230529 คุณสมบัติของมหาบุรุษที่แท้-พ่อท่าน-สันติอโศก-R052.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์165 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แสดงปาฐกถาธรรมก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาอาจเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายถ้าวันนี้เป็นวันวิสาขบูชานิดหน่อยสำหรับความหมายสำคัญของเราเป็นวันเนื่องในวันที่คล้ายอย่าเข้าใจว่าวันวิสาขบูชาคือวันเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าท่านเป็นเมื่อสมัย 2,500 กว่าปีมาแล้วไม่ใช่นะเป็นคนเราคนละวันกันมัน เรียนไปงั้นแหละโลกมันก็หมุนไปทุกอย่างมันเคลื่อนไปเคลื่อนไปแต่ว่านายจับกันในนักษัตรต่างๆในความหมุนวนที่วนมาซ้ำซ้อนกันอยู่นี้มันมีอยู่ตลอดนิรันดร์กาลในความวนมาซ้ำซ้อนดูเหมือนมันคล้ายกันดูเหมือนมันเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกันซ้ำซ้อนกันแท้ๆจริงมันก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนไปเคลื่อนไปเคลื่อนไปอยู่มันจะมีของเก่าที่คล้ายๆของเก่าที่ยังยืนหลักอยู่บ้างในความวนในโลกแห่งความวนนี้มันมีอยู่จริงเอาวันนี้ก็เหมือนประหนึ่งจะวันหนึ่งในก่อนตั้ง 2,500 กว่าปีมาแล้วที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเจ้าชายสิทธัตถะเนี่ย ได้ออกบวชได้ประสูติก่อนเป็นวันเดียวกันว่าเป็นวันประสูติต่อมาก็มาตรัสรู้ต่อมาก็สิ้นชีพดับขันธ์เราเรียกว่าปรินิพพานก็เป็นวันเพ็ญเดือน 6 เนี่ยอาทิตย์นี้วันอย่างนี้เราเห็นว่าเป็นวันที่เป็นเครื่องหมายมีความหมายสำคัญๆซึ่งตรงกับวันนี้ทีนี้ปัญญาชาญฉลาดของอาจารย์หรือของผู้ที่จะพยายามเผยแพร่เผยแผ่ศาสนาพยายามที่จะเอาความสำคัญเหล่านั้นมาถ่ายทอดมันก็เป็นเครื่องหมายที่สำคัญที่ First Choice วันวิสาขบูชาจะเป็นวันสำคัญในทางศาสนาพุทธถือเป็นวรรณคดีโลกหรือเป็นวันที่เราจะต้องพยายามระลึกถึงเป็นจุดถ้ามามาถึงรอบจุดของอันนี้ก็เราควรจะระลึกถึงศาสนาระลึกถึงธรรมะพระพุทธเจ้าที่เป็นหลักเกณฑ์ที่ให้ประโยชน์แก่มนุษย์เหลือหลายสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ประกาศศาสนาออกมาแล้วก็เผยแผ่ไปให

อ่านต่อ

้ผู้คนได้รับคุณธรรมและฝึกตนได้มีคุณธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านให้พระภิกษุว่าธรรมะนี้ใครมีได้ทรงได้เป็นได้แล้วมันทำให้คนนั้นประเสริฐทำให้คนนั้นสันติทำให้สังคมสันติมากๆคนเข้าก็ยิ่งสังคมนั้นก็สันติเข้ามากๆมันเป็นความ ดีงามงานเป็นความดีงามของคุณธรรมที่ปราชญ์เอกหรือบรมศาสดานี่ได้ค้นพบเอามาให้มนุษย์ได้พึงรู้พึงประพฤติตามพึงกระทำไปจนให้เป็นอย่างนั้นอย่างนั้นเข้าคนจะได้ดีสังคมจะได้อยู่ดีเป็นความดีงามเพราะงั้นวันวิสาขบูชานี้เราเป็นพุทธศาสนิกชนที่มียี่ห้อมีชื่อลงทะเบียนจดประจำตนประจำตัวมาทีเดียวปู่ย่าตายายมาหลายชั่วคนที่เรานับถือศาสนานี้ในเมืองไทยและเราจะมีแต่ยี่ห้อนั้นไม่ควรเลยมีคนโทรมาถามที่นี่มีหลาย ทุกๆทีอ่ะโทรมาถามว่าวันวิสาขบูชาที่นี่มีอะไรไหมโทรมาถามอาตมาก็ให้ตอบไปว่าที่นี่ไม่มีอะไรคุณจงเลือกไปที่ที่มีอะไรที่เขาพยายามปรุงมาล่อคุณคุณต้องไปแต่ที่นี่ไม่มีอะไรแต่คุณควรรู้ว่าที่นี่คืออารามคือวัดคือพุทธสถานของพระสัมมาสัมพุทธที่ได้พยายามถ่ายทอดวิชาแล้วก็มีพระสาวกพยายามถ่ายทอดหรือเรียนรู้รับสืบเจตนารมณ์มาแล้วก็กระทำจิตอยู่ในวัดนี้อยู่ในพุทธสถานนี้ถ้าคุณรู้ว่าที่นี่คือพุทธสถานควรจะมีอะไรมันก็ จะมีเพราะวันสำคัญแล้วไม่มีอะไรได้อย่างไรเพราะที่นี่เราใช้ต่อไปว่าที่นี่ไม่มีอะไรแต่ใครอยากมาก็มาใครไม่อยากมาก็ไม่มาถ้าใครเห็นว่าวันสำคัญทางศาสนาแท้ๆเรายังไม่มาวัดเรายังไม่อยากมาวัดแล้ววันอื่นๆที่ไม่ใช่วันสำคัญทางศาสนาแล้วเราจะยังไงเราก็ยิ่งห่างไปเลยไกลเตลิดเปิดเปิงไปเลยเรายิ่งไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเรายิ่งไม่ได้แสดงถึงความเป็นพุทธบุตรเราควรจะมีแม้วันสำคัญที่ท่านเตือนอย่างนี้นอกจากเราจะมีความคิดอีกต่างหากว่าเอาวันสำคัญนี้คนมันมาแยะมันแน่นมันอบอ้าวหรือว่าเราเองเราจะศึกษาเราต้องการจะซักถามไล่เรียงหรือเราจะอะไรก็แล้วแต่เป็นเรื่องพิเศษเรามาแล้วไม่สะดวกเราก็ วันอื่นที่ง่ายๆสนุกๆหาโอกาสว่างๆนั่นก็เป็นความหมายอีกอันนึงแต่ถ้าวันธรรมดาอย่างนี้อย่างน้อยที่สุดเราก็ควรจะเป็นเครื่องหมายวันพระน้อยคือวันพระประจำวัน 8 ค่ำ 15 ค่ำที่เราพยายามที่จะใช้ความนิมิตหมายหรือทำเครื่องหมายว่าวันอย่างนั้นเราควรจะไปวัดกันนะเรายังมาส่วนวันวิสาขบูชาวันมาฆวันอาสาฬหบูชาวันอะไรต่างๆที่เราตั้งขึ้นมาเป็นวันนักขัตฤกษ์ใหญ่เป็นวันพระที่สำคัญๆเป็นวันเหตุการณ์พิเศษของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือเกี่ยวข้องกับศาสนาสำคัญเราก็ควรจะได้ทำความสำคัญนั้นให้ยิ่งๆขึ้นตรงนั้นที่ไหนๆจะพยายามดึงคนให้เข้าด้วยนะนโยบายว่าเขาจะมีอย่างนั้นอย่างนี้โฆษณาเผยแพร่ ไปที่จริงก็ดีก็เป็นนโยบายนะทีนี้เราเองเราก็ใช้นโยบายตีกลับเพราะคนทุกวันนี้มันชอบคิดอะไรย้อนๆแย้งๆแล้วก็บอกที่นี่ไม่มีอะไรใครจะมาก็เชิญมาใครไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาแต่แน่ล่ะมันก็ต้องพยายามมีอะไรอาตมาเคยทำวันวิสาขะหรือวันมาฆะอะไรเนี่ยพยายามพาพวกเราได้ประพฤติปฏิบัติให้มากๆขึ้นจนถึงขนาดว่าให้นั่งในสัตว์ที่นั่งบำเพ็ญปฏิบัติจึงรู้สึกว่ามันมันแรงมันแก่นั่งไปนั่งมากันก็นั่งสู้ได้นะเดือนวันอะไรวันวันมาฆบูชานี่หนาวตอนนั้นปีนั้นหนาวอยู่เลยที่นี่ ไปนั่งบนบนนี้แต่ก่อนนี้บนชานนี่ข้างบนนี้มานั่งกันคลุมผ้ากันยังมีรูปถ่ายเลยคลุมกันบางคนคลุมหัวสุดหัวเลยนะมันยิ่งดึกยิ่งหนาวนั่งกันก็แน่ใจอยู่เหมือนกันแหละว่าก็หลับไปส่วนมากก็นั่งรู้ตัวก็ทำกันแล้วก็รู้สึกว่าก็ได้ผลบ้างในรายการฝึกอดทนทำอะไรต่ออะไรกันบ้างก็เป็นเป็นกิจกรรมแต่มันได้ผลน้อยไปเราก็เลยไม่ทำอีกแล้วก็จะทำอะไรอื่นๆลองดูมีพิเศษมีอะไรต่ออะไรเช่นวันนี้ก็คิดว่าจะมีอะไรบ้างพอสมควรก็ไม่ได้ปรุงไม่ได้สร้างไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมายจนกระทั่งเอามาเป็นสิ่งโฆษณาชวนให้มากันอะไรมากมายนักหรอกนะ ก็ทำไปตามปกติแต่ก็จะมีพิเศษอยู่ในตัวของมันเองเช่นว่าได้อย่างน้อยเราก็จะเตรียมไอ้โน่นไอ้นี่ไว้สำหรับรอถ้าเผื่อว่าเห็นสมควรทำรถยนต์ธรรมชาติอะไรต่างๆเช่นวันมาฆบูชาที่แล้วแล้วก็เตรียมไว้พอสมควรมีผู้คนมาพอจะทำการบันเทิงเพิ่มขึ้นเพราะว่าถ้าคนมากๆนี้เอาแต่เคร่งเครียดนะมันสู้ไม่ไหวถ้าคนมากนักก็จะให้มันบันเทิงขึ้นหน่อยนึงถ้าคนน้อยๆหมายติวกันเลยทีนี้เครียดกันเลยก็ได้เอาแต่เนื้อเนื้อกันเลยก็ได้ถ้าคนน้อยๆมาเลยจับตัวต่อตัวอะไรกันอย่างนี้ก็ได้เราก็ทำไปตามกรรมวิธีที่เห็นว่าสมควรแต่ถ้าคนมากๆเราต้องพยายามที่จะต้องให้มีให้มันเบาลงให้มันบันเทิงขึ้นไปหน่อยนึงไม่เช่นนั้นมันไม่ไหวแต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่บัน เราจะเอาเครียดๆนี่หรือว่าเราจะเอาเนื้อๆเนี่ยแล้วหมดกลุ่มที่มาแม้จะมากก็ยังได้เนื้อได้หนังเราก็จะให้มันเป็นเนื้อเป็นหนังเครียดๆนี่ไปไม่บันเทิงไม่เจือจางลงนับแล้วก็จะทำอันนี้ก็ต้องดูบรรยากาศด้วยเราจะไม่ทำอะไรตายตัวไปทีเดียวอาทิตย์นี้ก็กลับมาก็อธิบายถึงความหมายของศาสนาวันสำคัญอย่างวันวิสาขบูชานี้เป็นวันที่มีคนอธิบายว่าวันตรัสรู้เมื่อวันประสูติตรัสรู้กับปรินิพพานนี้เป็นความหมายเดียวกันซึ่งผู้ที่เข้าใจทำในธรรมแล้วไม่มีปัญหาใช่มันเป็นความหมายเดียวกันโดยทำสมาธิฐานโดยธรรมะแท้ๆ คำว่าพระพุทธเจ้าประสูติในวันนี้ใช่เพราะที่จริงวันที่พระพุทธเจ้าท่านประสูติออกมาจากท้องพ่อท้องแม่นั่นท่านประสูติเจ้าชายสิทธัตถะไม่ใช่ประสูติพระพุทธเจ้าน่ะไม่ใช่ความเกิดของพระพุทธเจ้าวันวันที่พระนางสิริมหามายาประสูติบุตรตกมาชื่อว่าเจ้าชายสิทธัตถะนั้นน่ะที่สวนลุมพินีนั่นน่ะวันก็ตรงกันกับวันเพ็ญเดือน 6 นี่เหมือนกันเอาวันนั้นเป็นวันที่พระเจ้าชายสิทธัตถะประสูติไม่ใช่วันที่พระพุทธเจ้าประสูติเขาว่างั้นก็จริงเพราะวันนี้เป็นวันประสูติพระพุทธเจ้าและเป็นวันตัดสินเป็นวันที่ พระพุทธเจ้าเองก็ตัดสินแล้วก็เกิดความความเกิดเป็นความเกิดที่แน่นอนว่าเราปฏิญาณตนเป็นพระพุทธเจ้ากันในคืนวันนี้ในวันนี้ในวันที่ 15 ค่ำเดือน 6 นี้ก็เป็นความเกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่ประสูติเจ้าชายสิทธัตถะฟังดีๆนะจะเห็นได้ชัดว่าเป็นการประสูติและเป็นการตรัสรู้ด้วยซ้อนอยู่แล้วจะเรียกว่าปรินิพพานก็ได้ด้วยคือเป็นวันตายเจ้าชายสิทธัตถะตายไปสิ้นซากเลยมันเหลือเป็นองค์ใหม่ความตายสนิทความไม่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะอยู่อย่างเก่าแน่นอนที่สุดเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปเลยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไปจนกระทั่งถึงวันร่างกายของพระพุทธเจ้านั้นดับขันธ์ไปเพราะฉะนั้นในความหมายว่าประสูติตรัสรู้ปรินิพพานจึงเป็นความหมายที่มีนัยยะร่วมกันได้ซ้อนกันได้ซ้ำกันได้ไม่แปลกอะไรในความหมายเพราะงั้นเราจะมีปัญญาที่จะเข้าใจความหมายว่าวันนี้ที่จริงเป็นวันที่ประสูติตรัสรู้ปรินิพพานนี้เป็นเรื่องเดียวกันเป็นความหมายเดียวกันมีความเกิดความตั้งอยู่คำว่าตรัสรู้ก็เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้หมายความว่าตายไปเพราะผู้ที่ตรัสรู้แล้วยังเป็นๆยังมีความตั้งอยู่การเกิดก็เกิดคือประสูติก็เกิด เกิดเป็นพระพุทธเจ้าตรัสรู้ก็ตั้งอยู่ปรินิพพานดับไปดับไปตายไปก็ใช่ความตายไปในส่วนที่ตายไปก็เป็นอยู่แล้วแน่นอนไม่ตายอีกเพราะการตั้งอยู่นี่ก็ตั้งอยู่ทรงอยู่ไปแล้วมันจะตั้งอยู่โดยธรรมของมันแล้วมันจะเคลื่อนไปมันจะเสื่อมโทรมลงหรือมันจะไม่เสื่อมโทรมลงก็แล้วแต่เหตุปัจจัยที่มีอยู่มันก็เป็นไปในขณะที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีเนื้อหนังแท่งก้อนตัวตนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมมติสัจจะท่านมีอยู่ท่านก็ทำจิตของท่านไปสร้างสรรค์พระศาสนาจนกระทั่งท่านหมดวาระแล้วรูปกายเนื้อหนังดับขันธ์เผาไปเป็นธุลีไปแล้วแต่ก็ยังมีความตั้งอยู่อ่าความตรัสรู้ยังมีอยู่ ความตั้งอยู่ของศาสนาพุทธยังมีอยู่พุทธะยังมีอยู่ไม่ใช่พุทธะดับสูญไปแล้วแม้เดี๋ยวนี้ 2500 ปีแล้วพุทธนั้นก็ยังอยู่ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นจะเห็นว่าพุทธะยังอยู่ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคตผู้นั้นเห็นธรรมะเห็นพระพุทธเจ้าเห็นตถาคตแต่ไม่ใช่รูปร่างตัวตนอันนี้เป็นนามธรรมเป็นความจริงอีกอย่างหนึ่งมีจริงๆนี่เป็นเป็นเรื่องของความหมายและเป็นเรื่องของความจริงเพราะฉะนั้นใครจะเข้าใจทั้ง 2 ส่วนว่าวันนี้เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติคือเจ้าชายสิทธัตถะเกิดแล้วมันก็ตรงกันว่าเป็นวันเดียวกันที่หมุนเวียนไปในช่วงหนึ่งแล้วก็หมุนเวียนมาอีก 35 ปี ก็มาเกิดตรัสรู้พระพุทธเจ้าอีกแล้วตรงกันอีกคือวัน 15 ค่ำเดือน 6 อีกก็ไม่แปลกอะไรจนกระทั่งเวียนไปอีก 80 ปีพระพุทธเจ้าปรินิพพานดับขันธ์ก็ตรงกันกับวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกมันจะแปลกอยู่หน่อยแต่ว่าแอร์วันเกิดวันตรัสรู้วันตายมันตรงกับวันเดียวกันถึงไม่แปลกอะไรนี่คนเราเกิดวันนั้นตายวันนั้นมีเยอะไปมันเกิดมันตายตรงกันน่ะมันอาจจะไม่ได้ไปตรัสรู้อย่างพระพุทธเจ้าก็เลยไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่มีแต่บางคนอาจจะเรียนจบปริญญามหาวันนี้เราได้รับปริญญาตรงกันเลยกับวันที่เราเกิดวันเรารับปริญญากับวันที่เราตายก็ได้นะหรือไม่เอาวันรับปริญญาเราอาจจะไปนับวันอะไรก็ตามสิเราวันนี้เราได้เลื่อนชั้นเราได้เลื่อนขั้นเราได้อะไรกันแล้วแต่ที่สำคัญๆของเราจงก็วัน วันนั้นมันหมอแล้วก็จับโป๊ะเข้ามาเลยถึงจะยากอะไรล่ะเราก็จะจับมามันก็ได้มันไม่แปลกอะไรมันเป็นอย่างนั้นได้ไอ้เรื่องพวกนี้มันหมุนเวียนไปมันก็ตรงกันได้น่ะไอ้นั่นคือความหมายคือสิ่งที่เป็นเครื่องหมายสำคัญว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตของพระพุทธเจ้าหรือมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเพื่อที่เราจะเอามาเป็นสิ่งสำคัญที่จะไม่ใช่เรื่องเรื่อยๆเลื่อนลอยแต่เป็นสิ่งที่มีปมอะไรขึ้นมาเพื่อจะมาสะกิดใจเพื่อที่จะทำให้เราเนี่ยแทนที่จะล่องลอยอยู่ในวงของปุถุชนหรือโลกียะไหลเวียนอยู่ก็ให้เราได้สะดุดตกสะดุดใจได้หันมาปฏิบัติประพฤติธรรมะมาเล่าเรียน อย่างน้อยมาบำเพ็ญตนบ้างเล็กน้อยก็ยังดีได้ทำบ้างมันก็เป็นประโยชน์นะเอาเรื่องของศาสนานี้ไม่ว่าศาสนาไหนก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยคำว่าศาสนานี้เกิดขึ้นเพราะต้องการให้มวลมหาชนเนี่ยเป็นอยู่สุขเริ่มต้นตั้งแต่แต่ละบุคคลแต่ละบุคคลไปเลยเป็นอยู่สุขทุกศาสนาและที่นับได้ว่าเป็นศาสนาที่นับได้ว่าเป็นศาสนามีคนยอมรับเข้าไปแล้วก็มีหลักการมีคุณธรรมมีของจริงที่ยืนยันยืนหยัดไปได้เผยแพร่ไปได้ 100 ปี 1,000 ปีนานหลายพันปีขึ้นมาเรื่อยๆเป็นสิ่งดีมีหลัก ที่เรามาตรวจเช็คได้ผู้มีปัญญาย่อมรู้แล้วมาพูดปฏิบัติตามแล้วมันก็ได้ผลดีด้วยความดีในความเจริญที่แท้ของมนุษย์เป็นความสำคัญอย่างยิ่งในมนุษย์มนุษย์ไร้ศาสนาไม่ได้ใช้ไม่ได้ไร้ศาสนาไม่ได้สมัยโบราณก็มีศาสนาอย่างโบราณโบราณทีนี้คนมันพัฒนาขึ้นมาพัฒนาขึ้นมาพัฒนาขึ้นมาก็มีศาสนาอย่างที่พัฒนาศาสนาพุทธของเรานี่ถือว่าเป็นศาสนาที่พัฒนาอย่างสมบูรณ์แล้วในในในในในในในขบวนการของศาสนาชื่อว่าเป็นศาสนาที่พัฒนารอบถ้วนความเป็นมนุษย์สูงสุดได้แม้แต่ทฤษฎีต่างๆที่ตรัสเอาไว้ตั้ง 500 กว่าปีนั้นเดี๋ยวนี้ทำความเข้าใจให้ดีก็ยังเป็นความรู้ที่ทันสมัยอยู่ศาสนาพระพุทธเจ้านี่ทำให้คนเป็นมหาทำให้คนเป็นมหานี่แปลว่ายิ่งใหญ่ทำให้คนเป็นมหาทุกวันนี้ศาสนาพุทธเลยเหลือก่อนอยู่แท้ๆพอมาบวชเป็นพระแล้วก็ได้เป็นมาหานี่กูจะลองจำลองก็ได้เป็นมหาเข้าไปแล้วขณะนี้ที่ยกตัวอย่างคุณจำลองนี่จะว่าชื่นชมเราก็ชื่นชมจะว่าเป็นตัวอย่างก็เป็นตัวอย่างแล้วก็เป็นที่กว้างขวางเพราะว่ามีกิจกรรมมีการงานที่คนรู้จักเผยแพร่ออกไปเพราะว่าเราก็พูดถึงนี่ไม่ใช่ไม่ใช่ว่าเราเองเราหลงใหล Perfect หลงดิบหลงดีเลิศลอยเห่อเหิมอะไรไม่ใช่อย่างนั้นเรายกขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นจุดประกอบในการที่จะอธิบายเป็นเครื่องยืนยันว่ามีหลักมีฐานมีสิ่งที่อ้างอิงได้ไม่ใช่เลื่อนลอยสิ่งใดเลื่อนลอยไม่มีประสิทธิภาพในการที่จะศรัทธาในการที่จะเชื่อมั่นเห็นจริงได้ยากถ้าบอกว่าสิ่งใดไม่สิ่งใดมีสิ่งที่ยืนยันหลักฐานมันก็เชื่อมั่นได้ง่ายเห็นจริงได้ง่ายแต่เราก็จะได้ประพฤติปฏิบัติการจะได้กระทำกันเพราะว่ามาหาเนี่ยเข้ามาเรียกคุณจำลองนี่ถูกแต่ทุกวันนี้มันไม่ถูกมันไปเรียนเราจะเปลือกมหาเปรียญ 3 วันนี้เปรียญ มหา 4 ประโยคมาหา 5 ประโยคมหากา 9 ประโยคก็เลยได้มาหา 9 ประโยคถือว่ายอดแล้ว 9 นี่ถือว่ายอดแล้ว 10 ประโยคเขาถึงไม่ไม่มีต่อเขาถือว่า 10 ประโยคนี้มันเสี่ยงๆอยู่บางทีมันสูงแต่พอถึงหลักสิบนี่บางทีมันหลักศูนย์มันหลักเดียวกันเป็นเสี่ยงๆอยู่เขาก็เลยเอา 9 นี่แหละเป็นยิ่งใหญ่ในการเป็นในการเป็นการมีเขาก็ถือว่าเลข 9 เป็นเลขใหญ่ที่สุดแต่เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งที่สุดนะอันนี้อาตมากำลังอธิบายถึงสัจธรรมส่วนหนึ่งนะไม่ใช่เรื่องโมเมนะฟังดีๆศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่เป็นศาสนาที่สร้างคนให้เป็นมหาท่านเรียกคำเต็มว่ามหาบุรุษ ผู้ที่ถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้วจะเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาบุรุษบุรุษก็คือคนบุรุษบุรุษที่ 1 บุรุษที่ 2 นี่เรากล่าวกันอยู่นะบุรุษที่ 1 ที่บุรุษที่ 2 บุรุษที่ 3 หมายถึงคนทำแทนคนที่ได้ตำแหน่งว่าเป็นมหามีคุณลักษณะอย่างไรคุณลักษณะ 4 ประการมหาบุรุษนี่มีคุณลักษณะ 4 ประการนี้เป็นคำสอนพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นไปอย่างนี้คุณได้ลักษณะ 4 ประการนั้นคือ 1 อันนี้อาตมาชอบที่จะว่าภาษาบาลีเพราะว่า [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ต้องมีทั้งรายละเอียดมีทั้งหัวข้อหลักเกณฑ์เอาไว้แล้วหลักเกณฑ์ข้อที่ 1 ผู้ชนะหิตายะปะฏิปันโนโหติพหูชนะสุขายะพระพุทธศาสนสถานอริยะปฏิปทาปิดตาเอาเฉพาะตักเอาตัวข้อความที่ชัดเจนในข้อที่ 1 นี้มาภาษาบาลีกล่าวเท่านี้แปลความเป็นไทยว่าคุณลักษณะและคุณธรรมคุณธรรมของมหาบุรุษนั้นคือเป็นผู้ที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์แก่มวลมหาชนว่างั้นเลยเห็นภาษาและฟังดูมันช้าๆมันเหมือนกับพวกฝ่ายชายจะจัดที่เขาเอามาเผยแพร่โฆษณาโดยภาษาคำพูด มันเหมือนคล้ายๆพระพุทธเจ้าท่านไม่รู้หลักการอันนี้ซึ่งมันเป็นความดีงามมันเป็นไปเพื่อประชาชนเป็นประโยชน์เพื่อมวลชนทั้งหลายจริงผู้ชนะให้ตายยากสุขาเป็นความสุขเพื่อมวลมหาชนได้มีความสุขด้วยผู้ชนะสุขายักษ์สุขนั้นเองสุขายักษ์ตานี้ก็แปลว่าละเอียดขึ้นไปอีกหมายความถึงสมุทรสาครยิ่งพหูพจน์ยิ่งมีความหลากหลายคือรอยที่ยิ่งมีความหลากหลายเข้าไปอีกมากก็แปลว่าปวงชนหรือมหาชนชนทั้งหลาย มวลมนุษยชาติเช็ดหน้าต่างเขาเอาไปตั้งชื่อพรรคอยู่ที่อินเดียเดี๋ยวนี้กำลังตอนนี้กำลังต่อสู้กับพรรคอะไรพรรคอังกฤษเพราะฉะนั้นตาของนายกคนเก่าดีไซน์หรือคึกฤทธิ์เขาเรียกว่าเทศกาลอาตมาเห็นดีด้วยนะเรียกว่าเทศกาลอีนี่ใกล้เคียงกว่าไปเรียกในทรายวงชนหรือพรรคมหาชนชนทั้งหลายนั่นเองเพราะบริษัทชนะตาก็เพื่อชนทั้งหลายเป็นครั้งแรกที่คนแปลแล้วก็แปลหางประโยคมาหาหัวประโยคคือเป็นการ สถานแปลง่ายๆปฏิทินตาเป็นการประดิษฐานคือพยายามที่จะสร้างสรรค์อย่างจงใจทำให้งามประดิษฐ์สร้างสรรค์อย่างจงใจทำให้งามให้ตั้งลงให้หยั่งลงซึ่งอารยะหรืออริยะความเป็นอารยะชาติความเป็นอารยะบุคคลญายะคือยายะธรรมความรู้ทางธรรมไม่ใช่ว่าเป็นอารยชนแบบเจริญแต่วัตถุธรรมไม่ใช่อารยธรรมที่เจริญทางจริยธรรมนามธรรมนามธรรมนี้ไม่ได้มีความรู้แต่เพียงว่าจิตนิยมอย่างเดียวนามธรรมนี่มีความรู้จิตนิยมด้วยมีความรู้ วัตถุนิยมด้วยไม่ใช่เจริญแต่จิตนิยมอย่างเดียวนะศาสนาศาสนาเน้นจิตจริงเพราะจิตพระพุทธเจ้ายืนยันว่าเป็นประธานของสิ่งทั้งปวงจิตแม้ศาสนาคริสต์ศาสนาอิสลามเหมือนกันถือว่าพระจิตวิญญาณเนี่ยเป็นสิ่งที่เลิศยอดเป็นประธานแห่งสิ่งทั้งปวงเป็นเจ้าไงเป็นพระเจ้าพระจิตวิญญาณบริสุทธิ์หรือพระบิดาใหญ่ผู้ครอบครองผู้บงการเนี่ยเป็นพระเจ้าทีนี้ของศาสนาคริสต์ศาสนาอิสลามนั้นยกพระเจ้าเป็นนามธรรมซึ่งบอกว่าไม่มีตัวตนไม่มีใครสามารถที่จะเห็นพระเจ้าได้คำว่าไม่มีใครเห็นนี่ก็เป็นสำนวนโวหารแต่ศาสนาพุทธของเรากลับมาใช้โวหารว่าสามารถเห็น วิญญาณได้สามารถเห็นสิ่งนี้ได้รู้สิ่งนี้ให้เท่าทันเอาสิ่งนี้มาทำงานด้วยเอาพระจิตวิญญาณมาทำงานด้วยเอาตัวจริงมาอย่างรู้รู้เห็นเห็นสัมผัสแตะต้องและสามารถที่จะควบคุมให้เป็นได้เป็นเป็นได้มีได้ขึ้นมาเป็นอย่างนั้นเพราะบรรยายธรรมหรืออริยธรรมความรู้ทางนามธรรมเป็นความรู้ที่มีความรู้ซื่อสัตย์สุจริตเป็นความรู้ชั้นสูงที่จะเป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์เพื่อความสูงความเจริญความสุขสุดยอดความประเสริฐของมนุษย์เท่าที่จะพึงได้ล่ะให้ทำวันนี้แก่ประชา นี่เป็นเป้าหมายเลยนะจะเป็นมหาบุรุษอย่างนี้เพราะงั้นใครเป็นมหาบุรุษแล้วจะต้องทำอย่างนี้แหละศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ศาสนาเห็นแก่ตัวดังที่ใครๆเข้าใจผิดไม่ใช่ศาสนาเห็นแก่ตัวนี่เป็นหลักฐานยืนยันเป็นหลักฐานยืนยันว่าคนกล่าวตู่พระพุทธเจ้าที่กล่าวอยู่ว่าถ้าเรียนรู้ศาสนาแล้วมันเป็นเรื่องของการเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องไม่ได้แก้ไขปัญหาสังคมเป็นเรื่องที่ไม่ได้ช่วยสังคมไม่ไม่ใช่คนนั้นไม่ได้ศึกษาศาสนาที่ถูกต้องไม่ได้ศึกษาศาสนาที่จริงจึงไม่เป็นอย่างไม่ไม่เข้าใจความจริงของหลักการของศาสนาพุทธอาตมาก็ขอเปิดเผยขอยืนยันว่าศาสนาที่สร้างคนให้เป็นมหาบุรุษหรือเป็นมหาเป็นคุณมาหา ใครเป็นคนมาหาไม่ว่าผู้หญิงผู้ชายเป็นได้คนใดมีคุณธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วก็เรียกว่าเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆแล้วก็อย่าไปหลงคารมคำว่ายิ่งใหญ่ล่ะพอยิ่งพอว่าได้เป็นยิ่งใหญ่แล้วยังคุณจำลองบอกว่าได้เป็นเป็นมหาลัยแล้วตอนนี้เป็นมหาจำลองมาหาแปลว่ายิ่งใหญ่เลยยิ่งใหญ่เด้งเต๊ะท่าเข้าไปใหญ่ธรรมดานี่คุณธรรมดาตำแหน่งยศทั้งโลกก็ใหญ่อยู่แล้วมาเป็นทางธรรมอีกเลยได้ยิ่งใหญ่ทางธรรมเข้าไปอีกแหมตอนนี้ใส่บั้งเข้าไปอีกอย่างนี้เลยมองเห็นแต่หงอนยอดฟ้าอย่างเงี้ยตายกันพอดีเท้าไม่ติดดินเหินฟ้ามานะไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่สัมผัสกันมหาชนไม่สัมผัสกับผู้คนเขาอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่ได้เพราะว่าเราจะต้องเข้าใจความจริงเข้าใจจุดมุ่งหมายเราปฏิบัติไม่ถึงเราจึงเป็นมหาไม่จริงแล้วเป็นมาหาไม่ได้เมื่อปฏิบัติถึงก็เป็นมหาขึ้นมาจริงน่ะทีนี้ในหลักการต่างๆที่พระพุทธเจ้าท่านให้ปฏิบัติตามหลักการตามวิธีการศีลสมาธิปัญญาจะเป็นเครื่องชี้มนุษย์เป็นเครื่องบอกข้าเป็นเกย์วัดเป็นดัชนีชี้ค่าว่าคนที่มีศีลนั้นน่ะนี่แหละคือคนประเสริฐคนมีศีลคืออะไรคนมีศีลก็คือคนที่ปฏิบัติถูกต้องมีคนถามเมื่อวานนี้มีผู้ที่มากับพระเมื่อวานวันก่อนไม่ใช่วัน มากับพระ 3 รูปเป็นฆราวาสคนนึงมาบอกว่าเราจะปฏิบัติธรรมจะปฏิบัติอะไรอาตมาก็บอกปฏิบัติศีลปฏิบัติศีลนั้นจะเป็นอะไรก็เป็นคนมีศีลน่ะสิอาตมาก็บอกว่าปฏิบัติผิดแล้วก็เป็นคนมีศีลและปฏิบัติคนมีเป็นคนมีศีลแล้วจะจบเลยจบเลยปฏิบัติแล้วเสร็จก็เป็นคนมีศีลก็จบในตัวเอาศีลข้อไหนข้อไหนมาจับคนที่สูงสุดเป็นพระอริยะเป็นพระอรหันต์แล้วเนี่ยเอาศีลข้อไหนมาจับท่านเอาหลักการว่าจะต้องเป็นอย่างนี้อย่างนี้ห้ามทำอย่างนี้เอามาลองเทียบกับท่านที่วัดดูเอ๊ะท่านก็ไม่ทำตามที่พระพุทธเจ้าท่านห้ามที่มันมีอยู่ 2 ลักษณะลักษณะนึงให้ทำลักษณะนี้ไม่ให้ทำสีนี่นะอัน เรียกว่าเป็นบาปสมาจารย์มันเป็นบาปอย่าทำอย่าประพฤติละเว้นเว้นขาดเว้นออกเวรออกมาอีกอันนึงเป็นอภิสมาจารเรียกว่ามันเป็นพฤติกรรมอันยิ่งพฤติกรรมอันดีงามเป็นเสือวัดเป็นสารรูปที่ดีจงพึงทำขึ้นอย่างนี้ทำทรงไว้ให้ดีเป็นหลักฐานเป็นตัวอย่างแท้จริงแล้วถ้ารวม 2 อันนี้เข้ากันแล้วมันอันเดียวกันอีกแหละเป็นแต่ความเจริญเป็นแต่ความงดงามความบริบูรณ์ความเป็นมนุษย์ประเสริฐจะต้องมีนะเพราะฉะนั้นผู้ใดปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ศีลพระพุทธเจ้ามี 84,000 พระธรรมขันธ์เริ่มต้นแยกมาตั้งแต่หลักง่ายๆและเป็นศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 จุลินทรีย์มันกินภาษีโนวาสปา คุณเทศศีลหรือแม้แต่ศีลทั้งหมดเป็นโอวาทปาติโมกข์ทั้งมวลคือหมายถึงแต่ปาฏิโมกข์ศีลไม่ใช่โอวาทปาฏิโมกข์ปาฏิโมกข์โอวาทปาฏิโมกข์โอวาทปาฏิโมกข์โอวาทเนี่ยโอวาทมาเป็นภาษาไทยเราก็ยังเรียกอยู่เลยโอวาทเป็นคำสอนถ้าให้โอวาทท่านกำลังให้คำสอนโอวาทแปลว่าคำสอนเพราะคำสอนใดที่ท่านเริ่มโผล่ขึ้นมาเริ่มจะขึ้นต้นขึ้นมาเป็นเนื้อหาขึ้นมาแล้วแม้แต่ลักษณะอย่างน้อยลักษณะอย่างละเอียดอย่างเบาบางก็เริ่มต้นเป็นคำสอนของท่านเป็นคำกล่าวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะโน้มน้าวให้เป็นปาฏิโมกข์ปาฏิโมกข์หมายความว่าเพื่อที่จะให้ เอามาทำทวนออกจนไปถึงโมกขาดจนไปถึงความบรรลุหลุดพ้นเรียกว่าปาฏิโมกข์ค่ะเพราะถ้าผู้ใดเรียนรู้ศีลแม้จะได้มาน้อยๆก็เอามาปฏิบัติให้ได้ประพฤติดูจนเราทำได้เป็นปกติไม่ฝืนไม่ทนไม่ลำบากเห็นคุณเห็นประโยชน์จนง่ายดายเป็นอัตโนมัติแม้จะไม่ระลึกไม่ต้องเอาสติมาควบคุมไม่ต้องมาบังคับไม่ต้องมาใช้อะไรก็เป็นเองเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นเองเลยอย่างนี้เรียกว่าเราเป็นปกติแล้วศีลบริบูรณ์สำเร็จก็อยู่ที่ตัวผู้ใดปฏิบัติได้ก็คือจบบุญมีก็จบอยู่ที่ตัวผู้นี้เอาศีลข้อกับคุณทำได้สีหน้าเอาสีหน้ามาจับครับคุณก็นั่งยิ้มเลยตรวจไป วัดไปสิเอามิเตอร์แล้วก็เอาบอกแล้วว่าสีเป็นดัชนีชี้กะเอามาวาดทรัพย์ท่านก็มีพร้อมมีทั้งข้างนอกวัดก็ตรงกันถ้าวัดถึงใจได้ก็วัดเทวะเนี่ยศีลที่ใจด้วยนะใจนี่มันถึงศีลใจคือสีเลนอันนี้พูดจริงยันตีศีลถึงนิพพานใจก็เป็นอย่างนั้นไม่ฝืนเห็นดีเห็นดีเห็นงามศรัทธาเลื่อมใสและยึดเอาสีนี้ไว้ประจำตนจนตายพระพุทธเจ้าเนี่ยมีศีลจนกระทั่งปรินิพพานจนกระทั่งหลักฐานไหมหรือว่าท่านกองทิ้งก่อนจะปรินิพพานมีหมดเลยไปด้วยเลยตายไปด้วยกับข้อศีลนี่แหละอันไหนที่บอกว่าไม่ดีเป็นบาปสมาชิกตลอดตายท่านก็ตายไปด้วยกับสีที่ดีอย่างนี้เป็นคนมีศีลอย่างนี้จบ แล้วใครจะทำได้มากเท่าไหร่ต่างหากล่ะทีนี้ใครจะทำได้มากเท่าไหร่จะยืนหยัดอยู่ได้จริงไหมมายืนหยัดยืนยันนะเรายังไม่ได้เราก็ต้องพิจารณาอ่านหาเหตุหาผลพิสูจน์เข้าไปสิว่าพระพุทธเจ้าท่านพาทำอย่างนี้ด้วยหลักเกณฑ์อย่างนี้วิธีการอย่างนี้ทำแล้วตามแง่เงื่อนเงื่อนไขความหมายของสิ่งต่างๆเนี่ยพอเราเป็นได้แล้วมีได้แล้วนี่มันให้คุณค่าอะไรทำให้เราดีอะไรบอกว่าพ้นทุกข์พ้นทุกข์อย่างไรประเสริฐประเสริฐอย่างไรมีประโยชน์ต่อตนมีประโยชน์ต่อสังคมต่อท่านอย่างไรทำตามแล้วก็พิสูจน์ไปพิสูจน์ไปเราจะเห็นความจริงเมื่อเราเห็นความจริงที่มันเถียงไม่ได้มันเห็นทนโท่อยู่ยืนยันแล้วมันไม่แปรปรวนมันไม่เปลี่ยนแปลงมันไม่ไปวนเวียนไปทำให้สิ่งที่ ไปอีกเราจะยืนยันสิ่งที่ดีนี้อยู่ต่อไปต่อไปต่อไปเราตายแล้วมันก็ตายไปกับเราเลยแล้วก็ไม่ใช่ตายกับเราเราพยายามที่จะถ่ายทอดทอดไว้คลอดนะเนี่ยเป็นการคลอดของพระน่ะคลอดไว้ที่ข้อในคนอื่นก็มีอย่างนี้มีศีลอย่างนี้เป็นอย่างนี้ตามตามมันก็รักษาศาสนาไว้ได้สืบทอดไม่ได้มันพูดเป็นมหาหรือมหาบุรุษคนที่ชื่อว่ามหาจะต้องเป็นคนที่สอนมนุษย์ได้อย่างนี้ก่อนจะสอนเขาได้ก็จะต้องเป็นผู้รู้เห็นเป็นจริงต้องรู้เห็นเป็นจริงนะรู้เห็นชัดด้วยความรู้และก็ยังเป็นอย่างนั้นได้จริงๆให้เป็นผู้ที่ได้อยู่ในตัวด้วยผู้นั้นมีสิทธิ์สอนผู้อื่นเป็นครูแท้ๆ ยิ่งมีนโยบายอย่างไรมีจิตวิทยาอย่างไรที่จะสอนผู้อื่นให้เขาได้อย่างนี้ตรงไม่เพี้ยนได้ไวได้เร็วได้ลึกซึ้งถึงที่ก็จงทำจงทำเข้าไปโดยแท้จริงแล้วเมื่อปฏิบัติธรรมหรือว่ามาปฏิบัติหลักการของพระเจ้าด้วยศีลนี่มันจะขัดเกลาจิตเข้าจิตเข้าเรียกว่าสมาธิมันจะเสริมสร้างให้จิตของเรานี่เป็นไปได้ที่เรามาปฏิบัติตามหลักการศีลแล้วแล้วฝืนทนอยู่มันก็จะมีความเคยชินกับคุณเข้าไปแล้วเราเองเรายิ่งพบฟื้นคนไปด้วยแล้วเราก็ใช้ปัญญา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน