220415-2-073 ทางเอกภาค2-ตอน073(หน้า178)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 15 เมษายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านสุพลจิระบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 14 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันต่อแต่เราได้พูดถึงเรื่องของการสั่งสมบารมีหรือว่าสั่งสมธรรมซึ่งเราไม่ต้องเป็นนึกถึงเรื่องที่จะเป็นไปไกลอะไรให้มากแต่ที่เลือกที่จะเป็นไปไกลอธิบาย ให้ดูไกลออกไปจนถึงสภาพที่เกินที่เราคาดเป็นสมมติสัจจะเป็นภาษาที่ออกไปเป็นอย่างที่กล่าวแล้วแม้จะเรียกพุทธะแล้วก็แบ่งพุทธะออกไปซึ่งเป็น 4 อย่าง 5 อย่างก็เป็นกระเทียมว่าเป็นสมมติสัจจะเป็นบัญญัติที่เราจะต้องรู้เป็นลำลองอย่าไปยึดมั่นถือมั่นอะไรเกินไปเมื่อเราปฏิบัติธรรมปฏิบัติตนไปเราจะรู้มีสภาวะธรรมอย่างนี้เรารู้บัญญัติแล้วเราเข้าใจภาษาความหมายแล้วทุกอย่าง 5 อย่างอะไรนั่นน่ะ รู้แล้วเวลาเราปฏิบัติธรรมบารมีสภาวะธรรมเป็นจริงเราเป็นผู้เป็นจริงมีจริงเราจะเป็นจริงแต่เราจะได้พุทธะตามที่ท่านสอนมาเสมอเรียกว่าสุตะพุทธะตามที่ท่านสอนมาได้ระดับของโสดาก็เป็นจุดตัดพุทธโสดาในระดับความเป็นสันดานก็ได้เป็นสุขพุทธศาสนาในอนาคตได้มาจนกระทั่งถึงอรหันต์เราก็เป็นจุดตัดพุทธอย่างอรหันต์เพื่อเป็นพระอรหันต์เราจะเรียกอนุพุทธะก็เรียกได้ ประวัติพุทธะได้ตัวจบมีพุทธคุณจบพุทธศาสนาเอาไหล่เรียงลำดับมาถ้าอนุพุทธะได้อย่างน้อยเป็นพระอรหันต์อย่างน้อยเป็นพระอรหันต์ถือว่าเป็นได้ตัวปลาตัวย่อคือพระพุทธรูปพระอรหันต์ก็ได้ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลื่อนเกรดหรือว่าเลื่อนระดับขึ้นไปอย่างไรและมีความหมายที่รู้รอบความหมายที่รู้พอสมควรเรามีขนาดขนาดไหนขนาดไหนเราจะรู้เราจะเข้าใจเพราะมันอยู่ในรอบแรกมันก็อยู่ได้กับมนุษย์พุทธะเราก็จะเรียนรู้ของเราแต่เราจะมีความรู้ต่อไปอีกในปัจเจกบุคคล ชมรมนี้เรายังไม่ได้เคยได้ยินมาก่อนอย่างน้อยเราพิจารณาในชาตินี้ในปัจจุบันนี้เราไม่ได้รับคำบอกคำสอนอันนี้มาจากใครหรอกแ
อ่านต่อ
ล้วมึงก็รู้เองเข้าใจเองเข้าใจไม่ใช่ความเข้าใจธรรมดาธรรมดาเป็นความเข้าใจชั้นปัญญาชั้นลึกซึ้งฉันจิตใจอะไรต่างๆเนี่ยมันเป็นสภาพที่เราได้เคยสั่งสมบารมีสภาพที่เราได้เป็นมาแต่ก่อนแต่เก่ามันเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้งไม่เป็นสิ่งที่มันมีมาอย่างหนักแน่นแต่เราเองเรามีบารมีของเรามาเป็นเดิมมาปฏิบัติธรรมเนี่ยดูมันไม่ยากอะไรเนี่ยกูทำแล้วมัน มันก็ไม่เห็นมีอะไรมากทั้งๆที่คนอื่นก็ทำแสนยากแสนเย็นแต่เราทำไม่ยากไม่เย็นเท่าไหร่หรอกผมไม่เรียกว่าเราเป็นปัจจัยการที่เราได้สั่งสมมาแตกต่างกันตั้งแต่สมัยชาติใดๆในชาตินี้เราจะเรียกว่าเป็นเองก็คือเราได้ปฏิบัติมานานแล้วณปัจจุบันในชาตินี้เราไม่ได้รับการเรียนรู้มาจากผู้อื่นอะไรเท่าไหร่แต่มันเป็นเองนั่นคือเรื่องของการสืบต่อแล้วก็การได้ประพฤติธรรมธรรมชาติมี นครสวรรค์นักดนตรีเอกอายุ 5 ขวบก็เล่นดนตรีป๋อและ 7 ขวบก็เข้าวงมันจะรู้ทันทีสมัยนี้ก็ร้องก้องๆตัวเมืองดนตรีคลาสสิคใหญ่ 40 50 100 คนทุกผู้ใหญ่ที่สุดวงใหญ่วงมาตรฐานสมมุติอายุ 7 ขวบเข้าวง ถ้าไม่ใช่ข้อมูลอายุ 5 ขวบเข้าวงแล้วอายุ 7 ขวบนี่คุมวงและอายุ 7 ขวบคุมวงอายุ 11 ขวบแต่งเพลงให้วงเล่นเลยอายุ 11 ขวบเราคิดดูสิก็เด็กอายุ 11 ขวบไล่ไม่ให้เริ่มต้นใหม่อะไรดีในวันที่ 11 ขวบจะแต่งเพลงเป็นหนี้ให้วงเล่นอายุ 7 ขวบก็เป็นคนธรรมดาเป็นไปไม่ได้อันนี้เป็นเรื่องของแบบว่าภูมิทางโลกหรือว่าวิชาความรู้อะไรแบบทุกโรค คนหนึ่งเหมือนกันเขาก็มีมันติดตัวติดตนมันมีอะไรต่ออะไรมาเป็นของเราที่เราเองเราทำแล้วมันก็ติดใจแต่มันก็ฝังในจิตในสันดานมันมีมาทุกคนทุกคนทำอะไรก็ได้เอียงๆเด่นๆเน้นๆของตัวเองมาถนัดถนัดอะไรมันก็เป็นมันเป็นเชื้อเป็นสายสุดถ้าท่านผู้คนนี้เนี่ยพ่อแม่เป็นเป็นอันนี้แต่ลูกพาไปกินมาอย่างพิเศษเลยเก่งเด็กๆก็เก่งมันได้ดูพ่อแม่นี่อีกอย่างหนึ่งพ่อแม่ทำพาทำอะไรก็ได้เป็นอีกอย่างนึงจะเป็นเชี่ยวชาญด้วยก็ได้แต่รูปผ่าตัดพ่อแม่ก็พากันวันนี้มาตั้งเยอะตั้งแยะแต่ลูกก็กลับไปเจออีกอันนึงไม่ใช่พ่อแม่ บางทีไม่รู้ไม่เห็นอะไรได้ง่ายแกก็ช่างคิดช่างทำออกมาอะไรนี่มันก็เป็นเรื่องของสิ่งที่มันติดตัวมาแล้วทีนี้บารมีทางธรรมมีเรากำลังพูดถึงความหมายทางธรรมมากชัดเจนก็คือสิ่งที่มันรู้รู้แล้วมันขัดกับเขาก็ได้ถ้ามาเจอกันเป็นความรู้ที่รู้สึกว่าบางทีรีบกลับมันย้อนแย้งต่อกับพรหมธรรมคนอื่นหรือว่าอาจารย์หรือว่าอะไรก็ได้อื่นๆเขาเขาว่ากันหรือว่าเขาตัดสินกันว่าเป็นอย่างนี้อย่างนี้รวมกันไปอย่างนั้นแหละก็ตัดสินรวมกันมาเข้าใจกันเป็นอย่างนี้ไปกลายเป็นแล้วผู้ที่เป็นปัจจัยการที่จะ พระพุทธเจ้าท่านเรียกต้องเรียกว่าท่านเป็นปัจเจกบุคคลเลยถ้าตรัสรู้เองด้วยตนเองฉันรู้เองไม่เหมือนเขาไม่เหมือนเขาไม่เป็นแนวทางที่จะเป็นอย่างเขาถ้าเป็นแนวทางของท่านทำได้แนวทางของท่านที่ไม่เหมือนกับเขาถ้าเหมือนกับเขาแต่ก็ต้องบอกว่าทำโรงเรียนกับเขาได้จากเขาทั้งความเห็นและแนวทางปฏิบัติฟังฟังความเห็นและแนวทางปฏิบัติท่านไม่เหมือนเขาสมัยพระพุทธเจ้าก็คล้ายๆกับสมัยนี้คือนั่งหลับหูหลับตาเป็นฤ แต่นั่งหลับหูหลับตากันเยอะเลยถกเถียงปัญหากันมีหลักวิปัสสะเหตุผลอะไรยายเถียงกันเอาแต่มีตะกละเราจะภาษาความรู้ความนึกคิดเรื่องดาวเทียมกับจีโหมดสีเพื่อทิฏฐิ 62 เอาแต่คิดไม่มีภาพประพฤติปฏิบัติกระทำไม่มีศีลสมาธิปัญญาอะไรเราจะคิดโดยเฉพาะสิ่งที่เขาไม่เอาสมาธิเขาก็ไม่มานั่งหลับหูหลับตาเล่นพวกนักคิดพวกสมาธิก็อาจจะหลับตาไปแล้วในสมัยพระพุทธเจ้ามีเยอะ สุขุมวิทกับเต็มศาลนัดที่เกือบเต็มเมืองเหมือนกันกับสมัยนี้เยอะแยะสมมุติว่าพระพุทธเจ้าจะไปประพฤติตามฤาษีก็เหมือนกันกับเดี๋ยวนี้เราเขียนว่าการปฏิบัติธรรมนี่ก็เหมือนกับพวกฤาษีปฏิบัติธรรมเป็นพระธุดงค์เป็นอะไรแต่รู้สึกว่าจะเป็นแบบอย่างที่เขาพาเข้าท่ากว่าปฏิบัติธรรมกว่าส่วนเรียนหนังสือต้องหาเรียนเป็นภาษาเรียนเป็นอะไรไปนั่นพบเห็นปัญหาธรรมะกับพวกหนึ่งก็ถือว่ายังไงมันก็มีน้ำหนักน้อยกว่าไปนั่งปฏิบัติไปนั่งหลับหูหลับตาไปทำอะไรต่ออะไรพวกนี้รู้สึกครั้งกว่ารู้สึกจะเป็นธรรมะยิ่งกว่าก็เห็นน้องเองเป็นในทางปฏิบัติกันมากกว่าเหมือนกันแต่เดี๋ยวนี้เราเห็น รองเท้าปฏิบัตินั่งหลับหูหลับตาก็รู้สึกจะขลังกว่าพระที่เรียนมาจากเป็นเปรียญ 9 ประเด็น 9 จนเราจะนับถือพระเปรียญจ้าถ้าผู้ใดสนใจในทางธรรมมากๆนะก็ไม่ไปบูชากราบไหว้พระปริญญาเท่าไหร่ถ้าเป็นพระธุดงค์ผังนั่งหลับตาจริงๆมีอำนาจทางจิตหรือว่ามีพลังงานทางจิตพอสมควรรู้สึกจะศรัทธากว่าน่าศรัทธากว่าชั้นเดียวกันน่ะสมัยพระพุทธเจ้ากับสมัยนี้ก็ฉันเดียวกันเราก็จะเป็นหน้าไปๆๆไปเห็นมันเป็นความเห็นมันจะรู้สึกมีน้ำหนักกว่ากันอย่างนั้นพระพุทธเจ้า เถียงอะไรคิดค้นอะไรกับเขาก็ทำก็ถกเถียงคิดค้นแต่ท่านก็ไม่เห็นอย่างที่เขาเห็นเพราะเวลาถ้ามาตรัสรู้แล้วท่านก็เรียนมาก็หลายๆมาลองฝึกดูแต่เขาคิดค้นคิดค้นดูตามเขาทำทั้ง 2 ส่วนนั่งหลับตาแล้วก็ทำเล่นอะไรพวกนี้ก็ทำตามเข้าไปสัก 2 ส่วนเสร็จแล้วพอท่านเห็นแจ้งบรรลุธรรมแล้วทำไมไม่ได้เป็นเงินแต่เห็นว่าอ๋ออย่างนี้เป็นการปฏิบัติธรรมอาจจะนั่งหลับหูหลับตาลงเป็นการปฏิบัติธรรมท่านไม่ได้เห็นว่าอันนี้เป็นแนวทางหรือว่าอันนี้เป็นจุดเด่นแม็คโคร อย่างเดียวนี่เป็นการปฏิบัติธรรมโดยไม่ลงมือปฏิบัติมีทั้งหมดบาทกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมสอดคล้องกันไปท่านก็ไม่เห็นอย่างนั้นถ้ามาจับได้สัมมาคารวะองค์ 8 มันมีบทบาทที่จะต้องเลื่อนชั้นไปตามลำดับขั้นตอนที่มันไม่ดีของแต่ละคนอันไม่เท่ากันความบกพร่องของแต่ละคนไม่เท่ากันแล้วก็จับสมมุติในโลกคุณก็บอกว่าเป็นอย่างนี้มีอย่างนี้เป็นวุ่นวายก็อย่างนี้อย่างนี้มันต่ำๆอย่างนี้มันหยาบๆก็มีความหมาย มนุษย์ในโลกอย่างนี้มันทางเสื่อมทางต่ำเป็นโรคอบายกับเพื่อนเป็นโรคชนิดฉันมันพาไปชิบหายมันพาไปเดินตามฝันแล้วว่าถ้าเผื่อว่าเราเอามีดโหดร้ายขนาดนี้ถ้าเราทุจริตขนาดนี้มีโทรศัพท์มีลมพัดแรงขนาดนี้จึงมีสีมีหลักที่ให้เทียบวัดหลักศีล 5 มีคนวิเคราะห์ว่าศีล 5 เป็นศีลที่มีเก่าแก่มาบรมในศีลหลักของผู้ใดผู้อื่นสอนมาไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าฝากเงินก็ไม่มีปัญหาไม่มีปัญหาที่เข้มข้น พระพุทธเจ้าชูศรีมหาสินเป็นของท่านแน่ๆเป็นของท่านเพราะว่าเราจะดูตามจุลศีลก็ได้เรียนมานี่เพราะปฏิบัติอย่างนี้ท่านสอนมาใช้จุลินทรีย์มาหาศีลในหนังสือสีลขันธวรรคแล้วก็ทำจะทำตามลำดับอย่างนั้นพระพุทธเจ้าจึงมาได้การสอนให้มันมีการปฏิบัติตนมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติให้แก่ตัวเองอันไหนและที่สำคัญถ้าหลักการอันนี้ใช้ปัญญารู้หลักการอันนี้ซะก่อนเรียกว่าศีลพอมันจะเป็นจิตวิทยาใช้กับตนเองควบคุมตัวตนเองพอได้ไหมอันนี้มากไปอันนี้มันยังอยู่ลึกมันยังไกลเราเอาไว้ก่อน ต้นต้นเอาอันที่ว่าสำคัญสำคัญเด่นๆชัดๆที่เราจะฆ่าที่เราจะจัดการไปเป็นระดับๆตัวเองก็ถึงบอกให้ตรวจตัวเองดูตัวเองดูกรรมฐานตัวเองแล้วก็ทำให้มันถูกเป้าหมายมันถึงจะได้ผลอันเก่งอันดีแล้วก็ทำตลอดเวลาสติปัฏฐานยืนเดินนั่งนอนไปไหนมาไหนก็จะต้องพยายามรู้หลักเกณฑ์ของตัวลูกความสัมพันธ์รู้อิทัปปัจจยตารู้จักรู้ปรัชญาการต่างๆอาการต่างๆที่เป็นเหตุปัจจัยของมันสืบโยงต่อกันต่อกันต่อกันเนาะเพราะอันนี้มันเป็นอย่างนี้เพราะอันนี้มันเป็นอันนี้มันเชื่อมโยงมาละเอียดไปอย่างไรก็ให้รู้ไล่รู้ไปตลอดเวลาตัดตรงไหนได้ ตัดเหตุปัจจัยที่มันเกี่ยวโยงมาถึงขั้นไหนสัตว์ต้องรีบตัดต้องพยายามกระทำวิริยะอุตสาหะมีอิทธิบาททำกับมันจริงๆเสมอๆอย่าเหลาะแหละอย่าย่อหย่อนมีวิริยะความสำเร็จจะสำเร็จได้ด้วยความวิริยะอุตสาหะตั้งใจกับใจแล้วก็เห็นด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยถ้าเรากลับใจทำเสมอนั่นคือเราสร้างเพลโตถ้าเราไม่กลับใจทำจิตตัวอ่อนพวกเรานี่รู้สึกว่าเราจะมีปัญญารู้ด้วยปัญญานี้พอสมควรจนไม่มีสงสัยในเรื่องปัญญาแต่เจโตพวกเรานี่ก่อนเจโตพวกเรานี่อ่อน ก่อนเพราะว่าเราไม่ค่อยกลับใจทำสุยะมันเก่งเราก็เจโตว่า 10 ประตูไม่ค่อยเข้าถึงเจโตอันเป็นวิมุตสุดท้ายเป็นที่หมายพระพุทธเจ้าสั้นๆที่บอกว่าทำนี้ไม่ใช่ได้เด็กศีลเป็นที่สุดไม่ต้องพูดถึงลาภยศสรรเสริญนะทำลายมาก่อนไม่ใช่ว่าเป็นที่สุดไม่ใช่สรรเสริญไปที่สุดไม่ใช่อะไรมานั้นจนกระทั่งไม่ใช่ศีลเป็นที่สุดไม่ใช่สมาชิกเป็นที่สุดไม่ใช่ปัญญาเป็นที่สุดเจโตวิมุตติใดเจโตวิมุตติ เป็นที่หมายสูงสุดเจโตวิมุตตินั่นแหละเป็นที่สุดเป็นที่หมายคือมีจิตอันดับเจ้าสนิทหรืออันเหนือไม่มีกิเลสอะไรแซมปนไม่มีกิเลสอะไรเหลือสามารถที่จะให้จิตของเราอยู่ได้เป็นได้อย่างนั้นอย่างนี้มีกำลังมีอำนาจเหนือมันจะเรียกว่าเป็นผู้หญิงเหนือโลกหรือโลกุตระสามารถดับสามารถเกิดสามารถเป็นไปตามที่เราต้องการที่เรียกว่าตายเราจะพูดเอาไม่ได้เลยเราต้องฝึกจริงทำจริงๆสู้จริงๆ คาราโอเกะตัวเราได้ฝึกปรือมาเนี่ยพอจะฝึกมาหลายปีแล้วก็ตามเราเอานิวรณ์ 5 มาเป็นหลักเลยนิวรณ์ 5 เราเองเราหมดกาวมาฉันทะหรือว่าเราเบาสบายต่างๆตั้งแต่ของหยาบถึงเหตุปัจจัยตั้งแต่อบายมุขอบายมุขต้องการใช้ตาหูจมูกลิ้นกายนี่แหละและแม้แต่อาวรณ์อะไรมีอบายมุขใดที่เราอาวรณ์อะไรภายในจิตเป็นเพราะว่าปัญหาหรือเวลากระทบสัมผัสแล้วเราก็ไม่สะเทือนหวั่นไหวอะไรเลยจริงๆสวยมาก อุเบกขาตัวจริงโรงพักโทรศัพท์โมหะด้วยเหตุปัจจัยเพียงเท่านั้นเหตุปัจจัยและยกตัวอย่างเหตุปัจจัยแค่อบายมุขเราอยู่เหนือมันจริงๆก็ต้องสัมผัสก็อยู่เหนือเบอร์ก็ไม่มีมาโหยหาอาวรณ์ไม่มีผีหลอกไม่มีองค์ประกอบอะไรถือว่าเป็นพระอรหันต์ธาตุอาหารมันมีเรื่องมีรถอะไรคือมาวัดหนึ่ง เรามีสติถ้าสติเราแข็งๆก็รู้ตัวเร็วเราก็ไม่มีอะไรนอกจากมีอะไรมันมีกะไรมันมาแบ่งเอาสติไปทำอะไรต่ออะไรมันมีอุทิศจากเนี่ยมันมีพวกฟุ้งหน่อยๆฟุ้งซ่านฟุ้งอะไรมาผสมนิดๆครับเข้ามาแล้วกว่าจะรู้ตัวไปต้องคู่นึงอะไรอย่างนี้ก็แสดงว่าสติของเราไม่ทันมันจึงปล่อยให้สิ่งนั้นเข้ามากวนจิตจะพักนึงถ้าสติแรงๆเราอยู่ไม่มีอะไรเราก็สลัดหลุดได้มันไม่มีอำนาจอะไรหรอกจริงๆมันไม่มีอำนาจอะไรที่จะมาเหนือเราเป็นแต่เพียงว่ามันหลอกมันแย่ลงหน่อยนึงแต่นิดนึงมันๆแต่มันนิดนึงเท่านั้นเอง แต่อย่างนี้ก็เป็นเรื่องของโอปปาติกะจริงๆผุดเกิดเองเป็นเองมันเป็นสัตว์พุทธเกิดผีหลอกใช้คำว่าผีหลอกที่ผมพยายามอธิบายให้ฟังแล้วก็ใช้ภาษานี้พี่อยากจะเห็นชัดๆเมื่อเราเข้าใจแล้วโอปปาติกะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่เขาเอาไปอธิบายกันที่ทอดทิ้งเข้าทรงวิญญาณไปเข้าคนนั้นชอบคนนี้โอปปาติกะล่องลอยอะไรก็ได้อยู่นอกโลกนอกขึ้นมาอะไรไม่ใช่อย่างนั้นแต่ปาติกะขั้นฐานพระอนาคามีจริงๆคิดในจิตจับจิตในจิตได้รู้อารมณ์จิตของเราว่ามีอารมณ์ซ่อมแซมด้วยเหตุปัจจัยใดเป็นเรื่องที่ยังติดยึดจนเป็นรถเป็นชาติด้วยเหตุปัจจัยอย่างไรเพราะฉะนั้นในปัจจัยได้ขนาดฐาน เราก็รู้ชัดรู้แจ้งโลกแค่โลกๆต่ำๆพรุ่งนี้เราไม่มีได้เราไม่มีอะไรโหยหาอาวรณ์แม้แต่สัมผัสสัมผัสแม้แต่จะหลอกจรแล้วก็มีอำนาจเหนือตลอดเวลากามาฉันผ่านให้เหตุปัจจัยอย่างนี้เบาบางที่มันก็จะไม่ฟุ้งซ่านมันก็จะมีกำลังขึ้นมาอยู่กับตัวเราเยอะเราจะคิดอ่านสดใสเราจะพักก็พักเด็กสนิทไม่ดิ้นไม่ร้อนไม่ฟุ้งซ่านกลับลงง่ายจะคิดงานเอามาใช้ก็มีกำลังเยอะได้ยิ่งตัดตูดออกไปอีกตามมาฉันทะในโลกขั้นที่ 2 เศรษฐกิจพอเพียง ต่างๆเราไม่โหยหาอาวรณ์เราไม่ไปที่ดีหลงใหลอะไรมากนักไม่ไปแย่งไปชิงจะเอาพลังงานไปคิดส่วนแย่งชิงลาภยศเจริญจะพัฒนาลาภมากๆซึ่งพัฒนายศมากๆขึ้นให้สูงเด่นเราก็จะไม่แล้วถ้าไม่เป็นผู้ที่มิจฉาทิฏฐิก็จะเข้าใจการงานที่ถูกเป็นสัมมากัมมันตะสัมมาสัมพุทธัสสะสัมมาวาจาสัมมาอาชีวะแล้วจะตรวจสัมมาอาชีวะเราจะตรวจงานการที่เราทำมันเป็นปีปรัชญาการมีการเกี่ยวโยงสืบต่อไปงานนี้จะไปยังไงถ้าผลปรากฏว่างานนี้เราทำเกี่ยวข้องกับเวลาทำกับข้าวขายอาหารขายอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์เราก็เห็นแล้วว่า มันเกี่ยวโยงไปถึงการฆ่าสัตว์ศีลข้อ 1 โดยคุณพ่อพรุ่งนี้จะเลิกอาชีพนี้จะเปลี่ยนอาชีพนี้ไปนี้เป็นต้นจะมีการงานการขยันหมั่นเพียรต่อการงานไม่ได้ลดละการปฏิบัติธรรมเป็นสัมมาอริยมรรคของพระพุทธเจ้าถ้าเข้าใจก็มาดีมากองค์ 8 ไม่มีเปลี่ยนสมาธิและองค์ 8 จะมีอยู่เสมอเลยสมาธิก็ไม่รู้จักประกอบด้วยสมาชิกเป็นคนปกติธรรมดาไม่ใช่สมาธิแบบหลับตาเราก็จะเอาหลักเกณฑ์เหล่านี้มาเทียบเคียงกับสินทรัพย์อาชีพเข้ามาอาชีพนี้เกี่ยวกับการฆ่าคนเกี่ยวกับการอย่างน้อยที่สุด เราไปทำอาชีพที่มันไม่เกี่ยวโยงเป็นปรัชญาการเป็นอาการที่เกี่ยวโยงถึงสภาพที่ไม่ได้เป็นศีลเป็นบาปผิดศีลด่างพร้อยและบาปบาปหยาบๆแล้วไม่ทำกายกรรมมันก็ไม่บริสุทธิ์มันจะทุจริตอยู่วจีกรรมมันก็ยังไม่บริสุทธิ์ทุจริตมโนกรรมเราแล้วฆ่าโดยไม่อาฆาตก็ตามแต่เราก็จะต้องรู้เหมือนกันว่าอันนี้คืออันนี้กรรมอย่างนี้นี่ถ้าคนที่เป็นชั้นดีเราจะต้องมาทำทำไมแม้แต่คนทางโลกเขายังไม่ทำกันเองถ้าเขาทำมันก็รุนแรงเหลือเกินพยาบาล โทษภัยอะไรกันอยู่เราไม่ทำเปลี่ยนอาชีพแม้แต่อาชีพอื่นๆใดๆนักก็แต่เราเองเรามีศีล 5 ศีล 8 อะไรขึ้นเราจะยังไปขายเหล้าขายสุราอะไรจะไปขายเครื่องสำอางอะไรเนี่ยไปหลอกคนใช้เครื่องสำอางอยู่อะไรอย่างนี้แล้วก็บอกอย่างนี้มันไม่ดีเรายังจะไปเป็นอาชีพนักร้องนักธรรมอะไรอยู่เราจะไปเป็นอาชีพเกี่ยวข้องอะไรมีเอาหลักสี่มาจับเขาไล่ขึ้นมาไล่ขึ้นมาเราก็จะทำการเปลี่ยนหรือว่าจะทำให้มันสะอาดขึ้นมาตัดจักรยานมากปฏิบัติธรรมกว่าจะมากันได้เป็นพระอนาค สามีนั่นน่ะไม่ใช่เรื่องเล่นๆไม่ใช่เรื่องเล่นๆจะเปลี่ยนอาชีพมาเป็นพระอนาคามีคือไม่เอาบ้านช่องเดือนชาญทรัพย์สินทางอะไรต่างๆไม่ทำการสร้างสรรค์อาชีพโลกแต่จะมาเป็นขุนพลของศาสนาแต่ว่ามีอาชีพทำงานกองทัพธรรมจะใส่ใจเรื่องกิเลสส่วนไหนอีกล้างส่วนที่เหลือในจิตภายในจิตธรรมอารมณ์ ก็จะไม่ยากเราเองเราจะไม่ข้างนอกเนี่ยเราจะไม่เย็นกลับอีกเลยแล้วจะไม่วุ่นวายอีกเลยในเรื่องกามราคะรูปรถติดเชื้อสัมผัสอะไรต่างๆนานาด้วยว่าลาภยศอะไรเนี่ยมันไม่มันสบายมากจริงๆมันแน่ใจถ้าธนาคารมีแล้วก็ถือว่าธนาคารมีจริงหรือไม่เวียนกลับฐานธนาคาร สิ่งอย่างนี้อยู่ถ้าเบาบางลงละตามละลาบละยศอะไรเบาๆลงมันก็จะมีกองกำลังจิตจริงแม้จะยังไม่ถึงออกมาเป็นนักบวชมาสมัครเป็นนักบวชมาทำมียึดศีลยึดรถมีทั้งรูปแบบมีทั้งอะไรต่ออะไรก็ตามถ้าฐานะมันเป็นจริงมันก็เป็นจริงได้แม้จะเป็นเพราะว่าเรายังไม่ได้เข้าเป็นอาคารทุกอย่างเป็นอะไรต่ออะไรอยู่ข้างนอกเนี่ยฐานจิตของเราถึงมันก็ถึงจริงเหมือนกันแม้รูปแบบจะไม่เปลี่ยนก็ตามมันจะถึงจริงจิตใจของเราน้อยเผด็จการว่าฉันทะน้อยไปด้วยพยาบาลก็ต้องมีเหตุปัจจัยเหมือนกัน พยาบาลก็คือจิตผูกพันผูกไม่ชอบในเรื่องอบายมุขมีปัจจัยต่ำในเรื่องลาภยศเราไม่พยาบาทเรื่องลาภยศพยาบาลในเรื่องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไม่พยาบาทชิงชังไม่ไปแข่งขันกับใครไม่เอาเด่นเอาชนะไม่ริษยาเขาไม่ได้สยามแล้วก็จะงามกว่าสวยแจ่มกว่าเขาจะได้กินอาหารอร่อยกว่าอะไรก็ได้ไม่รู้สยามแล้วถูกลบไม่ริษยาไม่มีอาฆาตหน้าร้านไม่มีพยาบาล วุ่นวายไม่ต้องไปอาลัยอาวรณ์กังวลกังวานอะไรจิตมันอยู่ที่กล่าวถึงจุดมันอยู่ที่เราเนี่ยถ้าจิตเราไม่เป็นพุทธะคือไม่เป็นตัวเตือนจิตมันก็จะเป็นตัวตกฟังดีๆนะวันนี้พวกเราได้ถามพวกเรานี่เยอะคือเรียกว่าการก็ค่อยยังชั่วมาเยอะแม้แต่เหตุปัจจัยต่างๆมันก็สบายเพราะฐานะประธานมีรายละเอียดอะไรมันก็เพราะยังชั่วมาเยอะถึงแม้จะไม่หมดทีเดียวจะหยุดกึ่งกลางระหว่างจะเป็นธนาคารมีอยู่อะไรเนี่ยมันมีอยู่เยอะแต่ถ้าจิตมันก็จะมาเมื่อ สัมมาทิฏฐิคือพุทธะนี่แปลว่าตื่นแต่พูดว่าเริงแจ่มใสเมื่อตื่นหรือตื่นเมื่อหลับรู้หลับถ้าจะทำไม่ได้แน่นอนถูกต้องมันยังเป็นคนๆไปๆกันอยู่จะว่าหลับก็ไม่หลับจะว่าตื่นก็ไม่ตื่นถ้าเราไม่รู้แจ้งว่าระดับจะต้องทำหลับตื่นแล้วก็ต้องทำปืนเป็นผู้รู้ผู้ตื่นแล้วก็จะมาตอบเพราะว่าเมื่อจิตของเราไม่ออกไปวุ่นวายฟุ้งซ่านอะไรอื่นจิตมันก็จะมารวมกันถ้าเราไม่ได้ฝึกการให้จิตนี่แจ่มใสให้จิตอยู่ในสภาวะมีสติปัญญาเป็นผู้อื่นเป็นผู้รู้อยู่เป็นผู้มีงานการมีสัมมาสัมมาวาจาสัมมา 7 อาชีพ 1 ถ้าเราไม่ฝึกขึ้นมาแล้วเราไม่เรียนรู้ว่าเราก็ทำการงานให้มันแล้วถ้าเกิดว่าเราได้พูดเราก็เป็นห่วงถ้าเราได้ทำกับมือทำอะไรต่อไปเนี่ยถ้าเราเองเราเข้าใจดีเห็นว่าอันนี้เป็นค่าเป็นของดีแล้วก็ไม่โง่แต่ถ้าเผื่อว่าเราเองเราเกิดมันชักไม่ค่อยชอบมันชักเบื่อมันชักอะไรขึ้นมามันก็ง่วงแล้วก็ปรับปล่อยแต่ถ้าไม่เห็นเหมือนเดิมมันก็ผ่านมันน่าสนใจอะไรอยู่มันก็ไม่มีทีนี้เราจะน่าสนใจก็คือจิตแปลว่าสนใจหรือเอาใจใส่ถ้าเราไม่มีสิทธิ์ตัดแล้วก็ เพิ่มฉันทะแล้วก็ต้องเพิ่มวิริยะเพิ่มความน่ายินดีพยายามซับซ้อนความมีปัญญาของเรานี่เข้าไปไอ้นี่มันดีไหมมันดีน่ายินดีและดีนะมันก็พยายามเห็นเอออันนี้มันน่าเข้าใจมันน่าที่จะไปสร้างในศาลอะไรต่างๆนานาคิดถึงเหตุปัจจัยอื่นเราจะทำไปแล้วมันก็เกิดประโยชน์อย่างนู้นอย่างนี้ไม่มีค่าหน้าค่าคุมอะไรก็ได้ต่างๆนานาขึ้นมามันก็จะช่วยให้เรามีกำลังกำลังขึ้นมาจิตมันก็จะต้องมันต้องมาเป็นสิบบาทมันก็พัฒนาเป็นวิมังสามันก็ก้าวหน้ามันก็ไม่ยอมตกลงไปเพราะมันไม่มันมันเข้าใจถูกถ้ามันเข้าใจไม่ถูกจิตเราก็ตก ธุรกิจของเราไม่ไปแล้วไม่ฟุ้งออกไปไม่ไปหาไอ้โรคกามโรคอะไรต่ออะไรเราไม่ค่อยจะนึกจะคิดอะไรหรอกใครจะไปจะได้แย่งกับเขาแต่ก่อนที่เราไม่เคยรู้หรอกแต่ก่อนนี้จิตของเรามันเหมือนรูรั่วอยู่ไม่ต้องเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนรู้มันจะเอาอะไรทั้งนั้นแหละในโลกนี้มันจะได้สอบตายเหมือนที่อื่นรู้สึกว่าจะน่าสนใจไปทั้งนั้นแล้วก็เลือกแล้วก็จำแล้วก็ติดแล้วก็คิดเอาไว้มันยึดไปหมดแล้วยึดระยะมากมายแต่แต่ก่อนแต่ไรถ้าเราไม่รู้มันเป็นอย่างนั้นมาจากไหนจากไหนพอเรามาตัดละคนนี้ออกมาจริงแล้วเราจะเห็นว่ามันก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรไปข้างนอกมันก็อย่างนั้นอย่างนั้นแหละแล้วเราก็จิตมันก็จะดีหรอกเพราะฉะนั้นแม้ นั่งรถนั่งรอไปนั่งมันจะดูข้างนอกไม่ได้สนใจว่าจะเบิกบานอะไรต่ออะไรจะดึงเราให้จิตมันตื่นมันก็ไม่ดึงไม่ดึงนั่งมันก็ไม่สนใจมันก็จะไปไหนถ้าเกิดว่าเราไม่มีงานอื่นถ้าไม่รับผมคิดธรรมะไม่ค่อยคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ทำงานกันแล้วก็นั่งอยู่ในรถหรือนั่งนี่ล่ะมันก็กลับแค่นั้นเองง่ายที่สุดพวกเราเนี่ยง่ายที่สุดคือเรียกว่าจิตตกฟังให้ดีๆที่จะใช้ไฟฉายพวกคุณเสมอมันไม่คิดถึงบางครั้งมันจะติดต่อมันจะไม่ผิดหรอก เขาก็ขอเข้ามาถึงเรื่องสุดตักพุทธอนุพุทธประวัติและสัมมาสัมพุทธะและสุดท้ายอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเมื่อเราได้เรียนรู้ได้ฟังกันได้บอกกันกล่าวกันอย่างนี้สอนกันไปเป็นสุขพุทธะจนเราสามารถเป็นถึงสภาพสุดท้ายเป็นอรหันต์ต่ำเป็นปลายปลายในรอบของโสดาก็เป็นปลายในรอบของโซดาเป็นอรหันต์ภายในราชกิจจาก็เป็นปลายในรอบของอรหัตผลเป็นพุทธอันรอบบริบูรณ์ในพุทธะไปเรื่อยๆสะท้อนๆๆขึ้นมาเป็นอนาคตเป็นอรหันต์พอเป็นอรหันต์สุดหรือว่าเราเห็นว่าเราได้สาระเราได้เงินทุกความเป็นอรหันต์มากแล้วเราก็เป็น ถ้าเป็นเต็มรูปไปเท่าไหร่ก็เติมเต็มรูปไปเท่านั้นเพราะเราเป็นอนุพุทธะถ้าสมมุติว่านับเป็นชาติเลยคนเป็นอนุภาคนี้เป็นพระอรหันต์นะถ้าคุณจะเป็นพระโพธิสัตว์เราจะสั่งสมตัวเองอีกเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหน้าต่อคุณก็มาสั่งสมอีกคุณก็จะมีรอบที่สูงมีอะไรต่ออะไรที่ง่ายมีฐานง่ายขึ้นปฏิบัติธรรมอันนู้นอันนี้ก็ดูไม่ได้ยากเย็นอะไรไปบางอย่างที่เราอุตส่าห์จะเป็นแล้วมันก็เร็วไม่ได้หรอกถ้าถูกก็มองๆก็หลงๆไปชั่วคราวชั่วคราวสุดท้ายมันก็จะเป็นมาแต่คุณอย่าประมาทว่าตัวเองมีบารมีแล้วมีความเป็นมนุษย์พุทธะมาแล้วจะประมาทถึงจะใช้ประมาทเสร็จตายแต่ เป็นเองแล้วมันเป็นจริงของมันเองแล้วมันจะรู้แล้วแกล้งไม่ได้และเราต้องเป็นผู้ที่อย่าประมาทว่าเราเป็นเมื่อเราไม่ประมาทว่าเราเป็นเราก็จะอดทนมาได้ทุกทีไปถ้าเราประมาทนึกว่าเราเป็นนึกว่าเราเป็นอนุกรรมการแต่ถ้ามีบารมีจริงนะเราก็ไม่อยากรอหรอกมันไม่ใช่ว่าลองอะไรก็ตามมันก็จะรู้ตัวเองเลยว่าเราไม่ประมาทเป็นตัวแสดงว่าไม่อยากทำบางทีหลายอย่างด้วยซ้ำไปมันบังคับไปทำมันไม่มีเหตุการณ์นี้จะต้องมีบังคับให้เป็นอย่างนู้นอย่างนี้เขาไม่เจตนาเลยมันก็จะต้องให้มันเป็นอย่างนั้นเงินเท่านั้นเราก็ไม่ มันมีอะไรของเราอยู่มันเป็นอำนาจแข็งมันมีบารมีอันนี้ก็อธิบายเหมือนเป็นอจินไตยเหมือนกันอันนี้ที่พูดให้ฟังเป็นเรื่องที่มันอยู่ที่ของเราเหมือนพระพุทธเจ้าเป็นคนธรรมดาแบบนั้นเละเลยถ้าเป็นผมก็ไม่แน่อะไรก็ถือว่าประสบความสำเร็จมันพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้าท่านมีอำนาจท่านมีพลังแต่มีบารมีสั่งสมมานักหนาท่านจึงสามารถที่จะดิ้นหลุดได้ถึงวาระนี้ฉันก็รู้สึกตัวได้ก็ถูกมอมเมาไปชั่วระยะแค่นั้นแหละแล้วท่านก็รู้ตัวทนไม่ได้ไม่รู้ลักษณะแบบนี้ผมเข้าใจลักษณะแบบนี้เขารู้จักเพราะผมเองผมก็เห็นที่ตัวผมว่าเออเราก็มาถูกลาบยศสรรเสริญถูกโลกกระทำอะไรมันเมาเมาแล้วก็หลงก็ไม่ชอบหนึ่งรู้สึกยินดีมันก็ไม่ได้มีใครมาก็บอกไม่มีใครมาบังคับไม่มีใครมาไอ้นั่นนักหนาแม้แต่ผมไปเล่นไสยศาสตร์ผมก็เบื่อเองเพื่อน เด้งมาไม่ออกพูดยังไงมันก็ไม่รู้เรื่องไม่ฟังมาบ้างสิไม่ไปหาพูดด้วยสวัสดีนายยังเล่นอยู่เราก็เล่นมั่งสิก็ล้อเล่นเราหยุดแล้วแล้วทำไมไม่หยุดบ้างบางคนเล่นก่อนอาตมาเพื่อนบางคนบางคนมาเล่นหลังเล่นไสยศาสตร์เขาก็ยังเมามายของเขาอยู่แต่ผมไม่มีใครมาบอกเลยนะผมเลิกของผมผมก็มีใครบอกผมเห็นไม่ได้ถามแล้วผมก็เลิกมาเกิดมาเองจะมาปฏิบัติมันจะมาปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า จะหยุดก็หยุดจนออกจะประมาทคนอื่นด้วยซ้ำตอนแรกๆพอมารู้ได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคนอื่นเขาไม่มีฐานก็ไม่ได้เขาไม่มีบารมีเขาไม่ได้จริงๆก็ต้องเห็นใจเขาถึงได้ไม่เห็นใจเขาถ้าเราไม่เข้าใจนี่เราไม่เห็นใจเขาหรอกเราจะประมาทคนอื่นโง่จังเลยทำไมถึงโง่นักทำไมถึงไม่มีกำลังอินทรีย์อะไรมันจะดูถูกเขาแต่ถ้าเขาไม่มีบารมีมามันไม่มีจริงๆเราต้องเห็นใจเขาเมื่อเราเห็นใจเขาเมื่อไหร่เราก็ไม่ดูเดือนถ้าเราไม่มีกะจิตกะใจแล้วทุกเดือนแล้วจะไปเอาเขาให้เป็นเหมือนอย่างกับเราเป็นปัดโธ่มันไม่ได้ต้องเห็นใจเขาบ้างมันจะเกิดแม่ตายจะเกิดการกรุณา ก็นี่แหละลูกก็มีอยู่โลกธรรม 8 ประการหนึ่งเท่านั้นแหละทั้งโลกประมวลแล้วมีแค่นี้ได้รับอนุญาตรับรู้โลกด้วยตาหูจมูกลิ้นกายของเราจ่ายของเราทวารอินทรีย์ทั้ง 6 ที่จะรับรู้โลกมันก็มีอยู่แค่นี้แหละรวมลงแล้วทั้งหมดมันก็พูดได้มีเป็นเพลงได้เป็นอนุพุทธมาหลายรอบแล้วสั่งสมตนเองเป็นบริษัทมาเรื่อยๆก็จะมีสูงขึ้นสูงขึ้นจะมีความเป็นตัวที่เป็นนั่นแหละสะสมมาเป็นปัจจัยสำคัญไม่จำเป็นจะต้องเจอคำสอนพระพุทธเจ้าแต่ตัวนี้เป็นแล้วก็เป็นเพราะต่อไปมาเจอกันสองคนรู้จักก็ยิ่ง แล้วก็ยิ่งเห็นจริงเราก็ยิ่งมีหลักฐานจะช่วยอย่างผมนี่ต้องการเลยคำสอนของพระพุทธเจ้ามีอีกเท่าไหร่ที่จะไปยืนยันกับสิ่งที่ผมรู้ผมเห็นอยู่ผมพูดอยู่คนเดียวนี่เขาไม่เชื่อไม่เป็นไรได้ของพระพุทธเจ้ามาอีกเท่าไหร่ก็ยิ่งหวานจะได้เอามายืนยันจะได้ไปยืนยันเพราะงั้นสิ่งใดที่ผมรู้มาก่อนโดยที่ไม่เห็นของพระพุทธเจ้ามาก่อนแล้วก็เป็นปัจจัยของผมไม่มีอาจารย์องค์ไหนสอนไม่รู้แล้วเขาก็บอกว่าของพระพุทธเจ้าสอนทั้งนั้นก็ใช่ของพระเจ้าสอนเรา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive