200520-084 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน084-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์130 KB
วันที่แก้ไข13 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 20 พฤษภาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระธิดาได้อบรมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกและในวันนี้ก็ยังคงต่อพุทธประวัติจากพระโอษฐ์อัมพวานี้เราได้ยินทำวัตรไปจนถึงรายละเอียดของพระพุทธองค์ที่ได้ทรงประกาศธรรมจักรตั้งแต่วันแรกณที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันแล้วแต่ก็อธิบายอะไรต่ออะไรไว้ที่อื่นอีกครับ 8 ประการ จะได้ทำมาจากนั้นก็เป็นจะมีแผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์พิเศษแห่งหนึ่งและการแสดงธรรมมาจากนั้นเป็นผลจะเกิดแสงสว่างเนื่องด้วยการแสดงธรรมจักรด้วยได้พูดกันไม่เข้าใจว่าแผ่นดินไหวมันหมายถึงอะไรเกิดแสงสว่างหมายถึงอะไรให้เข้าใจความหมายกูเข้าใจแล้วก็ไม่มีปัญหาบุคลากรที่ฐานจะมีแผ่นดินไหวจริงๆตามปกติฐานยาวๆง่ายๆเพราะใช้คำภาษาว่าแผ่นดินไหวก็เถียงตรงพาซื้อง่ายๆว่าแผ่นดินนั้นมันไว้ก็ตาม หรือเกิดแสงสว่างจ้ามีแสงสว่างวาบวาบอะไรขึ้นมาก็ตามจะมีอย่างนั้นก็ตามเราก็ยกไว้แต่แม่จะไม่มีอย่างนั้นเราเองในบัดนี้สามารถที่จะยังปัญญาเข้าไปเป็นอารมณ์เข้าไปเป็นตัวปัญญาเป็นจิตเข้าใจจริงๆอย่างออกร้อยเรียงไม่ใช่ว่ามองไม่ออกไม่เห็นมันมองออกมองเห็นจริงๆเลยว่ามันมีอาคารมีสภาพมีสาระของมันอยู่ในตัวเลยว่ามันสภาพที่แผ่นดินไหวเป็นอย่างนั้นเกิดแสงสว่างเป็นอย่างนั้นโดยเราย่นย่อลงมาไว้ที่กาย ยาวนานขึ้นกว้าง 2 พร้อมสัญญาและใจในโลกรูปนี้มันมีแผ่นดินไหวโลกคือกายและใจของเรานี่มันไหวมันเปลี่ยนทิศมันแย่มันแปลกหามันมีไว้มากไว้น้อยรู้ของเราว่ามันแยกมันแตกมันเปลี่ยนโลกมันมีโรคแย่โรคแตกออกจากโลกโลกนึงเป็นโลกุตระโลกนึงเป็นโลกิยะอะไรขึ้นมาแล้วก็ไม่เวียนไม่มีเส้นทางโคจรไปจริงๆเราได้อธิบายกันอธิบายให้เข้าใจเป็นนามธรรมมันไม่มีตัวตนไม่มีภาษาอังกฤษในนามธรรมไม่มีภาษาเรียกเราก็พูดภาษาของโลกภาษาอย่างแต่ภาษาอย่างนี้มันมีร้อยนึงเหมือน มันมีสภาวะเหมือนกันเลยถ้าเร

อ่านต่อ

าเข้าใจในธรรมะอันนั้นผู้ใดอย่างถึงจะไม่มีปัญหาในเรื่องของแผ่นดินไหวดังกล่าวแล้วใครเกิดแผ่นดินไหวในตัวคุณนั่นแหละยิ่งจะรู้ง่ายนี่จะเข้าใจง่ายว่าโอ้โหแหมนี่เราเกิดไว้ตัดเส้นทางโคจรของโลกที่ไปหรือว่าแยกโลกออกมาแล้วเป็นโลกสองโลกโลกุตระ 1 กิโลกรัมหรือว่าแยกเป็นโรคอันนึงแยกเป็นธรรมะอันนึงเป็นโรคธรรมไป 2 ส่วนมีผลแตกต่างกันมีส่วนต่างแตกต่างกันทั้งวันไว้แล้วยังโลกก็เป็นอาการที่เคยติดเคยยึดก็รับมาพรากมาทิ้งเสียตัดออกคนละสัตว์และสวนออก มหาธรรมพ่อมีจิตโน้มน้าวมหาธรรมมาอยู่อีกโลกลูกหนึ่งแต่ก่อนแต่ไรเราก็ไม่ได้มาอยู่โลกโลกนี้แต่ก่อนเราไปหลงโลกมัวเมาอยู่กับโลกอีกลูกหนึ่งตอนนี้มันมีอีกโลกอีกโลกหนึ่งไม่มีสัดส่วนที่ติดแผ่นดินแผ่นหนึ่งนี่เป็นภาษาภาษาธรรมะหรือว่าธรรมะที่เราเคยหลงเป็นคดีโลกส่วนใหญ่นี้มันแย่มาเป็นคดีทำอย่างไรเราก็เข้าใจมันได้มันก็มีสัดส่วนมีสภาวะเป็นผู้ที่เข้าใจแล้วโดยใช้ภาษาแทนง่ายๆไม่ยากครับมันก็รู้พระพุทธเจ้าสมัยก่อนนี้ผู้ที่มีปัญญา ขั้นสูงขั้นต่ำอย่างนี้ทิ้งไว้ก็เข้าใจผู้ที่มีปัญญาเข้าใจทีนี้สมัยแต่ต่อมามันมีเรื่องมากภาษาก็มาความหมายคำว่ายึดมั่นกันก็มากก็ต้องไม่พยายามถ่ายถอนความยึดมั่นถ่ายทอดความรู้เปลี่ยนและพยายามกระจายให้ตื้นเกิดจากให้พิสดารจำแนกออกสู่กันฟังอย่างที่ทำอยู่นี่แหละก็คิดว่าคงจะได้เข้าใจแต่แม้แต่แสงสว่างเกิดแสงสว่างนั้นน่ะเราก็รู้ครับผมว่าเรามีสภาวะเรามีปัญญาจริงเราก็รู้ว่าแสงสว่างไม้เอาอย่างนี้มันเกิดแสงสว่างเมื่อทำมาจากหยั่งลงธัมมจักรก็คือแรงคนที่เป็นธรรมะมันเข้าไป ข้างในมันจะทำงานจะสตาร์ทบทบาทขึ้นมาวะขึ้นมามันจะเป็นการรู้เกิดสภาพรู้ที่มันไม่ใช่รู้อย่างที่เราเคยรู้มันมีจุดอะไรมาจุดใหม่มันมีแรงแรงรู้ที่เป็นสภาพใหม่มันไม่เหมือนมันไม่เหมือนมันมันเข้าใจไปอีกอันนึงยิ่งขึ้นเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นแสงสว่างที่ประหลาดคือมันเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นเข้าใจชัดที่มันไม่เคยเข้าใจอย่างนี้มันเป็นแสงสว่างขึ้นหลายๆอย่างที่หลายๆลักษณะที่มันไม่เหมือนเมื่อทำมาจากนั้นอย่างลงจริงหรือมันทำมาจากนั้นเกิดไฟฟ้าติดเครื่องขึ้นจริงที่ตัวเราเป็นแรงรู้ ตะกรุดถักความรู้เป็นความตื่นตื่นจะโง่เง่าตื่นจากสภาพที่มันเคยเป็นรู้แม้กระทั่งวันนี้ชัวร์เพราะว่ามันรู้ว่านี่เป็นโปรกันติกานรกรู้ว่านี่เป็นสภาพเทวดาสูงขึ้นแสงอย่างนี้เป็นแสงที่ยิ่งกว่าแสงพระอาทิตย์แสงพระจันทร์ที่ว่ามีอานุภาพมากมันก็ยังไม่สามารถเป็นอย่างลงไปถึงตรงนี้ได้ตรงที่จะเกิดชีวิตจิตนี่เองบางอย่างลงไปไม่ถึงมันจะไปแยกให้รู้โลกเทวดารู้นรกหรือสวรรค์ไม่ได้หรอกแสงพระอาทิตย์พระจันทร์ที่ว่ายอดเยี่ยมก็ยังยังไม่ถึงแสนนี้เกิดขึ้นเป็นแสงที่ประหลาดเป็นแสงที่อัศจรรย์ พระจันทร์พระอาทิตย์ที่มีอานุภาพมากก็ไม่ส่งไปถึงได้จริงๆต้องเกิดแสงมีสตาร์ทเพราะทำมาจากมันแสดงธรรมมาจากนี้เกินธัมมจักปิดเครื่องขึ้นครับจะกลับเนี่ยเกิดจากกลแรงคนขึ้นเกิดขึ้นเป็นธรรมะที่แท้มันก็จะมีสภาพสว่างไสวแล้วเลือกใช้ภาษาไม่มีภาษาพม่าไม่มีก็ใช้ภาษาโลกนี้แทนมันสว่างไสวยิ่งกว่าแสงพระจันทร์พระอาทิตย์แต่พระอาทิตย์ส่องไม่ถึงจริงๆจึงเทียบไม่ให้เห็นเลยว่าแสงพระอาจารย์พระอาทิตย์ที่ว่าแรงๆอันนั้นก็แรงอย่างนึงแรงอย่างโลกแต่มันไม่เหมือนแสงนี้แสงนี้มันแสนอัศจรรย์แล้วมันทำให้เราแยกโลก สว่างไสวออกได้จริงๆเกิดจากกระจ่างออกมาจริงๆนี่แหละเป็นแสงแต่ถ้าเราเข้าใจธรรมะเป็นธรรมอธิษฐานอย่างนี้มันก็หมดสงสัยมันจะมีแสงวูบแสงวาบหรือเปล่าในการที่เกิดการแสดงธรรมมาจากนั้นเกิดรู้จักจะทำให้มันเกิดเป็นจักรกลแรงคนเกิดที่ใครก็ตามโลกลูกไหนก็ตามมีแสงสว่างขึ้นที่โลกลูกนั้นตัวตนบุคคลที่มีทรายยาวนานพร้อมสัญญาและใจเกิดแสงสว่างก็นั่นแหละเป็นอัศจรรย์ตัวเราเองจะบอกกับตัวเรามันก็เป็นไปได้เหมือนกัน จะได้ไม่เป็นอย่างนี้ไม่เคยมีไม่เคยพบไม่เคยเห็นเราได้พบได้เห็นหนอเธอรู้หนอมันเกิดการแยกการแผ่นดินไหวมันเป็นอะไรเกิดอะไรขึ้นมามันเห็นจริงมันลงตัวมันลงตัวจริงมันรู้แต่นี่ก็พิสูจน์ได้แม้ปัจจุบันนี้สำหรับตัวเราไม่จำเป็นจะต้องเป็นของพระพุทธเจ้าเท่านั้นหรือพระพุทธเจ้าก็ตามพระพุทธเจ้าแสดงธรรมไปเกิดที่บุคคลใดบุคคลนั้นก็จะมีสภาพอย่างนี้และเดี๋ยวนี้ไม่ใช่พระพุทธเจ้าผมเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาแสดงอธิบายการแสดงการบัญญัติการแต่งตั้งการเปิดเผย จำแนกเป็นการกระทำให้ตื้นซึ่งความจริงให้คุณรู้ว่าอันนั้นมันทุกข์อันนั้นมันโง่อันนั้นมันชั่วแล้วอันนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะไปติดไปยึดจนคุณเห็นชัดเจนอย่างนี้แต่ก่อนแต่ไรก็เป็นเศษหลงเสพหลงสุขอยู่เหมือนกันหนอนกินขี้เหมือนหมากินขี้แต่เดี๋ยวนี้เราเห็นชัดเจนแต่เราได้เข้าใจในสภาพดังกล่าวแล้วได้ถ้ามีสภาวะนี้จะเข้าใจชัดทีนี้ธรรมะต่อไปเมื่อพระพุทธเจ้าท่านพูดถึงธรรมะของท่านเป็นธรรมจักรของท่านแล้วท่านก็กล่าวต่อไปอีกในที่อื่นไม่ได้เรียนว่าเรามีแต่พุทธศาสนาเรียงไว้ดีในการเข้าใจได้ง่ายไม่รู้คุณธรรมและ หน้าไม่รู้ฤทธิ์ของธรรมไม่เข้าใจธรรมะตรัสเอาไว้อันนี้ต่อไปก็ว่าจะของพระองค์นี้ไม่มีใครต้านทานได้ฉันยืนยันไว้อย่างนั้นจากของพระองค์ไม่มีใครต้านทานได้ภิกษุทั้งหลายจักรพรรดิลีลาศที่ประกอบไปด้วยองค์ 5 ประการย่อมอาจหมุนจักรโดยทำให้เป็นไปได้และจากนั้นเป็นจากที่มนุษย์ไร้รายผู้เป็นข้าศึกไม่อาจต้านทานให้หมุนกลับได้ด้วยมือ 2 5 ประการคืออะไรบ้างเล่าองค์ 5 ประการคือจักรพรรดิ เป็นคนผู้รู้จักเหตุรู้จักผลรู้จักประมาณที่พอเหมาะรู้จักกาละรู้จักบริษัทภิกษุทั้งหลายจักรพรรดิที่ประกอบด้วยองค์ 5 เหล่านี้แลที่สามารถหมุนจักรโดยทำให้เป็นไปได้และเป็นจักรที่ใครๆผู้เป็นข้าศึกไม่อาจต้านทานให้หมุนกลับได้ด้วยมือก่อนที่ฉันใดภิกษุทั้งหลายสถาบันผู้เป็นพระเป็นอรหันต์ตรัสรู้ชอบเองก็เป็นฉันนั้นสถาบันประกอบด้วยธรรม 5 ประการแล้วย่อมหมุนทำมาจากโดยไม่มีจักรอื่นยิ่งไปกว่าให้ ไปได้โดยธรรมและจากนั้นเป็นจากที่สมณะหรือพราหมณ์เทวดามารพรหมหรือใครๆในโลกไม่สามารถต้านทานให้หมุนกลับได้ทำมาตรการนั้นอย่างไรเล่าเป็นอย่างไรบ้างภิกษุทั้งหลายสถาบันผู้อรหันต์ตรัสรู้ชอบเองย่อมเป็นผู้รู้เหตุรู้จักผลรู้จักเหตุรู้จักผลรู้จักประมาณที่พอเหมาะรู้จักกาละรู้จักบริษัทสถาปัตยกรรมสถาบันประกอบด้วยขันธ์ 5 ประการเหล่านี้แลจึงหมุนทำมาจากอันไม่มีจักรยิ่งกว่าให้เป็นไปได้โดย และจากนั้นเป็นจักรที่สมณะหรือพราหมณ์เทวดามารพรหมหรือใครๆในโลกไม่สามารถต้านทานให้หมุนกลับได้ดังนี้เราต้องฟังตื้นๆฟังง่ายๆมันก็ได้รู้รู้ฉันตื่นด้วยงานนี้แหละไม่มีอะไรมากแล้วก็แค่ว่าจักรพรรดิที่ประกอบไปด้วยองค์ 5 ถ้าเป็นผู้รู้เหตุรู้ผลรู้ประมาณดีแล้วดูเนื้ออรรถธรรมเหตุผลนี่ก็มาจากอัตถะธรรมะมีอัตถะมีธรรมะมี มีกาลมีปริศนายุทธจักรให้รู้ในองค์ 5 ไม่รู้ในองค์ 5 แล้วก็ประมาณให้ดีก็ทำให้ดีก็สามารถที่จะทำสิ่งนั้นดำเนินไปได้จะมีสิ่งนั้นดำเนินไปได้แต่สิ่งที่จะดำเนินไปได้มีแรงคนเคลื่อนอยู่หรือว่าดำเนินให้เป็นไปถ้าเรามาตั้งใจฟังดูคิดไม่เห็นพยายามเข้าใจให้ได้มันยังดำเนินเป็นไปได้ที่ท่านขณะนี้ท่านผู้รู้ว่า 3 ท่านสามารถที่จะดำเนินให้ทำให้ธรรมชาติเนี่ยสิ่งมีชีวิต พุทธจักรธรรมจักรสังฆัสสะรู้เรื่องของธรรมมะเดินไปได้อยู่ด้วยไม่ติดขัดไม่เรียกว่าธรรมจักรทางโลกท่านเทียบจักรพรรดิจักรพรรดิลีลาศที่จะยังจับยังจับก็คือยังพูดง่ายๆมันก็เขาถือจากชุดกลอะไรเนี่ยคือแรงอำนาจทางโลกสามารถที่จะขยายอาณาจักรอย่างรกโลกขยายขอบเขตความกว้างขวางไพศาลของชาวโลกซึ่งจักรพรรดิก็พยายามที่จะขยายทุกอย่างในด้านลาภยศสรรเสริญสุขลาภยศสรรเสริญสุขของของชาวโลกและก็เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่เป็นชาวโลกธรรมดา ขยายอย่างนั้นส่วนพระพุทธเจ้าท่านก็จะขยายอาณาเขตของธรรมะเผยแพร่ขยายนามธรรมให้มันเผื่อแผ่กระจายออกไปสู่บุคคลขยายวงกว้างออกไปได้เหมือนกันใช้อำนาจอย่างเดียวกันรู้เนื้อหาสาระได้รู้ธรรมะคือรู้สัดส่วนสูงต่ำชั้นเชิงธรรมะเนี่ยอะไรที่ทรงไว้อะไรที่กำลังเสื่อมสลายอะไรที่กำลังจะให้เกิดขึ้นใหม่รู้การเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปของธรรมะการทรงไว้มันมีสภาพ 3 นี่แหละส่งไว้ 1 กำลังจะเกิดขึ้นมานี่จะเกิดมาส่ง 2 ทรงอยู่ขนาดนี้ยังมีรูปรอยที่คนตาตื่นก็รู้ว่าอยู่แถวนั้นเอง แต่มันก็ไม่เที่ยงแล้วมันอยู่มันก็มีมากมันเพิ่มขึ้นหรือมันน้อยลงถ้ามันเพิ่มขึ้นเราเรียกว่าการเกิดถ้ามันน้อยลงเสื่อมลงเรียกว่าด้านตัดหรือตัดเสื่อมลงน้ำตาตื้นๆเราก็จะเห็นว่ามันทรงอยู่ที่จริงมันไม่ส่งหรอกไม่มีอะไรเที่ยงไม่มีอะไรอยู่กับที่ไม่มีอะไรทรงอยู่โดยที่ไม่มีการหมุนเวียนเลยไม่มีมีแต่หมุนเวียนถ้าเราเพิ่มอะไรให้มันมันก็จะเจริญมีเนื้อหาเข้ามาประสานเรื่องวันเกิดเกิดมาแล้วมันยังทรงอยู่มันจะเกิดอยู่มันจะเพิ่มอยู่นี่แหละลักษณะตัวนี้แหละทำให้เห็นมาส่งอยู่แล้วก็เสือกมันยังไม่หมดมันก็ส่งมันเสื่อมมันยังไม่หมดมันก็ยังมีสภาวะส่ง ต้องการรู้ธรรมะนี้ต้องรู้ลักษณะไตรลักษณ์ลักษณะ 3 เมื่อเรารู้ลักษณะไตรลักษณ์หรือลักษณะ 3 ของธรรมะเนี่ยเราก็เข้าใจได้ว่าอะไรมากอะไรน้อยแล้วมันก็เดินอยู่เรารู้สาระของมันว่าจะเติมอะไรจะลดอะไรเราควรเติมควรลดถ้ามันเกิดมากไปเราก็ต้องลดลงถ้ามันน้อยมากไปเราก็ต้องเติมเข้าไม่รู้อาจจะรู้ธรรมะหรือรู้เหตุรู้ผลเข้าใจว่าแปลว่าเหตุผลอัตถะธรรมดาหรือเหตุผลคนประมาณมีอัตราส่วนหนึ่งที่เขาไม่ได้เอามาอันที่อยู่ในองค์ 5 ในนี้ตาออกจากบุคลากรหมายคำว่าส่วนตัวส่วนตน ตัวตนของเราเองเดี่ยวๆกับตัวตนของผู้อื่นส่วนตัวส่วนตนของคนอื่นเดี่ยวๆออก 2 อันไปก็มีองค์ 5 เรียกได้ว่าเครื่องมือรู้จักคนมีแรงประสานมันมีความประกอบแล้วถ้าพูดไทยรู้เหตุรู้ผลแล้วแล้วก็ประมาณกลุ่มแล้วก็ดำเนินไปมันจะเดินไปทีเดียวมันจะยังการเป็นไปได้สำหรับพระพุทธเจ้าจึงยืนยันว่าเมื่อท่านดำเนินหรือว่าท่านพอจะมีขึ้นก็แรงคนสภาพที่เป็นไปนี้ขึ้นแล้วไม่มีใครที่จะอ่านหมุนกลับย้อนมาได้พระพุทธเจ้าให้ดำเนินไปแล้วจะต้องดำเนินไปล้ำหน้ามีเป็นลักษณะพุทธธรรมเพราะเราเองเราไม่ใช่พระพุทธเจ้า จะต้องทำให้ได้อย่างพระพุทธเจ้าจึงจะเป็นลูกของพระพุทธเจ้าดำเนินหน้าดำเนินไปให้ไปข้างหน้าให้ดำเนินหน้าไปไม่ให้รถละเราดำเนินหน้าไปเรื่อยๆนั่นแหละถ้าถอยเราก็ยังไม่ใช่พุทธะเต็มพระพุทธเต็มแล้วไม่มีใครจะยังจับนั้นไม่ถอยต้านทานได้มีแต่ลุกลุกนั่งลุกนั่งลุกนั่งเลยไปแต่เป็นลักษณะพุทธะแท้ผู้ที่สร้างธรรมะก็สร้างทำให้รถนานเลยไปได้ไม่เคยถอยมีลักษณะพุทธะเพื่อพูดถึงขนาดนี้เราก็มาพูดถึงพวกเราที่กำลังทำงานอยู่เรากำลังดำเนินการให้ได้มี จับไม่มีแรงคนดำเนินออกไปอยู่ถ้าเราเข้าใจตามที่ผมกำลังจะอธิบายเนี่ยชัดแจ้งอยู่ในใจแล้วจะเห็นได้ว่ามันเป็นจริงแล้วกำลังดำเนินธุรกิจหน้าไปเรื่อยๆมีธรรมจักรมีคนตามมียักษ์มีมารมีเดรัจฉานต้านทานได้เป็นของแน่มันมีมีตามถามตัวเราเองก็ต้านทานในตัวเราเองที่ออกมาในตัวยักษ์ในตัวเดินทางในตัวเราต้องรู้เราต้องฝากไม่ต้องกราบแล้วเราก็ทำงานนี้ไปให้มันเดินสำหรับจับธัมมจักรของเราหรือว่าแรงคนของธรรมะของเรามันจะเจริญขึ้นก็เพราะว่าเราเองเราไม่ทราบ ของตัวเองในตัวเองโลกโลกนี้คือโลกของเราซะก่อนเราต้องเรียนรู้โลกของเราซะก่อนเราจะไปสู่ผลคือธรรมะสวัสดีก็ให้มันเจริญขึ้นให้ได้แล้วมันจะดึงเอาไว้เหมือนกับมีมารพันมือมันก็มีมารมีอาวุธครบดึงเอาไว้ทิ่มแทงพยายามที่จะเอาชนะขาดขาดไม่ให้เราไปสู่ดีต่อต้านไว้มันก็ยังมียักษ์ยักษ์ยักษ์นี่คือมันไม่อดไม่ทนเลยที่จะใจดีมันไม่กล้าไม่แกร่งเลยมันดูมันแข็งๆมันดูมันมีแรงแต่มันมีแรงไปในทางชั่วมีแรงไปในทางที่ไม่ดีดูมันก็เป็นคนกล้าเป็นตัวกล้าตัวแรงแต่แรงกระด้าง แข็งกระด้างกระด้างแรงกระด้างกระด้างแรงร้ายๆแรงไปทำร้ายไม่ใช่แรงมาทำดีเรายังไม่มีแรงหรอกใบไม้ที่เราจะมีธรรมะนี่ไม่ใช่ว่าเราจะมีธรรมะแล้วโรคที่รุนแรงไอ้ตัวร้ายที่มันแรงผีน่ะมันแรงเรายังไม่เก่งนี่เราต้องรู้ว่ายักษ์คือลักษณะจิตอย่างนี้มันแข็งมันกระด้างจิตที่มันไม่เข้าท่าจิตที่มันแรงร้ายไม่ใช่แรงดีนี่เรียกว่ายากไม่อดไม่ทนอะไรนิดหน่อยหน่อยจะต้องแก้ไขอะไรจะต้องพยายามอดทนฝืนสู้ บันทึกจะได้เก่งได้มันยั่วอยู่ทั้งหมดเหมือนมีมารพันมือไม่ได้ต้องสลัดทิ้งมันพันมือนี่ต้องไม่ยอมต้องให้แต่สิ่งอื่นแต่มันล่อหลอกมันยั่วยวนมันทุกประการเลยมันเหมือนมันทิ่มมันแทงมันบังคับผูกแขนให้เราเป็นไปอย่างที่เราจะเป็นไปแบบโลโก้มันมีมันจะเวียนกลับง่ายแล้วเราก็จะรู้ไม่ชัดอยู่ทุกทีเลยว่าเดรัจฉานแล้วจะรู้มันชักจะโง่เง่าเหมือนมันเมาเหมือนเมื่อเช้าตกมันเหมือนเมามันเหมือนมันไม่รู้ไม่ควรทำสิ่งร้ายมันก็ไม่รู้มันจะทำสิ่งร้ายแต่มันช่างเมามันตกมันเป็นเดรัจฉานโง่เง่าเราจะต้องแก้ไขแก้ไขตนเองเมต ตนเองฟังเมตตาสภาวะซ้อนสภาวะมดพุทธะเมตตาคืออะไรเมตตาคือทารุณกับมันฟังดีๆถ้าคุณตามใจผีร้ายผีร้ายอ้วนและเลขว่าเราไม่เมตตาผีร้ายถ้าผีมันเป็นผีปล่อยให้เป็นผีใหญ่ๆๆเข้าไปใหญ่ๆก็ต้องร้ายกับผีผีมันเป็นสัตว์เลวผีเป็นสัตว์ไม่ดีเราไปเลี้ยงผีร้ายตามใจผีร้ายผีร้ายอ้วนใหญ่เลยนี่เราไม่เมตตาผีร้ายกลายเป็นผีกลับกลายเป็นสัตว์ร้ายหนักนี่เราไม่เมตตาสิ่งใดเพราะต้องการจะเมตตาผีร้ายนี่เราจะต้องฝืนใจมันมาขัดเรามันมาจับมันมารักษาให้มันหายเป็นผีจะต้องต่อสู้กันหน่อยมันต้องต่อ มันต้องโตใหญ่มันต้องขัดแย้งอยู่เสมอเมตตาผู้เสพวิทยาจะต้องต่อสู้การโง่ให้มันฉลาดเราจะไปยอมให้มันโง่ไงโง่ไอ้โง่โง่โง่ไอ้โง่อ้วนหนักขึ้นไม่ได้สภาพเมฆสิทธิ์เป็นวิธีที่ชาญฉลาดเป็นวิธีที่ย้อนแย้งเป็นวิธีที่เข้าใจโดยภาษาโลกไม่ได้เข้าใจเข้าใจเป็นภาษาโลกไม่ได้เพราะเราเองสงสารตัวเราเองคือตัวเราเองต้องซับตัวเราเองนี่คือการสงสารอยากให้เราเป็นคนโลกถ้าเราเกิดมาเป็นคนโลกเราเกิดมาเป็นคนโลกโลกถ้าไม่เจอพระพุทธเจ้าหรือไม่เจอพุทธะซะแล้วไม่เป็นทิศตะวันตกไม่เป็นผู้ชนะจะเป็นผู้แพ้อยู่กับโลก การสงสารนี้จึงควรใช้ภาษาที่ย้อนแย้งมากเมตตายังย้อนแย้งมากต้องรู้ให้ทั่วต้องรู้ให้เต็มต้องรู้ตัวรู้ตนได้ชัดแล้วขัดเราออกคัดเรานั่นแหละคือเมตตาการย้อนแย้งอยู่นั่นแหละคือเมตตาอย่าไปให้มันเป็นโรคกลิ่นตัวโลกิยะอิ่มตัวที่ทำจากตนแม้ทำแก่ตนได้แล้วเราทำกับโลกที่มีเราช่วยลูกทำกับลูกเขาขัดเราเราเองได้แล้วจนกระทั่งเรากลายเป็นผู้ชราหมดความเป็นตัวร้ายเป็นตัวดีหมดจากการเป็นโจรไม่เป็น เป็นผู้ดีและด้วยการใช้ลิฟท์ติดทุกประเทศทุกประเทศจินดามีมีอิทธิฤทธิ์มีฤทธิ์ทุกประเทศต่างๆด้วยแร่ต่างๆด้วยนโยบายต่างๆจนกระทั่งเราสามารถชนะได้แล้วไม่เป็นคนแรงคนร้ายแต่เป็นคนดีเราก็จะช่วยเขาในโลกเมื่อช่วยเขาในโลกเราช่วยคนอื่นเขานี่เรากระจายธรรมชาติออกไปมันก็จะมีมารจะมียักษ์เรานี่แหละจะไม่แข็งแรงเราจะอ่อนแอก็ทำไปหน่อยก็ต้องย้อนแย้งมาหน่อยเราก็ไม่สู้เนี่ยเราจะอ่อนแอเราจะกลายเป็นยักษ์เราจะกลายเป็นผู้ แอร์ไม่อดทนไม่ได้ต้องอดทนต้องต่อสู้แต่มันย้อนแย้งมันไม่ใช่ต่อสู้อย่างโลกนะต้องใช้ขันตีสุทัศนาต้องใช้การอดทนอย่างฉลาดอดทนอย่างไม่ยั่วยุอดทนอย่างมากอย่าทำให้แข็งกระด้างต้องทำให้นิ่มนวลต้องทำไอ้นี่มันต้องทำให้ดีเนี่ยมันมีวิธีการสูงมันมีเหมือนมันพันมือพันมือถือมีดอาวุธครบมีจับปลามีสายฟ้าวัดมีบังคับเราอยู่เสมอไม่เหมือนหมาเนี่ยเราทำงานอยู่นี่เห็น วิมานะบีบมันบังคับและเราเองก็จะท้อถอยด้วยจะเป็นยักษ์อยู่เรื่อยแล้วเราก็จะพลอยโง่เง่าไม่เมตตาโลกครับจะเป็นเดรัจฉานโง่เหง้าเมามันจะโหดร้ายต่อโลกเขาด้วยไม่มีเมตตาโลกถ้าเราไม่ช่วยโลกเขาอดทนสู้กับหมาได้ชนะขัดเราก็ขึ้นมาพยายามต่อสู้มีเมฆเมฆต่ำปลุกเสกกับวิทยามีการเมตตาโลกก็ให้ได้เรื่อยๆข้างหน้าเรารู้เขาจะต้องต่อสู้กันแน่ๆเหมือนเราจับเด็กมาอาบน้ำมันไม่อยากอาบมันร้องจ้าร้องก็ร้องแต่ต้องปลอบให้ดีทำให้นิ่มนวลอยากให้เป็นยักษ์เป็นมาอย่าให้แข็งกระด้างทำให้ดี เราก็จะใจอ่อนจะสงสารเหมือนมันบีบบังคับเรานี่หายใจอ่อนอย่างเงี้ยมันย้อนแย้งฟังดูทำไมภาษาจะใช้แล้วมันย้อนแย้งไปชั้นลึกมันขนาดนี้เพราะเราจะต้องพยายามมีเมตตาผู้เสียที่จะต้องแรงกับเขาไปตามกระแสนี้จะต้องเมตตาเมตตาอันนี้จึงไม่ใช่เมตตาอย่างโลกแล้วนะตกใจแข็งใจแข็งทนไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นอ่อนแอเข้าใจให้ดีเราจะต้องเอาสัจจะเอาสาระที่แท้มีเหตุมีผลมีการประมาณประกอบมีหมู่ชนมาประกอบเหตุผลน่ะคือเนื้อ รักแท้ๆประมาณเนี้ยคือพยายามเติมพยายามเติมพยายามลบให้ดีอย่าพยายามเติมพยายามลดให้ดีจะมากไปจะน้อยไปสักคำนวณเติมรถอยู่แหมยิ่งกว่าช่างทองเติมหน่อยเติมหน่อยเติมนิดนึงว่ารถหน่อยรถนิดให้ดีจะประมาณแล้วก็ดูกาละไม่เที่ยงเลยกาละทุกอย่างก็คือสภาวะที่หมุนไปเรื่อยไปตลอดเวลาไม่แน่นอนเลยวินาทีนี้เราอาจจะทำอย่างนี้วินาทีต่อไปเราอาจจะทำอย่างอื่นชั่วโมงนี้เราทำอย่างนี้ชั่วโมงต่อไปเราอาจจะทำอย่างอีกอย่างหนึ่งวันนี้เราทำอย่างนี้วันต่อไปเราอาจจะทำอีกอย่างนึงอาทิตย์นี้เราทำอย่างนี้อาทิตย์ต่อไปเราอาจจะทำอีกอย่างนึงกลับกันปีนี้เราทำอย่างนี้ปีต่อไปเราอาจจะทำอย่างอื่นกลับกันกาลไม่เที่ยงแต่ละสาระแต่ละสมัยก็ยังมีปัจจัย ไม่ได้วัวชนหลักกับบริษัทไม่แน่กลุ่มก็ไม่แน่กลุ่มขณะนี้มีกลุ่มอย่างนั้นอย่างนี้แล้วนะมีเนื้อสาระหรือมีอะไรมีความเข้าใจหรือมีแรงหรือยังถ้ามีแรงแล้วหรือว่ามีส่วนช่วยเหลือมีอำนาจต่อรองมีอำนาจลดค่ามีอำนาจเพิ่มค่ามีอำนาจขยายค่าพอแล้วนะเราก็จะต้องรู้อำนาจขยายค่าในตัวเราหรืออำนาจขยายลดค่าอำนาจลดค่าในตัวเราหรือแรงอื่นเขาจะสามารถลดค่าขยายค่าจากเรามันจะฆ่ากันมันจะทำลายกันเราเองเราต้องรู้ว่ามันจะทำลายกันแต่เราจะพยายามทำลายสิ่งชั่วแต่เราจะเติมสิ่งดีเราจะเป็นยังไงเราจะทำยังไงจะขยายยังไงจะ เดี๋ยวจะต้องมีปัญญารู้คำนวณประมาณให้ดีในหมู่กลุ่มมันจะมีเนื้อสาระบริษัทและมีกลุ่มอย่างไรเราจะเพิ่มจะลดอย่างไรขนาดไหนเธอต้องใช้ปัญญาทั้งสิ้นจะเห็นได้ว่าเราต้องใช้ปัญญาทั้งหมดเลยถ้าเราไม่ใช่ปัญญาทั้งหมดเราก็ทำอะไรไม่ได้ทำไม่ตลอดเวลาทำงานอยู่ขณะนี้เราใช้ปัญญาคำนวนมีทั้งมารและเราก็จะคอยอยู่เป็นยักษ์ให้ได้เราทำให้คนนั้นคนนี้มาว่ามาอย่างนู้นอย่างนี้มาแย่งให้เราอ่อนแอให้เราแข็งเกินหน้าอ่อนแอนะแล้วแต่แข็งแรงพอแล้วอ่อนแอมันไม่อ่อนโยนมันไม่ แข็งแรงสภาพผิดกันแข็งแรงหรือแข็งแรงไม่ใช่แข็งส่วนล่างอ่อนแอหรืออ่อนแอไม่ใช่อ่อนโยนเพราะเราจะต้องเข้าใจสภาพธรรมเราจะต้องทำไม่แข็งแรงทำให้อ่อนโยนทำให้นิ่มนวลทำให้ดีไม่สัญญาและไม่ใช่โง่เง่าอย่างเดรัจฉานที่เมามันตกมันทำไม่รู้เหตุไม่รู้ผลทำให้รู้เรื่องไม่รู้ทิศเหนือทิศใต้ไม่รู้กาลเทศะไม่รู้เหมือนกันไม่รู้อะไรจะควรละเว้นไม่ละเว้นอะไรจะควรทำได้ไม่ทำได้ไม่เข้าใจคำว่าไม่ถูกอย่างนั้นเรียกว่าอย่างไรและฉันผู้เมามันผมพุทธเจ้าก็จะต้องมีการต่อสู้ยิ่งกว่าดาราที่ดี ช้างนาฬาคิริงที่ตกมันยังแรงร้ายเราก็มีช้างนาฬาคิริงตัวน้อยเท่าของเราตามฤทธิ์ของเราเราก็จะเจอเพราะเราก็จะต้องต่อสู้รู้จะต้องกระทำหมายและดอกไม้ 3 กระทำดูต้องมีปัญญาให้มากเราจะทำได้ลักษณะทิศตะวันออกทำในลักษณะที่เราจะรู้หมดตัวเราเองทำแล้วคนมันก็ลวงโลกโดยคนต่อจากนี้ได้ฉันโง่เง่าแล้วต่อไปเราพระพุทธเจ้าปราบคนรวมมันจะยั่วยั่วเหมือนกันยอดหาเรื่องเกี่ยวกับยอด เราจะต้องฉลาดรู้เท่าทันคนยอดหาเรื่องชนะการยอดหาเรื่องด้วยการรู้ชัดเจนแล้วเราก็เฉยเสียเมื่อแก้ไขอะไรไม่ได้พูดอะไรไม่ได้เพราะว่ามันจะรู้แต่เฉพาะเรากับเขาเท่านั้นเองพูดไปสองไพเบี้ยแล้วก็ฉันเป็นโสมวิทยาเพราะนี่ก็สงบอยู่ก็เห็นแล้วว่ามันเป็นขั้นปลาและสุดที่จะพูดสุดที่จะกล่าวก็เอาความสงบนิ่งต้องใช้เวลารอเวลาเวลามันจะบอกเองมันจะเปิดเผยเองแต่คนมันลวงโลกหรืออย่างนี้เราจะต้องพยายามเข้าใจสภาพคนเอาสิ่งลวงมายัดเยียดเออเราเข้าใจให้ชัดแต่เราก็พยายามอย่าหวั่นไหวไม่หวั่นไหวนอกจากคนมันรวมคนมาหา อะไรก็ได้อยู่ตลอดเวลาที่เราได้รับจะได้เจออยู่ตลอดเวลาเราจะรู้เสร็จแล้วก็จะกราบคนลงโลกแล้วก็ปราบพระลวงโลกด้วยพระคืออะไรพระคือธรรมะพระสุธรรมมะธรรมะของเราลวงโลกหรือเปล่าต้องปราบอีกถ้ายังมีส่วนที่เราไปลวงโลกเราต้องปราบส่วนรวมของเราจากของเราก่อนถ้าเรามีธรรมะที่บริสุทธิ์ธรรมะที่สะอาดจริงแล้วเป็นสัจธรรมแล้วทีนี้เราก็ปราบพระที่นี้ขยายออกไปเป็นตัวบุคคลผู้ใดเป็นพระเราก็จะต้องกราบพระคุณของโลกด้วยพระใดที่ยังเบี้ยวพระได้ที่ยังไม่ซื้อ โรงเรียนก็ต้องช่วยกันช่วยพยายามปรามเขาด้วยดีด้วยทำได้ดีเราอยากเป็นยักษ์เราไปปราบก็อย่าปราบอย่างยักษ์เราต้องปราบอย่างอ่อนโยนแข็งแรงไม่ใช่อ่อนแอหรือแข็งกระด้างปราบเขาก็ปราบอย่างนั้นจึงจะเรียกว่าบุญมีปราบไม่ใช่ยักษ์ปราบยักษ์ก็ถือไม้กันมองแยกเขี้ยวแข็งๆแรงๆอย่างนั้นไม่ใช่ศิลปะไม่ใช่เรื่องของพระเราไม่ปราบอย่างยักษ์เราไม่ปราบอย่างแข็งกระด้างหรือว่าอ่อนแอแต่เราปราบอย่างแข็งแรงแต่อ่อนโยนสุภาพแต่เราก็ไปปราบพระที่หลอกลวงโลกด้วยปลุกพระที่เขาไม่รู้เขาเป็นเดรัจฉานเขายังโง่ เอามันเขายังลวงโลกตอนนี้อธิบายพร้อมหมดแล้วนะตีซ้อนเป็นเชิงซ้อนหมดแล้วนะเวลาทำที่เราได้เราก็ไปช่วยคนอื่นอีกช่วยเขาด้วยปัญญาประทีปปริโตต้องช่วยเขาด้วยปัญญาช่วยพระท่านปัญญาช่วยเขาด้วยปัญญาอืมไม่ใช่ หาคนลวงโลกจะช่วยเขาคนลวงโลกก็ช่วยเขาด้วยการหยุดสรรเสริญวิทยาจินตนาการต่อมาต่อมาก็ช่วยพระลวงโลกสัจนิยมจัดการหายะช่วยด้วย YouTube ไม่ใช่ช่วยด้วยยางหมดเลยบริบูรณ์หมดเลยทั้งอุตสาหกรรมระดับเกลี้ยงเลยชนะทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยหมดทุกเรื่องแต่ว่าเราจะชนะ คร่าวๆก่อนต่อไปนี้ผมก็พยายามเรียนอยู่พยายามเอามาจำแนกพยายามที่จะร้อยที่จะทำให้มันเข้ารูปเข้ารอบที่เป็นประโยชน์ดีจริงๆและถูกต้องและงานแล้วก็จะปราบอยู่เนี่ยแล้วก็จะกระทำประโยชน์นั่นแหละที่ปลอมปลาไม่เหมือนภาษาหยาบๆเหมือนภาษาหนักหรือเปล่าถึงร้ายแล้วเราทำให้สิ่งดีเกิดเวลาทำงานอยู่เดี๋ยวนี้การกระจายธรรมจักรของเราอย่างนี้เราเจอสภาพอย่างนี้เพราะแม้แต่จะกราบพระลวงโลกกราบพระจิตสงบเราเองจากตัวเราเองติดสงบก่อนต่อไปกราบพระบรมราชาธิราช ฝากหน้าครับผู้ติดสงบพวกผู้ประเสริฐแล้วล่ะมีความสงบรู้ลำดับแล้วแต่ติดตัวตนไม่เอาถ่านหยุดไม่ช่วยเหลือโซฟาอันอื่นเลยอย่างนี้เราก็ต้องกราบหน้าสมมุติปราบหน้านี่แหละปากด้วยปัญญาสักทีทุกชนิดโตพระลวงโลกสาปด้วยอะไรหายากหลวงพ่อพระ ด้วยด้วยปัญญาและรับปราบพระจิตสงบหรือว่าผู้ที่ได้ความสงบระงับแล้วได้ความประเสริฐนาขั้นแปลว่าความประเสริฐเหมือนพญานาคที่มีฤทธิ์ร้ายแล้วก็นิ่งเฉยมากไปเหมือนงูเหมือนพญานาคใหญ่กินอิ่มกินอ้วนได้ประโยชน์แล้วก็นอนนิ่งอยู่ก้นมหาสมุทรเลยอะไรเงี้ยแล้วมันมีประโยชน์ต่อเขาเลยต่อผู้อื่นตัวเองได้ดีแล้วล่ะสิกลับไม่พยายามช่วยเหลือคนอื่นทำเฉยทำเมยไอ้อย่างนี้เรียกว่าสภาพนาคะสภาพหน้าเราก็จะต้องพยายามกราบด้วยตนก็เหมือนกันอย่าเข้าใจผิดเราได้ดีแล้วเราก็ หนีไปทิ้งหรือว่านิ่งเฉยซะไม่มีการขยายออกต่อไม่มีการสืบสานออกต่อกันผิดเพราะรับปากวันนี้ด้วยอิทธิพลพรุ่งหยุดไม่ได้อีกทีพี่สังกัดมโนสังกะตะรุ่นทุกอย่างยิ่งอีกทีปิดพระเก่งด้วยฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่พี่สาวก็คืออภิศ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน