230521-3-011 ทางเอกภาค3-ตอน011(หน้า056)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 21 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 1 ที่พุทธสถานสันติอโศกผ้าอนามัยต่อได้อธิบายชาญพยายามที่จะอธิบายให้เข้าใจว่ามันมีองค์ประกอบมันมีสภาวะที่จะร่วมเป็นเหตุเป็นปัจจัยต่างๆนานาเป็นทั้งลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้แล้วไปเกี่ยวข้องกับหัวข้อธรรมต่างๆจริงๆมีอีก จะไปหาอะไรๆมาอธิบายประกอบเพื่อที่จะยืนยันลงไปว่าภาคปฏิบัติที่ได้เป็นริเราเรียกว่าปฏิบัติธรรมจริงๆเนี่ยจะมีองค์ทำแล้วมีหัวข้อทำอย่างไรอย่างไรเหตุเป็นสมาธิพระพุทธเจ้าได้กล่าวเอาไว้มากมายก่ายกองนั้นน่ะเอามาประกอบกันเอามาอธิบายถึงลักษณะต่างๆยืนยันก็ได้อีกมากมายนะอาจจะนี้ก็เราจะได้บอกถึงสภาพของอารมณ์จิตอื่นๆที่เดินนึกถึงไปอีกบ้างลองฟังดูหน้างาน 56 ส่วนจะจบงานละเอียด แล้วถ้าเป็นกิจดวงแรกหรือเป็นครั้งแรกที่เรารู้แจ้งเราจะเกิดปิติแรงจะตื่นเต้นมากมายจะขอในใจกับคนวิจิตรอิจฉาแท้จะโล่งจะร่วงจะรู้อย่างมากกว่าที่เคยเกิดอาการรู้ในชีวิตถ้าต่อจากครั้งแรกนั้นแล้วครั้งต่อๆไปก็จะติดๆเบาลงจะตื่นเต้นน้อยลงกว่าครั้งแรกแต่ก็จะแรงทุกครั้งที่ครบรอบให้ทั่วโลกแห่งจิตรู้ที่เป็น ที่เป็นวิมุตแท้ๆจนวิจิตรอิจฉาสุดท้ายหลุดพ้นหมดสิ้นอวิชชาสวะอวิชชาๆสังโยชน์ทุกๆแต่รับรองแต่ละชั้นของตัณหาไม่ว่าจะเป็นกามตัณหาคนดีเพราะว่าตัณหาก็ดีวิภวตัณหาก็ดีถึงขั้นสุดขั้นปลายนับเนื่องเป็นพระอริยเจ้าขั้นสูงแล้วหรือเป็นพระอรหันต์ก็จะไม่ตื่นเต้นไม่รุนแรงอีกแม้จะได้รู้ได้แจ้งได้เพิ่มโพธิญาณเพิ่มปฏิสัมภิทาญาณใดๆอีกปานใดก็ตามอันนี้บ่ติด บอก 10 ชนิดหนึ่งที่เมื่อเราได้ปฏิบัติเป็นฌานปฏิบัติเป็นวิชาหรือปฏิบัติเกิดญาณทัศนะชนิดอะไรก็ได้เรียกอภิญญาก็ได้และวิชาก็ได้ญาณทัศนะก็ได้หรือเกิดจิตที่เป็นอธิปจิตเป็นสมาธิก็ได้แต่จิตมันจิตมันดียิ่งขึ้นปั
อ่านต่อ
ญญาก็เกิดเจโตมันก็เป็นจริงมันจางคลายมันหลุดร่อนลงหลุดร่อนแบบสมุดเขตหรือว่าหลุดร่อนแบบค่อยๆเก็บไปเป็นประธานครับคณะเป็นปฏิสนธิเป็นปฏิปทาเป็นไปเรื่อยๆเหมือนหลายๆขึ้นไปเรื่อยๆ รอบสักทีนึงมันครบรอบ 7 รอบเล็กรอบใหญ่รอบโตอะไรมันมีอีกตั้งหลายซับซ้อนเมื่อเวลาจิตมันรู้นี่มันรู้แต่เพียงผิวเผินมันรู้แต่เพียงความหมายมันก็รู้อย่างแม้แต่เพียงรู้ความหมายแต่ว่ามันลึกซึ้งนะเป็นความหมายลึกซึ้งเข้าใจเข้าใจได้อย่างกว้างขวางหรือว่าถึงจุดอะไรที่มันกระจ่างกระจ่างเนี่ยมันก็ปิติได้เหมือนกันสติได้เหมือนกันทีนี้เมื่อรู้แล้วเรายังจะทำจิตของเราเป็นอย่างนั้นแล้วเราก็ไม่รู้จิตของเราที่เป็นมันไปปฏิบัติประพฤติของเราก็เป็นจริง เลื่อนขึ้นไปลึกๆๆๆจะลึกเราก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไงมันเป็นรอบที่บอกว่าวิโนนาถ้าไม่ใช้วิจารณญาณในในภาพที่ปฏิบัติในภาคหลักของพระพุทธเจ้ามีทัศนาหมายความว่าเห็นรู้เห็นเข้าใจเป็นทัศนะยานทัศนะนั่นเองทัศนาเกิดญาณเกิดทัศนะเห็นรู้เห็นเข้าใจแล้วเราก็เริ่มปฏิบัติมีสังวราสังวรประพฤติสังวรระวังพระพุทธเข้าไปทำให้ยิ่งขึ้นนั่นเองสังวรที่จริงตามพยัญชนะแล้วก็คือประกอบความประเสริฐนั้นสังวรขึ้นทั้งวันขึ้นและปฏิเสธเวลาเศษคุณมีขึ้นเรื่อยๆซับซ้อนขึ้นเคยขึ้น ติดเสวนาแต่คุณซับซ้อนขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นปฏิเสธเวลาแล้วเราก็ได้มันขึ้นเกิดขึ้นที่เราอธิบายปัญหาท่านบอกท่านแปลเอาความหมายว่าอดทนนะฝืนกลั้นอดทนขึ้นมันจะต้องปฏิบัติไปมันก็ต้องอดทนข่มขืนที่สำคัญท่านหมายเอาความหมายอย่างนั้นก็เพราะเหตุว่าคนเรานี่พอมาสัมผัสแตะต้องเพราะมันต้องผ่าตัดต้องมาเสพคุณมาเคยในภาคปฏิบัติเช่นเราว่าเราถือศีลอย่างนี้แล้วเรามาปฏิบัติว่าเอาง่ายๆเราจะไม่กินเนื้อสัตว์อย่างนี้เราตั้งใจว่าเราจะไม่กินเนื้อสัตว์รู้แล้วเห็นแล้วเกิดทักษะ คุณยายเห็นดีก็เริ่มสังวรระวังตั้งจิตเอาทีเดียวแล้วก็สังวรระวังตามศีลตามหลักที่เราตั้งพอตั้งแล้วเราก็ปฏิบัติไปการเกิดการไม่กินเนื้อสัตว์นี่ไปหลายทีก็แล้วแต่คุณซ้ำไปซ้ำไปอีกชวนทำทำทวนทวนทำไปเรื่อยเรื่อยๆปฏิเสธเวลาแต่คนไปด้วยมันจะเกิดการติดขัดต่อสู้กิเลสมันก็จะเล่นงานกิเลสมันก็จะดิ้นรนกิเลสมันก็จะหาเหลี่ยมของมันเหมือนกันเพราะถ้าพูดได้ไม่อดไม่ทนสู้ที่นี่ไม่ได้ทำไปทำไปทำไปแล้วมันก็จะเกิดการหนักขึ้นยากขึ้นบ้างเรียนครูมันก็จะดิ้นรนหาทางมั่งมันก็จะต่อสู้กิเลสมันก็จะต่อสู้เหมือนกัน แฟนเราจะต้องทำโดยความรู้ว่าเราจะต้องอดทนความหมายของอธิบายหรืออธิบายลักษณะนี้หมายความว่ามันเป็นอยู่ที่เราความมีอยู่เป็นอยู่ที่เราอธิบายยิ่งๆขึ้นอธิวาสนั้นอธิบายลักษณะความเป็นความคิดไม่รู้เรื่องของเรานี่แหละเรียกว่าวาสนาความเป็นของเราความมีของเราวาสนามันแปลว่าที่อยู่ที่เป็นที่มันอยู่มันอยู่ที่เป็นอยู่ที่มีอยู่อยู่ที่มันอยู่กับเราเนี่ยความเป็นอยู่กับเราหรือความมีอยู่กับเราอันนั้นอันนั้นน่ะมันยิ่งยิ่งขึ้นในวันที่วาสนามันจะยิ่งขึ้นก็ต่อเมื่อเอาจริงมันจะยิ่งขึ้น ต่อเมื่อเราพยายามจริงสู้จริงอดทนจริงไม่ใช่หรอกและย่อยอนยอนจับจับจดจดอย่างนั้นมันไม่ได้เรื่องมันต้องเอาจริงๆอธิบายสถานการณ์แปลว่าเอาจริงก็ได้แปลว่าเอาจริงๆพูดจริงๆเมื่อเราเข้าใจต้องทำก็สำคัญต้องทำความเห็นให้ดีทัศนะเป็นสัมมาทิฏฐิมีความเห็นแจ้งเข้าใจอย่างชัดแจ้งทั้งกรรมวิธีทั้งวิธีการอะไรต่างๆแล้วลงมือสังวรระวังหรือกระทำโดยสังวรและก็เกิดขึ้นด้วยเรื่อยๆซ้ำๆคุณนี่แหละ เสวนาคุ้นๆนี่แหละประเดี๋ยวมันก็เบื่อพอเดี๋ยวมันก็เซ็งประเดี๋ยวมันก็สู้หนักไอ้ตัวที่มันถูกฆ่ามันก็จะดิ้นกิเลสมันก็จะดิ้นถ้าเผื่อว่าไม่มีไม่มีปัญญาหรือว่าไม่เห็นแจ้งเอาจากประเทศกฎของประเภทกดข่มใจรู้ชัดเลยคนที่อยู่ในสายประเภทกฎของบอกว่าเอาหน้าปฏิบัติแต่คุณก็ไม่บอกปฏิเสธเวลาเข้าไปบ่อยๆจะเห็นเลยว่าอธิบายคือตัวต้องอดทนต้องกลั้นต้องสู้อย่างละข้างเดียวแต่ถ้ามีปัญญาเข้าร่วมมีวิปัสสนาญาณแล้วมันก็จะเบาจางลงมันหมายความว่ามันเราได้เสพคุณการลดละจิต รากห่าง 70 คูณการลดระดับเราไม่ให้มันเสร็จเราไม่ให้มันมีอาการมีอารมณ์ที่จะรับรถรับเสพนั่นแหละเป็นความหมายของเรายกตัวอย่างเมื่อกี้ว่าเราจะไม่กินเนื้อสัตว์เนี่ยเพราะเราให้มันเสร็จแล้วก็จะไม่ให้มันรับรถไม่ให้มันรับสัมผัสมันไม่ให้รับเสร็จสมสุขสมนั่นแหละพอเราพยายามไม่ให้มันเป็นจิตของเราก็ไม่ได้เสพไม่ได้ติดไม่ได้แตะไม่ได้สังขารใจมันก็จะดิ้นทีนี้เราก็พิจารณาวิจารณ์วิจัยวิปัสสนาใช้ปัญญาเห็นเหตุผลเห็นโทษและเห็นคุณในการลดละลงไปนี่มันก็ดีนะดีโดยแง่นั้นดีด้วยแง่นี้ถ้าเราไม่กินไม่ใช้ไม่เสพเนี่ยมันก็ดีดีแค่นั้นดีแค่นี้เห็น เพราะเราไม่กินเราจึงไม่ต้องเสียเงินเราจึงไม่ต้องเปื้อนต้องเปิดเราจึงไม่ต้องป่วยต้องเจ็บเราจึงไม่ต้องลำบากน้ำมนต์เราไม่ต้องบาปเราไม่ต้องอะไรจะเห็นคุณก็มันด้วยและเราก็จะเห็นโทษของมันว่าไอ้ที่ป่วยที่เจ็บนี่เป็นโทษถ้าเราไปกินมันเป็นโทษถ้าเราเสียเงินมากก็เป็นโทษทีเราต้องเป็นภาระก็เป็นโทษมีเจ็บมีป่วยอะไรเป็นโทษอะไรต่างๆนานาแล้วแต่เราจะวิเคราะห์ลงไปเห็นได้เกิดปัญญานะปัญญาก็จะอบรมอบรมอบรมปฏิบัติไปจิตก็ดีขึ้นแต่คุณและอดได้ทนได้ขึ้นปัญญาก็สนับสนุนขึ้นมันก็จะซับซ้อนซับซ้อนซับซ้อนมากพอสมควรเราจึงเรียกว่าปริวัตรชนะมากพอสมควรเรียกว่าเว้น วันนี้วาสนาก็แปลว่าเว้นรอบมันได้รอบนึงเป็นรอบปริวรรตข้อความหาเว้นรอบในภาษาของบัญญัติในภาษาของพยัญชนะมันปริก็แปลว่ารอบนั่นแหละวัจนะแปลว่ามันเกิดชีวะวัดชนะเป็นชีวิตเป็นชีวิตขนาด 1 วันได้เกิดและเกิดเป็นชีวิตขนาด 1 และไม่เกิดแล้วนะฟังให้ดีนะนี่เราทำความเกิดของความเป็นอริยะหรือทำความตายให้แก่กิเลสเราเกิดมาเป็นกลุ่มคนขี้เหร่พยายามรู้ความเกิดความตายพยายามรู้ความเกิดความดับลำดับกิเลสแล้วเราเกิดเป็นจิตอาสามันได้มากประมาณนึง ไปวัดชนะเป็นชีวิตของจิตวิญญาณของเรานี่แหละมันสะอาดขึ้นได้ขนาดหนึ่งด้วยเหตุปัจจัยหลักหนึ่งปรัชญาทีนี้อาการของปริวัตรชนามันก็มากขึ้นพอได้สักรอบนึงมันจะเห็นเลยว่าเราเองเรารู้สึกรู้ตัวเออมันมันเบามันวิโนนาพี่โมทนาท่านแปลว่ามันบรรเทามันเทามันเบามันง่ายขึ้นมันง่ายขึ้นแต่ก่อนนี้ต้องอดต้องทนอธิบายต้องหนักต้องหนาต้องลำบากยากหน่อยเพราะคนเกิดมาในช่วงหนึ่งขนาดหนึ่งก็ง่ายขึ้นเบาขึ้นแต่ไม่ได้หมายความว่าบรรลุหมดคนส่วนมากเมื่อได้คัน สบายแล้วจบแล้วได้รอบและพ้นรอบแล้วบรรเทาแล้วเบาบางง่ายดีแล้วแล้วเราก็ประมาทไม่ได้ยังไม่จบยังไม่ถึงขั้นภาวนาภาวนาเป็นตัวจบจะต้องตรวจทวนซับซ้อนปฏิเสวามิโมทนาจนมันมากขึ้นวิโรจน์นามหมายความว่าถ้าว่ากันจริงแล้วก็คือมันไม่สุดไม่พอโดยพยัญชนะมันไม่พูดมันหมายความว่าอย่างนั้นในการไม่คุณไม่พอขึ้นมานั่นแหละเห็นความไม่ผุดไม่โผล่ขึ้นมาให้ชัดให้ยิ่งยิ่งขึ้นให้ละเอียดละออขึ้นแน่ใจมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นจนสุดท้ายถือว่า บาปบริสุทธิ์ทำจนกระทั่งวินโมทนาก็ชัดเจนว่ามันบรรเทาไม่ใช่บรรเทาธรรมดาหรือง่ายว่างๆลงๆจนกระทั่งแน่ใจเราแน่ใจว่านี่ถึงขั้นสุดยอดแล้วเป็นมนุษย์ธุรกิจแม้แต่เราจะมีสัมผัสเราจะมีสักพักก็ไม่มีอารมณ์หวั่นไหวก็ไม่มีอารมณ์ที่จะวอกแวกอะไรต่ออะไรอีกแล้วอยู่เนื้อมันจริงๆเป็นสมาธิต่อจึงจะถึงขั้นเข้ามีหมดแกก็พยายามเข้าวิมุติที่เรามั่นใจ ผู้ใดมีจิตปัญญามีปฏิภาณมีปฏิปทาญาณสามารถอ่านสามารถรู้จิตดังกล่าวนี้ก็จะชัดเข้าใจชัดเห็นชัดเลยจิตของเราฟังก็ฟังหลักการและฟังภาษาฟังความหมายต่างๆไปดีๆนี่มันมันละเอียดละออมากเพราะมาถึงขั้นภาวนาตัวคำว่าภาวนามันจึงไม่ใช่ท่านเกิดผลต่างๆเท่านั้นตั้งแต่ทัศนานี่แล้วก็เริ่มต้นปฏิบัติสังวรนี่ก็เริ่มต้นมีผลขึ้นมานิดๆจากสังวรจากปฏิเสธวนาเศษคุณขึ้นมาเนี่ยเร็วๆเขาเรียกกันว่าภาวนาตั้งแต่เริ่มต้นเริ่มปฏิบัติเขาเรียกว่าภาวนา วันนี้ฝนนิดนึงที่จริงคำว่าภาวนาภาวนานี่มันแปลว่ามันเกิดผลเพราะแม้จะได้เริ่มต้นปฏิบัตินิดนึงเขาก็เป็นนักบวชภาวนาเพราะว่าท่านว่าท่านบอกว่าปฏิบัติถูกปฏิบัติตรงแม้แต่ผลเพียงลัดนิ้วมือเดียวช้างกระเด็นเด็กหูไก่ตบตีอะไรเงี้ยรับนิ้วมือเดียวอะไรก็แล้วแต่สำนวนที่แปลว่ามันได้เกิดผลแต่มันนิดนึงถ้าเป็นผลที่แท้จริงผู้อนิสงค์เหลือหลายแล้วก็พยายามบอกกันเอาหน้าให้กำลังใจให้มันได้ผลขึ้นมาเรื่อยๆเป็นกำลังใจให้มันถูกเรื่องถูกราวแล้วมันดีจึงเรียกภาวนากันตั้งแต่เริ่มต้นได้เพียงลัดนิ้วมือเป็นไก่ตบปีกเพลงช้างกระดิกหางอะไรก็แล้วแต่ก็เลยเรียกว่าภาวนากันเรื่อยมา เดี๋ยวเราต้องเข้าใจเขาแท้จริงแล้วด้วยความหมายที่ชัดแจ้งความหมายจุดเด่นก็เกิดภาวะนั้นภาวนาภาวนาเกิดภาวะเกิดสภาพนั้นเสด็จเต็มก็เป็นสภาพหรือสภาวะสภาวะอันบริบูรณ์นั้นภาวนาเกิดภาวนาเกิดผลกระทบและภาวนาคำครบเราก็ต้องให้รู้ความหมายเวลาเราคุยกับใครเนี่ยถ้าเราจะไปที่พูดข่มขู่หรือพูดทำทีท่าเล่นๆเอาชนะธนาคารภาวนานี่คือผลเสร็จแล้วก็โต้เถียงกับคนอื่นเขาก็อธิบายภาวนาเป็นการ เริ่มต้นเขาก็นับภาวนาให้เราว่าภาวนาคือตัวปลายตัวจบได้ผลสุดท้ายถ้าเราจะไปเล่นแง่เล่นเงื่อนอย่างนั้นกับเขาเถียงกันก็เราพอได้เถียงแต่แกบอกว่ายังไม่เขียนเราก็ต้องพยายามอย่าไปคิดเล่นๆอะไรก็เขานะอย่าพูดกันให้รู้เรื่องก็พูดกันเดี๋ยวนี้ความหมายของค่าน้ำมันกลับไปเป็นภาวนานี่หมายความว่ามันเป็นแต่เพียงภาคปฏิบัติเริ่มต้นปฏิบัติเขาก็เรียกกันว่าภาวนาแท้จริงแล้วมันคือผลสูงสุดมันจะสะสมลงสอบตกลงเพราะงั้นมันเกิดตกเป็นรอบถ้าเราเรียนรู้แจ้งได้เห็นจริงเกิดได้รับรถได้รับรอบแห่งการปฏิบัติขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่ปริวัตรชนะดังกล่าวแล้วมัน เกิดมีปิติมันจะอ๋อในใจจะพ้นวิกฤตอิจฉาขึ้นมาเราก็ว่าเราควรมีจิตอิจฉานะแต่แท้จริงเพราะเอาเข้าอีกมันก็ยังมีเวรวนมันก็ยังมีบางคนนี่แล้วๆเล่าๆหลายที่นึกว่าแม่แล้วมันก็ยังไม่แน่มันยังมีอะไรสงสัยมันยังมีคำแพงนึกว่ารู้โอ้โหเข้าใจเข้าใจสว่างเห็นแจ้งเห็นตัวเห็นตนไอ้สภาพที่เป็นผลอะไรขึ้นมาอะไรก็แล้วแต่มันก็อาจจะไม่แน่อีกก็ได้เพราะงั้นจึงต้องซ้ำควรแล้วควรเล่าทวนแล้วทวนเล่าพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ให้มันหลงง่ายๆหลงมาได้ง่ายๆก็ไม่ลงทุนแล้วส่วนเราให้กระจัดกระจ่างได้แล้วก็ไม่รู้จักจบอีกซ้ำแซะไม่รู้จักตัดสิน แหล่งล่องแล่งลังเลอยู่นั่นแล้วก็เวียนๆวนๆให้ของเก่าก็ทำแล้วทำอีกทำอีกจบแล้วก็ยังงงงวยๆๆอยู่นั่นแหละถ้าอย่างนั้นมันก็มันก็แย่เหมือนกันมีนะคนแบบนี้ก็มีเราได้ด้วยเราไม่ได้เราก็ไม่แน่ใจสักทีต้องพยายามอ่านแล้วบอกว่าพี่นิดพิจารณาเมื่อใดที่จิตของเราสบายสบายเรามีเวลาเราพิจารณาไปเห็นสภาพทันทีทันใดก็เห็นอ๋ออย่างนี้เราไม่หวั่นไหวมองอ่านไม่แยกคายจิตที่แยกทางออกก็ต้องสัมผัสเหตุปัจจัยอย่างมีแท้ๆเออไม่มีอารมณ์เลยไม่มีสิ่งที่เป็นกิเลสตัณหาอุปทานอย่างไรบ้างสบายได้มากก็เห็นไอ้สัตว์ร่างกายที่จะสูงสุดก็ต้องอยู่มีสัมผัสฟังให้ แล้วนี่พยายามอธิบายด้วยหลักการของพระพุทธเจ้าทฤษฎีของท่านตั้งแต่เอามิจฉาทิฏฐิสัปดาห์ทิฐิอัตตานุทิฏฐิที่เป็นไปเพื่อทั้งทวารทั้ง 6 แล้วก็มีทั้งให้รู้ชัดในกายนอกกายในรู้ทั้งเวทนารู้ทั้งจิตรู้ต้องทำอารมณ์ไม่ได้เขียนไปแล้วถ้าใครจำได้จึงวงเล็บควบคู่กันไปว่านายทวารหรือว่าในสภาพที่เมื่อเริ่มต้นมีจุดไหนของทวารไม่ว่าจะจุดของทวารจักษุฐานะชิวหาเอาเรียกเป็นภาษาไทยว่าเป็นกายนอกไม่เห็นรูปเป็นฝ่ายไหนแล้วก็เกิด ยานต่างๆเรียกว่าจักษุวิญญาณจนกระทั่งเข้าไปหาสัมผัสมีจักษุสัมผัสพอไปหาสัมผัสแล้วจนเกิดเวทนาเวทนาสุขกับเวทนาอันมาจากจักษุสัมผัสเป็นปัจจัยเกิดมาจากจุดสัมผัสเป็นปัจจัยเราก็จะรู้สุขทุกอย่างนั้นแหละมันจะพ้นหรือไม่พ้นเราจะรู้แม้แต่สุขหรือทุกข์หรืออุเบกขาเวทนาซึ่งเป็นฐานมนุษย์เหล็กขายอย่างไรก็อธิบายแล้วอธิบายอีกไม่ใช่อุเบกขาเฉยเลยยังอยู่เหนือมันสัมผัสอยู่ก็เฉยมากเฉยอย่างรู้แจ้งอยู่เหนือมันรู้เท่าทันเหตุการณ์เฉยไม่ใช่เฉยไม่รู้ ไม่อยากใช้ไม่รู้จะปล่อยวางก็รู้ว่าปล่อยวางจะสังขารต่อก็ยังรู้ว่าสังขารต่อด้วยซ้ำถ้าว่าไปแล้วนะถึงขั้นสังขารเพราะขั้นสุดท้ายอย่างนั้นจริงๆแม้กระทั่งเรื่องเข้าไปตั้งแต่เป็นอนิจจังเป็นทุกข์เป็นอนัตตาโดยความเป็นอนิจจังโดยความเป็นทุกข์โดยความเป็นอนัตตาถ้าด้วยความเป็นนายจ้างถือว่าคนมิจฉาทิฐิเห็นชัดเจนเออมันไม่เที่ยงไม่มีได้บ้างไม่ได้บ้างบางทีก็ได้บางทีก็เสียบางทีก็สุขบางทีก็ทุกข์อยู่อนิจจังและเราก็เห็นด้วยความมันไม่จริงนอกจากว่ามันไม่เที่ยงแล้วมันไม่จริงมันไม่แน่ไม่นอนไม่เที่ยงแล้วมันก็ไม่จริงไม่ต้องเห็นอย่างนี้ มันจริงคุณต้องแก้คุณไม่แก้ไขถ้าคุณเห็นว่าไอ้นี่มันอร่อยนี่มันจริงงานนี้ได้ทั้งปลามามันก็อร่อยอยู่แน่นอนเที่ยงแท้ทุกทีคุณเชื่อมั่นว่ามันเป็นไม่แปรปรวนเลยคุณไม่ได้คุณไม่แก้ข้อความเห็นของคุณยังมันยังไม่ใช่จนกว่าคุณจะเห็นว่ามันมันลดได้มันไม่เที่ยงจริงๆเห็นไม่ใช่ปากพูดนะโดยเหตุผลนี่ก็ว่าอย่างนี้แล้วคุณอาจจะเข้าใจในเหตุผลก็ได้แต่จิตของมันเห็นจริงๆว่าเออมันมันไม่น่าออกมันไม่เที่ยงมันก็ไม่กินเป็นมายาเป็นของหลอกเป็นอาริกาเมื่อเราแน่ใจอย่างนี้แล้วเราก็จะพยายามตั้งใจปฏิบัติเพื่อปฏิบัติแล้วมันก็จะลดลงไปแล้วเราก็จะเห็นเลยว่ามันจะเห็นก็ไปว่าในตัวนี้ จะเรียกมันว่าเมื่อเสพสมสุขสมหวังสุขมันก็เป็นตัวเหตุแห่งทุกข์เราจะเห็นว่าพระเวลามันอยากมาดูซิไม่ได้สมใจสิมันหิวโหยมันเวลามันต้องการขึ้นมามันอยากจะเสพสิ่งนี้อยากจะสัมผัสสิ่งนี้สัมผัสแล้วก็จะเกิดรถเกิดชาติตามที่เราได้ตั้งอกตั้งใจไว้มันไม่ได้ดังที่เรากำหนดมันไม่ได้ตามที่เราอุปทานเราก็จะได้รถบ้างไม่ได้รถบ้านได้รถถึงใจไม่ถึงใจก็ตามมีอีกหลายขนาดมันจะเป็นผู้รู้จริงๆเห็นว่าเอออย่างนี้นะมันเป็นตัวภาระมันเป็นตัวทุกข์เป็นตัวที่ถ้ามันหยาบมากๆมันจะทนไม่ได้มันเป็นตัวทนไม่ได้ก็จะรู้จนกว่าเราจะค่อยๆทำให้มันลดบางเบาลงไปบางเบาลงไป หายแล้วว่างแล้ววิโนนาแล้วเป็นรอบๆไปจนปฏิวัติชนาวินโมทนาก็จะต้องสอนรู้ซ้อนเห็นแม้เหลืออัตราโดยความเป็นอัตตาแล้วก็ต้องไม่มีมดจนกระทั่งเป็นฐานลับตาเสร็จหรืออะไรก็ตามแต่มันมาในทวารตาหูจมูกมีการจนกระทั่งเวทนาในเวทนาที่ละเอียดลออเวทนาในเวทนาพิจารณาความรู้สึกความสุขความทุกข์นั้นเป็นเวทนาสุขกับเวทนาทุกขเวทนาหรือแม้แต่อุเบกขาเวทนามันเป็นสภาพที่แน่ชัดมันเป็นสภาพที่บริสุทธิ์บริบูรณ์มันมีอารมณ์ที่ไม่เจือปนด้วยสุขไม่เจือปนด้วยทุกข์จริงๆนะก็อ่านแล้วอ่านอีกไม่เป็นไร เย็ดสุดคุ้มกันมีดเล็กในเวทนาซ้อลงไปสอนลงไปไม่ใช่ไปเพ่งแต่แสงแสงนี้เป็นแสงโสดาสอนลงไปอีกเพ่งลงไปเห็นใสใสอีกสายอีกสายอีกแล้วก็พูดเป็นรูปที่เอาเพลงก็ฝ่ายที่เขานั่งเพ่งนั่งเพลงโอ้โหเห็นองค์ใสเป็นดวงดวงสีดวงธรรมดวงมักดวงคนอะไรใสๆๆเข้าไปแล้วเขาก็เล่นเพลงแสงสีใสใสๆเข้าไปเขาก็เล่นกันไปอย่างนั้นน่ะลักษณะคล้ายกันนั่นแหละลักษณะอย่างนั้นแหละให้มันใสให้มันบางให้มันเบาให้มันละเอียดแต่ไม่ใช่เพ่งแสงใสอย่างที่เขาไปนั่งหลับตาแล้วก็เพ่งแสงมันไม่ใช่เราต้องรู้รูปนามของกิเลสของจิตรู้ว่ามันจิตนี่มันใสสว่างจิตนี่มันว่างโปร่งมันจะไปเพ่งเป็นแสงสีที่นั่ง เพลงฉันไม่ใช่รู้อารมณ์กับอารมณ์ของจิตไม่ได้ว่านี่เป็นอารมณ์ที่ยังมีกิเลสหรืออารมณ์ที่ไร้กิเลสอารมณ์ว่างจากกิเลสลงไปก็เป็นเรียกว่าอารมณ์นิพพานใช้กิเลสหยาบปลาละเอียดไปจนกระทั่งละเอียดยิบบางเบาเป็นอ่ะลูกแล้วอย่างเล็กอย่างน้อยก็ไม่มีเราก็จะต้องเห็นของเราดูของเราจนไม่มีตัวตนจนไม่มีตัวอะลูกนั้นแล้วแม้แต่จะไปเรียกว่าลูกมึงก็ไม่เรียกไม่ได้และเป็นรูปราคะอรูปราคะหรือเศษอะไรไม่มีคุณก็จะต้องตรวจเองเห็นเองหมดตัวตนอย่างนี้มันจะเป็นรอบรอบไปเพราะการเกิดปัญญาที่เห็นที่เกิดการเห็นการรู้อย่างนี้แล้วมันก็ใจมันอ๋ออย่างนี้เองก็เจ็บ อย่างนี้เองก็จิตนิพพานอย่างนี้เองก็กินเหมือนว่างจิตมันปราศจากกิเลสมันก็จะออกถ้ารู้ใหม่ๆไม่เคยพบไม่เคยเป็นไม่เคยมีเลยมันมีสภาวะจริงอ่ะลูกของตัวเองจริงๆโอ้มันจะดีใจใหม่ๆตัวแรกๆน่ะมันจะโดนถล่มโปร่งอะไรมันจะเข้าใจด้วยทั้งปัญญาเข้ามาทั้งแก่ตัวเป็นจริงจิตทำได้สายจะเจอสายปัญญานี่นะถ้าเข้าใจในเหตุผลแล้วก็ทำในจิตนี้สะสมไปเรื่อยๆมันไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่ส่วนซ้ายเจ็บโตนี่นะสาเหตุโตเนี่ยมันมีจริงคิดว่ามันมีจริงแล้วมันเห็นจิตชัดเจนตัวนี้มันจับผิดได้มากจับจิตได้ชัดมันมันมีสิทธิ์ครับเพราะว่าจิตจับจิต ตัวเองชัดๆโดยปัญญามีความหมายเห็นแจ้งจิตโอ๊ยคิดว่าเป็นอย่างนี้นอนให้มีความหมายอย่างนี้นี่เองตัวนี้มีความหมายถูกต้องแล้วเพราะมันเห็นมันหล่อมันยิ่งดีใจใหญ่ปิติใหญ่เลยนะจะมีตัวตื่นเต้นปิติแรงงานต้องการที่จะครบรอบถ้วนในจิตรู้แล้วก็ไม่ใช่รู้อะไรรู้จิตเห็นจิตตัวที่มันลดละยิ่งมันหมดสิ้นความสงสัยแล้วไม่สงสัยแล้วว่าจิตว่างเป็นอย่างนี้จิตวิมุตเป็นอย่างนี้หมดสงสัยสุดท้ายหลุดพ้นหมดสิ้นอวิชชาสวะสังโยชน์ทุกๆแต่เราเปราะแต่ละชั้นของตัณหาไม่ว่าจะเป็นกรรมการมหาวิทยาลัย ตัณหาเพราะมันจะเข้าไปจากกามตัณหาไล่เข้าไปเพราะว่าตัณหาในจิตในภพชาติของเราซึ่งทวายข้างนอกเนี่ยเรารู้แล้วว่าเราไม่มีปัญหาเพราะว่ากามคุณ 5 อยู่เหลือเศษอยู่ในภพเรียกว่าภาวะเราไม่ปั้นเล่นเลยนะไม่ปั้นเป็นอย่างอื่นนี่หมายความว่าเรื่องของการปฏิบัติทางจิตที่ถูกต้องตามทางของพระพุทธเจ้าโปรดติดแล้วแม้ในภาวะตัณหาเป็นภพเป็นชาติเป็นตัวเป็นตนที่เราจะเห็นชัดอยู่ก็ลดได้จนกระทั่งเหลือไว้เพราะว่าปัญหาเป็นสภาพที่ยิ่งละเอียดจะว่าเป็นภพก็ไม่ใช่เรียกว่าไม่ใช่เพราะว่าไม่ใช่พบไม่ใช่ชาติแล้วมันเป็นแต่เพียงจอห์นไปจร กะปริบกะปรอยจะนับเอาว่า 5 วันก็หิวหรือว่า 3 ชั่วโมงหิวทีอยากทีวนเวียนอยู่ได้ระดับนี้มันก็ไม่ใช่ภพอย่างนั้นใหญ่ๆแล้วหรือว่านานๆ 3 เดือนอยากที่หิวที 8 เดือนหิวทีก็ไม่ใช่อะไรนี้เป็นต้นนานๆไม่ได้เป็นส่ำบางทีก็จอนมาบางทีก็นึกว่ามันจะไม่มีแล้วด้วยซ้ำนึกว่ามีไม่มีไม่เป็นอีกแล้วด้วยซ้ำเพราะว่าละเอียดขึ้นไปนับเป็นเพราะเป็นชาติก็ไม่วนเวียนได้สังสารวัฏตามที่เคยเป็นเคยมีอะไรแต่มันก็ยังวนมากระปิดกระปอยอ่อนๆ บางคนลักษณะตรงนี้เรียกว่าอรูปก็ได้เรียกว่าอรูปราคะก็ได้เรียกว่ากระดาษหรือความหมายและวิภวตัณหาที่อธิบายในผลคืออะไรมากฉันมากเชิงขึ้นอีกเป็นสภาพที่เป็นความดีกลับเด็กเขาก็แปลในภาษาของที่เขาสอนง่ายๆเพราะว่าปัญหาหมายคำว่าไม่ปฏิเสธไม่ใช่ปัญหาแต่ปัญหาปฏิเสธเป็นสถาบันพิเศษย้อนแย้งไม่เป็นปัญหาอย่างนั้นตีกลับก็ได้แล้วเราก็จะต้องเรียนรู้ถึงสภาพที่ว่าจะบอกว่าใช่ก็ไม่ใช่จะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่อย่างผมพระพุทธเจ้าอย่างที่อธิบายให้คนคือหลายๆมุมหลายเหลี่ยมกลับไปกลับมาแม้จะบอกว่าจิต เราจะตั้งทำแต่มันไม่ใช่ที่เราจะเป็นปัญหาอะไรแล้วเราก็ยึดถืออย่างอื่นผสมกระแสเข้าไปเป็นปัญหาแบบมันไม่ใช่พบแต่ชาติแบบโล่งๆเขาเป็นแต่เป็นการศาสนาหรือว่าต้องการอย่างท่านแม้แต่เป็นเจตนาดีเป็นความประสงค์ดีอย่างนี้เราก็จะต้องรู้เท่าทันอีกเป็นเพราะว่าปัญหาแล้วเราก็ไม่หลงผิดหลงดีจะเกิดมาจนเกิดพุทธเจ้าฟุ้งซ่านดับก็ไม่รู้ทำธุรกิจเป็นชิ้นเป็นหยุดก็ไม่ได้มีอุทยานอยู่เรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยๆไม่มีความดับสนิทได้จะหยุดก็หยุดไม่ลงอะไรก็ไม่ใช่ก็ไม่เอาต้องรู้ละเอียดตอนไปทั้งหมดนี้เป็นความ มันมากมายพอถึงขั้นสุดขั้นปลายนับเป็นพระอริยะขั้นสูงแล้วหรือเป็นพระอรหันต์ก็จะไม่ตื่นเต้นในรุนแรงอีกเดี๋ยวเราจะตรวจไปตรวจไปจนเห็นชัดสุดท้ายมันความปิติยินดีตื่นเต้นอะไรพวกนี้มันจะเบาลงเบาลงเบาลงมันเป็นพระอรหันต์แล้วก็รู้เท่าทันกันไม่ตื่นเต้นอะไรมากมายจะได้รู้ได้เห็นได้ดีไม่มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาก็ไปเรื่อยๆมันจะมีลักษณะอย่างนี้การหลุดพ้นการมีอะไรว่างขาดออกจากจิตกิเลสตัณหาถูกเผาถูกฆ่าขาดจากจุดไปดังนี้แหละเพราะจิตตกอยู่ในสภาพขาดแล้วหลุดแล้วว่างแล้วนั้นก็เรียกสภาพจิตนั้นว่าฌาน เป็นปรมังสุขังหรือมันยิ่งกว่าสุขคือมันมีสภาวะหรือมีรถยิ่งกว่าสุขอย่างลูกๆเขามีเรียกในภาษาบาลีว่าทิฏฐธรรมสุขวิหารไม่ทานขึ้นถึงฌาน 4 ในจิตระหว่างนั้นอย่าก็ไม่มีหรืออาการไม่อยากก็ไม่มีทุกข์ก็มีสุขเพราะเหตุนั้นๆก็ไม่มีจริงๆมันไม่มีภาษาจะเรียกจึงขอยืมภาษามาใช้ว่ายิ่งกว่าสุขหรือปรมังสุขังเป็นความสุขสบายที่สงบจากรถอร่อยสมใจอย่างโล่งๆบาลีก็เรียกว่างูไปสมัครหรืออุปสมบท มันเป็นสุขพิเศษมันเป็นสุขอีกอย่างหนึ่งขอยืมภาษาคำว่าศุภชัยสุขอันสงบระงับจากกิเลสไม่ใช่ความสุขแบบต้องการอยากได้แล้วก็เสพสมสุขสมศักดิ์ใจนิวเชฟสมสุขสมสุขเป็นอามิสอิงอามิตรยังไม่ใช่เพราะคำว่าสุขนี้ขอยืมภาษาโลกไม่ใช่ภาษาทางโลกโลกที่หมายเพราะงั้นในโลกก็พูดกันแต่ว่าความสุขก็เสร็จสมบูรณ์ทั้งนั้นเพราะว่าเป็นคำว่าสุขของภาษาธรรมะจึงจะต้องเข้าใจความหมายที่ชัดแทนว่ามันเป็นสโมสรเป็นสุข ถูกรถละไม่ได้เสร็จสมบูรณ์แต่ปราศจากการเสพลงไปเรื่อยๆสงบระงับลงไปมันรสอร่อยสมใจอย่างโล่งๆนั้นมันสงบไม่มีเป็นความสุขสบายที่สงบจากรสอร่อยสมใจอย่างลูกโลกเอามาเริ่มต้นได้งูก็สามารถสุขหรือปรมังสุขังอันคือหลักฐานของนิพพานการตั้งอย่างลงเป็นสภาพจุดเริ่มของการหมดสิ้นการหลุดพ้นแท้ๆเราเรียกว่าเริ่มมีอุบัติเหตุเป็นฐานตั้งลงปักฐานะที่แปลว่าฐานเริ่มหยั่งลง จุดเริ่มของการหมดสิ้นการหลุดพ้นแท้ๆเรียกว่ามีฌาน 4 ติดของพระอริยเจ้าผู้นั้นผู้นั้นก็จะเริ่มนับได้ว่าเป็นผู้เริ่มมีนิพพานสั้นลงพิจิตรฟังดีๆทีนี้จะอธิบายลักษณะที่เราเอาบัญญัติมาเรียกว่านิพพานต่างๆพอเราเริ่มปฏิบัติธรรมขึ้นมานี้สภาพจิตเป็นอย่างนั้นมันเริ่มมีอุปสงค์หรือว่าลดละเริ่มจะหมดหมดสิ้นมีการหลุดพ้นมีการสะอาดลงไปเนี่ยพอเริ่มมีจุดตั้งลงเริ่มมีการหมดสิ้นลงเราก็เริ่มมีนิพพานตั้งลงโดยการมีบอกไว้แล้วว่ามันอยู่ในฐานฐาน 4 จิตของพระพุทธเจ้านั้นมันอุเบกขาหรือว่ามันทุกข์ ตกลงมันยอดอย่างที่อธิบายมาแล้วนะไม่ต้องซ้ำในวงเล็บวันนี้เห็นปะนิพพานหมายความว่าเราตั้งขึ้นพาณิชย์หมายความว่าตั้งละตั้งลงอย่างลง Mini ผ่านหยั่งลงและยางรถที่จิตเรามีนิดนึงก็เริ่มนิดนึงมีเท่าใดก็ตามใจมีในเหตุปัจจัยเท่าไหร่เท่านั้นของเราจริงๆเป็นสภาพมีรสชาติและรถนั้นเรียกว่าวิมุตติรถมีประโยชน์แรงดันกล่าวแล้วมันเริ่มใหม่ๆก็มีวิธีและมีพิธีแรงวงเล็บเปิดแม้มีรถแล้วมันก็ยังจะมีปิดนิสัยมีคำว่าปิดเสียงนิสัยเติมภาษาเขมรซ้อนอยู่อีก อันเป็นปิติท่านละเอียดกว่านี้ก็นี่แหละวงเล็บปิดวัดรอบดีใจเมื่อได้เสพสมสุขสมก็เป็นปิติแบบโลกแม้เรามาปฏิบัติธรรมนี้อารมณ์ที่เราเคยดีใจให้แก่ตนสมใจให้แก่ตนแต่สมใจอย่างแบบทางธรรมซะด้วยนะเราก็จะมีจิตตัวปิติเหมือนกันถ้ามันเป็นไปบ่อยๆเป็นไปเสมอเราเรียกว่าวิสัยวิสัยนิสัยนิสัยมันจะเกิดเป็นนิสัยเป็นเขาเรียกภาษาเกาหลีทำอย่าง เป็นจิตไม่ดีเราเรียกว่าจำเป็นไม่ดีถ้าเรียกว่ายังเป็นเปรตด้วยซ้ำแปลอยากๆก็แปลเป็นไทยว่าเปรตแต่แท้จริงไม่ใช่หรอกมันเป็นจิตปิดที่มันโง่อยู่ซ้อนไม่ใช่สภาพรอบเก่ารอบที่มีเปรตหยาบๆไม่ใช่ไม่ใช่เปรตหยาบๆขั้นเทวดาเราทำได้ขั้นนึงแล้วเราทำได้หลายขั้นตอนได้ถึงขนาดวิมุตแล้วแท้ๆมันยังเกิดดีใจซ้อนขึ้นมาเป็นจุดจุดสายมันก็ยังซ้อนอยู่อีกได้อยู่อย่างนี้แหละจึงยังไม่ใช่เป็นนิพพานท่าน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive