240428-3-057 ทางเอกภาค3-ตอน057(หน้า281)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์183 KB
วันที่แก้ไข15 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 28 เมษายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกให้ข่าวเรื่องขณะนี้มีงานที่กำลังจะเริ่มขึ้นเป็นงานวิสาขบูชาซึ่งจะเป็นงานใหญ่ระดับประเทศซึ่งทางด้านธรรมสถานดรระวีภาวิไลเป็นผู้ก่อหวอดขึ้นเอากลุ่มชมรมที่เกี่ยวกับการศาสนาต่างๆ ไปประชุมรวมกันจะให้จัดงานให้ขึ้นเพื่อจะปลุกระดมปลุกเร้าให้ด้านศาสนาในตื่นตัวขึ้นมาจริงๆเริ่มต้นจุดแรกตั้งแต่สมเด็จพระเทพนรินทร์จะทำการ์ดแจกให้เป็นวันวิสาขบูชามีการ์ดแจกเหมือนวันปีใหม่เหมือนวันคริสต์มาสเขาก็มีการ์ดแจกมีอะไรต่ออะไรท่านดำริอันนั้นขึ้นมาซึ่งก็เริ่มต้นที่ดีจะได้ตื่นตัวเป็นวันสำคัญวันวิสาขบูชาเป็นวันเกิดวันตรัสรู้วันปรินิพพานวันเกิดวันตายวันเกิดเป็นพระพุทธเจ้าของพระพุทธเจ้าชนะมันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแต่เสร็จแล้วเราเองเราค้นหาศาสนาวันสำคัญ มีความสำคัญว่าเราปลุกเราขึ้นมาปลุกเร้าขึ้นมาแล้วจะได้คนจะได้มีจิตใจผูกพันสัมพันธ์พอจะถึงวันสำคัญมันจะสำคัญขึ้นมาอย่างมากหลายอะไรเป็นต้นมันจะเกิดความจริงจังมันจะเกิดความจริงจังเกิดความมีน้ำมีเนื้อขึ้นมาซึ่งเป็นการเริ่มที่ดีสำหรับเราก็เห็นด้วยเห็นพร้อมร่างเราก็พยายามจะช่วยเหลือเกินฝ่ายให้เกิดกลุ่มพลังมันจะได้เกิดกลุ่มพลังแห่งศาสนาขึ้นมาขณะนี้มันจะเกิดพลังศาสนาขึ้นมาแล้วมันกำลังมีเครื่องเครื่องจักรเครื่องติดเหมือนรถที่ติดตายมานานแล้วจอดทิ้งไว้หม้อแบตเตอรี่เกือบจะหมดแล้วก็ไอ้เครื่องกลไกเรื่องอะไรต่ออะไรก็เกือบจะ ติดตั้งไม่กระดุกกระดิกหรือว่าไอ้เรื่องน้ำมันพรายน้ำมันอะไรต่ออะไรเกือบจะไม่เคลื่อนไม่ไหวได้แล้วสตาร์ทจะไม่ติดอยู่แล้วแต่อันนี้คือกำลังสตาร์ทกำลังเหงาๆขึ้นมาก็จะติดเครื่องอยู่แล้วเราเชื่อว่าติดเครื่องแล้วด้วยว่าเกิดแสงทองมันอาชีพขึ้นแล้วแล้วมันมีเครื่

อ่านต่อ

องขึ้นมาแล้วกำลังเกิดตัวจากกำลังเกิดแรงจากที่กำลังเป็นถ้าเราพูดโดยไม่เข้าข้างตัวจริงๆอโศกเราเกาะกลุ่มเป็นตัวมวลเป็นตัวเดินเครื่องคนอื่นผมไม่รู้แต่ผมรู้ว่าผมเองผมติดเครื่องผมเดินเดินหน้าเต็มลำ เพลงเดินหน้าเรื่องศาสนาผมเดินหน้าเต็มหลังผมเดินจริงๆผมเดินทางผมไปไม่มีหยุดยางไปเรื่อยตายเมื่อไหร่ก็หยุดกันไม่ตายก็เดินเครื่องผมไม่มีความสงสัยผมไม่มีความแปรปรวนผมมีเอกอันเดียวเพราะไม่หยุดอย่างหนึ่งผมเห็นเป็นสิ่งหนึ่งและผมก็เป็นสิ่งหนึ่งผมไม่มีอื่นเป็นผมไม่มีอื่นเห็นเพราะไม่มีอื่นดีผมไม่มีอื่นจริงเพราะผมเองเห็นเดียวผมเองเป็นเดียวผมเองจริงเดียวดีเดียวไม่มีอื่นไม่มีอื่นก็ไม่เห็นคนอื่นใดที่จะเหนือกว่านี้อีกแล้วผมมีอันเดียวยังไม่มีอะไรเทียบคู่ไม่มีอะไรที่จะ ใสร้อนผมแน่ใจว่าผมติดเครื่องเพราะปิดเครื่องผมเป็นพุทธจักรเพราะเป็นเครื่องจักรของพุทธเป็นแน่คนเดียวทำก็ทำอยู่คนเดียวก็ทำคนเดียวมีหลายคนก็ทำหลายคนแล้วผมก็แน่ใจเลยว่าเดี๋ยวๆเนี่ยมันคนเดียวจริงๆมันไปไม่รอดหรอกแล้วเดี๋ยวนี้มันก็ไม่ได้มีคนเดียวผมแน่ใจว่าผมไม่ได้มีคนเดียวผมไม่ได้ตายคนเดียวเฮ้ยตายคนเดียวไม่ตายกับเรื่องนี้คนเดียวผมแน่ใจเพราะว่ารู้เพราะเห็นเพราะว่าเกิดเกิดเป็นเกิดมีอยู่แล้วเป็นยานลดขนาดนี้เมื่อคนในเมืองไทย พูดกันว่าเราเป็นคนไทยเราก็ต้องทำกันที่ไทยนิล่ะก่อนไม่ต้องไปคิดกว้างไปจนกระทั่งถึงข้างนอกประเทศแต่เราจะดูคนอื่นเขาจะทำแล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรแล้วเราจะเห็นรอยกว้างแต่เราก็ทำเป็นภาษากันได้เราพูดที่ทำนอกมาแล้วเราก็ทำในไปเนี่ยเราทำประสานกันได้เราไม่คิดอะไรมากก็ไม่มีปัญหาเจตนาของคนแล้วก็ความเห็นของคนเขาเห็นว่ามันดีทางนั้นดีเขาทำมาบ้างแต่มันก็ทวนกระแสหรือว่ามันไม่เหมือนของพระพุทธเจ้าท่านทำพระพุทธเจ้าท่านพาทำจากจุดเล็กไปหาจุดใหญ่ทำแก่นทำแกนออกไปหาเปลือกถ้าไม่ใช่ไปทำเปลือกมาหาแก่นแนวทาง ลักษณะคาแรคเตอร์ของพระพุทธเจ้าประสิทธิภาพของพระพุทธเจ้าท่านทำจากตนไปหาผู้อื่นถ้าไม่ไปคว้าเอาของผู้อื่นมาทำคำตรัสของท่านท่านยืนยันท่านบอกว่าจงทำนาของตนเองอย่าไปทำนาของคนอื่นที่เป็นสำคัญแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เผื่อแผ่คนอื่นเพราะศาสนาพุทธไม่ได้มีอุดมการณ์อยู่แค่ว่าเราจะเป็นประโยชน์ตนเท่านั้นแล้วก็เลิกกันไม่ใช่เลยจุดหมายปลายทางหรือความจริงแล้วมิดีสหายดีเพื่อนดีเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์พรหมจรรย์ก็คือศาสนาเป็นทั้งหมดของศาสนาหรือศาสนาหมายความถึงมหาชนทั้งหมด มิตรมวลสหายเป็นมิตรเป็นสหายกันได้ทั้งหมดเป็นผู้ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสัมพันธ์กันหรือแม้แต่ในข้อที่ 1 ของความเป็นมหาใครเป็นมหาแล้วจะมีคุณธรรมหรือคุณลักษณะหนึ่งจะต้องเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติเขาจะต้องรู้จักความสุขและก็จะต้องทำให้มุมหมู่มนุษยชาติเป็นสุขจะต้องประดิษฐานความเป็นอริยะชาติขึ้นให้แก่มนุษยชาติความมียายะธรรมขึ้นให้แก่มนุษยชาตินี่เป็นหลักข้อที่ 1 คนที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาคนหรือว่าเป็นคนที่ชื่อว่ามาหาเขาเรียกว่าพระเขาเรียกว่าพระมหาเทพออกมาหา หลุดพระมหาหรือมาหาคนหรือคนมาหาอะไรก็ตามใจภาษาบาลีว่ามาหานี่คือมีความยิ่งใหญ่หรือว่ามีความมีความใหญ่มีความยิ่งขึ้นจริงๆนี่เป็นหลักเปล่าเป็นหลักการเป็นอุดมการณ์แต่การปฏิบัติเชิงปฏิบัติก็ทำแต่ตนให้มันได้ทำแต่จุดเล็กไปหาจุดใหญ่ไม่ใช่ไปหาทำจุดใหญ่มาหาจุดเล็กนั้นมันไม่ฉลาดมันจะไปทำไหวเลยไปทำใหญ่มาหาเล็กคนเราจะมีแรงมีอินทรีย์มีภาระอยู่ขนาด 1 มันก็ทำได้ขนาดเล็กนี่แหละแข็งแรงและทำได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนถ้าเอาพลังงานนี้ไปใส่ที่จุดใหญ่ทำมันก็อ่อนก็มันไม่เดินไปถึงไหนหรอกเดี๋ยวก็หนีตาย แต่ถ้าจักรเล็กนี่ไปแล้วมันเกิดติดแรงและมีพลังดันมากมันกำลังขับที่สูงแล้วมันก็ใหญ่ขึ้นได้ขณะนี้เมื่อจุดจุดนี้เราเห็นว่ามันเป็นฤทธิ์แรงที่ดีขึ้นแล้วมันจะแผ่กว้างเกินไปเพราะเกิดการประชุมทั้ง 2 ครั้งเนี่ยโดยยานโดยทัศนะผมนี่เองเห็นแต่ว่าก็พูดอะไรไม่ได้ในหลายๆอย่างที่ผมไม่พูดว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญขึ้นแล้วเป็นเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวข้องเข้ากับระดับประเทศขึ้นแล้วอสรเราทำงานในระดับส่วนตัวในระดับที่เรียกว่าเหล็กอยู่เราก็พยายามที่จะกระทำของเราอย่างแข็งขันอย่างมั่นคงแน่นอนเดี๋ยววันนี้ฉันเสร็จแล้ว วิเคราะห์วิจัยถึงเรื่องที่เราไปสัมมนากันมาแล้วจะวิเคราะห์จุดสำคัญอะไรให้ฟังหลายๆอย่างที่มีลักษณะของอโศกเองที่เราทำงานแล้วคนอื่นเข้าใจไม่ได้เราพยายามที่จะถูกจะท้วงหาว่าเรานี่อยากจะได้บริวารบ้างหาว่าเรานี่อหังการ์บ้างทำอะไรรุนแรงบ้างอะไรพวกนี้ซึ่งเป็นลักษณะเด่นเป็นลักษณะดีแต่เขาเองเขาก็ไม่เข้าใจระบบยกตัวอย่างได้เช่นว่าเราอยากจะได้บริวารอย่างนี้เราขอยืนยันว่าเราไม่ได้มีลักษณะอยากได้บริวารนะเราคัดเลือกจะตายคนที่จะเข้ามาเป็นหมู่เป็นกลุ่มคนที่เข้ามาเป็นบริวารคนจะเข้ามาเป็นพรรคพวกเราคัดเลือกนะเราเคร่งด้วยศีลเคร่งด้วยหลักการวัดอยู่ เข้ามาเนี่ยแม้แต่คนใดที่เข้ามาแม่ผู้ชายเขาดูดบุหรี่โป๊ๆมาเนี่ยถูกมองตั้งแต่หัวถึงเท้าออกไปจากนอกเขตไม่ใช่ว่าจะอยากได้บริวารนะผู้หญิงเงี้ยถ้าแต่งตรงแต่งตัวเฟ้อๆหน่อยมานี่เข้ามาที่นี่เข้าไม่ติดนะมันมีลักษณะอำนาจพลังอินทรีย์บีบบังคับนะเพราะงั้นคนที่จะเข้ามาในที่นี้จะต้องถูกข้อสอบคัดเลือกซึ่งไม่มีตัวตนแต่มีตัวตนไม่มีอะไรเป็นอะไรหรอกแต่มันมีอะไรเป็นอะไรในนั้นมันคัดเลือกมันบีบคั้นมันฟอกมันขับอยู่ในตัวนะมียกตัวอย่างให้คุณฟังไม่เป็นอำนาจอยู่ในตัวเราไม่ใช่ว่าเราอยากจะได้บริวารใครมาก็เอา นับตัวบุคคลมาก็รีบไปโมเมๆเหมือนอย่างที่เขาทำกันเอาจัดงานครึ้งเพลงขึ้นหลอกล่อไปเชิงหนึ่งเอาคนมางานมาให้มาลงชื่อมาจดชื่อใครจะมาบ้างจดชื่อจดชื่อแล้วโมเมเอาไอ้นี่ไปเป็นสมาชิกไปเป็นมวลบริวารเนี่ยผู้ที่มาวันนั้นน่ะลงชื่อนี่เป็นสมาชิกหมดแล้วตัวอย่างนี้เลยพวกอยากได้บริวารเขาทำกันถึงปานเช่นนี้ที่นี่ไม่อ่ะที่นี่ยิงพอที่นี่ไม่ได้อยากได้บริวารง่ายๆเลยไม่ได้อยากได้พักไอ้พวกไม่ได้นับเป็นพรรคเป็นพวกง่ายแบบผูกกันจริงๆพูดกันจริงๆไม่ได้นับเป็นพรรคเป็นพวกง่ายนะว่ากันจริงวันนั้นจะบอกว่าที่นี่แสวงหาบริวารใฝ่หาบริวารไม่ใช่แล้วตอบเขาได้ก่อนว่าที่นี่ขยันทำงานต่างหากล่ะ ที่นี่ขยันทำงานทำงานไปถึงที่ไหนถึงที่นั่นแล้วพยายามสอนๆๆเขาสอนเขาอบรมเขาบอกบอกเขาชี้แจงเปิดเผยเขาขยันทำงานเพื่อให้คุณได้รู้เพื่อให้คุณได้เห็นแล้วบอกว่าเราจะไปครอบงำเขาจะไปเอาเข้ามาเป็นบริวารเปล่าบางทีสอนแทบตายไม่ได้หรอกเหนื่อยนะสอนพยายามอบรมพยายามพูดพยายามชี้แจงทำงานทำงานทำงานขยันไม่ได้ไม่ได้บางทีหมู่กลุ่ม 10 คน 20 คนแม้จะติดมาสัก 1 กระทั่งยากไม่ได้ง่ายๆนะเพราะมันเป็นเรื่องยากเราจึงต้องขยันขยันกับใครเขาขยันกับคนเราทำงานกับคนทำงานเพื่อที่จะให้เขาได้เขาดีแล้วเขาก็จะได้เกิดผลแล้วก็จะได้มารวมหมู่รวมพระรวมกลุ่มเข้ามาได้ขนาดนั้นยังไม่ค่อยได้บริวารจะบอกว่าเราอยากได้บริวาร พูดตรงๆก็ได้ก็เอาสิถ้าบริวารต้องเป็นเนื้อเป็นกันนะพรรคพวกเราเป็นเนื้อเป็นกันนะไม่ใช่หรอกเว้ยไม่อยากได้คุณพูดคุณไม่อยากได้คุณกำลังสร้างสรรค์สร้างสรรค์สร้างสรรค์กลุ่มสังคมคุณไม่อยากได้ก็อยากได้กลุ่มสังคมกลุ่มหมู่ที่ไม่เป็นสารัตถะด้วยกันเป็นอุดมการณ์เดียวกันเป็นคนที่เข้าใจแล้วก็ได้มักได้ผลเดียวกันคุณก็อยากได้แต่ผมตามความจริงเพราะฉะนั้นคนที่เขาขยันต่อการอยากได้หมู่ได้พักพยายามผลิตพยายามสร้างสรรค์คนขึ้นมาเป็นหมู่เป็นพรรคโดยไม่ใช่ว่ารับสุ่มสี่สุ่มห้าเอาคนมาเป็นหมู่เป็นพรรคสักสักคนแล้วก็เอามาหมดหรือเปล่าเลยเราไม่ได้เป็นคนอยากได้บริวารเป็นอย่างนั้นปานฉะนั้นแต่เราขยันอย่างนี้ต่างหากหรือแม้แต่เขาว่าเรา หนังตาว่าเราอหังการ์ว่าเรานี่ไม่อวดดียิ่งใหญ่หรือว่าทำอะไรแข็งเกล้ารุนแรงรวมความไปเลยเมื่อกี้ 2 ตัวยกมารวมไปเลยว่าเรารุนแรงแข็งกร้าวอหังการ์ที่จริงมันไม่ใช่ไม่ใช่รุนแรงแข็งแรงอหังการ์เราเป็นคนที่กล้ากล้ารับผิดชอบกล้ายืนยันต่างหากต้องพิจารณาความอาญากับผู้ที่กล้ารับผิดชอบกล้ายืนยันกล้าตัดสินกล้าชี้แนะแน่นอนจริงใจหนัก สิ่งเหล่านี้เป็นลักษณะแหล่งลักษณะแรงลักษณะแสดงออกอย่างเด็ดเดี่ยวขึงขังลักษณะอย่างนั้นจริงๆไม่ใช่อาหารการเราเป็นคนสุภาพนะเราเป็นคนอ่อนโยนจิตใจเมตตาเกื้อกูลช่วยเหลือนะเราไม่ได้เป็นคนที่โหดร้ายทารุณเอาเปรียบเรารักเรายอมเสียสละนะเราทำงานเสียสละลักษณะพวกนี้มันซ้อนคนชอบตู่ทวงในขณะนี้เขาก็กำลังมองคนบางคนที่เขาไม่แน่ใจที่เขามองว่าเราจะทำยังไงเราจะแก่ลักษณะพวกนี้ให้มันดูให้ชัดเจนขึ้นให้มันดูเข้าใจได้ขึ้นเนี่ยเราจะมาแก้กันเราจะมาทำกันในวันนี้ฉันแล้วเราจะมีกิจกรรมนี้อีกวิเคราะห์จะมีเวลา สงสัยว่าวันนี้ดินจะไม่เสร็จก็ไม่เป็นไรเสร็จแล้วไม่เสร็จก็ไม่มีปัญหาอะไรเราไม่ต้องรีบร้อนไม่ต้องเร่งร้อนอย่างไม่เข้าท่าแล้วทำให้มันได้จังหวะจากโคลนแล้วมันจะเป็นเรี่ยวแรงเองมันจะยังมีปฏิหารอะไรหลายๆอย่างเองกิจกรรมอะไรเรามีมาเราต้องศึกษาฝึกฝนเราต้องกระทำจริงเราต้องเป็นไปจริงมันเกิดเองเกิดเป็นจริงเองเพราะงานก็พูดถึงงานวิสาขบูชานี้ก็จะเกิดกลุ่มพลังขึ้นเป็นระดับประเทศเลยเราจะได้พิสูจน์สภาพที่เรียกว่าพลังม็อบหรือพลังสามัคคีสังฆัสสะพลังพลังสังคมพลังกลุ่มชนแม้เรามีกลุ่มเล็กๆเนี่ยเรามีกลุ่มน้อยเราไปแสดงความพร้อมเพรียงแสดงความเป็นได้ เป็นอะไรก็เป็นสมาธิเราเป็นผู้มีศีลเราได้ทำมาแล้วเราได้ฝึกซ้อมมาในงานปลุกเสกในการพุทธาภิเษกในงานสันติอโศกกลุ่มพวกเรานี้งานนี้พอประชุมมาครั้งที่ 2 แล้วเราออกมติของหมู่เรามาแล้วว่าเราจะร่วมงานวิสาขบูชานี้ให้ยิ่งเราพร้อมที่จะพร้อมร่วมไม้ร่วมมือกับงานของผู้อื่นเขาเขาหาว่าเราไปครอบงำเราไปทำโดดเด่นในพอไปร่วมงานในคนอื่นเขาคนอื่นเขารู้สึกว่าห่อเหี่ยวใจเพราะเราเป็นกลายเป็นเด่นแล้วไปกลายเป็นเนื้อเราไปกลายเป็นตัวจับเป็นตัวจัดจ้านหรือเป็นตัวเป็นเพราะเขาเองเขาที่จริงมันเป็นลักษณะแล้วก็ไม่อยากจะว่าแต่จริงๆมันต้องว่าเพราะไม่ว่าไม่ชัด คือเขาเองเขามันเกิดการเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ได้กลายเป็นอโศกไปได้เอาหมดไปฉวยเอาหมด dominate ไปช่วยไปครอบงำเอาไปยึดเอาของเขาหมดเขาอุตส่าห์ทำแทบตายอโศกโผล่ก็ไปร่วมอโศกเอาไปกินหมดนี่คือคำว่าความหมายของคำว่าโดเมนเนมคือไปครอบงำเป็นเด่นเป็นเด่นเกินไปครอบงำไปเด่นเกินไปเอาผัวผัวมันเข้ามากินหมดอะไรเงี้ยไปได้มาหมดเขาทำงานของเขาไม่ใช่เหรอแล้วพอพอส่งก็เข้าไปเท่านั้นโผล่เข้าไปเอาไปดึงเขาเข้ามากินหมดเพราะงั้นคนอื่นเขาจะทำงานอะไรขึ้นมาเขาเลยไม่กล้าเอาศพไปร่วมเพราะว่าส่งไปร่วมน้องกายไปเอาไปกินเขาก็หมดลักษณะนี้ที่จริงเป็นกิเลสไปกิเลสที่ตัวเองไม่เข้าใจ อะไรเอาไปกินอะไรได้มันเป็นเรื่องเดียวกันเราทำงานเดียวกันถ้าเราบอกว่าได้ก็หมายความว่าจริงเอาสิ่งที่คุณต้องการเหมือนกันมาใช่ไหมถ้าจริงเอาสิ่งที่คุณต้องการเหมือนกันมาก็ทำไมล่ะก็เราก็ได้นี่คุณก็มาเอาด้วยกันมาร่วมกันอีก 10 ผลึกด้วยกันถ้าเราเอามาได้แสดงว่าเราเป็นสามีจีบเราเป็นเจ้าของถ้าเราเอามาได้เราเป็นสามีจิเราเป็นผู้ได้เราเป็นเจ้าของเมื่อเราเป็นเจ้าของคุณไม่ได้คุณก็มารวมสิถ้าคุณต้องการอันเดียวกันอโศกเอาสิ่งที่เราเอามาได้เอาอะไรล่ะมันเอาสีมันเอาทำมันเอาความสามารถมันเอาความรู้มันเอาแก่นเอาเนื้อเอาอะไรที่คุณกำลังทำงานสร้างขึ้นมาในวาระนั้นแล้วก็ประสบก็เอามาหรือได้มาฉวยเอามาเสีย นามสกุลอยากได้ก็มาเอาด้วยกันสิเราก็ยินดีมารวมผนึกกันถ้าคุณเอาได้ไปคุณก็เป็นกลุ่มเป็นก้อนก็คุณก็เป็นเจ้าของคุณก็เป็นหลักเป็นแกนเราจะร่วมด้วยแต่ถ้าคุณเห็นอยู่เสมอว่าเราไปที่ไหนก็เอามาได้ทุกทีไปที่ไหนเราก็เป็นตัวเป็นเด่นเป็นตัวเนื้อเป็นตัวชัดคุณก็ต้องยอมรับความจริงหน่อยสิว่าอโศกนี่แข็งแกร่งอโศกนี่เป็นแก่นอโศกนี่เป็นเนื้อไปไหนก็ชัดไปไหนก็มีมวลไปไหนก็ผนึกไปไหนก็มีรูปร่างไปไหนก็มีลักษณะไปไหนก็มีบุคลิกไปไหนก็มีประสิทธิภาพไปไหนก็มีพฤติกรรมที่เป็นศีลเป็นธรรมเป็นสมาธิเป็นปัญญาเป็นตัวบุคคลทางธรรมนะเป็นทัวร์ตัวบุคคลอย่างนั้นมันเป็นเป็น เดี๋ยวนี้แต่เขาเองเขายังมองไม่ออกแล้วเขาก็ไม่รู้ตัวเขาว่าที่จริงเขาถ้าจะพูดนี่ต้องว่าแบบนี้นี่บอกตรงๆว่าที่จริงน่ะเขาริษยาอโศกเดี๋ยวนี้ว่าแล้วนะลงโทษลงไปหน่อยที่จริงมันเป็นกิเลสตัวริษยาพอตัวไม่เห็นเขาได้ดีแล้วตัวเองไม่ได้ดีก็พอเป็นอีกทีพาโวแหมเอาดอกอโศกมาแล้วก็มาเอาไปกินหมด dominate ครอบงำเอาไปมาเด่นเกินมาแสดงตัวมากการแสดงตัวที่เป็นประสิทธิภาพที่ดีคุณเองคุณก็เห็นว่าดีแล้วคุณก็อยากจะเป็นดีได้ดีอย่างนี้บ้างอ้าวคุณทำยังไม่ถึงมันก็จะเกิดการอยากได้ที่จริงเป็น มานะดีจงมุมานะเอาเป็นมานะคือเป็นใจนี่อยากได้มาณตอนนี้มันมีส่วนที่ละเอียดลงไปแล้วอีกสาคือเห็นเขาได้ดีแต่ถ้ามันไปในเชิงเห็นเขาได้ดีแล้วไม่อยากให้เขาได้ดีนั้นเป็นเชิงเสียเป็นอกุศลแต่ถ้าเห็นเขาได้ดีแล้วเราจงเพียรพยายามดีตามนั้นนี่เป็นมานะที่ดีเป็นกุศลเพราะฉะนั้นความหมายของไทยๆเรามาใช้ว่ามานะแปลว่ามุกแปลว่าพากเพียรเอามานะมุมานะเราใช้อยู่มานะแปลว่ามุแปลว่าพากเพียรตั้งใจเอาให้ได้ตามนั้นเราเห็นดีแล้วเราตั้งใจเอาตามนั้นแข่งขันเขาขึ้นเขาได้ดีแล้วเราแข่งขันเขาขึ้นแข่งตามที่เขาได้ดีนั้นเรียกว่ามานะกุศล เป็นมานะกุศลแต่ถ้าเขาได้ดีแล้วแล้วเราก็มีจิตอีกตัวนึงเลวทรามจิตไม่อยากให้เขาได้ดีอย่างนี้เขาเกินหน้าเราแล้วเราก็ไม่ชอบใจจิตตัวนี้เป็นอกุศลจิตนะแล้วถ้าเกิดว่าเขาไม่มีจิตตัวนี้นะไม่มีจิตตัวอกุศลมานะแต่มีจิตกุศลมานะโอ้เขาได้ดีแล้วอยากได้ดีตามเขาจะร่วมกันกับผนึกจะกระทำช่วยเหลือเฟือฝ่ายกันหรือผู้นั้นรู้ตัวเองด้วยว่าตัวเองเขาได้ดีแล้วเรายังไม่ได้ดีเราก็จะตีสนิทเขาด้วยซ้ำจะยอมยอมว่าเขาได้ดีแล้วนี่เขาอยู่ในตำแหน่งมีดีได้ดีสูงกว่าเราไม่มีการเข้าใจผิดก็เราก็ต้องน้อมถ่อมตนเพราะเรายังไม่ได้ดีนั้นเราก็ยังไม่ได้เป็นยังไม่เป็นดีนั้นเราก็จะต้องน้อมเข้าไปหา เดี๋ยวจะมาแบ่งใหญ่ๆๆกว่าคนที่เขาดีกว่าอย่างนี้มันมานะเนี่ยฟังพระลักษณะหมานั่งให้ดีๆเพราะงั้นคนที่ไม่เป็นจริงๆอย่างนั้นอยู่ในแต่ตอนนี้ก็รู้สึกว่าเปลี่ยนท่าทีโดยตรงอาจารย์ทวีเนี่ยเปลี่ยนท่าทีมามากแต่ก่อนนี้มีท่าทีที่มีลักษณะที่มันไม่ค่อยดีนักทั้งๆที่รู้และสุดท้ายก็เดี๋ยวนี้ก็แสดงว่าก็เป็นทาสที่ดีจิตใจยอมรับขึ้นเพราะฉะนั้นอย่างนี้เราประสานกันให้ดีเจตนาดีอาจารย์ระวีก็เจตนาดีและอีกหลายกลุ่มที่เจตนาที่จะสร้างศาสนาแต่เขาก็ไม่ยอมรับความจริงหาว่าเราเนี่ยเป็นพวกที่แข็งกล้าอะไรต่ออะไรเกินการที่จริงมันลักษณะต้องแข็งแรงเพราะทุกวันนี้ ใครตัดสินเดี๋ยวจะได้ฟังในตอนสัมมนาพวกแสวงหาแล้วก็มีปัญญาแต่ตัดสินอะไรไม่ได้ไม่กล้าตัดสินและอ่อนแอง้องแง้งง้องแง้งนะผมไม่ค่อยรู้หรอกนะอ้าวแล้วก็ไปแสดงตัวรู้แสดงเป็นตัวหลักพยายามที่จะเป็นตัวผู้นำแสดงตัวเป็นเจ้าปัญญาแสดงเป็นยอดกลุ่มหมู่แต่เสร็จแล้วก็ความกว้างอย่างนี้มันก็ไม่จริงสิพอพูดมันต้องมีน้ำหนักกว่าจริงบอกได้ว่าเอาอันนี้อันนี้ถูกอันนี้ผิดตกลงไม่มีใครตัดสินมันก็เหลาะแหละต้องมีตัวตัดสินน่ะเพราะงั้นเมื่อมาถึงงานนี้แล้วเราจะทำงานโดยประสานตั้งแต่บอกไปแต่แรกแล้วไปประชุมก็ไปเราก็ไม่ต้องไปเสนอโดดเด่นอะไรก็เอาเรียกว่าเห็นใจกันหน่อยเพราะว่าแกเจ็บแสบหรือว่ามันไม่เข้าใจมันก็ทุกข์ เรื่องนั้นเพราะงั้นเราก็มีอะไรที่เราจะช่วยได้เราก็น้อมถ่อมตนไปขอให้บอกเรามีอะไรที่เราจะรับได้เพราะว่างานนี้มันเป็นงานเราทำตัวจริงๆโดยเฉพาะโยนมาที่อาตมาไม่มีก็โยนมาอาตมาเองอาตมาทำงานนี้เป็นอาชีพไม่ใช่งานเล่นใครไม่ใช่งานข้างเคียงไม่ใช่งานอดิเรกมันเป็น Professional ของอาตมาไม่ใช่เอา Messenger ของอาตมาอาตมาทำจริงเพราะฉะนั้นกลุ่มหมู่ที่อาตมาเชื่อแน่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพแท้ไม่ใช่ชั่วคราวไม่ใช่อดิเรกไม่ใช่งานทำเพื่อสนุกเพื่อเป็นของประกอบไม่ใช่เป็นเนื้อเป็นแก่นเป็นหลักแท้ที่อาตมาทำอยู่ยืนยันว่าไปรับมาอะไรที่เขาเองอย่าเพิ่งไปเสนอทีเดียวให้เขารู้สึกว่าเขาต้องการเขาต้องการแล้วค่อยยื่นเข้าไปค่อยเสนอเข้าไปหน่อย ประเดี๋ยวก็จะหาว่าเราเข้าไปรับเป็นรูปออกมาอีกแต่เสร็จแล้วประชุม 2 ครั้งเราก็เห็นถ้าเห็นทางอยู่แล้วว่าร่วมเราก็ไม่ได้อยากร่วมนะเราก็พยายามจริงๆนี่เป็นเนี่ยไปประชุมขึ้นมาแล้วก็คนอื่นมีแต่พูดพูดพูดพูดพูดพูดพูดพูดในนี้ออกหัวคิดเสนออะไรต่ออะไรขึ้นมาก็มีแต่เสนอแต่ก็ไม่มีเรื่องจริงไม่มีอะไรเป็นเนื้อเป็นชิ้นขึ้นไปเราก็อยากจะให้มันงานมันเดินแล้วก็เสนอเนื้อชิ้นอะไรไปอย่าไปชมกันแล้วเราก็กลายเป็นว่าเราจะรับงานมาเห็นรูปลอยมาเห็นแล้วเห็นรูปพลอยว่าเราจะต้องรับงานนี้เราจะต้องทำงานนี้อย่างเต็มที่ก็ไม่เป็นไรสุดท้ายจะมาว่าเราไป dominate อีกก็ dominate ไม่ได้นี่มันก็จะต้องทำให้เด่นทำให้ดีทำให้มีเนื้อมีแก่นและเนื้อแก่นพวกคุณไม่ทำเราก็ต้องทำเมื่อเราทำมันก็ต้องเป็นจริงว่าเรากระทำกันหรือคนพวกเราทำแล้วมันก็มีบทบาทแล้วตัวพวกคุณก็มาทำด้วยแล้วคุณหนีไปไหนล่ะทำไมไม่มาทำทำไมไม่มามีประสิทธิภาพไม่พฤติกรรมไม่มีกิจกรรมไม่มามีพลังงานไม่มีแรงงานมันมีผลผลิตออกมาแล้วทำไมไม่มีเราจะทำก็มามีร่วมกันสิเพราะฉะนั้นเราไม่ย่อหย่อนแล้วไม่ยอมพ่อมีเงินก็เอาให้งานเต็มที่ไม่มีงานและทำงานไม่เต็มที่ทำแต่ปากเฉยๆว่าแต่โครงร่างเขียนเสือไว้เฉยๆไม่มีตัวเสือจริงสักทีนึงเมียเป็นเสือกระดาษเสือปากไม่ได้เรื่องอะไรให้ไม่มีเนื้อตัวไม่มีบทบาท กิจกรรมไม่มีพฤติกรรมแห่งความเป็นจริงขึ้นมาเพราะนี่บอกว่าจะทำงานใช่ไหมงานมางานวิสาขานี้ให้เรียกเราไปประชุมเราไปประชุมทีเดียวแล้วเราก็จะรับงานมารับเราจะรับมาเป็นเนื้อเป็นตัวเพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีซ้อนว่าเวลาจะยื่นเวลาจะเสนออะไรในเกรงใจกันหน่อยแต่รับงานมาบอกให้รู้ตัวว่าเรารับงานเราทำนะเมื่อเราทำแล้วก็จะได้เข้าใจเพราะว่าขั้นปัญญาชนก็ควรจะรู้ว่าเรารับงานมาเราทำแล้วเราทำและเป็นเนื้อเป็นตัวแล้วก็มันก็เป็นเนื้อเป็นแก่นมันก็เด่นมันก็ชัดมันก็เป็นรูปเป็นร่างเป็นเนื้อเป็นตัวและอย่าไปคิดว่าเราไปช่วยเอามาสิไม่ได้ฉวยเอามานะมันเกิดน่ะมันเป็นช่วยกันรังสรรค์ช่วยกันสร้างกันก่อตัวขึ้นมาแล้วมันเป็นแล้วก็หาว่าสวยเอาไปกิน เพราะเราเป็นตัวบทบาทเพราะเราทำมากอ้าวก็ทำไมทางโน้นไม่ทำมากเองอ่ะเนี่ยมันเป็นความไม่รู้เอาแต่รอยชี้แล้วก็มวลที่มาร่วมทำมันก็น้อยมันไม่มีมากเท่ามันไม่มีพฤติกรรมผลผลิตแรงงานที่เป็นสาระแท้ออกมาชัดมันก็เป็นสัจจะเพราะเราจะได้ทำขึ้นงานนี้เป็นรูปรอยที่ดีแล้วร่วมมาร่วมมือกันส่วนตัวแม้แต่ทางด้านสำนักนายกรัฐมนตรีก็รับเรื่องไปแล้วแล้วก็จะร่วมมือเต็มที่ทำงานกันเพราะงั้นเราก็จะเอาหมู่คนนี่มาปลุกระดมเอาคนมาเอามันมาให้เป็นลักษณะธรรมเพราะเราเป็นคนที่มีศีลเราจะเอาคนมีศีลมารวมกลุ่มคนให้คนดูเท่านั้นก็จะมีรูปร่างขึ้นมาแล้วเพราะเราได้ซ้อม ไม้เท้าแล้วตอนนี้จะออกงานใหญ่ขึ้นมาแล้วออกงานระดับประเทศจัดที่สวนลุมเราชุมนุมมนุษย์ปลุกเสกตอนนี้เราจะเอามนุษย์ปลุกเสกไปโชว์มีอะไรจะออกใบปลิวงานก็กำหนดกันแล้วจะเริ่มวันที่ 16 17 18 เป็นวันงานวันที่ 15 เป็นวันศุกร์นี้วันที่ 15 วันศุกร์วันที่ 16 17 18 เป็นวันงานเราก็วางโครงการเราจะสุขดิบกันตั้งแต่วันที่ 14 เราจะสุขเด็กกันตั้งแต่วันที่ 14 โดยรวมพลแล้วจะรวมพลกันที่สันติอโศกนี่ตั้งแต่วันที่ 14 วันที่ 15 เราจะยกพลไปที่สวนลุมไปปลุกเสกไปปักกดไปกินตามร่มไม้ร่มไร่ไปมีชีวิตอย่างพระพุทธเจ้ารับรองเป็นโมเดิร์นของพระ เป็นมนุษย์สังคมของพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ตัวอย่างของพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีนิสัย 4 มีผ้าแต่งตัวไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเราต้องการดึงค่านิยมสังคมลงมาแล้วคนพวกนี้ยิ้มแย้มเบิกบานใจดีเราจะต้องเป็นคนใจดีจะขอร้องอยู่อย่างนึงอย่าฟาดฟันใครมาต้องยิ้มเบิกบานร่าเริงคุยกับเขานุ่มนิ่มเพราะคนจะมามากแล้วคนเขารับเราไม่ได้นะคุณจะไปมันมีลักษณะน่ะมันจริงใจจริงจังแล้วมันก็เลยอหังการ์มันแข็งมันแรงมันแน่ใจมันก็ลงแรงอันนี้เราไม่เอาเราจะไม่แสดงออกทั้งวันระวังเราจะดึงไว้อย่าให้มันแรงอย่าให้มันแรงให้มันสุภาพอ่อนโยนแล้วแต่เราก็จะแสดงลักษณะเรามีจริงเรามีศีล เราเป็นอย่างโน้นอย่างนี้แล้วก็ศีลก็สีนิ่มๆเราน่ะหนักแน่นเรานั่นหนักสีน้ำหนักแต่เวลาแสดงออกให้มันออกทางกายนิ่มๆให้มันออกทางวาจาก็บอกประสิทธิ์แฟนมื้อเดียวนะหมดแรงแสดงออกอย่างนี้มันแรงแต่เรามีเราค่อยๆบอกค่อยๆถึงโอกาสค่อยๆบอกเขายังไม่ถึงเวลาโอกาสให้เขารู้เองก็ได้ว่าเรามีศีลอย่างนี้กันมันมีเธอมีฉันอะไรอย่างนี้เราจะนิ่มขึ้นเราจะประสานขึ้นเราได้ศีลดีแล้วล่ะแต่ศีลของเรานี่ถ้าเราไม่ระวังมันเพราะเอาไปตีเค้าง่ายนะมันศีลมีสปริงเพราะฉะนั้นตอนนี้มัดสปริงไว้ดีๆอย่าให้มันกระดกเป๊ะไปตีหัวเขามากนักพระพุทธเจ้าสอนเราไว้แล้วผู้มีศีลก็อย่าเอาศีลไปข่มผู้อื่นจะเกิด ธรรมะอันเป็นอยู่ผาสุขเขียนไว้บรรยายไว้ย้ำเตือนไว้ธรรมะอันเป็นอยู่ผาสุขมีศีลแล้วอย่าเอาศีลไปข่มคนอื่นมองตนไว้ข้อที่ 2 มองตนไว้ก็คือระวังสปริงเอาไว้อย่ามาให้กระดกเพื่อไม่ให้กระดกไปเคาะหัวเข่าจะเอาไปตีเข้าไปอวดไปโอ่เข้าไปที่แทนเขามากเขายังไม่มีเขาเขาด้อยเพราะฉะนั้นเราเองเราไปทิ่มเขามากเขาแย่ข้อที่ 3 ยังไม่มีชื่อเสียงก็อย่ามีชื่อเสียงยังไม่ได้โชว์ก็อย่าเพิ่งอยากโชว์เรายังไม่ให้เขารู้ยังไม่ทันได้เขาได้รู้ก็อยากให้เขารู้เกินไปคนที่ 3 ยังไม่มีชื่อเสียงก็อย่าอยากมีชื่อเสียงนะข้อที่ 4 ที่ 5 ข้อที่ 4 ก็มีชาญเป็นอยู่ผาสุขวิจ ระมัดระวังไว้กับวิจารณ์คือระมัดระวังไว้มีเหตุมีผลดูพฤติกรรมวิจารณญาณแปลว่าดูพฤติกรรมวิตกแปลว่าจงมีความคิดจงมีความสังวรจงมีความระมัดระวังวิตกวิจารณ์กันดูพฤติกรรมไว้จะปล่อยออกหรือยังยังไม่ปล่อยเราต้องเป็นนักปล่อยตัวที่ดีนักปล่อยตัวดีๆปล่อยคิวดีๆแจ๋วเป็นโปรโมชั่นเป็นโปรโมเตอร์เราจะปล่อยออกจากดีๆโดยจริงก็ปล่อยพฤติกรรมของเราปล่อยกายกรรมปล่อยไว้กี่กรรมควบคุมและปล่อยออกทันทีเราก็จะไปพูดที่มีสุขเป็นชาญทำงานได้ดีมีแต่ปิติมีแต่ตัวดีผู้ใดมีแต่ปิติอยู่ผู้นั้นมีความยินดีอยู่มีฉันทะอยู่ยิ้มแย้มแจ่มใสนั่นคือลักษณะพุทธะเบิกบานรู้ตื่นควบคุมได้เป็นผู้มี ประสิทธิ์ปัตโตเป็นผู้มีอำนาจของจิตสามารถควบคุมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราได้อยู่ในตัวของเราจริงเป็นผู้มีวิมุติมีกำลังข้อที่ 5 มีวิมุติมีกำลังอย่างนี้เป็นอยู่ผาสุขเราจะไปแสดงเราจะโครงการของเราจะมีว่าเราจะออกใบปลิวบอกกล่าวไปทั่วมันก็อย่างที่เราทำส่งไปหาญาติมิตรต่างๆต่างจังหวัดนะเกือบออกต่างประเทศซึ่งเราไม่มีทางประเทศออกไปต่างจังหวัดออกไปอย่างที่เราทำเสร็จแล้วบอกข่าวกันใครจะมามางานนี้วิสาขะมาเราจะมาร่วมงานชุมนุมชุมนุมดวงดีมาแสดงวิสาขบูชา แสดงวิชาภาษากัมพูชาปฏิบัติวิสาขบูชาเป็นงานระดับประเทศจัดที่ใจกลางกรุงเทพเลยกลางสวนลุมที่ประสูติของพระพุทธเจ้ากับผู้เข้าไปแล้วเลยนะนี่ก็ต่อนิดนึงว่าจะไม่พูดอะไรมากก็จะต่อนิดนึงว่าขณะนี้พุทธแล้วที่ไหนที่ลุมพินีมันเหมือนลิเกนะแต่ทีนี้มันก็อาจจะตายมันก็ไม่อยากพูดอะไรมากก็บอกแล้วเยอะแยะนะผมมองเห็นอะไรต่ออะไรต่างๆมันจะ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน