231221 ทำไมต้องสวดมนต์แปล-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์127 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ญาติโยมทั้งหลายเรามาฟังธรรมที่นี่ผู้ที่มาเก่าๆก็จะได้เห็นว่าที่นี่พาทำในระบบในแบบอยู่แบบหนึ่งแล้วก็อีกอันนึงที่จริงเราก็พาทำแต่ว่ายังไม่ได้พาทำนักคือแบบให้เพลงกล่าวสรรเสริญคุณพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือว่าสรรเสริญคุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์หรือแม้แต่ระบบที่จะให้หลักประพฤติ ทุกครั้งให้หลักพระพุทธทุกครั้งแก่ผู้ที่มาไมค์ก็ดีเก่าก็ดีก็ให้หลักประพฤติแล้วหลักก็เป็นหลักตายตัวคือศีลจนกระทั่งเราไม่ได้ให้กันมานานแล้วเราก็จะไม่ได้รักอันนั้นที่จริงหลักอันนั้นน่ะผู้ที่ฉลาดจะให้ศีลก็จะให้ศีลได้เสมอคำพูดคำกล่าวคำกล่าวคือศีล 5 อย่างราศี 5 กันทุกครั้งนั่นแหละโดยภาษาเรียกว่าอุเทศหัวข้อกล่าวขึ้นปาณาติปาตาแต่ว่าผู้ที่ให้เนี่ยจะให้เป็น จะอธิบายทำอธิศีลทำอธิปัญญาแล้วก็เช็คได้เช็คศีลของเราว่าศีลของเรานี้ได้เป็นศีลอเสขะหรือยังศีลของเราได้เป็นศีลวิมุตหรือยังเราก็จะได้รับรู้เกี่ยวข้องกับศีลกล่าวเกี่ยวข้องกับตามที่เราปฏิบัติเสมอๆเพราะฉะนั้นการให้ศีลก็จะต้องมีอยู่ทุกครั้งไปโดยไม่ใช่โดยรูปแบบไม่ใช่โดยพิธีการอาตมาให้อยู่เสมอพยายามใช้กลวิธีใช้คำอธิบายอะไรต่างๆนานาเกี่ยวพันอยู่เสมออาทิตย์นี้สำหรับผู้ที่ไม่เป็นผู้ที่ไม่มีผู้ที่มีจริตไปในทางที่ จะต้องมีอะไรยึดเป็นหลักเป็นรูปแล้วจะเกิดใช้สิ่งนั้นแหละเป็นกสิณหรือว่าเป็นสิ่งก่อแล้วก็จะดำเนินการประพฤติปฏิบัติไปได้คนจริตอย่างนี้ก็มีอยู่ไม่น้อยบางคนมาปฏิบัติธรรมที่อาตมาพาทำให้เป็นเรื่องของประเภทต้องใช้ปัญญามากหน่อยทีนี้บางคนปัญญาไม่ค่อยแล่นมากขนาดนั้นมันก็ยังช้าก็ฟังเข้าใจแต่ว่ามันไม่เข้าถึงจิตมันไม่เข้าถึงบทปฏิบัติที่จะเข้าไปถึงจิตได้มันก็เลยไม่ค่อยจะเดินต่อเพราะฉะนั้นในบัดนี้ขณะนี้อาตมาจะดำเนินบทเรียกว่ากุสโลบายที่จะให้ประโยชน์ เสริมขึ้นไปอีกโดยการจะกล่าวเพลงภาษาบาลีแต่

อ่านต่อ

ไม่สวดร้องฟังคำว่าไม่สวดร้องไว้ก่อนว่าเราจะไม่ใช้ทำนองใส่เข้าไปในคำบาลีเหล่านั้นเราจะเป็นบาลีไทยๆเราเป็นคนไทยเราไม่ต้องไปหรอกแล้วเราก็เข้าใจคำนี้ความนี้กันไม่เข้าใจคำนี้ความนี้แล้วมันจะหมายความว่าอย่างไรไม่ประหลาดเพราะว่าสิ่งที่มันจะออกมาด้วยสำเนียงนี่มันออกมาด้วยอวัยวะมันออกมาด้วยการกระทำอะไรกันเป็นสำเนียงเป็นเสียงเป็นอะไรประกอบมี exe มีอะไรก็ได้ประกอบช่างเขาเราเอาคำเอาความที่จะสื่อความหมายและเราก็ทำทำตามความหมายที่มันหมายถึงให้ละเอียดละออให้มันถึงของจริงเท่านั้นแล้วก็ เพราะฉะนั้นใครจะตู่ท้วงว่าเราไม่ออกสำเนียงบาลีก็ไม่เหมือนบาลีก็ไม่เป็นปัญหาเพราะว่าเราเองเราไม่ได้มาเอาที่ว่าเราจะพูดภาษาชัดเราเอาที่จะรู้ความหมายชัดแล้วเราจะพิสูจน์ความหมายนั้นให้ถึงความจริงเราจะเอาความรู้เอาความหมายและเอาความจริงอันนั้นต่างหากที่เป็นจุดประสงค์เพราะฉะนั้นการเปล่งภาษาบาลีก็รู้คำรู้ความก็แล้วกันแล้วส่วนความหมายเราก็จะค่อยอธิบายกันไปค่อยๆพากันรู้ไปแล้วก็จะได้พิสูจน์กันอีกอันนึงคือทำนองเราก็จะไม่ใส่เช่นเราจะเก่งกล่าวว่าคำว่าแม้แต่นะโมตัสสะนี่แหละนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตเนี่ยเราก็ไม่ ตรังเป็นทำนองนวมินทร์ไม่เอาเด็ดขาดเลยอย่างนี้มันผิดผิดบัญญัติพระพุทธเจ้าผิดธรรมเนียมผิดทำผิดวินัยเราไม่เอาเราจะเอาอย่างที่ใช้ภาษาที่เป็นสื่อเชื่อมต่อเป็นภาษาบาลีก็ไม่เป็นไรแล้วมันเป็นภาษารากเขามันเป็นภาษาต้นเงื่อนของพระพุทธเจ้าที่ใช้มาเราใช้ภาษานี้โยงมาสื่อมาเราก็เอาก็ไปศึกษาให้มันถึงรากเขาอันนี้ความหมายตรงเป็นยังไงคำอื่นๆมันขยายความกันอยู่ญาณทัศนะวิเศษของผู้รู้ที่อย่างถึงก็เอาสิ่งที่มีจริงเป็นจริงในญาณทัศนะในความจริงที่ตัวเองได้เข้า กรอบกับคำกับความทำความที่เป็นภาษาบาลีเนี่ยมันแปลด้วยภาษาสู่ภาษามันก็เปิดดิเปิด dictionary แปลกันเท่านั้นส่วนผู้ที่แปลโดยไม่ใช้ Dictionary ใช้เนื้อแท้ใช้สัจธรรมแปลภาษาคำความอย่างนี้อ่านหรือว่ารู้แม้จะแปลเป็นภาษาบาลีจากบาลีไปเป็นไทยแล้วผู้ที่มีเนื้อหาสาระอย่างจริงพอรู้ความหมายนิดนึงมาจากภาษาบาลีว่าแปลเป็นไทยเป็นเชิงนี้เท่านั้นแหละพูดที่มีเนื้อหาสาระในเนื้อแท้ของจริงแล้วมันจะเห็นเนื้อเนื้อเข้าไปเลยโปร่งมันจะไม่ได้เห็นตึงๆหรอกเพราะฉะนั้นผู้ที่แปลบาลีโดยสัจธรรมโดยญาณทัศนะวิเศษ ไม่ได้แปลเหมือนมหาเปรียญ 9 ประโยคแปลซึ่งเอาแต่เฉพาะ Dictionary หรือว่าภาษาสู่ภาษาเท่านั้นเขาก็แปลได้ภาษาสุพรรษาจะเลือกเอาคำไหนที่ว่าความหมายอันนี้แง่นี้คำนี้แปลว่าอย่างนี้ก็เลือกเอามาตามที่ตัวเองเห็นว่าเหมาะควรเท่านั้นเองแต่ไม่ได้เข้าหาสัจจะโดยแท้เป็นแต่เพียงเลือกภาษาต่อภาษาไว้ก็ใช้ความพยายามที่จะให้มันใกล้เคียงหรือว่าความหมายใช้ภูมิปัญญาที่ตัวเองจะสันนิษฐานวินิจฉัยแล้วก็ทำก็ดีนะแต่ถ้าโดยจริงแล้วผู้ที่มีปัญญาอย่างเป็นอธิปัญญาอย่างเป็นทัศนะวิเศษอย่างเป็นภูมิธรรมที่มีจริงเมื่อรู้เมื่อมาแปลนี่จะแปลต่างกันมากแต่ลึกแปลไม่แปลมีขั้นตอนมีชั้นเชิงแปล ก็ได้อยากปาณาติปาตาเวระมะณีบอกว่าอย่าฆ่าสัตว์อย่างนี้นะว่างั้นอยากฆ่าสัตว์ที่จริงมันก็แพ้ตื้นๆตื้นที่สุดตื้นที่สุดกาเมสุมิจฉาจาราเวระมะณีแปลว่าไม่ผิดผัวเขาเมียใครแปลไม่ได้ถูกเลยตามภาษาที่จริงอ่ะนะเพราะว่ากาเมก็ไม่ได้มีคำว่าผัวสุนิสาดาราไม่มีคำว่ามีผัวไม่มีคำว่ามีเมียเลยไม่มีไม่มีเลยทำเองสุวิชาดาราไม่มีคำว่าผัวเมียเลยสักคำหนึ่งแต่ว่าเขาก็แปลความหมายหยาบขั้นต้นว่าอนาคตเดียวเมียเดียวก็กิเลสนักหนาแล้วอย่าต่อเลยถ้ามีเรื่องราคะอะไรพวกนี้ก็มีกามราคะอะไรตรงนี้ก็เอาแค่ อย่ามากกว่านี้เลยเพราะว่ากลั่นไม่ทันขาดเขต 1 ขนาด 1 อะไรนี่เป็นต้นโดยจริงแล้วมันตามแปลว่าความใคร่ความหยาบความกำเนิดสุดสาครทั้งดีทั้งชั่วก็ต้องพิจารณาไม่เอาแล้วมิจฉาเราจะเอาสิ่งที่มันเป็นคุณที่ดีที่ดีไปตลอดเวลาอะไรงี้เราก็ต้องเรียนรู้ความหมายละเอียดละออมีความขยายอะไรแต่ไปมากมายเราก็จะต้องเรียนจริงมันตั้งแต่วันนี้ไปมีอะไรต่ออะไรเพิ่มขึ้นเราก็จะวันสำคัญวันที่มากันพอสมควรเราก็จะมีอย่างน้อยก็จะมีการเปลี่ยนเป็นนามธรรมคาถาสรรเสริญคุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์พอสมควรแล้วก็จะศึกษาไปพร้อมกันไม่ใช่เราเปล่งเป็นนกแก้วนกขุนทองเพลงแล้ว รู้เรื่องไม่ได้เร่งไปแล้วไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวเสร็จแล้วก็ไปทำความเข้าใจเอาเองที่ผิดๆพลัดพรากแล้วเลอะเทอะๆมันก็จะยุ่งกันใหญ่เราก็จะศึกษาจนกระทั่งมันรู้เลยเราเป็นคนพุทธเนี่ยพูดคำนี้ของคำสำคัญอย่างนะโมตัสสะภะคะวะโตแปลว่าอะไรบ่ฮู้ใครเขาถามแต่ชาวต่างประเทศถามบ้างคนนู้นคนนี้ก็ถามว่าเขาอยากรู้จังเลยก็มันเป็นเนื้อเป็นหนังของพจน์แท้ๆเลยคำนี้เป็นคำสำคัญใช่ไหมทุกคนรู้ว่าคำว่านะโมตัสสะรู้พูดปั๊บอ๋อใช่นะโมตัสสะของพุทธแล้วแปลว่าอะไรหมายความว่าอะไรบอกฮู้ไม่รู้เรื่องเลยก็จริงคำที่มันอยู่ริมฝีปากแท้ๆมันจริงๆง่ายๆใครก็รู้ ใครๆก็ไม่รู้ก็ไปแจ้งสิใครๆก็รู้คำนี้แต่ใครๆก็ไม่รู้คำนี้มันก็แย้งยอนอยู่อย่างนี้มันก็ไม่ถูกเรื่องเพราะเราก็จะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนทำให้ทั้งกล่าวและทั้งรู้และทั้งพิสูจน์และทั้งถึงความจริงอันนั้นเราก็ทำให้ตรงด้วยอากรที่จะพากล่าวก็จะขอนำซะก่อนว่านะโมตัสสะนี่เป็นคำเลิศเป็นคำย่อรวมเกิดศาสนาขึ้นตรงนี้ก่อนอื่นจะเป็นชาวต่างประเทศหรือจะเป็นชาวคนละลัทธิต่างๆก็ตามถ้าเกิดสัจธรรมอันหนึ่งคือเกิดจิตนี่พอทราบ ศาสนาหรือว่าลัทธิหรือว่าแบบอย่างหรือว่าสิ่งที่เกิดในลัทธินี้เขาพาทำอย่างนี้เพราะเราเกิดปัญญาพอเรามาสัมผัสแล้วเกิดปัญญาเกิดรู้เห็นว่าคนที่คนดีนะอันนี้คนดีนะดีจริงๆอันนี้เข้าท่าทีเดียวมันซาบซึ้งขึ้นปั๊บจิตที่ซาบซึ่งอันนั้นน่ะเกิดนะโมตัสสะแล้วเกิดนะโมตัสสะแล้วมีของจริงเป็นอย่างนี้มันเกิดยอมแต่ก่อนเราไม่ยอมลัทธิมีความหมายนี้เรื่องอย่างนี้เราไม่เชื่อเราไม่ยอมบัดนี้เราฟังแล้วเราเชื่อเกิดศรัทธาเกิดความเห็นจริงเกิดยอมรับว่าโอ๊ยคนดีนะฟัง อาตมาแปลคำว่านะโมตัสสะให้ฟังเพราะเขาว่าโตด้วยที่จริงปรากฏเป็นสภาพของธรรมะเราหมายถึงของพระพุทธเจ้าที่ท่านได้ภะคะวะโตแล้วท่านได้เจริญท่านได้เกิดเป็นจริงมีจริงขึ้นที่ท่านแล้วอรหันต์ก็เป็นตัวความหมายตรีทับเข้าไปชัดเจนว่าเป็นตัวปลายอะระหังอะระหังเพราะสภาพจริงที่เกิดแล้วนี่ไม่ใช่มาทำเปล่งเท่านั้นนะโมตัสสะไม่ใช่ว่าทำกล่าวลอยๆเฉยๆเท่านั้นคำว่าแปลภาษาง่ายๆว่านะโมตัสสะแปลว่าเรานอกน้อมต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฟังแล้วมันก็แค่นอกน้อมก็คล้ายๆกับเราก้มหัวให้เฉยๆเท่านี้เองมันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกไม่ใช่ก้มหัวให้ใจที่แข็งกระด้าง ใจที่มีกิเลสมานะใจที่ไม่ยอมเชื่อไม่ซูฮกใจที่ถือดีของตัวเองอันนี้ฉันไม่เอาด้วยนั่นคือกิเลสพอใจนี่น้อมลงใจนี้คุณแม่จริงๆนะโอ้โหอันนี้เห็นแล้วรู้แล้วชัดแล้วศรัทธาแล้วยอมแล้วแม้ดีจริงๆไม่ใช่เห็นเข้าใจด้วยปัญญาเฉยเลยว่าเออก็ดีแกก็ดีแต่ฉันยังไม่เอาฉันไม่เชื่อไม่ยอมไม่ศรัทธาก็ดีเห็นเหตุผลก็ดีเหมือนกันนะแต่ฉันของฉันก็ดีเหมือนกันฉันดีกว่ามันยังมีแข่งอยู่เพราะฉะนั้นการที่ไม่แข็งแล้วนอบน้อมจริงๆยอมศิโรราบศิโรราบน้อมเสียง 9 ให้เลยยอมเลย 06 ลงไปเลย ลักษณะทำอย่างนี้เกิดที่ใจเรานั่นคือของจริงใครจะเกิดจริงคนนั้นก็จะต้องยอมยอมให้พระพุทธเจ้าภะคะวะโตอะระหะโตเราหมายถึงพระพุทธเจ้าไปเลยเป็นธรรมะธรรมดาเป็นบุคลิกฐานก็ได้เรายอมแล้วให้เห็นที่จริงและยอมคุณธรรมยอมสัจจะยอมเหตุผลยอมความจริงพอเราเห็นเราเข้าใจเราสัมผัสเราว่าโอ้โหอันนี้ดีจริงๆอันนี้ต้องยอมอันนี้เอาเอาแน่เราเอาเราจะเอาพูดให้เกิดจิตอย่างนี้คนนั่นแหละเกิดแล้วเป็นแล้วแล้วก็จะดำเนินเข้าไปเลยทีเดียวเอาเลยทีนี้เราก็แหมซาบซึ้งแล้วก็จดจ่อจะเป็นไปเลยกลัวก่อนที่จะเกิดนะโมตัสสะไม่ใช่ของง่ายๆเกิดแล้วเป็นของจริงพอเกิดนะโมตัสสะอย่างนี้จริงๆ นั่นคือความเป็นอริยบุคคลอริยบุคคลตรงไหนตรงที่ว่าศรัทธาพระรัตนตรัยนี่แหละคือความหมายคำว่าศรัทธาพระรัตนตรัยนะโมตัสสะที่ความหมายที่อธิบายเมื่อกี้นี้ตัวศรัทธาไม่ใช่ศรัทธาง่ายๆโอ้ยพ่อแม่พาศรัทธาแล้วก็ศรัทธาทำตามมาประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธศรัทธาพระไตรรัตน์ศรัทธาไปอย่างเงี้ยธรรมดามันเป็นปากเปล่าเป็นภาษาพูดเป็นความหมายที่เกิดทุกคนก็รู้ความหมายแต่ใจจริงไม่ได้เกิดใจจริงไม่ได้มีใจจริงไม่ได้เป็นเลยอย่างนี้ยังไม่เกิดนะโมตัสสะยังไม่เกิดการศรัทธาพระไตรรัตน์คนผู้ใดเกิดจิตศรัทธาพระไตรลักษณ์ที่เป็นคุณธรรมข้อแรกที่เกิดโสดาคุณ โสดาบันไม่แกล้งแล้วนะไม่ใช่แกล้งแล้วมาเกิดจริงๆนะคุณไม่ใช่แกล้งแล้วคุณจะติดตามพระธรรมพระศาสนาเลยทีนี้คุณจะติดตามพระศาสนาคุณจะศึกษาและโดยเฉพาะมันมีข้อแม้รวมไปอีกโสดาปฏิญาณขณะศรัทธาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์จริงๆหรือศรัทธาพระพุทธเจ้าอย่างถึงจิตจริงๆและมีศีล 5 มันจะมีข้อกำหนดเข้ามาเลยถึงจะแสดงถึงภูมิของพระโสดาบันโสดาปฏิญาณข้ามหมายความว่าภูมิของพระโสดาบันหรือว่าคุณของพระโสดาบันมีหลักการศรัทธาในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์และมีศีล 5 บริสุทธิ์ก็เป็นพระโสดาบันนี่เป็นเครื่องชี้เป็นเครื่องประกอบเพราะก่อนอื่นศรัทธานี่มันจึงไม่ใช่ว่าเราศรัทธาเพราะงั้นบอกว่าอ๋อ พระโสดาบันเป็นไงศรัทธาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์แล้วก็ศรัทธานี่พ่อแม่เราก็พาศรัทธาปู่ย่าแล้วก็พาศรัทธาทำไมเราไม่ได้ไปเปลี่ยนเป็นศาสนาอื่นนี่เราก็ยังอยู่ในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์แล้วอยู่ในศาสนาพุทธนี่แหละเราไม่ได้ไปศรัทธาศาสนาอื่นนี่ทุกคนจะรู้สึกอย่างนั้นแต่ยังไม่นะยังไม่ใช่ยังไม่ได้เกิดศรัทธาดังที่อาตมากล่าวเมื่อกี้นี้ที่อธิบายยังไม่เกิดถ้าพูดได้เกิดจริงๆแล้วผู้นั้นจะไม่ใช่คนธรรมดาที่เห็นโลกเป็นเรื่องที่น่าเสียเวลาเห็นโลกเป็นเรื่องที่น่าจะศึกษาไม่มันจะศึกษาธรรมะมันจะเข้ามาคลุกคลีมันจะเข้ามาเอาเห็นว่าเป็นแก่นสารเป็นสาระมากขึ้นทีเดียวจะเสียสละเวลา เสียสละอย่างฝืนใจใจมันจะร่าเริงเบิกบานเกิดธรรมรสชอบใจพอใจโดยลงเวลาอะไรก็เกลียดให้มาให้มาให้ศาสนาเลยมาให้การศึกษาธรรมะเลยจะเป็นอย่างนั้นด้วยซ้ำนั่นน่ะเป็นเรื่องจริงลักษณะจริงทีนี้เมื่อเราศรัทธาแต่เพียงว่าความหมายว่าเราเห็นเขาร่ำลือหรือว่าของเก่าแก่มาว่าเป็นพุทธเฉยๆแล้วเราก็อยากจะรู้รู้เพื่อที่จะได้เข้าใจเพื่อจะได้ถึงเพื่อจะได้เขาว่ามันดีนะมันเป็นบรรลุมันเป็นการได้ประเสริฐมันเป็นการวิเศษอะไรต่างๆนานาและเราก็อยากจะมาไอ้ความหมายอย่างนี้ก็มีในคนเหมือนกันคนก็จะมาเฉยๆแต่ไม่ได้เกิดนะโมตัสสะจริงอย่างที่กล่าวแล้วก็เอาใจใส่จะมาศึกษาเหมือนกับเราเอาไปเรียนหนังสือเนี่ยแล้วก็เอาใจใส่จะไปเรียนวิชานั้นจะไปเรียนแผนกนี้เราเขาว่ามันดีได้ไปแล้ว หาเงินได้มากได้ไปแล้วสร้างลาภยศได้เยอะๆก็ไปเรียนบางคนก็ไม่ชอบหรอกแต่ต้องใส่ใจแล้วก็เอาพากเพียรก็เหมือนกันอย่างนั้นน่ะเขาบอกว่าเนี่ยมาแสดงมาศึกษาพุทธศาสนาเดี๋ยวจะบรรลุนะเป็นพิเศษนะเป็นคนพิเศษได้ดีๆนะก็เอาความหมายนี้ได้พาตัวเองมาศึกษาก็มีแต่ไม่ได้เกิดนะโมตัสสะที่แท้ทั้งที่กล่าวแล้วก็ไม่กินเพราะฉะนั้นเราก็ต้องพยายามก็ทำให้มันเป็นจริงแม้เรายังไม่เกิดจริงเราก็จะต้องพยายามทำให้ตรงเพราะฉะนั้นเมื่อเวลาเราจะกล่าวคำนะโมตัสสะมือเราพนมมือประนอมปากเราจะเปล่งเสียงทำอาการนอบน้อมอยู่ในทีในตัวแต่ไม่ถึงก็ต้องนอกหรอกก็อยู่ในสมาคมมีรูปที่ นอบน้อมประณตเราก็ต้องทำใจให้เป็นเอกัคคตาทำใจให้ซาบซึ้งทำใจให้มันว่างมันจะได้รับฟังมันจะได้รับทราบแล้วเราจะได้เกิดเกิดการที่เราเออเราก็รับได้รับสิทธิ์เราก็เกิดจิตมันเป็นสมาธิขึ้นบ้างอะไรเป็นต้นอย่างน้อยมันเป็นสมาธิก็จะเกิดปัญญาขึ้นไปอีกได้รับปัญญาว่าโอ้เข้าใจอันโน้นอันนี้ฟังธรรมก็รู้เรื่องอย่างน้อยที่สุดใจเรายังไม่ยอมรับก็ยังเปิดปิดรับฟังธรรมผู้ที่จะพยายามอธิบายเราก็จะได้ฟังอธิบายจิตไม่มีก็ต้านไม่มีก้านเราก็จะเกิดการเข้าใจแต่เราไป ไปกั้นไว้อยู่เราไม่รู้นะว่ามันเป็นกิเลสใจเราต้านเรากั้นเราไม่เปิดจิตรับเต็มเนี่ยมันรับไม่ได้รู้อะไรชัดเมื่อไม่ชัดก็ฟังก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่นั่นแหละรู้ตามปฏิภาณรู้บ้างไม่รู้บ้างเขาให้อย่างละเอียดมาเราก็รับไปซัก 30% 40% 50% มันก็ไม่รู้จักกระจ่างอยู่นั่นแหละมันไม่ใช่ของดูง่ายธรรมะแต่ถ้าเราเปิดกิจรับไม่ให้กิเลสอะไรมันกลั้นเราจะรู้ชัดเจนเลยทีนี้ปัญญาเครื่องตัดสินวินิจฉัยของเราก็จะตัดสินวินิจฉัยเองโอ้นี่มันดีนะมันเต็มมันมันชัดเจนมันอะไรๆมันก็จะเกิดรู้แทนที่เราจะมาฟังเสียเวลาเปิดเครื่องรับเครื่องเดียวหรือไม่ถึงครึ่งด้วยมันก็ไม่ได้อะไรเต็มอันนี้เป็นกิเลสที่คนไม่รู้หรือเอาวิชานี้จริงๆ อาตมาใช้สำนวนในหนังสือแสงศูนย์ไว้ว่าเป็นพวกที่จะอาบน้ำแต่กลัวเปียกเป็นพวกจะอาบน้ำแต่กลัวเปียกจะอาบน้ำพูดบอกเปิดเผยกับคนอื่นฉันก็ฟังธรรมนี่ฉันใช้เวลามาฟังธรรมแต่ไม่อ่ะใจจริงๆมันไม่เปิดจิตศัพท์คำว่าเปิดจิตนี่สำคัญมันไม่เปิดจิตรับเต็มหรอกมันมีแต่ย้อนแย้งหรือผลักไสไม่ค่อยรับรับดีๆรับสักพักเค้าเทมา 10 รับสัก 2 รับซัก 5 อย่างเก่งแค่นี้มันจะไปได้อะไรกลัวคนที่ยังมีกิเลสกลัวไม่กล้าเปิดจิตเรายังไม่แข็งแรงพอพอเดี๋ยวเขาจะครอบงำเราคนเดียวเขาจะล้างสมองเราคนเดียวเขาจะเอาความฉลาดนั้นมาเหนือฉลาดกว่าเราแล้วเราก็เลย ความฉลาดเข้าไม่ได้มันเป็นคนยังไม่กล้าคนที่กล้าจริงแล้วแน่ใจตัวว่าปัญญาเราก็มีตัดสินวินิจฉัยใครจะพูดอะไรมาแล้วก็เปิดรับอย่างเต็มที่ไม่ต้องผลักไม่ต้องเถียงไม่ต้องอะไรฟังก็เปิดเต็มเลยแล้วเรามากรองของเราเองเรารู้ไม่ใช่ไปกล้ากั้นไว้ก่อนต้านไว้ก่อนเสร็จแล้วเราก็เลยบกพร่องในขณะที่กำลังเถียงในใจเนี่ยมันก็ไม่ได้ฟังไอ้ที่เขาพูดต่อเมื่อไปฟังก็พูดต่อมันก็ตกหล่นข้อมูลเมื่อมันตกลงข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ก็เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เต็มๆแล้วมันจะไปทำงานละเอียดเอาออกมาอะไรทุกทีมันก็ไม่ละเอียดเราออกแบบนี้ทุกทีมันก็ไม่เกิดผลละเอียดแล้วก็เบี้ยวๆผิดๆพลาดอยู่ตลอดเวลาเพราะรับข้อมูลไม่เต็มมันเป็นอย่างนี้จริงๆแล้วถ้าเกิดว่าเราเองเราจะรับอะไรเราขอรับ จริงๆแล้วกิเลสมันดูยากนะขอเตือนซ้ำอีกครั้งกิเลสมันรู้ยากมันไม่เปิดมันไม่มันจะต้องอึดอัดครั้งนี้ทำอย่างโน้นอย่างนี้บัญชีถ้ามันเป็นมานะถือตัวถือดีถือความรู้ของฉันหรือความเห็นของฉันอะไรต่างๆคนฉลาดก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกก็ฟังเปิดจิตรับแล้วก็แน่ใจแต่เขาไม่กลัวใครจะมาไม้ไหนใครจะพูดอะไรใครจะทำใจคนละที่จิตวิทยาอย่างไรมาไม่เห็นแปลกอะไรเนี่ยแล้วก็ฟังเขาเต็มๆที่อ๋อมาอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้เหรออ๋ออันนี้ลึกซึ้งแหมน่าดูนะเนี่ยคนเก่งจริงๆกล้าจริงๆเขาไม่มีการยออะไรเขาก็รับแล้วมันก็จะรู้ความจริงบางทีบางอย่างของเขาแน่จริงๆเราก็จะรู้ว่าเรานี่โง่เราสู้ไม่ได้เลยมันจะยอมรับความจริงเรา ไม่ได้เลยแต่ทุกทีเราปิดบังตัวเองเราไม่ยอมรับความจริงของเขาเขาละเอียดของเขาเขาถูกต้องของเขาชัดเจนแต่เราเองถึงโง่อยู่มันจะยอมรับเองที่จริงของเขาที่ว่านี่ก็เป็นของที่ถ่ายทอดกันมาถ้าพระสาวกพระพุทธเจ้าที่รู้จริงๆก็ถ่ายทอดสิ่งนั้นและก็อันเดียวกันกับของพระพุทธเจ้าอันนี้เราแนะให้เห็นว่าเราจะทำอย่างไรกับการกล่าวนะโมตัสสะเพราะฉะนั้นเวลาเราจะเป็นกล่าวแต่จะประนมมือเราจะทำใจทำให้ตรงเมื่อทำตรงแล้วเราจะเกิดผลสูงเกือบทั้งจิตที่เป็นจิตจึงเกิดทั้งปัญญาที่เป็นปัญญาจึงมีสมาธิในตัวสมาธิเนี่ยมันรวมคำว่าศรัทธาและปัญญาอยู่ในตัวสมาธิคือจิตทั้งหมดน่ะ มันรวมหมดเลยอินทรีย์ภาระกว่าสมาธิทวาไปแล้วมันอยู่ในนั้นเสร็จน่ะมันเป็นสมาธิมันเป็นอาทิตย์จิตทั้งหมดสมาชิกก็อยู่ในอินทรีย์พละในตัวด้วยหรือแม้แต่สมัยมักองค์ 8 ก็รวมลงมาเป็นสมาธิอันสุดท้ายเหมือนกันเรากล่าวเป็นนามธรรมคาถาบูชาพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์กันเอออันนี้เป็นเริ่มต้นการเริ่มต้นเพราะฉะนั้นการกระทำตามจารีตประเพณีที่ท่านเรียกว่าศิลปะปรามาสนั้นมันก็เป็นสักแต่ว่าทำตามกันโดยจารีตประเพณีรูปแบบแล้วก็เพลงกล่าวว่ากล่าวไปทำท่า ถ้าไปแต่การที่เราจะทำในใจอย่างไรเราจะทำในจิตอย่างไรทำความหมายทำความรู้ทำอะไรต่ออะไรจะทำอย่างไรเราไม่รู้ยิ่งพระไม่อธิบายเลยพาถึงก็มาเปล่งปลั่งนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตไปเฉยๆพูดไปเฉยๆแล้วก็แล้วเสร็จแล้วก็วันนึงมาก็พูดทุกทีทุกทีมาก็เห็นว่าเออเขามาเขาก็มาทำอย่างนี้กันทั้งนั้นเสร็จแล้วเราเองเราก็ไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้นก็มีแต่มานั่งพูดนะโมตัสสะหรือยาวกว่านี้ไปเรื่อยเอาพระบาลีของพระพุทธเจ้าอีกเป็นสุดๆเลยมาเป็นคราวนี้ไปเรื่อยๆเอากี่สูตรกี่สูตรมาต่อมันเข้าแล้วก็เปล่งกราวด์ไปอีกแล้วก็ไม่รู้อะไรขึ้นมาอย่างนี้มันก็เลยกลายเป็นศิลปะปรามาสกลายเป็นทรมานเรียนรู้ศีลเรามาบำเพ็ญประพฤติ ประพฤติอะไรหรอกมากันนั่งฟังฟังฟังไปแล้วก็ฟังแต่รถฟังแต่สิ่งที่มันจะเข้าพอใจของเราอันนี้เขาเออถ้าเผื่อว่าท่านแนะอันนี้ดีนะทำวันนี้แล้วเดี๋ยวจะได้รวยทำวันนี้ไปเดี๋ยวจะได้ยศทำวันนี้ท่านเจริญเข้าใจความเจริญแบบโลกีย์คือเจริญลาภยศสรรเสริญโลกีสุขซึ่งตัวนี้มันไม่ใช่ของพระพุทธเจ้านั้นโลกุตระขอพระเจ้านะเขาพระพุทธเจ้านั้นน่ะไม่ได้เป็นหลงหลายลาภยศสรรเสริญโลกียสุขทำให้ใจเราปล่อยคลายในราบด้วยซ้ำไปทำให้เราปล่อยคลายในยศทำให้เราปลอดภัยในสรรเสริญทำให้เราปล่อยคลายในโลกียสุขไม่เอาแล้วโลกียสุขนี้เคยติดเคยเสพเคยสะสมเคยเอร็ดอร่อยเคยบริการให้แก่ตัวเอง ไม่เอาแล้วรถอย่างนี้เราไม่ต้องก็ได้มันกลับจะเป็นอย่างนั้นแต่ไม่เป็นเพราะไม่เข้าใจทิศทางแล้วจะเปล่งปลั่งไปเพราะงั้นก็ตามกันมาประพฤติก็ตามมันไม่ได้มักได้ผลอะไรอย่างนี้จึงเรียกว่าเสียแล้วก็ตัดปรามาสสักแต่ว่าทำทำมากด้วยอภิธรรมมากจนกระทั่งกลายเป็นสิ่งไม่เข้าใจก็อยากจะอธิบายถึงหัวข้อวันนี้ก็พูดถึงหลักการหรือว่าจารีตประเพณีหรือว่าไอ้สิ่งที่เขาทำมาแล้วเป็นเบื้องต้นให้ฟังไปเรื่อยๆสิ่งที่เขาทำประจำมากที่สุดในพุทธศาสนิกชนกับพระที่เจอกันแล้วก็จะนิมนต์ไปงานอะไรหรือว่าจะมาวัดก็ตามก็แล้วแต่จะมีอยู่ 3 อย่างที่ทำเป็นอย่างสำคัญ 1 สวดประณามมา ขาหรือว่าสวดมนต์คำว่าสวดมนต์ในคำกลางทางเป็นกลางเมื่อกี้นี้อย่างย่ออย่างยาวกว่านี้มีอีกใช่ไหมอย่างยาวกว่านี้จะสรรเสริญคุณอิติปิโสไปอีกสวากขาโตไปอีกอะไรสุปฏิปันโนไปอีกมีอีกยังมีหมดแถมอีกเยอะผนวกกันเข้ามาได้อีกยาวเป็นปี๊บเลยมีลักษณะสวดพระนามพระคาถาสรรเสริญคุณเข้าใจความหมายว่าประณามนี่แปลว่าสรรเสริญนะประมาณนี้แปลว่าสรรเสริญจนสุดท้ายมันไม่ใช่เป็นประณามแล้วมันกลายเป็นไม่เข้าใจมันดูถูกดูแคลนมันไม่เข้าเรื่องของเราคำว่าประนามในภาษาไทยแปลว่าดูถูกคนที่ พูดอย่างนั้นหรือว่าคนที่ทำอย่างนั้นไม่ดีถือว่าเป็นไม่ดีเพราะว่ามาประณามคาถาแต่ประณามคาถาไม่ถูกไม่ดีความหมายคำว่าประณามเลยกลายเป็นคำดูถูกคนนี้กล่าวประธาน ประณามคาถาเป็นคำสรรเสริญคุณอันนี้เป็น 2 แสดงธรรมพระปริตรเรียกว่าพระปริตรอ่ะเดี๋ยวจะขยายความให้ฟังว่าหมายความว่าอะไร 3 แสดงธรรมเทศนาพระกับคนเจอกันและส่วนมากก็ทำกิจกรรม 3 อย่างนี้เสร็จแล้วเราไม่เข้าใจเราไม่รู้เรื่องเลยเราไม่ได้ประโยชน์อะไรจาก 3 อย่างอันนอกจากไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้วหลงด้วยหลงนึกว่าได้แล้วนึกว่าเคืองนึกว่ารู้นึกว่าโอ๊ยนี่แหละถ้าพระมาเจอแล้วเนี่ยนิมนต์มาที่บ้านนี่แหมวันนี้ลงทุนเรียนทั้งอาหารหวานค้าทั้งถวายเขาถวายเนี่ยถ้าเผื่อว่านิมนต์พระ 9 รูปนี่เอ๊ยเขาถวายอย่างเก่งก็องค์ละ 500 บาทองค์ละ 5,000 บาทเลยโว้ย ถวายองค์ละ 5,000 บาทเลยเนี่ย 9 องค์นี้ก็เราเป็นมหาเศรษฐีซะอย่างสบายมากแล้วก็นึกว่าตัวเองได้ทำอะไรแล้วพระมาถึงก็ท่านจะทำอะไรก็ทำตามท่านแล้วแต่ท่านจะทำอะไรหนึ่งท่านก็เร่งกล่าวนะโมตัสสะเสร็จแล้วท่านก็สวดมนต์แบบสวดพระปริตรส่วนเทพนั้นก็บางทีก็ทำบางทีก็ไม่ทำทำไปในบ้านไปรับนิมนต์ไปที่บ้านส่วนมากประเทศไม่เคยเทศน์หรอกเอาเฉพาะเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมเขาเอาแต่พอดีแล้วตอนนี้มันผิดเพี้ยนไปยังไงเดี๋ยวนี้มันเป็นพระปริตรแล้วเดี๋ยวนี้มันเป็นพระอัปปมัญญามีอาตมาพูดอย่างนี้พวกคุณก็ยังไม่เข้าใจหรอกเดี๋ยวจะรู้นะมันเป็นเรื่อง เลอะไปหมดมันเป็นเรื่องที่ผิดเพี้ยนแล้วมันเป็นเรื่องศิลปะปรามาสแล้วมันไม่เข้าท่ามันไม่เข้าใจแล้วมันก็ไม่เกิดคุณค่าอะไรเลยพระกับคนก็เจอกันไปมีแต่ทำอยู่ทำกินใบพระก็ได้กินเพราะสวดพระปริตรเก่งส่วนคนก็ฉันก็ให้เงินพระได้เก่งๆเหมือนกันฉันก็ยิ่งใหญ่อยากจะทำบุญเมื่อไหร่กันนิมนต์ไปนิมนต์มาพระวัดไหนอ่ะองค์ไหนใหญ่ๆไม่เป็นไรฉันยิ่งใหญ่นิมนต์มาองค์นี้เหรอไม่เป็นไรมาเป็นคนมามาแล้ววันหลังจะติดใจฉันเพราะว่ามาถึงปั๊บใส่ 20,000 บาทเลยไปวันนี้หมดอีกครั้งที่ 2 รับรองเลยมาก็มาครั้งแรกนี่มาบอกนี่มันยากและองค์นี้มามาที่ฉันให้ได้ฉันใส่ให้หมื่นเลยวันหลังไปบอกใครนิมนต์บอกคนนี้นายกคนที่เคยคราวที่แล้วใส่ซองมา 10,000 บาทถ้าบัวยาวว่า บอกว่าอ๋อเหรอไหนดูซิไม่ติดนี่ไปได้นี่เขาจะนิมนต์วันไหนมันก็มีแต่แค่นี้แหละลิเกในโลกก็มีอยู่แค่นี้ก็ไปก็มาสวดพระปริตรอีกมาสวดพาสวดพระนามว่าคาถาอีกน่ะมันก็ไม่ได้เรื่องอาจจะขออธิบายให้ฟังว่าพระนามว่าคาถาขอพักไว้เพราะอธิบายไปก่อนแล้วหน่อยนึงแล้วค่อยขยายความกันอีกทีนึงทีนี้ก็มาถึงพระปริตรพระปริตรก็คือพวกเราที่ถือกันอยู่ว่าถ้าพระไม่ไม่พึงส่วนอย่างนี้แล้วก็ไม่ใช่พระเขาว่างั้นคำว่าปริตรนั้นแปลว่านิดๆหน่อยๆปริตรแปลว่าน้อยมีประมาณน้อยอัปปมาอัปปมัญญาแปลว่ามีประมาณมากเมื่อกี้อาตมาพูดไปแล้วเพราะฉะนั้นพอมาถึงแล้ว จะให้พระนี่สวดพระธรรมพระพุทธเจ้ามากๆก็เลยเป็นอัปปมัญญาด้วยอัปปมัญญาไม่ได้เป็นพระปริตรหมายความว่าน้อยๆเพราะฉะนั้นในคำอาราธนาพระปริตรนี่ก็บอกว่าท่านเจ้าขาขอแสดงธรรมแต่เพียงเล็กน้อยหน่อยเพราะว่าพวกข้าพเจ้ามีจิตมากธุระมากก็ขอฟังแต่เพลงย่อๆในคำแปลพระปริตรที่อาราธนาพระปริตรปฏิบัติคำแปลมันหมายความว่าอย่างนั้นอาจจะช่วยท่านภาษาบาลีแปลว่าแสดงธรรมพระปริตรต่างๆเอาสักหน่อยๆเพราะพวกข้าพเจ้าก็มันคิดมากอย่าเยอะอย่าหยุดยาวนะอันนี้อาตมาพูดเองนะแต่ก็อย่ายืดยาวพูดเอง เปล่าหรอกเข้าใจผิดคนเดี๋ยวนี้พระต้องสวดมากๆหน่อยนะมาถึงบ้านฉันโอ้ยถ้าฉันยิ่งใหญ่ฉันต้องท่านต้องสวดให้เราบอกว่าสวดพระปริตรว่างั้นพอขึ้นอาราธนาเสร็จแล้วบางทีก็นั่งไปที่พนมมือไปถ้าคนที่พอใจก็จะพนมมือชื่นใจครับท่านก็สวดไปสิเอาบทนั้นบทนี้มาสวดตั้ง 5 บท 8 บท 10 บทยาวเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมงเอาพระมาลีมาสวดต่างคนต่างไม่รู้เรื่องนะคนสวดที่ไม่ได้เป็นประเด็นจริงๆก็สวดปากนกขุนทองไปอย่างนั้นแหละคนส่วนที่เป็นเปรียญก็อาจจะพอรู้บ้างส่วนคนฟังนั้นไม่ใช่ดูถูกหรอกนะชื่นใจไปงั้นน่ะอ๋อนี่พระบาลีพระบาลีมีท่านสวดให้เราก็รีบบอกว่าเป็นบุญเป็นกุศลเป็นของที่เป็นมงคลมากแล้วนั่งชื่นไปชื่นไปเท่านั้นเอง ไม่รู้เรื่องอะไรเลยยิ่งสวดมากยิ่งกินเยอะใส่พระเสร็จแล้วคนที่ถวายอาหารกินของฉันได้เยอะๆชื่นใจชื่นใจก็เลี้ยงกันเป็นหมูแถวนั้นเองพอคราวนั้นทำรักพระอย่าเลี้ยงพระให้เป็นหมูนี่เลี้ยงพระอย่างเป็นหมูไปเท่านั้นไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อกันเพราะงั้นถ้าไม่รู้ความหมายว่าพระปริตรหมายความว่าอะไรทำไม่ถูกแล้วแต่ต้นอาตมาถึงอยากขอถามพวกคุณหน่อยที่ว่าการที่ไปสวดพระปริตรกันที่ว่าพระท่านก็ไปมันก็สวดเดี๋ยวก็สวดที่ชอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน