอีกไหมแต่ไม่รู้จะทันตรงหรือเปล่าไม่รู้นะไม่ทันปลงตายก่อนปลงก็ได้สงสัยเอาไปทันได้ตั้งหลักเลย จะตายแล้วยังไม่ทันได้ปลงอายุเลยเพราะมันมันไม่รู้ตัวมัวแต่ทำงานไม่รู้ตัวก็ตายก่อนปลงก็ได้เพราะว่าเรายังไม่เก่งไม่พระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าแต่ทำอะไรก็สำเร็จบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ทุกอย่างครบครันต้องครบพระพุทธเจ้าต้องสร้างสรรค์อะไรครบถ้วนเสร็จลงไม่มีอะไรมาตัดรอนเออทำตัดรอนไม่มีอุปสรรคว่าเหตุไม่มีท่านท่านต้องมีไปได้ส่วนบุคคลที่รักนั้นยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์เหมือนท่านอย่างนั้นจะทำไปได้อย่างไรก็ยังไม่รู้แต่ก็เจตนาดีไปถึงที่ไหนก็ไม่เสียใจไม่ได้เสียดายเสียใจอะไรเท่าที่เป็นไปได้เรารู้ความสลับซับซ้อนนิดนึงที่เอาไว้สัมมาสัมพุทธเจ้า อธิบายแทรกว่าท่านยิ่งปล่อยมันยิ่งงามแต่เรานี่ต้องทำให้โดยที่เรียกว่าต้องไม่ใช่ปล่อยแล้วงามปล่อยแล้วกลับไม่งามนะอาตมาสังเกตเห็นหลายคนพวกเราปล่อยปละละเลยแล้วก็ไม่ปั้นสีหน้าไม่ปั่นสีตาไม่มีอานาปานสติไม่ระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมปล่อยปล่อยเลยโทรมเลยไม่ใช่หน้ายินดีเหี่ยวเลยโศกบางคนก็หน้านิ้วคิ้วขมวดพอปล่อยไปตามเรื่องตามราวแล้วเหี่ยวหน้าก็นิ้วมันเคยมันเคยตัวนางก็นั่งเกี่ยวหูหดอะไรก็แล้วแต่เพราะฉะนั้นเราก็ต้องปรับให้มัน White ทรงไว้ซึ่งสภาพที่เรารู้แล้วสภาพอย่างนี้น่ายินดีสภาพอย่างนี้หน้าตาดีในนี้หน้าตาของเราเป็นหน้าตาผู้ยินดีผู้ผ่องใสผู้เบิกบานร่าเริงเป็นผู้รู้ผู้ตื่นไม่ใช่เป็นผู้ไม่เอาถ่านเป็นผู้ไม่รู้โลกเป็นผู้ที่ลบหลีกลี้ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่ชาวโศกใช้สำนวนชัดๆพวกเรานี่ไม่ใช่ชาวโศกนะพวกเรานี่ชาวอโศกนะไม่ใช่คนเล่นๆนะชาวอโศกนะพวกเราเนี่ยสัมผัสแล้วเบิกบานแจ่มใสกินดีอยู่ ไม่ใช่สัมผัสแล้วอย่าไปกวนเลยแกแกคงจะแย่แล้วล่ะเห็นแล้วว่าคนขี้ทุกข์คนโศกน่ะเห็นคนโสดคนขี้ทุกข์เพราะสัมผัสแล้วก็เกรงใจเลยออกเกรงใจอย่าไปกวนแกเลยไม่น่าเข้าหาเห็นแล้วออกน่าสงสารเลยแทนที่เขาจะมาขอความช่วยเหลือจากเราเขาออกอยากจะช่วยเหลือเราถ้าเขาเข้าหาเขาก็จะมาถามว่าไม่สบายเหรอเป็นอะไรมี I help you ถ้าเขาสัมภาษณ์แล้วก็เท่านั้นเองเออเขาจะมาเป็นตัวขอช่วยเหลือด้วยมีอะไรจะให้ช่วยไหมมันก็เราก็ไม่กล้าเราก็ไม่เป็น มีฤทธิ์มีแรงอะไรเป็นผู้ที่ไม่มีค่าอะไรเท่านั้นเองพระผู้ที่สมบูรณ์แล้วก็จะต้องเป็นผู้ที่เป็นที่พึ่งของผู้อื่นให้สัมผัสแล้วแม้ผู้นี้น่าเข้าใกล้หน้าเข้าหานะน่าจะมีอะไรดีๆให้เราแล้วทีนี้คนกำลังอยากได้อะไรอยากได้ความเบิกบานร่าเริงแจ่มใสความสุขอยากได้ความสุขเพราะฉะนั้นชามจึงไม่ใช่นั่งหลับปี้อยู่ฟังนะฉันมียินดีชาญมีฉันทะชานนี้ต้องมีอายุทานต้องมีชีวิตชีวาจึงจะเรียกว่าสุขฉันไม่มีชีวิตชีวาฉันเหี่ยวๆสุขสันต์อะไรเราชามเขียวนี่มัน ข้าวต้มลงแล้วเหี่ยวหมดสุกต้มจนสุกนี่เหี่ยวไม่เหลือเลยเปื่อยด้วยนี่ไม่ใช่พูดเล่นนะภาษานี่มันลงตัวของมันสอดคล้องในธรรมพระศพแบบถูกต้มแล้วล่ะก็ไม่มีสดชื่นหรอกไม่มีชีวิตชีวาหรอกตายแหงเน่าไงเหี่ยวโสกะไม่ใช่อโศการามไม่ใช่อโศกนะเออชาญที่บอกว่ามีลักษณะสุขนั้นมีฉันทะมีวิริยะจิตตะวิมังสาเห็นว่ามีชีวิตชีวาภาษาไทยเรานี่ชัดนะเออมีชีวิตชีวาจังคำว่ามีชีวิตชีวาเป็นอย่างไรไม่ใช่โศกมีชีวิตชีวา อโศกมีชีวิตชีวานี้ไม่ใช่ยินร้ายยินดีมีชีวิตชีวามีชีวิตชีวาจังสดชื่นเป็นคนสดชื่นเบิกบานลักษณะพวกนี้นี่ใช้ภาษามือถือให้พวกคุณให้คุณรู้ว่าเราจะทำอารมณ์อย่างไรการปรับการปฏิบัติธรรมเราจะทำอารมณ์อย่างไรแล้วจะทรงไว้ซึ่งอารมณ์ถึงขั้นปรมัตถ์แล้วก็ถึงขั้นอารมณ์อารมณ์นี่แหละมันจะออกมาทางกายกรรมวจีกรรมของเรามันจะออกมาทางกายทางวัดจีนเพราะแม้แต่เวลาอารมณ์ของเราเคร่งเครียดอารมณ์ของเรามีเชิงเรียกว่ามันไม่ค่อยจะบันเทิงนักไม่คอย เธอไม่ค่อยมีฉันทะไม่ค่อยมีความยินดีนะมันก็จะแข็งๆเสียงพูดก็แข็งๆสำเนียงก็แข็งๆสำนวนก็แข็งๆมันไม่เรื่อยๆวันเวลาใดที่ยังมีอะไรแข็งๆไม่ได้เรื่อยๆแสดงว่าตอนนี้เขาได้เข้าเข็มแล้วนะตอนนี้กำลังมีอะไรต่ออะไรข้าศึกจะบุกรุกหรือมีอะไรกำลังจะเสื่อมมีอะไรกำลังจะไม่ดีแล้วนะบรรยากาศเป็นอย่างนี้แล้วนะเหตุการณ์กำลังอย่างนี้แล้วนะก็จริงแต่ถ้าเผื่อว่าสบายๆมีสุขมันเหมือนกับร้องเพลงนี่ขณะนี้กำลังร้องเพลงไม่มีอะไรเคร่งเครียดไม่มีอะไรต้องเร่งรีบเร่งรีบไม่มีอะไรต้องทนตัวแล้วไม่มีอะไรจุก มันกำลังไปเรื่อยๆตามันกำลังเป็นไปด้วยดีมันกำลังตถามันกำลังไปดีไม่คิดว่าเป็นไปดีๆเรื่อยๆแต่ไม่ใช่เรื่องเฉยเฉยไม่ใช่เรื่อยๆเฉยๆเรื่อยๆกระปรี้กระเปร่ารวยๆคล่องแคล่วนี่อธิบายนี่ไม่ใช่พูดอะไรนะอธิบายธรรมะนะใช้ภาษาง่ายๆภาษาไทยๆนี่เป็นศิลปะกำลังพูดกำลังอธิบายใช้ศิลปะอย่างมากนะที่จะเอาทั้งหลักการอิงหลักอิงทำไม่ใช่พูดเองนะที่พูดกำลังนี้ไม่ใช่พูดเองนะไม่ใช่พูดเดาๆโดนๆไม่ใช่พูดเพ้อเจ้อไม่ใช่พูดเล่นๆ พูดสัจธรรมสัจธรรมปรมัตถ์เชียวนะกำลังพูดหมายถึงจิตหมายถึงอารมณ์หมายถึงใจของเราใจของเราเป็นเอกมโนปุพพังก็มาทำมามโนเสฏฐามโนมยามันมาแต่ใจมันจะคุมมาถึงกายก็เพราะเรามีอานาปานสติเรามีสติทุกลมหายใจเข้าออกบัดนี้เราก็รู้อยู่เห็นอยู่เป็นชานะโตปัสสาวะตัวรู้ตนอยู่รู้ตัวพร้อมทั้งกายความประชุมของตัวเราแท้ๆรับผิดชอบแผ่นดินน้ำไฟลมและสีหน้าอากับกริยาพฤติกรรมของเราเองเนี่ยเรานั่งอยู่อย่างนี้แล้วก็นั่งอยู่สงบเสงี่ยมได้ดูดีพวกเราเนี่ยนั่งฟังธรรมกันมันดีเกินไปบางคนนั่งซะจนนิ่งแข็งไม่รู้เรื่องเลย สงบไปก็ขยายออกมาให้มันมีชีวิตชีวาอย่าให้มันสงบเกินไปจนมันถัดไปกันแต่เราเราก็หล่นท่านก็ทิ้งเราไว้พอรู้สึกตัวก็ปัดฝุ่นอีกทีนึงวิ่งตามเพราะเราเอาแต่หลับเอาแต่หยุดทันเดินไปเดินไปหมู่เดินไปเดินไปเราก็หลับไปมั่งเดินตามมั่งวิ่งตามมั่งทุกคลิปไฟบางทีมันไปไกลแล้วเราวิ่งไม่ทันเพราะๆล้มหกรุกขาถลอกปอกเปิกนักแข่งเขียวแล้วแต่อันที่พูดอย่างนี้คำแทนสื่อแทนสภาวะธรรมสื่อแทนคำกริยาสื่อแทนจรณะสื่อแทนจรณะของเราทั้งสิ้นถ้าเรามีนิวรณ์มันก็ เราล่าช้ามันทำให้เราชิบหายมันทำให้เราไม่เจริญนิวรณ์ถึงเรียกว่าเป็นธรรมะอันทำให้คนไม่เจริญไม่พัฒนาไม่ก้าวหน้าแต่ถ้าเราไม่มีนิวรณ์เรามีอิทธิบาทเราจะเจริญเราจะก้าวหน้ามันก็จะไปจริงๆมีอานาปานสติมีความรู้ตัวทั่วพร้อมรู้จักกายรู้จักเวทนาอารมณ์เราก็เป็นเป็นสบายไม่ใช่สุขกับเวทนาไม่ใช่ทุกข์ก็เวทนาเป็นอากาสานัญจายตนะแม้อารมณ์ของเราก็โล่งโปร่งว่างไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเป็นอันนั้นโตอนันต์โตอากาศโชติไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดอันนั้นโตอนัน รื้ออนันต์โตอนันตเมฆมันเป็นอนันต์ที่เราพูดกันง่ายๆอนันต์เรามาแปลว่า Infinity ใช่ไหมเอออันนั้น Infinity ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดไม่ต้องจบที่ไหนอ่ะมันไปได้เรื่อยๆอันนั้นโตอนันตะอนันต์อาการโสติมันลงไปไม่มีสิ่งไม่มีจุดหมายความว่ามันไม่มีอะไรเข้ามาขัดมันโล่งเรื่อยเลยคำว่าแปลเป็นรูปเข้ามาแปลเป็นตัวแบบรูปอ่ะก็เหมือนกับมันมีอะไรใสๆโปร่งๆไปเรื่อยๆโล่งๆแล้วก็ไปปั่นเอาสิพวกเพราะว่าตัณหาผมนั่งหลับตาก็นั่งหลับตาปั่นอาการที่ใจของเรามันเป็นโล่งๆไป เป็นโปร่งโปร่งใสๆเป็นแสนๆว่างั้นนะเขาก็นั่งหลับตาไปแล้วก็ไปปั้นแสงโล่งโปร่งเป็นเงินแล้วก็ไปอยู่ในอารมณ์อย่างนั้นนั่นทำในอารมณ์ปั้นอารมณ์เอาเองแล้วก็ไปเสวยอารมณ์อย่างนั้นเป็นเพราะว่าภพเขาก็นั่งหลับตาเป็นเพราะว่าพบโล่งวงเงินแล้วก็ไปเสวยพบอันนึงไม่ใช่ล้างกิเลสไม่ใช่อะไรก็ไปเสวยกิเลสใหม่คือไปสร้างเมืองนึงเรียกว่าเมืองอัตตาแล้วก็นั่งไปอยู่ที่เสวยเมืองนั้นเนี่ยอรูปฌานแบบฌานฤาษีเขาก็อยู่อาสาอย่างนี้ลงไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเขาก็แปลมาจากภาษาบาลีอนันโตอากาศโซติที่กำลังอธิบายถึงเนี่ยแหละที่เรากำลังอธิบายและเขาก็ว่า [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เราเรียกความสุขนี่มันเลี่ยงมาจากภาษาว่าสุขขเวทนาแต่มันก็ต้องพูดแล้วมันก็ซ้ำซ้อนเท่านั้นแหละอย่าไปงงต้องให้เข้าใจให้ดีนะสุขของพระสุขของสมณะคือชาญมีนิทานจริงๆมีอาการโชติซ่อนอยู่เป็นสันตะวิหารเป็นวิหารและเป็นความเป็นอยู่อย่างปลายโดยปกติสามัญแล้วเราอยู่กับลูกกับฉันเราอยู่กับการรู้ปฏิสังขรณ์มาแล้วส่วนเราจะดูก็ไปในอนันต์โตหรืออนันตะอันโตไม่ใช่อันนั้นโตหรืออันตะหรืออันแปลว่ารู้ในของเราก็ไปเรามีอาการสาเราโลกอยู่เราไม่ได้ขัดข้องอะไรเราไม่ได้อุปายาสเราไม่ได้โทรมานัดใจเราก็เต็มๆเราไม่ได้มีทุกข์อะไร ถ้าเราเข้าไปดูที่จิตเจตสิกก็ไม่ถูกแต่กายิกก็อาจจะทุกข์ไหมตอนนี้กำลังแบกกำลังหามกำลังสัมผัสกับคนด่าด่าหนักหรือคนกำลังมาจับโจรหรือคนกำลังยังไงก็แล้วแต่สัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายอยู่ข้างนอกกำลังหยาบคายหนักแต่ใจเราก็อากาศโซลอากาศโซติใจเราก็ยังว่างลงอยู่นะได้ยินดีนี่เป็นความยินดีเป็นความสุขมันยินดีใจของเรามีสภาพพวกนี้รองรับประสานกันสอดคล้องกันในการแย่งกันเป็นคนเป็นๆมีชีวิตชีวาไม่ใช่นั่งหลับตาปี๋แล้วก็ไปสร้างภพแห่งความสว่างสว่างโล่งๆโอ๊ยเจอแล้วได้แล้วนี่นาใครไม่เข้ามาเห็นมึงได้ไม่ได้เหมือนดาวน่ะมันเป็นปัจจัย ปั่นได้สำเร็จแล้วก็ใช่มโนอัตราเป็นอัตราชนิดหนึ่งรูปที่สำเร็จด้วยจิตแล้วก็ปั่นจนสำเร็จได้เสวยแล้วก็นั่งแข็งอยู่ข้างนอกโอ้ท่านกำลังเข้าฌานท่านกำลังเป็นสุขสุขแบบนั้นมันก็สุขมันก็ว่างๆมันจะไปมีอะไรมันก็สบายๆจริงเหมือนกันแล้วติดมันรอบอย่างนึงก็เป็นเพราะว่าตัณหาชนิดหนึ่งแล้วก็ได้นั่งหลับตาติดเพราะว่าตัณหากันนี่มามากในศาสนานี้เป็นศาสนา the message เป็นศาสนาเดิมๆเป็นศาสนาทั่วไปศาสนานั่งหลับตาแบบนี้ในตะวันออกเรารู้ดีและตะวันออกเราแกนอันนี้โดยเฉพาะในอินเดียนับไม่หมด ทวดเยอะแยะศาสนาหลับตาแล้วก็ไปนั่งเอาฌานแบบนี้เยอะมากมายแล้วก็ติดก็ยึดกันอยู่อย่างนั้นมาเป็นผู้เป็นคนธรรมดาจะมีประโยชน์ต่อสังคมเป็นพหูชนะให้ตายยากเพราะหูชนะสุขายะจริงๆมันไม่สุกขายยากอย่างจริงมันสุขอย่างนั้นน่ะถูกฤาษีเก่าต้มสุกก็ไปนั่งสุขๆเหี่ยวๆอยู่นั่นไปอยู่บ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน