231209 แก่นสารของมนุษย์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ก043.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์156 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ปล่อยเป็นการแสดงธรรมเรื่องแก่นสารของมนุษย์โดยพ่อท่านโพธิรักษ์ณพุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้ถ้าเราจะมาพูดกันอีกเพลงกันอีกเราใช้เวลาเรียนด้วยชีวิตแล้วก็ชีวิตก็ควรจะได้สิ่งนี้ตัวเราเกิดมาเราก็มุ่งหมายที่จะมาเป็นผู้ที่ได้รับความสบายได้รับความสุขหรือว่าไม่มีทุกข์เป็นผู้ฉลาดเป็นผู้รู้เท่าทันไม่ใช่เป็นผู้ ที่หลงไปกับสิ่งที่กระจู๋ทายางละเมอเพ้อพกถ้าเผื่อว่าไม่เป็นผู้ที่เสาะแสวงหาหรือไม่เป็นผู้ที่จะใฝ่ใจในชีวิตคนเราก็จะล่องลอยไปกับกระแสของมนุษย์ธรรมดาธรรมดาหรือว่าปุถุชนหรือว่าคนธรรมดาสามัญก็จะต้องลอยไปอย่างที่เป็นกันหลงใหลแม้แต่ความสุขก็เป็นความสุขจอมปลอมพยายามแสวงหาหรือว่าหาสิ่งที่ตนเองเข้าใจปลอมๆเข้าใจง่ายๆตามที่โลกเขาบอกเขาพาเป็นว่าอย่างนี้ ได้อย่างนี้มาเป็นอย่างนี้มาอยู่อย่างนี้สบายเป็นความสุขดิ้นรนศรีแสวงสิแล้วก็เหน็ดเหนื่อยหนักหนาทำให้เราจะต้องทั้งเผาผลาญทั้งจดจำและก็สะสมเอาปัญญาขี้กะโลโทรเป็นปัญญาที่เป็นมายาปลอมๆเปลี่ยนแปลงใส่เข้าไปในจิตแล้วก็วันคืนก็ผ่านไปไล่จับเงาหรือว่าเป็นไปตามมายาอย่างนั้นอยู่แล้วแล้วก็โชว์หน้าตาปีมนุษย์ก็เป็นอยู่อย่างนั้นถ้าไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ติ๊กชีโร่อุจจาระอันชัดแจ้งบอกให้เห็นความจริงว่าชีวิตมนุษย์ไม่จำเป็นจะต้องไปที่ใดถาโถมจอมทะยานอะไรอยู่ตัวอย่างที่เขาเป็นกันอยู่อย่างนั้นเอาชีวิตมาศึกษาล้างความเข้าใจเก่าๆและอุปทานรถความต่อต้องการหรือความอยากเสพจากสัมผัสอยากเป็นสุขอย่างรกโลกเก่าๆอย่างมนุษย์หรือว่ายังเคยที่เราเคยเป็นมนุษย์อย่างเคยเคยที่เป็นอย่างนั้นถ้าเราไม่ได้เรียนรู้ไม่ได้มาฝึกปรือไม่ได้มาลดล้างลองดูเราจะไม่เชื่อ พิษณุโลกยังโชคดีอยู่ส่วนหนึ่งที่มีสัจธรรมพวกนี้อยู่จึงพอจะรู้กันพอจะมีทางแสวงหาหรือว่าเดินมาสู่ทิศทางนี้ได้บ้าง

อ่านต่อ

ถ้าโลกไม่มีสัจธรรมนี้ไม่มีจอมศาสดาไอ้ค้นพบทิศทางอย่างนี้ไว้แล้วก็อธิบายไว้พูดกันบ้างเปล่ากันบ้างอย่างน้อยก็ได้ยินเกษียณก็สายไม่ใช่ว่ามืดบอดไม่ใช่ว่าจมทางอยู่ในทางโลกมืดๆดำๆหนักเข้าก็เป็นดำปริศนากันอยู่อย่างนั้นไม่ใช่แต่มันมีทางได้เมื่อไม่กี่วันวันนี้ได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ไม่ใช่ข่าวหรอกเป็นบท คำที่เขาเอาความจริงของประเทศซึ่งมีคนในประเทศนั้นแล้วเขาเป็นอยู่ยังไงเขาเอามาประมวลลงมาขณะนี้ก็ติดอยู่ในแผนที่ข่าวเราถ้าใครสนใจดีๆอ่านดูเป็นบทความที่เขาประมูลถึงความรู้สึกหรือบทบาทความเป็นไปของชีวิตในคนประเทศประเทศหนึ่งคือประเทศสวีเดนคนอยู่ในประเทศสวีเดนนั่นน่ะเขากำลังเป็นอะไรเขากำลังเป็นทุกข์ทุกข์เพราะอะไรทุกข์เพราะบ้านเมืองของ มันมีมากไปมันอยากได้อะไรมันก็ครบพร้อมเงินก็มีข้าวของก็มีสมบัติก็มีอิสระเสรีภาพอะไรต่ออะไรต่างๆนานาที่เขาเองเขาคิดว่าเขาจะได้ทั้งด้านวัตถุเป็นอิสระทางวัตถุนะมีแต่ศีลธรรมเลวลงศีลไม่มีคำโกหกเต็มบ้านเต็มเมืองการหลีกเลี่ยงเต็มบ้านเต็มเมืองขึ้นหลีกเลี่ยงอะไรหลีกเลี่ยงจะไม่ทำงานหลีกเลี่ยงซ่อนแสงเอาเปรียบจากรุนแรงเรื่องการรุนแรง ทุกคนมีอิสระเสรีภาพที่จะทำอะไรต่ออะไรในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องสนุกสนานทางด้านโรคโลกโลกีย์ได้เต็มที่แต่เขากำลังทุกข์กำลังเป็นทุกข์กันเพราะรัฐบาลให้อะไรต่ออะไรเขามากเกินไปซึ่งเป็นโรคอีกโรคหนึ่งซึ่งเป็นความรู้สึกของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขามีวัตถุมากเพียงพอก็สมบูรณ์ในวัตถุแต่เขาก็เป็นทุกข์เหมือนบ้านเศรษฐีเป็นเศษที่มีอะไรพร้อมแต่ไม่รู้จักบทบาทของจิตวิญญาณไม่รู้จักความจริงของจิตวิญญาณไม่รู้สุข รู้ทุกข์ไม่รู้บาปไม่รู้บุญไม่รู้ความจริงคืออะไรที่เป็นโรคอีกโรคหนึ่งหรือเป็นหมู่คนในกลุ่มหนึ่งที่เป็นความจริงเดี๋ยวนี้ประเทศหลายประเทศสังคมหลายสังคมเขากำลังดิ้นรนไปสู่จุดนี้ได้รวมไปสู่จุดให้มีวัตถุประสงค์พร้อมเพรียงสะพัดกันหมุนเวียนถึงซึ่งจัดโดยกลุ่มผู้บริหารหรือเรียกว่ารัฐบาลรัฐบาลก็จัดได้ก็สามารถที่จะทำกำแพงภาษีมากพอคนที่ทำงานแล้วก็เอามาเสียภาษีหรือเอามาให้เข้ากองกลางมีจำนวนมากเพียงพอคนก็จะต้องพยายามถูกอำนาจ ส่วนหนึ่งบังคับให้ทำงานให้เพียงพอเพื่อที่จะเหลือส่วนที่เหลือนั้นไว้กินไว้ใช้นอกนั้นก็จ่ายมาไว้เลี้ยงส่วนกลางเรียกว่าเอามาจ่ายภาษีผู้ที่บริหารจัดแบ่งส่วนกลางที่ได้เข้ากองกลางนี้ก็จัดแบ่งเฉลี่ยออกไปเป็นสวัสดิการและออกไปให้แก่ผู้ที่เขาทำไม่เพียงพอเพราะฉะนั้นเมื่อส่วนกลางได้รับผลประโยชน์จากพลเมืองมากเพียงพอก็สามารถที่จะสัมผัสส่วนกลางนี้ออกไปสู่พลเมืองผู้ที่ขาดแคลนโดยเฉพาะคนที่จัดสรรมาเป็นระดับระดับหรือว่าเป็นพิการบ้าง คนป่วยคนเจ็บเป็นคนที่ไร้สมรรถภาพคนที่อ่อนแออะไรต่างๆนานาก็เป็นสวัสดิการเป็นการจัดสรรความเสมอภาคหรือบทความเฉลี่ยให้ได้ถ้วนทั่วถึงกันก็เป็นได้จัดการกันจัดสรรกันก็เป็นได้เพราะฉะนั้นในประเทศสวีเดนเขาเนี่ยใครจะไม่ทำงานอะไรจะอยู่ชีวิตไปวันๆนึงกินอยู่หลับนอนแล้วก็มีกินมีอยู่ไปตลอดชีวิตไม่ต้องทำอะไรแต่ต้องตรงโกหกเพราะว่าเขาก็มีหลักการของความจริงเหมือนกันว่าถ้าคนไม่พิการไม่เจ็บป่วยไม่มีอะไรเขาก็จะต้องทำงานจนมีงานมีการเข้าหางานให้มีงานให้ใครได้เท่าไหร่ก็เสียภาษีตาม ที่เป็นนั้นจริงๆหากขึ้นมาภาษีแพงภาษีตั้งแต่ 75% ลดหย่อนลงมาจนกระทั่งถึง 40 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปภาษีไม่ใช่อย่างที่เราเป็นกันอยู่ทุกวันนี้ภาษีของเมืองไทยเรานี่ภาษี 30 20 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง 50% ก็แบ่งเฉลี่ยกันยังเบียดเกษียณทุกอย่างแล้วก็มีทางเลี่ยงกันได้ทุกอย่างมากมายไม่เหมือนกันเขามีวัตถุเพียงพอเขามีของทรัพยากรในประเทศมากพออุดมสมบูรณ์และเขาก็พยายามที่จะกระทำกันออกมาแต่ก็ เลี้ยงดูกันก็สุขสมบูรณ์ดีด้วยวัตถุแต่พวกเราไม่ประเทืองปัญญาไม่เกิดความเจริญทางปัญญามันก็เซ็งประชาชนหนุ่มสาวของสวีเดนสมัยนี้รุ่นนี้เขาพัฒนามาประมาณ 50 ปีประเทศสวีเดนนี้พัฒนาประเทศของเขามา 50 ปีประชาชนของเขามีอยู่มีกินแต่มีทุกข์และจิตใจของเขาก็เซ็งไม่พัฒนาไม่ก้าวหน้าไม่เจริญไปด้วยคุณแห่งศีลคุณแห่งธรรมไม่เจริญมีแต่รถเป็นไปด้วยความโกหกเอารัฐ บำรุงกามารมณ์ใครปรารถนาอะไรก็ต้องการอะไรก็พยายามพลิกแพลงทำเอาต่างๆนานาแล้วจะเห็นได้ว่าอิสระเสรีภาพที่แท้จริงนั้นลดลงลดลงจะทำอะไรต่ออะไรก็จะมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองบริหารคอยดูคอยแลคนนั้นทำมนุษย์ทำวันนี้นี้จดทำผิดกฎนอกกฎนอกระเบียบอะไรก็ได้ต่างๆนานามากมายจุกจิกจู้จี้ไปหมดเขาบอกว่าคนนี้ทำไมเกิดมาเป็นคนจะต้องมีคนคอยจดตั้งจู้จี้มีอะไรกันตลอดเวลานะเขาว่างั้นพวกคนในที่นั้นจึงเป็นความทุกข์ชนิดที่เขาไม่รู้ตัวอีกชื่อฟังก็พยายามใช้ความชัดเจนอ่านหรือว่าคนเรานี่มันดิ้นรนดิ้นรนพยายามที่จะได้ ไอ้ตะไลขึ้นมาพยายามที่จะมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาซึ่งมีแล้วได้แล้วมันก็ไม่ได้มีความสุขหรือว่าไม่ได้มีความประเสริฐอะไรนักหนาเพราะทิศทางมันก็มีให้เราเลือกดูความฉลาดในทางความคิดเอารัดเอาเปรียบแบบคนธรรมดาส่วนใหญ่ในโลกคิดถึงจะต้องมีปัญญามีความสามารถสูงแล้วก็กอบโกยวัตถุไว้เป็นส่วนตัวให้มากๆไม่ต้องไปถูกรัฐแบ่งเอาไปมากๆตัวเองสามารถที่จะกอบโกยไว้ได้มองมาโดยส่วนตัวเราอยากจะให้ใครก็ค่อยให้ไม่มีเสน่ห์หาก็ไม่ต้องให้ใครกอบโกยเอารัดเอาเปรียบใช้อำนาจฤทธิ์แรงของวัตถุที่เรามีนี้ แลกเปลี่ยนรถได้หรือฟาดหัวใครก็ได้อย่างนั้นแล้วก็นึกว่านั่นน่ะเป็นความสมบูรณ์พูนสุขของชีวิตเป็นประสบผลสำเร็จหรือบรรลุผลสำเร็จในชีวิตแล้วก็กินสูบดื่มเสพอยู่มีชีวิตอยู่อย่างนั้นไปตลอดตายชีวิตหนึ่งชีวิตหนึ่งแล้วก็เอาอย่างกันคนส่วนใหญ่พลเมืองส่วนใหญ่ในโลกเห็นอย่างนั้นเห็นอย่างนั้นและระบบในโลกระบบของสังคมของโลกหรือประเทศแต่ละประเทศกลุ่มหมู่คนของโลกก็เป็นระบบอย่างนั้นคือเป็นระบบให้ใช้อิสระเสรีภาพมีความขยันหมั่นเพียรฤทธิ์แรงสุจริตใครสามารถมากไม่โกงมีความขยันหมั่นเพียรมีปัญญา แรงงานมากๆเก่งๆก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ขึ้นมาได้มีทั้งระบบในการสร้างวัตถุสร้างให้มันจริงๆและมีทั้งระบบถ่ายเทเร็วกว่าการพาณิชย์การพาณิชย์เรียกว่าการถ่ายเทยักย้ายโดยการใช้ความรู้ทางตัวกลางหรือเอาความจำเป็นของมนุษย์ความฉลาดในการที่จะบวกลบคูณหารกำไรขาดทุนอะไรต่างๆนานาและเขาก็สามารถเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวยแล้วก็เอาเปรียบเอารัฐได้เปรียบมีมากมีวัตถุกินสูบดื่มเสพแล้วก็พยายามสร้างสร้างในรูปแบบลีลาอะไรต่ออะไรต่างๆ หลอกกันว่าเป็นความสุขเต้นๆก็สุขได้สัมผัสทางรูปอย่างนั้นอย่างนี้สุขแต่สัมผัสทางหูอย่างโน้นอย่างนี้สุขทำจมูกทั้งลิ้นทั้งกายสัมผัสเสียดสีครามล้อมอย่างนั้นสุขสมมุติขึ้นมาเป็นรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปพัฒนาไปต่างๆหลากหลายค่อยๆมีกระบวนการมีรูปมีร่างมีผสมเปอร์เซียผสมผสานที่เรียกว่าศิลปะศิลปะเดี๋ยวนี้อยากจะเรียกว่าศิลปะจนกระทั่งคนหมู่ 1 กลุ่มที่ศึกษาทางธรรมมานี่เขาเรียกว่าศิลปะ นี่คือความลามกศิลปะคือความสกปรกเขาเรียกว่าอย่างนั้นแล้วศิลปะนี่คือความสกปรกทั้งๆที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าศิลปะนี่เป็นมงคลอันอุดมชนิดหนึ่งแต่มันเพี้ยนเพราะมันได้ปรุงมันได้สังขารมันได้สร้างสรรค์มันได้พยายามพ่อเพิ่มเอาอะไรมาผสมผสานผสมผสานจนหลุดออกนอกตระกูลศิลปะไปแล้วฟังดีๆอันนี้ศิลปะก็คือสังขารนั้นเองมันปรุงจนกระทั่งมากไปจนกระทั่งไปหยิบเอาไอ้สิ่งที่ได้เอามาคอยเป็นเปลือกนี่ปรุงจนกระทั่งเปลือกของ จนกระทั่งได้เปลือกของเปลือกของเปลือกแล้วเอาเปลือกของเปลือกของเปลือกของเปลือกมาปรุงกันจนกระทั่งไม่มีกันและไม่มีสาระไม่มีแก่นไม่มีเนื้อกลายเป็นปรุงแต่เฉพาะสิ่งพอกสิ่งหุ้มแล้วก็พ่อหุ้มไม่รู้กี่ชั้นต้องกี่ชั้นกลายเป็นจะมายาทั้งนั้นเลยหลอกกันเอาของปลอมมาปรุงหลอกกันทั้งหมดหาแก่นมิได้หาเนื้อเชื้อไม่ได้แล้วเรียกอันนั้นว่าศิลปะชื่อเก่ามันยังอยู่กับศิลปะแต่ความจริงมันไม่เป็นแล้วเดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นแล้วเราก็ไปลงไอ้ศิลปะหรือเครื่องปรุงเรื่องดอกไม่ว่าจะเป็นรูปไม่ว่าจะเป็นรถไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเสียงสัมผัส นอกหรือแม้แต่จะไปปรุงทางจิตสร้างมโนราห์สร้างอารมณ์อัตตาซากอัตภาพปรมาตรตะบันอะไรต่างๆนานาอาจจะมันต่างๆประมาณต่างๆขึ้นมาหลอกกันลงเป็นสังขารหรือเป็นศิลปะในการสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างมาหลอกกันทั้งนั้นแต่คนทุกวันนี้ก็อาศัยเครื่องหลอกเหล่านั้นเป็นสิ่งเสวยแก่นสารเนื้อหาสาระชีวิตไม่เป็นพฤติกรรมที่มีประโยชน์อะไรชีวิตมนุษย์ทำแต่เพื่อที่จะได้สิ่งเหล่านั้นมาแลกเปลี่ยนอย่างน้อยก็ทำงานเพื่อได้สัมผัสรูปมาแลกเปลี่ยนเป็นสุขทำงานเพื่อได้สัมผัสเสียงมาแลกเปลี่ยนเป็นสุขทำงาน กลิ่นได้รถได้สัมผัสกายมาให้แก่ตนเองแลกเปลี่ยนให้แก่ตนเองและตนเองได้รับสิ่งเหล่านั้นก็ว่าเป็นสุขมีแต่อย่างนั้นไม่ใช่ทำงานเพื่องานทำงานเพื่อสร้างสรรค์ไปให้คนได้รับแล้วก็เจาะลงไปถึงว่ามนุษย์นี่น่ะได้ความประเสริฐหรือว่าได้แก่นสารอะไรไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วมันมันฟาร์มหรือว่ามันหลวมมันออกมาข้างนอกกันจนกลายเป็นชีวิตที่วงแหวนเป็นชีวิตที่เหมือนลูกปิงปองคุณโกงในเบาๆลอยๆลมๆไม่มีน้ำหนักไม่มีเนื้อ หาสาระเพราะฉะนั้นการทำงานจึงไร้สาระไม่ใช่ทำงานเพื่อพัฒนามนุษย์ไม่ใช่ทำงานเพื่อที่จะให้มนุษย์นี้อยู่ด้วยกันอย่างสันติภาพมีความสุขเย็นมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมีความเป็นเลิศเนื้อเดียวกันและมีความเป็นอยู่อย่างเอ็นดูปราณีเอื้อเฟื้อเกื้อกูลมันไม่เป็นอย่างนั้นมันกลายเป็นการสร้างในมนุษย์อยู่กันอย่างแก่งแย่งเห็นแก่ตัวเอาเปรียบเอารักจิตมันก็จะวิญญาณก็กลายเป็นจิตโรคจิตโทรสั่งแล้วก็เป็นจิตที่สั่งสมไปด้วยราคะราคะนี่เป็นกิเลส รากเหง้าถ้าเป็นลักษณะต้องการให้แก่ตนมากท่านเรียกว่าโรคชราคะที่ต้องการผลักแรงๆทะเลก็โทรศัพท์ราคะนี่คือรากเหง้าของกิเลสต้นข้าวของกิเลสอยู่ในตัวราคะแรงๆมันก็เป็นเชื้อที่ไม่ปลดปล่อยแม้แต่จะผลักออกก็คือการไม่ปลดปล่อยในการไม่หมดพยาบาลยังพยาบาลอยู่เจอหน้ากันเมื่อไหร่ก็ฟาดฟันนั่นคือราคะชนิดรากชนิดไม่ปลดปล่อยแม้แต่ความพยาบาทความโท ร้ายกาจนั่นเองไม่ปลดปล่อยก็เรียกว่าราคะแค่นั้นถ้าเกิดว่าเราไม่มีเรียนรู้ในบทบาทของจิตหรือว่าความเป็นกิเลสของจิตในลักษณะทั้งราคะโลภะโทสะแล้วไม่มารู้ความจริงก็เป็นโมหะความหลงหลงหลงหลงผิดเป็นถูกหลงสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงเป็นความจริงก็ร้องอย่างนั้นก็เพราะว่าเราได้เรียนรู้ได้แสวงหาแล้วก็ได้มาปลดปล่อยสิ่งที่มันฟาร์มสิ่งที่มันเป็นของไม่จริงมาไล่เรียงมาจนกระทั่งเราได้กล้าหาญชาญชัยเป็นคน ที่อีกชนิดหนึ่งมาจนป่านนี้นะเมียเราได้ผลิตตนและพยายามกระทำตนสั่งสมตนไอ้ตัวเราเองเนี่ยมีชีวิตก็เป็นสุขกับเขาเป็นสุขคืออะไรเป็นสุขก็คือไม่เดือดร้อนใจแล้วก็มีวัตถุเข้ามาสังเคราะห์ชีวิตเอาไว้อยู่ผ่านวันคืนเป็นไปอยู่อย่างสมบูรณ์คำว่าสมบูรณ์คำนี้ไม่ได้หมายความว่าใหญ่เกินมากเกินไม่ใช่อย่างนั้นสมบูรณ์คำนี้หมายความว่าพอดีชีวิตร่างกายแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า ไม่เจ็บป่วยไม่เอาพลาดสมบูรณ์ก็คือเอกเอกาทศรถหมายความว่าเป็นผู้ที่ได้อาหารอันเอกนั่งอยู่บนฐานอันเอกะนั่งอยู่บนฐานกันเองสถิตท่านอันยอดเยี่ยมแล้วได้อาหารกันเองและอาหารนั้นเองก็แปลเนี่ยคนเรานี่แสวงหาอาหารแล้วก็มีอาหารมาสังเคราะห์ชีวิต ไม่ได้สิ่งที่มารองรับชีวิตทางด้านวัตถุเราก็มีวัตถุนั้นมาสังเคราะห์สบายอาหารสำคัญก็ได้แก่อากาศกับอาหารที่เข้าไปสังเคราะห์ทางปากแล้วก็รักเขาไปแล้วแม่อากาศจะเป็นพิษมากแล้วแต่อากาศก็ยังพอที่จะลองเอามันยังมากฟรีก็ร้องเอามันเป็นพิษไปทั่วก็เลือกเส้นเอาสิใครจะเอาอากาศบรรยากาศไหนใครมีใจละเอียดสามารถอ่านได้ก็เอาเลือกเอาอากาศที่เป็นพิษมากเป็นพิษน้อยมันก็ใช้อ่ะจริงๆมันก็ฟอกมันก็ใช้พลังงานมากหน่อยถ้ามันเป็นพิษมากมันก็สังเคราะห์มาก คิดมากมันก็ขับพิษออกมันก็ใช้พลังงานไปส่วนนึงถ้าอากาศมันสดมันก็ได้อากาศสดมากการที่จะต้องขับพิษออกก็น้อยก็ใช้พลังงานขับดันหรือว่าสังเคราะห์อวกาศดีไว้ใช้ก็ใช้พลังงานน้อยมันก็ไปเปลืองเท่าไรแม้แต่อาหารที่กินเข้าไปอาหารที่เอาไปเลี้ยงร่างกายพอเหมาะพอดีแม้แต่สิ่งที่ใช้ประกอบเป็นข้างนอกเลยเป็นเครื่องบริโภคนอกเป็นเครื่องนุ่งห่มเป็นที่อยู่หรือเครื่องใช้ไม้สอยเราก็ไม่หลงสังขารไม่หลงก็ปรุงก็สร้างเขาแต่งมาหลอกมาล่อไม่ขอไปหามไม่รู้ว่าเป็นสุขก็ได้มามาก ได้หมดประดับเกียรติประดับชีวิตแม้แต่บ้านก็จะต้องเอาหลังใหญ่ๆประดับชูช่ออะไรเยอะๆแล้วก็อวดอ้างเขานึกว่านี่แหละเป็นสุขเป็นผลสำเร็จของชีวิตอะไรต่างๆนานาก็ไม่ต้องมันยิ่งใหญ่มันก็ยิ่งรักษายากและยิ่งต้องไปจ้างคนมากวาดมาปัดมาเช็ดมาถูดูแลอะไรต่างๆนานาสารพัดสารภีที่จะต้องเป็นภาระไม่เข้าใจความจริงอันนี้คนยิ่งเกิดมาม่ามันก็ยิ่งแย่งที่อยู่แย่งวัตถุไปแย่งกันไปแล้วก็ยังมีตัวอย่างที่จะต้องไปโออาอวดอ้างกันใครยิ่งใหญ่คนนั้นยิ่งชมกันว่าเก่งเราเป็นคนอีกหมู่นึงที่จะบอกว่าคนที่ไปแย่งสร้างบ้านใหญ่ๆแข่งกันไม่ใช่เก่ง บ้าแล้วก็พูดแรงๆกันหน่อยมันบ้าถ้าไม่พูดกันอย่างนี้ไม่หยุดน่ะไม่หยุดเมื่อไม่หยุดแล้วเป็นยังไงวัตถุน้อยลงต้นหมากรากไม้ก็ไปตัดมันมากันจนกระทั่งมันเกิดไม่ทันน้ำท่าก็ไม่มีที่จะอยู่กันแล้วแต่ก่อนนี้น้ำอาศัยอยู่ในใบไม้ใบหญ้าหมุนเวียนเป็นธรรมชาติเดี๋ยวนี้น้ำมันก็อยู่อย่างนี้อยู่ก็อยู่ในโลกนี้แหละไม่มีที่จะอยู่มันแทนที่มันจะไปสังเคราะห์อยู่ตามใบไม้ใบหญ้ากิ่งไม้กิ่งหญ้าอยู่กลางพื้นดินอะไรต่ออะไรหมุนเวียนกระจายมีพลังงานธรรมชาติจากต้นไม้สักพักสังเคราะห์แปลธาตุต่างๆเป็นอากาศเป็นไอน้ำเป็นอากาศชนิดนั้นชนิด ตานานาไม่และไม่มีแล้วต้นไม้ก็ลดน้อยลงตามสภาพต่อบรรยากาศหมุนเวียนโคจรกันอยู่เปลี่ยนแปลงไปหมดน้ำท่าก็จะท่วมเอาอากาศก็แปรปรวนไปการสังเคราะห์อากาศโดยเครื่องจักรธรรมชาติโดยดินโดยต้นไม้โดยพืชโดยสัตว์โดยคนแต่ส่วนหมดอันนี้พูดไปก็ยิ่งเยอะเมื่อไม่รู้ทุกอย่างมันก็เผาผลาญลงมาการสัมผัสไม่เท่าไม่ทันมันก็ยิ่งแย่ลงแก่นสารของโลกแก่นสารของชีวิตถูกทำลายไปหมดเรามาเป็นผู้ที่รู้ก่อนแล้วก็พยายามจัดสรรระบบ ธรรมชาติระบบที่เป็นอยู่อย่างดีโดยเราพยายามไม่ผลาญลงอุดหนุนสรรค์สร้างขึ้นให้รักต้นไม้ให้บำรุงต้นไม้เพื่อนสัตว์โลกก็ให้เขาเกิดให้เขาเป็นให้เขามีเพราะสัตว์โลกแต่ละชนิดก็คือโรงงานก็คือสิ่งที่สังเคราะห์ปัญญาอากาศของโลกแต่ละระดับแต่ละอย่างไม่เหมือนกันและมันก็จะสัมผัสมันก็จะกรองสิ่งหนึ่งเก็บเอาสิ่งหนึ่งไปถ่ายเอาสิ่งหนึ่งออกมาอยู่ในโลกน่ะมันก็จะเกิดการหมุนเวียนที่พอดีของโลกเขาไม่รู้เขาก็ทำลายกันเอามาสร้างบ้านสร้างเรือนเอามาทำโน่นทำนี่เอามันมากินสักอย่างเลยเดือนนี้สัตว์อะไรก็จะไม่มี หนักข้าวต่อๆไปมันก็มีแต่คนนี่แหละล้นโลกแล้วมันจะกินอะไรมันก็กินคนทั้งนั้นน่ะมันไม่มีเรื่องอะไรหรอกต่อไปในอนาคตมันก็ไม่มีอะไรจะกินมันก็กินคนจะไปกินอะไรสัตว์มันก็ฆ่ากันตายหมดต้นไม้มันก็เอามาต้นไม่มีไม่มีอะไรจะกินหนักเข้าก็กินกินคนกินหญ้าปลูกหญ้ากินโตๆเร็วหน่อยพื้นที่ก็น้อยลงน้อยลงเพราะเอาไปเล่นอะไรกันซะเยอะหลงใหลกันไปพวกที่มีทุนมีรอยมีเรี่ยวมีแรงก็กอบโกยไปออฟฟิศเป็นป่าเป็นโรคอะไรไปให้เขาด้วยขายไปแตะต้องฝ่ารถนั้นก็ไม่ได้เสียด้วยความกระบี่กระบี่ความแกร่งแย่งเพราะการไม่รู้ทำลายวัตถุโลกลงไปมากๆมันก็น้อยลงเพราะเรามา สารของชีวิตเรามาอยู่ไม่มีสุขโดยรู้ว่าอารมณ์จิตเราไม่ต้องไปถูกหลอกว่าจะต้องไปสร้างอารมณ์จิตเป็นวิมานบ้าบ้าบอๆเป็นเรื่องเหลวไหลอย่างที่เขาพาหลอกกันมีชีวิตอยู่จะต้องทำอารมณ์อย่างนี้นะจะต้องสร้างวิมานอย่างนี้ด้วยอุปทานจิตสร้างอุปทานหลงๆอย่างเขาหลอกจะต้องมีอารมณ์อย่างนี้จะต้องคิดอย่างนี้จะต้องเป็นจิตอย่างนี้อย่างนี้อยู่กับเขาในโลกเรารู้เท่าทันเราก็ไม่ต้องไปสร้างจิตที่จะต้องเป็นอารมณ์อย่างที่เขาเป็นในโลกเราพอแล้วมีสันโดษไม่ต้องไปหัวเราะเอิ๊กจ้างเอาเงินไปจ้างเขามาตลกให้เราหัวเราะต้องไปเสพอารมณ์ดูการบันเทิงอย่างโน้นอย่างนี้เพื่อที่จะเทียบเคียงกับระบบชีวิตของเราโอ๊ยชีวิต ยังไม่ได้ปรุงไม่ได้สร้างเท่าเขานะเขาก็ทำเป็นตัวอย่างเป็นนิทานเป็นนิยายอะไรมันหรอกว่าเห็นไหมเนี่ยคนนี้เป็นสุขอย่างนี้คนนี้หรูหราอย่างนี้คนนี้รุ่มรวยงี้คนนี้เสพอร่อยอย่างนี้เป็นตัวอย่างต่างๆนานาหาแง่หาเงินจับแง่จับเงินต่างๆที่เป็นรสชาติของโลกที่เขาสังขารปรุงเอามาปะติดปะต่อทำเป็นหนังอย่างนี้มันอย่างนี้อร่อยอย่างนี้เราไม่ได้เขานะเราก็ไม่รู้ตัวว่าไปรับเขามาก็มาคิดฝันฝันหวานๆเออเราได้เป็นอย่างเขาบ้างก็จะดีแฮะเราถ้าได้อย่างนู้นบ้างก็จะดีนะอย่างนี้มันก็จะดีไหมรับมันมาโดยเขาเจ็บประมวลเอาอะไรที่เขาสังขารที่ปรุงนั้นมาหนังนี่มันเก็บเอาเรื่องที่มันเป็นรถที่นิยมของโลกมาประมวลไว้จัดๆๆเป็นตัวอย่างใครไปนั่งดูหนังมันก็คือไปรับ กระแสที่เขาประมูลกระแสสังขารที่เขาประมวลเป็นรถของโลกเป็นอัสสาทะของโลกเอามาใส่ๆๆไว้แล้วก็ไปรับเอามาพอไปนั่งดูกันนี่เป็นรถจัดไปในทางโทรศัพท์มีรถจัดไปในทางราคะหรือโลภะในรถจัดไปในทางโมหะก็ไปประมวลรับกระแสเข้ามาเรื่อยๆแล้วก็มาสั่งสมไว้ในใจเป็นเชื้อเหมือนเชื้อหมักแล้วก็ออกฤทธิ์ค่อยๆออกฤทธิ์ออกฤทธิ์เรายังไม่ได้เรายังไม่เคยได้อย่างนี้ถึงโอกาสตอนนี้เราชักมีเงินตอนนี้เราชักมีแรงเอามั่งละวะตอนนี้ยังไม่มีแรงหาเงินหาทองก่อนสะสมกอบโกยมาให้ได้เร่งเข้าเร่งเข้าดูดเอาเงินเอาทองเอาเข้าเอาทองวัตถุที่จะมีฤทธิ์มีอำนาจเข้ามากรอกไว้ได้มากๆ แล้วจะได้เอาไปแลกเอาไปเออตอนนี้ชักถึงแล้วตอนนี้ยังไม่ถึงก็ไม่เห่าอยากได้เสพไอ้โน่นไอ้นี่ที่เขาสร้างหลอกล่อเอาไว้เป็นสังขารปรุงเป็นเครื่องที่เขาเอามาใส่ไว้ในจิตเรายังไม่มีแรงเราก็ไม่อาจหาแหละเรายังไม่มีเงินพอเรายังไม่มีฐานะพอเราก็ยังไม่อยากได้และเขารู้อยู่ว่าถึงอยากได้ไปก็เป็นทุกข์เพราะว่าเราไม่มีสมบัติธรณีเรี่ยวแรงพอจนกว่าจะลืมตาอ้าปากได้พอสมควรเอาล่ะว่าตอนนี้เราได้แล้วเงินเราก็พอเรี่ยวแรงแล้วก็พออำนาจแล้วก็พอเอามันเลยไอ้สิ่งที่มันหมักอยู่ในใจดองอยู่ในใจที่เคยไปถูกเขาเรียกว่าฉาบพ่อตราตรึงเอาไว้เป็นนิมมาน เป็นมันก็ขึ้นปรนนิบัติเป็นตราใจตรึงใจที่นี่มันก็ขึ้นเลยทีนี้อำนาจออกเลยปรินิพพานสวัสดีนี่หมายความว่ามันจะต้องเอามาให้ได้ดั่งใจคือตัวนิมมานรดีคือตัวอาสวะหรืออนุสัยหรืออุปทานที่ก้นบึ้งจิตไปรับมาเนี่ยมันออกฤทธิ์แรงจะต้องให้ได้มาด้วยอำนาจกรณีนี้ว่าสวัสดีไอ้อย่างนั้นแหละอย่างใดที่ยังไม่เคยได้หรืออย่างใดที่ตราใจเอาไว้ว่ามันต้องได้เว้ยชาติใดชาติหนึ่งเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ตามสักเวลาใดเวลาหนึ่งฉันจะต้องเอาอย่างนี้ให้ได้มันไม่หายไปมันเป็นตราใจเรียกว่าอุปทานจิตหรือวิมานในใจคุณก็มีวิมานนั้นอยู่ไม่เลือนหายไปไม่ ถ้าไม่ได้เรียนสัจธรรมไม่หายทะเบียนสัจธรรมและถึงจะรู้เท่าทันแล้วก็เลิกแม้ขณะนั้นคุณยังมาล้างตราใจที่มันอยู่ในใจของคุณนี่อาสวะและอนุสัยอีกตั้งมากกว่ามากของใหม่เราดูแลเราไม่ไปสั่งสมเราไม่ไปถูกหลอกมาอีกของเก่าก็ร้างไปล้างไปล้างไปวันหนึ่งก็หมดถ้ามันรู้ทิศทางมันรู้หลักการแล้วแน่นอนนี่ไม่รู้เรื่องเลยของเก่าก็ยังไม่ล้างจะไปเอาของใหม่มาหมักเข้าไปอีกหมักเข้าไปอีกหมักเข้าไปอีกคุณจะเกิดอีกกี่ชาติถึงจะได้สมใจหมดคนเราคิดดูสิกูจะเกิดอีกกี่ชาติมันถึงจะสมใจหมดของเก่ามันก็ยังล้างไม่หมดเลยมันยังสะสมแล้วมันยังได้มาสมใจยังไม่ครบครันเลยของใหม่ยังไปรับเอามาอีกรับเอามาอีกจะต้องเอาอย่างนั้นจะต้องเอาอย่างนี้จะต้อง เศษอย่างนู้นอย่างนั้นอะไรต่างๆนานาสารพันตายชีวิตนี้จะต้องใช้หนี้กันไปอีกกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นกี่แสนชาติวนเวียนเข้าใจให้ดีนะว่าศาสนาพุทธศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่ไม่รู้จักการเวียนว่ายตายเกิดมันเป็นความรู้ที่แท้จริงว่าคนที่มันเวียนว่ายตายเกิดสั่งสมไปด้วยอุปทานสั่งสมไปด้วยจิตวิญญาณเป็นรากเหง้าและสามารถที่จะอุดแฉได้สามารถที่จะสูญชีวิตจะเสร็จสิ้นเป็นอรหันต์ปลายสุดสมบูรณ์ไม่เกิดอีกได้ตลอดสามารถดับธาตุวิญญาณได้สนิทแน่แท้มีศูนย์และมีสืบต่อ ไม่ใช่ว่าตายแล้วชาติเดียวนี้แล้วสูญเลยไม่ใช่ไม่มีอะไรเกิดต่อไม่ใช่เกิดต่อแต่ไม่ใช่อัตตาไม่ใช่ตัวตนอย่างที่คนไม่รู้ความจริงไปเพ้อพบกันอยู่ไม่มีองค์ประกอบในการประชุมอีกมากเป็นอจินไตยเป็นเรื่องที่คิดยากแต่มันก็เป็นการสั่งสมเป็นบุญบารมีเป็นกรรมเป็นวิบากมีจริงคนตาย 0 ไม่ใช่ตายเกิดก็ไม่ได้เกิดจากที่เราคิดอีกที่ถูกอธิบายที่ถูกเชื่อมสอนมายังไม่เข้าท่าไม่ใช่ไม่ใช่สัตว์อย่างที่เราเข้าใจและไม่ใช่อุเทนไม่ใช่ตาย แล้วก็ไม่ใช่ตายเกิดแบบที่เราเข้าใจอีกเพราะเราเคยถูกอาจารย์หรือว่าผู้ที่โดนๆเดาๆหลอกมาเยอะแล้วมันเป็นอจินไตยเป็นเรื่องที่เกินคาดเกินคิดเพราะว่ามีส่วนผสมที่มากกว่าที่เรารู้คนที่รู้ได้แค่ส่วนผสมส่วนหนึ่งแล้วเอาส่วนผสมแล้วก็เป็นคนพิการมาพูดเรื่องพิการพิการให้เราฟังกันเพราะงั้นอย่าไปพูดผู้รู้แล้วไม่พูดหรอกเพราะผู้รู้มันก็เรียนรู้กันไม่ครบถ้วนเธอรู้เขาถ้วนก็อย่างพระพุทธเจ้าเราถือว่าท่านรู้จริงท่านก็ยังไม่ค่อยพูดเลยขนาดผู้รู้จริงท่านยังไม่ค่อยพูดแล้วเราไม่รู้จริงอย่าไปพูดทำไมพูดให้มันบาปบาปทำไมนอกจากกิเลสอวดดีอยากอวดดีทั้งๆที่ดียังไม่ครบครัน คนที่เขารู้รู้ดีแล้วเข้าใจดีแล้วเขาไม่พูดหรอกเขาไม่ค่อยขยายความหรอกขยายไปทำไมเพราะมันเป็นเรื่องจริงคนเราทำชั่วเนี่ยผลวิบากมันก็เป็นชั่วคนเราทำดีเนี่ยผลที่บาปมันก็เป็นดีแล้วเข้าใจง่ายๆอย่างงี้จะให้ได้เพราะฉะนั้นเรามาพิจารณาปัจจุบันนี้ว่าสิ่งนี้ดีจริงหรือไม่ดีจริงสิ่งที่ชั่วจริงหรือไม่ชั่วจริงถ้าสิ่งนี้ชั่วจริงที่สุดได้แล้วเราเลิกให้สนิทไปเลยอันนี้ดีจริงทำไปเลยทำดีจริงพิจารณาให้ชัดแม้เราทำนี้ว่าดีแล้วเนี่ยมันมีส่วนหลงอยู่หรือเปล่าถ้าหลงก็แก้อีกให้มันดียิ่งขึ้นดียิ่งขึ้นดียิ่งขึ้นแล้วก็ทำดีนี้ไปเรื่อยๆไอ้ส่วนไม่ดี ชัดๆไปเรื่อยๆนี่เป็นหลักการง่ายๆของชีวิตผู้นี้เชื่อกรรมที่พูดเนี่ยพูดผู้ใดเชื่อกรรมก็จะอย่างนี้จริงๆไม่ว่าต่อหน้าและลับหลังกรรมมันเป็นวิบากทั้งหมดตรงทั้งหมดคุณจะทำต่อหน้าคนหรือคุณจะทำลับหลังคนกรรมเป็นชั่วก็ชั่วกรรมเป็นดีก็ดีเป็นของจริงศาสนาพุทธนี่เน้นเหลือเกินเรื่องกรรมทำดีดีทำชั่วชั่วไม่ว่าต่อหน้าและลับหลังไม่มีความลับกรรมไม่มีความลับถ้าใครไม่เข้าใจจริงๆก็เลี่ยงลับหลังก็ทำกรรมชั่วต่อหน้าคนก็ทำกรรมดีแบบนั้นทำเอาหน้า กิเลสทำเบ่งเอาหน้าตัดต่อหน้าทำเอาดีลับหลังก็ทำชั่วคนไม่เข้าใจกรรมที่แท้คนเข้าใจกรรมที่แท้ต่อหน้าและลับหลังก็ทำดีชั่วต่อหน้าหรือลับหลังไม่ทำแม้ใครไม่เห็นก็ไม่ทำชั่วเพราะมันเป็นกรรมไม่ดีแล้วมันกลายเป็นมรดกจะทำเป็นทายาทกรรมเป็นเรื่องสืบต่อกรรมฐานโทกรรมเป็นตัวเกิดกับมะยมนี้กรรมพันธุ์มันจะสัมพันธ์กันไปมันจะต่อกันไปก็เรื่องของกรรมทั้งสิ้นกลับมาปฏิสนธิแล้วเราก็อาศัยนี่แหละกรรมนี่แหละจะเป็นทุกข์เป็นสุขหรือเป็นดีเป็นชั่วจะประเสริฐหรือไม่ประเสริฐก็อยู่ที่กรรมเนี่ยปฏิสนธิอันนี้อาศัยอันนี้ถ้าคนที่เห็นหน้าเห็นหน้าเห็นถ้าเห็นจริงในเรื่อง ทำแล้วนะจะพิจารณากรรมเท่านั้นพิจารณาธรรมตั้งแต่เราจะพูดจะเดินจะเหินจะกินจะอยู่จะไปจะมาจะคิดจะนึกแม้แต่ความคิดเราก็จะรู้ละเอียด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน