610211_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ยาอายุวัฒนะของชาวลับแลสาธารณโภคี.docx
เนื้อหาในไฟล์
610211_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ยาอายุวัฒนะของชาวลับแลสาธารณโภคี
สมณะฟ้าไทว่า… วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บวรราชธานีอโศก ใกล้จะถึง งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ปีนี้เราจะไปจัดกันที่ ปฐมอโศก ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2561 ใครจะไปร่วมปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 กันก็ได้ กินอาหารมื้อเดียวต่อวัน จะมีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ไปร่วมเตรียมงาน ส่วนมัธยมศึกษาปีที่ 2 จะไปเตรียมงานปลุกเสกฯ ม. 3 เตรียมตลาดอาริยะ เป็นการเรียนรู้ของนักเรียนชาวอโศก พวกเราเป็นกลุ่มชนที่มีจำนวนเล็กน้อย จากคนบนโลกนี้ ที่เป็นชาวโลกีย์จำนวนมาก ชาวโลกีย์วันๆหนึ่ง ก็จะทำตามกิเลส ไม่ว่าจะเป็นการนอน การตื่น ถูกมอมเมาทางทวารทั้ง 6 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันๆ เกิดมาชีวิตหนึ่ง ตายไป สั่งสมกิเลสไป ไม่รู้กี่หมื่น กี่แสนวินาที กี่ล้านวินาที สะสมกิเลสมากขึ้นๆ ซึ่งจะต่างจาก ชาวโลกุตระ ที่เป็น คนปรโลก ปรโลกไม่ใช่หมายความว่า รอให้ตายไปแล้ว จึงเรียกว่าปรโลก แต่คนโลกีย์มาอยู่ในชุมชนชาวอโศก จะเหมือนมาอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกโลกุตระ พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า อัญญาสิวตโพโกญทัญโญ มีอีกอันหนึ่ง ปัญญาอีกอันหนึ่ง เกิดขึ้นในจิตวิญญาณของคนที่มาพบแล้ว จะแสดงอาการ กรรม การงานอาชีพ ไม่เหมือนโลกียะ ทำงานเหมือนเขา อยู่เหมือนเขา แต่ก็ต่างจากเขา พ่อครูว่า... ดูนี่ ดอกของหอมนะ นี่มันบานแล้วนี่ ของราชธานีอโศกนี่เอง อาตมาก็เพิ่งจะเคยเห็น โตมาจนป่านนี้ ต้นหอมแขก เป็นหัวหอม เอามาปลูกกัน ในเมืองไทย ไม่เห็นจะมีแบบนี้เลย ดอกหอมที่จะปลูกแล้ว ออกดอกให้เห็นชัดเจน อย่างนี้เลย ปลูกอะไรก็เหมือนมันแกล้งที่จะโต อุดมสมบูรณ์ งอกงามให้ดู เพิ่งเคยเห็นขนาดนี้ สมณะฟ้าไทว่า... คนที่ทำก็เพิ่งจะเคยเห็นเหมือนกันว่า ได้ขนาดนี้ พวกเราเป็
อ่านต่อ
นคนโลกุตระ ปลูกอะไรบนผืนแผ่นดินนี้ ก็จะงอกงาม แผ่นดินนี้ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธาตุอาหารสำหรับพืช มีปุ๋ยงอกงาม ใส่ไปตอนแรก มันจะไม่งามรวดเร็ว Slow but sure ตอนหลังถึงจะงดงาม และยั่งยืน พ่อครูว่า... มาดู sms _SMS วันที่ 9 – 10 กุมภาพันธ์ 2561 (พ่อครู –บวรราชธานีอโศก)
_5788... นมัสการท่านพ่อ ถ้าคุณวิเชียรถูกข้อกล่าวหา เรื่องเงิน 110 บาท ป่าที่คุณวิเชียรดูแล เป็นป่าของโลก ถ้าเขาอยู่ไม่ได้ประเทศนี้ ก็เชิญคุณเปรมชัยมาดูแลแทนลุงตู่ก็แล้วกันครับ พ่อครูว่า... คนที่เรียกอาตมาว่า พ่อท่าน บางคนเรียก ท่านพ่อ คำว่า ท่านพ่อนี้ เขาเรียกคนมีศักดิ์ฐานะ ระดับหม่อมเจ้าขึ้นไป ส่วน พ่อท่าน เป็นคำเรียกพระ ที่เขานับถือ พระอายุมาก และเป็นที่นับถือ ก็เรียกพ่อท่าน เช่น พ่อท่านคล้าย เป็นต้น ก็เป็นความหมายต่างกัน ส่วนอีสานจะเรียกพระที่อายุมากน่าเคารพนับถือเรียกว่า ญ่าทาน คำว่า ญ่า นี่ย่อมาจากคำว่าพระยา พระยาท่าน ภาษาอีสานว่า ญ่าทาน ฟังแล้วมันเหมือนเป็นถ่านที่เป็นยา ย่อมาจากพระยา กับท่าน
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ปุญญภาคิยา ส่วนแห่งบุญ _3867... ที่พ่อครูกล่าว บุญคือการสละออก! กุศลคือการสะสม! ตรงกับที่ท่านเคยสอน ไม่มีผล ส่วนแห่งบุญในมิจฉาทิฏจฐิ10! แต่การมีส่วนแห่งบุญ เกิดแก่ขันธ์ 5 เป็นสัมมาทิฎฐิ ฤาเปล่าหนอ? กบฉงน? พ่อครูว่า... ส่วนแห่งบุญ หรือส่วนบุญ บาลีว่า ปุญญภาค หรือปุญญภาคิยา คือส่วนที่ผู้ปฏิบัติธรรมใช้พลังงานทางจิต สังขารเกิดเป็นพลังงานไฟ อุณหธาตุที่ทำให้กิเลสลดลง ส่วนหนึ่งก็เรียกว่าส่วนแห่งบุญ ลดลงได้ 1 ส่วน ก็เป็นส่วนแห่งบุญ 1 กำจัดไปได้ 2 ส่วนก็เป็น 2 กำจัดไปได้ 3 ก็เป็น 3 ส่วน นี่คือส่วนที่เอาออกได้ บุญคือการกำจัด การสละออก การฆ่า การทำลาย แต่ทีนี้บอกว่า แต่การมีส่วนแห่งบุญ คือเกิดส่วนแห่งบุญ ที่ทำได้ ส่วนที่ชำระได้ เกิดแก่ขันธ์ 5 เป็นสัมมาทิฏฐิก็ใช่ ถ้าเข้าใจบุญ คือพลังงาน จนละกิเลสได้ คุณทำให้บุญเกิดเป็นคุณสมบัติ ชำระกิเลสได้หมดเลย ทั้งหมด 10 ส่วนได้เลยก็ได้ วิเศษเลย ทำได้อย่างนั้น มันก็มหาวิเศษ ได้หนึ่งส่วนก็เก่งแล้วหนูเอ๊ย จะเอาทีเดียว พรวดๆพรึ่บๆเลย แล้วถามว่าสัมมาทิฏฐิ หรือไม่ ก็อย่าไปสับสน บุญคือ ส่วนที่เอากิเลสออกได้ บุญคือสิ่งที่เสีย บุญถ้าเป็นผลสำเร็จ คือสิ่งที่เราเสีย คือเราได้ เราเอากิเลสออก ถ้าเราไม่ต้องการให้มีให้หมดออกไป หมดเมื่อไหร่ ก็เป็นพระอรหันต์ หมดเกลี้ยงไม่เหลือ ก็เป็นพระอรหันต์ ให้แม่นยำ ชัดเจน ไม่ต้องไปสับสน พยายามอย่าสับสน ให้แม่นทั้งพยัญชนะ และสภาวะ สมณะฟ้าไทว่า... ถ้าลดกิเลสเป็นส่วนๆ แล้วแบบหลับตา จะทำได้ไหม? พ่อครูว่า... สายหลับตา จะไม่มีพลังงานปัญญา เข้าไปจับสภาวะรู้ เขาไปหลับตาทำ มันก็เลยมีพลังงานน้อย ไม่เกิดพลังงานที่วิจิตรพิสดาร สามารถรู้ได้มาก ดูอะไรได้ที่มันเกี่ยวข้องสังขารกัน แล้วจะแยกกิเลสออกจากจิตได้ แต่ถ้าไปนั่งหลับตาปฏิบัติ อย่างนั้นไม่ใช่ทางปฏิบัติของศาสนาพุทธเลย ขอยืนยัน แต่มันหลงผิดมา ยึดมั่นถือมั่น พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา จนป่านนี้ ก็ยังมีมิจฉาทิฐิ เต็มไปหมดเลย คำสอนพระพุทธเจ้าไม่มีเหลือเลย พระพุทธเจ้าต้องมาปลุกขึ้นมาใหม่ 2600 ปี แล้วเสื่อมไป สิ่งที่ถูก กลายเป็นผิดไปหมด สมณะฟ้าไทว่า... ในยุคพระพุทธเจ้า เขาไม่ได้เอามาเป็นพุทธ ในยุคนี้ เขาอ้างว่าเป็นพุทธด้วย พ่อครูพาทำ มีคนลดละกิเลสได้จริง มาอยู่รวมกันเป็นชุมชน และยาวนาน ไม่ใช่ว่าเสื่อมลงไปๆ ตั้งแต่เช้า ก็ทำหน้าที่ฟังเทศน์ฟังธรรม และไปทำงาน ปฏิบัติธรรมลดละกิเลสไปทุกวันๆ มันเหมือนไม่มีอะไรใหม่ ชาวอโศกของเราเหมือนเก่าไป แต่ว่ามันใหม่ พ่อครูว่า... ใหม่ไม่มีเก่าเลย ใหม่ไปตลอดกาล ก็เลยไม่ต้องไปหาใหม่อีก ใหม่เสมอ สรุปว่า ความเข้าใจปัจจุบันนี้แล้ว ชาวพุทธทั้งหลาย เข้าใจคำว่าบุญไม่ได้ เอาบุญไปใช้เป็นสมบัติ ทั้งที่คำว่าบุญเป็นวิบัติ เป็นความเสื่อมที่ไกลมากเลย ที่ผิดไปไกล มันก็เลยไม่มีผลสำเร็จ เพราะคำว่าบุญ เป็นตัวอาวุธพิเศษ ของศาสนาพุทธ ถ้าสร้างพลังงานจิต ให้เกิดพลังงานที่มันมีค่า ถึงความเป็นบุญ มีค่าเป็นไฟ ที่เรียกว่า ฌาน มันเป็นพลังงานที่รวมได้ ไฟกองใหญ่ ท่านแปล ฌาน ว่า ไฟกองใหญ่ ไฟกองพิเศษ มันจะมีพลังงาน พูดทางฟิสิกส์วิทยาศาสตร์ พระพุทธเจ้าก็ค้นพบว่า เป็นพลังงานที่มีพลังงานสูงสุด เป็นพลังงานทางจิตวิญญาณ สร้างได้เหนือชั้นกว่าไฟใดๆ ไฟที่ครองโลกตอนนี้คือ ไฟราคะ โทสะ โมหะ ก็สามารถทำให้มันลดหมดเลยได้ พระพุทธเจ้าสร้างพลังงานนี้ขึ้นมาได้ เป็นการเหนือชั้น ทำลายไฟราคะ โทสะ โมหะ ได้สำเร็จ นี่คือความยิ่งใหญ่ สามารถสร้างขึ้นมาได้มีประสิทธิภาพ ทำให้กิเลสลดลงได้ แต่ละส่วนเรียกว่า ส่วนแห่งบุญ ถ้ากิเลสมีเท่าไหร่ดับหมดเลยได้ มันไม่ได้ทันทีหรอก มันได้ทีละส่วน มันไม่สามารถทำให้กิเลสให้หมดทีเดียวหมด ถ้าคุณยังไม่เคยดับ ไม่เคยเลย ไม่มีเครื่องมือนี้เลย แล้วคุณจะสร้างเครื่องมือนี้ขึ้นมาแล้วดับพรึ่บทีเดียวหมดได้ มันก็เกินไป มันจะเก่งเกินไป
_5788... ผมอยู่บ้านนอก ยังเห็นว่า เขายังเอาลุงตู่นะครับ และไม่อยากเลือกตั้งด้วย ถ้าไม่เชื่อให้ไปถาม ส.อบต. หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่าใครอยากสมัครรับเลือกตั้งบ้าง พ่อครูว่า... ตอนนี้คะแนนเสียงของลุงตู่ยังดีมาก ไม่ว่าจะบ้านนอก หรือในเมือง มันมีพวกล่อโก๊ะ โฉ่งฉ่าง ล่อมนุษย์ว่า เขาจะเอาเลือกตั้ง ไม่เอาลุงตู่ ทั้งที่เขายังเข็ดเขี้ยว ขี้อ้อน ขี้แก่กันอยู่ กับการเลือกตั้งเลย เหมือนพวกปาหี่ เล่นก่อนจะตัดคอเด็ก แล้วจะต่อคอเด็ก แต่ทั้งงานก็ไม่ได้ตัด หลอกให้คนมาดูเท่านั้น จริงๆแล้ว เขาหมดน้ำยาแล้วล่ะ สำหรับพวกที่เป็นนักเลือกตั้ง หลอกคนที่ไม่มีปัญญาไปได้ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ที่ยังงมงาย เมื่อไหร่เขาจะตื่นสักทีนะคนพวกนี้ ก็เหมือนกับลานั่นแหละ พ่อเจ้าประคุณเอ้ย เลือกตั้งนี้หากยังไม่สงบเรียบร้อย ดีกว่านี้ ก็เลื่อนไปตลอดเลย สิ่งเหล่านี้ต้องเข้าใจสภาวะของการเคลื่อนไหว ของคนของสังคม ของความคิด ของความรู้ อาการเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวไปในทางพัฒนาเจริญ หรือความเสื่อม มันมีทั้งสองแง่ ถ้าผู้ที่มีปัญญาชัดเจนแล้ว อย่างนี้มันเจริญหรือเสื่อม อันนี้มันเจริญขึ้น อาตมาก็ขอสรุปว่า ประเทศไทยกำลังเกิดภูมิปัญญา ส่วนใหญ่นะ คนโง่เท่านั้นที่ยังยึดถือ อยากจะได้อำนาจ ถ้าได้แบบนั้น แล้วเขาได้เปรียบ แล้วเขาก็เก่งชิบหายเลย ลงเลือกตั้งนี้ เอาเสาไฟฟ้า ลงเลือกตั้งก็ได้ คำพูดอย่างนี้ก็เจ๊งเลย เราก็ต้องเชื่อว่า เขาเก่งชิบหายแล้วจะไปให้เขาทำทำไม ตอนนี้คุณไม่มีที่จะอยู่แล้ว ทั้งพี่และน้อง เขาก็พยายามเอาเครือญาติมาต่อ ให้เขาก็โปรโมทลูกตัวเองขึ้นมา ก็ไม่เอา แต่ไปเอาญาติญาติมา แล้วญาติก็รับวิบากไป น้องชายก็ไม่ค่อยได้เรื่อง ก็ยังพายับ พาย่อยยับ
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ปฏิบัติไตรสิกขาเข้าสู่กระแสโสดาบัน _กุศลา ธัมมา... สงสัย การนั่งสมาธิ กับการเป็นคนดี มีจุดที่สามารถรวมกันได้อย่างไร สำหรับความคิดของคนๆหนึ่ง ที่เอาการนั่งสมาธิ เป็นบาทเบื้องต้น พ่อครูว่า... ถ้าจะอนุโลมบ้าง สำหรับคนไม่มีปัญญา ก็ได้ แต่คนอย่างนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้คนอีกพวกหนึ่งดูแลไป เหมือนกับคนที่ต้องเข้าคุก ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษา บังคับกันไป ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่จะไปเอาภาระคนชั้นต่ำ ชั้นยาก ขนาดนั้น มันเป็นคนที่น้อยนะ ท่านเอาระดับกลาง ไปหาระดับสูง ระดับสูงมีน้อยก็ตาม ท่านรับผิดชอบ ระดับกลางมีมาก ส่วนระดับน้อย ที่มีขั้นต่ำ ก็ให้คนอื่นดูแลไป มันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น การนั่งสมาธิ เป็นบาทฐานสำหรับคนระดับนี้ หากเข้าใจแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ที่พูดนี้ พูดให้ชัด ไม่ได้ข่มเขา เขาอยู่ในฐานะต่ำต้อยจริงๆ ก็จะมีจำนวนหนึ่งในโลกสังคม เข้าสู่การบรรยาย วิธีของพระพุทธเจ้าคือ ต้องเข้าใจให้สัมมาทิฏฐิ อย่าไปงมงายกับมิจฉาทิฏฐิ ความรู้ความเข้าใจของมนุษย์มีอยู่ 62 อย่างนี้ เท่านั้นเรียกว่า ทิฏฐิ 62 แล้วบรรดาคนที่ไปเรียนมาทั้งหมด มีแค่นี้ เป็นการนั่งหลับตาทั้งนั้น พระพุทธเจ้าสอนแบบลืมตา มีวิธีการที่เป็นลำดับ เป็นลำดับที่ยิ่งใหญ่ ต้องตั้งหลักให้ดี การศึกษาของพระพุทธเจ้า ก็คือ ไตรสิกขา ไตรสิกขาแยกไม่ได้ เป็นศีล สมาธิ ปัญญา แยกกันไม่ได้ แยกกันเมื่อไหร่บรรลัย จะต้องไปด้วยกันทั้งหมดเลย แล้วจะมีผลไปถึงวิมุติ มีญาณ มีวิมุติ ไปเป็นลำดับของไตรสิกขา และท่านก็แบ่งเป็นชุดๆ เอาอย่างที่พอเหมาะพอดีก่อน ต่ำสุดเรียกว่า เป็นพื้นฐาน กำหนดเป็นศีล 5 เป็นพื้นฐาน ที่จะใช้ปฏิบัติ นี่แหละต่ำสุดแล้ว ที่จะเอามาปฏิบัติแล้วให้เกิด อธิจิตกับศีล 5 มีปัญญารู้ในกรอบขอบเขตของศีล ไม่ใช่ไปรู้กว้าง รู้มาก รู้เยอะ ไม่ใช่ อย่าไปอวดดี ให้เริ่มจากศีล 5 ก่อน เป็นภิกษุแล้ว เขาบอกว่ามีศีล 227 อย่างนั้นมันเป็นพระวินัย ไม่ใช่ศีล ศีลต้องรับที่จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ศีล 5 ข้อมีในจุลศีล 26 ข้อนี้แหละ เริ่มต้น 5 ข้อนี้ แล้วมีความละเอียดลอออื่นอีก เช่น แบ่งวจีเป็น 4 เป็นต้น ต้องมีกรอบขอบเขต และเป็นลำดับให้ดี ปฏิบัติได้มรรคผล เป็นวิชชา เป็นวิมุติ แล้ว มันก็จะขยับเป็น ศีล 6 7 8 เกณฑ์หนึ่ง ก็เรียกศีล 8 ข้อ 6 เป็นเรื่องของการกิน ข้อที่ 7 เป็นเรื่องของนัจจะคีตะวาทิตะ มาลา คันธะ วิเลปนะ 8 ก็อุจจาสยนะ มหาสยนา ศีล 10 เป็นชาตรูปรชตะฯ ต้องมีศีล เป็นขอบเขตของศีล ในการปฏิบัติ แล้วคุณต้องปฏิบัติให้เกิดอธิจิต เรียนรู้จิตแยกกิเลสออกจากจิต ใน สังกัปปะ 7 ในตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ เรียนรู้อาการลิงค นิมิต อุเทศ ของอาการ กาม พยาบาท แล้วทำให้เกิดเนกขัมมะ หากทำไม่ได้ ก็กดข่มก่อน ให้มันไม่มีฤทธิ์เดช คือการมีชีวิตของกิเลส อย่าให้มันออกอาการลีลาอะไร มัดมือ มัดแขน มันก่อน ถ้าเรายังไม่เก่ง แต่ถ้ารู้แล้วว่า เป็นเหตุแห่งทุกข์ เป็นตัวการใหญ่ ที่จริง เป็นตัวปลอม อย่ามาทำเป็นมีตัวตนมาเลย ถ้ารู้ว่าเอ็งเป็นผีปลอมมา คนโง่เท่านั้น ที่ยอมให้ผีเกิด ข้าไม่ยอมหรอก ข้าหักขั้วหัวใจผีมาหมด ในพระไตรปิฎก มีบอกไว้ว่า พระพุทธเจ้ารู้ทันมารแล้ว มันก็เลยหนีไปหมด มันไม่มีชีวิตชีวาไม่มีตัวตนอะไรหรอก มันมาหลอก มันเป็นอุปาทาน เป็นสิ่งที่จิตมันโง่ ยึดเอง ต้องฉลาดพอเพียงว่ากิเลสทั้งหลายแหล่ มันไม่มีตัวตน เป็นเหตุแห่งทุกข์ แล้วมันก็มี เดี๋ยวก็หายไป เดี๋ยวก็มี เดี๋ยวก็พักยก เดี๋ยวก็มี ติดต่อกันพอสมควร แล้วก็หายไป ไม่ได้มีอยู่ตลอดกาลนานหรอก น่าจะเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร จริงๆๆเลย สมณะฟ้าไทว่า... ก็น่าจะเข้าใจ พ่อครูว่า... ไม่เอาหน้าเข้าใจ จะไปเอาหลังเข้าใจ มันก็ไม่ได้เรื่อง เพราะฉะนั้นผู้ใดที่สามารถปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าสอน เป็นลำดับไป เรียนรู้จากของจริง เรียนรู้จากสภาวะปัจจุบัน ที่สัมผัสมีเนื้อหาจริง ตากระทบรูป ก็เกิดภาวะจิต จิตที่มีกิเลสก็เห็นกิเลส มันมี ผัสสะ แล้วมีลีลา ให้เห็นเป็นเวทนา จับกิเลสในเวทนานั้นออกให้ได้ แล้วกำจัดมัน กำจัดมันไม่ได้ทีเดียว ก็มัดมือมัดไม้มันก่อน ดูได้ให้รู้ว่าเอ็งอย่ามาหลอกว่า มีตัวตนเลย เอ็งก็ไปๆมาๆ เป็นตัวการเป็นเหตุแห่งทุกข์ เพราะฉะนั้นคนโง่เท่านั้น ที่จะให้มันมีอยู่ ผู้ฉลาดแล้ว พลังงานฉลาด ก็จะสลายพวกนี้ พวกนี้รู้ว่าปัญญามาแล้ว ผู้ฉลาดมาแล้ว รู้ทันกู กูก็ไม่อยู่ นี่ในสำนวนพระไตรปิฎก เป็นอย่างนี้ แล้วก็หายไปจริงๆ พูดเป็นภาษา ให้ฟังว่า มันมีฤทธิ์ มีอำนาจ มีปัญญา ปัญญาจึงไม่ใช่ของธรรมดา ปัญญา เป็นของศาสนาพุทธ เป็นของโลกุตระ มีแต่ในศาสนาพุทธศาสนาเดียว ศาสนาอื่นมีแต่ เฉโก เป็นความฉลาดที่ภาษาบาลีเรียกแบบนั้น แต่เขาไม่ยอมใช้ ทั้งที่เป็นโลกีย์ เป็นเรื่องชั้นต่ำ ก็เลยเอาภาษาคำว่าปัญญา ไปเรียกความฉลาดของตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่ความฉลาดแบบปัญญาเลย ไม่ใช่อาริยะของพระพุทธเจ้าเลย เริ่มเป็นพระโสดาบัน จะมี ปัญญา 7 จึงจะเรียกว่าผู้มีปัญญา ปัญญา 7 อย่างนี้ เป็นพลังงานของจิตที่มีคุณสมบัติพิเศษเลย มีแต่ในศาสนาพุทธ เอาคำว่าปัญญามาขยายความให้ฟัง ธาตุรู้ 7 สภาพนี้ ทิฏฐิที่เป็น นิยยานิกธรรม [543] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทิฏฐิอันไกลจากกิเลสเป็นข้าศึก เป็นนิยยานิกธรรม นำออกซึ่งบุคคลผู้ทำตามนั้น เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนต้นก็ดี ไปสู่เรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า เรามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสใดกลุ้มรุมแล้ว ไม่พึงรู้เห็นตามความเป็นจริง ปริยุฏฐานกิเลสในภายในนั้นที่เรายังละไม่ได้ มีอยู่หรือหนอ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุมีจิตอัน กามราคะ กลุ้มรุม ก็ชื่อว่ามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุมแล้วเทียว มีจิตอัน พยาบาท กลุ้มรุม ก็ชื่อว่ามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุมแล้วเทียว มีจิตอัน ถีนมิทธะ กลุ้มรุม ก็ชื่อว่ามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุมแล้วเทียว มีจิตอัน อุททัจจกุกกุจจะ กลุ้มรุม ก็ชื่อว่ามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุมแล้วเทียวมีจิตอันวิจิกิจฉา กลุ้มรุม ก็ชื่อว่ามีจิตอัน ปริยุฏฐานกิเลส กลุ้มรุมแล้วเทียว เป็นผู้ขวนขวายในการคิดเรื่อง โลกนี้ ก็ชื่อว่ามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุมแล้วเทียว เป็นผู้ขวนขวายในการคิดเรื่อง โลกหน้า ก็ชื่อว่ามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุมแล้วเทียว และเกิดขัดใจ ทะเลาะ วิวาท ทิ่มแทงกันและกันด้วยหอก คือปากอยู่ ก็ชื่อว่ามีจิตอัน ปริยุฏฐานกิเลส กลุ้มรุมแล้วเทียว ภิกษุนั้น ย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า เรามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสใดกลุ้มรุมแล้ว ไม่พึงรู้เห็นตามความเป็นจริง ปริยุฏฐานกิเลสในภายในนั้น ที่เรายังละไม่ได้แล้ว มิได้มีเลย จิตเราตั้งไว้ดีแล้ว เพื่อตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย นี้ ญาณที่ 1 เป็นอริยะ เป็นโลกุตระ ไม่ทั่วไปกับพวกปุถุชน อันภิกษุนั้นบรรลุแล้ว
พ่อครูว่า... ถ้าเป็น พระโสดาบัน จะรู้ว่า กิเลสคืออะไร และกำจัดกิเลสได้ชั้น 1 และรู้ว่ามีกิเลสที่เหลืออยู่ หรือไม่อย่างไร กิเลสส่วนที่ล่วงผ่านไปแล้ว หลุดพ้นแล้ว คือวีติกมกิเลส นั่นแหละคนมีปัญญา ถ้าคุณไม่สามารถรู้กิเลส กำจัดกิเลสได้ รู้ว่ากิเลสมันมีอยู่ในเราหรือไม่ คุณไม่สามารถเข้าใจได้หรอกว่า โสดาบันคืออะไร โสดาบัน คือจะ มีปัญญาธาตุ ที่ รู้สภาวะจิต ตัวเองว่า กิเลสนี้มันไม่มีในเราแล้ว มันถึงจะเป็นคนรู้ ถ้า กิเลสยังไม่ออก มีอยู่ในตัวเอง ก็ ถูกกิเลสครอบงำ ไม่รู้เรื่อง ต้องรู้ทัน และเอากิเลสออกไป เหลือแต่จิตที่มี ปริยุฏฐานกิเลส ปริยุฏฐานนี้เหมือนกับปัจจุบันนี่แหละ กิเลสที่มันเกิดอยู่ในปัจจุบัน คุณต้องรู้จักหน้าตา กิเลสที่กำจัดไปแล้ว ได้ เรียกว่า วีติกมกิเลส หากรู้ตัวตนกิเลสแล้ว กำจัดมันได้ ถึงจะ รู้ความไม่มีกิเลสนั้นได้ ว่าเราเอาออกได้ มันไม่มีในจิตเราได้ คุณก็มีสภาวะนี้จริง คุณจึงจะเรียกว่า มีปัญญา มันไหวไหม ฟังเข้าใจไหม ที่พูดกันโครมๆว่าปัญญาๆนี้ ไม่ใช่ปัญญา ปัญญาไม่ได้มีง่ายๆนะ ดังใน ญาณ 7 นี้ แต่คนเรียกปัญญากันทั่วไป ขนาดศึกษาธรรมะแล้ว ไม่ง่ายที่จะรู้จักปัญญา คนที่ไม่ได้ศึกษา ไม่ได้ฟังสัตบุรุษ ผู้รู้อธิบายเลย มีได้ โดยเฉพาะคนมีบารมีมาแล้ว เกิดมาในชาตินี้ ก็มีบารมี ก็ลดได้ แต่ไม่มีพยัญชนะ ไม่มีรายละเอียดหลักฐานยืนยัน เป็น อธิวจนะ พอมาได้ฟังอาตมาพูด หยิบพยัญชนะต่างๆมาอธิบาย เอาฝากับตัวมาจับกัน ว่าสภาวะนี้เรียกอย่างนี้ๆ คุณก็ได้แล้ว คนที่มาที่นี่ พอจะมีมาแล้วทั้งนั้น มาฟังอาตมาเข้าใจ ไม่ใช่ว่าฟังอาตมาทั้งหมด อาตมาแค่ฟื้นให้เท่านั้น ส่วนคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วจะมาได้นั้น ยังหรอก ยังห่างไกลปืนเที่ยงมาก ยังอยู่ชนบทอันไกล ยังไม่ได้เข้ามา ที่นี่ราชธานีนะ ที่นั่นน่ะบ้านนอกทั้งนั้น แม้แต่กรุงเทพเมืองฟ้าอมร มันเป็นเมืองนรก อาตมาพูดเร็วและตรงๆเลย ไม่อ้อมค้อม เอาคนที่พอเข้าใจได้ ไม่เพ่งโทษ ส่วนคนที่เป็นเหมือนไก่เหมือนลิงได้พลอยนั้น เอาไว้ก่อน ยืนยันหลักธรรมของพระพุทธเจ้า คือ ไตรสิกขา นี่คือการศึกษาของศาสนาพุทธ นอกเขตของ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา นอกจากสามลักษณะนี้แล้ว ไม่เป็นการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น คุณไปนั่งหลับตา ศีลก็ไม่มี ในศีล 5 ข้อ ต้องสัมผัสกับสิ่งของ กับสัตว์ กับตา หู จมูก ลิ้น กาย คุณไม่มีนะ คุณปิดทวารเลย และคุณก็ไม่ได้เกี่ยวกับสัตว์ ไม่ได้เกี่ยวกับข้าวของ ที่จะมากระทบ อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องของศาสนาพุทธ เลิกเลย ไม่ใช่ศาสนาพุทธเลย อาตมาพูดชัด ย้ำซ้ำ ยากมาก พวกที่ยึดถือแล้ว ต้องปฏิบัตินั่งหลับตา จึงจะได้สมาธิ สมาธิแบบนั้น เป็นของฤาษี เรื่องนี้มีอยู่ทั่วโลก ก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติ สิ่งเหล่านี้ก็มี พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมารู้เรื่อง สัมมาสมาธิ จะเกิดปัญญา เกิดรู้ได้ด้วยปัญญา คุณต้องมีการเรียนจาก มรรคมีองค์ 8 เรียกว่า สัมมาสมาธิ แล้วปฏิบัติ มรรค 7 องค์ เป็น สอุปนิสา สปริขารา เป็นองค์ประกอบที่จะให้เกิด สัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้า หากไม่ได้ปฏิบัติมรรค 7 ตรงนี้ ไม่เกิดสัมมาสมาธิ การนั่งหลับตานี้ ไม่มีอยู่ในมรรคมีองค์ 8 ในมรรคมีองค์ 8 มีแต่ทำการงานอาชีพ ทำกัมมันตะ เรียนรู้ในอิริยาบถต่างๆ เมื่อสัมผัสแล้ว ทำงานอยู่ ก็สัมผัสในอาชีพการงาน การพูด ก็สัมผัสการพูด ลืมตา มีสัมผัสร่วมกันหมด ตา หู จมูก ลิ้น กาย ไม่ปิดทวารทั้ง 5 นอก เปิดทวาร 5 และมีใจร่วมด้วยกับทวาร 5 เรียกว่าทวารทั้ง 6 ตลอดเวลามีธรรมะ 2 ให้ศึกษาเสมอ ตราบใดที่ชาวพุทธยังงมงายอยู่กับการนั่งหลับตา สะกดจิต ตราบนั้น ศาสนาพุทธไม่เจริญ สัมมานั้น หยาบที่สุด ก็คือการทำอาชีพ การงานเลี้ยงชีพ ที่ควรเว้น คือกุหนา การโกงกิน เป็นเรื่องเลวทราม ได้เงินมามาก มีเงินทอง ก็ซื้อปืนได้ ไม่รู้กี่กระบอก แล้วไปฆ่าสัตว์ นอกจากสนุกแล้ว จะต้องได้กิน กินหัวใจมัน กินตับกินปอดมัน กินหางมัน เอามาต้มซุป เพื่อจะได้สุขภาพร่างกายดีขึ้นมา เชื่อเขาหลอกมา สารพัด ต้องกินพวกนี้ ที่จริงเขาน่าจะหลอกให้กินขี้นะ กินขี้แล้วจะเหาะได้ น่าจะหลอกยังงั้น หลอกได้จริงๆ คนพวกนี้ก็กิน โง่ไม่รู้จะบอกยังไง โง่แล้วสารพัดเบ่งอำนาจเงินทอง จ้างผีโม่แป้งได้ คนถูกความโลภครอบงำ ก็จะเป็นทาส ทั้งที่เป็นเมืองพุทธแท้ๆ ตกเป็นทาสสิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นอิสระเสรีภาพเลย
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ยาอายุวัฒนะของชาวลับแลสาธารณโภคี พ่อครูว่า... เมืองไทย เป็นศาสนาพุทธมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก มาจนถึงบัดนี้ ก็ควรจะตื่น เรามาศึกษาของดี ของจริง ของสุดยอด เมืองไทยนี้เป็นกุศลมีบารมีที่ดี มีพระเจ้าแผ่นดินที่ดีที่สุด มีเนื้อหาของศาสนาพุทธ แต่ข้าราชบริพาร นักบริหาร เป็นพนักงานของรัฐ มาทำงาน เสนอตัวมาทำงานให้แก่ประชาชน ก็ไม่รู้ภูมิธรรมของพระเจ้าอยู่หัว ไม่รู้จักศาสนาพุทธ ก็ไม่ได้ใช้พุทธศาสนาแก้ปัญหา เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ พระเจ้าอยู่หัวก็แก้ปัญหาแบบคนจน ให้บริหารแบบคนจน … “เราเลยบอกว่า ถ้าจะแนะนำได้ ต้องทำ “แบบคนจน” เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่.. ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก ก็ จ ะ มี แ ต่ ถ อ ย ห ลั ง ! ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก้าวหน้า จะมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว ! แต่ถ้าเริ่มมีการบริหารที่เรียกว่า “แบบคนจน” แบบที่ไม่ติดกับตํารามากเกินไป ทําอยางมีสามัคคีนี่แหละ คือ เมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป...”
พ่อครูว่า... คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โปรดฟังอาตมาสักนิด คุณจะเอาแต่ไปรวยนั้น คุณนับถือพระเจ้าอยู่หัวไหม อาตมาถามคุณสมคิด ถ้าหากนับถือ ก็เอาพระราชดำรัสมาเรียน มาศึกษา มาทำ แล้วทำไมจะมาทำขัดแย้งกับพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างไร ก็บอกว่าเคารพพระเจ้าอยู่หัวใช่ไหม และพระเจ้าอยู่หัวตรัสไปแล้ว คุณจะไม่รู้สึกรู้สาได้อย่างไร เหมือนลบหลู่พระเจ้าอยู่หัวนะ แบบติดตำราเรียนจากนอก เป็นด็อกเตอร์ต่างประเทศ รบกวนมาเอาแบบพระเจ้าอยู่หัว แบบศาสตร์พระราชา ไปเอาศาสตร์พระลามกมาทำไม ทำไมไม่เอาศาสตร์พระราชา ทุกวันนี้สังคมประเทศไทยสงบจริงๆ สงบอย่างไม่กดดัน สงบอย่างไม่กดข่ม เหมือนเกาหลีเหนือ สงบอย่างไม่บ้าบอ เหมือนอเมริกา สงบไม่กดข่มไว้ แบบรัสเซีย จะว่าไปแล้วสงบเหมือนอินเดีย อิสระเสรีภาพ อยากจะนั่งขี้ตรงไหนก็ได้ อย่าไปขี้ใส่บ้านเขา แต่ขี้นอกบ้านตรงไหนก็ได้ ขี้ข้างบ้านเขาก็ได้ สมณะฟ้าไทว่า... ในเมืองมุมไบ คนรอขึ้นรถไฟแน่น แต่ไม่แก่งแย่งกันขึ้นไป พ่อครูว่า... เป็นเรื่องลึกซึ้ง อินเดียมีประชากรหลายพันล้านคน แต่ก็บริหารง่ายกว่าจีนมาก เพราะเขาบริหารแบบคนจน ส่วนจีนบริหารแบบคนรวยๆๆ จนไม่ได้จะต้องรวยจึงได้ยาก เรื่องมาก แต่อินเดียมีเรื่องน้อย สงบ เข้าใจ ที่อาตมาพูดนี้ยกตัวอย่างของจริง เป็นฟีโนมีนอนให้ศึกษา การเรียนรู้คนก็ตาม เรียนรู้สังคมก็ตาม ตามทฤษฎีพระพุทธเจ้า ท่านรู้หมด ครบแล้ว พูดเมื่อไหร่ ก็ทันสมัยเมื่อนั้น พูดไปอีกห้าพันปี หมื่นปีก็ได้ คือมันทันสมัยใหม่เสมอตลอด ของพระพุทธเจ้า ชาวอโศกเราเข้าใจ ทฤษฎีแบบคนจน เข้าใจความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าตรัส ก็เลยปฏิบัติตามมาเป็นคนจนสำเร็จ แก้ปัญหาเศรษฐกิจเสร็จเลย นี่ชาวอโศกเป็นผู้จบในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจการเมือง และสังคมแล้ว ขออภัยที่อวดจังเลย อวดชาวอโศก คือเป็นของที่น่าอวดมาก แล้วไม่อวดอย่างนี้ แล้วจะไปอวดอะไร เป็นเรื่องที่น่าแสดง น่าบอกให้รู้ ให้มาศึกษา ให้มาชม คนที่ไม่รังเกียจชาวอโศก จนขนาดที่ไม่มาเข้าใกล้ คนเหล่านั้น เขาไม่รู้เรื่อง ส่วนคนที่ไม่ได้รู้อะไร มาศึกษา เข้ามาในชุมชนชาวอโศก คนที่เขาเข้ามา ท่าที จิตใจ ไม่มีความรังเกียจ แม้แต่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เข้ามาแล้วอุทานอย่างไร...สงบน่าอยู่ เหมือนอีกโลกหนึ่ง จริงๆ เราไม่ได้พูดยกโคมลอยมาเฉยๆ แต่ของจริง ยกเรื่องจริงมาพูด เขาอุทานว่า ไม่คิดว่าจะมีแบบนี้ในโลก พวกนักศึกษาก็ดี หรือใครเข้ามาก็ตาม ก็บอกว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอในโลก นี่ล่ะคนลับแล เมืองลับแล แต่คนไม่แล มันก็เลยแลลับ แลเลื่อนฟ้าหน่อยสิ แล แล้วเลื่อนมาสู่ที่สูงหน่อย ไปถาม ด.ญ.แลเลื่อนฟ้าสิ ว่าชื่อเขาแปลว่าอะไร แปลว่าเลื่อนไปสู่ที่สูง แต่ก่อนเขาท่องอยู่ พ่อเขาชื่อเลื่อนผา แม่ชื่อฟ้าแล อาตมาก็เลยเอาชื่อพ่อแม่ผนวกกันเป็น แลเลื่อนฟ้า อาตมามักตั้งชื่อเป็นภาษาไทยแท้ ตั้งแบบบาลีอาตมาไม่เก่ง อย่างคุณเสฐียรพงษ์ วรรณปก อาตมาเอาชื่อแบบไทยๆ ในสังคมประเทศไทยขณะนี้ อาตมาว่าเป็นสังคมที่ดีมาก ใครจะเข้าใจผิด เข้าใจอย่างไร ก็แล้วแต่ ว่าเมืองไทยในขณะนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ขอยืนยันคำว่าเศรษฐกิจ คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เศรษฐกิจ อันดี คืออย่างไร เขาก็เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เขาไปมีความสุดโต่ง ว่าเศรษฐกิจดี คือเศรษฐกิจที่มีเงินมากๆ มาหมุนเวียน สะพัดเยอะๆ แต่เปล่าเลย คำว่าเศรษฐกิจดี คือเศรษฐกิจที่มีความหมุนเวียน ใช้เงินน้อยที่สุดได้ ยิ่งดี แต่พฤติกรรมของคนในสังคม อยู่กันอย่างมีความสามัคคี อยู่ร่วมกัน แบ่งกันกินใช้ กินใช้ร่ว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive