610219_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มาทำแก่นชีพ-เชื้อชาติพุทธให้รุดหน้าเกินพัน.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์356 KB
วันที่แก้ไข1 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

610219_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มาทำแก่นชีพ-เชื้อชาติพุทธ ให้รุดหน้า เกินพัน

สมณะเดินดินว่า… วันนี้ วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บวรราชธานีอโศก ใกล้จะถึงงานพุทธาภิเษก สุดยอดปาฏิหาริย์ ปีนี้จะจัดที่ชุมชนปฐมอโศก ช่วงนี้ ดูข่าวข้ามปี และก็ยังไม่ตกไป ทำไมต้องใช้เวลา และกำลังคน กำลังทรัพย์ ไปจัดการกับเรื่องนี้ ยังไม่ยุติจนถึงบัดนี้ เป็นเพราะคนผิดศีลไม่กี่คน โลกทุกวันนี้ อยู่ยากอย่างหนึ่งคือ คนผิดศีล พอพลาดแล้ว ก็แทนที่จะยอมรับผิด ก็ไม่ยอมรับ แม้มีคลิปเสียง ก็ไม่ตอบว่า เป็นเสียงตนหรือไม่ แต่กลับไปถามว่า ได้คลิปมาถูกกฎหมายหรือไม่ พ่อครูว่า... พระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสว่า คนที่โกหกทั้งๆที่รู้ ไม่มีความชั่วใดๆ ที่เขาจะทำไม่ได้ จะเป็นคนที่ทำชั่วได้ทุกชนิด

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน มาทำแก่นชีพ-เชื้อชาติพุทธ ให้รุดหน้า เกินพัน พ่อครูว่า... เราก็มาพูดถึงเรื่องสัจธรรมด้วย และเหตุการณ์ตัวอย่างด้วย เป็นเรื่องที่มีพัฒนาการ โดยเฉพาะเมืองไทย โดยเฉพาะชาวอโศกเรา ขออภัยคนข้างนอก ที่พูดถึงเรื่องจริงนี้ แต่ไม่ได้พูดด้วยความหลงตัวตน อวดตัวตน หรือจะเบ่งว่าตนเก่งกว่าแต่อย่างใด แต่เป็นการพิสูจน์ว่า เป็นไปได้ ยกตัวอย่าง เราปลูกกะหล่ำปลี นี่หัวมันใหญ่กว่าหน้าอาตมา ไม่รู้เท่าไหร่ หัวหอมนี่ เขาคัดมา มะเขือเทศ เป็นต้น ผักคะน้า มีใบใหญ่ เหมือนใบตองเลย มีความกรอบด้วย อย่านึกว่าใบตองนะ นี่คะน้า ซึ่งมันเป็นองค์ประกอบที่ได้สัดส่วน พร้อม และเราก็พยายาม พากเพียร เราไม่ไปเอาพลังงาน แคลอรี่ ไปสูญเสียกับอบายมุข เอารัดเอาเปรียบคนอื่น หรือคิดกอบโกย สะสม เพื่อจะร่ำรวย มีมากกว่าใครๆ เราไม่ควรไปจ่ายพลังงาน แคลอรี่ กับพวกนี้ เราประหยัด เอาแคลอรี่ มาใช้ผลิตสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในชีวิต

อ่านต่อ

ทุกวันนี้ ปัจจัยที่นับว่าสำคัญในชีวิต มันเฟ้อ เสียหายเปล่าดาย หลอกล่อกันมากเหลือเกิน ผู้ใดเข้าใจปัจจัยสำคัญของชีวิตอันจำเป็นจริงๆนั้น แล้วรู้จักกรอบ ขอบเขตของความพอเพียง พอเท่านี้ ไม่ต้องเอามากกว่า คนหลงก็ปล่อยไป บอกเขาเตือนเขา เขาไม่เชื่อ ก็ไปตามยถากรรม สุดท้าย เราก็เตือนผู้ที่พอจะมีปัญญา รับเอาได้ ก็ให้สติกัน เตือนกัน บอกกัน ด้วยความปรารถนาดี ด้วยความเมตตา ก็มีเท่านี้ ในความจริงใจ สัจธรรมต่างๆ ที่เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า สุดยอด ที่เราจะเป็นผู้ที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แก่สัตว์โลก โดยเฉพาะมนุษย์ด้วยกัน แต่ถ้าเข้าใจผิด ก็จะไปทำร้าย ไปทำไม่ดีต่อกัน เป็นกรรมอกุศลต่อกัน เป็นภัยต่อเขาเอง และเป็นพิษภัยต่อคนอื่นด้วย เราก็ช่วยเตือนสติกัน บอกกัน ห้ามกัน เราไม่ไปทำร้ายอะไรหรอก อย่างมากก็ใช้ปากหอก ว่าแรงๆ ดุแรงๆ ปฏิกโกสนา คัดค้านอย่างแรง เต็มที่ ก็ได้เท่านี้ ไม่ได้ไปลงมือลงไม้ ไม่ไปตบตี ทำร้ายร่างกาย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจน เราเข้าใจทุกอย่าง ผู้ที่ฉลาดแล้ว เริ่มต้นเป็นอาริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบันเป็นต้นไป จึงอย่างเก่งก็แค่ปากหอกรุนแรง ใช้คำว่า มุขสตี จะไม่ไปทำร้ายร่างกาย ไปทำความแรงร้ายแก่ผู้อื่น แม้กระทั่งช้ำ หรือห้อเลือด อย่าไปพูดถึงเรื่องตาย ศาสนาพุทธชัดเจน เราศึกษาคำสอนพระพุทธเจ้าให้ดี และเรามั่นใจว่า เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ อย่างแท้จริง เราได้พิสูจน์ตัวเอง สังคมกลุ่ม จึงพาตัวเอง และสังคม เสนอต่อมนุษย์อื่น ใครเห็นว่าดี ก็รับไป ใครไม่เห็นว่าดี ก็ไม่เอา อิสระเสรีภาพ บังคับใครไม่ได้ เรายังมีชีวิตกันอยู่ แต่ละคนๆ ไม่ว่าเด็กหนุ่มสาว แก่ หากยังมีกำลัง กาย วาจา ใจ ก็ทำกรรม 3 ให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น และได้บรรลุผล เป็นสังคมอาริยะ เกื้อกูลกันเป็นสาธารณโภคี เป็นสังคมที่สุดยอด เลี้ยงดูกัน พึ่งเกิดแก่เจ็บตายได้ และก็เสนอคนอื่นให้มาเอาอย่างนี้ ตอนนี้เราก็กำลังเน้นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องการเมือง ก็ให้เข้าใจ เศรษฐกิจที่สุดยอดนั้น พระพุทธเจ้าค้นพบแล้ว และก็พาทำ พาปฏิบัติ สรุปลงสั้นๆ ตามหลักแบบของพุทธก็คือ แบบคนจน หรือเราขาดทุนอยู่เสมอ ขาดทุนอย่างที่เราอยู่ได้ ไม่ไปเอาเปรียบ เอารัด เอากำไร จากผู้อื่นเลย จริงๆ มีปัญญาเห็นชัดว่า เราขาดทุนแก่ผู้อื่นได้ นั่นแหละ เราเจริญแล้ว เราเป็นผู้ขาดทุน เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้ให้ นั่นแหละ คือเราสำเร็จผล เรียกว่าได้ ก็ตาม yield มีประโยชน์สำเร็จแล้ว ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้คำว่า Gain เป็นการได้ เป็นการกำไร เป็นการมีประโยชน์ ภาษาคำนี้ ไม่ได้ตรงตามเศรษฐศาสตร์ ของคนทั่วโลก คนทั่วไป ที่บอกว่ากำไร เป็นการได้เปรียบมาให้แก่ตน แต่กำไรที่เราได้ ให้ออกไป ได้สละออกไป ง่ายๆ สั้นๆ สัจจะ จริงใจ ให้ไปแล้ว เราก็ไม่ตาย เราก็อยู่ได้ เหลือพอจะเลี้ยงตนได้ ช่วยผู้อื่นได้ ถึงให้ ไม่ใช่เดือดร้อนตัวเอง เอามาให้กู้ยืม เอามาให้ ถ้าเรามีพอ เหลือเฟือ ก็แจกจ่ายผู้อื่นพอสมควร ที่เราจะมีสำรองไว้บ้าง ไม่มาก ไม่กักตุน เพราะจะเสียของ เราจะมีปัญญาทางเศรษฐศาสตร์ บางอย่างเสีย เน่า เร็ว ผุพังเร็ว เราก็รีบสะพัด สรุปแล้ว เป็นเศรษฐศาสตร์ ที่ถึงขั้นสาธารณโภคีด้วย เป็นเศรษฐศาสตร์แบบคนจนด้วย แบบขาดทุนของเราคือกำไรของเราด้วย มาศึกษาดีๆเถอะ ยืนยันว่า ความรู้อันนี้ เป็นความรู้สำเร็จรูป ของพุทธศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นผู้มีภูมิปัญญา สั่งสมมา จนถึงชาตินี้ ปางนี้ ปัจจุบันนี้ และแสดงออก ตั้งแต่ในหลวงร.9 หรือผู้อื่น ที่ท่านเป็นสยังอภิญญา มีความรู้เก่า ภูมิเก่า และเอามาประพฤติจริงในปัจจุบัน ในยุคนี้ กาลนี้ มีปรากฏการณ์จริง บุคคลจริง ความประพฤติจริง มีเหตุปัจจัย ที่สืบสาวราวเรื่องประวัติศาสตร์ได้ ยิ่งเห็นหลัดๆ อย่างชาวอโศก ทำมาแล้ว ก็ทำต่อ ก็จะพิสูจน์ให้ยาวนานไป อย่างมั่นใจว่า อันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ผิดเพี้ยน ไม่เปลี่ยนอีกแล้ว สุดครบสมบูรณ์แล้ว เราก็จะทำต่อไปจริงๆ ในเรื่องเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ เราก็นำเสนอตลอดเวลา ให้เข้าใจทฤษฎีหลักของในหลวง เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา และก็มาแบบคนจน คือเราก็มีพอสมควร แจกจ่ายได้ ไม่ต้องไปรวยมากมาย กักตุน คนอื่นก็ไม่ได้ กลายเป็นเรื่องเดือดร้อนของสังคม อย่างนั้นเราไม่ทำ มันเดือดร้อนคนในสังคม และมนุษยชาติ เราก็ไม่ทำจริงๆ เราก็ทำอย่างที่เราเข้าใจ อาตมาพูดแล้ว สบายใจ อบอุ่นใจ มันเป็นพฤติกรรมที่ประเสริฐ คนเข้าใจแล้วทำได้ จะเป็นหมู่กลุ่มที่มีหลักเกณฑ์ มีทฤษฎี ที่เป็นสามัญญตา ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา เป็นหลักเกณฑ์ เป็นความเห็นที่สอดคล้องกัน จึงมาร่วมกันทำ

มาขยายความ ประชาธิปไตย 2 ขา ที่มีความเป็นรูปนาม มีกาย และจิต ครบพร้อม ไม่ใช่มีแต่รูป หรือวัตถุ ธรรมดาองค์ประกอบชีวิต นามธรรมก็เป็นใหญ่ เป็นประธานของชีวิต แต่ถ้าเอารูปเป็นใหญ่ ก็จะพัง เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา มันจะเจริญจนสมบูรณ์แบบได้จริงๆ ต้องมีจิตวิญญาณเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง มีจิตวิญญาณเป็นตัวรู้ ตัวบงการ จิตวิญญาณจะต้องเป็นจิตวิญญาณ ของคนที่มีสมมติสัจจะ และปรมัตถสัจจะ ในปัจจุบันนี้ มีตัวตนร่างกาย ไม่ใช่นามธรรม ที่ไม่ปรากฏตัวตน ร่างกาย ที่เรียกว่าพระเจ้า หรือ God อย่างนั้นพิสูจน์กันไม่ได้ ทำความจริงให้ปรากฏ แก่กันและกันไม่ได้ ใหญ่อยู่ที่พระเจ้าอย่างเดียว และเป็นจริงได้สมบูรณ์ทุกอย่าง ตามพระเจ้ากำหนดหรือเปล่า พิสูจน์ไม่ได้ ศาสนาพุทธตรงนี้ พระพุทธเจ้าจึงให้เอาสิ่งที่ปรากฏปัจจุบัน มีศัพท์ที่เรียกว่า สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ในพระไตรปิฎก ต้องมีประโยคนี้ พระไตรปิฎกเล่ม 36 ข้อ 151 หรืออยู่ในเล่ม 13 ข้อ 231 เป็นคำวิชาการ Technical terms สรุปคำไว้สั้น ชัด ครบ ไม่ฟุ่มเฟือยออกนอกความหมายที่สมบูรณ์แล้ว มันสั้นกว่านี้ไม่ได้ ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ (วิหรติ) [42] บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องซึ่งวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ ทั้งอาสวะบางอย่างของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า“กายสักขี” กตโม จ ปุคฺคโล กายสกฺขี อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ ปญญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล กายสกฺขีฯ พ่อครูว่า... สักขี คือมีอยู่หลัดๆ ปัจจุบัน ยืนยันอยู่ได้ ใครมาพิสูจน์ ตั้งแต่สองคน ยืนยันตรงกันได้ ไม่ใช่อยู่ในวิมานลึกลับ ของใครก็ของใคร อยู่ในภพ เป็นพระเจ้า หรือเทวดา ตัวตนที่ปั้นกันในจิต เอามายืนยันพิสูจน์กันไม่ได้ อย่างนี้ไม่ถือว่า มีความจริงที่ประเสริฐ หรือความจริงที่ยืนยันกันได้ ครบสมมติสัจจะ ปรมัตถสัจจะ แล้วก็มีจิตของแต่ละคนเป็นสามเส้า มีลักษณะที่ 1 ลักษณะที่ 2 และมีนามธรรมเป็นประธาน คือ ISH มีตัวเรา I มี S คือ she เป็นอิตถีภาวะ ส่วน He หรือ H ก็คือ ปุริสภาวะ ซึ่งลักษณะที่จะไปได้ จะต้องมีสามเส้า องค์ประกอบของการดำเนินการ cyclic จะสมบูรณ์ ต้องมีตั้งแต่สามเส้า จะเกิดการหมุนเวียน การสังขาร ทุกข์ทั้งหลายเกิดได้จากอันนี้ สัมผัส 3 หรือ ผัสสะ 3 ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย จักขุวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยตาและรูป เพราะประชุมธรรม 3 ประการ จึงเกิดผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนา บุคคลเสวยเวทนาอันใด ก็จำเวทนาอันนั้น บุคคลจำเวทนาอันใด ก็ตรึกถึงเวทนาอันนั้น บุคคลตรึกถึงเวทนาอันใด ก็เนิ่นช้าอยู่ที่เวทนาอันนั้น บุคคลเนิ่นช้าอยู่ที่เวทนาอันใด ส่วนแห่งสัญญาเครื่องเนิ่นช้า ก็ครอบงำบุรุษ เพราะเนิ่นช้าอยู่ที่เวทนานั้นเป็นเหตุ ใน “รูป” ทั้งหลายที่พึงจะรู้ด้วยตา เป็นอดีตก็ดี เป็นอนาคตก็ดี เป็นปัจจุบันก็ดี (เล่ม 12/247) พ่อครูว่า... ในเรื่องของความรู้พระพุทธเจ้า ที่ท่านสอนไว้มากมาย พวกเราชาวพุทธ ก็คงจะไม่มีใครปฏิเสธความรู้ สัมมาทิฏฐิที่ถูกต้อง ของพระพุทธเจ้า สมบูรณ์แบบในเรื่องของมนุษยชาติ และสังคม พระพุทธเจ้าศึกษาเรื่องของสังคม และมนุษยชาติ ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อะไรก็แล้วแต่ ท่านศึกษาครบมุมหมด เลิศสุด ยอดสุด จบในเรื่องวิชาการ ในเรื่องความเป็นไปได้ ที่ประเสริฐสุดแล้ว ท่านศึกษาจนเป็นเจ้าของความรู้ หรือธรรมะ คือเป็น ธรรมสามี พิสูจน์กัน ไม่รู้แล้วกี่ชาติ กี่ปาง กี่ยุค กี่กัปป์ ไม่รู้กี่ล้านชาติ ก็ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่ของหลอกลวง ไม่ใช่คิดเอาได้ ไม่ฝันเพ้อเอาได้ แต่ต้องยืนยันความจริง ทำจริง ได้จริง จนลูกโลกแตกไปหลายลูก ก็พิสูจน์มา เป็นเรื่องอจินไตย เรื่องที่บอกไม่ได้ ไม่มีตำนาน ประวัติศาสตร์บันทึก แต่พอมีเค้าตามไปได้ไกลสุดมาก ตำนานสุดมาก เรื่องราว หลักฐาน จะยืนยันได้ ก็เอามาพิสูจน์กัน เท่านั้นเอง ก็ผู้ที่เชื่อ ฟังแล้วเห็นดีเห็นงาม ก็เอา ผู้ไม่เห็นดีเห็นงาม ก็เป็นอิสระเสรีภาพ ที่จะไม่เอา แต่อาตมาก็ต้องชวนกันให้เห็นดี ประชาชนคนไทย และเรามีเค้าแล้ว มีต้นทุนแล้ว จากจิตที่อาตมาเท้าความยืนยันว่า ศาสนาพุทธมีมาตั้งแต่เกิดเมืองไทย คนไทยฝังรากลึก ในอนุสัย เพียงแต่จำไม่ได้ แต่มันก็มีอยู่ มีเชื้อเหลืออยู่ในความจำ เรียกว่าสัญญา แม้มันเหลือน้อย ก็เป็นเชื้อชาติ อาตมากำลังได้คำพูดอยู่สองคำ คือ แก่นชีพ กับ เชื้อชาติ เชื้อ คือสิ่งเหลือเชื้อ ที่มันเกิดของสัญชาติ การเกิดฝังอยู่ในความจำ ฝังในคลังอัตภาพของแต่ละคน เชื้อชาติ เป็น แก่นชีพ สายเจโตเรียกแก่นชีพ สายปัญญาเรียกเชื้อชาติ แก่นชีพ คือแก่นหลักแกน เป็น essence เป็น core มันอยู่ในก้นบึ้ง ของจิตเรา ไม่สามารถดึงออกมาใช้ได้ ก็ตามแต่ มีในชีพ เป็นแก่นชีพ เจโตดึงออกมายาก เป็นได้ แต่ไม่มีปฏิภาณดึงออกมา หากดึงออกมาได้ จะรู้จัก เชื้อชาติ เชื้ออันนี้ กำลังเกิด กำลังเคลื่อนไหว กำลังมีความรู้ เป็นปัญญา เอามาใช้ได้ แก่นชีพเป็นเจโต เชื้อชาติเป็นปัญญา มีอยู่ในอัตภาพของแต่ละคน เป็นธรรมะ 2 ที่อาตมาใช้พยัญชนะอันนี้ กำลังขึ้นถึงสภาวะ อาตมาพยายามดึงเอาความรู้ลึกต้นรากมาใช้ ผู้ที่สามารถรู้เรื่องปรมัตถ์ จิตวิญญาณ จิตใจ สารพัดที่พระพุทธเจ้าสอน ทิ้งเอาไว้ สุดยอด เมื่อมีความรู้จริง เป็นจริงได้ ก็เอามาใช้ เอามาทำงาน อย่างอาตมาเอามาใช้ มาทำงาน ก็ชวนกันศึกษา ทำกันต่อไป จะเป็นผลประโยชน์ ต่อตน ต่อท่าน ต่อสังคม ต่อมนุษย์โลก เราก็ไม่ไปเป็นคนหาเงิน หาทอง หรือค่าจ้าง ก็ไม่เอา ศาสนาทุกวันนี้ แหว่ง ไม่ครบนอก และใน ไม่ครบ พหิทา (นอก) กับใน (อัชฌัตตัง) มีรูป อรูป ซึ่งจะมีนามธรรมประกอบ ภายนอก ภายใน ทั้งหมด เป็นเรื่องละเอียด ลึกซึ้ง สัมพันธ์กัน ขาดกันไม่ได้ อาตมาก็พยายามประมวลให้ครบ ขนาดนั้น บางอันก็หลุด พร่องไป ไม่เต็ม พยายามไม่ให้ผิด อันไหนผิด คนท้วง ก็จะได้แก้ไข ก็พึ่งกัน ผู้รู้ทุกคน ก็พึ่งกัน ช่วยกัน คนละไม้ คนละมือ เรื่องของเศรษฐศาสตร์ ที่อาตมาขยายคร่าวๆ จึงเป็นเรื่องลึกซึ้ง ยิ่งใหญ่ อาตมานำเสนอศาสตร์พระราชารัชกาลที่ 9 ของเรา ที่ท่านยืนยันแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา อาตมาก็เอามาขยาย ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ หรือเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องประเสริฐ และยิ่งใหญ่ คนที่ไม่มีตัวตน ตัวตนน้อยอย่างชาวอโศก ก็พิสูจน์ได้ ตัวเองอาศัยแบบ ใช้น้อย เปลืองน้อย แต่ตัวเองก็แข็งแรง สุขภาพร่างกายก็ดีพร้อม ไม่เสื่อมทรุด เสียไป เต็มบริบูรณ์ทุกมิติ ของความเป็นคน ที่จะเอาพลังงานมาทำงานได้ เต็มรอบ ไม่ขาดพร่อง และไม่เกินด้วย เต็มอย่างสมบูรณ์พอดี มีความรู้ จัดสรรสมดุลที่มี Coefficient สัมประสิทธิ์ ที่มันเกิดก้าวหน้าอยู่ พัฒนาไปได้ประสิทธิภาพมากที่สุด พอเหมาะ พอดี ไม่เกินไม่ขาด เป็นประสิทธิภาพที่มีค่าสูงสุด หรม. ครน. ที่ชัดเจน ได้ครบส่วน ประโยชน์สูงประหยัดสุด เยี่ยมยอดเลย อาตมานำเสนอต่อสังคม คนอาจจะเห็นว่า อวดดี อวดเก่ง อะไร แต่อาตมาก็ขอนำเสนอ ความจริงอีกแบบ ที่เป็นโลกุตระ ให้มาพัฒนาเศรษฐกิจ ให้แก่สังคม ประเทศชาติ เอาแบบขาดทุนให้แก่เขา อย่าไปเอาเปรียบ หรือเอากำไรจากคนอื่น เท่าที่เราจะอยู่ได้ ทุกวันนี้ ไม่ว่าด้านเศรษฐศาสตร์ การเมือง สังคม ของเมืองไทย มันก็ยืนยันชัดเจนที่สุดแล้ว คนอื่นมองมา ก็ยืนยันว่า เมืองไทยนี้ทุกข์น้อยที่สุด หรือสุขที่สุดในโลก 4 ปีซ้อนแล้ว แม้จะมีลด หรือเพิ่มบ้าง แต่ก็มีคนมาดิสเครดิตรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ก็บอกว่าเศรษฐกิจกำลังชิบหาย กำลังจะพังใหญ่แล้ว อาตมาก็ดูรายงานที่เข้าตรวจสอบ Bloomberg บอกว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่ทุกข์น้อยที่สุด เป็นเบอร์ 1 ของโลก เขาไม่พูดว่าความสุขเลย แสดงว่าเขารู้แล้วว่า อริยสัจ มีแต่ทุกข์เท่านั้น ที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป สุขมันเป็นความตอแหล เป็นความโกหก มันไม่มีจริงหรอกสุข เป็นภาษาที่หลอกล่อ ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่เป็น อุปาทาน ภาษาที่เขาใช้ ก็ส่อแสดงว่า รู้สึกว่า จะใช้ภาษานี้ดีกว่า จริงๆคำว่า ทุกข์กับสุข ถ้าในโลกในสังคมทั่วไปเขาก็ใช้คำว่าสุข มากกว่า ดีกว่า เขาก็ทักทายกันว่า มีสุขดีไหม How are you? ก็แปลว่าสบายดีไหม พระพุทธเจ้าตรัสทักทายกันว่า เป็นยังไงพอทนทุกข์กันได้ดีอยู่ไหม ท่านไม่ใช่คำว่าสุขดีอยู่ไหม สมณะเดินดินว่า... เขาใช้ดัชนีความทุกข์ยาก พิจารณา อัตราการว่างงานมีน้อยที่สุด และเงินเฟ้อน้อยที่สุด สองประเด็นหลัก พ่อครูว่า... เงิน หรือธนบัตร เป็นตัวกำหนดค่าของวัตถุ ทั่วโลกใช้กัน เช่น อเมริกาปั๊มดอลลาร์ออกมา มันก็เลยเละเทะ หากโลกคืนดอลลาร์สหรัฐไป แล้วเอาทองกลับคืนมา ก็ไม่ได้แล้ว แบบของในหลวงเสนอ อาตมามีความรู้ความจริง ให้คนไทยเอามายืนยัน มีชีวิตอยู่อย่างนี้ และเห็นจริงเห็นจังเลยว่า อย่างนี้ใช่แล้ว ชีวิตต้องดำรงอยู่อย่างนี้ ศึกษาอยู่อย่างนี้ จนกระทั่งให้ถึงสุดยอดของชีวิต ทิศทางนี้เป็นทิศทางที่ถูกต้องแล้ว ทุกคนยืนยันได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปถาม มั่นใจในสัจจะ เศรษฐศาสตร์แบบนี้ จึงได้ระบุ แปลว่า ประเทศไทยเป็นชมพูทวีป ชมพูทวีป เป็นดินแดนที่มีทั้งมนุษย์ และสถานที่ มีพฤติกรรม มีวัฒนธรรม มีหลักทฤษฎีในการปฏิบัติ ได้ผลมาเป็นแบบพุทธศาสนา ซึ่งมีจำนวนมาก มีความครบครันกว่าแคว้นแดนอยู่ในประเทศอินเดีย เดี๋ยวนี้ออกมาอยู่ในประเทศไทย มีรูปมีร่าง อย่างครบครัน มีแบบ มีทฤษฎี ด้วยความเป็นมนุษยชาติชัดเจน และกำลังพัฒนาต่อ สืบสานต่อ อาตมามั่นใจว่า แต่ละคนมีรากฐานของจิต มั่นใจในความรู้ ความจริง มีแล้ว อาตมาตายไปวินาทีนี้ ทุกคนก็ช่วยกันต่อ ไม่ล้มเหลวเลย นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) จะยากอย่างไร พวกคุณก็จะทำต่อกันไปจริงๆ ที่อาตมาติงทางสังคมไปนี่ ก็ปรารถนาดี เพื่อความมั่นใจ ในความจริงใจของตนเอง ก็ถ้าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยการพาให้คนไปรวย ในหลวงเราก็ตรัส บอกว่าไม่ให้พาคนไปรวย เอาจน ไม่ต้องเก่ง ก้าวหน้า การรวย ในหลวงก็ตรัสไว้ชัดเจน จะเรียกว่ารวย มันก็พออยู่พอกิน มีเหลือแจกจ่ายคนอื่นได้ด้วย มีสมรรถนะ มีความขยัน ไม่งอมืองอเท้า ไม่เบียดเบียน เป็นภาระใคร เราก็ทำได้ก้าวหน้าแม้แต่วัตถุ ทั้งมวล ปริมาณ คุณภาพเจริญขึ้นทั้งนั้น คุณภาพก็ดีขึ้น ไร้สารพิษ มีวิตามินต่างๆ เพราะเรามีความรู้ และพิสูจน์กันมานาน จนใช้ได้ มันก็ชอบเลย ไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำปลี คะน้า หัวหอม มะเขือเทศ อะไรต่างๆพวกนี้ สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องซับซ้อน การเจริญนี่ พามาจนนะ ชาวโลกีย์เขาฟังแล้ว ก็จะบอกว่า เป็นไปได้ยังไง พามาจนแล้วเจริญได้อย่างไร แต่เราจนอย่างมีภูมิปัญญา มีความรู้ ช่วยเหลือคนอื่น คนจนนี่แหละ จะช่วยเศรษฐีไว้ ฟังแล้วน่าหมั่นไส้ แต่ไม่ได้พูดเล่น เศรษฐีมีความทุกข์ คนจนมีความสุข คนไหนเขาจะเสวยสุขแบบโลกีย์ สุขขัลลิกะ อุปาทานอยู่ ก็เชิญ แต่เราไม่เอาแล้ว ความสุขแบบนั้น ไม่ต้องเป็น สุดยอดแห่งปรมัตถสัจจะ สุดยอดเรื่องของจิตวิญญาณ ที่จะเป็นได้ มันยิ่งใหญ่มากเลย การศึกษา จึงเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ที่ลึกซึ้ง ยิ่งใหญ่ ศาสนาพุทธนี้ อาตมาขอยืนยันว่า พระพุทธเจ้าบรรลุ จิตศาสตร์ จิตวิทยา สูงสุดแล้ว หรือศาสตร์ย่อยๆอีก เขาก็ตั้งชื่อไป เช่น ญาณวิทยา มันมีภาษาของเขาอีก ความรู้ของพระพุทธเจ้า จึงเป็นเรื่องที่อาตมาว่า ไม่ได้เอามาอวดอ้าง ไม่ได้หลงใหล คลั่งไคล้ แต่เห็นว่า เป็นสัจจะ เป็นสิ่งที่จริง ที่ประเสริฐ ที่เราจะต้องศึกษา ไปใช้ให้แก่ตนเอง และสังคมได้ เป็นสิ่งประเสริฐ จะเรียกว่าเศรษฐกิจ หรือการเมือง การทำงานเพื่อมนุษยชาติ การทำงานช่วยกัน ซึ่งตัวเราหลุดพ้นได้ผล สบายแล้ว มีพลังเหลือ ที่จะไปทำงาน ที่ใช้แรงงาน ตามความรู้ ความสามารถ ให้กับคนอื่น เพื่อคนอื่น คือตัวเองสบายแล้ว ไปรอด ไม่ต้องกังวลตัวเอง อยู่ในโลกนี้ เราก็ช่วยคนอื่นได้สบาย โลกมีวัฒนธรรม มีพฤติกรรมสังคม เชื่อมโยง พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ ครบพร้อม สุดยอดแล้ว การเมือง คืองานที่ช่วยพลเมือง ให้อยู่ดีกินดี ให้มีความสงบเรียบร้อย มีความสุขสำราญเบิกบานใจ เรามีครบพร้อมแล้วจริงๆ เหลือเฟือ จึงออกไปเกื้อกูล เผื่อแผ่ผู้อื่นได้ แม้จะมองกลับมาเมื่อไหร่ ค้นลึกในพวกเรา จะเห็นสมบัติคงคลัง ก็มีไม่มาก มีไว้น้อย แต่มีประสิทธิภาพ ทำงาน สะพัด หมุน ไปทำปรุงแต่ง ประโยชน์สร้างสรร กระจายออกไป เป็นพลังงานสัมประสิทธิ์ Coefficient ต้นทุนน้อย จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมาก เกินกว่าจะคิด เป็นประโยชน์สูง ประหยัดสุด หรือ ครน. หรม. ที่จัดสัดส่วนได้ดีที่สุด เยี่ยมยอดที่สุดแล้ว เป็นต้น จึงเป็นสูตรสำเร็จ หรือเป็นความรู้ ที่มนุษย์ควรจะมีกันในโลก จะได้ไม่เบียดเบียน จะได้สุขสำราญเบิกบานใจกันทั่วโลก ตอนนี้บางประเทศ ก็หนักหนาสาหัส เขาก็บอกว่า ความทุกข์มากที่สุดเบอร์ 1 เป็นเวเนซุเอลา กลับมาในประเทศไทย คนที่กำลังหาเรื่องราว เพื่อจะมาชิงอำนาจ อวดเก่ง อาตมาว่า อาตมาให้ค่าความเก่ง ตอนนี้อาตมาให้พลเอกประยุทธ์ เป็นเบอร์ 1 เป็นผู้พาทำงาน ขยัน เบิกบาน ร่าเริง มีเวลามาแต่งเพลงได้ เพลงใจเพชร ทำให้เพลงใจฟ้าของอาตมาตกกระป๋องเลย จะมีใครไหม อยู่ไหนที่ใจว่าจริง ….แพ้ตกกระป๋อง เพลงใจเพชรเลย ไม่ได้พูดประชดนะ ไม่ได้พูดเล่น เพราะของเขาทันสมัย ทั้งเนื้อหาอะไร ถ้าไปดูรายละเอียดเพลงใจฟ้า ยังอยู่ในตัวเอง แต่เพลงใจเพชร เพื่อสังคม นี่พูดความจริงสู่ฟัง ใช้พยัญชนะ สื่อสภาวธรรม ตามที่มีภูมิปัญญา รู้แล้ว เอาไปใช้ประโยชน์ จะเป็นเพลง เป็นพยัญชนะ ก็มีความรู้สามารถจะสื่อสารกันรู้เรื่อง พยายามเอามาใช้ ให้ศึกษาสื่อสารกัน ก็ได้ประโยชน์ และพัฒนามนุษย์ชีวิต สังคมกันไป

การเมืองขณะนี้ อาตมาว่าไปได้สวยอยู่แล้ว แน่นอน ไม่ราบเรียบ เหมือนฝั่งทะเล หรือกระจกหรอก มีคลื่นบ้าง เป็นธรรมดา แต่คลื่นที่ว่า ดูองค์รวม ที่กำลังพัฒนา มีสัมประสิทธิ์ ที่มีอัตราการก้าวหน้า ถอยนิด แต่ก้าวไปอีก ดูค่ารวมนะ อาตมาใช้มิเตอร์อาตมาวัด ที่ตะโกนกันโหวกเหวก ก็พวกขี้อวดเก่ง อวดดี ทั้งที่พิสูจน์ฝีมือแล้ว ตัวเองทำแล้วไม่รอด ถูกขับออกนอกประเทศไป เขาเอง เขาไม่กล้ามาเผชิญหน้า ติดคุก ซึ่งจริงๆก็สองปี แต่มีศักดิ์ศรีใหญ่ ก็ทนไม่ได้หนีไป จนจะเป็น 10 ปีแล้ว เสร็จแล้วก็ใช้ตัวแทน มาใช้อำนาจของตัวเอง เขามีนอมีนี เป็นตุ๊กตา หุ่นเชิด ตั้งแต่ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ แล้วมันดีขึ้นไหมล่ะ จะพิสูจน์กันอะไรนักหนาเกินกว่านี้ คนที่เป็นลิ่วล้อ หลงลม คลั่งไคล้ ได้เศษกากอะไรมาเลี้ยงชีวิต จะหลงเพ้อพกอยู่นั่น ตรวจสอบกันให้ดีๆ ตื่นเสียที อย่าหลับไหล ลุ่มหลง อะไรกันนักหนา ขนาดนี้ความอะลุ่มอล่วย ของพลเอกประยุทธ์ มีมาก จนกระทั่งคนบอกว่า ทำไมไม่จัดการ อันนั้น อันนี้ อาตมาถึงได้เห็นใจพลเอกประยุทธ์ จริง มันควรทำอย่างที่คุณว่า แต่มันก็มีเหตุปัจจัย ที่ต้องคำนึงอีก ซึ่งคนพูด คนมองในด้านแต่ละคน ก็มองกันไปได้หลากหลาย ถ้าใครไม่มีปฏิภาณกว้างพอ ที่จะดูค่ารวม ที่มันเกิดขึ้น ค่ารวมความรู้รวมยอด ปัญญารวมยอด หรือเจตคติ หากไม่เข้าใจ ก็ต้องพยายามฟัง ผู้ที่เขาเสนอ แม้เขาจะไม่มีตำแหน่ง ไม่มีใบรับรอง ไม่มีปริญญา ไม่มีใบประกาศนียบัตร ไม่มียศศักดิ์ ไม่มีฐานะทางสังคมอะไร ก็อย่าเพิ่งไปตีทิ้งมากมายนัก ก็รับพิจารณาดูบ้าง เอาเนื้อหาสาระ แก่นสารแท้ๆจริง ดูว่ามันพอเป็นไปไหม เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ความหมายถึงแค่ไหน อย่างไร แล้วมันมีตัวอย่างไหม อาตมาว่า ชาวอโศกเรามีครบพร้อม แม้รูปไม่โต ปริมาณไม่ใหญ่ แต่อาตมาว่าคุณภาพคับแก้วนะ แม้ว่ารูปร่างไม่ใหญ่โต มโหฬาร แต่มีรูปทรง องค์ประกอบ ที่มีรูปแบบไปตามลำดับ เราระมัดระวังอยู่ ไม่ให้ใหญ่เฟ้อเกิน หรือเล็กลง เราก็ไม่ให้เล็กลง ก็ให้เจริญขึ้นอยู่ แต่ไม่ให้เจริญแบบเตี้ยอุ้มค่อม หรือฟ่าม ไม่งั้นจะเสียผล เราก็พยายามพัฒนาอยู่ ใจร้อน ใจเร็ว อยากเห็นความชัดเจน อยากเห็นสิ่งที่เกิด ที่เป็นมัน เป็นรูปร่าง สมบูรณ์แบบ ที่งดงาม ที่ประเสริฐ อย่างบริบูรณ์จริงๆ มันเป็นความเข้าใจ เป็นความปรารถนาของทุกคนแหละ แต่มันยังทำได้ไปตามลำดับ อาตมาถ้าจะว่า อยากให้มันเร็ว ให้มันได้ไวๆ แต่มันเป็นไปไม่ได้ เป็นไปตามเหตุปัจจัย กาละ เวลา พอสมควร มันก้าวหน้าขนาดนี้ อาตมาก็ใช้ปัญญาประมาณ ได้ขนาดนี้ ก็ดีแล้ว อาตมาจึงมีพลังใจ พลังจิต ที่จะฮึดสู้ ทำต่อไป แม้แต่สังขาร ร่างกายร่วงโรยไป แต่ก็พยายามจะซ่อมแซม มีผู้ช่วยให้สังขารร่างกาย รูปธรรม แม้นามธรรมที่สำคัญของตัวเอง รูปธรรมก็ปล่อยให้เขาดูแล มันก็จะเดินไปได้ ไม่ให้ร่วงโรยจนกระทั่งจบชีวิต ตายลงไป หมดสมรรถนะ ก็พยายามอยู่ พูดถึงอันนี้แล้ว อาตมานึกถึง อ.ระพี ตอนนี้ศพตั้งที่วัดพระศรีมหาธาตุ กทม. เกิดปีเดียวกัน แต่คนละรอบ รู้จักกันมาตั้งแต่หนุ่มแน่น อาตมาทำงานโทรทัศน์ อาจารย์ระพีก็เป็นนักวิชาการด้านการศึกษา มีความชำนาญเฉพาะด้านของท่าน อาตมาทำงานโทรทัศน์ สนิทกัน ก็เอามาอธิบายเผยแพร่ความรู้ให้แก่สังคม สนิทสนมกัน เกิดปีเดียวกัน แต่แก่กันคนละรอบ ก็ทำงานร่วมกัน ช่วยกันมา จนกระทั่งแม้กระทั่งอายุมากแล้ว เราจัดงานให้ อ.ระพี ชาตกาล ครบรอบ เราก็เคยจัดให้ ซึ่งเป็นงานที่เราเอาผู้นี้มาส่งเสริม เสนอต่อสังคม เราก็จัดมาหลายคน อ.ระพี อังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นต้น ในสังคมที่ร่วมกันอย่างนี้ แล้วเราก็ดูเหลี่ยมสาระชีวิตแต่ละคน อ.ระพี ก็พยายามยื้อสังขารตัวเอง เพื่อจะทำงานเพื่อประชาชน จนกระทั่งหมดพลังงาน จนทางการบอกว่า เป็นผู้หมดสมรรถภาพแล้ว ต้องออกกฎทางนิตินัยมา ห้ามไม่ให้ทำงาน พอแล้ว ขนาดนั้นเลย ก็ดูใจอ.ระพีนี้ ซึ่งตัวเองจะสิ้นเรี่ยวแรง หมดชีพแล้ว ก็ยังอุตส่าห์ขวนขวายพยายาม จนเขาต้องสั่งว่าให้หยุด อย่างอ.ระพีนี้ พูดได้เลยว่า เป็นอาริยบุคคล ที่มีเชื้อโพธิสัตว์ ตลอดชีวิตอาตมา ตั้งแต่หนุ่มจนตายจากกันไปนี้ อ.ระพี อายุยาวกว่าอาตมา ก็ต้องไปก่อน เป็นธรรมดา จนจากกันไปแล้ว อาตมาก็เห็น ก็รู้อยู่ ประมวลแล้ว เท่าที่เห็น ที่รู้มา ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องเสียหายเสื่อมเสีย ของอ.ระพี จริงๆแล้ว เมื่อเทียบก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน