660929 จุดที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนคือพ้นสุขพ้นทุกข์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
660929 จุดที่เลิศยอดยิ่งใหญ่ที่สุดของคนคือพ้นสุขพ้นทุกข์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53556.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/185F3AjkftUPhM02iB8p5-wedc20Je-be/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1thyuznxyD7meyzkR0mcqJFXwgFUVf040/view?usp=sharing
และ https://podcasters.spotify.com/pod/show/dhamaporkru/episodes/660929-108-e29umjq
ดูวิดีโอได้ที่ https://fb.watch/nmqdkDWS_s/ และ https://youtu.be/VRQgezIO4AU มีซับ https://youtu.be/3LliXVyWNhA
สมณะฟ้าไท... วันนี้วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก วันไหว้พระจันทร์ ทำไมต้องไหว้พระจันทร์ ทำไมไม่ไหว้พระอาทิตย์ (พ่อครูว่า พระอาทิตย์เขาก็มีคนไหว้) ตอนนี้ เรื่องน้ำ เขาเรียกว่า น้ำขึ้น-น้ำลงปลงเสียเถิด มันจะขึ้นจะมากจะน้อยก็ดูกันไป เขาบอกว่ามันจะขึ้นอีก 1 เมตร ถ้าฝนไม่ตกเพิ่มมากกว่านี้อีก ตอนปี 65 ก็บอกว่าขึ้นไม่มากหรอก แต่เดี๋ยวก็ขึ้นสูงลิ่วเลย ไม่แน่นอน เราเตรียมเก็บของไว้ก่อนดีที่สุดไม่ประมาทแหละดีที่สุด เพื่อเราจะได้ฝึกฝนตัวเองให้เตรียมพร้อมไว้เสมอ รับได้ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มาน้อยก็สบาย มามากก็อยู่ได้ ไม่มีปัญหาอะไร เราพึ่งพาตัวเองได้ เราเป็นชุมชนที่พึ่งพาตัวเองได้และพร้อมเป็นที่พึ่งแก่คนอื่นได้เช่นกัน ซึ่งมนุษย์โลกุตระเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษที่พ่อครูนำธรรมะพระพุทธเจ้ามาสร้างให้เราเป็นมนุษย์พันธ์ุพิเศษ คือเป็นมนุษย์ที่พึ่งพาตัวเองได้และให้คนอื่นพึ่งได้ด้วย แม้ลำบากกว่าเพื่อน แต่ก็ช่วยเหลือคนที่ลำบากน้อยก็ได้เช่นกัน นี่เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์อย่
อ่านต่อ
างยิ่ง ปกติคนที่ลำบากจะเรียกร้องการช่วยเหลือจากคนอื่น แต่นี่ลำบากแต่คิดถึงคนอื่นเขาจะลำบากกว่าเรามากไหม เราจะช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้าง จิตใจแบบนี้เป็นจิตใจของคนที่มหัศจรรย์เหนือโลก ทุกอย่างเปลี่ยนแปรผันไปได้ธรรมดา พ่อครูบอกว่าในโลกนี้ทุกอย่างไม่เที่ยงเป็นธรรมดา เหมือนอย่างการเมือง เราอยู่กับลุงตู่มา 9 ปีก็สุขสบายดี ปีนี้ได้นายกคนใหม่ชื่อ เศรษฐา โอ้โห เรื่องมันเยอะดีนะ คืออยู่กับลุงตู่นั้น จัดรายการวิปัสสนาข่าวก็ไปหาแต่เรื่องลุงตู่แหละ แต่ทุกวันนี้เรื่องราวเยอะแยะมากมาย สิ่งไม่ดีเลวร้ายในสังคมเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย เราก็ได้ข่าวมาวิเคราะห์วิจัยได้มากขึ้น และเราต้องทำใจในใจกับคนที่เขาทำบาป ก็ต้องเห็นใจเขาด้วย มันก็เหมือนกับสมัยก่อน 2,500 กว่าปีก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ให้โลกสว่างไสวขึ้น คนมีปัญญาก็เกิดขึ้นมากมาย แล้วเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานก็เสื่อมลง ๆ จนมา 2,500 ปี ก็มีโพธิสัตว์คือพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 มาช่วยมนุษยชาติอีกครั้ง ให้พระพุทธศาสนาฟื้นตื่นมาได้อีกครั้งและสืบทอดไปถึง 5,000 ปี ซึ่งในขณะนี้พ่อครูก็กำลังพากเพียรที่จะทำศาสนานี้ให้ถึง 5,000 ปีให้จงได้ วันนี้ก็มาฟังธรรมจากพ่อครูอีกเช่นเคย กราบนิมนต์ด้วยความเคารพครับ พ่อครูว่า... สาธุ…เราก็เอา SMS มาเป็นไกด์ในที่จะได้สาธยายธรรมะต่างๆไป
SMS วันที่ 27-28 กันยายน 2566
จากไลน์ : _กราบนมัสการพ่อครูด้วยความรักเคารพบูชาสูงสุด ครับ ลูกขอรายงาน ผลการปฏิบัติธรรมไปตามลำดับตามฐานะของตน ลูกได้ปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพ่อครูมาโดยตลอด ปฏิบัติตามโพธิปักขิยธรรม 37, อปัณณกปฏิปทา 3 ได้บรรลุธรรมตามลำดับ โดยเฉพาะเรื่องคนคู่ ลูกได้ลดความจัดจ้านของคนคู่ลงตามลำดับ จนปัจจุบันนี้ลูกได้บรรลุเรื่องการเสพเมถุนของคนคู่ หยุดความวนได้ จบกิจเรื่องของการเสพกามแบบหยาบๆ ได้อย่างสนิท จนมั่นใจตนเองจากนี้ไปจนตลอดชีวิต ก็จะไม่เสพกามเมถุนเรื่องของคนคู่ พอเลิกเสพกามได้ ชีวิตครอบครัวมีความสงบอย่างมากครับ ในอนาคต ลูกกับภรรยาได้ตกลงกันว่า จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านราช ตอนนี้ก็ขอปฏิบัติธรรมตามพ่อครูได้นำพา อยู่ข้างๆ วัดก่อนครับ ในวันที่ 2 ตุลาคม 2566 นี้ ลูกจะมีอายุครบ 44 ปีเต็ม ลูกจะรบกวน ขอให้พ่อครูตั้งชื่อตัวให้ลูกด้วยครับ พ่อครูว่า…ก็ค่อยๆ ตั้ง ตั้งตอนนี้สดๆ คงคิดไม่ออกหรอก มันไม่เก่งขนาดนั้น
ความเห็นต่างกันทำให้เกิดความแตกฉานอย่างไร _นพ : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงครับ ผมน็อป(หินเหล็ก) มีเรื่องอยากถามพ่อครู เมื่อเราต้องคุยกับคน คนที่ทิฏฐิทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องศาสนาไม่ตรงกันกับเรา เราจะต้องทำตัวอย่างไรให้อยู่กับเขาให้ได้ เพราะบางทีเขาก็แสดงความคิดแบบสุดโต่งจนเราก็ต้องแสดงความคิดของเราบ้างในอีกมุม ปัญหาก็คือเรารับฟังเขา แต่เขาเลือกไม่อยากรับฟังเรา จะทำอย่างไรให้เราทั้งคู่มีทิฏฐิที่สามัญญตาครับ กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า…คุยกันเป็นเพื่อนเป็นฝูงกันก็เป็นธรรมดาความเห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่มีอะไรแปลก โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ไม่มีปัญหาอะไร ที่ถามมานี้มันยุ่งยากมากมายหรือยังไง มันไม่สนุกนักก็คุยกันน้อยลง พอสนุกบ้างก็คุยกันมากขึ้น ก็น่าจะเท่านั้นก็พอจะได้ ที่จริงก็มีการโอภาปราศรัยกัน มีการคิด มีการแสดงความคิดเห็นกัน มันทำให้เกิดความฉลาดขึ้นนะ มันทำให้เห็นแง่เชิงที่มีความหลากหลายแตกต่างขึ้น ถ้าเผื่อว่าไม่มีความแตกต่างอะไรเกิดขึ้นมา ที่เราจะเรียกว่า ฉลาด หรือเรียกว่าหลากหลายขึ้นมา มันก็เท่าเดิม ยิ่งลืมไปด้วย ไอ้ที่มันเคยรู้แตกต่างกันก็ลืมลงๆ แล้วมันจะยังไง ผู้ที่ตรัสรู้หรือผู้ที่จบกิจนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ที่โง่ลง จำอะไรก็ไม่ค่อยได้ รู้น้อยลงๆ มันไม่ใช่ มันรู้ได้หลากหลาย แต่มันเข้าใจ มันรู้ความหลากหลายนั้น มันมีความแตกต่างกัน ความหลากหลายก็มีนัยยะที่แตกต่างกันละเอียดลออๆๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ มันก็คือมีความรู้แตกฉาน ละเอียด แล้วก็มีมาก รู้ว่าความคิดของคนมันหลากหลายอย่างนี้เนาะ เออ คิดอย่างนี้ก็ได้ คิดขนาดนี้ก็ได้ นะเราก็จะได้รู้นั้นเอง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก
ความลึกซึ้งของญาติปริวัตตังปหายะ _ต้อย น้อมนบ(คอลัมน์ 15 นาทีฯ) : ขอกราบเรียนถามพ่อท่านดังนี้ คำว่า ญาติปริวัตตังปหายะ มีความหมายอย่างไร แค่ไหนและทำไม ถ้าเราจะปฏิบัติธรรมให้สูงขึ้นเราต้องตัดญาติปริวัตตังคะ พ่อครูว่า…มันมีขั้นตอน การตัด ญาติปริวัตตัง ญาติปริวัตตัง ท่านแปลว่า การตัดรอบ หรือว่า ปหายะ แปลว่า การทำลาย ตัดทำลายในเรื่องการที่จะไปเกี่ยวเกาะ ปริวัติ ไปเกี่ยวเกาะกับญาติ เรื่องของญาติ เชื่อมโยงที่เราจะต้องมีความรับผิดชอบ โดยจะต้องมีการเกี่ยวข้องกัน จะต้องมีอะไรต่ออะไรพวกนี้..ตัด โดยปรมัตถ์ เอาปรมัตถ์เสียก่อน ก็คือการตัดการที่จะสืบสานสืบสาวที่จะมีญาติต่อไป การที่จะตัดความมีญาติต่อไปนั่นก็คือ อย่าไปมีลูก ถ้ามีลูกแล้วก็จะต้องมีหลาน มีเหลน มีโหลน มีหล่อนอะไรไปอีกมันก็จะเป็นญาติ เกิดบานตะโก้ไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น การตัดไม่ทำอันนี้นี่ มันก็คือเราก็จะต้องไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีลูกก็คือไม่เกี่ยวข้องกับเมถุน ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นคนคู่ มีอะไรพวกนี้นี่แหละ ในนัยสำคัญของมัน นี่คือปรมัตถ์ ทีนี้เรื่องของสมมุติ “ญาติ” ก็ต้องเกี่ยวข้องกันด้วยการต้องเลี้ยงดูกัน ต้องช่วยเหลือกัน จะต้องมีกรรมกิริยาทางกายวาจา โดยมีใจเป็นประธาน นับญาติ นับความเป็นจริง ญาติทางสายเลือด ญาติทางไม่ใช่สายเลือด แต่นับเนื่องกันเป็นผู้ที่จะต้องเกี่ยวข้องกัน คำว่า “ญาติ” นี่คือการ พึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายกันได้ อาศัยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การแก่ การเจ็บ การตาย เมื่อมาเป็นญาติกันก็คือ เกิดร่วมกันแล้วก็จะร่วมกันอาศัยช่วยเหลือกัน อยู่กินกัน การอยู่ การกิน การทำงานทำการ การอาศัยช่วยเหลือ ทั้งวัตถุ ทั้งแรงงาน ทั้งกิจการ ทั้งอะไรต่ออะไรต่างๆ นานา ก็ช่วยกันไปอย่างนั้น ที่เรียกว่า “ญาติ” ทีนี้ในนัยยะของ ความลึกซึ้งอีกก็คือ ตัดงาน ตัดญาติ ตัดงานที่จะเป็นงานที่เราจะต้องไปรับผิดชอบร่วมกับอันนั้นอันนี้ให้น้อยลงๆ การตัดคำนี้ลึกซึ้ง ไม่ได้หมายความว่าการตัดโดยเป็นเรื่องของสมมุติอย่างเดียว เราตัดเรื่องสมมุติ แต่เรากลับจะเชื่อมโยงทางปรมัตถ์ เราตัดเรื่องสมมุติ คืออะไร เราตัดเรื่องสมมุติก็คือ เราไม่รับผิดชอบในเรื่องการเงินการทอง การเป็นวัตถุข้าวของ การที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลหามา ต่างคนต่างช่วยกันอะไรพวกนี้ เราไม่รับผิดชอบ เราไม่เกี่ยวข้อง เราไม่ถือว่าเป็นหน้าที่ ไม่ถือว่าเป็นงาน ที่เราจะต้องทำ ตามสมมุติ ตัดน้อยลงๆๆ แต่เราจะเชื่อมโยงทางกรรม ทางการกระทำ ช่วยเหลือ ช่วยเหลือทางวัตถุน้อยลง แต่ช่วยเหลือทางจิตวิญญาณ ทางความเกื้อกูลทางจิตวิญญาณ ช่วยเหลือแรงงานไม่ใช่วัตถุ ถ้าอยู่ในฐานะไม่มีความรู้ทางธรรมมากมาย ก็ช่วยเหลือทางแรงงาน มีความรู้ทางธรรมะก็เติมเข้าไปอีก ช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้าไปทางธรรมะ แม้จะเป็นธรรมะโลกีย์ก็เอา ยิ่งธรรมะทางโลกุตระด้วย ก็ช่วยกันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น การตัดญาติทางสมมุติทางโลกีย์ เราก็ลดลง ไม่รับผิดชอบในเรื่องของวัตถุลงไปเรื่อยๆ แต่ทางธรรมเราเนี่ย โดยเฉพาะทางโลกุตระด้วย จะต้องช่วยกันอย่างยิ่งขึ้นๆๆๆๆ ให้ได้รับ แล้วก็ไปด้วยกัน เป็นญาติธรรมไปจนกระทั่งตลอดเลย อย่างพวกเรานี่ เสร็จแล้วมาเป็นญาติกัน จนกระทั่งมาอยู่ร่วมกันมาสร้างสรร ทำการทำงาน ช่วยเหลือเกื้อกูลมีชีวิตดำเนินไป ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนตายจากกัน มันเป็นเรื่องละเอียดลออ มันไม่ต้องไปนับญาติทางสายเลือดเลย โลกุตระมันลึกซึ้ง.. เห็นไหม ดีไม่ดี รู้สึกไหมว่าเราสัมพันธ์เกี่ยวข้องสนิทกับญาติทางธรรมทางปรมัตถ์เป็นโลกุตระนี้ ยิ่งกว่าสายเลือด ใช่ไหม พอลึกซึ้งขึ้นจริงๆ มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เลย แต่เราก็รู้ว่าทางสายเลือดหรือว่าทางสมมุตินี่ เอาเถอะ ถึงอย่างไรเราก็ไม่ได้ตัดทิ้ง เราก็ช่วยเหลือตามควร เท่าที่จะช่วยได้ แต่ถ้าเผื่อว่าเรานึกถึงพฤติกรรมทางธรรม เขาเองถ้าเผื่อว่าไปช่วยเหลือแล้วเขาก็.. ถ้าช่วยทางวัตถุ เขาก็จะยิ่งจะไม่ดี เพราะเขาก็ช่วยตัวเขาเองได้ดีแล้ว พออยู่พอกิน ถ้าไปช่วยเขาอีก เขาก็จะโลภ โดยที่เราจะไปช่วยนี่มันก็ยิ่ง เราก็ไม่ใช่จะเอาเปรียบใช่ไหม เพราะเรามาปฏิบัติธรรมแล้ว แต่เราก็จะไปเติมให้เขาได้เพิ่มได้กำไร ได้เปรียบ ได้จำนวนมากขึ้น เขาก็ยิ่งตะกละๆๆ เราก็ไม่ต้องช่วยมาก ให้เขารู้สึกเหน็ด รู้สึกเหนื่อย รู้สึกทุกข์ รู้สึกลำบากบ้าง ถ้าเราสามารถมีธรรมะบอกเขา งานที่ไปเอาเปรียบเอารัด ให้ลดลงบ้าง แม้คุณจะทำงานขยันหมั่นเพียรมากขึ้น ก็ลดที่จะไปเอารายได้แลกเปลี่ยน ไปเอาเปรียบหรือไปเอาที่จะได้เปรียบคนอื่น หัดเสียสละให้มากขึ้น ซึ่งเรื่องที่อาตมาพูดนี้พวกเราเข้าใจไม่ยากอะไรหรอก แล้วก็ทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น คำว่า “ญาติปริวัตตัง” มันทั้งทำลาย มันทั้งเหลือความเป็นญาติ ที่สุดท้ายเป็นญาติธรรม ที่อาตมาอธิบายไปแล้ว นี่ก็เป็นคำสรุป “ญาติปริวัตตัง” คำนี้เท่านั้น นี่ถามว่า อย่างไร แค่ไหน อธิบายไปแล้ว ขนาดนี้ก็ไม่น้อยแล้วนะ ทำไม..ก็ต้องรู้สิว่าจะทำไม ถ้าไม่รู้ก็ทำไม่ถูก ทำไม่เป็น ถ้าเรารู้แล้วเราก็จะทำถูก ทำเป็น มันก็เป็นประโยชน์ทั้งตนและท่าน แล้วเราก็รู้ทำการช่วยเหลือกันอย่างนี้แล้วก็ตัด ตัดไป เหลือ ทำขนาดเท่าที่ควรไปที่จะให้เกิดประโยชน์ ประโยชน์สูง ประหยัดสุด ดีที่สุด มันไม่ใช่เรื่องตื้นๆ ถ้าจะพูด ดังที่พูดไปแล้วอาตมาอธิบายมา เอ้า..ผ่าน
_สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ กราบนมัสการท่านสมณะฟ้าไท ท่านด่วนดี และสิกขมาตุ ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกกราบขออนุญาตรายงานการปฏิบัติของแม่ค่ะ มีผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้าน มาถามแม่ว่าปฏิบัติธรรมอย่างไร แม่ตอบว่า "แม่บ่ดั่ยเฮ็ดหยังหลาย แม่ถือศีล 5 ละอบายมุข รักษา กาย วาจา ใจ ส่ำนี่หละ" แล้วผู้หญิงคนนั้นก็บอกแม่ว่า ตัวเขาสวดมนต์หลายบท(เขาบอกแม่แต่แม่จำไม่ได้ว่าบทอะไรบ้าง) ภาวนานั่งหลับตาทำสมาธิทุกคืน แล้วเขาย้อนถามแม่ว่า แม่ได้สวดมนต์ได้นั่งสมาธิไหม แม่ตอบว่า" แม่บ่ดั่ยสวดอิหยังหลายดอก การสวดมนต์บ่จำเป็นเท่ากับเฮาปฏิบัติเอา แล้วการสวดมนต์ถ้าบ่ฮู้ความหมายมันกะคือนกแก้วนกขุนทอง แล้วนั่งสมาธิแม่กะนั่งให้จิตสงบ ให้นอนหลับซือๆ ดอก" พอแม่พูดจบ เขาก็ไม่พูดไม่ถามต่อเดินกลับบ้านเลยค่ะ แต่เขายังเลี้ยงตั๊กแตน ยังคั่วตั๊กแตนกินและขาย ขุดจิ๊บโป่ม (พ่อครูว่า คือจิ้งโกร่ง จิ้งหรีดตัวใหญ่ๆ เนื้อเยอะ เขาชอบกินกัน) เล่นหวยอยู่ค่ะ จบเรื่องของแม่ค่ะ ในพรรษาลูกตั้งตบะไม่กินขนมหวานทุกชนิด ลูกก็พยายามอดทนสำรวมระวังเสมอๆ ค่ะ พ่อครูคะ แต่เมื่อลูกตำน้ำพริกกะปิ(เจ) น้ำพริกของลูกจะหวานมากค่ะ แล้วเวลาลูกกินลูกรู้สึกชื่นใจด้วยค่ะ ขอพ่อครูว่ากล่าวสั่งสอนลูกด้วยค่ะ พ่อครูว่า…จะไปว่ายังไง มันติดแล้วก็ได้เสพสมใจที่ตัวเองชอบหวาน อาตมาเคยพูดแล้วเรื่องนี้ อาตมาเป็นคนอีสานน้ำพริกไม่เคยใส่หวานอะไร ไปกรุงเทพฯ น้ำพริกเขาก็ใส่หวาน ใส่น้ำตาล อาตมาก็งง เฮ้ย..น้ำพริกทำไมต้องใส่หวานด้วย งง จนกระทั่งอยู่ไปก็รู้ว่ารสนิยมมันต่างกัน ต่างถิ่น ต่างภาค ภาคกลางก็เป็นอย่างนั้น ภาคอีสานเขาไม่นิยมใส่น้ำตาลในน้ำพริก เดี๋ยวนี้อีสานก็ล่อกันเละแล้วใส่หวานกัน เละ
คนไทยลืมง่าย มีเมตตา กรณีคุณทักษิณ แต่พ่อครูต้องย้ำเตือน _ลูกแปลกใจว่านายทักษิณได้ทุจริต สร้างความเดือนร้อนให้คนไทยอย่างมาก มาถึงวันนี้คนไทยนิ่งๆ กับการกลับมาของทักษิณ พ่อครูคะเป็นเพราะทักษิณมีสิ่งดี หรือคนไทยลืมง่ายคะ มึนกับโลกีย์ค่ะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ พ่อครูว่า... งง มึนงง งงกับโลกีย์ จริงๆ คนไทยเป็นคนที่ไม่ค่อยจะ จะว่าลืมง่ายก็ลืมง่าย แต่ว่ามีเมตตา จะว่ามันไม่โหดอะไรกันต่อกันเท่าไร ก็ได้ หรือว่าไม่ค่อยเอาเรื่องอะไรกันเท่าไหร่ นานๆ ไป ก็.. เอา เพราะอะไร เพราะคนไทยเป็นพุทธศาสนิกชน เข้าใจเรื่องกรรมเป็นของตัวของตน มันไม่มีปัญหา ใครทำกรรมใดก็เป็นของตน ชั่วดีตามสัจจะเลย มันก็ของใครของมันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นใครจะไปจัดการ ใครจะไปทำอะไร กรรมมันก็จัดการอยู่แล้ว เราไปจัดการ ดีไม่ดีก็สร้างวิบาก ดีไม่ดีก็ทะเลาะวิวาท ในขณะปัจจุบันนี้ช่วยเหลือเขาไม่ได้ง่ายๆ แล้วทักษิณนี่ เพราะฉะนั้น คนไทยก็ เห็นไหม..โอ้โห!! ขนาดนี้ มันเท่ากับเข็นเขาขึ้นครก ไปช่วยทักษิณนี้ยิ่งกว่าเข็นเขาขึ้นครก ไปช่วยทำอะไร เพราะฉะนั้น พวกคนไทยก็มีปฏิภาณปัญญาพวกนี้อยู่บ้าง ก็เลยว่าอย่าเอา..ไปทำอะไรล่ะ มันไม่เกิดประโยชน์อะไร มันไม่กระเตื้อง คืออาตมาว่า ภาษาไทยว่า เหลือเข็น นี่มันไม่พอ มันสุดเหลือเข็นแล้ว ต้องปล่อยให้เขาดิ่งลงนรกไป อย่างไรก็ปล่อยเขาไปเถอะ เขาไม่เข้าใจ เขาไม่รู้เรื่องนรกสวรรค์ ความดีความชั่วอะไร เขาไม่รู้ มันซับซ้อนนะ เขานึกว่าเขาได้สวรรค์แต่เขาได้นรก แล้วเขาก็มีสวรรค์ไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็ทำเหมือนเขาได้เปรียบได้ชนะ เป็นสวรรค์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็คือ นรกที่มันสูงเท่าไหร่ สวรรค์สูงเท่าไหร่ นรกก็ต่ำลึกเท่านั้น นี่เป็นสัจจะ อาตมาก็เคยอธิบายไปแล้วเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เขาทำด้วยจิตที่ ไม่มีปฏิภาณปัญญารู้ในเรื่องกรรมเรื่องวิบากอะไรพวกนี้เลย นี่อาตมาก็ ยุคพระพุทธเจ้ามีพระเทวทัต แสดงความ อาตมาว่า โอ้โห! เทวทัตเทียบทักษิณไม่ได้ พอนะ เทวทัตนี่เทียบทักษิณไม่ได้จริงๆ ทักษิณนี้ทำได้เก่งกว่าเทวทัต ในความสร้างนรกได้ลึกให้แก่ตัวเอง ก็ได้แต่สงสาร ก็สุดสงสาร มันช่วยไม่ได้จริงๆ อาตมาไม่มีทาง ไม่มีปัญญาที่จะไปช่วยอะไรเขา แล้วอาตมาก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครช่วยเขาได้ จนกว่าเขาจะเป็นพวกคางคก เลือดหัวไม่ตกยางไม่ออกเขาก็ไม่รู้สึก จนกว่าเขาจะรู้สึกว่า 1. ตัวเขาไม่รู้สึก 2. กรรมวิบากยังไม่มาออกผลให้แก่เขา กรรมวิบากนี่ก็พูดยากเหมือนกัน จะมาออกผลให้เมื่อไหร่ มันก็ไม่มีใครไปบันดลบันดาลได้ เขายังมีอำนาจทางโลกียะมากมาย เขาก็ดันไม่ให้วิบากมาเล่นงานเขาได้ เขาก็ยังทด มันก็เป็นกรรมวิบากทดเพิ่มขึ้น กรรมวิบากทดไปแล้วมากมายที่มันเป็นจริง จำนวนเท่าไร เมื่อใดเมื่อนั้น แต่ตอนนี้กรรมวิบากยังไม่ออกผลเท่านั้นเอง เอาละ อธิบายแค่นี้ก็แล้วกัน _จรรยา ประเสริฐ : พ่อท่านพูดถึงทักษิณ ว่าโง่ๆๆ และโง่ คิดหรือไม่คะว่าเขา จะโกรธ หรือคิดกับเรายังไง????? พ่อครูว่า... ตอบตรงนี้ก่อน อาตมาจำเป็น จำนน จำยอม จำต้อง พูดสัจธรรม เขาจะโกรธมันคงเป็นแน่ เขาได้ยินได้ฟังว่ามาด่ากู มาด่ากูอะไรนี้เนาะ อาตมาไม่ได้ด่า อาตมาไม่ได้พูดหยาบ การด่านี่คือการพูดหยาบ แต่การพูดความดีความชั่ว ความถูก ความผิดนี่มันเป็นสัจธรรม แยกให้ออก คำด่า คำหยาบ กับคำจริง ตำจริงที่ยิ่งถูก ยิ่งพูดถูกความจริงมันยิ่งแรง เพราะฉะนั้นคุณก็ไปเอาความหมายที่ว่ามันแรงไปกระทบเขาแรงๆ นี่มันคือคำด่า กระทบเขาแรงๆ นี่คือคำหยาบ มันไม่ใช่ มันเป็นความจริงต่างหาก มันมีคนจริงรองรับ อาตมาก็ยิ่งพูดจริง เพราะมันมีคนจริงปฏิบัติจริง พวกคุณฟังแล้วก็ เออ! จริงๆ แล้วมันก็กระทบคนจริงเขา ไม่กลัวเขาด่า อาตมาเองนี่มันไม่มีหรอกความกลัว ความกลัวที่จะไปเปิดเผยความจริง ยิ่งไม่มีใหญ่ เพราะอาตมาเป็นโพธิสัตว์จะต้องเปิดเผยความจริงให้แก่คนจริงที่เขาโง่จริง เขาผิดจริง เขาทำชั่วจริง ให้เขารู้ตัว มันเป็นความเมตตาของอาตมาต่างหาก ใช่ไหม และอาตมาก็ต้องลงทุน คุณบอกว่าไม่กลัวเขาโกรธเหรอ ถ้ากลัวแล้วอาตมาจะได้ช่วยเขายังไง ถ้ากลัวอาตมาก็ต้องไม่บอกเขา อาตมาก็เห็นแก่ตัวสิ อาตมากลัวเขาจะมาว่าอาตมา แค่นี้ก็ไม่ได้หรือ เขาจะว่าอาตมายังไงก็ว่า จะด่ายังไงก็ด่า อาตมาก็ไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสัจธรรมอันนี้ยากที่จะอธิบายให้ฟัง..อธิบายได้เท่านี้ _เขาอาจจะไม่แคร์เลยก็ได้ค่ะ พ่อครูว่า... อาตมาก็เชื่ออย่างคุณ เขาคงไม่แคร์ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สมณะฟ้าไท... พ่อครูเป็นโพธิสัตว์ โพธิสัตว์ทุกองค์ก็ต้องเสียสละแก่มนุษยชาติ ยกตัวอย่างออกรบปราบศัตรู เพื่อประชาชนมีความผาสุข แต่นี่ทางด้านนามธรรม ก็ต้องว่าต้องว่าสิ่งที่เขาผิดพลาด ตำหนิ คนอื่นไม่กล้าตำหนิ อย่างว่าหลวงตามหาบัวนี่ ใครจะกล้าว่า ก็ต้องครู่นั้นแหละ อย่างเราบารมีไม่ถึง อาจจะถูกเหยียบตายก่อน แต่พ่อครูบารมีถึงก็สามารถจะบอกเขาได้ เพราะว่า ศาสนาพุทธต้องเคลื่อนไปถึง 5,000 ปี ถ้าพ่อครูไม่กรุยทางไว้ เหลือแต่พวกเราก็ทำไม่ได้ไปไม่รอด พ่อครูจึงต้องทำอันนี้ไว้ก่อน เป็นความเสียสละของท่านเอง เป็นบารมีโพธิสัตว์ หรือความเมตตาของโพธิสัตว์เจ้า พ่อครูว่า... ที่ท่านฟ้าไทว่า ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้หรอก มีอาตมานี่กล้า มีคนอื่นเขากล้าพูด แต่เขาไม่กล้าพูดแรงๆ เหมือนอย่างอาตมา เขาพูดอยู่ไม่น้อยคนที่กล้าพูด ไม่ใช่ไม่มีคนกล้า เขากล้าพูด แต่ก็คิดว่าพวกเราคงฟังออก ไม่มีใครกล้าพูดแรงขนาดอาตมาหรอก พวกคุณยิ่งเข้าใจที่อาตมาพูด อาตมาพูดธรรมะ มันมีเหตุมีผล มีหลักฐาน มีความจริง ใช่ไหม คนที่เข้าใจเห็นว่าอาตมาพูดนี่แรง. คนอื่นเขาไม่เข้าใจธรรมะละเอียดเหมือนอาตมา เขาก็พูดไม่แรงเท่าไหร่ น้ำเสียงเขาอาจจะแรง แต่ธรรมะเขาไม่แรง ธรรมะเขาไม่เข้าใจซับซ้อนเหมือนอาตมาเข้าใจมันต่างกันอยู่ตรงนี้ _จรรยา ประเสริฐ (ต่อ):เพราะเขามีทุกสิ่งอย่างในโลกนี้ ที่คนอย่างเรา (โลกุตระ) ไม่มีเท่าเขา เขาลอยลำไปแล้วค่ะ พ่อครูว่า... เป็นจริง เขาก็เชื่ออย่างนั้น เพราะโลกนี้มันมีโลกีย์ มันมี ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เขามีมากมาย อาตมาไม่มี เขาเหมือนพวกนั่งเครื่องบิน อาตมาเหมือนหมาเห่าเครื่องบิน เขานั่งเครื่องบินของเขาสบายอยู่ลอยลำ อยู่ข้างบน เขาก็ก้มมองเห็นเราเหมือนหมาเห่าเครื่องบิน เออ.. หมาเอ๋ย เขาก็คงจะสงสารขนาดนั้น แต่อาตมาพูดเรื่องประโยชน์ อย่างที่บอกว่าเขาก็คงไม่รู้สึกรู้สาอาตมาพูดอย่างไร เขาจะโกรธเอาด้วย คนอื่นที่จะฟังแล้วได้ธรรมะ เรียกว่า ตีงูให้กากิน ที่อาตมาทำ ไม่ได้หวังประโยชน์จากตัวเขา แต่หวังประโยชน์จากมวลมนุษยชาติ ใช่ไหม ประโยชน์เกิดตรงนั้น ยิ่งมันมีตัวจริง คนจริง ของจริง พฤติกรรมจริง ที่พวกคนต่างๆก็ได้รู้ได้เห็นได้สัมผัส อาตมาพูดแล้วก็ อ๋อ.. เรื่องของ ความจริงพฤติกรรมจริง และพูดออกไปนี่นะมันรู้ง่าย ถ้าไม่มีคนจริง พฤติกรรมจริง พูดไปเป็นตำราพยัญชนะภาษาเฉยๆ มันรู้ยากใช่ไหม นี่มันดีแล้วมันมีคนจริง ปฏิบัติจริง มีพฤติกรรมจริง อาตมาพูดไปก็ได้ของจริงมาศึกษา มันก็ง่าย อาตมาก็ใช้โอกาสนี้ อธิบายเป็นธรรมะใช่ไหม เป็นของง่าย เป็นของมีเหตุปัจจัยดีแล้ว ครบแล้ว _คนอย่างเรา (โลกุตระ) ไม่มีเท่าเขา เขาลอยลำไปแล้วค่ะ ก็จะไปมีทำไมล่ะ เพราะเขาเดินทางสวนกัน คนละทาง เขาจะต้องไปเอา ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข สะสมทุกอย่าง ส่วนพวกเรามาหมดเนื้อหมดตัว จะสูญ คนละทาง เราก็ไม่ได้แย่งเขา แน่นอนเขาก็ไม่มาเอาอย่างเรา มันแน่นอนเดินคนละทางอยู่แล้ว _ยากส์ส์ส์ส์ ที่เขาจะเข้าใจได้ ถ้าเขาเข้าใจ คงจะไม่ทำอย่างที่ปัจจุบันเขาเป็นอยู่ขณะนี้ (หน้าไม่บาง) ฉันอยู่ของฉันอย่างนี้ พวกคุณจะทำไมฉันล่ะะะะะ จริงหรือไม่คะ???? (พ่อครูว่า..จริง) ที่ดิฉันเขียนอย่างนี้ เพราะว่า วันนี้ดิฉันไปสันติฯ มา ไปหาแม่กรุณา หาป้าหมู (เพราะนัดกับอางามใจ เดี๋ยวนี้เธอเป็นอารามิกาแล้ว เธอเจริญทางด้านจริยธรรมกว่าทักษิณเป็นไหนๆ เปรียบเทียบอย่างนี้ดิฉันชัดแจ้ง ระหว่างสวรรค์ที่ทักษิณมี กับคุณธรรมโลกุตระที่อารามิกาเธอมี) ยิ่งดูแม่กรุณา กับป้าหมู แม้จะป่วย ทำงานฟรีไม่ไหวแล้ว ชีวิตท่านยังมีคุณค่า น่าศึกษามากกว่านายทักษิณ อีกกระมังคะ ไม่ต้องไปเปรียบเทียบคนวัดช่วยงานฟรี ชีวิตอยู่พื้นฐานโลกุตระอันดับต้น คือโสดาบันค่ะ ดิฉันเห็นอางามใจรับภาระดูแลเอาใจใส่ ดิฉันบอกว่าไหว้เธอได้อย่างสนิทใจกว่า ไหว้นายทักษิณค่ะ กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า…คนที่มีดวงตา มีปัญญา มีความเข้าใจก็ชัดเจนในสัจธรรมอย่างนี้แหละ อาตมาก็สบายใจหรือว่าดีใจที่ เออ...ธรรมะที่อาตมาแสดงไปนี่ คนพวกเราผู้ที่ได้รับก็เข้าใจ ได้สัจธรรมหรือได้ธรรมะอันนี้ๆ อยู่ โดยแยกออก แล้วก็พยายามแยก ไม่ให้อาตมาไปทำอะไรๆ กับทักษิณตามที่คุณแนะนำมา ดี แสดงว่าเข้าใจสัจธรรมที่ซับซ้อนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
_ธรรมธารทิพย์ มาลิณี : กราบนมัสการค่ะ จะคิดว่าท่านพีระพันธ์คือปราชญ์ในหมู่เปรตได้มั้ยคะ พ่อครูว่า…เออ..ช่างถามเนาะ รู้จักไหม พีระพันธ์คือใคร หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรองนายกฯ ก็ได้ ตามที่พูดมาธรรมดา
พ่อครูตั้งจิตโพธิสัตว์กับพระพุทธเจ้ามาหลายพระองค์ _เพียรผ่องพุทธ กล้าจน : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง ขอเรียนถามว่าผู้ตั้งจิตกับพระพุทธเจ้าพระโคดมเป็นพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้าของพ่อครู จะเจอโจทย์เร็ว แรง พลิกผันชีวิตจากที่เราทำดีมาแล้วตลอดชีวิต ให้พลิกคว่ำตีลังกากับเหตุ การณ์หนักๆ ที่ต้องเผชิญให้เราไม่ทันตั้งตัว เสียชื่อเสียง เป็นแบบฝึกหัดเพื่อทดสอบจิตใจขณะปัจจุบัน เราจะอยู่อย่างไม่มีตัวตน สลายอัตตา ได้หรือไม่ เราจะแพ้หรือจะข้ามพ้นไปได้มากน้อยเพียงไร สิ่งที่ได้รับเกี่ยวกับวิบากกรรมเก่าด้วยหรือเปล่าค่ะ พ่อครูว่า…อาตมาตั้งจิตเป็นโพธิสัตว์ไม่ใช่ตั้งจิตกับพระสมณโคดมเท่านั้น อาตมาตั้งจิตโพธิสัตว์นี้มาหลายพระพุทธเจ้าหลายพระองค์แล้ว ไม่ใช่องค์พระพุทธเจ้าสมณโคดมเพียงพระองค์เดียว ตั้งมาจนมาเป็นโพธิสัตว์ระดับนี้แล้ว ไม่ได้เจอพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้น เจอมามากมาย เพราะฉะนั้น มาถึงพระพุทธเจ้าองค์ไหนก็แล้วแต่ พระพุทธเจ้าสมณโคดมก็ตาม เราเกิดร่วมขึ้นมา เราก็จะต้องเข้าไปทำงานด้วย เพื่อสืบสาน เพื่อรับความรู้ต่อ มันก็เป็นธรรมดาธรรมชาติจะไปเอาจากไหนล่ะ มีพระพุทธเจ้าอยู่ ไม่เอาจากพระพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าเกิดแล้วไม่เอาจากพระพุทธเจ้า จะเอาจากใคร เป็นโชคดีของเราแล้วที่ได้เกิดร่วมกับพระพุทธเจ้าใช่ไหมเราก็ต้องไปเอาจากพระพุทธเจ้า หรือมีโพธิสัตว์คนที่เกิดร่วมกับพระพุทธเจ้า ไม่เอาจากโพธิสัตว์ เขาก็ไม่มีปัญญารู้เหมือนกับพระพุทธเจ้าเกิดอุบัติขึ้นมาทั้งพระองค์ คนไม่รู้จักพระพุทธเจ้า อย่างพวกนอกรีตเยอะแยะ เขาก็ไม่เอา เขาก็ไม่รับพระพุทธเจ้า เขาก็ไปของเขา มันก็ธรรมดา ต่อมาที่บอกว่าเจอโจทย์เร็วแรงพลิกผันชีวิต ก็ถูกอย่างที่คุณพูด อาตมาเจอด่านทดสอบจิตใจ เราจะอยู่อย่างไม่มีตัวตน ได้หรือไม่ ถูก สลายอัตตาก็ใช่ มันเป็นโจทย์ให้แก่เรา ถูกต้องแล้ว สิ่งที่ได้รับเกี่ยวกับวิบากกรรมเก่าด้วย ก็ใช่ ก็แสดงว่าเข้าใจ
พระพุทธเจ้าองค์ใหม่จะอุบัติหลังพุทธันดร _นพพล จรัสวิกรัยกุล : พระอรหันต์จะดับสูญก็ได้หรือไม่ดับสูญก็ได้ แต่พระพุทธเจ้าต้องดับสูญเท่านั้น(ปรินิพพานเป็นปริโยสาน) พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องแสดงบทสำเร็จอันนี้ ถ้าพ่อท่านเป็นพระพุทธเจ้า ท่านก็ต้อง “ปรินิพพานเป็นปริโยสาน” นะส
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive