660906 พ่อครูลากรูปขันธ์ต่อมา ให้ลูกๆเกิดปัญญากำจัดมารผู้มีบาป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
660906 พ่อครูลากรูปขันธ์ต่อมา ให้ลูกๆเกิดปัญญากำจัดมารผู้มีบาป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53521.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1o2WGqPKniIY9zUNKqI_A9Y0M75VIe-kH/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1WNJLmrPgqL5bPIZdyj3lyfKnEYjftJl9/view?usp=sharing
และ https://podcasters.spotify.com/pod/show/dhamaporkru/episodes/660906-108--_-e2900bb
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/DS08fef8-Ks และ https://fb.watch/mU5D3spPLR/ มีซับ https://youtu.be/tPV7xG7w25s
สมณะฟ้าไท... วันนี้วันพุธที่ 6 กันยายน 2566 แรม 6 ค่ำเดือน 9 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้เราก็ได้รัฐบาลใหม่ ได้นายกคนใหม่ แต่ไม่รู้จะได้อะไรใหม่ๆหรือไม่ ก็ดูกันอีกที เขาก็ทวงถามว่าค่ารถไฟฟ้า 20 บาททำได้หรือเปล่า ค่าน้ำมันค่าไฟฟ้าจะลดลง ก็ดูไป ส่วนพวกเราชาวอโศกก็จะมีการเตรียมงานเทศกาลกินเจ อีก 8 วัน เด็กนักเรียนก็จะปิดเทอม ผู้ใหญ่ก็มาช่วยกันเตรียมงานเทศกาลกินเจ ที่จะเริ่ม 15 ตุลาคมนี้
SMS วันที่ 4 ก.ย. 2566
การพูดแทรก การแสดงทิฏฐิความเห็นไม่ใช่กิเลสเสมอไป _พวธ.ไพรน้ำเพชร . น้อมกราบนมัสการพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ผู้เป็นสยังอภิญญา ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ วันนี้ระหว่างเข้าสนทนาธรรมกับหมู่กลุ่ม รร ของหนู ลูกได้ฟังคุรุกิ๊ฟ ให้ลองไปแกะกิเลส การชอบพูดแทรกคนอื่น จะทำให้เรื่องเล็ก กลายเป็นใหญ่ได้ / เรื่องใหญ่ ก็จะยิ่งใหญ่มาก ลูกได้เห็นกิเลสหลายตัว ดังนี้ค่ะ 1. กิเลสตัวใจร้อน / โลภ ——อภิชชาวิสมโลภะ เป็นอาการกิเลสที่ดิ้นรน เพ่งพุ่ง ในการเคลื่อน เพื่อจะออกเป็นวาจา ตามที่เจ้าน
อ่านต่อ
าย คือ อุปาทานข้างในยึดในความเห็นตนเอง ว่าถูก และ ดีกว่า ของผู้อื่นนั้น ผิด หรือ แย่กว่า _แท้ที่จริง ความเห็นเป็นเพียงความเห็น แต่เราเข้าไปข้องอยู่ จะยึดแพ้ ยึดชนะ จึงออกอาการใจร้อนออกมา เป็นอุปกิเลสซ้อน สลายอุปาทาน ——-ทิฏฐุปาทาน / ในอุปาทาน 4
พ่อครูว่า…นี้รู้จักวิจัย อ่านจิตใจแล้วก็ดูใจเรา เห็นอาการต่างๆ อย่างที่พูดออกมา มันเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะเอาชนะเอาแพ้ จะเอาเห็นตามความเห็นของตนอะไรอย่างนี้ ของเราถูก เขาผิด ของเราดีกว่า มีวิเคราะห์วิจัยออก ที่จริงมันก็ไม่ผิดนะ ที่เราวิจัยอย่างนั้นเพื่อให้รู้จักว่าอะไรเป็นอะไร มันก็ไม่ผิด ถูกแล้วที่จริงมีธัมมวิจัย เรียกว่าธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ ก็วิเคราะห์วิจัย แต่ว่าเมื่อจิตของเราเกิดการธัมมวิจัยแล้ว ตอนนี้เราจะพูดแทรกพูดแซงออกมา ในวาระนี้ ควรไหม? อันนี้ต่างหาก มันควรไหมตอนนี้ ถ้าเห็นควร เออ ตอนนี้แทรกตอนนี้หรือพูดออกมาตอนนี้แหละ ควร จะได้ประโยชน์สูง จะได้ประโยชน์ดีมาก อันนี้ตรงนี้ ให้สำคัญตรงนี้กัน เพราะฉะนั้น พอมาตรวจสอบอย่างนี้ สอบของตัวเองแล้วนี้ ก็เขาก็ต่อ ใจร้อนออกมาเป็นอุปกิเลสซ้อน ก็สลายอุปาทาน ทิฏฐุปาทาน ในอุปาทาน 4 นะ ก็ตรวจสอบสิ่งที่เรายึดเราติด อุปาทาน 4 มี กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน ( พตปฎ.เล่ม ๑๒ "จูฬสีหนาทสูตร" ข้อ ๑๕๖) พวกเรานี้จะไปยึดติดอยู่ที่ อัตตวาทุปาทาน นะ เยอะ ได้ความรู้แล้วก็ไปเป็นวาทะยึดอยู่ที่ตัวเราเป็น อัตตา แล้วก็เป็นวาทะ เป็นบัญญัติเป็นภาษาเป็นความรู้ แม้รู้แล้วมีภาษาประกอบด้วยก็อยากจะกล่าววาทะนั้นออกมา อันนี้แหละ อัตตวาทุปาทาน นี้แหละเยอะ ก็สลายอุปาทานของตัวเองก็ดี การสลายก็คือ การได้เห็นว่า เราเห็นอย่างนี้หรือเรามีวาทะอย่างนี้ ไอ้เรื่อง กามุปาทาน ของตนไม่มีปัญหาอะไร อ่านออกก็สลายไปเลย เร็วได้ยิ่งดี หรือแม้แต่ ทิฏฐิของตนเอง มันก็เป็นของตนเองเห็นว่าเป็นทิฐิตัวเอง แต่มันควบอยู่กับ อัตตวาทุปาทานนี่ ควบความเห็นของตน แล้วก็ยึดเป็นของตน อัตตา แล้วก็จะพูดเป็นวาทะออกมา มันเป็นวาจากรรม พวกนี้ นั่นแหละก็ต้องรู้ว่า การเกี่ยวข้อง ที่อาตมาพูดขยายภาษาขยายความสู่ฟัง เราก็ดูว่าสภาวะธรรมมันคือตรงไหนบ้างแล้วเราจะจัดการกับมัน _เพราะคลายความยึดถือในความคิด / ความเห็น / ของตนเอง เพราะ แม้ความเห็นเราเองก็ไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงได้ ตามชุดข้อมูลที่ได้รับในแต่ละเวลา พ่อครูว่า…เออ ก็เข้าใจ มันไม่เที่ยงเมื่อเวลาผ่านไป มีองค์ประกอบใหม่ มันก็เปลี่ยนไปอย่างนี้ เป็นต้น ไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่นทีเดียว ก็เคยเข้าใจว่าอันนี้คืออย่างนี้ ไปต่อไปข้อมูลใหม่ กาละใหม่ เทศะใหม่ องค์ประกอบมันใหม่ มันก็ไม่ใช่อย่างที่เรายึดเก่าแล้ว อย่างนี้เป็นต้น _เราเองยังเป็นเช่นนี้ ผู้อื่นก็เช่นกัน การที่เขามีความคิดเช่นนั้น เพราะ เขามีชุดข้อมูลเช่นนั้น ในคลังสัญญา จึงแสดงออกมาตามนั้น เราจึงควรรับฟังว่า ความคิดเขาเป็นเช่นไรเพื่อที่จะได้ช่วย ปรับทิฏฐิเขาได้ หากโอกาสอำนวย และหากทิฏฐิเราผิด เราก็สามารถรับฟังและเอาประโยชน์จากความเห็น คำพูดเขาได้เช่นกัน เป็นอาการจิตที่มีความชัง —-จึงบังความจริง ทำให้มองไม่เห็นความจริง พ่อครูว่า…ไม่ใช่ว่าจะให้เขาฟังแต่เรา ฟังแต่ความเห็นของเรา ถ้าเราฟังเขา ถ้าเผื่อความเห็นของเขาดี เราก็ได้รับประโยชน์นะ แย้งกันไปแย้งกันมา _หากเมื่อสลายมิจฉาทิฏฐิจุดนี้แล้ว เราจะรู้ว่า โกรธ / ในทุกขนาด ตั้งแต่ เล็ก / กลาง / ใหญ่ ——-เป็นความโง่ แต่อัตตา คือ ความจริง 2. อยากแสดงความเห็นตัวเอง ——เป็นอัตตา / มานะ พ่อครูว่า…มันก็ไม่เชิงนะ อยากแสดงความเห็นตัวเอง มันก็ไม่ใช่กิเลส จะเรียกว่าเป็นกิเลสถ้ามันเองมันมากไป แต่ถ้ามันพอดี มันไม่ถือว่าเป็นกิเลสอัตตามานะ มันเป็นความมุ่งดี หมายดี..มานะ เป็นความปรารถนาดี ก็เป็นของเรา อัตตาเป็นของเรา เพราะฉะนั้นถ้ามันสมเหมาะสมควรในกาละโอกาสที่ควร มันก็เป็นประโยชน์ มันก็ไม่ถือว่าเป็นกิเลส แต่มองเป็นกิเลสไว้ก็ดี ระมัดระวัง _เห็นว่าความคิดเห็นเพื่อน ไม่ถูก / ของเราถูก เค้าผิด พ่อครูว่า…อันนี้แหละอย่าเพิ่งไป แต่ที่จริงคนเรามีความเห็นอย่างที่เราเห็นแล้วแสดงออกอย่างนี้ มันก็ต้องมีแนวโน้มว่าของเราถูกแล้วล่ะ ใช่ไหม เราจะแสดงออกไป ย่อมไม่แสดงความเห็น เก๊ๆผิดๆออกไป รู้ว่ามันผิดจะแสดงออกไปอย่างผิดๆนี่แหละจะทำไม อย่างนั้นมันนิสัยเสียแล้ว..จะประชดประชัน แสดงความเลวออกมาดื้อๆ มันจะวิปลาสหรือเปล่า ก็ต้องแสดงความเห็นที่เราคิดว่าถูกเท่านั้นแหละ _ สลายสุข——ที่ผู้อื่นเห็นตามความคิดตนเอง ก็จะไม่ทุกข์เมื่อผู้อื่นเห็นต่างจากความคิดตนเอง พ่อครูว่า…เป็นการศึกษาตัวเอง แสดงออกไปแล้วก็เห็นว่า แม้มันยึดเป็นความสุขก็จะได้สลายความสุข มันจะได้ไม่ทุกข์เมื่อคนอื่นเห็นต่าง 3. อยากได้ความเข้าใจจากผู้อื่น สลายสุข—— ที่คนอื่นเข้าใจเรา เราก็จะไม่ทุกข์เมื่อเขาไม่เข้าใจ เพราะ สุขนั้น เป็นสุขหลอก สุขลวง สุขไม่เที่ยง สุขไม่มีจริง เป็นสุขที่เป็นทุกข์ เป็นสุขตอแหล หันมาเอา สุขแท้ คือ สุขจากการที่ไม่ทุกข์ ดีกว่า พ่อครูว่า…ใช้ภาษามาอธิบายสภาวะของตนเองว่าเข้าใจดี เข้าใจสภาวะธรรม ทำให้ได้ก็แล้วกันตามที่เข้าใจ อย่างที่อธิบายมาละเอียดดี 4. อยากอวดว่าตัวเองรู้ดีกว่า เป็นอุปกิเลส หลายตัว ค่ะ เช่น —-ถัมภะ ——-หัวดื้อ ไม่ยอมรับผิด / ไม่ยอมรับฟังความคิดผู้อื่น จนต้องดิ้นรนจนต้องพูดแทรกผู้อื่น —-มักขะ/ปลาสะ ———ยกตนข่มท่าน เห็นว่า ตัวเองสูงกว่าคนอื่น ความเห็นตนเองดีกว่าความเห็นคนอื่น จึงดูหมิ่นความเห็นผู้อื่น —-มีมายา เป็นลักษณะ อาการกิเลส ที่ไม่ยอมเสียหน้า — มีมานะ - อติมานะ ดูหมิ่น ดูแคลน ความคิด / คำพูด / การกระทำ ผู้อื่น จึงบดบังความจริง สรุป ล้วนเป็นอาการกิเลสที่น่าเกลียด ทำให้เราเป็นคนไม่ดี ไม่สามารถเอาประโยชน์ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ หากเราหลง มีอาการเหล่านี้ในจิต เราก็ประมาท กับกิเลส เมื่อเห็นแจ้ง —ตามนี้ ก็สลายความคิดกิเลส ที่จะคิดพูดแทรก หรือ แสดงความเห็นของตน โดยการตั้งศีล ลดการพูดลง ไม่พูดแทรกผู้อื่น และฟังผู้อื่นพูดให้จบก่อน ค่ะ หลังจากการพิจารณาประกอบเรื่องแรงเหนี่ยวนำแล้ว ก็จะยิ่งเห็นความร้ายแรงของการพูดแทรก และ ไม่ฟังผู้อื่นให้จบก่อนค่ะ ลูกน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ พ่อครูผู้เป็นสยังอภิญญา ผู้ให้สัมมาทิฏฐิ ที่ได้เมตตานำคำสอนที่แท้จริงนี้มาประกาศให้ลูกที่ยังวนเวียนอยู่ในทุกข์นี้ได้พอเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ และได้ก้าวเดินตามแสงสว่างนั้นได้ ทำให้ความทุกข์ที่ฝังแน่นในใจนั้น หายไปเป็นส่วนใหญ่ และ จางคลายลงอย่างมาก ลูกขอบพระคุณมากๆต่อท่านอาจารย์หมอเขียว ผู้ปลุกลูกให้ตื่นทางจิตวิญญาณ และ ขอบพระคุณในความเมตตาของท่านสมณะทุกรูป ท่านสิกขมาตุทุกรูป และ ท่านคุรุทุกท่านที่คอยให้สัมมาทิฏฐิแก่ลูกมาโดยตลอด ลูกจะตั้งใจ ศึกษา และ พากเพียรฝึกฝน เต็มความสามารถตลอดชีวิตนี้ ค่ะ พวธ.ไพรน้ำเพชร / ผาสุก - อินโดนีเซีย 5 กันยายน 2566 ————————————— พ่อครูว่า…ดี ศึกษาไป การศึกษาของคนแต่ละคนแต่ละคน อย่างที่รายงานผลของตัวเองขึ้นมานี่แหละ แม้ว่ายังทำไม่ได้ทีเดียว แต่มีความเข้าใจการแยกแยะ มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ แยกแยะธรรมะต่างๆ โดยเฉพาะแยกไปเห็นสิ่งนี้ถูก สิ่งที่ผิด สิ่งนี้ควร สิ่งนี้ไม่ควร สิ่งนี้เป็นกิเลส สิ่งนี้ไม่เป็นกิเลสหรอก มันเป็นแค่ความเห็น มันเป็นแค่ทิฎฐิ ทิฎฐิความเห็นถูกความเห็นผิด มันมี มันเป็นแค่ทิฎฐิ บางทีมันอาจจะถูก บางทีมันอาจจะผิด ก็ค่อยๆเข้าใจใช้สภาวะ อ้อ! ขออภัย ใช้พยัญชนะสื่อสภาวะต่างๆออกมาสู่กันฟัง ก็ใช้อาศัยการแสดงอย่างนี้แหละ พระพุทธเจ้าท่านก็ใช้พยัญชนะ สื่อให้คนรับฟังรับรู้แล้วก็ได้ประโยชน์กันมา
พ่อครูท้อไหมในการต่ออายุขัย _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ พ่อครูคะ ลูกได้เห็นพ่อครูประนมมือกล่าวคำขอขมาด้วยความอ่อนน้อมต่อพระมหาปยุต ลูกรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก ลูกขอกราบเรียนถามว่าโลก ณ.วันที่เป็นอย่างนี้ พ่อครูท้อไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ พ่อครูว่า…ใครว่าอาตมาท้อไหมเอ่ย ...ไม่ อาตมาไม่ท้อหรอกไม่มีท้อเลย ไม่เคยท้อสักครั้ง มีแต่มันฮึด มันแย่แล้วตอนนี้ก็เคยบอก มันไม่อยากกินอาหารแล้ว อาการของคนไม่อยากกินอาหารนี่ เป็นยังไงก็คงรู้ 1.มันป่วยไม่สบายไม่อยากกินอาหาร 2. ไม่ใช่มันป่วยไม่สบายหรอก แต่มันไม่อยากกินอาหารแล้ว มันอยากจะปล่อยวาง เลิกชีวิต มันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นมันก็เป็นลักษณะ มันไม่อยากจะรับเข้าไปแล้วอาหาร ไม่ใช่ว่าอาตมากินอาหารนี่ไม่อร่อยแล้ว อาตมาเป็นมานานแล้ว ไอ้กินอาหารไม่อร่อย กินอาหารตามรสชาติจริงของมันเลย อาตมาก็ได้บรรลุธรรมอันนี้ กินอาหารไม่อร่อยนี่คือการบรรลุธรรม ก็กินตามธรรมชาติของอาหาร อันนี้เปรี้ยว อันนี้หวาน อันนี้ก็รสจืดๆรสธรรมดา อันนี้รสขม รสเผ็ดอะไรก็รู้ตามเป็นจริง แต่อร่อยไม่มี อย่างนี้เป็นการบรรลุธรรมบรรลุมานานแล้ว แต่ทีนี้เมื่อมันไม่อยากกินอาหาร อยากจะปล่อยวาง อยากจะเลิกขันธ์ สรีระมันจะบอก สรีระมันไม่อยากให้เรากิน 1. มันป่วยอวัยวะเจ้าการมันไม่รับ 2. องค์รวมของชีวิตมันไม่อยากรับแล้ว แต่ทีนี้อย่างอาตมานี่มันไม่ได้อยู่ในกรณี ผ่านกรณีที่ 1 ผ่านกรณีที่ 2 ก็ไม่ใช่ กรณีที่ 3 คือ มันฝืนขันธ์ ขันธ์มันแย่แล้ว ขันธ์ของอาตมาฝืนอายุขัยมาได้ถึง 72 ไปถึง 90 ฝืนมา 18 ปีแล้ว ลากขขันธ์ไปยังไม่ยอมตาย อาตมาถึงบอกว่าอายุขัยมันแค่ 72 ปี แต่มันลากขันธ์มาจนฝืนมาก อันนี้แหละมันหนัก อันนี้แหละลำบาก อาตมาพยายามตั้งเกณฑ์ตั้งเป้าไว้ว่าจะอยู่ให้ได้สัก 120 ถึงวันนี้นี่ลองทายซิว่าอาตมาจะฝืนไปถึง 120 ไหม ...(ลูกๆว่าเกิน..ใจถึง) ใจถึงแล้วจะเอากายไปถึงไหม จะเอากายไปถึง 120 ไหม อาตมาเห็นท่าแล้วว่ามันคงยากแสนยากจะไปถึง 120 คงเป็นไปไม่ได้ นี่โยมภิญญา ไปเสียที่จังหวัดแพร่ เป็นคนจังหวัดแพร่ อายุ 102 ปี ย่าง 103 อ้าว ก็เป็นไปตามที่มันเป็นไปได้ _สู่แดนธรรม... ไม้ร่มอยากถามอะไรครับ _ไม้ร่ม… ที่พ่อท่านบอกว่าอายุ 72 ปีหมดอายุขัยแล้วอันนี้พ่อท่านทราบได้อย่างไรครับ พ่อครูว่า... เป็น อจินไตย ถามว่า ทราบได้อย่างไรว่าอายุขัยมัน 72 มันเป็น อจินไตย มันตอบไม่ได้หรอก อธิบายยาก มันเป็นความรู้เฉพาะตน มันเป็นเรื่องของส่วนตน รู้ได้อย่างไร ถึงรู้ก็ไม่บอกหรอก ประเดี๋ยวคุณเอาไปใช้ _ไม้ร่ม..ผมเองมีคุรุท่านหนึ่งบอกว่าผมหมดอายุตอน 72 ปีเหมือนกันและผมก็เกือบหมดอายุจริงๆ แต่ผมไม่มี อจินไตย ที่จะรู้อายุนะครับ จะเท็จจริงโกหกอย่างไรผมไม่ทราบ พ่อครูว่า... ก็ ไม่ตายก็ไม่เป็นไรนี่ 72 ไม่ตายก็ไปเรื่อยๆ คุณก็เท่าไหร่แล้วตอนนี้ตอนนี้ 82 _ไม้ร่มว่า... 28 ครับ เกิด 16 มิถุนายน 2484 พ่อครูว่า... ทำไม จะห่างอาตมาตั้ง 7 ปี _สู่แดนธรรม... เลยถามพ่อท่านต่อว่า พระอรหันต์ที่ท่านพยายามต่ออายุสังขาร พ่อครูว่า... พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ไม่อยากต่ออายุหรอก _สู่แดนธรรม... พ่อท่านมีผู้ที่เป็นตัวอย่างให้พ่อท่านได้ศึกษาไหมครับ พ่อครูว่า... ก็มีสิ พระโพธิสัตว์องค์ก่อนๆ ไม่ได้เกิดมาน้อยๆชาติแต่เกิดมาเป็นไม่รู้กี่ล้านชาติแล้ว ก็พบกัน รู้จักคนนั้นคนนี้ ตัวอย่างเยอะไป เยอะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติของสัจธรรมด้านเรื่องนี้ เรื่องศาสนาพุทธอันนี้ยิ่งใหญ่ ศาสนาเทวนิยมเขาไม่มีสิทธิ์รู้เลยเรื่องเกิดเรื่องตายเรื่องเกิด เรื่องตายเกิด ก็ได้ตายแล้วไม่เกิดก็ได้ _สู่แดนธรรม... มีหลักฐานเพียงพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าถ้าหากใช้อิทธิบาท แต่เราก็ยังไม่เห็นตัวอย่างจากบุคคล หาไม่ได้จากหลักฐาน พ่อครูว่า... ก็นี่ไง ตัวจริงเป็นๆ หลักฐานมี ท่านไม่พูดกัน ว่าท่านเป็นโพธิสัตว์ ไม่ใช่อะไร พระไตรปิฎกเล่มของพระมหากัสสปะไม่เอาเรื่องราวของพระโพธิสัตว์มา ถ้าไปเอาของมหายานจะมีเยอะแยะ ความคิดพวกนี้ โพธิสัตว์คุยกันเรื่องนี้ แต่ของเรา เป็นยอดเถรวาท กัสสปะนี้ยอดอรหันต์ ยอดเถรวาท ไม่เอาเรื่องของโพธิสัตว์มาพูดเลย เพราะฉะนั้นในพระไตรปิฎกจะไม่มีเรื่องราวลักษณะพวกโพธิสัตว์อะไร แม้จะมีลักษณะโพธิสัตว์ คนที่รู้จักก็จะรู้ แต่คนไม่รู้จัก มันก็คือธรรมะที่เอามาใช้ในเชิงของอรหันต์เท่านั้นเอง
_เพชรรัตน์ แรงค์ · กราบนมัสการพ่อครูค่ะ... เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาลูกเคยกราบนมัสการบอกกับพ่อครูในคอมเมนต์ว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่.. อีกสองเดือนจะขอมาอยู่ที่บ้านราชฯ... วันนี้มาถึงบ้านราชแล้ว.. พักที่เฮือนบวร.. ลูกรู้สึกขอบคุณพ่อครูทุกครั้งที่ได้มาพัก... เป็นที่พักที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ.. แม้จะนอนกรนไม่สะดวกเหมือนที่บ้าน..55 (ลูกน้อมระลึกถึงข้อธรรมในเรื่องของการได้สำรวมอินทรีย์) กราบขอบพระคุณพ่อครูสูงสุดค่ะ พ่อครูว่า…สำรวมอินทรีย์ถึงขั้นไม่กรนได้นี่เก่ง สำรวมได้นะการกรน อาตมาถ้าไม่ปล่อยให้กรนก็ไม่กรน แต่ถ้าปล่อยให้นอนมันก็กรนได้ ไม่ให้กรนมันก็ไม่กรน
กระแสหลักรู้จักโพธิรักษ์ แต่เขาไม่รู้จักโพธิรักษ์ _แดง สารคาม · อนุโมทนากับญาติธรรมที่อยู่ในบ้านราชได้ ผู้มีบุญกุศลมากจึงได้อยู่และอยู่ได้ค่ะ คนที่หมู่บ้านดิฉันไม่รู้จักพ่อครูเลยสักคนเลยค่ะ พ่อครูว่า…แดงเขากลับไปเลี้ยงแม่ตอนนี้ น่าจะใช้คำว่าอนุโมทนากับญาติธรรมที่ได้มาอยู่บ้านราช ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาไม่รู้จักอาตมา อาตมาทำงานมา 50 กว่าปี ออกโทรทัศน์มาก็ไม่น้อย โทรทัศน์เขาก็มี โทรศัพท์มือถือเขาก็มี แต่เขาไม่รู้จัก คนรู้จักก็ขยิบมือเดียว มันก็เป็นธรรมชาติ ถึงแม้ว่าคนเขาจะผ่าน ผ่านนะ เขาก็ไม่สัญญากำหนดว่าคนนี้เคยผ่านตา ยิ่งไม่ฟังธรรมเลย เขาก็ยิ่งไม่รู้จัก อาจจะผ่านตาเขาแต่เขาไม่รู้จัก ไม่กำหนดสัญญา เขาไม่สะดุดเลย ไม่มีสัญญากำหนดรู้ไม่สะดุดเลย ผ่านๆๆ มันก็ไม่บันทึกไว้เลยในสัญญา ผ่านไปเฉยๆมันก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก มันไม่แปลกหรอก มันแสดงถึงความจริงที่ว่า อาตมาเป็นผู้ที่นำโลกุตรธรรมเข้ามาลงในยุคนี้ เป็นผู้นำโลกุตรธรรมขึ้นมาสืบทอดของพระพุทธเจ้า นี่ก็พูดความจริง บอกความจริง มาทำงานศาสนาที่แท้จริง ขนาดกระแสหลัก คุณคิดดูสิ เขารู้จักโพธิรักษ์ แต่เขาไม่รู้จักโพธิรักษ์ เป็นปราชญ์ทางศาสนากระแสหลักด้วย เขารู้ว่าโพธิรักษ์แต่เขาไม่รู้จักโพธิรักษ์ โพธิรักษ์บอกว่าโพธิรักษ์เป็นอรหันต์ เป็นโพธิสัตว์ เป็นผู้นำโลกุตรธรรมนำธรรมะที่ถูกต้องมาแสดงธรรมะ แล้วมันไปค้านแย้งกับเขา เขาก็เพ่งเลย บอกว่าไอ้คนนี้ไม่ใช่พุทธ ใช่ไหม ง่ายๆ อย่าไปรู้จัก รู้จักเรา จงรู้จักเรานี้ ตรงกันข้าม ถ้ารู้จักเราแล้วหนี คือมารผู้มีบาป ใครรู้จักเรา ตถาคตเห็นเราแล้ว ตถาคตรู้จักเราแล้วมารรีบวิ่งหนีเลย รีบหายไป
_ชีวิต อยู่ที่การตั้งค่า · พ่อครูครับทำไมพระทั่วไปเอาแต่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากสังคม แต่สังคมเสื่อม พระกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว..หรือพระอยู่เหนือปัญหาของโยม..หรือพระเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว..ถ้าประเทศไทยลดวัดไปครึ่งหนึ่ง. เศรษฐกิจจะดีกว่านี้.ผิดถูกขออภัยครับ พ่อครูว่า…ก็เขาไม่ใช่พระจริง เขาก็ต้องเอาอะไรจากสังคม วัดทุกวันนี้เป็นสถานที่ของคนออกมาทำหากิน แล้วก็มาสร้างวัดเป็นดินแดนของตัวเอง ได้เป็นเจ้าอาวาสวัด แล้วก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เลี้ยงชีวิตไป พูดแล้วน่าเกลี๊ยดน่าเกลียด แต่เป็นจริงไหม เป็นจริง มันเสื่อมจริงๆ ที่จริงไม่ใช่ศาสนาเสื่อม แต่ชาวพุทธเสื่อมไปจากศาสนา เสื่อมไปจากธรรมะพระพุทธเจ้า เสื่อมไปมากจริงๆ มันเสื่อมจนกระทั่งไปเอาเรื่องของเดียรถีย์ผิดเพี้ยนเป็นไสยศาสตร์เดรัจฉานวิชาไปสร้างเป็นพิธีกรรม สร้างไอ้นู่นไอ้นี่เต็มไปหมด ในยุคสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีอย่างนี้เลย เดี๋ยวนี้มีแต่เรื่อง เนื้องอกศาสนา
_ตุ๊ก อัศวิน · กราบขอโอกาส..เจ้าค่ะ เมื่อวันที่ 31/8/2566 ได้โอกาสเป็นหนึ่งใน สมาชิก ด้อม'ลุงตู่ ที่พร้อมใจกันแห่แหนไปแสดงความรักและความอาลัย ที่ ลุงตู่ หมดวาระ...จำจากตำแหน่งหน้าที่ นายกรัฐมนตรี#29 อย่างสง่า ผ่าเผย ในบรรยากาศที่น่าประทับใจฝุดๆ เจ้าค่ะ สมดังว่า..'ตำแหน่งอยู่ไม่นาน. แต่ ตำนานจักอยู่นานนนนเท่านานนน' (Not long in position...But the legend lives forever.) ขอโอกาสนี้_/\_ขอบพระคุณ ลุงตู่ ที่ท่าน ทุ่มเท กรำงานมาอย่าง เต็มสูบ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) และ ซื่อสัตย์ !! สมณะฟ้าไท... เราจะเห็นคุณตุ๊กอัศวินไป ให้กำลังใจลุงตู่ตอนออกจากทำเนียบ ตอนนี้ลุงตู่ก็ได้พักผ่อน ให้เศรษฐารับผิดชอบต่อ พ่อครูว่า... ก็เป็นธรรมดางานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา ลุงตู่ก็มีวาระของลุงตู่ ทำขนาดนี้ก็ไม่น้อยแล้ว เป็นนายกตั้ง 9 ปี ไม่ใช่น้อยเหมือนกันนะ ดูเหมือน 9 ปีนี้จะทำลายสถิติ ไม่มีใครเป็นนายกถึง 9 ปี พลเอกเปรมก็ 8 ปี แต่ท่านออกเอง ถ้าท่านจะอยู่ต่อก็อยู่ได้แต่ท่านก็บอกว่าพอแล้ว _สร้าง โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructures) ต่างๆ เช่น เส้นทางคมนาคม..เชื่อมโยงดุจใยแมงมุม โยงไปทั่วใน กทม ส่วนใน ตจว ก็เชื่อมโยงถึง ต่างประเทศ เจียวหนา..อีกทั้งสนับสนุน พลังสะอาด (Clean Energy) โดยเฉพาะ พลังแสงอาทิตย์ เพื่อสิ่งแวดล้อมของไทย และ ของโลก !! ทำให้ ประเทศไทย น่าอยู่ เป็น ประเทศที่ชาวโลก Vote ให้เป็น ประเทศที่น่ามาเที่ยวที่สุด. ของโลก!! Wow..Amazing Thailand!! ช่างน่าปลื้มใจในวิสัยทัศน์ ของลุงตู่ ยิ่งนัก!! ต่อแต่นี้..ลุงตู่ จะได้พักผ่อน เพื่อ สั่งสม พละกำลัง ทั้งกาย/ใจ !! ท่านจักได้โคจรมารับภาระนี้ต่อไปในภายภาคหน้า..!!"ขิงยิ่งแก่..ยิ่งเผ็ด เจ้าค่ะ" กราบขอบพระคุณที่ให้โอกาสเจ้าค่ะ
_ดาวแดนบุญ รุ่งไร่โคก · โทนี่เป็นอดีตนายกคนเดียวของไทย ที่ไม่รู้เรื่องกรรมและอัตตาตัวตนของเขา โทนี่ใจมืดบอดเห็นแก่ตัวและคิดว่าเขาได้อย่างเดียว เข้ากรงขังแบบง่ายพร้อมหลักฐานชัดเจนตราประทับไว้เป็นประวัติศาสตร์ ใช่ไหมค่ะ พ่อครูว่า…ถูกทั้งนั้น ยังถูกหนักกว่านี้อีก ยังไม่หมด
_บุญญากร พัฒนสัตถาพร : สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทักษิณควรไปติดคุกให้ชัดเจน ขอนำบทความมาให้อ่านครับ จากคุณ ปราชญ์ สามสี ผมไม่ได้อยู่โลกสวยหรอกนะครับ ผมคือคนที่ทักษิณ แจ้งความหมิ่นประมาท... ในขณะคนบางคน นอนกระดิกตีนอยู่กับบ้าน.ผมคือคนที่วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณอย่างชัดเจนทั้งเรื่องคดีหมิ่น คดีอื่นๆ แต่ อะไรที่ ต้องรู้จักอภัย ก็ต้องอภัยให้เป็น เขาได้รับพระราชทานอภัยโทษจากในหลวงแล้ว จะเอาแต่ใจไปสั่งให้ในหลวงถอนคำพูดได้อย่างไร?? มันไม่ใช่เรื่องที่คนเราจะโกรธจนจะฆ่ากันไปข้าง ขนาด ร.6 ยังอภัยโทษคนที่ ลอบสังหารพระองค์เลย จะมาบ่นบอกว่า ทักษิณติดคุกน้อยไป อันนี้ไม่ใช่เรื่องกรณี คุณสนธิ ติดคุก 80 กว่าปี ได้รับอภัยโทษเหลือ เพียง 2 ปี 11 เดือน ก็ไม่ใช่ปัญหา คดี คอมมิวนิสต์ที่เข้าป่า ก็ให้ อภัยโทษ ด้วยมาตรา 66/23 กลายเป็นผู้พัฒนาชาติไทย ความยุติธรรม ไม่ใช่การทำโทษทุกคนเท่าๆกัน ..แต่คือการทำให้คนสำนึก แปลเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นคนที่ปลอดภัย...ไม่ให้คนเหล่านี้มีอำนาจก่อความวุ่นวายได้อีก ชัยชนะบนซากปรักหักพังไม่ใช่เหตุที่ควรเป็น
_วรัช นาวาบุญ · พ่อครูครับ ทางทีวีช่อง 119 เปิดดูไม่ได้ครับ กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า…อาตมาก็ได้แต่อ่านไปไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะอาตมาไม่มีปัญญาที่จะช่วย คุณเปิดดูไม่ได้อาตมาก็ไม่รู้จะไปช่วยยังไง (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท... ทนายเขาบอกว่าทักษิณป่วยหนัก เราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง เราก็ฟังเขาไว้ พ่อครูว่า... ไม่มีปัญหา ป่วยหนักเดี๋ยวเขาก็ตายก็เห็นเองแหละ จะเท็จจะจริงก็ไม่มีปัญหา เขาป่วยหนักไปเดี๋ยวเขาก็ตายก็มันก็จริง สมณะฟ้าไท... แต่คนที่เขาไม่ชอบทักษิณ เขาก็เอาลงในติ๊กต๊อก บอกว่าชยันโตโพธิมูเล...สวดส่งเลย คนไม่รู้จะพูดยังไงก็เอาพระสวดหน้าศพเอาภาพมาใส่ให้เลย เป็นการระบายอารมณ์ พ่อครูว่า... ชยันโตได้ไง ต้อง อกุสลาธัมมาต่างหาก แหม ไม่เคยสวดก็เลยผิด ไม่เหมือนพระทางโน้นเขาก็สวด เขาก็รู้ คุณไม่เคยสวด คุณไม่เคยพาสวด ก็สับสน _สู่แดนธรรม... ท่านไปสวดให้พรกับ สมณะฟ้าไท... พ่อครูให้สวดยถาสัพพีกันไว้ พ่อครูว่า... ยะถาสัพพีคือการให้พร กุสลาธัมมา คือส่งสการ _สู่แดนธรรม... พ่อท่านว่าจะขยายความเรื่องมารไม่สู้หน้า จากพระไตรปิฎกเล่ม 15 เริ่มตั้งแต่ข้อ 416 มารสังยุต ปฐมวรรคที่ 1 ตโปกรรมสูตรที่ 1 อาตมานำพระไตรปิฎกอันนี้มาอ่านมายืนยันมา ใช้เป็นตัวหลักฐานอธิบายในมุมที่ ได้พูดผ่านไปแล้ว ว่า ปัญญานี่ เมื่อเป็นตัวปฏิบัติการ เป็นปัญญา เป็นตัวปัญญาเองเสร็จแล้วนี่ มารเห็นหน้าปัญญา มารจะกลัวเลย ปัญญามันมีธรรมฤทธิ์ ที่อาตมาใช้คำนี้ ปัญญามันมีธรรมฤทธิ์ในตัว มารก็คือกิเลส มารก็คือความชั่ว ความชั่วเจอปัญญา เจอตัวจริงของความรู้ทัน มันจะหายไป มันจะหนีไปเลย ธรรมฤทธิ์จะชนะเลย อันนี้เป็นสัจจะที่ยืนยันความจริงของความเป็นปัญญา หรือยืนยันความจริงของสัจจะ สัจจะหรือปัญญามันอันเดียวกัน มันก็เป็นตัวถูก เป็นตัวจริง ผู้มีปัญญารู้ถูกรู้จริง ก็เป็นผู้ชนะ (พ่อครูไอตัดออกด้วย)
พ่อครูเปรยว่าน่าจะหยุดการเทศน์เพราะรูปขันธ์ไม่อำนวย เอ๊.. วันนี้คันคอจริงๆ ที่จริงอาตมาอยากจะเปรยว่า คง น่าจะหยุดแสดงธรรม น่าจะเลิกเทศน์ได้แล้ว มันรู้สึกว่ามันฝืน อาการมันหนักขึ้น เพิ่มขึ้น มันไม่น่าจะเพิ่มการเทศน์มากขึ้น มันน่าจะลดลง อันนี้ก็เป็นไปตามจริง ซึ่งฝืนใจอาตมา เจตนาของอาตมาเองอยากจะเทศน์มากๆ ใครๆก็คงจะรู้คงพอเข้าใจอยู่ แต่ความจริงของสังขารมันไม่ให้แล้ว สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน… พ่อท่านเหลือวันละชั่วโมงก็ได้ พ่อครูว่า... แต่เวลาเทศน์แล้วเบรคมันไม่มี มันไป แล้วใครก็ไม่ค่อยกล้าช่วยเบรค อาตมาจะเบรคก็ต้องเบรคเองนะ สมณะฟ้าไท... เขาเกรงใจพ่อครู แต่เบรคไม่อยู่ครับ พ่อครูว่า... เออ เอาละ ตามควรก็แล้วกัน มันพอเป็นไปอยู่ ยังไม่ตายก็ไปได้ อาตมามารู้สึกอย่างหนึ่ง คือ สังขารจะแย่อย่างไร สำหรับผู้ที่จะเรียกว่า มีสิทธิ์พิเศษ เรียกโก้ๆว่า มีอภิสิทธิ์ที่จะอยู่เหนือมัน มันสามารถทำได้ อาตมานี่มันแย่มากกว่าที่ควร แต่อาตมาก็ฝืนได้เก่ง ฝืนได้ดีกว่าที่ควร _สู่แดนธรรม... เรียกว่าวิสังขารได้ไหมครับ พ่อครูว่า... วิสังขารก็ได้ มาอ่านพระไตรปิฎก ฟังภาษาเพราะๆของพระไตรปิฎกบ้าง อาตมาเอามารสังยุตมาประกอบการอธิบาย
มารผู้มีบาปหายไปเพราะปัญญาของพุทธ พระไตรปิฎกเล่ม 15 เริ่มตั้งแต่ข้อ 416 มารสังยุต ปฐมวรรคที่ 1 ตโปกรรมสูตรที่ 1 [416] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสรู้ใหม่ๆ ประทับอยู่ที่ต้นไม้อชปาลนิโครธ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ณ ตำบลอุรุเวลา ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงประทับพักผ่อนอยู่ในที่ลับ ได้เกิดความปริวิตกแห่งพระทัยอย่างนี้ว่า โอ เราเป็นผู้พ้นจากทุกกรกิริยานั้นแล้ว โอ สาธุ เราเป็นผู
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive