201202-146 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน146-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์175 KB
วันที่แก้ไข13 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมพุทธศักราช 2520 จากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยพรหมทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกอ่ะเราก็มาทำวัตรกันตอนเมื่อวานนี้เราได้ว่าถึงศีลที่จริงเป็นคำตรัสพระพุทธเจ้าจะกล่าวถึงจะสอนศีลยกขึ้นเป็นหลักอยู่ในสูตรนี้ก็ตามธรรมชาติก็ใครจะชมพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจนได้แค่ศีลมีขนาดนี้ อย่างน้อยไปสีป่าต้นๆมาที่ให้ความหมายง่ายๆนึกว่าอย่างน้อยไปยังตามไปเพียงส่วนเท่านี้ยังมีอีกสูงขึ้นมาเป็นลำดับลำดับอีกเราว่าศีลไปแล้วถึง 4 ข้อหลักๆซึ่งก็อธิบายให้ฟังแล้วเมื่อวานนี้ว่าข้อที่ 5 ที่เราเห็นว่าศีลเรามีอยู่ประมาณ 5 ข้อที่จริงศีลไม่ศีลข้อที่ 5 นี่ไม่ใช่สีเล่นๆเป็นศีลที่หมายรวมยอดเพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกล่าวถึง 4 ข้อหลักและท่านก็ขยายศีลข้อที่ 4 เมษายนออกให้เป็นอีก 40 นาทีจากอรุณสวัสดิ์ อัปลักษณ์ออกไปอีก 4 แล้วก็ส่วนข้อที่ 5 ยกไว้ที่วัดสุราเมระยะทำไมเด็กกล่าวถึงยกออกไปเลยแต่เอาอื่นมากล่าวต่อเพราะว่าสุราเมระยะมันเรื่องของจิตภาพทำสีก็อยากขยายหมดนี่มันก็อันเดียวกันกับข้อสุราศีลข้อต่อมาที่จะวิรัชสำหรับผู้ที่ถือว่าเป็นสมรรถนะสูงแล้วเป็นผู้ที่จะต้องระมัดระวังก็คือและอ่านไปแล้วเมื่อวานนี้ทำเนื้อความเป็นจุลินทรีย์ 26 26 ข้อเช่นเป็นต้นว่างดขาดจากการล้างผลาญเพื่อถามและพูด ไม่ผ่านไม่ผ่านไม่เด็ดไม่จับไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไปทำในนี้ท่านแปลเองอ่ะท่านพุทธทาสฉันแปลว่าล้างผลาญก็ให้ความหมายชัดจะล้างผลาญจะทำให้มันสูญหายไปเพื่อจะทำให้มันเสื่อมต่ำที่นี้ในวินัยหรือในที่เราเรียนมาในวินัยต่างๆในข้อนี้นั้นน่ะไม่เด็ดไม่พลาดแม้แต่เด็กวัยเด็กหลอกเด็กจริงอะไรจากต้นเพราะว่าในนั้นอธิบายออกไปอีกตั้งหลายแง่แม้แต่พืชที่เกิดด้วยใบเกิดด้วยดอกเกิดด้วยเมล็ดเกิดด้วยเงาเกิดด้วยรากอะไรตามแต่เราก็จะไม่พราก ไปเด็ดไม่ไปก็ทำใ

อ่านต่อ

ห้มันขาดตายอาการภาพพืชชามหรือพูดคำนี้ถ้าว่ากันโดยตรงแล้วล่ะก็พูดที่ไม่เข้าใจก็จะมองไปในแง่ว่าพระพุทธเจ้าท่านห้ามห้ามพลาดสิ่งที่มีชีวิตมองง่ายๆแต่พระพุทธเจ้าท่านห้ามพลาดให้ห้ามพลาดไม่ให้ไปกระทำสิ่งที่มีชีวิตเมื่อเป็นผู้ที่มีฐานะสูงขึ้นก็จริงถือว่าถ้าเป็นสิ่งที่มีชีวิตแล้วเป็นสิ่งที่มีชีวิตและต่อไปกว่านั้นอีกคำว่าพูดคำแล้วก็คำว่า รูปถ่ายผู้จัดการคำหลักหมายความกันเพราะเขาคิดแต่ว่าเกจิอาจารย์รุ่นเก่าตีความตีความเพื่อจะข้ามและผู้จัดการมันมี 2 คำก็เลยหมายความว่าถ้าพืชก็เลยตีความของคำว่าพูดแต่คำว่าพูดด้วยอีกด้วยแต่มีความหมายต่างกันว่าหมายเอาพืชชนิดไหนบ้างก็เป็นหมายเอาหลายๆอย่างหลายๆแง่เกจิอาจารย์ได้หลายองค์ก็ตีความหลายๆอย่างพฤติกรรมเป็นไม้ที่อยู่กับที่ผู้ไฟฟ้าเพื่อศรัทธาเป็นไม้ที่ต้องการเป็นไม้ที่เคลื่อนที่ได้เพื่อน ไม่เข้าใจคำว่าพูดสักคำก็พูดจะถามคืออะไรก็หาแง่เอานะด้วยความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นพูดแต่ข่าวก็อย่างหนึ่งพูดคือคำก็อย่างหนึ่งในนี้ท่านประธานก็บอกว่าหมายความว่าผู้จัดการคือพันที่เขานำมาให้แต่ยังปลูกเป็นได้อีกอยู่สมัยนั้นเช่นของมีเมล็ดมีหน่อส่วนผู้จัดการคือพันธุ์พืชพันธุ์ที่ยังเกิดอยู่กับที่เดิมซึ่งมันก็เงียบเต็มทีหมายความว่าพยายามหาเหตุผลใส่ก็มัน ที่จริงถ้าเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายหมายความว่าต้องอย่างจิตพระพุทธเจ้าถ้ายังจิตพระพุทธเจ้าออกแล้วความหมายไม่ได้หมายความแค่นั้นหรอกถ้าจะพูดแค่นั้นแล้วก็เมื่อเราไม่กินเนื้อสัตว์เราไม่ฆ่าสัตว์เราไม่กินเนื้อสัตว์เราไม่คิดค่าพืชเราก็ไม่กินพืชทีนี้เราไม่ฆ่าพืชเราก็ต้องไปกินพืชเราจะพูดอย่างนั้นแล้วล่ะก็มันจะต้องไปเป็นถึงอย่างนั้นนี่เราจะลักษณะความรู้ที่ละเอียดถ้าเราได้รู้ละเอียดอย่างนี้แล้วนะที่จริงความหมายเพราะว่าพระพุทธเจ้านั้นเกิดเหตุเกิดขึ้นมาตอนแรกไม่ได้มีการบัญญัติพอมาบัญญัติไม่ใช่ไม่ใช่ วินัยอันนี้เป็นสีนี้มาเก่าแล้วพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้เดิมสีนี้เป็นสิ่งที่สอนไว้แต่เดิมตั้งแต่ต้นตั้งแต่ปลูกศาสนาปลูกฝังศาสนาส่วนวินัยที่ว่าไม่ให้รากพืชข้ามผู้จัดการนั้นน่ะเอามาจากศีลเอามาจากศรีมาลาลงไปพระพุทธเจ้าไปตั้งแต่ในนิทานที่เป็นอธิการมิกะเป็นเหตุให้ตั้งวินัยข้อนี้นั้นมีว่าไปตัดพืชเขามามีพระไปตัดต้นไม้ในป่าเขามาทำบ้านไปขโมยไม้ในป่าเขาที่จริงไม่ใช่ขโมยทีเดียวไปเอาไม้เข้ามา ถือสิทธิบัตรไม่เป็นของใครแล้วก็ไปพรากหมาขึ้นมาพระพุทธเจ้าก็เลยออกวินัยว่าห้ามตัดห้ามพรากพืชห้ามพลาดไปที่นี่ตัดไม้ตัดได้เลยเด็กไม้เด็กได้ไม่เอาหมดเลยนิดหน่อยข้อนี้ออกมาทีหลังเจอที่ร้านศาสนาเกิดแล้วส่วนสีนี้เกิดตั้งแต่ต้นของพระพุทธเจ้าวางศีลไว้ให้พระปฏิบัติท่านก็รู้กันอยู่แล้ว แล้วเอาหนักด้วยทีนี้พูดนี่ก็ไม่ได้มีไม่ได้มีวินัยตอนต้นๆวินัยอันนี้ก็มาเกิดทีหลังทีนี้ท่านที่ท่านเอาที่ท่านเจตนาอันนี้โดยความจริงก็คือท่านต้องการที่จะให้เรารู้จักชีวิตศึกษาชีวิตเป็นชีวะภูตานหนึ่งให้รู้ลำดับไม่ต้องการไม่ต้องกินไม่ต้องทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นอันความหมายที่สูงสุดอีกอันนึงก็คือเป็นมนุษยสัมพันธ์เพราะว่าในสมัยพระพุทธเจ้านั้นมีฤาษีเยอะฤาษีต่างๆพวกนี้ออกป่าก็เป็นพืชกินผักเก็บผลไม้รากไม้ สร้างบ้านอยู่ในป่าฤาษีต่างๆตรงนี้ปลูกมันกินของตัวเองไปแต่ละลัทธิไม่เหมือนกันเป็นศาสนาเดียวดายเป็นศาสนาหลบหลีกเป็นศาสนาที่มันก็สบายถ้าคุณธรรมชั้น 1 คุณธรรมที่ไม่ต้องไม่ไม่ติดโลกจริงๆไม่หลงไหลโรคมากแล้วก็เป็นทุกข์คิดของตัวเองอยู่ในป่านั่นแหละทำมาหากินของตัวเองไปเป็นคนเรียกว่ามักสงบชอบสงบที่เป็นเพียงมีคุณธรรมแค่เป็นคนชอบสงบเท่านั้นมันก็อยู่ได้แล้วมันจะยากอะไรอยู่ในป่ามันไม่ได้มีคุณธรรมอันสูงอะไรไม่ได้มีคุณธรรมอันสูงอันมากอะไรตรงนั้นเจตนาอันนี้ของพระพุทธเจ้า นั่นน่ะแก้ต้องการแก้ฤาษีอันนี้ที่มีศีลข้อนี้สีต่างๆเดี๋ยวยิ่งอ่านยิ่งจะเห็นชัดเลยว่าเจ้าแก้ลัทธิอื่นสีต่างๆในแก้ลัทธิอื่นยิ่งจะไปถึงบัญชีภาษีมหาสีนี้เห็นชัดไม่ให้รดน้ำมนต์ไม่ให้บูชาไฟไม่อะไรยิ่งชัดยิ่งกว่านี่จะชัดกว่านี้จะบอกให้พูดอย่างนี้จะนึกออกแล้วศาสนาอื่นก็มีลัทธิอย่างนี้มาทั้งนั้นแต่พระพุทธเจ้าท่านแก้ไขว่าสิ่งนี้สูงไม่ได้แล้วก็สู้ไม่ได้จริงๆเราคิดดูสิคนที่ไปอยู่ป่าแล้วก็ไปหลงป่ามันไม่ต้องติดโรคมากสักนิดหน่อยเท่านั้นเองมันไม่ต้องอยากจะทุกข์มันวุ่นแล้วก็ออกไปอยู่ป่ามีความขยันหมั่นเพียรมีอะไรรัก สมัครรากไม้ปลูกเผือกปลูกมันกินเด็ดผลเด็ดไม้อะไรกินอยู่ในป่าสบายแล้วอยู่ตลอดชีวิตมึงมันไม่กี่สิบปีหรอกสบายแล้วมันไม่ใช่สมรรถนะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญมันไม่ใช่ผู้มีปัญญามีวิมุตอะไรมากมายอะไรกันมันไม่หรอกพระพุทธเจ้าจึงตัดปัญหานี้เลยพระของพระพุทธเจ้าต้องบิณฑบาตฉันนั้นเป็นข้อที่ถูกมัดไว้น่ะเป็นนิสัยต้องกระทำไม่ให้รับเงินรับทองไม่ให้จับเงินจับทองไม่ให้วุ่นวายอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเนี่ยมีไว้ให้หมดมัดไม่หมดแต่ภาพพืชที่ขาดแม่ให้มานั่งเศรษฐกิจ ลำบากรากไม้กินได้ไม่ยิ่งมีศีลก็ยิ่งมีสูตรอื่นที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ในอำเภอสูตรที่ยืนยันว่าความเสื่อมของศาสนาพุทธนั่นแหละอย่างที่ 1 คือพระไม่รู้จักธรรมะแล้วต้องการหาต้องการศึกษาเหมือนกันต้องการหาอาจารย์ที่จะสอนแต่ไม่รู้อาจารย์อยู่ไหนก็หลงทิศหลงทางเดินออกจากป่าออกไปสู่ป่าฟังดีๆนะออกสู่ป่ามันไม่น่ามันไม่น่าถ้าความเข้าใจของคนว่าศาสนาผู้บำเพ็ญต้องออกทางออกป่าแล้วมันไม่น่าจะเป็นความเสื่อมแต่พระพุทธเจ้าท่านตรัสก็ออกตัดไว้ว่าเสื่อมเป็นผู้ ตกปลาแสวงหาอาจารย์เก็บผลไม้หล่นกินคอยหาอาจารย์นี้เป็นความเสื่อมประการที่หนึ่งมองแล้วถ้าไม่มีภูมิปัญญาและจะนึกไม่ออกเลยว่าเป็นความเสื่อมอะไรศาสนาพระออกไปป่าไปแสวงหาอาจารย์ก็น่าจะถูกแล้วอาจารย์มันควรจะอยู่ในป่าอาจารย์เป็นคนจะอยู่ในเขาในถ้ำแล้วก็เน้นรายละเอียดลงไปอีกว่ายังไม่ใช่คนที่ใจเอามีดจะไม่ใช่คนที่ยังละเมิดวินัยด้วยครับไม่ใช่เก็บผลไม้มากมายกินด้วยเก็บผลไม้หล่นกินเก็บผลไม้หล่นกิน มีอย่างนี้ท่านบอกเป็นความเสื่อมของศาสนาประการที่ 1 คิดดูเถอะมันน่าจะเป็นความรุ่งเรืองมันน่าจะเป็นความเอาใจใส่ส่วนพระที่อยู่ในบ้านในกรุงศิริมั่วอยู่กับโลกียล่ายศสรรเสริญอย่างนี้มันไม่มันน่าจะไม่มันน่าจะเป็นความเสื่อมมากกว่าแต่ท่านบอกว่านี่เป็นความเสื่อมแล้วแต่ก็ถ้าพูดกันกลับอีกทีนึงก็ยังดีกว่าพระที่มั่วอยู่ในโลกียะต่างๆลาภยศสรรเสริญอยู่ในกลุ่มถ้าว่ากันจริงแต่ทั้งวันนี้เริ่มเสื่อมแล้วแม้จะเก็บผลไม้กินคำว่าเก็บผลไม้หล่นกินนี่แหละเอามาวิเคราะห์หลักว่างดบริจาคจะสอนให้เลิกพฤติการณ์ไม่ให้พลาด เพราะอะไรพระพุทธเจ้าต้องการให้พระนี่มาสัมพันธ์มีบิณฑบาตถ้าไม่หลงยังฤาษีเนี่ยไปเก็บผลไม้รากไม้กินทำผลไม้หล่นด้วยไม่สำคัญกับมนุษย์และเมื่อไหร่คุณจะเจออาจารย์แล้วเมื่อไหร่คุณจะมีประโยชน์อะไรอีกที่ถูกต้องตามทิศทางพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้บอกว่าอาจารย์จะต้องอยู่ป่าอาจารย์อยู่ในบ้านอาจารย์อยู่กับคนและคนคืออาจารย์และผู้ที่มีราศีไปอย่างนั้นแล้วก็ท่านตัดปัญหาไว้ถ้าตัดไม่เอาโอเคต่ออีกถ้าหลงผิดอย่างนี้แล้วเป็นการพบในบัญชีแล้วถึงบอกว่านี่เป็นความเชื่อตามกว่านั้นก็ออกป่ามีตะกร้ามีเสียงมีแต่การมีเสียงออกไป บำเพ็ญในป่าคอยผลไม้ไปหาคอยพบอาจารย์หรือหาอาจารย์อ้าวจะออกป่าเหมือนกันแต่มีแบบมีเสียงอันนี้ไม่เก็บผลไม้หล่นกินแล้วสุดท้ายปลุกเด็กอายุ 12 มากนี่เป็นความเสื่อมประการที่ 2 ความเสื่อมประการที่ 3 พรุ่งนี้ไม่ออกป่าเลยในบ้านปลูกเรือนไฟไว้คอยพบอาจารย์โรงเรือนไฟหมายความว่าปลูกเรือนไปก็คือยังพระทุกวันนี้สร้างโบสถ์สร้างวิหารสร้างอาคารอะไรที่มันสำหรับเป็นเครื่องมาบูชาเลขๆใช้แบบ ลัทธิแต่ก่อนเยอะแยะลัทธิที่บูชาไอ้โน่นไอ้นี่แล้วก็หลอกกินหาอาศัยอย่างนั้นกินไม่มีลัทธิบิณฑบาตให้เขามาบูชาแล้วก็สงฆ์เรียกอย่างภาษาไทยภาษารู้ๆคือให้บริจาคเจ็บหรือไม่ก็มีบอกบุญบอกบุญอะไรต่ออะไรต่างๆนานาแล้วก็คอยเก็บกินให้เข้ามาบูชาแบบเอาออกอีกทีกรรมเอารถน้ำมนต์เอาทำติ้วเนี่ยอย่างที่มีอยู่ทุกวันนี้ทำติ้วทำอะไรต่ออะไรดูเหมือนดูหมอทำอะไรเป็นเรือนใฝ่หากินแบบนั้นนี่เป็นความเสื่อมประการที่ 3 ความเสื่อมประการสุดท้ายประการที่ 4 นั้นเรียกว่าเอิกเกริกเลยปลูกเรือนไฟไว้ที่ทาง 4 แพร่งถูกลืมไปที่มีมุก 4 ด้านไว้ในทาง 4 แพร่งแล้วก็หากินแบบนี้เออๆๆความหมายของมันก็หมายความว่าปลูกใหญ่โตเลยเรียกลูกค้าดักคนมุก 4 ด้านประตู 4 ทางอยู่ในทาง 4 แพร่งหมายคำว่าที่จอแจอยู่ในที่ที่คนชื่นใจเลยจากคนเลยดักหมดทุกประตูด้วยนั่นแบบนี้เรียกว่าโลกจัดนี่เป็นความเสื่อมประการที่ 4 เดี๋ยวนี้ถ้ามองไปแล้วจะเห็นได้ว่าไอ้ที่แบบเสียงมีตะกร้าออกป่านั้นก็อย่างน้อยยิ่งไปเก็บผลไม้หล่นกินในป่า หญิงน้อยใหญ่ปลูกเรือนไปเยอะปลูกเรือนไฟมีมุก 4 ด้านอยู่ในทาง 4 แพร่งก็เยอะถ้าบอกขั้นกลางนี่บอกปลูกเรือนไฟเนี่ยถูกเลื่อนไฟทั้งนั้นที่ไหนก็จะปลูกโบสถ์ที่ไหนที่ไหนก็จะทำโบสถ์สร้างโบสถ์สร้างวิหารขึ้นมานั่นแหละโดนวิหารนั่นแหละคือเรือนไฟที่จริงมันแปลกันสมัยพระพุทธเจ้าเขาเรียกอย่างนั้นสมัยพระพุทธเจ้ามีอย่างนั้นจริงๆคือบูชาในประเทศบูชาไฟบูชาอะไรเป็นเครื่องมือเครื่องไม้แล้วก็ศาสนาพระพุทธเจ้าไม่ให้เอามานั่งมีมาอบรมอะไรมีเหลือจะเจอสีนี้บอกไว้หมดเลยไม่เอาพิธีบูชาเติมน้ำมันเนยเติมน้ำมันเปลี่ยน ชาร์จแบตซัดดำแต่ก่อนที่ยังไม่ถึงมีธูปไม่ควั่นเทียนใช้น้ำมันกับน้ำมันเป็นจานเป็นชามยังไม่มีปัญญาแต่ก่อนนี้ยังไม่ได้ใช้เป็นไขเป็นอะไรเอามาทำเป็นไส้ควันเทียนจุดแสงก็เติมน้ำมันเอาเติมน้ำมันเนยเติมน้ำมันเปลี่ยนเติมน้ำมันอะไรที่มันจะหยุดได้เป็นแสนนะบูชาไฟแบบนึงบูชาไฟแบบนี้ให้ความก็ใช้แกลบใช้รำซัดเอาหรือไม่ใช่ข้าวสารใช้ข้าวสารใส่เข้าไปควันโขมงเลยเอาเผาศาลอย่างนี้เป็นต้นเนี่ยใช้ขวานจะเจอเพราะความหมายของคำว่าภาพผู้จัดการผู้จัดการนี้เจตนาอันละเอียดของท่านก็ไม่ต้องการให้คนไปหรือพระนักบวชโดยตรงไม่ต้องการ ไปเที่ยวเด็กเก็บผลไม้รากไม้หรือว่าเด็ดพืชเด็ดอะไรต่ออะไรมาเลี้ยงชีวิตกินมันเป็นทางเห็นแก่ตัวมันเหมือนหรือเดียรถีย์ฤาษีต่างๆไม่เอาท่านให้มีความเป็นอยู่สัมพันธ์กับมนุษย์มีประโยชน์ร่วมกันให้คุณน่ะทำรักษาตัวเราเป็นผู้ประหยัดเราเป็นผู้ไม่ซื้อมักน้อยแล้วเราประพฤติตนเท่านี้ก็เป็นบุญเราสามารถที่จะเลี้ยงตนได้โดยไม่ต้องมีเงินโดยไม่ต้องซื้อและโดยไม่ต้องไปที่เด็ดๆเอาหยิบเอาปลูกเอาเองไม่ต้องคุณธรรมจะเลี้ยงเราได้คนอื่นจะสามารถให้แก่เรากินได้และเราก็จะมีกตัญญูกตเวทีมีความสำนึกว่าเราได้กินจากเขาเช่น พระสารีบุตรเคยได้รับบิณฑบาตค่าบิณฑบาตจากราธพราหมณ์เพียงทัพพีหนึ่งก็มาขอพอมาขอบวชพระสารีบุตรต้องรีบรับเป็นอุปชาช่วยเหลืออย่างนี้เป็นต้นเกื้อกูลกันจะได้ตอบแทนบุญคุณหรือกตัญญูกตเวทีเรามีสิ่งดีเราก็ให้สิ่งดีแก่คนคนมีวัตถุคนก็เอาวัตถุมาเลี้ยงเราไว้ให้เราบำเพ็ญประพฤติสิ่งสูงเป็นอริยะสมบัติเขาสะสมวัตถุสมบัติเราสะสมอารยะสมบัติให้ได้อริยสัจที่ของเราได้เราก็จะได้เอาไปแจกให้แก่พวกผู้ที่เป็นฆราวาสผู้ที่มีฐานะต่ำกว่ามันก็จะ พันกันช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันจึงจะเป็นคีตประโยชน์อันแท้อย่างนี้เป็นจุดมุ่งเป้าหมายอันลึกซึ้งซึ่งก็เข้าใจยากสำหรับคนที่ไม่มีรอบสูงมันต้องอาศัยอันอื่นเป็นสิ่งที่รอบรับบรรยายที่ท่านบรรยายไว้ที่อื่นเอามาล่อพระเอามาวิเคราะห์แล้วมันจะเห็นได้น่ะมันจะเข้าใจตื้นๆได้แค่ว่าท่านไม่ต้องการให้พลาดสิ่งที่มีชีวิตแต่ว่าถูกมันต้องมีมีเหตุผลบ้างแต่มันยังไม่แท้หรอกตามที่ในระยะที่อธิบายให้ฟังแต่พอภาคพืชจะบอกว่าภาพพืชอย่างนี้เป็นกระเทียมไม่ให้ค่าชีวิตในข่าววิญญาณ มันก็ไม่พอนะแต่ก็มีความหมายในนัยยะนั้นด้วยมีความหมายในนัยยะนั้นด้วยพระพุทธเจ้าให้เรียนรู้ถึงชีวะภูตะปานะไปจริงๆคือพูดตะขาบเนี่ยมันก็คือพูดตามพีชะหรือชีวะทันทีนะท่านพืชบางคนรับบัญชีว่าคันนึงพูดปะมันคือสิ่งที่เป็นสิ่งละเอียดพลังงานละเอียดขั้นที่เป็นอยู่ในชีวิตสัตว์ในชีวิตอะไรก็ตามแต่ที่ละเอียดถ้าเข้าใจชี้ว่าภูตะปานะเป็นระดับๆแล้วจนกระทั่งปานะเป็นอย่าง อธิบายมาสู่ฟังปานะเป็นระดับละเอียดภูตะรู้ได้ประมาณชีวะรู้ได้ชัดดังที่เรารู้ว่าพืชพืชนี้เป็นชีวกใช่รวมหมดแล้วทั้งรูปทั้งนามพืชเป็นชีวะจะเรียกว่าเป็นภูตะไม่ได้นี่เป็นความแตกต่างในระยะที่ลึกซึ้งจะเรียกว่าเป็นภูตะไม่ได้ถ้าเอาจิตวิญญาณไม่เรียกว่าผู้ตายถ้าเอาชีวะเป็นชีวะเพราะฉะนั้นขั้นชีวะของพืชอยากทราบท่านพูดตามของสัตว์โลกอยากทราบ พุทธของสัตว์เป็นวิญญาณเป็นวิญญาณของสัตว์โลกที่เป็นสัตว์ประเภทที่ไม่ใช่พืชแล้วต่างกันกับผีซะศิลปะยิ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงชีวิตเป็นการก่อเกิดยิ่งละเอียดพระเอกเข้าไปกว่านั้นอีกมีระดับสูงระดับสุขุมประณีตให้เรียนรู้ปานะใดๆๆที่มันยังเป็นสัตว์โลกอยู่จะเป็นอบายมุขแยกออกไปอีกเป็นอบายไอ้สัตว์เป็นเทวดาเป็นพรหมกษัตริย์ส่วนแล้วจะเป็นพาหนะเพราะฉะนั้นปานะเหล่านี้กลับกันแล้วฆ่าได้แต่เป็นอบายมุขพลาดได้ให้พรากให้ขาดด้วย ถ้าไม่ขาดเลยแล้วถ้าจะแปลว่ายิ่งเป็นปานะอันยิ่งก็ปานะหรือปลาอันนี้ก็เป็นร้านที่เป็นรูปเป็นผู้ที่มีวิญญาณธาตุเต็มๆเป็นวิญญาณที่มีปัญญาอันสูงด้วยอันนี้ก็ยากขึ้นไปอีกเพราะว่าคำจากตรงนี้ถ้าเกิดว่าเราจะรู้ในภาษาบาลีเล่นได้ความหมายอะไรต่างๆเนี่ยถ้ามีญาณทัศนะเราจะเข้าใจให้ลึกซึ้งแต่นี่ก็เป็นคำศัพท์สั้นๆง่ายๆถ้าผู้ที่ปฏิบัติตามศีลจุลินทรีย์ธรรมดาก็อย่าพลาดก็แล้วกันอะไรที่รู้ว่าเป็นพูดอะไรที่รู้ว่าเป็นพืชเป็นพืชเป็นผู้ก็อย่าพลาดก็แล้วกันจะอธิบายว่าเป็น ผู้จัดการเป็นไม้ที่ปลูกได้อีกอยู่มีเมล็ดมีหน่อแต่เป็นพันธุ์ที่เขานำมาให้ก็เอาผู้จัดการจะแปลว่าพืชที่ยังเกิดอยู่กับที่เดิมเพราะว่ามันมีสีคำว่าอย่าฆ่าสัตว์มาแล้วแต่ต้นน่ะพี่ก็อยากฆ่าสัตว์ก็เอาเอาแค่นี้ก็เอาแต่พระพุทธเจ้าต้องการให้เรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณหรือชีวะภูตะปานะที่ละเอียดเข้าไปอีกแค่นั้นเองแต่โดยหยาบๆก็ไม่ต้องกลับคืนก็เอาพูดเส้นทางก็แปะเพื่อจะถามแปลว่าพืชตะขาบก็แปลว่าพืชก็ไม่เป็นไรนะเนี่ยอธิบายความสูงขึ้นแล้วก็ต่อมาเป็นผู้ฉันอาหารวันหนึ่งเพียงคนเดียวพูดฉันอาหารเพียงหนเดียว จากฉันในราตรีและวิกาลข้อนี้ทั้งหมดถ้าศีลข้อนี้ก็บ่งชัดสำหรับนักบวชสำหรับพระพุทธเจ้าเองจัดไว้ในอันนี้ท่านในนัยยะท่านบอกว่าพระสมณโคดมย่อมงดย่อมเป็นอย่างนั้นย่อมเป็นอย่างนี้พระสมณโคดมหรือว่าทำเองถ้าได้ส่วนที่เป็นศีลต่อไปในศีลข้ออื่นๆนั้นน่ะก็มีบอกเหมือนกันนี่แหละฝากไว้เหมือนกันนี่แหละสิ่งของไม่ใช่หมายความว่าเป็นแต่เพียงเฉพาะพระสมณโคดมเท่านั้นลูกศิษย์ลูกหาสาวกเข้าปฏิบัติ ที่ยืนยันไม่ชัดว่าเป็นผู้ฉันอาหารวันหนึ่งเพียงคนเดียวถ้าใครศึกษาศีลหรือมีศีลสิกขามันไม่ใช่เรื่องลึกลับและศิลปกรรมมีทุกสูตรนั่นแหละจุลินทรีย์มากินภาษีมาหาศีลต่างๆพรุ่งนี้นะถนนเดียวและเว้นจากการฉันในราตรีราตรีแปลว่ากลางคืนวิจารณ์วิจารณ์มันไม่ได้หมายความว่ากลางคืนเด็กก็แปลว่าวิชานาไม่ทันเวลากลางคืนฉันเวลากลางวันได้ก็ว่างั้นแหละที่จริงไม่ใช่วิจาระแปลว่าไม่ไม่กำหนดตามที่เราไม่ได้กำหนดหรือตามที่เรากำหนดกำหนดกฎหมายคำว่าเจตนาอย่างนี้เป็นสิ่งที่ใช้ ยาแล้วอันยิ่งตามที่พี่มีผู้กำหนดไว้อย่าตามปัญญาของผู้กำหนดถ้าเราไม่มีปัญญาเราก็ทำตามเราถ้าเราไม่มีปัญญาก็ทำตามเขาถ้าเรามีปัญญาแต่ส่วนมากก็ผู้ใหญ่กำหนดโดยพละการไม่ได้วิการละไม่ใช่การไม่ใช่เวลานะเพราะงั้นจะทั้งราตรีก็กำหนดไว้แล้วก็ไม่ให้ฉันก็คือและถ้าเราเลยเวลาหรือว่าไม่ใช่วาระอย่างพวกเรานี่ฉันพิการรักของพวกเราเนี่ยไม่ฉันในเวลาที่เราเลยไปแล้วเดี๋ยวเราฉันมื้อเดียวเลยไปแล้วก็เป็นพิการแล้วไม่กินเล่นกินหัวไม่กินอะไรอย่างเงี้ยได้บอกพิการและ พิการตอนนั้นมันต่างกันกับคำว่าราตรีอย่าไปแปลให้การว่ากลางคืนเหมือนกันกระดาษฟรีมันคนละอย่างอ่ะอันนี้ไม่อธิบายอะไรมากมายเพราะว่าเราพูดกันอยู่เสมอบ่อยๆถึงว่าเป็นผู้ฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียวแล้วก็เว้นอะไรพวกนี้เราอธิบายกันอยู่มากแล้วถ้าต่อมาเป็นผู้งดจากการงดขาดจากการรำการขับการร้องการปกครองและดูการเล่นชนิดที่เป็นข้าศึกแก่การกุศลอันนี้ชัดนะอันนี้อธิบายไว้เยอะท่านว่าไว้ละเอียดเป็นพวกรถจากการรำ ก็แน่นอนนักบวชไม่รำไม่ขับการขับขี่ต่อการร้องไม่ร้องการปกครองไม่ประโคมการขับการร้องการประโคมและดูการเล่นชนิดที่เป็นข้าศึกแก่กุศลเรียกว่าวิภูษิตกับทัศนาท่านแปลคำว่าภิกษุกับศาสนาดูการเล่นชนิดที่เป็นข้าศึกแก่กุศลไม่ดูไม่แลอันนั้นเป็นคำอธิบายละเอียดคำว่าวิศวกรรมศาสนาเป็นการขยายทัศนะไม่ใช่มาดูอย่างเดียวมีสุขแปลว่าการเป็นภัยแก่ข้าศึกแก่กุศล เราจะไม่ทำอะไรเราจะไม่ทัศนะไม่เกิดทัศนะทัศนะแปลอย่างก็แปลว่าเห็นแล้วมันดูแต่ที่จริงคำว่าทัศนะมันไม่ได้แปลว่าเห็นว่าดูแต่เพียงลูกกะตามันแปลว่าคำว่าคำว่าดูว่าเห็นที่เป็นความเห็นข้างในเป็นทัศนะในแต่ถ้าเราเข้าใจทัศนะเนี่ยเป็นความที่มันเห็นเป็นเห็นที่เป็นรายละเอียดเป็นความเห็นในๆได้เป็นจิตเห็นนะไม่ได้หมายความว่าลูกกะตาเท่านั้นทัศนะทำให้เห็นได้ในเพราะอะไรก็ตามแต่เราจะต้องเกิดความเห็นในสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่กุศลทั้งหมดที่ศูนย์กับศาสนาหมายความว่าเราจะทำความเห็นให้รู้สิ่งที่เป็นข้าศึกแก่กุศลเราจะเว้นขาดเป็นกฎหมาย นั่นเป็นตัวของความหมายของภิกษุกับทัศนาที่ลึกที่ลึกซึ้งเข้าไปอีกมันจะบอกว่าเราไม่ดูการละเล่นมาแปลทัศนะอันนี้เป็นดูแล้วก็ดูว่าเพราะการรำนี้เป็นข้าศึกแก่การแก่กุศลเพราะการขับเป็นข้าศึกแก่กุศลเราก็ไม่ฟังนี่ก็ยังออกมาจากคำว่าดูแล้วคำว่าเห็นละคำสั่งการร้องการประโคนอะไรเราไม่เห็นเราไม่ดูนี่เขาเอามาแปลอธิบายลึกซึ้งไปเราจะต้องมีใจมีจิตมีปัญญาพิจารณาออกถึงว่าสิ่งเหล่านี้มัน เป็นสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่กุศลมันไม่เกิดผลดีแต่ถ้าสิ่งใดที่เราจะดูจะเห็นรู้เราจะสัมผัสแล้วมันเกิดกุศลไม่ใช่เป็นข้าศึกแก่กุศลเกิดกุศลเกิดผลดีเกิดสิ่งเจริญบางทีบางทีเราก็ใช้ปัญญาเห็นได้ว่าเราดูสิ่งนี้มันไม่ได้เกิดมันไม่ได้เป็นข้าศึกแก่กุศลของเราเรากลับเป็นกุศลเห็นแล้วก็โอนออกมันยิ่งเห็นทุกข์มันยิ่งเห็นไปเห็นเขาร้องเห็นเขารำนี่เราดูเค้ารำเชิดๆแน่นอนทุกเหลือเกินเนาะเรายิ่งเกิดขึ้นทายานเกิดความ เห็นแจ้งเกิดความเบื่อหน่ายคลายเกิดเห็นอวิชชาของคนเราไปดูเขาร้องเยอะๆตะโกนตะเบ็งมาแข่งกันนึกว่ามันเสียจริงๆเขาเต้นระบำเต้นรำเต้นในนั้นทรมานทรกรรมเราดูเราเห็นแล้วเป็นกุศลให้ฟังมีอธิบายสูงขึ้นแต่โดยสิ้นเชิงง่ายๆก็ห้ามไปก่อนเลยไม่เอาคนส่วนใหญ่มันติดมันยิ่งดูมันยิ่งติดมันยิ่งมันมันยิ่งอยากเร่งเราไม่ได้แต่ผู้ที่เกิดจิตสูงขึ้นมาอีกแล้วท่านถึงอธิบายไปสู่กระทาถึงจะใช้ศีลธรรมนี้เป็นอธิบายถ้าเป็นถ้าเป็นข้าศึกแก่ ต้องรู้จิตของเราเพราะถ้าผู้ใดรู้จิตแล้วรู้ตัวเองดีแล้วถ้าสิ่งนี้เป็นก็เอาพอดูบ้างแต่อยากให้มันดูโล่งโล่งหรือว่าหยาบคายหรือว่าเสียสมรรถนะสาสุขเพราะว่าคนไม่รู้ก็บอกโอ้ยนี่ไปนั่งดูระบำเอ้ยเย็ดแม่งอสุภะมีอะไรฉันดูแล้วฉันเบื่อเบื่อหน่ายจะไปทำเราจะต้องพยายามเข้าไปดูหนังดูเพื่อความเบื่อหน่ายชอบอ้างพอมีปัญญาชั้นสูงแล้วเป็นแต่เขาเป็นอนุสัญญาแก้วหวยแก้เขินแต่มีปัญญาก็เลยเป็นเชฟโกงบรรยายอย่างนี้ไม่ใช่อธิปัญญาเป็นปัญญาเฉโปถ้าเป็นปัญญาที่จริงและต้องรู้ความซื่อสัตย์ความจริงใจและเราก็จะต้องรู้ความควรความไม่ควรอีก ก็ไม่กลัวหรอกถึงแม้มันจะเป็นประโยชน์เราก็ไม่เอาไปดูก็เข้าไปในคลับไปดูเขาเต้นบาสไปดูกองนรกไปดูพวกกูพวกผีพวกนี้เขาทุกข์จะได้เบื่อหน่ายคลายทีหลังจะไม่ติดอีกถ้าสมณะสารูปของเราอย่างนี้อย่าไปต้องไปทำอย่างนั้นมันเกินไปเรียนรู้เอารู้แล้วก็พยายามพิจารณาเอาทบทวนเอาอย่าไปสัมผัสอย่างนั้นมันต่ำทรามเกินไปจะไปทำของเรายิ่งเป็นสมณศักดิ์เป็นนักบวชแล้วด้วยมีทั้งลูกทั้งด้านไม่ได้แต่ถ้าคุณไม่มีรูปนี้คุณเป็นฆราวาสเพศคุณมีจิตอย่างนี้จริงๆมีฐานจิตสูงแล้วคุณจะไปดูเพื่อให้มันเบื่อหน่ายทำใจก็ไม่เป็นไรอย่างนั้นแต่ผู้เป็นสมณะแล้วเป็นภิกษุแล้วได้ขึ้นชื่อว่ามีลูกแบบแล้วอยากจะทำแต่ที่จริงน่ะมีได้นะเป็นได้ อัลบั้มกาละผมยังเคยพาพวกเราดูหนังผมเคยพาพวกเราดูหนังแต่ก็ไม่ใช่ว่าแสวงหาอะไรหรอกมันก็เป็นไปด้วยง่ายๆไม่ยากไม่เย็นอะไรแม้แต่หนังเป็นหนังที่แบบลูกโลกเขาหนังโทนที่ผมให้เขาฉายให้เราดูกันดูแล้วเป็นยังไงดูซิโอ้ดูแล้วก็มันก็เห็นเป็นลิเกละครอย่างนั้นน่ะเค้าเข้าใจมันไม่มีรสชาติติดเราถึงอะไรมันไม่ได้อ่ามอมเมาให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไปอีกชอบเห็นได้ถ้าผู้ที่จะใช้เป็นประโยชน์ได้ขั้นนี้เป็นขั้นต้องมีปัญญาเขาประกอบรวมถ้าไม่มีปัญญาเข้าประกอบร่วมไม่มีความจริงใจแล้ว ก็ขาดทุนแน่โอกาสที่จะดูน้องดูดำดูขับดูประโคมอะไรก็ตามแต่ทำให้เกิดทัศนะทำให้เกิดทัศนะที่เป็นกุศลได้เหมือนกันเกิดรู้เกิดเห็นเกิดเข้าใจก็แจ้งใจในการแต่สิ่งที่เหล่านี้มันทำให้จิตใจของเราเจริญขึ้นตัวที่เบื่อหน่ายคลายเห็นจริงเห็นชัดชัดตาชัดหูชัดจริงๆฉันโอ้มันเป็นทุกข์เป็นร้อนแล้วเขาก็หลงว่าของเขาเอร็ดอร่อยแล้วเขาก็เข้าใจว่ามันก็มีลีลายั่วยวนเขาให้จริงๆเป็นลมประกอบถ้าอย่างนี้ได้แต่อย่าไปเถียงอย่าไปเชื่อได้ใช้อันนี้เป็นอุบายเพื่อหลอกกิน เช็คโปรปัญญาเชคโกเท่านั้นเองอันนี้เรื่องของการฟ้อนรำขับต่างๆเพราะงั้นเอามาใช้ไว้ในวัดเอามาหลอกลวงคนจูงคนเข้ามามาดูมันจะได้อะไรมันเข้าอนุบาลกันทั้งนั้นรอให้เข้าวัดมาทำบุญแต่ที่แท้จะหลอกเอาเงินเขาอีกพันนึงเอาประคองมาร้องเอาอะไรต่ออะไรมาไว้ในวัดอย่างนี้มันไม่ได้เพราะเค้าอนุบาลแล้วก็มามอมเมาธรรมดาในต่างจังหวัดก็ไม่มีโรงมหรสพกันหรอกธรรมดาส่วนใหญ่ยิ่งต่างๆอำเภอต่างตำบลอำเภอเดี๋ยวนี้ก็มีหมดแหละตำบลไกลๆเข้าไปมันไม่มีหรอกโรงหนังโรงละครโรงมหรสพแต่ที่ไหนได้มีโรงหนังโรง โรงมหรสพคือวัดนั่นเองบางวัดนี่นะในต่างตำบลทำวิกไว้เลยนะอยู่ในวัดถาวรเลยนะไม่รื้อออกแล้วเป็นมิตรถาวรอยู่เลยได้ฤกษ์ได้ยามเมื่อไหร่ก็สั่งมาเลยอ้าวเจ้านี้มามาเล่นแทนที่จะสอนเขาให้เขาเลิกเขารักเขาขาดคนดีแล้วรับเอาไอ้พวกนี้มามาเพิ่มขึ้นพอมาแล้วก็เห็นก็คือนานๆได้กินของอร่อยที่สุดใจติดใจมันอดอยากปากแห้งมันได้รับคำสั่งมาแทนที่จะสอนเขาให้เขาจะติดนะสอนไม่ลงนี่เพราะว่าจะใช้เครื่องมือนี้เป็นของหาเงินหรอกอย่าติดอย่ารักนะผมนี้อย่าชอบนะสอนไม่ลงศาสนา เดือนนี้เป็นศาสนาปากเปล่าท่องไปสินับจากกีตะวาทิตอะไรก็ทำไปไม่ได้ความตายเป็นการหลอกหลอกล่ออันนี้ปากจัดพระไม่ศึกษาศีลและพระเองก็ไม่มีปัญญาไม่เกิดทัศนะไม่เกิดความเห็นแจ้งไม่มีทิฐิไม่มีความเข้าใจไม่เป็นสัมมาทิฏฐิจึงไม่ถูกต้องถ้าพระไม่ศึกษาศีลตรงไปจริงๆไม่วิเคราะห์ไม่พยายามทำมาวิจัยไม่เห็นแจ้งก็ไม่เกิดผลดีอันนี้เราก็จะต้องช่วยกันพยายามแต่ก็ระวังเวลาเรารู้แล้วเราเข้าใจแล้วเราล่ะขาดได้แล้วเรามีจริงก็อย่าแข็งเกินไปต้องรู้จักอนุโลม ส่งรูปกาละเทศะรูปวงกลมบางทีบางอันบางครั้งบางคราวไปขัดงานผลประโยชน์เขามากแล้วการขัดแย้งผลประโยชน์กันนี่เอาปืนยิงเดี๋ยวนี้เพราะงั้นมันไม่เกิดผลดีอะไรแม้เราจ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน