240130-2-295 ทางเอกภาค2-ตอน295(หน้า564)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 30 มกราคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกปานามาอีสานต่อไปถึงจุดที่จะขยายความต่อไปอีกนอกจากที่เราจะได้รู้จุดเป้าสำคัญแม้ว่าเราจะพึ่งอะไรเราจะพึ่งตนใช้คำว่าตนนั้นมันซ้อนอยู่ในคำว่าเราไม่ได้มีตัวตนแต่ สิ่งที่เป็นตัวตนนั้นคือกรรมเราเพิ่งจำทำเป็นกำเนิดกรรมเป็นทุกสิ่งทุกอย่างทำเป็นเผ่าพันธุ์กรรมเป็นที่พึ่งกรรมเป็นของใครของมันก็ไม่มีกรรมเป็นมรดกกรรมเราจะเป็นทายาทของกรรมเองเราก็ทำเราก็รับเราจะมีวิบากเราจะมีผลสืบเนื่องสืบต่อเป็นพันเป็นเผ่าเป็นทายาทเป็นมรดกเป็นของจริงที่เป็นไปถ้าเราทำกรรมนั้นอย่างรู้ แจ้งแล้วทำได้จริงถ้าเป็นแต่กุศลเราก็ได้อาศัยแต่กุศลถ้าเราทำอกุศลอกุศลมันก็เป็นเครื่องอาศัยของเราเหมือนกันเพราะเราอาศัยกรรมที่เป็นกุศลพร้อมกันนั้นเราก็มีความรู้ในการไม่หลงคำไม่หลงแม้แต่กุศลและเราก็ไม่หลงว่าอกุศลเป็นกุศลโดยไม่หลงทำอกุศลเป็นกุศลเราไม่รู้ว่าเราต้องเข้าใจอย่างชัดแจ้งถูกสัจจะให้ได้จริงๆเราจึงจะเป็นผู้ที่สบายหรือเป็นผู้เจริญอยู่โดยที่รู้เป้าหมาย ศาสนานี้จึงสอนเรื่องกรรมผู้ใดทำจิตเป็นผู้ปล่อยวางได้ที่สุดว่าอกุศลนั้นไม่เกิดเราไม่ทำเด็ดขาดแม้ยังอยากพลางละเอียดแล้วก็ไม่ทำอกุศลใดๆเราจะเป็นอยู่ยังมีชีวิตอยู่ยังเหลือรูปนามขันธ์ 5 อยู่เราก็จะทำแต่สิ่งที่เป็นกุศลทั้งสิ้นความจริงมันจะบอกเราแล้วมันจะบอกทุกๆคนว่าเราเป็นผู้ไม่เห็นแก่ตัวเพราะเรามีกรรมเป็นตัวอิทธิบาทมีตัวการงานเป็นสิทธิบัตรมีอายุอยู่ยังมีชีวิตอยู่เราก็เห็นได้ใครก็เห็นได้เราเป็นอย่างนั้นจริงๆคนอื่นก็เห็นอย่างนั้นจริงๆถึงเรียก สมณะของพระพุทธเจ้าสมรรถนะของพระพุทธเจ้าคือผู้มีเพียรสมณะของพระพุทธเจ้าคือผู้มีอิทธิบาทสมรรถนะของพระพุทธเจ้าที่ยังไม่ตายยังมีอายุคือตัวอีกกี่บาทแท้ๆคือตัวความ
อ่านต่อ
เพียรที่ดิ้นอยู่เห็นๆมันชัดๆคำสอนของพระพุทธเจ้ารับรองสอดคล้องยืนยันแจ้งชัดแม้แต่ตัวกรรมมันจะเคยตั้งข้อสังเกตให้ฟังว่าที่สุดของที่สุดมันไม่มีอะไรมันมีแต่กรรม แล้วเราจะต้องเข้าใจกายกรรมวจีกรรมโดยเฉพาะมโนกรรมให้ถึงที่สุดเข้าใจอย่างละเอียดกับอารมณ์อาการแม้จะคิดเราจึงจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือหรือเป็นฝุ่นเหนือโลกเราจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือจริงๆเพราะเราดับอกุศลได้สนิทเราจะให้กุศลนั้นเกิดโดยปัญญาของเราแต่เราจะเป็นพวกพยานสร้างกุศลนั้นอยู่ในโลกเพราะกุศลก็ไม่เที่ยงเราเป็นผู้อนุเคราะห์โลกเป็นพระผู้สร้างแล้วก็สร้างแต่กุศลสร้างไปเท่าที่เราเสียแรงเรามีนายกตัวอายุ ซื้อตัวสันสุทธิที่บอกว่าเราไม่พักเราไม่เพี้ยนนั่นคือผู้ที่ถึงบทการข้ามฟากได้แล้วห้ามบอกข้าสงสารได้แล้วมันเป็นตัวบทตัวพฤติกรรมเราไม่พักเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ข้ามฟากได้แล้วของกูคนอกหักสงสารแล้วซึ่งมันก็สอดคล้องสนับสนุนสภาพธรรมอันนี้อีกหรืออื่นๆที่ยังไม่พบในพระพุทธพจน์หรือเป็นทฤษฎีอื่นๆก็ตามที่ยังไม่ได้กล่าวหรือที่กล่าวแล้วคราวนี้ไม่ได้กล่าวขึ้นซ้ำซากเป็นการขยายก็ตามแล้วก็ต้องเข้าใจความอยู่เหนือโลก เป็นความหมายชัดแจ้งให้ได้เพราะเราอยู่เหนือโลกอะไรแต่เนื้ออำนาจมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาเหลือจิตใจเราเองคนอื่นคนใดก็ของใครของมันแต่เราก็ให้จิตของเราเป็นทุกข์ตามกันเองเพราะจิตเป็นประธานของทุกสิ่งทุกอย่างคิดมาก่อนกายกรรมมาก่อนก็คือกรรมเราเหมือนเราไม่รู้เราว่าเราไม่ได้คิดเราบอกว่าเราไม่ได้เจตนาแต่ก็มีมือไปตีหัวเขาเป็นเจตนาถ้ามันแกว่งไปโดยมันไม่ไม่ได้เจตนาจริงๆมันไม่ได้ไปตีเป็นทุกข์อะไรมันก็เอาอันนั้นก็เรียกว่าไม่เจตนาแล้วมันก็ไม่ได้เกิดเพราะความจงใจอะไรเลย มันมีจังหวะพอเหมาะพอเจาะไปเฉยๆมือมันแกว่งไปถูกหัวเขาอะไรอีกเรื่องนึงแต่ถ้าเผื่อว่าได้ทำอะไรโดยมีการเกิดแต่จิตไม่ว่าจิตจะเป็นจิตอนุสัยเอาอาสวะลิขิตไปก้นบึ้งที่ไหนมันสั่งทำมันกระทำขึ้นมาโดยที่มันมีจิตเป็นตัวรากเหง้าแท้ๆแล้วก็มันมาแต่ความเจตนาหรือความจงใจของจิตทั้งสิ้นโดยเราไม่รู้มันบางคนทำก็เคยชินจนไม่ได้ไม่ได้รู้ไม่ได้กำหนดหมายตามเลยสิทธิ์นั้นไม่ได้กำหนดหมายตามแต่มันทำเพราะมันเองโดยอัตโนมัติเป็นได้มีได้เพราะจิตมัน ใจจิตมันบงการจิตมันเก็บเอาไว้โดยสำนึกปัจจุบันสำนึกธรรมดาของเราเราไม่รู้บางคนไม่รู้จนกระทั่งเหมือนคนละเมอและก็คือคือละเมอละเมอละเมอทำอะไรจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อยก็ไม่รู้เป็นคนละเมอเพ้อเพราะเรียกว่าไร้สติสัมปชัญญะจริงๆคนละมือคนละมือเพื่อไปไม่รู้ตัวไม่รู้จนพอรู้ตัวรู้ตนทำวันนั้นมันน่าเกลียดแล้วหรือมันไม่เข้าท่าบางทีทำสิ่งที่เขาทาด้วยไม่รู้ตัวแต่ทำเข้าท่าได้มีตอนที่ไม่รู้ตัวทำดีอีตอนที่รู้ตัวกลับทำไม่ดีไอ้อย่างนี้ก็มีมันเป็นอย่างนั้น ลักษณะนี้ก็คือคนที่ใช้สมาธิแบบฤาษีเพราะงั้นเราสมาธิแบบฤาษีบางทีก็ดีถ้าสมาชิกแบบเป็นสีคือสะกดจิตตัวเราให้มีสมาธิสมาธิแบบสะกดจิตไม่ใช่สมาธิพูดไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้าสมาธิแบบฝึกหัดรวมใจแล้วก็สะกดจิตให้ตัวเราเองมีความเป็นหนึ่งแล้วก็ใช้กำลังจิตอันนั้นทำงานโดยสำนึกที่ดีมีอะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้มันดีแล้วก็ทำทำก็ได้เก่งเพราะมันมีกำลังจิตมันรวมมันไม่ตัดสายมันไม่ฟุ้งซ่านมันไม่เสียหายที่อื่นมันคงกำลังมี แล้วก็ทำได้เก่งแบบนี้ท่านเรียกว่าสมาธิเข้าสมาธิทำหรือสะกดจิตธรรมหรือเข้าทรงทำข้าวต้มก็ได้เหมือนกันลักษณะเดียวกันหมดเข้าทรงก็คือทำสมาธิแบบนี้รวมไปมุ่งเพ่งอยู่ที่จุดจุดหนึ่งและกระทำอันนั้นอันนั้นอันนี้หมายถึงการเข้าทรงรู้สึกกดผิดหรือว่าทำสมาธิแล้วทำไปโดยผู้นั้นมีปัญญาและมีเจตนาดีก็ทำสิ่งที่ดีนั้นได้มีกำลังมีผลสูงส่วนบางคนจะกดผิดแล้วหรือเข้าทรงหรือทำสมาธิดังกล่าวแล้วนี้เอาจิตหรือเอาไปทำการงานที่เหลวไหลมิจฉาทิฏฐิเป็นพระไปเลย นั่นก็เยอะโดยความไม่รู้โดยอวิชชาหรือโมหะแล้วก็ทำเลอะเทอะไปก็มีเพราะกำลังจิตกำลังใจที่เราสามารถรวมได้แล้วเอามาทำงานนี้มันดีคนที่ไม่มีกิเลสมันก็ไม่มีอะไรจะดึงให้ฟุ้งซ่านหรือว่าให้คิดไปเป็นนิวรณ์เป็นอาวรณ์อะไรออกไปต่างๆนานาไม่มีจิตมันก็เป็นสมาธิอยู่เสมอเพราะงั้นโดยตรงของพระพุทธเจ้าแล้วสมาชิกของท่านการสะกดจิตการรวบรวมให้มันจะมาถามอยู่ก็ทำแต่ต้องรู้โดยปัญญาว่าการกดสะกดจิตหรือว่ากดผิดหรือว่าทำสมาธิแบบฤาษีแบบให้จิตมันใสสะอาดอยู่ชั่วระยะที่เราระมัดระวัง ติดตัวติดแล้วก็ขับนิวรณ์ขับกิเลสอะไรออกให้หมดในระยะนั้นๆมันเป็นการฝึกหัดทำช่วงที่ให้เราปราศจากเทวดาสมถะที่ทำจิตเปโตนั่นแหละทำเจโตนั่นน่ะสิทำจิตให้มันสมถะชั่วคราวเป็นการกดสะกดจิตหรือกดข่มที่เราเรียกว่าเป็นคำชนะประหารหรือว่าเป็นการนั่งกระทำก็เป็นอุปการะถ้าทำได้ถูกต้องทำได้จริงก็ไม่รู้ว่าการว่างจากกิเลสชั่วระยะนั้นๆก็ดีอยู่เป็นอุปการะอย่างที่เราได้ฝึกกันบ้างแต่ไม่ใช่หลักการของพระพุทธเจ้าหลักการแบบนี้ศาสนาอื่นๆหรือว่ารัฐที่มีสีใดๆทำมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดมาแล้วและส่วนมาก รวบรวมพลังสะกดจิตได้แล้วก็ที่มักจะใสที่มักจะเลยเถิดเอาจิตออกไปเล่นอะไรอื่นเอาไปทำอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวตามกิเลสที่ตัวเองมีแล้วมันมีพลังสะด้วยอาทิตย์ที่มันรวมได้มีพลังนั้นก็เอาไปทำอะไรต่ออะไรตามกิเลสเรามีหรือความเข้าใจผิดของเราไปปั้นอัตราไปปั้นสวรรค์นรกไปเล่นนู่นเล่นนี่ไปที่ภายนอกภายในหรือไม่ไปที่ดีอย่างนู้นอย่างรู้นี่เล่นนู่นเล่นนี่เป็นนิดเป็นเดชอะไรต่างๆนานาเช่นแรกแร่ธาตุอะไรไปก็ได้แต่มันไม่ใช่เป้าหมายของศาสนาพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าถือว่าเป็นเดรัจฉานวิชา เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าท่านไม่สอนท่านตรัสไว้ชัดอิทธิปาฏิหาริย์คดีอาเธนาปาฏิหาริย์ก็ดีท่านไม่เกี่ยวท่านเองท่านไม่สอนท่านบอกท่านเบื่อระอาเกลียดชังด้วยเบื่อระอาเกลียดชังไม่ไม่ไม่ชอบท่านบอกว่าท่านไม่ชอบด้วยส่วนจิตที่จะเป็นจิตอาสาวรหรือเป็นจิตที่จะมีพลังด้วยและเป็นสุขด้วยมีประโยชน์ต่อโลกอย่างสามัญซึ่งมันเป็นฤทธิ์เดชที่สำคัญมากเพราะว่ามันไม่พิเศษที่เหลืออะไรมันเป็นเทคนิคของความเป็นอยู่สุข พ้นทุกข์ความเกื้อกูลสังคมมนุษยชาติการสร้างสรรค์อย่างแท้จริงก็คือสมาธิที่เลสออกจริงๆไม่ใช่เป็นกฎของประชดทั้งชั่วคราวท่านจะมีวิธีกรรมวิธีสัมมารามองค์ 8 ของท่านแท้ๆจริงๆให้รู้ต้องตัดให้รู้ทวารทั้ง 6 และก็รู้สัมผัสมีปัจจัยและก็รู้อารมณ์รู้กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมที่เป็นทุจริตเป็นสุจริตและปรับปรุงปรับปรุงจริงๆจนสามารถควบคุมได้จึงเรียกว่าอยู่เหนือควบคุมได้จริงๆทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมบางคนควบคุมได้จะภายในภายผิด จะควบคุมภายนอกไม่ได้ควบคุมกายไม่ได้กายไม่เคยชินกายมันเคยมีพลังงานจิตไปสักแบนให้ทำอย่างนู้นอย่างนี้อยู่จนมากหลายก็ปรับปรุงตาจะจำยังไม่ได้ง่ายๆอันนี้มันเป็นเรื่องจริงแต่เป็นเรื่องจริงซึ่งเราก็จะต้องฝึกเพี้ยนตลอดเหมือนกันต้องรู้จุดที่มันเป็นอกุศลหรือว่ามันไม่งามยังไม่ดีพร้อมกายกรรมก็ตามเมื่อกี้ก็ตามเราจะต้องรู้แล้วก็ต้องฝึกฝึกฝึกมาเรื่อยมันสอดคล้องกันหรือมันสนับสนุนกันทั้งกายและทีมมโนอ่ะมันสนับสนุนกันโดยเฉพาะกายก็ไม่ดีมันมาจากจิตเพราะฉะนั้นถ้าคนใดถึงผิดแล้วแล้วก็เข้าใจถูกทางนี้ก็จะพยายามฝึกฟื้นต่อผมเป็นวาสนาบารมีต่อแม้พระสารีบุตร คุณเป็นพระอรหันต์เป็นอัครสาวกเบื้องขวาด้วยเป็นรองพระพุทธเจ้าจึงนับว่าเป็นรองท่านด้วยท่านยังต้องฝึกกายกรรมวจีกรรมของฉันอีกฉันยังต้องฝึกเลยเป็นขนาดอกพระสาวกเบื้องขวาแล้วปานฉะนั้นท่านจะต้องฝึกใจจะทำบัญชีทำเลยเพราะฉะนั้นก็ขอให้พวกเราอย่าได้ประมาทอย่าได้อวดดีเผลอไผปล่อยตัวปล่อยตนเป็นอันขาดกายกรรมวจีกรรมใดยังมีอีกแม้เราจะบริสุทธิ์บริบูรณ์แม้เราจะว่างจะพักจะมีถึงจะต่อวิหารจะมีเครื่องอาศัยในจิตแล้วก็ตามกายกรรมใดที่ดีกว่านี้ยังมีอีกที่เราจะ สูงได้เสมอเสมอยิ่งผู้ใดยังไม่งามพร้อมไปทั้งใจก็ยังไม่มีสิ่งที่พระวิหารอันบริบูรณ์ยังไม่มีสิ่งที่ได้อาศัยได้พึ่งอย่างพ้นทุกข์แท้อย่างเป็นสุขแท้อย่างสมบูรณ์แล้วก็จะต้องทำทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมนั่นแหละไปให้พร้อมกับปรับปรุงไปพร้อมบทของฉันกับปากหมดของวาจาบทของกรรมมันจะจึงสำคัญจะต้องทำไปพร้อมให้เหมาะให้พอเหมาะพอดีให้ดีที่สุดอยู่เรื่อยๆหมดสัมมารามองค์ 8 ของพระพุทธเจ้าจึงสำคัญไปตลอดสายสำคัญตั้งแต่เริ่มต้นยังไม่เป็น อริยะจนเป็นพระอริยะจนเป็นพระอรหันต์แล้วถ้ามาดีมากองค์ 8 ก็ยังเป็นไปด้วยดีมีบทเจริญเจริญยิ่งเป็นวุฒิวุฒิธรรมเป็นความเจริญเจริญยิ่งยิ่งอยู่ยิ่งอยู่ไปได้เรื่อยๆเสมอๆไปอนันตังจริงๆแล้วเราจะสามารถอยู่เหนืออะไรต่ออะไรไปได้หมดอย่างเห็นรู้รู้ของเราแล้วคำว่านิโรธหรือนิราศที่แปลว่าอยู่เหนือที่ผมแปลว่าอยู่เหนือส่วนใครจะแปลว่าดับสนิทผมก็ไม่ได้แปลกประหลาดสอดคล้องผมเห็นด้วย แล้วเข้าใจแล้วก็ตามด้วยส่วนผมจะมีความเห็นอื่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นทำแยมไม่ค้านแย้งสอดคล้องทำความเข้าใจให้ดีดังนั้นคำว่าเข้าที่หน้า 564 ดังนั้นคำว่านิราศอันมาจากคำว่านิระ + พุทธซึ่งนิราศก็แปลว่าไม่คุณพระก็แปลว่าอยู่เหนือหรือเบื้องบนพุทธังซึ่งไม้เอาไปทางสูงคิดบนอะไรตรงนี้ไม่ได้หมายความเป็นรูปไม่ใช่หมายความเป็นสถานที่ไม่ได้หมายความ รูปร่างตัวตนอะไรไม่ได้หมายความถึงสถานที่ดังกล่าวแล้วแต่ว่าหมายถึงว่ามันเป็นความอยู่เหนือหรืออยู่บนความเป็นเหนือโลกมันเป็นลักษณะเหนืออย่างนี้แหละจริงๆอยู่เบื้องบนหรืออยู่เหนือข่มอยู่เหนืออยู่สูงกว่าอยู่มีค่าดีกว่ามีค่าดีกว่าสูงส่งกว่ามีเป็นความหมายลักษณะทางสังคมอะไรพวกนี้นิรุชาจึงได้ความชัดว่าไม่มีอะไรจะอยู่เหนือคือไม่ถูกครอบงำไม่ถูกแผ่นิดเหนือไม่เป็นเบี้ยล่างนั่นเอง พระผู้ใดอยู่ในภูมินี้ภูมินิรุทธ์นิโรธนิราศนิโรธนิโรธนิระบอกอุจจาระก็ทำที่สนธิแล้วก็แปรงไฟเขาเป็นเรื่องของตัวหนังสือเป็นตัวอักษรแล้วก็เป็นมันก็แปลงไปในทางหรือนิโรธนิโรธนิโรธมันมาจากรากศัพท์อันเดียวกันมาจากภาคพยัญชนะอันเดียวกันก็หมายความว่าดับสนิทนั้นน่ะเป็นเอาความหมายได้ไม่มีไม่มีอันที่จะเป็นจะ อย่างที่ลูกๆก็เป็นเพราะมีเพราะฉะนั้นจึงอยู่เหนือความเป็นความมีของโลกที่เขาเป็นอยู่ในสภาพนั้นไม่เป็นเบี้ยล่างแบบลูกโลกเป็นแล้วหรือจะแปลว่าซึ่งทำลายซึ่งหมดไปดับแล้วก็ถูกแต่ต้องรู้ว่าทำลายอะไรหมดไปส่งรู้รู้ว่าอะไรทำลายอะไรอะไรหมดไปฉันอยากเวที 23 มิถุนายนจะเวทนาจะพิรุธพาหนะไม่รู้ทางหูยึดจึงแปลว่าสัญญาและเวทนา ของผู้เข้าสู่สภาพสัญญาเวทยิตนิโรธย่อมเป็นสภาพที่ไม่มีอะไรจะอยู่เหนือได้หรือไม่ถูกครอบงำนานีแปลอย่างสำนวนที่แปลให้ฟังนี้เธอก็แปลกันก็บอกว่าสัญญาและเวทนาของผู้เข้าสู่สภาพสัญญาเวทีพิษณุโลกแต่ในนี้อธิบายให้ฟังซะก่อนว่าอย่าเข้าใจผิดแก้ความเข้าใจหรือเป็นทิฐิเดิมซะก่อนถ้าไม่เช่นนั้นก็กลายเป็นฤาษีดับจิตอยู่นั่นแหละพอพระพุทธเจ้าศาสนาของท่าน ต่างกันตรงจุดนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่จะไปนิพพานหรือไม่ไปนิพพานฉันแพ้เพราะนิพพานงมงายพระเจ้าได้ดับจิตเล่นไม่มีเกิดปัญญาและไม่มีทางไปนิพพานได้ก็ได้จะดับจิตดีไปให้ไกลๆเป็นพวกฤาษีเฝ้าภูเขาอยู่อย่างนั้นน่ะออกป่าออกเขาออกถ้ำจมอยู่ในที่นี้ดูอยู่ที่มันมีครองโลกอยู่เพราะว่ามันเป็นของตื้นของง่ายพูดไปถึงตรงนี้มันถึงได้ง่ายๆไม่ยากนักมีปัญญามีความสามารถบำเพ็ญเพียรเอาได้ไม่ยากหรอกอันนี้แล้วไม่รับรองได้ว่ากิเลสจะหมดจริงอนุสาวรีย์จะรู้จิตรู้ปัญญามีปัญญารู้จิตรู้อารมณ์ของจิตกลุ่มเศรษฐกิจอะไรต่างๆจะรู้ไม่รู้ว่าไม่ ดับจิตได้จับตัวติดได้แล้วบีบคอไว้เลยทับไปเลยดับไปเลยอันนั้นก็ทำได้แต่ว่าไม่รู้รายละเอียดของอาการรูปนามของพระเจ้าถึงรีบสอนรู้รูปนามต่อรู้ด้วยอาการรู้ด้วยดินพระนิมิตอุเทศแต่ต้องรู้ด้วยอาการรู้ในความแตกต่างมันมีแตกต่างน้อยบางอะไรต่างๆนานามันมีสลับซับซ้อนเยอะแยะจะรู้ด้วยความหมายนิมิตรู้ได้อุเทนรู้ด้วยความสอนให้ชี้แจงกันขึ้นมาได้ไม่ใช่รู้เดาๆโดนๆเอาเดาเองเดาเอาเองเดาเอาเองมันก็อยู่แค่เอ็งเองหรือมันจะไม่ได้เรื่องอะไรมันต้องรู้ความหมายรู้รายละเอียดของพระพุทธเจ้าท่านสอนละเอียดลออไว้มากเพราะขณะที่กำลังอธิบายขณะนี้ก็เป็นความหมายที่ต่าง วนิดาหรือนิโรธของที่ฤาษีหมายกับนิรุทธ์นิโรธของพระพุทธเจ้าหมายมีความต่างกันโดยความเห็นว่าใครจะไปเห็นว่าดับสัญญาดับเวทนาไปเลยบอกว่าในสัญญานิโรธดับไปหมดเลยไม่เหลือแบบตื้นๆอันนั้นผมเข้าใจและผมก็ได้ทำอยู่แล้วผมก็ทำได้ถ้าจะบอกว่านี่คือนิพพานผมก็มีนิพพานอันนี้ที่เขาหมายจับผิดเนี่ยดับไปเลยจับสัญญาณไม่รู้เรื่องอะไรเลยผมก็ทำได้พอทีนี้มันอันนี้ผมถือว่ายังไม่ใช่ที่สุดยังไม่ใช่ของสูงสุดของพระพุทธเจ้าท่านจะบอกว่าคุณบอกว่านี่สุดแล้วผมก็เป็นแล้วคุณมีสูตรอันนี้ผมก็มีสูตรอันนี้แล้ว เพราะผมเป็นได้ดับสัญญาดับเวทนาแบบนี้ผมรู้แจ้งผมเข้าใจแล้วผมทำได้ฝึกมาแล้วคุณจะฝึกก็ฝึกเอาได้แต่ศาสนาพระพุทธเจ้าแยกแยะให้ฟังแล้วแม้จะเอาหลักฐานสภาวะ 9 วิโมกข์ 8 มายืนยันให้ฟังอธิบายฟังแล้วไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าวิเศษไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดับทุกข์แบบนี้ไม่มีก็ยืนยันให้ฟังแล้วเพราะฉะนั้นสิ่งนี้จึงนอกทิศทางของพระเจ้ามีลิงพระมีความแตกต่างกันนะอาการของจิตนี้มันต่างกันนะไม่เหมือนกันนะเพราะฉะนั้นของพระเจ้าเป็นอย่างไรสัญญาจากเวทนาฉันติของท่านเป็นอย่างไรนิรุทธ์สัญญากับเวทนานี้รุ่นพาอย่างไร ทีนี้ดับสัญญาดับเวทนากับสัญญาเวทนาที่ซ้อนลึกซึ้งช้อนชามีความหมายและต้องจับเป้าให้คนสำคัญกล่าวคือความรู้ความจำความกำหนดรู้อาการนิมิตหมายใดๆในเว็บสัญญาความรู้นี่สัญญาก็แปลความรู้ความจำสัญญาก็แปลความกำหนดรู้ก็สัญญาเหมือนกันก็กำหนดรู้อาการนิดๆหมายใดๆนั้นๆเรียกว่าสัญญาทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นสัญญาก็คือการกำหนดรูปลงไปให้รู้ให้จำได้ให้แม่นแค่ใดอย่างไรสัญญาณ แค่ได้อย่างไรก็ไม่สามารถจะเป็นนายหรือบังคับให้ผู้บรรลุนั้นๆเป็นภาพเป็นทุกข์เป็นผู้แพ้เป็นผู้หลงผิดหรือสำคัญผิดไปได้อีกไม่ว่าไอ้ที่อะไรอะไรก็แล้วแต่มันจะมากำหนดทำให้ผู้ที่สามารถรู้นั้นตกเป็นทาสเป็นผู้ที่เป็นทุกข์และเป็นผู้แพ้เป็นผู้หลงผิดไม่ได้และแม้ความรู้สึกความรู้ทุกข์ความสงบนิ่งเฉยอย่าอยู่ใดๆยังไม่ได้เวทนาแค่ไหนอย่างไรก็ไม่สามารถจะเป็นนายหรือทำให้ผู้บรรลุนั้นๆหลงใหลติดยึดเสพ จนตกตะกอนเป็นโอชะเป็นรถเป็นชาติเป็นภพเป็นอุปทานเป็นตัณหาเป็นเวทนาได้นั่นเองไม่สามารถจะทำให้เป็นอย่างนั้นได้ทั้งพูดถึงสัญญาเวทยิตนิโรธนี้จะให้ฉันอย่าเวทนาดับหรือเกิดไปหรือมาให้เหลือบ้างหรือให้มีเต็มที่ให้ทรงอยู่หรือให้ดับสนิทจึงเปลี่ยนก็จะทำได้อย่างแท้จริงจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือจิตเพราะฉะนั้นในจิตนี้มีเศรษฐกิจ 3 มีเวทนาสัญญาสังขารพวกนี้อยู่เหนือเวทนาสัญญาสังขารอยู่เหนือด้วย เพราะฉะนั้นวิชานี้คือสามารถควบคุมสังขารสามารถควบคุมวิญญาณสามารถควบคุมนามรูปสามารถควบคุมจริยธรรมสามารถที่จะรู้เท่าทันสัตว์จึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มีวิชาอยู่ต้นสายของเศรษฐกิจพอเพียงวิชาอยู่ในราวไม่ได้เป็นภาพสังขารไม่ได้เป็นภาพวิญญาณไม่ได้เป็นภาพยนตร์กันนะคืออายตนะ 6 ไม่ได้เป็นทาสผัสสะไม่ได้เป็นภาพสัตว์ไม่ได้เป็นภาพตัณหาไม่ได้เป็นภาพเวทนา ไม่ได้เป็นภาพอุปทานที่อยู่เหนือสิ่งเหล่านี้รู้แจ้งในสังขารรู้แจ้งในวิญญาณรู้แจ้งในนามรูปรู้แจ้งในอายตนะทั้ง 6 รู้ชัดในผัสสะทุกผัสสะรู้แจ้งว่าตัณหาเป็นอย่างไรและไม่มีรู้แจ้งว่าเวทนาเป็นอย่างไรและจะมีเวทนาก็รู้ว่าเวทนาควรจะมีอย่างไรถ้าอาศัยในสนามก็อาศัยเวทนาอย่างไรรู้แจ้งว่าอุปทานเป็นอย่างไรจะยึดหรือไม่ยึดยึดศีลยึดทรัพย์ยึดชิ้นเดียวพระอรหันต์เป็นนักยึดมั่นถือมั่นชั้น 1 พระ สุนัขยึดมั่นถือมั่นยึดศีลยุติธรรมอยู่ที่ไหนและท่านก็สร้างศีลสร้างธรรมสร้างวินัยให้ก่อเกิดให้เป็นให้มีนักยุทธชั้น 1 พระอรหันต์เพราะฉะนั้นใครจะสอนว่าอาหารคือผู้ไม่ยึดมั่นถือมั่นได้สอนอย่างนั้นก็ได้แล้วเราก็ไม่สงสัยเพราะว่าเราก็มีเราก็เป็นถ้าบอกว่าแค่ไม่ยึดมั่นถือมั่นเราทำได้แล้วแปลกอะไรก็ทำได้จริงๆนะเราไม่ยึดมั่นถือมั่นได้จริงๆและเราจะยึดมั่นถือมั่นก็ได้ด้วยจึงเรียกว่าเป็นคนที่ไม่ตายไม่เกิดหรือคนจะตายจะเกิดก็ได้จะไม่สบายอยู่เหนือคำพูดพระอรหันต์จึงเป็นผู้อยู่เหนือคำพูด ไม่ใช่คนเหลาะแหละด้วยเป็นคนจริงเป็นเป็นได้จริงดับดับได้จริงเกิดได้ยิงตายตายได้จริงด้วยว่างั้นต้องรู้ความเกิดความตายที่หมายนี้เอาอะไรไปย้ำกันมาแล้วว่าอยู่ที่กัมมะโยนิอยู่ที่กรรมมาโยนนี้ไม่ได้เอาการเกิดการตายของเนื้อหนังเน่าอาการเจ็บเกิดการตายของเนื้อหนังเน่ามันจะยากอะไรเอาหัวไปจิ้มขี้หมาแล้วก็ตายยากอะไรอยากฆ่ามึงตายแบบนั้นแต่มันไม่ได้หมดกรรมหมดเวรมันไม่ได้หมดทุกข์หมดร้อนอะไรมันไม่ใช่ความประเสริฐเลิศยอดก็ได้เขาทำกันมามากแล้ว ไอ้แบบนั้นน่ะคนโง่ๆเขาฆ่าตัวตายด้วยวิธีการพิลึกพิลึกบ้างฆ่าตัวตายยังธรรมดาธรรมดามันเยอะอันนั้นการตายอย่างนั้นการตายโดยที่เราจะดับจะตายแบบนั้นจึงไม่ใช่การตายที่สูงสุดไม่ใช่การดับสนิทที่สูงสุดไม่ใช่การไม่เกิดที่สูงการไม่เกิดที่สูงสุดจึงเอาการไม่เกิดกรรมทุจริตไม่เกิดอกุศลกรรมไม่ว่ากายวจีหรือมโนด้วยปัญญายิ่งปัญญารู้ยิ่งว่ากายกรรมอย่างนี้ไม่ดีไม่มีกรรมอย่างนี้ไม่ดีจะเป็นไปตามภูมิแต่ละกลุ่มบางคนบอกว่ากายกรรมอย่างนี้ดีเขาก็ทำบางคนเอาไปเต้นแรงเต้นกา ปีนักษัตรก็นึกว่าดีนักหนาไอ้ฟ้อนๆดำๆพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าคนฟ้อนรำนี่เป็นคนบ้าของวินัยพระอริยะก็ตามวินัยของวินัยอริยวินัยแล้วก็บอกว่าคนฟ้อนรำคือคนบ้าคนทั้งโลกเขาก็บอกแหมหัดแทบตายเรียนแทบตายบางคนเรียนกี่ปี 8 ปีบางคนเรียนตั้ง 10 ปี 20 ปีเรียนป้อนเรียนดำหาว่าคนบ้าได้อีกเป็นอาการของคนบ้าได้อีกคนละโลกเลยโลกของเขาก็ภาคภูมิยิงสยองนะเค้าว่าดีของเขาอ่ะแต่ของเราว่าอริยวินัยของพระพุทธเจ้าว่ามันเป็นเรื่องของคนบ้าอย่างนี้เป็นต้นยกตัวอย่างง่ายๆอื่นๆมีอีกแม้แต่กิริยา อะไรต่ออะไรของใครก็แล้วแต่เราก็เรียนตามอริยวินัยของพระพุทธเจ้าพระผู้ใดที่จะมีปัญญารู้และสามารถมีอำนาจวสวัตตีดับหรือว่าให้เกิดได้ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดรู้ขนาดใดจะให้ทรงไว้ซึ่งเวทนาประมาณใดเราจึงอยู่เหนือเวทนาอยู่เหนือสัญญาจะเรียกว่าดับสัญญาณดับเวทนาแล้วก็พาซื่อดับมันเกลี้ยงไม่ให้รับรู้เลยเวทนาก็คือตัวรู้สัญญาก็คือตัวรู้ดับรู้มันหมดเพราะฉะนั้นการดับนี่แคบกำหนดไม่มีการการกำหนดรู้อะไรเวทนามันก็ไม่เหลือเวทนามันจะเป็นไอ้นั่นอะไรมันเกี่ยวพันอยู่กับสัญญาดับสัญญาอสัญญีดับ ให้รู้เรื่องไม่ต้องกำหนดอะไรเลยมันก็ไม่มีเวทนาอะไรเลยไม่รับรู้อะไรสัมผัสอยู่ยังไงมันก็ไม่รู้เรื่องไอ้อย่างนั้นมันก็เข้าใจกันพูดแล้วทีนี้คนพูดบรรลุนี้ที่มีวัตถุนิยมปลายเป็นคนกินกลายเป็นผู้อยู่เหนือสัญญาอยู่เหนือเวทนาโดยแท้ๆในวงเล็บสัญญาจะเวทนาจะนิรุธพาหนะโหติคือหนิงแปลว่าย่อมเกิดย่อมเป็นย่อมเกิดย่อมเป็นสภาพใดสภาพนี้รู้ทางสภาพอยู่เหนืออยู่เหนือเวทนาอยู่เหนือสัญญาจะเวทนาจากนี่เป็นคำแปลที่พระโพธิรักษ์อธิบาย สุขาภิบาลกันมาประดับๆๆในพระไตรปิฎกก็แปลว่าดับแปลว่าดับในอันนี้อาตมาไม่ค้านแย้งพระไตรปิฎกอาตมาเข้าใจในความหมายของพระไตรปิฎกที่แปลตามภูมิแปลไว้ว่าดับสัญญาดับปริศนาอาตมาเข้าใจและความเข้าใจดับสัญญาดับเวทนานั้นคนส่วนมากแยกไม่ออกแล้วพาซื่อดับสัญญาง่ายๆดับเวทนาง่ายๆไม่ได้เป็นสัญญาและเวทนาที่เป็นคำที่ลาวว่าพาโซ่ไม่ใช่ดับสัญญาณดับเวทนาอย่างสภาพมีปัญญาอันซับซ้อนไม่ไม่ใช่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะดูต่อไปถ้าคนพูดคนพูดมันรู้ดีจึงกลายเป็นผู้อยู่เหนือสัญญาอยู่เหนือเวทนา ซึ่งจะให้เกิดหรือให้ดับผู้บรรลุนั้นรู้แจ้งแท้ทั้งทำได้จริงอย่างเด็ดขาดจึงเรียกว่าอยู่เหนือขันธ์ 5 วงเล็บเปิดอันคือโลกที่พระพุทธเจ้าทรงหมายเอาว่าเป็นกายยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมสัญญาและใจนี่แหละคือโลกอยู่เหนือโลกหรืออยู่เหนือขันธ์ 5 เป็นเจ้าแห่งจิตใจเป็นผู้มีฤทธิ์เหนือรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเป็นผู้รู้เกิดรู้ดับในรูปขันนามขันของตนแท้เป็นผู้รู้เกิดรู้ดับในรูปขันนามขันของตนแท้และทั้งทำเกิดทำดับเองโดยจริงแท้อีกด้วย นี่แหละคือความเหนือโลกหรือโลกุตตระที่ต้องรู้ต้องทำให้ได้ตอบขยายความพระพุทธพจน์ในวงเล็บจากวิหารและสูตรข้อ 2 37 ทางพุทธนิกายณสันนิบาตวงเล็บปิดพระพุทธพจน์ที่ว่าเรากล่าวว่าคัดออกมาจากพระพุทธพจน์เรากล่าวว่าเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาดับในที่ใดมีเน้นตัวกินยาใครมีหนังสือดูดีๆตัวคำว่าสัญญาตัวท้ายเน้นตัวดำเบ้อเร่อเรากล่าวว่าเนวัดสัญญาณ ชนะสัญญาดับในที่ใดและท่านเหล่าใดดับเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาได้แล้วได้แล้วอยู่ท่านเหล่านั้นไม่มีความหิวดับสนิทแล้วข้ามได้แล้วถึงฝั่งแล้วด้วยองค์ชายนี้แน่ผู้ใดเพิ่งถามอย่างนี้ว่าแล้วสัญญานาสัญญายตนะสัญญาดับในที่ไหนและใครดับในวัดสัญญาณอากาศสัญญาได้แล้วได้แล้วอยู่เราไม่รู้ผลเราไม่เห็นผู้นี้ หาคำว่าไม่รู้พรุ่งนี้ไม่เห็นพรุ่งนี้ก็ทำตัวดำมาไว้หน่อยนึงให้เห็นเป็นสัญญาณเธอทั้งหลายพึงตอบผู้นั้นอย่างนี้ว่าดูก็เอาอาวุโสภิกษุในธรรมวินัยนี้เพราะร่วงเนวสัญญานาสัญญายตนะฟังดูให้ดีนะคำนี้ไม่มีสัญญาณนะลูกเนวัดสัญญาณโดยประการทั้งปวงบรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธต่อไปเนว่าสัญญาณดับในนิโรธนี้แหละตัวหลังนี่มีสัญญานะ ต้องละเอียดลออนะถ้าไม่ละเอียดละแม้แต่ตัวหนังสือแค่นี้นี่ชี้ให้ฟังอยู่ทุกตัวเนี่ยแล้วคนเผินๆก็เนวัดสัญญาณอ่ะสัญญาจะชนะล่อกันปนเปไปหมดเลยไม่รู้ว่าตัวไหนหมายตัวไหนที่ตั้งใจฟังดูดีๆในพัทยานาตยาเย็ดกันนะสัญญาดับในนิโรธนี้และท่านเหล่านั้นดับเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาได้แล้วได้แล้วอยู่ดูก็รับภิกษุทั้งหลายเธอเป็นผู้ไม่โอ้อวดไม่มีมารยาเป็นแน่จึงชื่นชมยินดีผ่านสิบกว่าดีแล้วทำแล้วพึงนมัสการกระทำอัญชลีเข้าไปนั่งใกล้ ผู้ที่ทำได้อย่างนี้เป็นผู้ที่ถึงสัญญาเวทีพิษณุโลก นันจาเย็ดกันนะสัญญาวิญญาณัญจายตนะสัญญาอากิญจัญญายตนะสัญญาเนวสัญญานาสัญญายตนะสัญญาเราดับอย่างไรดับอย่างเราเองเรารู้ว่ามันเป็นมันมีมันเป็นตามเป็นมันมีตามมีและเราก็ปล่อยมันตามปล่อยแต่ว่าดับก็คือไม่มีที่เราเราไม่ยึดมั่นถือมั่นมันมันมีย่อมเป็นย่อมเกิดเพราะฉะนั้นสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นเรารู้แล้วไอ้ตัวว่าเราก็ทำเป็นทำเป็นแล้วเราก็ปล่อยวางเราก็ไม่ติดว่างว่างไม่ใช่ของเราอาสาแปลว่าความว่างๆโล่งๆความโล่งๆตรงๆ เรามีอาการนี้แต่เราก็ไม่หยุดวันนี้เป็นของเรามันจะมีมันก็มีมันจะไม่มีเราจะให้มันเกิดมันไม่ต้องวางตอนนี้กำลังคิดกำลังปรุงกำลังพูดเราก็ไม่ว่างพระพุทธเจ้าเองแท้ๆก็เหมือนกันเวลาท่านกำลังปรุงกำลังพลกำลังนึกกำลังทำงานเหล็กจิตก็มีทั้งกัปปะแล้วก็มีการสังขารมีการคิดนึกมีการสัญญากำหนดหมายมีเวทนามีสัญญาสังขารมีวิญญาณอยู่เต็มรูปท่านก็มีสภาพนามขันนั้นอยู่เต็มกองท่านก็ไม่ได้วางความไม่ว่างไม่โล่งอย่างนี้ด้วยซ้ำๆกำลังติดต่อติดพันอะไรต่ออะไรกันอยู่การกระทำมีกรรมแต่เป็นกุศลอยู่ท่านก็ไม่ได้ว่างๆลงๆอย่างนั้นท่านก็ยังมีกรรมมีอะไรอยู่มีจิตมีการอยู่ งานอยู่ติดพันอยู่ด้วยซ้ำท่านก็ไม่ได้ถือสาก็ไม่มีว่างก็ได้ว่างก็ได้ถ้าจะว่างเมื่อไหร่ก็ว่างได้ถ้าจะไม่ว่างก็ไม่ว่างแต่ไอ้ตอนที่ท่านไม่ว่างนะน่ะท่านก็ไม่ได้ติดยึดว่าไอ้ไม่ว่างนะเป็นของที่แท้ถาวรเป
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive