661013 สำนึกรู้ เพื่อเข้าสู่โลกที่ดีที่สุด คือโลกโลกุตระ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
661013 สำนึกรู้ เพื่อเข้าสู่โลกที่ดีที่สุด คือโลกโลกุตระ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53587.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1SAn9cdxRVedXX9eAL9FUjlHxpVtkiHuv/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1q5XYvdiDANrDjm81-TJS7h_QrgsNiCIS/view?usp=sharing
และ https://podcasters.spotify.com/pod/show/dhamaporkru/episodes/661013-108-1 _1_1-e2ahg8g
ดูวิดีโอได้ที่ https://www.facebook.com/100078722032092/videos/267660479015247 และ https://youtu.be/EW6_ydZRLOQ มีซับ https://youtu.be/BmaPzq-F93Q
สมณะฟ้าไท…วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2566 แรม 14 ค่ำ เดือน 10 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้เป็นวันนวมินทรมหาราช เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตมาแล้ว 7 ปี ท่านได้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมหาศาลอันประมาณมิได้ ทำให้ประชาชนไทยอยู่อย่างผาสุก จะมีอุทกภัย จะมีเศรษฐกิจวิกฤตอะไรคนไทยดำเนินชีวิตตาม ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้มีเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะอยู่ได้ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ท่านก็ทรงต่อยอด ให้คนไทยพึ่งพาตนเองได้ไม่เดือดร้อน เราดูที่ฉนวนกาซ่า กลุ่มฮามาส พอถูกอิสราเอลตัดไฟตัดน้ำก็ตายเลย ไปไม่เป็นเลย แถมโดนยิงถล่มอีกต่างหาก พึ่งตัวเองไม่ได้เลย ประชาชนต้องหนีอย่างเดียว เพราะไม่มีกินไม่มีใช้ ชีวิตก็ไปไม่ได้ ต้องพึ่งพาอาศัยจากสิ่งภายนอก แต่ของเรามีในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้พวกเราพึ่งตัวเองได้ คนไทยอย่างไรก็อยู่รอดได้ พ่อครูก็ดำเนินนโยบายตาม ให้พวกเราสร้างอาหารเป็นสิ่งสำคัญ เขาจะผลิตอาวุธ เราก็สร้างอาหารนี่แหละ คนเราก็ต้องกิน ไม่กินก็ตาย ไม่
อ่านต่อ
มีเสื้อผ้าไม่มีบ้านยังไม่มีปัญหาเท่ากับการไม่ได้กิน ซึ่งมันเป็นความจำเป็นที่สุดแล้ว พ่อครูก็พาปฏิบัติธรรมว่าเอาธรรมะพระพุทธเจ้าให้พวกเราปฏิบัติ ให้เรื่องการกินเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต พระอรหันต์ก็ต้องฉันอาหาร พระโพธิสัตว์ก็ต้องฉันอาหาร พระพุทธเจ้าก็ต้องฉันอาหาร พ่อครูว่า... คนไม่ติดอาหารก็ต้องฉันอาหาร ก็ต้องฉัน คุณไม่ติดยังไงก็ต้องกิน สมณะฟ้าไท... อย่างคนไทยที่ไปทำงานที่อิสราเอล ก็ไปช่วยสร้างอาหาร จนอิสราเอลมีสินค้าการเกษตรส่งออกเลย นายจ้างบางรายก็ใจดีมาก เขาอยู่ใกล้พื้นที่ฉนวนกาซา 10 ก.ม. พาลูกน้องคนไทยหลีกภัยสงครามไปห่างออกไป 100 กว่า ก.ม. เลย ช่วยเหลือดูแลอย่างดี มีป้ายเขียนภาษาไทยด้วยนะ ยินดีต้อนรับ อยู่กันด้วยความสุก เรารักพวกคุณ อะไรอย่างนี้ ดูแลอย่างดีจนคนไทยบางคนบอกว่า ไม่กลับแล้ว อยู่ที่นี่แหละ เพราะนายจ้างใจดีดูแลเขาดี ไอ้ที่ไม่ดีก็มี ที่ดีก็มี แล้วแต่วิบาก บางคนก็เจอคนดี บางคนก็เจอคนไม่ดี ต้องสร้างอาหาร อิสราเอลเขาก็ยังต้องสร้างอาหาร มันมีอย่างอื่น แต่ต้องกินนะ ไม่กินมันเป็นไปไม่ได้ ชาวอโศกอยู่ได้เพราะสร้างอาหาร เราลองไม่สร้างอาหาร เราก็ป่วยกัน เพราะอาหารสารพิษมันเต็มไปหมด ทุกอย่างมันปนเปื้อนด้วยสารพิษเต็มไปหมดทุดอย่าง แม้แต่เกษตรกรนะ เขาบอก แค่มีแผล ทุกครั้งที่ฝนตกแล้วไปขุดมัน สารเคมีเข้าไปในร่างกายก็ตายได้เลย สารเคมีมันเข้าไปทางแผลก็ตายได้เลย อาตมา น้ำในปัจจุบัน อาตมาเดินเข้าไป น้ำก็กัด(เท้า)เร็วมากเลย พอลงปั๊บ อาตมารู้สึกได้เลยว่ามันเล่นงานแล้ว รู้สึกว่ามันมีสารเคมี มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะฉนั้นเราต้องระมัดระวัง ชาวบ้านเขาใช้กันเยอะ ฉีดพ่นสารเคมีต่าง ๆ นานา ฉีดยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง มีคนเขาเล่าว่า สวนที่อยู่ใกล้กันนะ เขาเอารถเข้าไปจอดในสวน เจ้าของสวนที่ติดกันบอก นี้ฉันฉีดไว้เฉพาะที่ฉันจะดูแลนะ ไอ้ที่รถคุณจอดฉันไม่ฉีดนะ ก็กลัวพวกคุณได้รับอันตราย คนที่เอารถเข้าไปจอดถาม แล้วคุณไม่กลัวอันตรายรึ ฉีดยาฆ่าหญ้าอยู่นั้น ที่เป็นอยู่ บอก เออ จริงเว้ย! ที่พ่อครูพาเราทำกสิกรรมไร้สารพิษขึ้นมาอย่างนี้ สร้างปุ๋ยเอง เอาขยะมาทำเอง มันเป็นเรื่องที่แต่ก่อนเราก็คิดไม่ออกนะ พ่อครูบอกว่า 3 อาชีพกู้ชาติ จะไปกู้อย่างไร ไปทำปลูกผัก ปลูกหญ้า ไปทำขยะ กสิกรรมธรรมชาติจะไปกู้ชาติได้อย่าง เดี๋ยวนี้เราเห็นแล้วว่า เออ จริงเว้ย คนมันไม่มีจะกินมากขึ้น แล้วก็ป่วยกันสารพัด ศิษย์เก่าที่มาเผาศพยายเอื้อธรรม เมื่อวานนี้ เขามีลูกคนหนึ่ง ถามเขาว่า ลูกคนเดียวพอเหรอ เขาตอบ ท่านครับ ผมไม่อยากพาเขามาทุกข์ทรมานกับคนสมัยนี้ครับ มันน่ากลัวมาก เขาเป็นทนายความ ซึ่งมันก็อยู่ยากไง พวกเรา พ่อครูพามาสร้างสังคม สาราณิยธรรม 6 เป็นสาธารณโภคีที่อยู่ด้วยกันนี้ จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งโลกเขายังไม่รู้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ถ้าเขารู้แล้วมานี้ เขาฮือกันเข้ามาอย่างพ่อครูว่านะ ก็ย่ำแย่กันนะ เรารับไม่ไหว พ่อครูว่า แค่คนไทยยังไม่รู้เลย พูดทำไมคนทั้งโลก เทวนิยม คนไทยชาวพุทธแท้ๆ ยังไม่เคยรับรู้เลยชาวอโศกเป็นอย่างที่คุณว่า สมณะฟ้าไท... แต่ถ้าอนาคตเขารู้ เข้ามา พวกเราใจดีด้วยเนาะ โอ้โห! ถ้าถึงตอนนั้นนะ เราต้องเข้มแข็งกว่านี้นะ ตอนนี้ยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ ถ้าฮือฮาเข้ามา เราก็ยุ่งเหมือนกันแหละนะ ถ้าเราเข้มแข็งเพียงพอช่วยเขาได้ อะไรเขาได้ ก็เป็นไปตามลำดับไปเช่นกัน ศาสนาพุทะนี้ อาตมาว่า โลกุตระนีไม่ฮือฮานะ อยู่กับพ่อครูมาก็ไม่เห็นจะฮือฮาตอนไหนเลย เพราะว่าโลกุตระมันขัดเกลาคน ขัดใจคน ขัดกิเลสคน มันจะฮือฮายังไง มันจะตื่นเต้นเร้าใจยังไง มันไม่นะ มาก็ถูกขัดเกลาตลอดเวลา มันจะฮือฮาถึงไหน ก็ต้องลดกิเลสอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะมาได้ วันนี้เรามาฟังพ่อครูกันต่อ ว่าเราจะทำอย่างไรให้เราเจริญขึ้น ๆ ในชีวิตที่เป็นโลกุตระธรรมต่อไป พ่อครูว่า... วันนวมินทรมหาราช ก็มีนักกวีเขาเขียนมา
อิทธิบาทนั้น สำคัญไฉน ธรรมิกราชแท้ คือใคร ทรงชีพอยู่หนใด บ่ฮู้ สิเชื่อพจน์ของไผ เด้พุท-ธชนเอย ใช่วนวาสีผู้ หลบลี้สังคมหรือ มรรคแท้พิสูจน์ได้ ด้วยผล จรณะสิบห้าชน อโศกใช้ สัลเลขะจิตจน วิสุทธิ์ ยังวิชชาแปดให้ เกิดแล้วบ่เห็นหรือ สรรพางค์ทรุดเสื่อมซ้ำ ทุพพล รั้งกิจผู้รื้อขน สัตว์ข้าม ห้วงโอฆะวังวน วัฏฏ-สังสารเฮย อายะยิ่งใหญ่ห้าม หิตะแล้วจักเกิดหรือ อิทธิบาทยังชีพให้ เลยขัย มโหสถวิเศษใด จักสู้ กำสรวลอัสสุไหล อนัตถะ เขือจักแย้งขยมผู้ ยึดถ้อยสัตถาหรือ โลกเชษฐ์ฝากพลิกฟื้น โลกุตร์ คฤธรราชชาญยุทธ์ เลิศด้วย ปรมัตถธรรมสุด วิศิษฐ์ มัจจุราชจักให้ม้วย ก่อนร้อยยี่สิบหรือ บุญนิยมแผ่กว้าง ทรงศรัย โพธิกิจเกริกไกร ทั่วหล้า โพธิสัตว์สนองไข นิคาหก อมฤตธรรมถ้า ชนกสิ้นจักเหลือหรือ ศานุตรสยังจิตให้ โสภณ คีตกดั่งเวทย์มนต์ วิเศษไซร้ ร็อคมิวสิคเปื้อนปน กักขฬะ โคลงกาพย์ร้อยเรียงไว้ เก็บเมี้ยนกระนั้นหรือ
อโศก สัมปวังโก
พ่อครูว่า... รู้สึกว่าจะฟังแล้วมันคงจะไม่รู้เรื่องกันทั้งนั้น ใช้ศัพท์แสงกันมากจริงๆ ก็ขยายความนิดนึง ประโยชน์โพดผลสิ่งที่ควรเป็นควรมีสิ่งดีอันจะเป็นกำไรเป็นรายได้เป็นสิ่งที่ควรมีควรเป็นควรได้มันจะเกิด ต้องพากเพียรมีอิทธิบาทพยายามใช้ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสาแล้ว พยายามที่จะต่ออายุให้มันเลยอายุขัย ไม่ว่าจะเป็นยาวิเศษไหนก็ไม่สู้มีอิทธิบาท ต้องต่อสู้ถ้าต่อสู้ไม่ได้ก็กำสรวลน้ำตาไหล ก็พินาศไป ก็ชิบหายไปหมด เขือ ขยม คือ คน 2 คน คุณกับเรา ยึดถ้อยสัตถาคือยึดถ้อยคำพระพุทธเจ้า โลกเชษฐ์คือพระพุทธเจ้า ส่วน คฤธรราชคือพญาแร้ง เป็นวรรณกรรมโครงการร้อยเรียงเป็นเพลงอย่างหนึ่งเหมือนกัน เอาไปไหน เอาไปซุกไปเมี่ยนไว้ไสคือเอาไปทิ้งที่ไหนหมด เอาไปเซืองไว่ไส เก็บไปไหนหมด เอาไปซ่อนไว้ไหนหมด 13 ตุลา เดือนเด่นฟ้าอำลาสยาม ตุลาคม ห้าเก้า ชาวสยาม ล้วนทรงความวิปโยค สุดโศกศัลย์ สิ้นองค์เดือน - เด่นฟ้า จอมราชันย์ เหลือตะวัน - ทับฟ้า ภราดร คฤธรราช วิศรุต ผู้สุดภักดิ์ บริรักษ์ ศาสตร์ไท้ ใช้คําสอน ความพอเพียง นำพา พลากร สร้างบวร นิวาส ผู้ขาดทุน ผลกําไร อาริยะ มหาศาล อภิบาล ทานมัย ใช้ค้ำหนุน ธรรมิก - สังคม นิยมบุญ สืบสกุล โลกนาถ สร้างชาติไทย เกิดโลกุต-ตระ เศรษฐศาสตร์ ปลดเปลื้องทาส ความรวย ด้วยวิสัย แบบคนจน ทรงความ มีน้ำใจ จนร่มเย็น เป็นไทย ไร้ตัวตน สามอาชีพ กู้ชาติ ยังศาสน์ให้ ศิวิไลซ์ เลิศล้ำ สัมฤทธิ์ผล เกิดกองทัพ รับใช้ ประชาชน สร้างกุศล ด้วยจิต ผู้คิดพลี ขอยอกร ก้มศิระอภิวาท มหาราช ชาติเชื้อ ชินสีห์ ศิรกราน ปกเกล้า เจ้าชีวี องค์ภูมี ภัทร นวมินทร์
อโศก สัมปวังโก 13 ต.ค. 2566
พ่อครูว่า... เอาละ ผ่านกวีการของอโศกสัมปสังโก ยากอยู่ เขาใช้ศัพท์แสงเยอะคนนี้ เราก็พอถูไถไขความสู่กันฟัง
SMS วันที่ 11-12 ตุลาคม 2566
รสแท้ของอาหารไม่ใช่การขึ้นลงของจิตมีอุปาทานในสัญญา _เพียรผ่องพุทธ กล้าจน . น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ยอดอ่อนใบเหลียง กินสดมีรสชาติเหมือนไข่ต้มเลยค่ะ ทดลองกินแล้วที่สวนไวพลังค่ะ, อโวคาโดสุกก็มีรสชาติเหมือนไข่, ดอกฟักทองสดก็เหมือนไข่ต้มด้วยเช่นกัน, กินหัวปลี “กล้วยนวลภูผา” ต้มลวกก็มีรสชาติเหมือนเนื้อไก่ กินโรยเกลือกับข้าว รสชาติดีมาก เช่นกัน จิตก็พิจารณา เป็นเพราะสัญญาเดิม หรือเป็นเพราะรสชาติธรรมชาติแท้ๆ ของอาหารบางอย่างคะ เรื่องการกินอาหารที่บ้านราช กินง่ายมาก มีให้เลือกหลากหลาย กราบขอบพระคุณดินแดนสัปปายะทุกๆ ที่ค่ะ พ่อครูว่า…” กินโรยเกลือกับข้าว รสชาติดีมาก จิตก็พิจารณา..” นี่นักปฏิบัตืธรรม ที่ จิตก็พิจารณา “เป็นเพราะสัญญาเดิม “ อันนี้นะ ภาษาพวกเราพูดกัน อธิบายธรรมะ มามาก เป็นเพราะสัญญาเดิม นี้เราก็เป็นภาษาธรรมะ เราก็รู้มาแล้วว่าสัญญาคืออะไร เจตสิกเรา มันเป็นของเดิมสัญญาเก่า มันเป็นเพราะอันนี้นี้แหละมันขึ้นมาเล่นงานเรา มันอยู่ในความจำเก่า สัญญาเดิมมันมากำหนด พอสัมผัสอะไรขึ้นมาก็…เอาแล้ว!! สัญญาเก่าก็ขึ้นมา ถ้าไอ้ที่สัญญาเก่ามันยังติดอยู่ ยังมีกิเลสอยู่ในสัญญา มันก็เอาอีกแล้ว แหม!! นี่ของเคยชอบ ของเคยอร่อย อะไรต่ออะไรอย่างนี้นะ พวกเราปฏิบัติธรรมก็พวกนี้แหละ เป็นพฤติกรรม พยัญชนะนี่ก็อาตมาก็สาธยายความหมายให้ฟัง ก็เป็นการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาไม่รู้เรื่องอะไร ก็หลับไป นี่แหละคือการปฏิบัติธรรม จรณะ 15 วิชชา 8 โดยเฉพาะ นี่คือ อปัณณกปฏิปทา 3 แท้ๆเลย “เป็นเพราะสัญญาเดิม หรือเป็นเพราะรสชาติธรรมชาติแท้ๆ ของอาหารบางอย่างคะ” รสชาติแท้ของอาหารมันก็ของอาหารสิ แต่เป็นเพราะคุณขึ้นๆลงๆ ไอ้นี่มันก็อร่อยเหมือนไอ้นี่ มันก็ไม่ใช่ธรรมชาติของอาหาร อาหารมันก็เป็นธรรมชาติของมันเป็น คุณต่างหากเล่ายังดีดๆดิ้นๆ กระดุ๊ก กระดิ๊ก.. กิเลสคุณทั้งนั้น ของอาหารมันก็เป็นของมันเอง ของอะไรมันก็เป็นของมันอยู่ “อาหารที่บ้านราช” ที่นี่เขาเรียกว่า “ยิ่งกว่าเหลา” อีก ดินแดนสัปปายะทุกๆที่ ที่สบายทุกๆ ที่ พวกเราก็เป็นเช่นนี้
_ศรีนวล อินปล้อง . น้อมกราบท่านพ่อครูสมณะ สิกขมาตุและญาติธรรมค่ะ ลูกลด ละ เลิก กิเลสได้เยอะเลย ได้แล้วได้เลย ลูกเคยนั่งหลับตาเดี๋ยวนี้ไม่ทำแล้ว ลดอะไรไม่ได้ซักอย่าง ลูกจะหงายของที่คว่ำ ทำทางโลกุตระทางนี้ทางเดียวค่ะ สาธุ ทำมา 4 ปี แล้วค่ะ ลูกขอหนังสือปัญญา 8 กับท่านฟ้าไทได้มา 2 เล่ม เลยอ่านแล้ว 150 กว่าหน้า แล้วค่ะ สาธุค่ะ พ่อครูว่า…” ลด ละ เลิก กิเลสได้เยอะเลย” สาธุ อนุโมทนา จริงนะ ให้มันจริงนะ อย่าไปหลงผิดหลงใหลละเมอ นึกว่าเราลดกิเลสได้ ตรวจสอบให้ดีๆ แต่พอรู้ตัวนี้ก็คงพอเข้าใจ “ได้แล้วได้เลย” นั้นแน่! ได้แล้วได้เลยอีก “ลูกเคยนั่งหลับตาเดี๋ยวนี้ไม่ทำแล้ว” นี่ชัดเจน แต่ก่อนอาตมาก็เคยนั่งหลับตามา ทั้งนั้นพวกเราส่วนใหญ่เคยนั่งหลับตามา เพราะว่ามันหลอกมาก่อน มันครอบครองแล้ว ทุกวันนี้เป็นความผิดความเสื่อม ทุกวันนี้นั่งหลับตาเป็นความผิดความเสื่อม มันครอบครองศาสนาพุทธไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ต้องไปผ่านด่านพวกนั้นมาก่อนทั้งนั้นล่ะ นั่งหลับตา ทำมาแล้ว แล้วก็มารู้ดี ปัดโธ่! นั่งหลับตา ลดอะไรก็ไม่รู้ นั่งหลับตาไม่รู้จักลดจักละอะไรหรอก พอมาปฏิบัติแล้วจึงรู้ว่าโอ้โห! นั่งหลับตามาไม่เคยลดละได้แบบนี้ เอาเลย มันมีอะไรคว่ำอยู่ หงายขึ้นมาให้หมด ทำมา 4 ปีแล้วก็เห็นผลบ้างแล้ว หนังสือ “ปัญญา 8” อ่านหลาย ๆ เที่ยวนะ
การพูดข่มคนด้วยยศศักดิ์เป็นสิ่งที่นักปฏิบัติธรรมต้องงดเว้น _ช่อทิพ หนูทอง . ตอนเป็นวัยรุ่น เคยเรียนที่มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่งที่อยู่ในวัดแถวบางลำภู กทม. เขาสอนทั้งพระและฆราวาส คำสอนเบื้องต้น ฟังดูก็รู้ว่า..ทำได้..แต่พอเขาสอนขั้นสูงขึ้น ก็รู้ว่า..ทำไม่ได้..พอดิฉันซักถามมาก ๆ เข้า อนุศาสนาจารย์เขาตอบไม่ได้ ตวาดด้วยเสียงอันดังว่า..คุณเป็นใคร ผมนักธรรมเอกนะ...ตั้งแต่นั้นมา ดิฉันเลิกไปเรียน ไม่ได้โกรธ แต่รู้ว่ามีแต่ทฤษฎีที่คนสอนเองก็ทำไม่ได้ แต่คำสอนพ่อครูฟังแล้วทำได้จริงค่ะ รายการปรับทุกข์ปลุกธรรมที่พ่อครูก็เมตตามาตอบคำถาม ทำให้เข้าใจวิธีปฏิบัติในชีวิตจริง พ่อครูเทศน์ชั่วโมงครึ่งทั้งที่ท่านอาพาธ ดิฉันสงสารพ่อครูมาก ถ้าท่านหายดีเมื่อไร นิมนต์เทศน์สองชั่วโมงนะคะ พ่อครูว่า…” ตวาดด้วยเสียงอันดังว่า..คุณเป็นใคร ผมนักธรรมเอกนะ “ พูดแล้วก็นึกถึงเจ้าคุณโสภณ คณาภรณ์ มหาระแบบ พี่ชายของจตุพร พรหมพันธุ์ แต่ก่อนนี้ก็ซัดอาตมา บอกว่า “โพธิรักษ์เป็นใคร รู้ไหมว่าอาตมาเป็นใคร อาตมาน่ะเปรียญ 6 นะ เป็นเจ้าคุณ โพธิรักษ์เป็นใคร” อันนี้เรื่องจริงเลย เอ๊..ทำไมคนพูดอย่างนั้นได้นะ อาตมาก็นึกไม่ออกว่า ทำไมพูดมาอย่างนี้ (พูดกับนักข่าว) ไปข่มคนอื่นเขา แค่บอกว่าตัวเองเป็นใครไม่มีปัญหาหรอก แต่บอกแล้วไปข่มเขา เออ เอาตำแหน่งยศศักดิ์ฐานะอะไรต่างๆไปข่มเขา _สู่แดนธรรม... ท่านว่า โพธิรักษ์มีอะไร พ่อครูว่า... ไม่ใช่ ไม่ใช่บอกว่ามีอะไร แต่เขาบอก ความเหนือ โพธิรักษ์มีอะไร เขามีเหนือกว่าทั้งนั้น เปรียญก็ตั้ง 6 โพธิรักษ์มีเปรียญอะไร เขาเป็นเจ้าคุณ โพธิรักษ์เป็นอะไร พระครูก็ไม่ได้เป็น เดี๋ยวนี้ยังดีนิดๆ หน่อยๆ ได้เป็น “พ่อครู” (ขำๆ) แต่พระครูไม่เคยเป็น _สู่แดนธรรม... พ่อท่านก็เลยคุยกับพวกเราเองว่า ท่านจะรู้ไหมว่า “อาตมาไม่มีอะไร” นี่เป็นคำลึกซึ้งครับ พ่อครูว่า... เรามาถามไถ่พูดถึงคนนั้น คนนี้ เขาหาว่าทำไมเราไม่แสดงธรรม อาตมาก็งง งง งง (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไท... พ่อครู เมื่อกี้เขาบอกสงสารใช่ไหม แต่ว่า ก็บอกว่าพ่อครูหายเมื่อไหร่ให้แสดงธรรม 2 ชั่วโมง ถ้าบอกว่าพ่อครูเลิกแก่เมื่อไหร่ก็จะเทศน์ 2 ชั่วโมงเมื่อนั้น แล้วจะเลิกแก่ได้ไหม ...ไม่ได้ แก่แล้วแก่เลยนะ แก่แล้วไม่มีใครเลิกแก่ได้ พ่อครูว่า... อาตมาถึงไม่ยอมแก่ เพราะเดี๋ยวแก่แล้วแก่เลย เลยไม่ยอมแก่ _สู่แดนธรรม... ตะกี้ถึงคำว่า เมื่อไหร่ที่พ่อท่านจะเทศน์ซักที พ่อครูว่า... คนเขาว่าเมื่อไหร่พ่อท่านจะเทศน์ซักที (ทำไมเราไม่แสดงธรรม) แต่ก่อนนี้ใหม่ๆ เหมือนกันเราก็พูดไปอย่างนี้บรรยาย แล้วคนที่มานั่งฟังบอกว่าเมื่อไหร่จะเทศน์สักทีล่ะเจ้าคะ ไอ้เราก็ เอ๊.. เราก็ไม่ได้สวดมนต์นะ จะบอกว่าเราไม่เทศน์ได้อย่างไร เราก็บรรยายอยู่นี้ แล้วบอกว่าเราไม่เทศน์ เขาเข้าใจว่าเทศน์นี้จะต้อง ว่า “ต่อไปนี้ อาตมาภาพ จะได้แสดง พระธรรมเทศนา” ต้องมีทำนองมีอะไรไปมีลีลาอย่างนี้เขาถือว่าเป็นการเทศน์ แต่การพูดภาษาธรรมดา สำเนียงคนต่อคนฟังกันนี่เขาบอกว่าไม่ใช่เทศน์ เทศน์ต้องใช้อย่างนั้น นี่คือสัญญากำหนดหมาย เขายึดถือว่า ต้องอย่างนี้ เช่น อย่างนี้ต้อง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำต้องใส่พวกพริกป่น น้ำตาล น้ำส้ม อะไรอย่างนี้ ต้องอย่างนี้ ถ้าไม่งั้นยังไม่เรียกว่าต้มยำ อย่างนี้ยังไม่เรียกว่าเทศน์ ยังไม่ครบเครื่อง _สู่แดนธรรม... เขานึกว่า พ่อท่านคุยก่อนเทศน์สะนานเลย พ่อครูว่า เออ นี่เหมือนคุยก่อนเทศน์ซะนานไม่เทศน์สักที นี้แหละสัญญามนุษย์ก็กำหนดไปได้เรื่อยๆ หากอาตมากลับไปเทศน์ 2 ชั่วโมงได้อีกทีก็ดี แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้เทศน์เลย 2 ชั่วโมงเท่าไหร่หรอก ชั่วโมงครึ่งก็ไม่ค่อยได้เทศน์เท่าไหร่ ส่วนมากก็เลยชั่วโมงครึ่ง เบรกไม่ค่อยดี พอเครื่องติดแล้วเบรกไม่ค่อยอยู่ ยิ่งพระพุทธเจ้าเข้าทรงแล้วด้วย..โอ้โห!
สภาพลิงลมอมข้าวพองของโพธิสัตว์ก็ต้องรับวิบากด้วย _เสียง อิสระ . กราบนมัสการพ่อท่านครับ ผมขอกราบเรียนสอบถามพ่อท่านว่า ทำไมผู้ที่บรรลุอรหันต์ในชาติก่อนแล้ว เมื่อมาเกิดในชาติใหม่ ในชาติต่อมาก่อนสภาวะบรรลุอรหันต์จะเกิด จึงต้องอยู่ในสภาพ ลิงลมอมข้าวพอง ก่อนครับ จะเป็นการต้องชดใช้วิบากเก่าหรือเปล่าครับ และก่อนสภาวะบรรลุอรหันต์จะเกิด หากมีการสร้างกรรมใหม่ กรรมนั้นจะมีผล ต้องชดใช้วิบากใหม่ไหมครับ กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า…ถามคำถามนี้ เป็นคำถามที่พยายามจะล้วงความรู้ในกรรมวิบาก ซึ่งเป็นเรื่องอจินไตย พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่าเป็นอจินไตย มันก็ไม่ง่ายที่จะเข้าใจ ก็ขออธิบายบ้าง ที่จริงอาตมาเข้าใจดีและจะพยายามอธิบายให้ฟัง ประเด็นที่ถามนี่ก็คือ กรรมวิบากในชาติของผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้วในชาติก่อน มาเกิดชาติใหม่ พอมาชาตินี้เหมือนยังไม่มีความบรรลุอรหันต์ ยังเป็น “ลิงลมอมข้าวพอง” อยู่นี่ ยังไม่รู้ว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ จะต้องมาเป็นอันนี้จะต้องมาเป็นลิงลมอมข้าวพอง ก่อน ในชาติต่อมาๆ หมด แม้แต่พระพุทธเจ้า ในชาติที่เป็นสิทธัตถะนั่นแหละ ท่านก็มี ลิงลมอมข้าวพองของท่าน เช่น ก็ยังไปอยู่ทางโลก ยังไปแต่งงานมีลูก หรือแม้แต่ไปทางธรรมะก็ยังไปออกป่าอีก 6 ปี อย่างนี้เป็นต้น ก็คือสภาพที่มันยังไม่ใช่ภาวะที่บรรลุธรรม ไม่ใช่ภาวะที่สมบูรณ์แบบของชีวิตจริง ที่ท่านได้มาแล้วแต่ชาติปางก่อน พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ไม่ได้มาปฏิบัติธรรมอะไร เพราะว่าท่านถ้วน ท่านเต็มมา เป็นแต่เพียงว่าชาติที่ท่านเกิดมานั้นท่านอุบัติขึ้นมาเพื่อประกาศศาสนา ท่านไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไร เพราะทุกอย่างท่านเต็มมาแล้ว เต็มมาแล้ว เป็นโพธิสัตว์ ผ่านขั้น 8 มาเป็นขั้น 9 เต็มมาแล้ว เหมือนอย่างที่อาตมาเคยอธิบายให้ฟังว่า พระพุทธเจ้าหรือไม่ใช่พระพุทธเจ้า เป็นโพธิสัตว์ใหญ่บางองค์ บำเพ็ญไปถึงขั้น 9 มีสัมมาสัมโพธิญาณเท่าเทียมกับพระพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญได้แล้ว แต่ท่านไม่ปรากฏตัว ท่านปรินิพพานเป็นปริโยสานไปส่วนตัว ไม่มีใครรู้ด้วย เพราะท่านไม่ได้ประกาศ แล้วก็ไม่มีใครที่สูงกว่าท่านที่จะมารู้ท่านอีก จึงไม่มีใครรู้ท่าน แล้วท่านก็ ปรินิพพานเป็นปริโยสานไป มีไม่น้อย เพราะฉะนั้น ผู้ที่เป็นพระโพธิสัตว์ที่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ผู้ใดประกาศต่อโลก จึงเป็นจึงปรากฏเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นมา ส่วนผู้ที่ไม่ได้ประกาศตนเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีเยอะ เพราะจริงๆแล้ว คนพื้นๆ คนปุถุชนก็จะคิดว่าก็เป็นพระพุทธเจ้าแล้วได้ตำแหน่งแล้วทำไมไม่ประกาศเล่า เสียดายของตายชัก คุณก็ไปคิดอย่างคุณ พระพุทธเจ้าท่านไม่มีเลย คุณจะไปคิดว่ามันเป็นยศเป็นศักดิ์เป็นฐานะ มันเป็นอะไรที่น่าเลื่อมใส น่าติดใจ น่าจะต้อง แหม จะต้องยืนยันว่าข้าพระพุทธเจ้านะจ๊ะ อะไรอย่างนี้ คุณว่าท่านมีไหม ท่านก็ไม่มี ท่านไม่เหมือนกับที่คุณคิด นี่คุณไปคิดแทน เป็นแต่เพียงท่านพิสูจน์เพื่อที่จะรู้ของท่านเองเท่านั้นเอง ส่วนท่านจะทำหน้าที่ ท่านจะทำอย่างนั้นๆ ก็เรื่องของท่าน ไอ้นี่เป็นเรื่องเกินคิด อจินไตย เป็นเรื่องสุด อาตมามาชาตินี้มาประกาศโพธิสัตว์ 9 ระดับ ประกาศอรหันต์อีก 6 ระดับ ไม่มีใครพูดหรอก ไม่มีใครมาแยกแยะ ไม่มีใครมาอธิบายพวกนี้ แล้วเรื่องเหล่านี้อาตมาขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องพูดพล่อย พูดเล่น พูดผิดความจริง ขอยืนยันว่าไม่ผิดความจริง แต่ความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ของอาตมาที่เป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ที่สามารถรู้ในความเป็นระดับ ความเป็นระดับ ลำดับ อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่รู้เรื่องก็จะบอกว่าไม่รู้เรื่องมาพูดอะไร แต่คนที่พอรับได้ก็จะเห็นว่า รู้ได้ขนาดนี้เชียวหรือ น่าอัศจรรย์นะ..ใช่ไหม เป็นเรื่อง..โอ้โห! มีนัยยะละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนขนาดนี้เชียวหรือ ใช่ไหม จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนเรา ฉะนั้นคนที่เขาไม่เข้าใจ ไม่เชื่อถือ ไม่ยอมรับเขาก็ไม่พิจารณาอะไร ส่วนพวกที่เข้าใจ มีปฏิภาณปัญญาพอฟังแล้ว โอ้โห! แล้วเขาฟังแล้วจริงๆ พอรู้ไหม พวกคุณพอรู้ไหม อาตมาไม่ได้ดูถูกพวกคุณนะ พวกคุณไม่ใช่เป็นโพธิสัตว์ ที่เป็นระดับอย่างที่อาตมาว่า ใช่ไหม แต่พอรู้พอเข้าใจได้ ใช่มั้ย ไม่ใช่เรื่องพูดสับสนไปมา ที่จริงรู้ละเอียดลออขึ้นดีด้วย ไม่ใช่สับสน นะก็ศึกษาไปแล้วก็จะรู้ สมณะฟ้าไท... เขาถามประเด็นว่า คนที่เป็นโพธิสัตว์ ตอนที่เป็นลิงลมอมข้าวพอง จะมีผลวิบากต่อการดำเนินชีวิตตัวเองไหม พ่อครูว่า... เป็นสิ เป็นทั้งตนเองต้องรับวิบาก แล้วก็จะต้องทำให้ดีๆกับวิบากที่ตนทำ รับมือดีๆ มันมีมาคุณก็ต้องประพฤติให้ดีๆ อย่าให้มันเป็นอกุศล อย่าให้เป็นวิบากที่มันซับซ้อนที่เราจะต้องเป็นวิบากไม่ดีเป็นอกุศลไปอีก มันก็ให้ผลแก่เรา ใช่ไหม ถ้ามันเป็นกุศลก็ให้ผลแก่เรา แต่ไม่ใช่ว่าเราติดกุศล แต่ควรทำให้เป็นกุศล ไม่ควรทำให้เป็นอกุศล..ใช่ไหม มันเป็นสัจจะ กุศล อกุศลนี่มันเป็นโลกีย์ ถ้าบาปกับบุญ มันเป็นโลกุตระ อันนี้ก็แยกให้ฟังเยอะ คำว่า บาปกับอกุศลนี้ กุศลเป็นสมบัติ บาปเป็นวิบัติ เพราะฉะนั้นถ้ามีบุญ บุญก็จะเป็นพลังงานจิตที่กำจัดบาปไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเมื่อมันหมด มันก็จะหมดทั้งบุญและบาป ปุญญปาปปริกขีโณ ก็สิ้นไปทั้งหมดบุญบาป เพราะฉะนั้นผู้ที่หมดอกุศลแล้ว ผู้ที่หมดอกุศลแล้ว ผู้ที่หมดบาปด้วย เอาอย่างนี้ก่อน ผู้หมดบาปคือหมดกิเลส นี้เอามาพูดก่อน ที่จริงผู้หมดบาปมันจะหมดก่อนอกุศลไม่ได้ อกุศลต้องหมดก่อน ทีนี้พูดให้ฟังว่า ถ้าผู้ที่หมดบาปแล้ว อกุศลไม่ต้องพูดเลย เพราะท่านหมดไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดยังมีบาป ทำกุศลได้อยู่ ผู้มีบาปนี่ยังทำกุศลได้อยู่ บาปนี่คือกิเลส บาปนี่คือกิเลส ผู้ที่กิเลสยังมีอยู่ ก็ยังทำดีได้ ทำกุศลได้ ผู้ยังมีกิเลสอยู่อย่างพวกคุณยังไม่หมดกิเลสทีเดียว ก็ยังทำกุศลได้ใช่ไหม แต่ ผู้หมดกิเลสหมดบาปแล้ว ไม่มีจะไปทำอกุศลนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทุกกรรม ที่ผู้หมดบาปแล้ว สัพพปาปัสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) จะไม่ทำแล้วอกุศล ไม่มีแล้ว เพราะฉะนั้น กุสลัสสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) กรรมทุกกรรมของผู้ที่หมดบาปหมดกิเลสไม่มีหรอกอกุศล กรรมทุกกรรมเป็นกุศลทั้งนั้น นี่คือนัยยะอันละเอียดที่แปล”โอวาทปาฏิโมกข์ 3 “ จากคำถาม “ลิงลมอมข้าวพอง” ต้องมี เป็นพลังฤทธิ์ของโลกีย์ หนึ่ง ประการ เป็นวิบากของแต่ละคนอีก ประการหนึ่ง พลังฤทธิ์ของโลกีย์ เกิดมายังไงคุณยังไม่เดียงสาก็ต้องถูกพลังงานอำนาจของโลกีย์ครอบงำ พาไป จะเก่งขนาดไหน อย่างพระพุทธเจ้าก็ยังไม่พ้น อาตมาก็ยังอยู่ในสงสารอยู่ทางโลกตั้ง 36 ปี ออกป่าไปอีกเหมือนกัน แต่ไม่นาน ไม่เหมือนพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านมีวิบากของท่านก็ว่ากันไป ก็ท่านอยากไปว่าพระพุทธเจ้ากัสสปะทำไม ท่านก็วิบากของท่านไป
หมายเหตุ พระพุทธเจ้าตรัสไว้...เราเป็นผู้ชื่อว่า โชติปาละ ได้เคยกล่าวกับพระสุคต พระนามว่า กัสสปะ ว่า “การตรัสรู้เป็นของได้โดยยาก ท่านจะได้จาก โพธิมณฑลที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง” ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เราได้บำเพ็ญทุกกรกิริยาเป็นอันมาก สิ้นเวลา ๖ ปี เราถูกบุรพกรรมตักเตือนแล้ว (ปุพพกัมเมนะ โจทิโต) จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางผิด เรามิได้บรรลุการตรัสรู้โดยทางนั้น บัดนี้เราเป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาป(ปุญญปาปปริกขีโณ) (พตปฎ. เล่ม ๓๒ ข้อ ๓๙๒)
ต้องสำนึกรู้ จะเกิดมีความละอายในการเผากิเลส _สว่างแสง ขวัญดาว . น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ ลูกตั้งจิตว่า 12 ต.ค.นี้จะเดินทางไปช่วยงานเทศกาลเจที่บ้านราช อุบลราชธานีค่ะ ในจรณะ 15 ตรงหัวข้อสัทธรรม 7 ลูกซาบซึ้งอย่างมากกับคำว่า "สำนึก" เพราะคำๆ นี้ "สำนึกๆๆ" ที่นำไปสู่การเผากิเลสใช่ไหมคะพ่อครู น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ พ่อครูว่า… ลูกซาบซึ้งอย่างมากกับคำว่า "สำนึก" ดีมากเลย ดีมาก คำนี้คุณฟังออกและเข้าใจ อาตมาสำทับลงไป แล้วก็ชัดเจน “เพราะคำๆ นี้ "สำนึกๆๆ" ที่นำไปสู่การเผากิเลสใช่ไหมคะ “ ถูกต้อง ถ้าคุณไม่สำนึก คุณไม่เกิดศรัทธา คุณไม่ละอายต่อสิ่งที่คุณผ่านมาว่า เรานึกว่าอันนี้ถูกต้องอันนี้ดีแต่มันสำนึกแล้วรู้ว่า “อัยยา ไอ้นี่มันผิด นี่มันยึดถือ นี่มันยังเป็นกิเลส ยังเป็นอุปกิเลส” อะไรก็แล้วแต่ คุณสำนึกอย่างนี้ขึ้นมา ไปยึดไปเข้าใจผิดก็ละอายตัวเอง เช่น คนเข้าใจว่าอาตมานี่เป็นเทวทัต เป็นคนผิด พอรู้เข้า “อัยย๊ะ!..ไม่ใช่ แท้จริงเป็นผู้ถูก ไม่ใช่เทวทัตเลย เป็นสัตบุรุษอีกต่างหาก” คนที่รู้สึกจริง เกิดภูมิปัญญา เกิดปฏิภาณอย่