240308-2-317 ทางเอกภาค2-ตอน317(หน้า613)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์221 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 8 มีนาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานพระธรรมอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อนะแต่ตอนนี้จะจบบทสัจจะซึ่งเราได้อธิบายกันมายาวนานมากพหุสัจจะเนี่ยตั้งแต่ดูเหมือนจะเริ่มต้นตั้งแต่เล่ม 2 นี่มั้งพวกโทรศัพท์ที่ เราบรรยายบทที่บทที่ 20 วันที่ 19 วันที่ 19 วันที่ 6 ที่ 7 หิริโอตัปปะ Siri โอตัปปะกดที่ 9 แล้วเราก็ต่อบทที่อะไรต่ออะไรในบทที่ 10 พหุสัจจะในเล่ม 2 นี้มาทั้งหมดเลยตั้งแต่เริ่มต้นมาจนกระทั่งซอยบทเล็กบทน้อยอะไรต่ออะไรอยู่ในพหุสัจจานนี้อีกมาจนกระทั่งถึงบทที่ 19 บทที่ 9 แล้วก็บทที่ 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 ถึง 10 บทอยู่ในพหุสัจจะนี่มานี่ก็จะหมดปรงสัจจะบทที่ 19 จะจบอยู่รอมร่ออยู่แล้วเราก็มาฟังฟังสรุปตอนท้ายนี้นะซึ่งก็จะไม่ม้วนเข้าไปหาไอ้ที่ได้อธิบายมาแล้วล่ะจะตอบไปเลยในหน้า 6003 นะแล้วสรุปสุดท้ายสุดยอดแห่งการเข้าใจในรูปทั้งหมดก็คือจะต้องรู้ตัวสภาพของรูปอันชื่อว่าอากาศ 1 วิญญาณ 1 หาจินจา 1 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นได้มีได้ในเราอันยังจะเป็นเราในวงเล็บมายะหรือมายังถ้าใครเกิดหลงยึดหลงติดหลงว่ามันเป็นสมบัติอันสุดท้ายเที่ยงแท้ของเราอยู่อีกมันก็เป็นมันก็จะเป็นอัตราสุดท้ายของเราจนได้เรียกว่าอรูปมยุอัตรารูปบวกมายะบวกอัตราระยะอันตรายรูปก็คือพวกนี้แหละพวก พวกวิญญาณพวกหากินจานนี้แหละพรุ่งนี้แหละสภาพที่อธิบายซอกแซกแทรกซ้อนมานักหนาแล้วสภาพแม้จะเป็นเครื่องอาศัยเป็นสัตว์ป่าวิหารเป็นสภาพละเอียดสุดท้ายที่เราได้เรามีเราเป็นแล้วเราก็ได้อาศัยมันสบายๆเพราะว่าเป็นสภาพที่เรายังต้องอาศัยดินน้ำไฟลมทั้งๆที่ดินน้ำไฟลมนี่ก็ไม่ใช่ของเราแม้กระทั่งเล็บเล็บผลผมขนฟันหนังอะไรพวกนี้ก็ไม่ใช่ของเรามันเป็นตรงไปชมของชีวิตฉันใดแม้ที่สุดเราไปได้คันละเอียดละออแล้วเราไม่ได้ห่วงหาเรื

อ่านต่อ

่องดินน้ำไฟลมแท่งก้อนร่างกายหยาบ ไม่ได้หลงผิดว่าไอ้นี่เป็นของเราและผลผมขนฟันหนังอะไรต่างๆก็ไม่ใช่ของเราเราเข้าใจแล้วถึงแม้แต่จะไล่กลับไปจนกระทั่งถึงใส่น้อยไส้ใหญ่ตับไตไส้พุงอะไรจนอาการ 32 เราก็ไม่ได้หลงใหลว่าเป็นของเรานั่นเรารู้แล้วแม้ฉะนั้นถึงขั้นจิตวิญญาณถึงขั้นสุภาพเสวยโดยพบโดยจิตวิญญาณแต่แต่กิเลสหยาบอาการหยาบตั้งแต่กามตัณหาไปจนกระทั่งถึงภวตัณหาที่มันมีในจิตเราก็รู้แล้วก็ไม่ได้เป็นเราเราก็ดับสิ้นไปหมดแล้วจนไม่เหลือไม่เป็นสำคัญสุดท้ายเราก็อาศัยแม้แต่ดินน้ำไฟลมแท่งก่อนกายประชุม หาเป็นตั้งแต่เล็บผมผมขนฟันหนังไปจนถึงภายนอกภายในตับไตไส้พุงจนถึงน้ำเลือดน้ำหนองอะไรต่างๆเราก็อาศัยมันก็ไม่ใช่เป็นเราแต่เราต้องอาศัยมันจะต้องให้อาหารให้มันยังต้องเช็ดต้องโทรให้มันไปตามควรแล้วมันก็ไม่ใช่ของเราจนที่สุดคือรูปถึงจิตขั้นอ่ะรูปเราได้อาศัยทำใจของเราจะละเอียดละออจนเป็นฌานวิตกวิจารณ์ก็ไม่ใช่ของเราปิติก็ไม่ใช่ของเราสุขก็ไม่ใช่ของเราอุเบกขาก็ไม่ใช่ของเราจนลึกซึ้งไปกว่า แม้กระทั่งว่างโล่งโปร่งสบายเป็นอากาศอาการอาสาอาการเจ็บอย่างนั้นเราจะเป็นผู้รู้เข้าใจเองมันเป็นอากาศมันว่ามันโลกตลอดไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดอันนั้นโตอาการโชติอากาศที่ว่างเนาะเมื่อไรเมื่อไรมันก็ได้เมื่อไหร่เมื่อไหร่เราก็มีอากาศเมื่อใดๆแล้วก็มีความว่างนี้ว่างโลกไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดไม่มีอะไรคิดอะไรขั้นเราจะว่างอย่างนั้นเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นจะมีต่ออะไรต่ออะไรมีมาท่านมาขวางอะไรให้ยังไงมาสัมผัสแต่ต้องเรายังไงเราก็ไม่มีปัญหาเราก็ยังว่างอยู่นั่นเองยังเป็นสภาพอากาศปกติยังเป็นสภาพอากาศได้ เราเสมอเมื่อถึงขั้นที่เรียกว่าเราหลุดพ้นหมดและเราเราพ้นรูพระสัญญานางสมติกัมมะปฏิกะสัญญานังอัตถังขมานะตะสัญญาอมตะอาญาอนันตโทอากาศโชติอาการหนักปุ๊บจะสัมผัสเราเข้ามาถึงสภาพนี้แล้วอยู่เป็นแล้วแลอยู่อากาศสามัญญาเจตนาอยู่ในสภาพอากาศจะชนะได้เรารู้แล้วเราสวยและเราอาศัยอาศัยโดยรู้ชัดแจ้งสัญญาจะรู้ชัดชัดแจ้ง เรามีเราอาศัยแต่ไม่ใช่ของเราอย่าสำคัญมั่นหมายผิดเป็นอันขาดอย่าคิดว่าอันนี้เป็นทิ่มถิ่นที่ที่จะต้องยึดต้องครองด้วยแม้แต่วิญญาณธาตุรู้ที่มันรู้อากาศเราไม่ได้ติดความว่าเราไม่ได้ลงว่าความว่างนั้นเป็นความว่างแต่แท้จริงมันเป็นเรื่องของวิญญาณอันนั้นปังวิญญาณอันติอาการสัพพะโสอากาสานัญจายตนะสมาธิกับมะอันนั้นอันตราย เรามารู้ว่าโอที่สุดมันก็เรื่องวิญญาณอีกล่ะมันไม่เป็นอะไรมากกว่าวิญญาณมันวิญญาณแท้ๆเลยมโนผุพังจะมาทำไมมโนเสฏฐามโนมยาสุดท้ายมโนนี่แหละวิญญาณนี่แหละมันเป็นประธานทั้งปวงไอ้ที่จะว่าว่างๆมันก็ว่างที่วิญญาณวิญญาณมันว่ามันไม่ใช่อื่นว่างนะมันไม่ใช่ที่ว่าอะไรอื่นที่แท้จริงๆแล้วมันว่างที่นี่แหละที่สำคัญเป็นวิญญาณนี่แหละแล้วก็วิญญาณก็เป็นทาสรู้เป็นทาสเสวยเป็นทาสเป็นเป็นตัวสำคัญแหละสุดท้ายไปส่งแล้วก็ที่สุดแห่งที่สุดหรือว่าไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดก็อยู่ที่วิญญาณจะสิ้นสุดก็อยู่ที่วิญญาณจะจบก็อยู่ที่วิญญาณจะเป็นจะตายก็อยู่ที่วิญญาณ อนันตังวิญญาณนันทิวิญญาณบวกอันติอันติแล้วก็แปลว่าที่สุดเหมือนกันเพราะโจ้เอาไปเอามาอนันตังว่าไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดแล้วมันก็มาสุดอยู่ที่วิญญาณวิญญาณอันติจุดที่วิญญาณนี้สำหรับเขารู้ว่าเราเข้าถึงวิญญาณถึงภูมิวิญญาณแล้วก็อาศัยวิญญาณวิญญาณสะอาดวิญญาณเป็นสัตว์ปริญญาจิตจะได้จิตก็ได้จะเรียกมโนก็น่าจะเรียกวิญญาณก็ได้วิญญาณนางมันเป็นวิญญาณอันประภัสสรเป็นญาณที่จะบอกใครก็รู้ได้ยากแล้วมันก็อนันตังวิญญาณนางตรัง ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดอยู่ที่วิญญาณนี่เองมันอยู่ที่วิญญาณอะไรก็ยังไม่ลงดินน้ำไฟลมสั้นยาวน้ำรูปอะไรก็หยั่งลงไม่ได้เพราะว่าเรารู้แล้วว่าวิญญาณเป็นอย่างนี้อันปราศจากอะไรที่จะหยั่งลงแล้วมีแต่วิญญาณสะอาดวิญญาณบริสุทธิ์วิญญาณแท้ๆเราจะรู้จะเห็นด้วยตนหรือทำได้ด้วยตนเองในที่สุดอาจจะกินยาซึ่งเป็นความหมายเป็นเชิงอีกคันนึงเราก็มีอ่ะกินจานนั้นมีความไม่มีส่วนได้พูดมาแล้วหลายตลบซับซ้อนเรามีความไม่มีกิเลสไม่มีตัณหาไม่มีอุปทานไม่มีความสงสัยมีวิชามีความรู้ชัด สุดท้ายเป็นภูมิอย่างนี้เป็นอาการอย่างนี้เป็นลักษณะอย่างนี้หรือเรียกว่าอารมณ์นิพพานอาการอย่างนี้หรือเรียกว่าปราศจากกิเลสทั้งมวลอาการอย่างนี้หรือเรียกว่าเป็นเครื่องอาศัยสันตะวิหารเป็นเครื่องอยู่อาศัยชั้นสุดสงบสันตะจะเรียกว่าสงบระงับปราศจากกิเลสธุลีถึงที่สุดอะไรก็เรียกได้เป็นสันติสันตะปลายสุดเราก็รู้เราก็เห็นเราก็เข้าใจจริงจังซึ่งรถแล้วแต่เป็นได้มีได้ในเราอันยังเป็นเราซึ่งก็รู้ว่าจะเป็นเราอยู่เนี่ยโดยสมมุติโดยความจริงมันก็ล้วนแต่ยังเป็นเราอยู่ยังมีในเราได้อยู่ในเราทีนี้ถ้าผู้ใดรู้แล้วก็ไม่ รถติดไม่หลงยึดไม่ติดในอากาศไม่ติดด้วยความว่างไม่ติดในตัววิญญาณและไม่หลงวิญญาณเพ้อเพ้อถึงก็อธิบายมาหมดแล้วแล้วก็ไม่เข้าใจอ่ะกินยาผิดวิญญาณในวัดสัญญาณนาสัญญาตอนนี้ยังไม่ได้อธิบายไปถ้าไม่ติดเลยก็เรียกว่านี่แหละพ้นรูปแต่ถ้าติดก็เป็นอรูปมายะอัตตาเป็นอัตราขั้นปลายเป็นภูมิชั้นสูงจริงๆไม่ใช่หลงผิดด้วยอารมณ์อัตตาอย่างหลงผิดก็มีไปหลงเอารูปที่ไม่เข้าเรื่องไม่เข้าราวมาเป็นตัวเป็นตนซึ่งไม่มีรูปเอาไปปั่นจนมาเป็นรูปมันไม่มีตัวมันไม่มีตัวมันไม่มีรูปมันไม่มีร่างอะไรก็เอามาบ้านมันจะเป็นรูปจน เป็นตัวเป็นตนอย่างไรว่ามันมโนอัตรารูปเป็นตัวเป็นตนอยู่กับสภาพอะไรก็แล้วแต่ที่มันไม่ใช่รูปหรอกแต่มันก็เป็นอารมณ์แม้ที่สุดถึงขั้นอารมณ์ขั้นวางที่สุดขณะการวิญญาณวิญญาณก็เป็นอู้วิญญาณก็เป็นอนัตตาวิญญาณก็เป็นรังวิญญาณไม่มีตัวไม่มีตนวิญญาณไม่มีร่างไม่มีโฉมวิญญาณไม่มีสีไม่มีสารอะไรแต่มันก็เป็นสภาพของมันได้อย่างเราเรียกว่าเราอาศัยอากาศและอาศัยวิญญาณเราอาศัยแล้วก็อาศัยเราก็อาศัย เราเองเราก็ไม่ติดยึดไม่หลงใหลว่าเป็นของเราเป็นตัวเป็นตนเป็นก็ได้ไม่เป็นก็ได้ไม่เที่ยงไม่แน่นอนแต่แน่นอนของเราเองเราแน่นอนนะฟังซ้อนเรานะเมื่อไหร่ก็ได้อนันตังไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดไม่มีที่ขัดไม่มีที่คล่องเมื่อไหร่เราจะว่างเราจะอากาศเราก็อากาศแล้วเราก็รู้ว่าเราจะทำบริษัทจนกระทั่งไม่ต้องคิดต้องนึกไม่ต้องมีปรุงอะไรแต่งอะไรสร้างอะไรก็ได้ว่างอยู่อย่างนั้นแหละอ่ะกินยาคือเราว่างจากกิเลสทั้งปวงแม้จะมีเจตนาแม้จะมีการมุ่งหมายแม้จะมีความนึกคิดที่จะสร้างสรรค์ทำโน่นทำนี่เราก็คิดได้เราจะว่างก็ว่างได้อย่างแท้จริง นี่เป็นขั้นละเอียดแต่ถ้าเรารู้เท่าทันเรารู้แล้วว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งนี้แล้วเป็นอรูปไมยราเราก็รู้ถ้าเรารู้เท่าทันและวิโรจน์จะยะในวงเล็บปล่อยมันได้จริงๆนิโรธในเว็บดับหรืออยู่เหนือมันได้แท้ๆเราก็เป็นผู้เพียงมีอากาศมีวิญญาณและมีอาจิงจาเป็นปัจจัยให้น้ำมันขันมันอาศัยอยู่ไปเป็นประโยชน์อยู่ในโลกเท่านั้นมันก็เป็นเพียงสภาพที่เราก็เป็นเพียงผู้มีปัจจัยมีสิ่งนี้เป็นนามธรรมอาศัยมัน มันไม่ใช่นามบางขันแท้ๆมันมีตัวคำว่าวิญญาณเท่านั้นเป็นนามธรรมอากาศมันก็เป็นลักษณะอากินจามันก็เป็นลักษณะข้อสำคัญเรารู้สภาวะธรรมพวกนี้ที่มันมีจริงในจิตในนามขันธ์ของเราแท้ๆแน่ๆท่านทรัพย์ซากสัมผัสลักษณะของมันอย่างซาบซึ้งคุณมีคุณทราบซึ่งคุณเห็นจริงท่านสัมผัสรู้แน่รู้แท้ก็แล้วกันนะตามที่หมายนั้นๆการแท้ๆเป็นจริงคุณต้องรู้ตามที่ว่ามาทั้งหมดนี้ก็จะสร้างมีมีอยู่ในมือในอวยเลยคุณได้อาศัยมันจริงๆคุณมีสภาพนี้อย่างถูกต้องตรงตามความหมายของคำว่าสัญญาเวรยายทิศ ยึดตับไหมล่ะสัญญาหมายความว่ากำหนดรู้อย่างที่เรียกว่ามีตัวจิตของเรามีตัวเวทีตักมีตัวเวทนามีตัวสัญญาเข้าไปกำหนดรู้เข้าเคลียร์อารมณ์สัญญาเวทนาก็อยู่ในนั้นแล้วมันก็ทำงานเขาเคลียร์เขาแปลกันว่าสัญญาและเวทนาสัญญาเวที 23 นี่ก็แปลว่าสัญญาเวทนาก็มีบางคนก็โมเมที่จริงเวทีตามไม่ได้แปลว่าเวทนาเวทีตามแปลว่าการเขาคืออารมณ์หรือว่าการรับทราบจิตของเรานี่รับทราบวันนั้นๆๆทำงานรู้ตัวรู้ถ้วนทั่วรู้ทำงานรู้จะรู้มันทำงานรู้เวที 23 มันมาจากคำว่าเวทนาเหมือนกันเวทพระเวทนาแปลว่าเรารู้สึกรู้สึกเป็นสุขก็ได้รู้สึกเป็นทุกข์ก็ได้รู้สึกเฉยก็ได้ในขณะนี้เนี่ยมันรู้สึกแล้วก็เฉยมันไม่ได้เป็นสุขเป็นทุกข์แต่มันรู้มันรู้สึกมันเวทพระมันรู้แล้วมันกระทำการรู้อันนั้นอย่างยิ่งทำมันทำการมันเป็นตัวรู้ที่เรียนได้รู้อย่างยิ่งสัญญากำหนดหมายถ้วนทั่วรอบชัดโดยเฉพาะในอากาศนั้นก็รู้ไม่ใช่รู้แต่จะเพียงฟังภาษาแต่เฉพาะภาษาไม่ใช่รู้แต่เฉพาะเหตุผลที่อธิบายเข้าใจไม่ใช่มันได้รู้ได้เห็น อย่างนี้เองอากาศอย่างนี้เราทำได้แล้วทำจิตเป็นอากาศอย่างนี้เรารู้แล้วว่าจิตแท้ๆวิญญาณสดๆวิญญาณเพียวเพียววิญญาณบริสุทธิ์เป็นอย่างนี้ไม่มีกิเลสตัณหาเลยเป็นอย่างนี้อาการอย่างนี้อาจกินจามันว่างจากกิเลสมดมันไม่มีนิดนึงน้อยหนึ่งก็ไม่มีกิเลสใดๆรู้ว่ากิเลสเป็นอย่างนั้นและรู้ว่าไม่มีกิเลสแล้วแม้แต่อย่างละเอียดยิบขนาดไหนมันมีที่เราเราทำไม่เป็นเราทำให้ได้เพราะฉะนั้นในขณะที่ทำฌานนี่ก็เป็นการทำลำลองทำฌานธรรมดาแต่ทีนี้มันละเอียดกว่าชาญเข้าไปอีกมันไม่มีแม้แต่ปิติมันไม่มีแม้แต่สุขมันไม่ยึดติดแม้แต่อุเบกขาเป็นอาการสาหัสและก็สำรวจ ไปว่าเป็นวิญญาณบริสุทธิ์สำรวจอีกเพราะมันมีอะไรอีกนิดนึงน้อยนึงไหมถ้ากินยานิดนึงๆก็เสียกิเลสธุลีละอองขนาดไหนมีอีกไหมแม้สัมผัสอยู่นี่ก็ไม่มีด้วยก็ยิ่งดีแต่ถ้าบอกว่านั่งหลับตาปี๋เป็นชานอยู่เป็นรูปฌานเป็นอรูปฌานคุณก็ตรวจสอบสิทธิ์อย่างนั้นของตัวเองนั่นแหละแล้วมันก็ไม่มีอะไรมากมีแต่บอกว่านั่งอยู่เฉยๆอ่ะแต่เวลาไปสัมผัสเขาสิตาหูจมูกลิ้นกายไปสัมผัสเขายังลืมตาอยู่แล้วคุณใจของคุณว่างนี้ได้ไหมฉันคุณเป็นอาสาเป็นวิญญาณบริสุทธิ์เป็นอาจกินยาอย่างนี้ได้ไหมถ้าได้ด้วยไม่พูดไม่ว่าอะไรสบายมันจะรับรู้ก็รู้จริงๆแต่ก็ไม่มีอารมณ์เป็นเวทนาสุขเป็นเวทนาทุกข์หรือเป็นโทมนัสเวทนาหรือเป็นโสมนัสเวทนา มันก็ยังทรงอุเบกขาเวทนาหรืออรรถกุลสุขขเวทนาอยู่ได้ไม่ทุกข์ไม่สุขสบายมันเป็นอุเบกขาแล้วก็โล่งยิ่งกว่าอุเบกขาไม่ได้ยึดติดกับอุเบกขานี้จะเป็นของเราเราจะมีอยู่หรือเราจะนึกคิดหรือเราจะมีอาการอย่างโน้นอย่างนี้ก็รู้เท่าทันตอนนี้เราฉันกลับปะนะตอนนี้เราดำริเริ่มคิดได้ตอนนี้เราจะมีเจตนาหากมีปรารถนาดีมีความเจตนามีมโนสัญเจตนาอย่างนั้นอย่างนี้หรือมีอาการขาวจรหรือมีอิจฉาว่าจรมีความมุ่งหมายไปนึกคิดไปเจตนาให้เป็นอย่างนั้นแล้วก็ปล่อยให้มันนึกคิดแล้วก็เป็นไปตามที่เราดูแลมันอยู่มันมีสติสัมปชัญญะควบคุมดูแล ท่านพร้อมอยู่ไม่ได้เป็นคนเฟ้อๆใสๆเป็นคนรู้เท่ารู้ทันอยู่แล้วคุณคิดดูสิคุณเป็นคนขนาดอย่างนี้แล้วคุณจะไปตกต่ำอะไรอะไรชั่วก็รู้ว่าเราไม่เอาชั่วนี่เรารู้โดยซื่อสัตย์อกุศลอย่างนี้เราไม่ทำแล้วเราก็สามารถมีเจโตเพราะ 10 ปัตโตมีอำนาจของจิตไม่รู้ตัวว่าขณะนี้เรากำลังแม้แต่อาการของจิตมันก็เป็นรูปนามที่เรารู้ตอนนี้เป็นอาการง่วงแล้วเนี่ยแต่เรารู้อาการง่วงไอ้นี่มันเป็นอกุศลเป็นผีแล้วเราก็มีอำนาจตัดทิ้งถึงได้เลยเสด็จแน่นอนเราก็ทำได้มีอำนาจมันมาแล้วมันเข้ามาเล่นในบ้านในเรือนใจ มาเล่นในเรือนใจของเราหน่อยเจ้าง่วงนี่มาเล่นจุ้นจ้านอยู่ในเรือนใจของเรามานั่งขี้อยู่ในเรือนใจซะด้วยผมก็ไล่มันไม่สงสารมันน่ะเรื่องอะไรมาขี้ใส่เรือนใจเราอย่ามานั่งเหยียบนั่งย่ำอะไรอยู่ในนี้แล้วไล่มันออกได้แต่เรามีอำนาจเจโตว่า 10 ประตูหมายความว่าจิตของเรามีอำนาจเพียงพอถ้าคุณไม่มีอำนาจคุณก็ไล่มันก็ไม่ค่อยออกมันก็ไม่ค่อยไปมันก็เล่นวิ่งไล่เอาเธอไม่เอาเธอแล้วคุณขยับมันไม่ขยับเลยแงะยังไงมันก็อยู่เงี้ยยังไงมันก็นั่งแปะมันก็ครอบครองในเรือนใจของคุณและคุณไม่มีอำนาจไม่มีอำนาจนี่มันเรื่องละเอียดอย่างนี้แม้แต่ไอ้ตัวสงบตัวติดตัวยึดตัวง่วงตัว แต่ถ้าเผื่อว่าขณะนี้ถ้าคุณรู้ว่าถ้าเป็นอารมณ์ตามนะเป็นอารมณ์การเป็นอารมณ์พยาบาทเป็นอารมณ์โกรธเป็นอารมณ์เคืองอะไรพวกนี้มันหยาบกว่าง่วงคุณเครียดมันออกได้ง่ายกว่าคุณก็จะรู้ว่ามันเป็นยังไงกว่านะไอ้นี่ยากกว่าถึงแม้ยากอีกทีนี้คุณเก่งขึ้นกว่านั้นไอ้ง่วงนี่แล้วก็เจอหน้ารอหน้าเข้ามาปั๊บเขียนได้เลยเหมือนกันเร็วขึ้นเหมือนกันมันจะเก่งขึ้นแม้ฟุ้งซ่านจิตแล้วก็ทำให้หยุดได้วางเฉยอารมณ์โปร่งสบายไม่ต้องนึกคิดอะไรเห็นอะไรก็เห็นอันนั้นอยู่เฉยๆไม่ปรุงรู้จักแต่ว่ารู้เสาร์กระดานสักแต่ว่ากระดานหนังสืออะไรก็สักแต่ว่านั่นเฉยๆไม่ได้ปรุงเป็นสวย งานเป็นสันเป็นยาวเป็นขาวเป็นดำอะไรก็รู้ข่าวรู้ดำรู้กำหนดสัญญาดูข่าวว่าทำรู้สมมุติว่าเขาเรียกว่าอย่างนี้เขาเรียกว่าอย่างนี้ตามสมมุติเป็นสมมติสัจจะตามจริงตามสัจจะอารมณ์ว่าเราจะไปร่วมว่าเออสวยนางงามนะดีนะอันนั้นดีกว่านี้นะไม่เทียบเงินกว่านั้นนะอันนี้ยาวกว่านั้นนะเราไม่เทียบแล้วเป็นวิญญาณในศาสนาที่เคยเอามายกให้ฟังหาเอกปฐวีจะอาโปจะเตโชวาโยนะขาดสติอะไรรักฉันจากที่ท่านจะอะไรดีเราเคยว่าไปเผยว่าถ้าอย่างนั้นแล้วก็นามรูปของสิ่งนั้นเป็นแต่เพียงสัมผัสรู้แต่ไม่หยั่งลงนามมันจะรู้มันจะอักเสบอุปสรรครูปก็ไม่เหลือไม่ได้หยั่งลงที่ ใจพวกเราแต่เราก็รู้อาการของจิตเป็นนามรูปอาการของจิตเป็นนามรูปแต่น้ำรูปในสิ่งเหล่านั้นไม่หยั่งลงสั้นยาวอะไรต่ออะไรต่างๆอันนี้ดีกว่าอันนี้อนงค์ทูลังสุภาสุพรรณอะไรไม่ได้อย่างลงในจิตเราเราไม่ได้เที่ยวไม่ได้เคียงไม่ได้วัดไม่ได้เปรียบสักแต่ว่ารู้อันนี้อย่างนี้ตามกำหนดหมายเออนาฬิกาก็นาฬิกาอย่างเงี้ยลักษณะพื้นก็พื้นโต๊ะปากกากับปากกาสมุดสมุดดินสอดินสอตามสมมติฐานของมันไม่ได้ปรุงอะไรเราก็เข้าใจทำเอาได้ทำให้มันอยู่เฉยๆไม่ต้องฟุ้งซ่านอะไรก็ได้ไม่มีสีนะมีพระไม่มีฟุ้งซ่าน ยังไม่สงสัยหมดวิจิตรอิจฉาจิตมันสักแต่ว่ารู้นี้เป็นเวทนารู้สิ่งนี้นี้เป็นเพียงสัญญามีเพียงเธอกำหนดหมายไม่มีสังขารเลยควรจะอ่านผิดของคุณออกไม่มีสังขารคุณไปอ่านคนคืออะไรทำไมสำคัญนักอีกที่ได้แยกเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณตรงนี้ออกชัดคุณรู้ความหมายตรงนี้แล้วคุณก็ฝึกตัวเองดูฝึกเอาจนกระทั่งมีอำนาจจิตมีใจโตไว้ 10 โตคุณจะอ่านออกแม้แต่อารมณ์ง่วงมันเป็นอย่างนี้มันมาแล้วมาแล้วให้อารมณ์งงมันมาไลค์หลายอย่างมาแล้วมันยังมาเสพประสบความสำเร็จเพราะเราเป็นอารมณ์เสียเป็นโสมนัสหรือว่าสุขเวทนารู้เลยอาการมันต่างกันนะอาการสุขกับเวทนากับอาการอุเบกขาเวทนาต่างกัน อยากรู้มีลิงค่ะมีความเปรียบเทียบสุขเวทนากับอุเบกขาเวทนาเป็นอย่างนี้มันเสวยต่างกันนะมันๆถึงกันหรือบรรทุกติดกันพอเรารู้ตัวแล้วเราบอกว่าไอ้นี่ผีเนี่ยเราไล่เพราะขณะที่เราไล่ให้เป็นสงครามเราทำสงครามตอนนี้ทุกข์แต่ทำไม LINE มันก็ปล่อยมันแล้วก็หลงมันด้วยอร่อยก็ไม่ปฏิเสธไม่รู้อ่ะตอนนี้เป็นอีกอย่างนึงแล้วไม่ใช่ทุกข์เพราะเวทนาแล้วกลายเป็นสุขก็เวทนาเป็นสิบๆทีนี้คุณเองคุณรู้เท่าทันคุณเอามันออกให้มันจางกลายไม่ต้องเสวยไม่ต้องเสพให้มันอยู่ว่างๆลงๆแม้แต่จะมีอื่นด้วยขนาดนี้คุณฟังธรรมะคนตั้งใจฟังธรรม คุณมีความรู้สึกอ่านจิตของคุณคุณไม่มีกามไม่มีพยาบาทไม่มีศีลมีพระไม่มีฟุ้งซ่านไม่มีวุฒากาศคุณเห็นสิ่งของคุณโล่งๆว่างๆโปร่งๆอยู่ไม่สงสัยชัดเจนแต่คุณก็รับรู้ไปเนี่ยได้มีปัญญาได้มีอะไรเกิดอยู่ด้วยซ้ำแต่ว่ามันอุเบกขาเวทนาเฉยๆมันก็เฉยๆนะมันก็ไม่มีอารมณ์เสพแต่ถ้าเผื่อว่าเราไปอีกสักอันนึงเราไปแช่ลงไปติดตรงไปแล้วเราก็ไปเสพโดยเฉพาะขนาดนี้นี่จะแอบใส่เราฟุ้งซ่านก็ได้คุณนั่งอยู่ตรงนี้คุณจะฟังไม่ฟังอะไรก็ตามใจคุณแล้วคุณก็จะฟุ้งซ่านไงกำลังมันในตอนนี้คิดไปผมก็เพลินของคุณไปตามเรื่องหรือคุณกำลังมีทางของคุณผมก็แสบได้ต่อหน้าต่อตาตรงนี้ก็เสพได้แต่ไม่รู้ตัว ไม้อาตมารู้ไม่ผมรู้คุณก็เสพได้ยิ่งเก่งๆก็ตั้งหน้าแป๋วทำหน้ายิ้มๆไว้ตั้งเครื่องไว้ดีๆหลอกไว้ซะอีกแต่ข้างในเล่นลงบันไดไปเลยเอ้าก็ทำได้แล้วฝึกเก่งๆก็ตามเครื่องเขาเอามือเป็นล้อหน้าไม่รู้เรื่องแล้วตาไม่เห็นหรอกที่จริงแม้คนตั้งเครื่องนี้ได้ก็มีเหมือนกันนะเออเขาเรียกหลับในนั่นแหละภาษาไทยเขาเรียกหลับในธรรมดาหลับในข้างนอกหลอกไว้ก็ยังได้ยังได้และผมก็แอบแสบมันของคุณก็รู้ว่านี่เป็นสุขกับเวทนาทีนี้ถ้าเผื่อว่ามันไม่แล้วทีนี้คุณไม่แสบอ่ะไม่สุกไม่สดก็ไม่ปฏิเสธอันไหนตอนนี้มีปัจจุบันน่ะทำอย่างนี้แล้วคุณก็นั่งฟัง มันก็เป็นธรรมดาดีไม่ดีแม้แต่ฟังธรรมมันยังจะสุขได้สุขขเวทนาโสมนัสเวทนาฟังและปิติฟังแล้วเกิดสุขฟังแล้วดีใจฟังแล้วพอใจฟังแล้วโอ้โหอดีตอร่อยเป็นธรรมรสก็ยังได้แต่แม้เป็นธรรมะเป็นปิติเป็นฉันทะเป็นยินดีเป็นพอใจเป็นโมทนาอภิปาโลขยะเป็นความยินดีอภิปประมาทระยะหรืออนุโมทนาตามเห็นโมทนาแปลว่าความยินดีเหมือนกันแต่เห็นความยินดีความพอใจนั้นอยู่ว่าโอ้มันยังเป็นยินดียังพอใจอยู่มันก็เป็นสมนัดเวทนาแม้โสมนัสเวทนาออกปานฉะนี้เราก็รู้เท่าทันเราก็อ้าวไม่ต้องพิจิตรติดใจแรงนักไม่ต้องยินดีมากนักก็ได้ จะยินดีมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะเรายินดีในธรรมแล้วเกิดธรรมรสมันก็ยังพอได้แต่ระวังมันจะติดมากก็ไม่ได้ฟังธรรมรสไม่ได้มีธรรมะรถไม่ได้มีอารมณ์ปิติยินดีอย่างนี้ก็รู้สึกอึดอัดขัดเคืองต้องไปปรุงให้แก่ตัวเองแต่ก็ระวังแต่ที่จริงมันดีนะมันนำพาให้เราเองเราเออถ้าได้มีธรรมะรถอย่างนี้มันก็ชีวิตชีวามันก็เป็นชีวิตชีวานะมันไม่เป็นโลกีย์รสแล้วแม้ไฟทำยินดีในธรรมะรถแล้วเราไปอ่านหนังสือรับทำรถเถอะเราไปหรือไม่มีอะไรเราก็นั่งฟุ้งซ่านสับปะรดขึ้นมาวิเคราะห์วิจัยวิจารณ์เป็นธรรมเอาวิจัยอะไรก็ได้อยู่ในใจมันเกิดทำรถมันก็ทำให้เจริญมันก็ไม่เสียหลายอะไรแต่ว่ามันก็เป็นรถนะเป็นรถมันเป็น นัดเจตนามันไม่เฉยอ่ะมันมีรถกว่าล่ะแล้วก็รู้ว่ามันแตกต่างกันและยังมีความหมายต่างกันด้วยคุณมีโลกีย์รสมันก็ไปแบบโลกีย์รสตอนนี้เป็นธรรมรสมันไม่ได้เป็นไปเพื่อความไร้สาระอะไรแต่มันเป็นสาระซะด้วยเป็นธรรมรสมันก็ยังยินดีมันก็ยังดีเราก็เจริญดีด้วยจะไม่เซ็งคนอย่างนี้จะไม่เซ็งแต่ถ้าเผื่อว่าเราเองเราในฐานะของอุเบกขาเวทนาขณะนี้คุณฟังทำไปก็ไม่เกิดรถมากนักบางทีก็เกิดธรรมรสบางทีก็เฉยๆแต่ก็รู้สักแต่ว่ารู้เข้าใจไม่ไม่ว่าไม่รู้ไม่ฟังอะไรธรรมดาคุณก็รู้ว่าจิตมีอุเบกขาโปร่งว่างเบาสบายหรือยิ่งไม่มีอะไรเลยไม่ เสียงไม่มีภาพไม่มีรูปอะไรนั่งเฉยๆอุเบกขาเวทนาเป็นอย่างนี้อย่างนี้คุณก็รู้ได้นี่คุณก็ดูรายละเอียดอะไรต่างๆได้หมดกำหนดหมายอะไรชัดเจนก็เป็นคนที่รู้ลักษณะทุกอย่างอย่างซาบซึ้งสัญญาเวทยิตนิโรธสิ่งนี้เป็นสิ่งอาศัยอยู่โดยไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอะไรเป็นเครื่องชูด้วยซ้ำเหมือนกับผงชูรสมีธรรมรสภูมิใจก็ได้นะแล้วก็รับรองว่าไม่เหมือนผงชูรสกินแล้วทำให้เกิดป่วยเจ็บหรือว่าสุขภาพเสียแต่ถ้าติดมันมากๆจนกระทั่งขาดผงชูรสไม่ได้ถ้าไม่มีธรรมะรถแล้วก็ว้าเหว่อ้างว้างจุดจุดนั้นก็จะแย่เหมือนกัน เลยไม่เป็นอันเป็นสุขเลยก็ต้องหาธรรมะรถมาอุดหนุนว่างก็ไม่ได้เปล่าก็ไม่ได้อาสาก็ไม่ได้ก็แจ้งกันพอดีเราก็ต้องรู้ว่าอันนั้นก็เป็นสภาพที่มันก็พาเจริญมันก็ชูช่วยอย่างนึงคุณกำหนดรู้สัญญาเวทยิตนิโรธ แต่ถ้าขนาดนี้แล้วก็ยังไม่รู้เรื่องอธิบายกันป่านนี้แล้วก็ไม่เข้าใจไม่อะไรแล้วก็ต่อไปสร้างภูมิต่อไปคิดแบบอธิบายเป็นภาษาไทยที่ง่ายที่สุดละเอียดป่านนี้แล้วนะอันนี้ถ้ารู้แท้ถูกความหมายนั้นและจิตกำหนดถูกจิตตรงลงตัวได้แท้นี่แหละเป็นสำคัญที่สุดที่สุดจริงแล้วตัวหนังสือตัวเบ้อเร่อเลยใหญ่ดำเป็นสำคัญที่สุดแห่งที่สุดจริงแล้วก็เป็นอันพ้นจะมีผลกับตัวดำใหญ่ก็เป็นอันพ้นคำว่าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ตัววิญญาณตัวอจินจาตัวในวัดสัญญานาสัญญาทิ้งไว้จนกระทั่งมาถึงขั้นสัญญาเวที 23 เมื่อเรากำหนดได้แท้เราสัมผัสตัวนี้ได้จริงแล้วนั่นแหละหมายความว่าตัวสำคัญที่สุดแห่งที่สุดและเป็นตัวพ่นเนวสัญญานาสัญญากันทันทีตัวนี้มันเป็นตัวภาษาบอกความหมายถ้าเผื่อว่าเราเองยังไม่ชัดเจนไม่ละเอียดละอออยู่เราก็ยังไม่พ้นในวันสัญญานาสัญญามีเราได้แล้วสำคัญมั่นหมายเรียกว่ากำหนดรู้มีสภาพสัมผัสแท้จริงก็เป็นอันผลทันทีแต่ถ้าเพียงรู้อะไรอะไรก็รู้แต่ว่าไม่รู้นั้นไม่ได้แต่ก็ ยังไม่รู้สิ้นจนหมดความคลางแคลงสงสัยจนรู้ทะลุทะลวงหรือรู้แจ้งแทงทะลุรอบเป็นที่สุดจริงๆอันเจ้าตัวจะรู้ได้ด้วยตนเองว่าเป็นที่สุดในวงเล็บอันตะแท้ยางปักใจมั่นใจที่สุดหากยังเหลือแม้เศษความสงสัยเศษความไม่รู้จริงความไม่มั่นใจความลังเลใดๆก็นั่นแหละคือยังเป็นเนวสัญญานาสัญญาจะชนะยังไม่พ้นตัวดำใหญ่ยังไม่พ้นเนยว่าสัญญานะสัญญาจะชนะ มีความหมายก็คิดว่าขนาดอย่างนี้พูดกันอย่างนี้แล้วก็ไม่รู้ก็ไม่รู้จะว่าไงล่ะและที่สุดในที่สุดอีกก็คือผู้นั้นต้องไม่หลงความสำคัญที่ได้ที่เป็นอย่างสำคัญนี้เวียนวนย้อนเขาเป็นเหลือเป็นจะนะอยู่ในจิตอีกแน่ก็เป็นนิโรธสุดท้ายเรียกว่าสัญญาเวทยิตนิโรธได้แล้วรู้แจ้งนี่แหละนิโรธนิโรธนี่แหละรู้แจ้งมีสภาพนิโรธแล้วดับสนิทสิ่งที่ดับได้อย่างแน่แท้แล้วก็มีตัววิญญาณตัวรู้ รู้เป็นตัวปัญญาเป็นตัวอภิปัญญาเป็นตัวญาณทัศนะวิเศษเป็นตัวอาสวักขยญาณหรือเป็นตัวยานทั้งหมดญาณใดๆก็อยู่ที่นี่แหละเป็นตัวยานยานทัศนะพิเศษจึงขมวดได้เป็นปลายว่าความว่าโล่งเบาสบายจริงในเว็บอากาศก็มีอยู่ถ้ารู้อันแสนรู้แท้ในวงเล็บวิญญาณก็มีอยู่ความไม่มีอะไรอีกแล้วซึ่งเป็นอย่างใดเช่นไหนตามที่หมายก็ไม่ได้ไม่ก็ไม่มีได้จริงๆก็ไม่มีได้จริงๆแม้นิดแม้หน่อยในป่ากิมจาก็มีอยู่สภาพนี้ก็มีอยู่แม้จะรู้แสนรู้แต่ความยังไม่รู้สุด ไม่เป็นจริงที่ยังมีเศษแห่งความไม่รู้อยู่ในวงเล็บในวัดสัญญาณน่ะสัญญาก็พ้นไปแล้วในวงเล็บสามารถติดธรรมะเพราะในวัดสัญญานาสัญญาไปแล้วด้วยความเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธอริยสัจของพุทธศาสนาพวกเรานี่แหละได้ฟังที่อื่นก็ไม่มีใครพูดหรอกจริงๆไปเรียนในพระอภิธรรมเขาก็ไม่พูดเขาไม่กล้าพูดเขาไม่ยืนยันเขาไม่มีเขา เขาไม่กล้าเจ๊ๆอาจารย์รุ่นก่อนๆอธิบายไว้นิโรธนิโรธนี่ก็เขียนไว้มาในตำราผมก็เคยอ่านนิโรธก็มีแต่นั่งหลับนั่งหลับตานิโรธสัญญาเวทยิตนิโรธนิโรธสมาบัตินิโรธอะไรของเขาก็แล้วแต่เขาก็ไปจะดับอยู่ในจิตนั้นอย่างนั้นน่ะไม่เคยเห็นเขาจะอธิบายกันไม่เคยมีมีแต่ผ่านมาอย่างนั้นเคยอ่านมันก็จำได้อยู่เคยอ่านเคยศึกษาเคยดูไหมวันนี้อธิบายกันมามากสาธยายมาเพื่อที่จะให้รู้จุดนี้มียอดรายละเอียดสัตว์ของพุทธเป็นนิพพานสิ้นรอบจบรอบสูงสุดตามพุทธลักษณะที่ว่าจะคุมมาปรินิพพาน เรียกว่าปรินิพพานแบบลืมตาอยู่ตรงๆจากกุมารปรินิพพานธาตุแปลจากขุมาปรินิพพานสิว่านิพพานลืมตาอาตมาต่อลงไปอีกว่านิพพานนิพพานลืมตาโพลงๆเอาให้มันชัดๆนิพพานอย่างลืมตาอยู่ตรงๆเลยไม่ต้องไปนี้ผ่านหลับตาอะไรตอนนี้โม่กระทำลำดับ 8 จึงบริบูรณ์ครบตามบาลีที่ว่าสัพพะโสเนวสัญญานาสัญญายตนะสมาธิกับมรรคติดธรรมะสัญญาเวทยิตนิโรธ ด้วยประการทั้งปวงเนวสัญญานาสัญญายตนะสมาธิกับมาก็ล่วงพ้นเนวสัญญานาสัญญายตนะเข้าสู่สภาพสัญญาเวทยิตนิโรธนิโรธสุขภาพนี้แล้วเข้าสู่สภาพนี้อยู่วิหารสติเข้าแล้วแลอยู่แปลเป็นสำนวนก็ภาษาบาลีก็แปลภาษาพระไตรปิฎกเข้าถึงแล้วแลอยู่อุปสรรคต่างชาติเข้าถึงแล้วเขาว่าเราจะเข้าฌานก็เข้าอย่างนี้ทีนี้เราเข้าฌานโดยไม่ต้องไปนั่งหลับตาลืมตาตรงๆก็เป็นทานนี่ขนาดสูงสุดเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธด้วยมันคันไหนกันเชียวหรอคุณคิด มันทะลุอรูปฌา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน