230706 แข่งจนดีกว่าแข่งรวย-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์140 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

พระเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายเราเลื่อนเวลาขึ้นมาเรื่อยๆหน่อยเพราะว่าถ้าเผื่อว่าปล่อยไปหรือว่าเริ่มต้นที่ 9:15 น บางทีพวกอาตมาก็จะเทศถ้าวันไหนมันเทศเบรคแตกหน่อยมันเลยๆไปหน่อยมันก็ไปฉันเลยไปอีกมันเลยเที่ยงไปคนผู้ที่ไม่รู้ผู้ที่ไม่เข้าใจดีเข้ามามาเจอพ่ออาตมาเลยเที่ยงแล้วๆฉันตุ้ยตุ้ยตุ้ยอยู่บางคนเขาก็ถือสาเพราะงั้นก็ดูไม่ค่อยดีนักสำหรับคนที่บางคนที่ยังเข้าใจไม่รอบหรือว่ายังเห็นอะไรที่มันเขายึดถือในหลายๆส่วนอยู่ที่จริงมันดีมันมีกฎมีระเบียบมีเขต มีขั้นอะไรต่างๆนี่มันดีทั้งนั้นแหละทีนี้เราก็มีเหตุมีปัจจัยที่มันจะต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ไปอยู่ผู้ที่เข้าใจไม่ได้ก็ไปจับปลายบ้างจับหัวมั่งจับกลางมั่งไม่หุ้มไม่รอดก็เพลงโทษหรือว่าเข้าใจผิดมันก็เสื่อมศรัทธาหรือว่าแทนที่จะได้รับประโยชน์แก่กันและกันมันก็ไม่ได้ประโยชน์แก่กันและกันเสียอันนี้เราก็ต้องปรับปรุงขึ้นเพื่อที่จะช่วยเหลือให้ทุกคนได้รับประโยชน์ได้เห็นดีไม่ใช่เห็นแล้วสัมผัสแล้วว่าเกิดการเสื่อมศรัทธาเกิดการไม่เลื่อมใสไม่ใช่อย่างนั้นเราจะต้องพยายามกระทำให้เกิดการเริ่มใสเกิดการศรัทธาพอใจในทั้งสภาพที่เราจะเจอทุกๆสภาพ เห็นว่าแต่ละสภาพแต่ละสภาพนั้นเป็นสภาพที่สุภาพนี่ไม่ใช่เล่นภาษาสภาพที่สุภาพสภาพก็คือเราเข้าใจและความหมายของคำว่าสภาพมันเป็นอาการก็ได้กิริยาก็ได้เป็นรูปเป็นแบบเป็นองค์ประกอบอย่างนั้นอย่างนี้ก็ได้เรียกว่าเป็นสภาพนั้นๆทีนี้สภาพนั้นๆมันสุภาพมันดีเป็นภาวะที่ดีสุภาพหรือสุภาวะเนี่ยแปลว่าดีสุขแปลว่าดีภาวะหรือพาพระเป็นภาวะที่ดีไม่ใช่ภาพรูปนะไม่ใช่เห็นเป็นรูปเฉยๆภาพไม่ได้แปลว่ารูปเฉยๆแต่ถ้าเข้าใจโดยภาษา แล้วก็แปลว่ารูปได้รูปนี้คือสิ่งที่ถูกรู้วันถูกรู้อย่างหยาบถูกรู้อย่างละเอียดใดๆก็ตามแต่สิ่งที่ถูกรู้นั้นเป็นเป็นความดีสิ่งที่ถูกรู้หรือ

อ่านต่อ

ว่าเรารู้สิ่งนั้นได้โดยทางทวารตาหูจมูกลิ้นกายก็ตามหรือแม้แต่ในใจเองสภาพนั้นเรารู้ได้แล้วเห็นแล้วเข้าใจแล้วว่าอ๋ออันนี้เรียกได้ว่าดีอันนั้นเขาเรียกว่าสุภาพสภาพนี้เราจะต้องเข้าใจความหมายซ้อนลงไปแล้วก็เป็นความหมายที่ลึกซึ้งลงไปให้จริงว่าสุภาพดีที่แท้นี่คือดีอย่างไรเราเข้าใจกันอย่างกับๆกันอยู่หลายๆอันหลายๆอย่าง สภาพที่ดีหรือสภาพที่สุภาพยกตัวอย่างเช่นเราแต่งตัวพวกเรานี่แต่งตัวมาที่วัดกันอยู่เนี่ยทุกคนอย่าว่าแต่แต่งตัวมาที่วัดได้เลยจะแต่งตัวแบบนี้ไปที่อื่นอาตมาก็ขอยืนยันว่าคุณแต่งตัวสุภาพเนี่ยคุณแต่งตัวมาเนี่ยส่วนใหญ่แต่งตัวสุภาพแต่งตัวที่ไม่เปลืองแต่งตัวที่ไม่เฟ้อแต่งตัวที่ไม่หลงค่านิยมแบบโลกๆที่หลงเคืองหลงพ่อเพิ่มตกแต่งขัดกับศีลขัดกับหลักแห่งความไม่ประหยัดหรือว่าการทำลายเศรษฐกิจหรือว่าการหลงยั่วยวนกันยั่วย้อมกัน นรกเร้าเร่งเร้าปลุกให้เกิดราคะปลุกให้เกิดโทสะถ้าการแต่งตัวนั้นมันปลุกให้เกิดราคะปลุกให้เกิดโทสะสิ่งนั้นก็ใช้ไม่ได้ไม่สุภาพถ้าเราแต่งตัวสุภาพไม่ได้เป็นการแต่งเพื่อให้เร่งเร้าราคะเร่งเร้าโทสะและแต่งอย่างมีปัญญาไม่แต่งอย่างโมหะโมหะคือความหลงผิดหลงว่าเราแต่งตัวหรูๆหรานี้เป็นความดีงามอย่างนี้เป็นความโมหะแต่งตัวที่ประหยัดเป็นความไม่ดีอันนี้เป็นโมหะเราจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกอย่าหลงผิดโมหะคือความหลงผิดเมื่อเราแต่งตัวก็ไม่โมหะและเราก็ ตัวสุภาพแท้แล้วมันเป็นความสุภาพที่แท้จริงแล้วผู้ที่เข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่งลึกซึ้งมั่นใจผู้นั้นก็อาจหาญแก้วกล้าอาหารแก้วกล้าแม้แต่ที่สุดแต่งตัวอย่างนี้แล้วคุณจะไปไหนๆคุณก็แต่งไปได้ด้วยความที่เราแน่ใจว่าเราไม่ได้แต่งตัวเลวทรามแม้มันจะไม่สวยไม่งามอย่างโลกเขาสร้างค่านิยมมันหลอกกันว่าอย่างนี้สวยอย่างนี้งามอย่างนี้ก็อย่างนี้หรูอย่างนี้เขายกย่องชมเชยกันแล้วก็เป็นหลงให้มันหนักหนาให้มันวุ่นวายให้มันแข่งกันให้มันเปลืองเปลืองเปล่าเผาผลาญสิ้นแรงงานสิ้นวัตถุดิบสิ้นอะไรที่ไม่เข้าเรื่องจริง แต่งตัวแล้วก็ใส่เสื้อผ้าเพื่อกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์กัดต่อยกันอุจาดก็เราได้ทำแล้วเรียบร้อยแล้วสุภาพแล้วมันเป๊ะเปื้อนขี้เหงื่อขี้ไคลอะไรก็ซักก็ถูแล้วก็สะอาดสะอ้านดีแล้วแม้สีจะด่างแม่สีจะเปื้อนมันก็ไม่ประหลาดอะไรที่จริงมันจะเลอะนั่นเลอะนี่บ้างมันก็ไม่ประหลาดอะไรพระพุทธเจ้าท่านทำเป็นตัวอย่างโดยไปเอาน้ำเอาไปเอาผ้าที่เปื้อนน้ำเลือดน้ำหนองเปื้อนศพที่ไปห่อศพแล้วเปื้อนนั่นแหละเปื้อนน้ำเลือดน้ำหนองอะไรต่างๆนานาดังๆโดนๆอะไรท่านก็ไปเอามาซักให้สะอาดย้อมน้ำฝาดลงไปเล็กน้อยแล้วท่านก็มายุ่งมาห่มเป็นผ้าบังสกุลอย่างนี้เป็นการกระทำนำ เป็นตัวอย่างนำเป็นหลักยืนเป็นแบบอย่างอันจะดึงสังคมลงมาให้เห็นว่าคนขนาดชั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ทำตัวของท่านให้เป็นที่เคารพนับถือยกย่องเป็นปราชญ์เป็นผู้ทั้งชาญฉลาดรอบรู้และเป็นคนที่บริสุทธิ์สะอาดไม่มีความโลภไม่มีความโกรธไม่มีความหลงไม่มีความลำเอียงเห็นแก่ใครๆเป็นส่วนใหญ่กว่าสูงกว่าไม่มีมีแต่ความเห็นแก่ธรรมเห็นแก่สัจธรรมไม่ได้มีการลำเอียงไปหาใครๆไม่เพื่อใครไม่ว่าใครจะเป็นคนรวยคนจนจะเป็นคนมั่งมีคนที่เป็นภรรยาจบอะไรหรือว่าเป็นคนที่เกิดแต่ในตระกูลต่ำเกิดได้แต่ในตระกูลสูง คนอยู่ในบ้านในเมืองหรือคนอยู่ในป่าในต่างจังหวัดต่างอำเภอต่างตำบลที่ไกลการศึกษาแบบโลกๆก็ตามพระพุทธเจ้าก็ไม่เข้าข้างไม่เห็นแก่แต่ท่านจะพยายามทำให้เป็นสัจธรรมลักษณะที่พัฒนาที่พระพุทธเจ้าจึงเป็นคนเมืองเป็นคนกรุงเป็นคนอยู่ในสังคมที่เรียกว่าเป็นสังคมชั้นสูงเป็นผู้บริหารเขตแคว้นเป็นผู้บริหารบ้านเมืองเป็นผู้ที่รู้จักถ้วนทั่วโลกกว้างขวางและท่านก็ทำตัวลงมาอย่างนั้นเป็นตัวอย่างท่านไม่ได้พาเดินทางผิดท่านประธานเดินทาง เดินทางดีงามท่านยังใส่เสื้อผ้าหรือว่าใส่ผ้าที่บังสุกุลบังสุกุลแปลว่าผ้าเสื้อมอซอผ้าเสื้อที่ย้อมไปคลุกขี้ฝุ่นขี้ฝอยเขาแปลว่าเป็นผ้าเป็นผ้าบังสุกุลนี่คือภาพทุกขยะทุกขี้ฝุ่นขี้ฝอยคลุกละอองธุลีแล้วก็พลาดในคุกละอองธุลีพระที่คุณคิดไว้มันก็พาขี้ริ้วทั้งนั้นแหละมันจะเป็นผ้าอะไรอ่ะใช่มั๊ยผ้าเด็กก็ผ้าขี้ริ้วเพราะฉะนั้นคนนุ่งห่มด้วยผ้าขี้ริ้วไม่ได้เป็นคนหน้าเกลียดพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ทำตัวให้น่าเกลียดท่านทำตัวให้เคารพนับถือบูชาหน้ายกย่องบูชานับถือน่ารักสุภาพถ้าไม่ได้ทำ เลวทรามท่านทำตนให้สุภาพการนุ่งห่มด้วยผ้าขี้ริ้วเป็นความสุภาพแหมฟังแล้วก็แทบจะตีลังกานี่มันโรคไหนก็พูดกันการนุ่งห่มด้วยผ้าขี้ริ้วคือความสุภาพการนุ่งห่มด้วยการแต่งกายหวือหวาหรูหราเคืองก็เป็นการแต่งตัวที่ไม่สุภาพนี่มาจากการแย่งกันแค่ไหนมันจะต้องตีรันฟันแทงกันจะต้องปฏิเสธย้อนสวนสอนเรียกว่าสวนทางวันที่โสดทวนทางกันทวนความเห็นกันเราเคยมีความเห็นอย่างนั้นมีความเคยเห็นว่าแต่งตัวหรูๆก็ บรรดามากๆโอ้โหประดับด้วยเพชรด้วยพลอยประดับด้วยสีด้วยสันประดับด้วยของที่ต้องไปซื้อราคาแพงๆมาอันนี้เป็นความดีงามโลกยกย่องประชาชนส่วนใหญ่นับถือเอาจริงๆนะแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับไม่เห็นอย่างนั้นอาตมาพยายามเอาตัวอย่างเอาหลักฐานของพระเจ้ามายืนยันเพื่อให้เพื่อให้เห็นจริงว่าอาตมาไม่ได้พูดเอาเองอาตมาพูดมีหลักฐานอ้างอิงมีพระพุทธเจ้าพาธรรมและก็เอาเหตุปัจจัยจะพูดถึงเสื้อผ้าจะพูดถึงเรื่องแต่งตัวจะพูดถึงกินอยู่จะพูดถึงเรื่องสะสมสมบัติวัตถุจะพูดถึงเรื่องอะไรก็แล้วแต่อาตมาอ้างอิงพระพุทธเจ้ายืนยันว่าอาตมานี่เห็นจริงตามความเห็นของพระพุทธเจ้าไม่ได้เห็นตามความเห็นของคนโลกๆที่เขาหลง พระซุ้มกอโกยกุลตกแต่งประดับประดาค้านศีลค้านธรรมของพระพุทธเจ้าอาตมาแอบไม่ใช่แอบอาตมาอ้างเอาศีลธรรมของพระพุทธเจ้ามายืนยันหลักฐานด้วยว่ามันขัดแย้งกับความหมายอย่างนี้หรือเปล่าทหารยาวความหมายของศีลมันก็ใช้ไม่ได้แล้วมันไม่เป็นสภาพที่ลงตัวตามพระพุทธเจ้าพาเป็นพาทำมันก็ใช้ไม่ได้หรือว่ามันยังไม่ดีพอยังไม่สุภาพพอยังไม่สุจริตพอยังไม่สุภาพพอเราจะต้องทำตนให้เป็นผู้สุภาพผู้ฝึกจริตเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดมั่นใจเห็นจริงได้ปัญญาอันยิ่งแล้วและจิตใจของเราก็ไม่หวั่นไหวจิตใจของเราก็สบายไม่สะทกสะท้านสะเทินไม่อุทยานไม่อายไม่รำคาญใจไม่อึด ไม่ขัดเคืองไม่ลำบากใจสบายโล่งว่างอุเบกขาวางเฉยได้เราจะแต่งตนแต่งตัวนี้ไปถึงไหนๆๆๆมันก็เป็นความจริงว่าเราทำได้หรือไม่และแม่คนไหนก็จะมองเราตั้งแต่หัวถึงเท้ามองด้วยหางตาไม่กล้ามองเต็มตาหรือจะมองเต็มตาแต่ตาเบิ่งเลยบอกตกใจเลยอะไรกันวะคล้ายๆเนี่ยเห็นแล้วแปลกตาจริงๆเอ้ยอะไรกันเว้ยเนี่ยคนประเทศไหนหรือว่าคนที่ไม่น่าเป็นไปอย่างนี้เพราะความเห็นของคนนี่มันยึดนี่แหละคืออุปทานนี่แหละคือความยึดถือโดยความเห็นโดยทิฐิโดยความเข้าใจที่เขาเข้าใจนั้นอย่างหนึ่งแล้ว เข้าใจอย่างนั้นแล้วก็ไปเร่งเร้าการปลุกระดมกันให้ไปเป็นในทิศทางอย่างโล่งๆนั่นแหละคือความเดือดร้อนของสังคมเนี่ยมันมีผลอยู่แล้วทุกวันนี้แข่งขันกันแบบนี้แม้แต่คนต่างจังหวัดอยู่น้องนางบ้านนาก็พยายามแหมเปิดวิทยุโฆษณากันก็ปลุกระดมมอมเมาก็จะต้องอย่างนี้ได้งามแท้สวยแท้หรูแท้โก้แท้ชั้นสูงแท้ระดมปลูกให้หลงปลุกให้เชื่อถือแล้วคนที่ไม่มีความรู้คนที่ไม่มีใครบอกใครสอนอยู่ต่างจังหวัดก็นึกว่าคนในกลุ่มนี้เป็นคนเลิศประเสริฐนี่เขาโฆษณากันมาแต่ในกรุงชนะคนที่เขาเรียนมาสูงๆบางคนไปต่างประเทศประเทศมาแล้วก็เอาวัฒนธรรมต่างประเทศต้นมาแล้วเขาบอกอย่างนี้สูงๆ อย่างนี้เลิศลอยนะตามกันไปทำให้เราเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทำให้เราต้องเป็นภาระทำให้เราต้องเสาะแสวงหาสิ่งที่เกินเฟ้อเราเรียกว่ากิเลสกิเลสคือความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยที่เกินความจำเป็นของชีวิตที่แท้จริงเราเรียกมันว่ากิเลสทั้งสิ้นเพราะเราได้นุ่งห่มอย่างสุภาพสะอาดสะอ้านเรียบร้อยดีแล้วแม้จะเป็นผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าคลุกฝุ่นที่ฝอยอย่างพระพุทธเจ้าว่าท่านสรรเสริญคนนุ่งผ้าบังสุกุลใครไม่ชมพระพุทธเจ้าชมคำเดียวในอาตมาว่ามันมีค่ามากเหลือเกินพระพุทธเจ้าสรรเสริญหรือพระพุทธเจ้าชมเนี่ยอาตมาว่าดีกว่าคนอีกตั้งล้านคนชมนะอาตมาว่างี้นะใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอาตมาไม่ การทำความคิดอาตมาไม่ไปบังคับความคิดของใครไม่ไปไม่ไปเรียกว่าไม่ไปบังคับให้มาเห็นตามใครจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ฟังดูพระพุทธเจ้าท่านชมท่านสรรเสริญคนทำอย่างนี้คนเป็นอย่างนี้เนี่ยมันมีทิศทางที่ดีไหมถ้าสิ่งใดพระพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าพาชี้บอกว่าจงเป็นอย่างนั้นเถอะยังจงเป็นอย่างโน้นเถอะอย่าเป็นอย่างนี้เลยมามาทำกันอย่างนี้เถอะอย่างเราพาทำอย่างเราอย่างพระพุทธเจ้าพาทำอย่างท่านพาสาวกที่เห็นด้วยธรรมอย่างท่านพาพวกอุบาสกอุบาสิกาที่เป็นพระอริยะที่เป็นผู้ติดรถละนายคลายวางจางลงมาได้ไม่เฟ้อไม่ฟุ้งเหมือนอย่างชาวโลกนี้ลงมาได้มาทำอย่างนี้เถอะเมื่อพระพุทธเจ้าพา อย่างนี้ท่านพาเราตกเหวตกคลองหรือท่านพาเราไปตกต่ำเป็นเลวทรามหรือพระศาสนาพาเลวทรามอาตมาก็ไม่ไปจริงๆเหมือนกันแต่อาตมาว่าพระพุทธเจ้าไม่พาคนไปเลวทรามนะพระพุทธเจ้าจะพาคนไปสบายจะพาคนไปอย่างที่มีประโยชน์อย่างที่ไม่ทุกข์ร้อนอย่างที่ไม่เผาผลาญทำลายอย่างที่ไม่หลงฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเหน็ดเหนื่อยเป็นภาระเผาผลาญท่านจะไม่พาไปอย่างนั้นเฮียลองพิจารณาด้วยปัญญาอาตมาชี้แง่ของปัญญาให้เห็นให้คิดให้พิจารณาดูแล้วคุณจะมั่นใจคุณจะเกิดศรัทธาคุณจะเกิดวิริยะสติสมาธิปัญญา คุณจะโกรธจริงๆเกิดศรัทธาเลื่อมใสเชื่อถือเกิดวิริยะแม้มันจะฝืนใจเราก็จะมาหัดมาฝึกฝึกตนอย่างที่เราพากันทำเนี่ยตัวอย่างพระพุทธเจ้าพาทำที่อาตมายืนยันว่าพระพุทธเจ้าพาทำอย่างนี้นะเรามาฝึกมหาชนเราเกิดมีวิริยะต้องเพี้ยนนะต้องสู้พากเพียรทำทนทำอดทนข่มขืนทำนะถ้าไม่อดทนข่มขืนฝึกหัดฝึกปรือเข้าโอ้ยมันไม่ได้หรอกมันทวนกระแสโลกจริงๆทวนทวนจริงๆมันก็บอกว่าเราได้ฝึกปรือมีวิริยะอุตสาหะเราจะเกิดสติสัมปชัญญะเมื่อเกิดสติรู้ตัวเออตัวเราเป็นอย่างนี้จริงตามที่เราเจตนาคนอื่นมามองมาสัมผัสและเขาก็เกิดปฏิกิริยาอย่างน้อยอย่างนี้เราก็จะรู้เราเองเราหวั่นไหวแม้เราไม่หวั่นไหวยิ้มแย้มต้อน องอาจเจ้ากล้าไม่สะทกสะเทือนสะท้านอะไรเลยไม่สะทกสะท้านอะไรเลยพรั่งพร้อมที่จะถ้าเผื่อผจญหรือประจันหน้าหรือว่ามีช่องมีโอกาสเราจะทำความเข้าใจกับคนที่เขามองเราตั้งแต่หัวตาถึงหางตาเนี่ยเราจะเข้าทำความเข้าใจกับเขาได้เสียด้วยนะในจุดดีที่เราเห็นว่ามันดีอย่างนี้นะอย่างนี้เป็นความดีงามอย่างนี้อย่างนี้เป็นความถูกต้องแล้วนะคุณมองนี่มองอย่างที่เรียกว่าคุณยังเข้าใจไม่ได้คุณยังมองอย่างที่เรียกว่าเห็นว่าเราทำไม่ถูกต้องอย่างเงี้ยเราจะพูดให้คุณฟังได้เลยว่าเราทำถูกต้องแล้วเรากำลังทำเพื่อเป็นเอ่อเลขปากคำโลกด้วยและการกระทำของเรานี่เป็นความเมตตาค้ำจุนโลกด้วย เมตตาคือพยายามที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจมาเห็นแล้วมาเป็นอย่างที่เราเป็นกันนี่เถอะถ้าเราไปเป็นอย่างที่คุณเป็นนั่นมันพากันเดินทางไปในทิศทางที่เดือดร้อนแย่งชิงเผาผลาญทำลายแล้วมันก็สังคมก็เดือดร้อนอย่างทุกวันนี้ที่เป็นอยู่เนี่ยสังคมทุกวันนี้ไม่ได้เดือดร้อนเพราะอะไรเพราะโมหะพระอวิชชาเพราะความหลงเข้าใจผิดในค่านิยมของโลกเราไปหลงรสนิยมโลกโลกไปหลงอย่างโลกๆเขานิยมกันนี่หว่าถ้ารสนิยมอย่างรอบโลกเราจึงไปทำอย่างคนโลกๆกันไปหมดแล้วไม่ถ่วงไม่ดึงไม่มีอะไรถ่วงกันทุกคนไปเห็นผิดไปเห็นอย่างโลกว่าเป็นค่านิยมที่น่านิยมหมด กลับกันไปหมดเลยนะมันเป็นความคิดที่กลับกันเหมือนเราเมื่อเรามั่นใจแล้วเราเป็นไปได้จริงแล้วเราก็จะอ่านแล้วกล้าแล้วก็เป็นคนอย่างนี้เขาจะว่าเราก็ช่างเราไม่ได้เป็นคนอย่างที่เขาว่าเขาจะว่าเราเนี่ยเป็นคนเหมือนกับคนไม่เสียเวลาอะไรเป็นคนไม่ไม่รุ่งเรืองหรือว่าไม่โกงเกมในสังคมไม่อะไรเขาจะเรียกว่าอะไรมันไม่ทับเทียมมันไม่ชัดเทียมกันสังคมแต่จะบอกให้วันนี้แหละเราเป็นพวกสุภาพที่ไร้เทียมทานใช้สำนวนจะทันสมัยซะด้วยเป็นความสุภาพที่ไร้เทียม ไม่ใช่กระบี่นะไอ้กระบี่ไร้เทียมทานกระบี่เก่งที่จะพยายามห้าวหาญปราบอะไรต่ออะไรลงมาให้ได้อ้าวก็บอกว่ากระบี่ไร้เทียมทานแต่ของเรานี่เป็นความสุภาพที่ไร้เทียมทานเป็นความสุภาพที่ถ้าเราเป็นกำลังแล้วคนอื่นจะสู้เราไม่ได้เรียกว่าไร้เทียมทานคนอื่นจะไม่มารบหลู่คนอื่นจะไม่แกล้งมาประชดประชันแดกดันว่ากล่าวว่ากราดอะไรมีแต่คนพอไปที่ไหนสภาพอย่างนี้จะมีฤทธิ์มีแรงจนกระทั่งคนเขาจะนับถือและสงบหดหู่ลดจะไม่มาแบ่ง ได้เราเนี่ยจะกลายเป็นอำนาจจะกลายเป็นสิ่งที่เหนือโดยไม่จำเป็นต้องแบ่งข่มแต่เป็นสภาพถิ่นเหนือทำให้คนอื่นเขาเกรงใจทำให้คนอื่นเขายอมรับว่าอย่างนี้เป็นสภาพที่คนเก่งเท่านั้นที่ทำได้จึงเรียกว่าไร้เทียมทานคนไม่เก่งทำอย่างนี้ไม่ได้แล้วคุณแต่งตัวอย่างนี้ออกไปข้างนอกสังคมนี่แล้วคุณก็ไม่สะทกสะท้านสะเทือนหรือแม้แต่สะทกสะท้านแต่คุณก็ฝึกอย่างจิตของเรายังไม่ปกติเรียกว่าเราใช้ศีลข้อนี้นี่ศีลข้อนี้ศีลข้อมาลาคันธะวิเลปะนะหรือว่าข้อวิจารณ์ผมก็ได้เป็นเครื่องอุปโภคไม่ใช่เครื่องบริโภคเครื่องอุปโภคที่เรากำหนดที่เราจำกัดที่จะใช้ในส่วนที่เรา ประมาณแล้วอย่างนี้ดีแล้วคุณก็พยายามฝึกตนให้มันเป็นปกติเรียกว่าศีลมันยังมีจิตที่ยังหวั่นไหวยังไม่สงบเรียกว่ามันยังไม่ปกติจนจิตเราจะสงบแล้วเกิดปัญญาเข้าใจจริงๆว่าเราทำนี้เป็นความดีงามเราไม่ได้ทำความเลวทรามอะไรและทำนี้เพื่อสังคมหรือไม่เพื่อสังคมจริงๆเพื่อถ่วงดุลสังคมต้องมีต้องการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจเราพาทำกันอย่างนี้ไม่ใช่การที่จะไปทำให้เศรษฐกิจฟุ้งเฟ้อหรือเดือดร้อนเลยเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยตรงรัฐเร็วอาตมาขอยืนยันก่อนอื่นคุณพัฒนาตนคุณได้แล้วเศรษฐกิจ คนดีแล้วได้ทันทีเดี๋ยวนี้หมู่กลุ่มมาช่วยกันมาเป็นอย่างนี้อีกก็จะพัฒนาหมู่กลุ่มหมู่กลุ่มนี่แหละคือสังคมจากหมู่กลุ่มเล็กกลายเป็นหมู่กลุ่มใหญ่เมื่อหมู่กลุ่มใหญ่เป็นอย่างนี้ได้ก็จะมีอำนาจไร้เทียมทานจะมีอำนาจท้ายเทียมทานจริงๆแล้วมันก็จะทำให้คนอื่นเขายอมรับว่ามีเหตุผลที่เรานุ่งห่มอย่างนี้เราเป็นอย่างนี้เรามีเหตุผลอะไรพวกคุณก็ค่อยเข้าใจไปเรื่อยๆวันนี้เป็นความสุภาพนะขนาดคุณแต่งตัวมอซอหรือแต่งตัวด้วยผ้าบังสุกุลแต่งตัวที่เป็นผ้าขี้ริ้วอย่างนี้พฤติกรรมของคุณจิตใจของคุณกายกรรมก็ดีว่ากี่กรรมคนดีมโนกรรมของคุณก็ดีมันเลวลงหรืออาตมาว่ากลับจะไม่เลวนะมันจะไม่หยิบโย่ง มันจะไม่เป็นผู้ดีตีนแดงตะแคงตีนเดินมันจะกลายเป็นคนแคล่วคล่องทะมัดทะแมงเป็นคนที่ทำอะไรก็ได้อย่างเราสุดท้ายนางภาษาบาลีเรียกว่ารหัสท้านางแคล่วคล่องเบาเบากายเบาใจเวลาคุณแต่งอย่างง้วนแต่งอย่างนี้อยู่นี่ปิ้วๆอยู่อย่างนี้คุณหนักกายหนักใจนะแม้จะทำให้กลัวจะยับจะทำให้กลัวจะเปื้อนจะทำก็กลัวจะเกลียดใครเป็นคนกรีดกรายร้ายแรงงานไร้ค่าไร้คุณจริงๆคุณสังเกตตัวคุณเถอะคุณสังเกตดูแล้วจะกลายเป็นอะไรกลายเป็นเจ้าเป็นนายโดยไม่ใช่ได้เป็นเจ้าเป็นนายอย่างมีประสิทธิภาพแต่กลายเป็นเจ้าเป็นนายด้วยการใช้เครื่องทรงประกอบคุ้มครองนี้ กลายเป็นปีกไก่ชี้นิ้วทำอะไรก็ได้ทำอะไรก็ที่จริงไม่เป็นแล้วจะใช้คนอื่นไอ้คนนั้นจะใช้คนอื่นยังไม่ดีอะไรค่านิยมในการจะกลายไปเป็นเจ้าเป็นนายเลยจะชี้นิ้วใช้คนอื่นแล้วตัวเองก็ทำอะไรไม่เป็นช่วยตัวเองก็ไม่ได้อย่างนี้รับที่แบบนี้มันเลวมาแต่ต้นจนปลายแต่สมัยไหนจนกระทั่งสมัยนี้หรือจะอีกไปอีกกี่โลกกี่ยามนอนมันก็เป็นเรื่องของความเร็วมันไม่ใช่เรื่องของความดีงามอะไรหรอกลักษณะอย่างนี้ลักษณะที่คนมีประสิทธิภาพมีความไม่ต้องลำบากลำบนอะไรไม่ต้องกรีดกรายอะไรถ้าเราแต่งตัวมอซอหรือแต่งตัวด้วยผ้าขี้ริ้วลักษณะอย่างนี้แล้วนี่โอ้มันง่ายจะทำอะไรก็ง่ายมันไม่ไม่ไม่ไม่เดือดร้อนเลยจึงเรียกว่าแค่ออกช่องระ ม้านั่งมีพลังถ้าเผื่อว่าแต่งตัวหุ้มข้อด้วยอย่างนั้นได้หยิบโยงเวลาจะไปช่วยเขาเข็นจะไปช่วยเขายกจะไปช่วยเขาดูมันทำได้เต็มกำลังที่ไหนไม่เต็มกำลังไม่มีพลังมันไม่เป็นสภาพที่ลงตัวเป็นเครื่องอยู่อาหารละนี่แปลว่าเครื่องอยู่อาหารนี่แปลว่าเครื่องอยู่มันไม่เป็นส่วนประกอบของอาหารอันเอกผู้ใดมีอาหารอันเอกเรียกว่าอาหารชนิดเดียวชนิดหนึ่งตรงกันกับปัญญาอันสุดยอดตรงกันกับปราชญ์อย่างพระพุทธเจ้าเห็นเนี่ยเรากำลังอธิบายนี้ก็ไปอย่างปัญญาอย่างพระพุทธเจ้าเห็นแล้วท่านก็พาเราทำอย่างนี้ผู้ใดกระทำได้ผู้นั้นจะแคล่วคล่องมีพลังเป็นอยู่ผาสุกใครจะมาเรียนฉันใครจะมาลบหลู่ใครจะมาดู นินทาว่าแล้วว่าร้ายแต่เราไม่ได้เลวเราไม่ได้ร้ายจริงเรากลับเป็นคนมีประโยชน์ก็กลับเป็นคนคล่องแคล่วเป็นคนช่วยบีบช่วยจับช่วยถือช่วยแบกช่วยหามหรือว่าเป็นคนไม่ผลาญเป็นคนไม่เปลืองเป็นคนไม่ถือตัวถือตนยกตัวยกตนเป็นเจ้าเป็นนายเอาเปรียบเอารัดยงยงยองๆอยู่บนหัวคนเราไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นไม่มีศักดินาไม่มีเจ้าอำนาจเจ้าใหญ่เจ้าโตอะไรมันเป็นความดีงามของมนุษย์ในสังคมเป็นความเสมอภาคเป็นความที่มีพลังมีความสามารถมีสมรรถภาพมีประโยชน์เกื้อกูลผู้อื่นลักษณะอย่างนี้เป็นลักษณะดี เป็นลักษณะที่เราต้องการหรืออาตมาคิดว่าอย่าว่าแต่เราเลยถ้าผู้ที่มีปัญญาด้วยกันพูดกันก็จะเห็นได้ว่านี่เป็นสิ่งที่เราต้องการในมนุษย์ชาติตัวเราก็ด้วยสังคมก็ต้องการสิ่งนี้เหลือเกินไม่ใช่ไปหลงค่านิยมหยิบค่านิยมหยิบโยงกรีกรายใช้อำนาจกดขี่เดี๋ยวนี้ก็สู้ต่อสู้กันอย่างไรดีต่อสู้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมอย่างนั้นเป็นลักษณะที่ไม่เป็นธรรมนั้นเป็นอำนาจที่ไม่มีธรรมอำนาจที่เป็นเจ้านายเป็นนายทุนเป็นศักดินาที่เขาว่ากันอยู่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่อาตมาพูดอย่างภาษาซ้ายแต่พูดอย่างสัจจะบางคนเราเนี่ยเป็นที่ได้ทำอะไรก็ไม่เป็นถ้าไม่มีค่าอะไรเลยไม่มีคุณงามความดีอะไรจริงหรอกสถาปนากันขึ้นมาง่ายๆยกย่องกันขึ้นมาโดยความไม่จริง ด้วยอำนาจที่จะต้องยอมรับนะอย่างโน้นอย่างนี้เฉยๆอันนี้ไม่ใช่ลักษณะจริงลักษณะจริงจะต้องเป็นผู้ที่มีปัญญาถ้าจะชี้ก็ชี้ด้วยปัญญาตอนนี้เรามีปัญญาคิดเราทำเองก็ทำได้ตัวเองช่วยตัวเองได้ด้วยเราทำลงมือทำไม่มีใครทำเลยเราทำได้และปัญญาเราก็สูงปัญญาเราก็ไกลคิดอ่านที่จะให้คนนั้นคนนี้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ได้อีกเยอะเพราะฉะนั้นเขายกย่องให้เราเป็นเจ้าปัญญาเป็นตัวบงการเป็นตัวสั่งมาเถอะจะทำอะไรแล้วเขาจะทำตามแน่ใจว่าการทำตามคำสั่งนั้นเป็นความดีงามเขาก็จะทำตามและผู้ที่สั่งนั้นถึงแม้ว่าไม่มีใครทำท่านจะทำเองได้ลงมือทำเองได้ทันทีเลยอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้สูงจริงเป็นผู้ใหญ่จริง ผู้มีความเก่งอย่างนี้ทุกคนก็ต้องเคารพนับถือยกย่องแล้วก็ไม่เป็นตัวอย่างอย่างกรีดกายเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าท่านเป็นนี่แหละท่านไม่กรีดกรายท่านไม่หลงเพ้อหลงอะไรต่ออะไรต่างๆจึงเป็นประโยชน์แก่สังคมสังคมตอนนี้กำลังต้องการการประหยัดการพัฒนาเศรษฐกิจต้องการการรู้แก่นสารของชีวิตแก่นสารของชีวิตที่สำคัญไม่ใช่อะไรที่ได้พอๆเพิ่มๆหน้ามันไม่ผ่องใสก็เอาแป้งมาผลัดให้มันพองมันก็แกตั้งแต่มันปลอมแล้วนี่มันปลอมแก้เลือดฝาดไม่มีเอาสีแดงมาทาเลอะเข้าจนกระทั่งไม่รู้ว่าจะต้องไปทาอะไรบ้างเลยกลายเป็นเรียกว่าศิลปะเอาสีเขียวมาแต่งเอาสีดำสีดำ เรียกว่าเป็นศิลปะไม่ใช่ศิลปะเสียเวลามันก็เอาไปๆนั้นมาปะเข้าไปแล้วก็เรียกกันว่าเป็นศิลปะคุณคิดดูซิว่าความเข้าใจของคนนี่มันเลอะเทอะไปแค่ไหนมันไม่ใช่สาระแก่นสารเลยมันเป็นเรื่องเปลืองเปล่ามันเป็นเรื่องยั่วยุกันให้เป็นหลงนิยมเป็นอุปทานและก็เอาตามตามกันไม่ใช่ฝรั่งส่งมาเขียนรูปหัวใจใส่ตรงนี้ดีไม่ดีพวกพี่เลนหน่อยก็เขียนรูปฝ่าเท้าใส่หน้ามานั่นน่ะพวกฝรั่งบ้าๆบอๆอะไรก็ทำเป็นรูปหัวใจก็ยังพอทำเนาเขียนว่าฝ่าเท้าใส่อย่างเงี้ยมันก็เลือกพิเรนอะไรอ่ะพี่เรย์ๆอย่างนี้เป็นต้นแล้วเขาก็ทำขีดมันก็เหมือนความคิดของคนป่าสมัยโบราณที่ตั้งแต่ถือ ไอ้หอกมันก็เขียนหน้าแหกหน้าเขียนมันก็บอกศิลปะเหมือนกันนั่นแหละแต่มันไม่ได้มีภาษาเรียกว่าศิลปะมันก็ศิลปะอันเดียวกันก็ไม่เข้าใจไปเปิดๆลงไปทำไมทำบรรดานั่นน่ะทำงานทำการมันก็มีเหงื่อมีใครมันก็เปื้อนฝุ่นเปื้อนนั้นเปื้อนนี้แล้วก็เช็ดถูล้างออกสะอาดผ่องอ่าสุขภาพร่างกายผิวพรรณก็ได้รับการถ่ายเทออกสะอาดไม่มีอะไรปิดอะไรบางอย่างเพราะว่าเราล้างหน้าล้างตาฝุ่นอะไรที่มันดูดมันซึมกันด้วยเหงื่อด้วยใครอะไรมันดูดกันไว้ปรับปิดบังกันไว้เหมือนกับท่อน้ำมันรกมันเลอะแล้วก็ปาดเช็ดออกเสียท่อน้ำก็สะอาดกว้างไอ้รูของรูขุมขนรูผิวหนังมันก็จะได้ถ่ายเทสุขภาพร่างกายมันก็ดี ไม่เข้าใจแล้วกลับพาเข้าไปซะอีกโปะเข้าไปโปะเข้าไปแล้วสุขภาพร่างกายมันจะไปผ่องใสแล้วมันจะเป็นสุขภาพนอกสุขภาพนายจะเจริญไม่ใช่เจริญได้ยังไงเจริญไม่ได้นี่อาตมาวิเคราะห์ให้ฟังหลายๆส่วนหลายๆอย่างพวกนี้จะเห็นสัจธรรมหรือสาระแก่นสารอันที่เรียกว่าสัจธรรมความจริงมันเป็นเนื้อหาของเหตุผลมันเป็นเนื้อหาของความจริงของสิ่งที่ไม่เฟ้อไม่เกินของสิ่งที่เป็นสภาพที่ดีงามของมนุษย์เราเกิดเป็นมนุษย์ก็จะสุขภาพกายก็ดีสุขภาพใจก็ไม่โง่ข้อสำคัญที่ว่าสุขภาพใจมันไม่ดีนี่ก็คือสุขภาพใจที่อวิชชาและสุขภาพใจที่โง่โง่ก็ไปหลงตามคนที่ไม่ใช่ปลาหลอกเราคนที่เป็นปราชญ์ ถ้าไม่หลอกฉันพาไปดีท่านบอกทางดีแต่เราไม่เชื่อเราก็ไม่เชื่อพวกไม่ใช่พวกปลาหรือพวกเปรอะไปชั่วพวกไปเชื่อพวกเปรอะพวกนี้ก็พาเราเปรอะไปหมดเลยเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปชีวิตของเราก็ไม่เข้าใจพอเราบอกว่าเปรอะเขาหาว่างามพอเราบอกว่าเรามาแต่งตัวอย่างรูปภาพขี้ริ้วก็หาว่าเราเปิดกระแสกันอยู่อย่างนี้ก็หาว่าเราเปิดเมื่อเช้านี้คุยกัน 2 คนปฏิบัติธรรมแล้วพูดคุยกันอาตมาท่านสงสัยพระสังฆราชออกจากวัดไปแล้วท่านทำไมถึงไม่ใส่รองเท้าแล้วอาตมาก็บอกว่าใช่อย่างธรรมชาติ ถ้าออกจากเขตวัดไปแล้วนี่ท่านไม่ใส่รองเท้าหรอกเพราะการไม่ใส่รองเท้าเป็นความสุภาพการใส่รองเท้าเป็นความไม่สุภาพงงก็งงกันทำไมอย่างงั้นน่ะไม่ใส่รองเท้ากลายเป็นความสุภาพใส่รองเท้าจนกลายเป็นความไม่สุภาพนั่นแหละวัฒนธรรมของคนไทยกำลังแปรเปลี่ยนไปเป็นแบบตะวันตกหรือแปลกๆเปลี่ยนไปเป็นวัฒนธรรมชาติอื่นไปใส่รองเท้าทีนี้ก็เลยยกตัวอย่างกันมามากขึ้นว่าถ้างั้นก็ใส่รองเท้าแตะก็ใส่รองเท้าส้นสูงใส่รองเท้าส้นสูงยิ่งไม่สุภาพใหญ่ใส่รองเท้าแตะสุภาพกว่าใส่รองเท้าส้นสูงยิ่งงงเติมสารเข้าไปอีก 10 ตัวเลยตอนนี้ตายแล้วว่าใส่รองเท้าแตกกลายเป็นความสุภาพใส่รองเท้าส้นสูงกลายเป็นความไม่สุภาพหรือใส่รองเท้าคัทชูกลายเป็นความไม่สุภาพยิ่งกว่ายิ่งงงยิ่งงง ยิ่งยงยกกำลังหรือว่างงเติมสออีกไม่รู้กี่ตัวทำไมมันเป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นการดัดจริตเป็นการที่ทรมานจากธรรมชาติไอ้ธรรมดาคนเรานี่อยู่ในศูนย์ถ่วงหรืออยู่ใน Gravity ที่พื้นธรรมดานี่พื้นราบก็เหยียบไปที่ 2 เท้า 2 พื้นแบนๆๆเนี่ยมันก็เป็นการเป็นไปตามธรรมชาติที่สบายแล้วเอาไปกระโดดกระเดื่องขึ้นมาให้รองเท้ามันเหลือแต่ปลายไปจิ้มๆทั้งๆที่น้ำหนักที่ลงกับพื้นเนี่ยมันน้ำหนักที่ส้นเท้านะปลาเราไปยกเสื้อผ้ามันก็เดินขึ้นไปอีกและแถมไม่พอมันโง่เข้าไปอีกหนักไปทำส้นไอ้แหลมๆเล็กๆซึ่งในการที่จะสัมผัสกับพื้นนี่มีหน้ามีหน้าด้านหน้าที่สัมผัสกับพื้นเนี่ย ได้ยังน้าๆกว้างๆสบายๆศูนย์ถ่วงที่ตัวเราใหญ่เลยนะแล้วก็มีพื้นระนาบที่มันตัวใหญ่พอๆกันหรือว่าไม่พอกันมันก็ใหญ่เป็นส้นเท้าที่มันก็ใช้ปร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน