201201-145 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน145-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 จะหนีไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยพรหมธรรมวัดเช้าณพุทธสถานสันติอโศกมรกตมาทำวัดกันอีกอันเป็นกิจวัตรที่เราจะพึงส่งเสริมให้ตัวเราเองเกิดจริยะเกิดศีลวัดทั้งหลายหมายความว่าการกระทำจิตก็แปลว่าการกระทำวัดมันหมายความถึงการกระทำเป็นประจำบนเวียงเพราะสิ่งใดที่วนเวียนเป็นการงานอยู่เขาเรียกว่ากิจวัตรเรียนวนทำอยู่ซ้ำซากเป็นไปอยู่มีอยู่เช่นว่าเราต้อง ต้องเดินตรงนั้นต้องนอนวนเวียนเข้าไปกิจวัตรของชีวิตหรือแม้แต่เรามีกำหนดการกระทำอะไรขึ้นมาที่เป็นการกระทำประจำแล้วก็เป็นจิตเป็นการกิจการอย่างนั้นเรามาทำอยู่วัดมีการวนเวียนทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปมาอยู่เรื่อยๆก็เรียกว่ากิจวัตรกิจวัตรทุกอย่างที่เรากระทำเพื่อให้เกิดผลดีถ้ามาทางธรรมมันก็จะเป็นผลดีเพื่อเพิ่มจริยะเพิ่มจรรยาเพิ่มพืชเพิ่มความประพฤติของคนเราให้มันดีขึ้นมีทั้งพฤติของทางกายทางวจีทางมโนสูงสุดทางธรรมมีเพิ่มแม้แต่พฤติกรรมของมโน จะมีพฤติกรรมอันดีขึ้นเรื่อยๆโดยมีสีละวัดวัดสามีวัด 3 อย่างเท่านั้นแหละศิลวัฒน์กิจวัตรจริยวัตรวัดสามอย่างที่มันจะเป็นไปทางด้านธรรมะนี่หมายเอาแค่นี้เพราะงานวัดอื่นจะเป็นมีอะไรเป็นวัดอื่นก็แล้วแต่ของเขาแต่ของธรรมะก็มีสามีจะเห็นได้ชัดว่าความสูงขึ้นนั่นแหละสิ่งที่สำคัญจริยะหรือจรรยาพฤติกรรมความแสดงออกเป็นความจริงถ้าเป็นกายกรรมบันทึกกิจกรรมของทางกายมันก็เห็นได้มันก็ชัดมีทุจริตสุจริตถามว่าจีก็มี [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เป็นอย่างไรไปเนี่ยลดลงแล้วเป็นได้นี่เป็นความซับซ้อนที่เราจะต้องรู้อย่าเป็นเถรตรงจนเกินไปต้องมีปัญญาซ้อนแทรกลงไปให้รู้ถึงพฤติกรรมตายพอดีว่าดีก็ดีตายก็เหมือนกันในระยะเดียวกันในยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆที่วจีมโนก็มีพฤติกรรมแต่ก็นอนไม่มีพฤติกรรมบา
อ่านต่อ
งทีก็ยิ่งมีสอนพฤติกรรมเธอบอกว่าหยุดเพราะว่าวางแล้วก็ไม่หยุดหยุดโดยไม่หยุดอะไรจะพูดกันมากอธิบายกันมากแล้วมันก็น่าจะเข้าใจได้พฤติกรรมที่ตั้งถึงมโนภาษาที่เป็นอธิบายนามธรรมถึงขั้นจิตมันจึงยากที่จะรู้มันก็มีมันก็ไม่ตายตัวไปเป็นเห็นตรงอีกแหละแต่จะต้องรู้นัยยะที่ซ้อนแทรกลงไป เป็นความบริสุทธิ์เป็นชั้นเชิงที่สุขุมประณีตทีนี้คำว่าศีลคำว่าศีลก็แปลถึงพฤติกรรมเหมือนกันมีพฤติมีหลักเป็นต้นแบบหยาบๆก็เป็นหลักเป็นกฎเกณฑ์ที่จะให้กระทำตามนั้นเพราะพอมีกฎเกณฑ์อย่างนั้นแล้วผู้รู้ก็เอามาประพฤติก็เกิดพฤติกรรมขึ้นในขณะที่อยู่เป็นพิธีอยู่ยังไม่ลงตัวยังไม่เป็นไปจริงยังไม่เกิดความง่ายมันก็ยังฝืนอยู่จนกระทั่งมาเกิดความง่ายจะเกิดความเป็นปกติธรรมดาซึ่งเกิดจริงเป็นจริงเป็นตามสีเป็นตามหลักนั้นมีไม่ คือไม่ต้องฝืนเป็นอัตโนมัติอยู่ได้อย่างนั้นเป็นอย่างนั้นเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็เป็นอย่างนั้นได้อย่างง่ายศีลแปลว่าปกติเมื่อจบบทต้นก็แปลว่าหลักเกณฑ์ที่จะให้ทำอย่างนั้นเมื่อกลางก็แปลว่าประพฤติพฤติกรรมเหมือนกันเป็นการกระทำอย่างนั้นมากินความกว้างกิจกรรมพอเป็นปกติแล้วก็มีพฤติกรรมอันนั้นน่ะเป็นธรรมดาปกติธรรมดาก็คือมันเป็นอย่างนั้นแล้วเกิดแล้วเป็นแล้วอย่างนั้นไม่ให้เกิดจากนี้จะเห็นได้ว่าหลักของพุทธของศาสนามีวัฏฏะและมีการกระทำวัด การทำวัตรก็ทำวัดโดยการเคารพนับถือพระมากราบพระผู้ใหญ่เป็นข่าวที่เห็นเจอผู้ใหญ่แล้วก็กราบอย่างสมัยพระพุทธเจ้าสมัยพระพุทธเจ้าลงศาลากันพระพุทธเจ้าลงบรรณศาลาแล้วพระก็กราบท่านซะก่อนเหมือนอาราธนาแต่ไม่ได้อาราธนากราบเป็นการคารวะแล้วก็ท่านก็จะแสดงธรรมและท่านจะซักกะเช้าหรือท่านจะอะไรก็แล้วแต่ท่านการกล่าวนั้นจึงเรียกว่าการทำวัตรด้วยจากผู้ใหญ่กราบพระผู้ใหญ่ไปหาพระผู้ใหญ่แล้วกราบพระผู้ใหญ่เจอพระผู้ใหญ่แล้วกราบเป็นการทำวัตรและเป็นลักษณะหนึ่งการทำวัตรการทำวัดในสมัยโบราณ เคยอธิบายสู่ฟังแล้วจะมาแยกออกเพราะลงศาลาแล้วก็แสดงธรรมโดยมีการแสดงธรรมก็เลยกลายเป็นการท่องธรรมะท่องธรรมบทเอาไปด้วยเพื่อการทำวัตรเดี๋ยวนี้ก็เลยมีแต่การต้องทำมาหมดก็เป็นหมู่ๆซึ่งมันแปลสภาพมานานมากจนกระทั่งไม่ได้เรื่องแล้วนี่เป็นการไม่ใช้กับภาษาว่าทำวัดสมัยโบราณเขาก็เรียกในเมืองไทยเขาเรียกว่าทำที่จริงทำวัตรภาษาไทยไปทำวัดกันไปทำอะไรที่เป็นกิจวัตรกิจวัตรจะต้องมาลงศาลาก็เลยแบบว่าทำวัดการเห็นพระเห็นผู้ใหญ่กราบก็ไหว้เป็นการทำวัตรไม่ต้องมาถึงปั๊บทันทีแต่ถึงแม้โอกาสหน้าเคยทำแต่ไม่ทำอย่างนั้นทำอธิบาย กิจวัตรนั่นเองแล้วก็เลยท้วงกันเอาใช้คำนี้เป็นคำสั่งแล้วทำบัตรสิเอาไปทำบัตรไปทำอะไรถ้าอยู่วัดแล้วก็ไม่มีอะไรอื่นหรอกอยู่วัดก็ไปลงวัดลงศาลาธรรมวัดพระพุทธเจ้าเป็นการตายตัวเพื่อเป็นการเรียนรู้สมัยก่อนก็เป็นการเรียนรู้เมื่อลงศาลาเพราะการทำวัตรก็คือการลงศาลาการกระทํา ไปวัดไปทำอะไรไปสถานที่นั้นไปทำอะไรไปทำวัดทำวัดอะไรก็มาเรียนรู้เรียนรู้จะมีอะไรมากกว่ามานั่งฟังธรรมมานั่งสาธยายธรรมนั่งฟังธรรมสารกันบ้างหรือมีผู้รู้ท่านนั่งอธิบายให้ไปกิจจะลักษณะบ้างอย่างนี้แหละมันมีประโยชน์สูงทำวัตรต่อมาไปเอาลัทธินั่งหลับตามาบอกว่าเป็นภาคปฏิบัติอะไรมันก็แสบเข้ามาอยู่คนก็ไปจริงๆเราทำวัดนี่แหละฟังธรรมนี่แหละเป็นเรื่องใหญ่เราทำนี่แหละเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเพราะการกระทำวัดหรือว่าการฟังธรรมกันที่เราขาดไม่ได้หยุดไม่ได้ขาดไม่ได้หยุดไม่ได้แต่ก็ต้องพยายามพยายาม วันเกิดผลเราฟังจนจะกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์จากมือก็ไปนั่งท่องสวดมนต์อย่างที่ว่าพระธรรมวัดหรือไปนั่งท่องสวดมนต์ไปท่องซ้อมขึ้นพอถึงวันก็เวลามันขึ้นไปท้องสองหนึ่งเป็นสองสองไป 4 เหมือนกับนักเรียนท่องสูตรคูณอะไรอย่างเงี้ยมันก็ไม่มีผลอะไรมากนอกจากจะท่องแล้วก็จำได้กับสิ่งนั้นมาไว้เท่านั้นเองถ้าสิ่งใดเราไม่มีปัญญาเสริมและสิ่งที่รู้นั้นไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่มีผลไปขัดเกลาไปทำให้เราได้มีพฤติกรรมมันสูงขึ้นมีจริยวัตรสูงขึ้นศีลของเราไม่ดำเนินไปตัดที่ศีลเป็นคนปกติปกติแล้วก็ดับเพลิงวันที่ 4 ขึ้นเรื่อยๆแล้วเราก็ไม่มี หลักเกณฑ์ที่เราจะมาประพฤติจะมีขึ้นเรื่อยๆแม้แต่ผมเองผมก็มีศีลขึ้นเรื่อยๆศีลอย่างนี้เป็นอธิษฐานที่ไม่มีภาษีอย่างนั้นเป็นสีของผมเองที่ไม่มีใครพึงรู้ผมว่าผมต้องตั้งหลักตั้งเกณฑ์ผมต้องกำหนดกันชัดกัญชามีอะไรที่ผมจะปรับปรุงตนก็ปรับปรุงได้ซึ่งไม่ใช่ความเสียหายอะไรเธอจะปรับปรุงตนเพื่อที่ก้าวหน้าหรือเจริญก็จะต้องมีศีลมีจิตศีลวัฒน์มีกิจวัตรมีจริยวัตรคนที่ก้าวหน้าตรงนี้เสมอมีสีและวัดให้แก่ตนเสมอและก็มีกิจวัตรที่จะทำตามส่วนที่บกพร่องของตนนั้นเสมอคือกระทำเสมอเลยกิจวัตร แล้วมันจะเปลี่ยนพฤติเปลี่ยนจริยวัตรของเราให้เป็นจริยวัตรอันงามเป็นจริยวัตรอันเจริญมันมีทั้งด้านจิตทั้งด้านกายเมื่อด้านจิตของเรามีจริยธรรมเป็นญาณเป็นวิมุตเป็นอุปกรณ์แล้วเราก็เป็นพระอรหันต์แล้วจริยวัตรของจิตเพื่อเป็นแล้วก็ยังมีจริยวัตรของกายของวจีที่เราจะมีสีเขียววัดที่เราจะศึกษาอีกพระสารีบุตรที่บอกว่าเป็นยอดพระอรหันต์ที่เป็นสาวกซึ่งยกลำดับรองพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าบอกว่านี่เป็นรองถ้าจะนับเป็นรองเราก็ต้องนับพระสารีบุตรพระสารีบุตรมีจริยวัตรทางด้านจิตเป็นพระอรหันต์แล้วแต่วัน พระสารีบุตรก็ยังมีแสงเขียววัดที่จะต้องประพฤติประจำนายยกตัวอย่างที่เป็นหลักฐานชัดๆก็คือแม้แต่เวลาท่านจะหลับนอนท่านก็จะต้องมีสติระลึกเสมอจะก่อนนอนว่าตอนนี้พระอัสสชิอยู่ด้านไหนหนอทีนี้ก็รู้กันอยู่แล้วอันนี้ยกตัวอย่างที่มีเป็นตำนานหรือเป็นประวัติเป็นสิ่งที่อธิบายมาแล้วให้ฟังอื่นๆที่ดีของท่านอันนี้ยกตัวอย่างก็แล้วกันเพราะว่าเป็นหลักตายอันนี้เป็นหลักใหญ่ๆของท่านเองก่อนจะนอนก็จะต้องระลึกเสมอสีและวัดอยู่ประจำเป็นหัวข้อหลักปฏิบัติของท่านพระอาทิตย์นอนอยู่พระอาทิตย์ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนหนอเรานอนเราจะหันหัวไปทางทิศใต้พอรู้ว่าอยู่ทางทิศไหนก็ก่อนนอน จะนอนก็จัดทริปจัดพานให้แก่ตัวเองแล้วก่อนนอนลงไปหันหัวไปทางด้านพระอัสสชิอยู่เคารพนับถือเป็นผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์เป็นผู้ที่นำเพราะส่วนนี้เป็นส่วนบกพร่องของท่านให้เป็นพระอริยะแล้วเป็นพระอรหันต์แล้วแต่ท่านก็ยังมีเสถียรวัดหรือมีวัดที่จะต้องทำมีจิตจะวัดมีสีและวัดมีกิจวัตรมีเพิ่มจริยวัตรของท่านเองเพื่อที่จะให้ท่านดีขึ้นอีกไม่ใช่ว่าไม่มีเสขะไม่มีการศึกษามีการศึกษาแต่เราต้องรู้คำเราต้องรู้ความจบรอบของเสาหมายความว่าผู้มีจริยวัตรอันถึงอุปโภคได้จิตแล้วเนี่ยน่าจะเป็นรอบ ของความหมายว่าเป็นผู้จบผู้สิ้นผู้พ้นทุกข์ยิ่งอรหันต์หมายถึงผู้พ้นทุกข์เป็นผู้ที่ทำทุกข์ให้สิ้นจากตนได้เป็นเจตสิกกระทู้หรือกายิกกระทู้จะยอมรู้ปลดปล่อยวางไปตามควรรู้การเกิดการเจ็บการแก่รู้เป็นธรรมดาและท่านก็ไม่มีการทุกข์อึดอัดขัดเคืองอะไรไม่มีจริงๆไม่เป็นเรื่องของท่านแน่นอนผู้นั้นย่อมรู้ด้วยตนอันชัดเจนไม่ได้ว่ามีวัดมีวัดต่างๆอันเด่นชัดเพราะแม้แต่จะเป็นพระอรหันต์แล้วก็มีวัดที่เราพึงกระทํา เพิ่มได้อีกแม้เราจะมีวิมุติแล้วก็ตามเราก็ยังจะมีปัญญาเราจะทำสัพพัญญุตญาณเพิ่มโพธิญาณต่างๆมันไม่มีที่สิ้นเป็นอนันตังวิญญาณนี้มันเป็นอนันตังและที่อาตมาเคยยกตัวอย่างให้ฟังผมเคยยกตัวอย่างหนังแม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสอนเทวดาถ้าเราเข้าใจแล้วไม่มีอะไรในความเพิ่มภูมิวุฒิไม่ขาดแม้แต่คำสั่งของท่านเองท่านก็สรรเสริญเองตัวเองได้เพราะท่านเจริญอยู่แม้จะเป็นพระพุทธเจ้าแล้วถ้ายังมีความเจริญอีกแต่ว่าสิ่งที่ท่านจบรอบตัดรอบให้แก่ตนเองว่าคันนี้เป็นฐานะที่สูงเป็นความเก่งที่ยอดความรู้ที่ไม่มีใครไล่ทันและไม่มีใครห้ามไล่ทันขนาดไหนท่านเป็นคนประมาณ อันนี้ได้ยอดแล้วสูงถึงขั้นเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศได้แล้วท่านก็จะประกาศถ้าเกิดจะประกาศท่านเป็นอรหันต์มันเป็นมานานแล้วแต่ยังไม่ใช่อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องมีญาณอย่างนั้นเมื่อใดท่านเคยจัดเมื่อใดที่อะไรอะไรบ้างถ้าไม่ถึงที่เราจะยังไม่ปฏิญาณว่าเราเป็นสมาชิกคนละอย่างหรือไงที่ตัดเป็นเนื้อหาสาระไว้ว่าถ้าเรายังไม่ได้เป็นถึงขนาดอย่างนี้อย่างนี้เราตราบนั้นเรายังจะไม่ปฏิญาณตนว่าเป็นสัมมาสัมพุทธะถ้าไม่ได้คือการที่เราจะกราบนั้นยัง ปฏิญาณตนเป็นสัมมาสัมพุทธะนี่มันคือท่านที่สำคัญอันนี้ขยายความเรื่องวัดให้ฟังพวกเราจะได้ไม่ประมาทเราจะเพิ่มความเจริญให้แก่ตัวเองก็เพราะเรามีวัดเรามีสิ่งที่จะปฏิบัติตนมีหลักเกณฑ์มีการกระทำจริงและเราจะเห็นจริยะของเราเพิ่มพรหมจรรย์เพิ่มพรหมจรรย์เพิ่มความสูงธรรมในแปลว่าความสูงเพิ่มพรหมจรรย์แก่ให้เราเองให้เราดีขึ้นเจริญขึ้นตามมานั่งฟังธรรมเป็นกิจจะลักษณะเป็นกิจวัตรอันหนึ่งที่เราจะต้องเสริมการกระทำการฝึกตนมีสติปัฏฐานมีกิจ ตื่นอีกที่เราเคยทำกันอยู่นี่แหละพูดรายละเอียดไปหมดมากมายจะไม่ทีเดียวถ้าเกิดว่ารวมหมู่กันจริงจริงๆแล้วก็มีมานั่งฟังธรรมเนี่ยพร้อมกันทุกคนพยายามทุกคนอยู่แล้วเป็นกิจวัตรในการฟังธรรมนี่เป็นอันหนึ่งมีผู้พูดควรขึ้นขยายขึ้นให้ฟังแล้วที่เราได้บรรยายอธิบายอะไรต่างๆมาจนกระทั่งถึงแยกแง่ที่มีคนมากล่าวหาพระพุทธองค์อย่างผิดมันผิดพระพุทธเจ้าท่านก็ใช้แง่ใช้ปัญญาปฏิภาณในการที่จะใช้แง่ตอบเอากับคนที่มากล่าวหามากล่าวสู่นั้นอย่างง่ายเป็น เป็นคนละเม็ดเรียกว่าคนละเม็ดก็ได้ซึ่งก็ได้อธิบายให้ฟังถึงคนละเม็ดนั้นด้วยและก็ได้อธิบายถึงความหมายเป็นจริงอย่างไรไม่จริงอย่างไรอย่างไรเรียกว่ากล่าวตู่อย่างไรเรียกว่าเป็นไปโดยจริงจุดที่ถูกจุดที่ไม่ถูกทุกอย่างอธิบายและมี 2 เท่านั้นโดยสมมติในที่สุดว่าการกล่าวว่าความขาดก็มีศูนย์ที่เป็นสมมติก็มีบางส่วนที่มีสมมุติก็อธิบายได้ศูนย์ที่ไม่เข้าท่าศูนย์เป็นปรมัตถ์ก็มีจริงมีศูนย์จริงอย่างที่อธิบายไปแล้วนักเรียนจะบอกว่าเกลียดโดยสมมุติก็ได้จะบอกว่าก็เป็นของน่าเกลียดทุจริตมโนทุจริต เรียนทำให้ผิวหน้าก็มีได้อย่างสมมติสัจจะ 2 แง่ปรมัตถ์ก็มีอยู่ในนั้นเสร็จเป็นคนเผาผลาญเป็นผู้เผาผลาญพระพุทธเจ้าท่านบอกแล้วก็เผาผลาญทำไมเหมือนจะเป็นคนร้ายเขาจะเอาแง่ร้ายมาสู่พระพุทธเจ้าเราก็ร้ายร้ายได้ไม่เป็นไรหรอกถ้าเราจะร้ายกับผู้ร้ายหรือร้ายกับสิ่งร้ายเราจะให้สิ่งร้ายนั้นอยู่ทำไมหรือให้มันดีทำไปแล้วให้มันเจริญทำไมอย่างนี้เป็นต้นซึ่งมันเถียงไม่ออกหรอกคนเราในโลกมันหวังดีและหมายดีกันทั้งนั้นเพราะกล่าวถูกมุมถูกเหลี่ยมถูกทางก็ดี จนที่สุดได้มาถึงอันสุดท้ายในแง่ที่ถูกกล่าวตู่ว่าเป็นคนไม่มีที่พูดที่เกิดพระพุทธเจ้าก็รับไปเลยใช่เราเป็นคนไม่รู้จักคุณจะเกิดเอากันอย่างหนักเลยทีเดียวถ้าฟังก็ยิ่งภาษาไทยแล้วก็ด่ากันอย่างถึงจุดถึงโคตรเลยไอ้คนไม่รู้จักคุณจะเกิดแหมถ้าด่าแล้วภาษาไทยก็เกิดสำนวนไทยคนจนถึงราชาเลยนะไม่รู้จักพอจะเกิดพระพุทธเจ้ารักซะเลยไม่ได้ส่วนที่มันมันเป็นจริงอ่ะเอาปรมัตถ์ ก็ใช่น่ะสิเราจะไปผุดไปเกิดทำไมการต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปอีกอันนึงและการต้องเกิดอีกในภพใหม่ 2 อัน 2 จุดนี้ทำธุระรายได้ขาดแล้วเราเรียกผู้นั้นว่าเขาไม่รู้เป็นคนไม่รู้จักคุณจะเปิดนี่แหละไม่รู้จะพูดจะเกิดทีนี้ภาษาบาลีในนั้นจะแปลว่าการต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปคงจะมีภาษาอีกอันนึงงั้นคนไม่รู้จักคุณจะเกิดครับผมแล้วและการต้องเกิดในอีกในภพใหม่นี่มันขยายความคงจะต้องใช้ภาษาบาลีอีกคำหนึ่งผมไม่ได้เปิดบัญชีแต่ไม่เป็นไรก็ หมายความชัดอยู่แล้วเพราะว่าพระพุทธศาสนาแปลให้มันตรงสักตรงความหมายจริงๆเท่าที่จะพัฒนาขึ้นมาชั้น 1 แล้วแต่ผมก็ขยายต่อถ้าเราจะแปลศัพท์คำว่าได้กินความอีกก็แปลได้ผมก็ย้ายต่อสู่ฟังอยู่แล้วนี่เป็น 2 ตัวอย่างที่ท่านหมายมึงอย่าดึงก็เป็นภายนอก 2 เป็นภายในเพราะถ้าเป็นภายนอกเราบอกว่าการต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปนี่ก็แสดงว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยทำไมรายละเอียดอยู่เลยว่าเอาหยาบๆบางคนตายแล้วนี่ตายจากเนื้อนี้แล้วก็ไปเข้าท้องไปเข้ามดลูกคนใหม่นั่น 1 2 การต้องเกิดในภพใหม่แล้วก็หมายถึงกิจกรรมของพ่อทั้งแม่ที่มันเกิดอีกมันลอยไปเกิดมันจะไม่เข้าท้องใครมันจะ ทีนี้เอาอย่างละเอียดเป็นธรรมดาที่ฐานต้องนอนด้วยกันก็ไปเข้าท้องพ่อท้องแม่โดยเฉพาะใหม่อีกก็จิตมันก็ลอยล่องไปทีนี้เอาปัจจุบันนั้นทำเลยไม่ต้องเอาหลังตายเอาเดี๋ยวนี้การต้องนอนในคันครั้งต่อไปก็คือจิตเราเอาธรรมดาที่ฐานเลยเดี๋ยวนี้ไม่ต้องมาตายเนื้อเน่าการต้องนอนในครรภ์ก็แสดงว่าเราเองจะต้องมามีเกิดฟักตัวรวมอยู่ต้องนอนในขันและก็จะก่อต่อไปอีกอนุสัยแต่อย่างละเอียดแปลว่าอนุสัยต้องนอนในขาดในขาดตกตะกอนนอนเลือกเป็นสมาชิกปัจจุบัน ไม่เอากายคนการต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปหมายความว่าอยู่นิดๆนอนในคันนั้นก็ไม่จบแล้วก็ไม่จบเลยมีเชื้อเมื่อมีเชื้อมันก็คืออนุสัยก็จะต้องควักไปรอเชื้อรอเหตุปัจจัยพอมีเหตุปัจจัยอีกก็เกิดต่อถ้าไม่มีเหตุปัจจัยก็นอนนี่เหมือนกับของไม่มีเบอร์ของไม่แสดงฤทธิ์แต่พอมีเหตุปัจจัยเข้ามาใส่อีกครับมีกำลังเลยเกิดต่อไปได้อย่างนี้เรียกว่าการนอนในคันของจิตในจิตการต้องเกิดอีกในภพใหม่ ตกที่บ้านรู้จักเป็นก้อนแข็งเลยบ่มีพระพุทธจะเป็นก้อนแข็งที่นัดไม่ตกตะกอนเป็นการตกไม่ใช่อย่างนี้เป็นลักษณะฟุ้งและเผด็จการต้องเกิดอีกในภพใหม่ไม่หยุดผมคิดอนาคตคิดมากหวานหวาน ไม่มีไม่มีทั้ง 2 ส่วนแต่ถ้าไม่ได้บอกว่าไม่มีจริงๆมันมีนะที่จริงมันมีเป็นความจำนี่ก็เป็นความจำจะเรียกว่าปุพพวิเทหทวีปเป็นความจำก็ได้แต่อธิบายเป็นปรมัตถ์มีความจำแต่เราไม่ได้หลงไหลเรารู้เป็นอนัตตาผู้ใดรู้เป็นอนัตตาแล้วมันมีปัญหาทำเป็นอนัตตาแล้วไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นและเราจิตเราไม่ได้ติดสิ่งนั้นไม่ได้ถ้าสิ่งนั้นจะเกิดถ้าเราจะทบทวนให้เกิดถ้าเราจะทบทวนเอาอันดีบุคคลได้ถ้าเราจะคำนวณเป็นอนาคตไปมีมารเป็นอัปลักษณ์ อันผู้ใดละได้ขาดแล้วแม้จะต้องนอนในครรภ์ครั้งต่อไปหรือการต้องเกิดอีกในภพใหม่อันผู้ใดละได้ขาดแล้วเราเรียกผู้นั้นว่าคนไม่รู้จักคุณจะเกิดผู้ใดรับได้จริงเป็นจริงก็ไม่ถูกต้องของตนทั้งโกหกจนอยู่จนก็ถูกโกหกตนก็ได้รับการโกหกจนก็ไม่รู้จะหมดเขาแต่ถ้าเราไม่โกหกจนเรารู้รู้จนกระทั่งถึงจิตที่แยกแยะให้ฟังว่าจิตมันจะเกิดมันจะเป็นยังไงอธิบายถึงเรื่องจิตเกิดอย่างละเอียดแยกแยะใช้ภาษา โลกใช้ภาษาบัญญัติมาอธิบายทำให้ฟังเมื่อวานนี้ขยายจุดนี้ให้ฟังอย่างละเอียดจนถึงกันเป็นวิญญาณหรือเป็นจิตปกติเดี๋ยวนี้ปัจจุบันเดี๋ยวนี้เป็นวิญญาณอันสะอาดโดยที่แม้แต่ขนาดของรัฐทวีกิจไม่ได้หยั่งลงขณะที่เป็นทาสอย่างนี้แล้วก็จะมีกี่ธาตุจะเป็นอย่างไรแค่ไหนอธิบายสุภาษิตพังไม่เกิดไม่เป็นไม่มีเป็นอย่างไรและลักษณะของมันว่ามันวางมันเป็นอย่างไรน้ำมันจะรู้จัก กระบอกก็อธิบายไปจนกระทั่งวิญญาณนัด 3 กิโลเมตรนะถ้าผู้ใดก็ทำอย่างนี้ในลักษณะอย่างนี้รู้จริงเห็นจริงเข้าใจจริงไม่หลงใหลยังถึงความเป็นอย่างนี้จริงสะอาดบริสุทธิ์ไม่ใช่ฟังแต่ภาษาเข้าใจเท่านั้นมีสภาวะจับจิตตัวเองได้รู้ในจิตวิญญาณของตนอย่างชัดเดี๋ยวนี้จึงจะเข้าใจความได้อย่างลงความไม่ตั้งลงความไม่เกิดอีกหรือมันเกิดก็เราจะปล่อยก็ปล่อยได้ละได้ขาดไม่ให้ไม่มีต่อก็ได้รู้จักที่ต่อรู้จักที่ตัดทำการต่อทำการตัดได้แต่จริงๆแล้วก็รู้จิตมันดับอยู่เดี๋ยวนี้ก็รู้ดับอยู่เดี๋ยวนี้จะดับอย่างที่ยังมี มันเฉยเป็นอุเบกขาเลยเป็นอาสาก็รู้ได้หยุดอยู่นิ่งอยู่อย่างนั้นรู้ก็รู้เฉยไม่มีอะไรเข้ามาปล้นไม่มีอะไรเข้ามาปนไม่มีอะไรเข้ามาแซมนิ่งเฉยรู้สักแต่รู้แล้วกันคุณก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต้องใช้การกระทำของตัวเองจะเปิดทวารตาดูเจริญตาเห็นภาพเห็นรูปนิ่งไม่ได้ปรุงอะไรไม่มีอะไรเลยจริงๆไม่มีความคิดอะไรแซมหยุดได้หยุดได้จริงๆอาการหยุดก็ได้อธิบายวันนี้ก็จะซ้ำลงไปให้ฟังอีกว่าให้เราเช็คให้เราใช้เราตรวจตัวเองสอบผ่าน ใช่ถ้าจิตมันหยุดได้จริงๆแล้วเป็นอรหันต์เป็นพระอรหันต์แล้วแม้เราจะไม่มีเจโตสมถะถึงเข้ามานั่งหลับตาแล้วก็ทำกับสันดีได้ในช่วงเวลาหนึ่งไม่เก่งไม่ได้หักหลับตามีโลกุตระมีโรคประจำไม่มีเกณฑ์โตสมถะแล้วก็จะเช็คเราได้ว่าเรามีเราก็ได้เราอยู่เหนือเนื้ออะไรเหนือกายยาววาหนาคือกว้างศอกพร้อมสัญญาได้ใจเนื้อมันก็ต้องเนื้อกายไม่ใช่ว่าเนื้อว่าเราจะบังคับกายไม่ให้มันเป็นอย่างนั้นไม่เป็นอย่างนี้แม่มันสลายและมันตั้งอยู่แล้วเราก็ตั้งอยู่ให้อาหารแก่มันเราไม่มีการเก่งกว่าโรงงานที่จะให้มันเอาไปสังเคราะห์เราไม่มีปัญญาจะเอาตรงนั้นไปสังเคราะห์ตรงนี้ให้มันสังเคราะห์เหมือนกับ ป้อนโรงงานซ่อมเครื่องของโรงงานแล้วก็ซ่อมได้พอประมาณแต่เราก็ไม่ใช่ช่างมากเกินไปจนกว่าจะเท่าๆกับหมอที่รักษาสรีระกายนักเขารู้ยานั้นยานี้อันนี้สุดอันนี้เสื่อมเขาก็เอายาเอาอาหารอย่างนั้นอย่างนี้มาแซมมาแก้มากไปเขาก็หาอย่ามาแก้ออกน้อยไปเขาก็หายามาเอาอันนั้นมาเติมอันนี้หมอเขารู้เราเองเราไม่ใช่อันนี้โดยตรงนักก็ไม่เก่งเท่าไหร่แล้วจะบังคับกายเราไม่เห็นไม่ให้เจ็บไม่ป่วยไม่ให้มันมีเสื่อมไม่มีมันเกินมันขาดอะไรงี้ก็ได้แต่ว่าก็ไม่เก่งนักแต่ด้านจิตเราเป็นหมอโดยตรงเลยเราจะให้มันเพิ่มมันจะให้มันลด มันมากแล้วจะให้มันน้อยเราอยู่เหนืออันนี้อันยิ่งใหญ่อันนี้เราเก่งเราเป็นหมอเราเป็นช่างเราเป็นเจ้านายเราเป็นผู้ควบคุมดูแลจิตได้เพราะหมดจริงก็หยุดได้ก็จะมาเช็คลืมตาลงอุตร้าใช่ลืมตาหรือถ้ามีสติเต็มเช็คจุดดูจิตของเรามันหยุดนิ่งจะหลับตาดูก็เห็นผนังดำๆถ้าลืมตาดูก็เห็นสิ่งที่เป็นจริงมีจริงเป็นจริงหลับตาก็มีดับเพื่อเฉยๆลืมตาก็มีภาพที่สายตาแสงกับรูปมันปรากฏผสมรวมกันพร้อมแล้วก็จะเห็นตามมนุษย์ก็เฉยๆความคิดอาจจะบอกว่ามันสั้นมันยาวเป็น หลังจากที่คันจากไม่มีรักษาก็ไม่ได้ไปเทียบอะไรมากที่ท่านจะยาวก็ไม่ได้เทียบถ้าเราเราปล่อยจิตว่างเฉยก็เป็นแต่เพียงรู้สักแต่ว่ารู้ไม่กำหนดอะไรมากไม่กำหนดอะไรบ้างสัญญาไม่มากก็ได้ก็จะรู้กำลังมีสัญญาเกิดจะไปนิดเดียวเออสิ่งนั้นหนออย่างนี้หนอมีชั่วอารมณ์ทุรังละเอียดหยาบดีชั่วสุภาสุพรรณีอสุภะชั่วรู้ว่าสุภาพงานอสุภะไม่งามไม่ได้มีงานหรือไม่งามมีจริงๆเลยเช็คดูเออใจเราเป็นงี้ได้น้ออยู่นานๆไม่ต้องปรุงอะไรไม่ต้องงามไม่ต้องไม่งามไม่ต้องอะไรก็ได้ เชยโดยเฉพาะดูผลบอลโลกอุเบกขาเวทนาแค่นี้เวทนาคือตัวสัมผัสรู้แล้วมันก็เฉยดูอาการเป็นเฉยเฉยมันไม่มีใจภูมิใจเสียใจเราเช็คในขณะที่วันวานเราเช็คเมื่อผัสสะกับการที่นี่เห็นคนก็ดีใจกับลูกกับรถก็ติดกับเสียงเห็นเขาสนุกสนานอย่างนู้นอย่างนี้เขาเป็นอย่างนั้นก็ทำอย่างนั้นสนุกสนานแล้วก็เช็คของเราด้วยเออในขณะมีสติมันเก่งมีสติที่มันเป็นไปได้มันเป็นไปได้มึงจะเห็นอุเบกขาเวทนาของเราจริงมันบอกว่าวิจารณ์แบบนี้มันเฉยเลยมันเฉยมันทำได้เขามีความเร่งเรา เยอะจนขนาดไหนขนาดนั้นขนาดนี้เขาก็เป็นไปได้ถ้ามีรถมีชาติเราก็ไม่เป็นรถไม่เป็นชาติรักไม่ใช่ไม่รู้รถนะไม่มีรถเป็นรูปไม่ใช่อย่างนั้นนะรู้กับเขาอย่างนั้นเหมือนกันแต่ไม่มีอารมณ์ที่จะเป็นสุขเวทนาทุกขเวทนาตามอย่างเขาจะรุ่งเรืองบันเทิงเกินไปปีเปรมเกินไปชื่นใจเกินไปเราก็สามารถที่จะเบรคได้หยุดได้หรือห้ามได้ไม่ให้เป็นถึงขนาดนั้นทำได้นี่จะเป็นทุกข์อาการที่เขาทุกข์หนอแล้วก็ทุกข์กับเขาห่อเหี่ยวกับเขาโศกเศร้าอารมณ์กับเขายิ่งไม่มีเลยเรื่องทุกข์ยิ่งเบรคได้สนิทยิ่งใหญ่ได้สนิทเพราะว่าแนวโน้มของสวรรค์มีพระอาจารย์ อีบ้าอนุโมทนาบ้างตีเปรมปิติบ้างเล็กน้อยและมีสุขไปเชิญสุขเป็นสวรรค์พอเป็นอยู่พอมีอยู่บ้างแต่ถ้าจะไปทำทุกข์แล้วเด็ดขาดเหมือนตาลยอดด้วนเหมือนปานยอดด้วยเหลือเหมือนหรือว่ามีการละเล่นขาดสนิทไม่มีทุกข์จึงเรียกว่าผู้พ้นทุกข์สนิทเรียกว่าสุขร่วมทุกข์สวรรค์อาจจะมีแสงบ้างสวรรค์อาจจะมีบ้างแต่ก็จะมีปัญญารู้สอนลงไปอีกว่าในสวรรค์ก็ไม่ใช่อัตตาและสวรรค์ก็ไม่ใช่ของเราในสวรรค์ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่หมายเอาได้อาจจะมีแซมทุกตอนหรือว่าไม่ได้รถเท่านี้ไม่ได้อย่างนี้แล้วเป็นของจริง จะไปหวังกำหนดหมายว่าเราจะต้องได้อย่างนี้เสมอนะไม่ได้แล้วจิตของเราก็จะไม่ประมาทให้มันแก่ให้มันจัดให้มันแรงด้วยแม้เราจะให้จิตมีปิติมียินดีเราก็จะรู้ตัวเสมอว่าต้องมีต้องจากหลายต้องให้น้อยลงไปถ้าจะเพิ่มปรุงขึ้นมาอ้าวตามเช่นว่าเราจะอนุโลมกับหมู่เราจึงนั่งชมหรือว่าเราจะใช้เขาก็อย่างว่าอย่างนี้เลยเข้าไปยังไงก็มียังไงเราก็ไม่อื้อเลยไม่ปฏิสันถารกับเขาหรือว่าไม่เป็นไปด้วยเขาเราขาดหมู่เขาหัวเราะเรากลับจะร้องไห้เลยเอ๊ะมันก็คนละคนคนละอันละ 4 เขาหัวเราะกันเหมือนอยากจะต้องอ่านเนี่ยถ้าโลกใดที่หัวเราะเขา เพื่อนเราเองเรากลับจะไปร้องไห้เราก็เป็นคนบ้าของเขาที่เขียนเอาไว้ในเพลงชีวิตแต่อ่านดูถ้าเขาหัวเราะเราร้องไห้ถ้าเขาร้องไห้แล้วก็ไปหัวเราะอะไรงี้มันก็กลับกันใหญ่มันก็คนละโลกมันเป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นแม้เราเฉยถ้าเฉยบางทีเนี่ยอาการเฉยของเรามันมากไปเราร้องไห้สงสารอานนท์แล้วเราก็เฉยทำหน้าเดิมดูเป็นเชิงไปอีกหนึ่งถ้ากลางจริงๆมันมองอีกมุมนึงได้ถ้าเข้าหัวเราะชื่นใจอะไรเราก็เฉยแข็งคือก็มองมาเป็นทางที่กลับได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นเราผู้มีปัญญารู้แล้วแล้วก็เอาให้นิดนึงเออเป็นไปได้สมมุติเราทำตามเรามีสติ ถ้าเราเฉยเราก็เฉยได้เราให้เราก็ให้ได้ก็ให้น้องๆไปในทางเข้าหัวเราะเราก็เบิกบานเขาบ้างมันก็ได้แล้วเราไม่จำเป็นหญิงเขาก็ได้หรือเราจะเอาพัดลมขึ้นมาบ้างเพื่อที่จะสัมพันธ์มีอะไรเชื่อมต่อให้มันเดินออกไปอีกโดยทดสอบเราก็จะต้องไปเจอที่ไม่ให้มันคัดค้านเพราะว่ามันขัดแย้งใจเขาเกินไปเราจะเฉยเสียเป็นที่สุดเพราะว่าเราไปยินดีด้วยการสร้างประเทศเฉยได้ดีกว่าก็ขัดไปนิดนึงเป็นการขัดเกลาสันเลขขาดเพราะร่างทรงเราไม่เอาแต่ด้านชื่นบานนั้นเป็นแนวโน้มที่จะต้องมีเป็นสายเป็นฐานเป็นพาหนะไม่ว่าเป็นความเชื่อต่อก็อาจจะได้มากมีได้มากกว่าทั้งสองการสอบที่ไม่มี ถึงไม่มีส่วนโศกมีเบิกบานแจ่มใสภาษาก็มีแนวโน้มไปในทางรื่นเริงปิติยินดีไปในทางสวรรค์เบิกบานแจ่มใสเป็นตัวสวรรคตเป็นตัวของติดตัวยืนหลับรู้คือตัวที่จัดสรรเติมคือไม่ใช่เป็นผู้ที่นำดินจนกลายเป็นของที่ไม่มีลักษณะว่าเป็นผู้มีชีวิตพระพุทธคือสิ่งที่มีชีวิตไม่ใช่สิ่งตายนิ่งตายตายอยู่ตายอยู่ไม่ใช่ลักษณะของผู้ที่ตายอยู่ตายอยู่ไม่ใช่มึงตายแต่มีเป็นที่ใช้ภาษาอธิบาย อยู่บ้านติโสดเป็นลักษณะทวนทวนย้อนอยู่มีการปฏิสนธิจังวิธีเอากำลังอธิบายโดยใช้ปฏิเสธด้านทวนกระแสย้อนแย้งตัวอยู่ในตัวอย่างลึกละเอียดของจิตมันมีอย่างนั้นจริงๆเพราะเราจึงใช้ปฏิสันถารพระพุทธเจ้ามีปกติปฏิสันถารปฏิสถานและกิริยาปฏิสันถารด้วยวาจาปฏิสันถารเป็นการสืบต่อทวนถ้าเขาเศร้าเราโสดแต่ถ้าเค้าเฉยเราก็มีเบิกบานขึ้นถ้าเขาเบิกบานมากไปเราจะดึงเขาลงมาให้เฉยๆก็ได้ปฏิสันถารกระทำสัณฐานกระทำที่ตั้งให้มันทั่วไปทวนมาปฏิเสธ วัดทวนทั้งนั้นประสิทธิภาพกลับไปกลับมาถ้าเขาไปทางนี้ก็มีทางนี้ย้อนให้ย้อนให้อยู่เสมอท่านเป็นครูคำว่าปฏิสันถารนี่เป็นครูทีนี้ก็เอามาแปลรายการตอบรับการตอบรับก็คือการมานี่แล้วก็ชวนออกไปเป็นการตอบรับถ้าเอาไปแค่กริยาของลูกปวชต้องหมุนกลับทีนี้เราก็ชวนตอบปฏิเสธสันนิษฐานก็เอาแต่รูปกับถ้าเอาน้ำกลับแล้วก็จะรู้ว่าจิตของเรานี่ถ้ามันมีอย่างนี้แล้วก็สลัดคือปฏิสัมพันธ์มีเต็มเรื่องละเอียดลึกซึ้งไปที่สุดเพราะแม้แต่เราจะ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive