590801_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทางเสื่อมของศาสนาพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590801_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทางเสื่อมของศาสนาพุทธ
พ่อครูว่า...วันนี้ วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2559 แรม 13 ค่ำเดือน 8 ปี ที่บวร ราชธานีอโศก บอกวันเวลา ก็ผ่านไปผ่านไป พวกเราซึ่งเป็นชาวอโศกโดยเฉพาะที่เป็นสมาชิกในชุมชน อาตมาได้ทำงานมาจนถึง 46 ปี ก็ยังนึกไม่ถึงว่าเกิดมาได้เป็นไปได้ถึงอย่างนี้ โดยเฉพาะเป็นถึงขั้น สาธารณโภคี อาตมาไม่เคยคาดว่าจะเป็นได้ถึงปานนี้ เพราะว่าแม้แต่ในยุคของพระพุทธเจ้า ก็ยังไม่มีสาธารณโภคี ในระดับชุมชนฆราวาส ที่ทำงาน สัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ แล้วก็ทำให้เกิดจิตใจที่เป็น สัมมาสมาธิ เพราะมี สัมมาทิฏฐิ เป็นประธาน มี สัมมาวายามะ สัมมาสติ ห้อมล้อม เมื่อมีอาชีพที่เป็นสัมมาให้เกิดกัมมันตะที่สัมมา วาจาที่สัมมา แล้วพวกเราก็ได้ทำจนเกิดผล หากไม่เกิดผลก็ไม่มารวมกันอยู่เป็นชุมชนกลุ่มอย่างนี้ การมารวมกันอยู่แบบนี้ เขาเรียกว่า สงฆ์ หรือ สังฆะ คือ หมู่ชน พวกคุณแม้ไม่ได้มาบวช ไม่ได้ผ่านพิธี แต่ว่าก็มีใจที่จะมารวมกันอยู่ในหมู่นี้แหละ แล้วมีการปฏิบัติมรรค 7 องค์เหมือนกัน แล้วก็กล้าพูดได้ว่า พวกคุณเอาจริงกว่าพระสามแสนรูปที่บวชตามพิธี เอาจริงมากกว่ามาก แต่ในสามแสนรูป ก็มีพระเอาจริงอยู่ไม่น้อย แต่พวกเรานี่เอาจริงมากกว่าพระจำนวนไม่น้อยในสามแสนรูป พวกเราก็คือ นักบวช คือผู้ปฏิบัติธรรม แล้วพวกคุณก็ทำสัมมาอาชีพ แต่ในวัดต่างๆพวกเขามีรายได้อะไรมากกว่าพวกคุณ แล้วพวกท่านที่บวชเป็นพระก็มีพิธีต่างๆที่เอาไปทำมาหากิน พวกคุณยังไม่ทำด้วย ท่านมีเงินทองมีทรัพย์สมบัติมากกว่าพวกคุณด้วย ยิ่งธัมมชโยนี่มีที่ดินมากมายเลย ไม่ได้ใส่ความด้วยเลย แล้วไม่ได้ใส่ใจศึกษาธรรมะมากเท่าพวกคุณด้วย หลายวัด พระก็อยู่แค่ทำจารีตประเพณี สวดมนต์เท่านี้ มีงานบ้าง แต่ทำเพื่อได้เงิน ไ
อ่านต่อ
ด้ทอง นั่นคือมาบวชเพื่อเอาอะไร แต่ต่างจากพวกคุณ ขออภัยที่พูดความจริงนี้ ไม่ได้ตั้งใจพูดข่มพูดอวด แต่สาธยายความจริง อาตมาทำงานมา สามสิบกว่าปี ทำให้เกิดสังคมสังฆะ ที่ปฏิบัติ มรรคมีองค์ 8 โพธิปักขิยธรรม พวกคุณปฏิบัติอย่างที่อาตมาเอาของพระพุทธเจ้ามาบรรยาย มากกว่าพระหลายวัด ต้องขอพูดว่า การมาบวชกลายเป็นแหล่งแสวงหา ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มาเรียนแล้วได้เทียบปริญญา ได้เปรียญ แล้วออกไปทำมาหากิน ซึ่งในสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีหรอกแบบนี้ที่มาบวชแล้วจะได้อะไรอย่างนี้
ขออ่าน sms เมื่อวานนี้ SMS 31 กค. 59 0893867xxx นมัสการพ่อครูฯ สมณะ สิกขมาตร เจริญธรรมญาติธรรม ผู้น้อยเห็นด้วยกับพิมพ์เพชรรุ้งกับ อาจารย์ ดร.ฯ ที่พ่อครูอ่านตรงกันกับที่ตนอ่าน รัฐธรรมนูญ ในผู้จัดการ 360 องศา จาก www.ect.go.th ของ กกต.ชัดเจน! พ่อครูว่า ...อาตมาก็ไม่ได้ไปลงคะแนนกับเขาหรอก เพราะเป็นนักบวชแล้ว แต่ก็มีหน้าที่ให้ความชัดเจน เป็นการทำเพื่อบ้าน เพื่อเมือง แบบพุทธ ที่มีเป้าหมายคือ ให้คนมีปัญญาที่จะเป็นสุข เป็นสุขที่ไม่ใช่สุขโลกีย์ที่แสวงหา ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขทางกาม ทางอัตตา ได้มาก็สุข ได้เสพกามก็สุข ได้บำเรออัตตาก็สุข แต่เป็นสุขัลลิกะ สุขเท็จ แต่สุขที่อาตมาหมายคือปรมังสุขัง วูปสโมสุข เป็นสุขของโลกุตระ ที่จริงเอาภาษามาพูด แท้จริงไม่ได้สุขหรอก อารมณ์มันว่างจากกิเลส ผู้ที่มีภูมิปัญญาเข้าถึงสัจจะที่อาตมาอธิบาย จะเป็นผู้ที่ให้คนมาได้รับความสุข แล้ว ทำให้มวลชนเป็นสุข ผู้ที่จะทำให้หมู่ชนเป็นสุข เรียกว่า พหุชนสุขายะ ตามธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ 1. คัมภีรา (ลึกซึ้ง) 2. ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) 3. ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) 4. สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . 5. ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) 6. อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) 7. นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) 8. ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พระไตรปิฎก เล่ม 9 ข้อ 34) สันตา ของพระพุทธเจ้า นี้ลึกซึ้งมาก สงบลึกซึ้ง สงบจากกิเลส โดยไม่มีความเสียหาย ไม่เป็นพิษเป็นภัยเป็นโทษเลย สงบมีแต่ความเจริญ สงบอย่างมีพฤติกรรมดี ผู้สงบอย่างนี้ทำกายกรรม วจีกรรม สงบ แต่ มีองค์ประชุมรูปนาม ที่แคล่วคล่องว่องไว ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ไม่ได้เบียดเบียนใคร คำว่า สงบของพระพุทธเจ้านี้ลึกซึ้ง ไม่ใช่ทำอย่างฤาษีที่หนีสังคมไม่เกี่ยวกับสังคม 0805925xxx ชัดนะต้องเคลียร์ อย่าซี้ซั่วตั้งช่วงรถหรูยังไม่เคลียร์หน้ามึนจัง! 0893867xxx ผู้รู้ท่าน1บอกว่าอย่าเชื่อผู้มีอำนาจ ขอให้เชื่อผู้มีบารมี! ผู้น้อยเชื่อใจตัวเองว่า ตนเองเชื่อผู้มีบารมีในธรรมจึงจะมาถูกทางได้ความถูกต้องตรงตามสัจธรรมจริง! 0805925xxx บ่แมนหน้าโด้หน้ามึนเด้ พ่อช่วงจะฮู้บ่บ่อ ต้องเคลียร์ช่วยเขี่ยช่วงช่วงได้ป่ะ? 0890529xxx กามราคะเป็นพิษนำจิตทราม ความสวยงามเสมือนหนึ่งดั่งเสือร้าย มั่วกาเมเป็นภัยอย่าย่ำกราย ดั่งใจกายมีสติเป็นยอดคน 0890529xxx แพ้เป็นพระโบราณสอนน่าศึกษา ถูกเขาด่าถูกเขาด่าก่อทุกข์ให้ จงหลบหลีกอดกลั้นให้อภัย เราอย่าไปเอาชนะจะเป็นมาร 0805925xxx ม๊อบพระอลัชชี เจอม๊อบสีกาผ้าใบสีข้างตีนเตะเปรี้ยงคงหายมึนดีป่ะม่ายยบาปเนอะ? 0893867xxx คนไทยรักประเทศไทยจริง จงหยุดจิตทุจริตดึงประเทศติดบ่วงกรรม! พึงพาใจสุจริตฉุดประเทศพ้นวิบากกรรม! หนอนธรรมะเชื่อธ.พญาแร้ง ตามก้นกุฏิอโศกอยู่แล้ว! กบพึ่งตนตัวเดียวในกะลาบนขวานทอง!
มาดูบทความในผจก.รายวัน ครอบครองเบนซ์“ขม99”ผิด กม.สรรพสามิตฯ โดย ผู้จัดการรายวัน
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - “ดีเอสไอ” แถลงผลประชุมร่วม “อัยการ” ย้ำใครครอบครองเบนซ์ ขม 99 ผิด พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ จ่อแจ้งข้อหา สมเด็จช่วง ผู้ครอบครอง พร้อมเอาผิดผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม 2 ราย
วานนี้ (28 ก.ค.) เวลา 16.20 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกแถลงความคืบหน้าการประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ คดีพิเศษที่ 12/2559 กรณี รถยนต์ยี่ห้อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ซึ่ง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เคยครอบครอง ความต่อหนึ่งว่า ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วบางส่วน และที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันว่าคดีมีพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนในชั้นนี้ ยังรับฟังได้อีกว่ามี นายพิชัย วีระสิทธิกุล และ นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับ นายเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ ในความผิดเกี่ยวกับการชำระภาษีสรรพสามิตไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และเข้าข่ายมีความผิดตามมาตรา 161 (1) พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการจะได้พิจารณาดำเนินการเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนในเรื่องเกี่ยวกับการประเมินภาษีเพิ่มเติมทางกรมสรรพสามิตได้พิจารณาดำเนินการแล้ว ขณะนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างรอแจ้งผลการดำเนินการ จากกรมสรรพสามิต หากการดำเนินการมีความคืบหน้าเป็นประการใดจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยเร็ว พ่อครูว่า… ที่เอามาอ่านให้ฟังจะได้รู้พฤติกรรมของผู้ที่มาบวชได้ยาวนาน จนอายุได้ 90 กว่าแล้ว ก็ยังมีลักษณะที่ไม่ใช่พระ พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้สะสม แต่นี่สะสมยานพาหนะ รถหรู อย่าว่าแต่ของใหญ่ๆเลย แม้ข้าวสารอาหารแห้ง พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ให้สะสม มีอยู่ในจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล แล้ววินัยกับศีลก็ไม่เหมือนกัน ศีลใช้ปฏิบัติเพื่อให้ศาสนาเจริญ ขึ้น แต่ วินัย นี้อย่าละเมิด มีโทษ ทุกข้อ แต่ ศีลไม่ระบุโทษ เป็นสิ่งประเสริฐ ใน มัชฌิมศีล ...พระสมณโคดม เว้นขาดจากการบริโภคของที่สะสม ไว้อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธา แล้วยังประกอบการบริโภคของที่สะสมไว้เห็นปานนี้อยู่เนือง ๆ คือสะสมข้าวสะสมน้ำ สะสมผ้า สะสมยาน สะสมที่นอน สะสมเครื่องประเทืองผิวสะสมของหอม สะสมอามิส
สะสมไม่พอ ยังโกงภาษี เพราะฉะนั้นสมเด็จช่วงนี้เป็นผู้เข้าข่าย ผู้ควรแก่ปาราชิก เพราะว่าโกงภาษีเกินกว่าห้ามาสก แม้ไม่ได้โกงเอง แต่ไปกับคนเลี่ยงภาษียังผิดเลย แต่นี่สมเด็จช่วงนี้ เปรียญ 9 นะ แล้วมีพระเมธีธัมมาจารย์จะเอากฏหมู่มาช่วยอีก เห็นได้เลยว่า ผู้ที่มีหน้าที่เป็นใหญ่ในศาสนาพุทธในกระแสหลักนี้พึ่งพาไม่ได้ แม้มีพระดี แต่ไม่มีพลังอะไรจะออกมาช่วยได้ ตอนนี้เขามีการเรียกร้องให้ ผู้ทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชนี้ให้ขึ้นเป็นสังฆราช แต่ว่ามีการฟ้องร้องจนท่านตกเป็นจำเลยแล้ว ก็ถือเป็นผู้ควรแก่การปาราชิกแล้ว เขาก็หาว่าเป็นการเมืองไม่ชอบมาพากลอีก แต่กรรมที่สะสมรถโบราณนี่ก็ผิดแล้ว แต่ก็มีอีกหลายกระทงที่ผิด เป็นความผิดที่เข้าข่ายต้องชำระ แต่นี่ไม่มีใครออกมาทำอะไรกันเลย อมพะนำกัน แต่ก็มีแต่ผู้ที่บอกว่าต้องเร่งทูลเกล้าให้เป็นสังฆราช แต่ประเทศไทยนี้เคราะห์ดีนะ เพราะถ้าขืนส่งไป ได้เป็น ก็เป็นเคราะห์ร้ายของประเทศไทย ยิ่งเขาเอามวลมาแสดงมากๆยิ่งแสดงให้เห็นความเน่าได้ชัดเจน เพราะผู้มาบวชแล้วต้อง โภคักขันธัง ปหายะ ญาติปริวัฎฎัง ปหายะ มีบาตรบริหารท้อง จีวรบริหารกาย ไปทิศาภาคใด ก็ไปได้เหมือนนกปีกแข็ง เป็นอิสรเสรีภาพของมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้วมาพัฒนาจิตตน ให้รู้กิเลส ลดกิเลส เป็นโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ จะได้เป็นผู้สืบทอดพุทธธรรมของพระพุทธเจ้าสืบไป ได้ พหุชนหิตายะ (เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก) อย่างแท้จริง ไม่ใช่ศาสนาฤาษีดาบส เข้าป่า ในพรหมชาลสูตร ท่านแยกชัดว่า มิจฉาทิฏฐิ ฟุ้งไปใน อนาคต 44 ทิฏฐิ และอยู่กับ อดีต อีก 18 ทิฏฐิ ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ แล้วต้องมีผัสสะ มีเวทนาเป็นฐานปฏิบัติ แต่ผู้นั่งหลับตาทำสมาธิ มีแต่ตัณหาแส่หา ไม่มีทางบรรลุธรรมเลย ส่วน สามัญผลสูตร พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าจะนำไปสู่ความสงบเป็นสมณะ 4 เหล่า แล้วท่านก็ตรัสว่าต้องมี ศีล สมาธิ ปัญญา เช่นนี้ การปฏิบัติต้องให้สังวรศีล สำรวมอินทรีย์ มีสติสัมปชัญญา ให้จิตเกิดเป็นฌาน 4 เป็นสมาธิ เกิดวิชชา 8 คือสามัญผลสูตร ปฏิบัติอย่างลืมตาไม่ได้หลับตาปฏิบัติ มีสติสัปชัญญะ สติสัมโพชฌงค์ เกิดสันโดษ มีวรรณะ 9 จากนั้นก็ อัมพัฏฐสูตร มีลูกศิษย์ของพราหมณ์มาตรวจสอบพระพุทธเจ้า แล้วกลับไปเล่าให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ก็ปัดด้วยเท้าเลย เพราะไปลบหลู่พระพุทธเจ้า …
ดูกรอัมพัฏฐะ วิชชาสมบัติ และจรณสมบัติ อันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้แล มีทางเสื่อมอยู่4 ประการ 4 ประการเป็นไฉน? 1 . ดูกรอัมพัฏฐะ สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติ และจรณสมบัติ อันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ หาบบริขารดาบสเข้าไปสู่ราวป่าด้วยตั้งใจว่า จักบริโภคผลไม้ที่หล่น สมณพราหมณ์นั้นต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้ นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่หนึ่ง. [164] 2. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกข้อหนึ่ง สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติ และจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ ไม่สามารถจะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ถือเสียมและตะกร้าเข้าไปสู่ราวป่าด้วยตั้งใจว่า จักบริโภคเหง้าไม้รากไม้และผลไม้ สมณพราหมณ์นั้นต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้ นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่สอง. [165] 3. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกข้อหนึ่ง สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม ไม่สามารถที่จะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ และไม่สามารถจะหาเหง้าไม้รากไม้และผลไม้บริโภคได้ จึงสร้างเรือนไฟไว้ใกล้บ้าน หรือนิคมแล้วบำเรอไฟอยู่ สมณพราหมณ์นั้น ต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่สาม. [166] 4. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกข้อหนึ่ง สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม ไม่สามารถจะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ไม่สามารถจะหาเหง้าไม้รากไม้และผลไม้บริโภคได้ และไม่สามารถจะบำเรอไฟได้ จึงสร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้วสำนักอยู่ด้วยตั้งใจว่าผู้ใดที่มาจากทิศทั้ง 4 นี้ จะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ก็ตาม เราจักบูชาท่านผู้นั้นตามสติกำลัง สมณพราหมณ์นั้นต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้ นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่สี่. ดูกรอัมพัฏฐะ ทางเสื่อมแห่งวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้มีอยู่ 4 ประการดังนี้. [167] ดูกรอัมพัฏฐะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอกับอาจารย์ย่อมปรากฏในวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้บ้างหรือไม่? ข้อนี้ไม่มีเลย พระโคดมผู้เจริญ ข้าพเจ้ากับอาจารย์เป็นอะไร วิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมเป็นอะไร ข้าพเจ้ากับอาจารย์ ยังห่างไกลจากวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้.
ความเสื่อมของผู้แสวงหาผิดๆสรุปไว้ 4 ประการ ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หาขุดเหง้าไม้ หาผลไม้กินระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟรออาจารย์ สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้ว สำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชาและจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม 9 ข้อ 163)
ศาสนาพุทธนี้เสื่อมตั้งแต่เข้าป่า อาตมาเขียนเป็น หนังสือ ป่ากับศาสนา พุทธ รวบรวมประเด็นไว้มากเลย แต่ผู้ที่เรียนกันมานานยึดถือกันมานาน แล้วเห็นว่าพระปฏิบัติต้องพระออกป่า แต่ทั้งที่พระพุทธเจ้าบอกว่าปฏิบัติต้องไปในเมือง เดินมรรคมีองค์ 8 การทานนั้นต้องถอดถอนภพชาติ เทวดา ทั้ง 6 พระพุทธเจ้า… ดูกรสารีบุตร ในการให้ทานนั้น บุคคลผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปแล้วจักได้เสวยผลทานนี้ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า การให้ทานเป็นการดี ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยายเคยให้เคยทำมา เราไม่ควรทำให้เสียประเพณี ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เราหุงหากินได้ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านี้ หุงหากินไม่ได้ จะไม่ให้ทานแก่ผู้ที่หุงหากินไม่ได้ ไม่สมควร ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน เหมือนอย่างฤาษีแต่ครั้งก่อน คือ อัฏฐกฤาษี วามกฤาษีวามเทวฤาษี เวสสามิตรฤาษี ยมทัคคิฤาษี อังคีรสฤาษี ภารทวาชฤาษี วาเสฏฐฤาษี กัสสปฤาษี และภคุฤาษี ผู้บูชามหายัญ ฉะนั้น ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เมื่อเราให้ทานนี้ จิตจะเลื่อมใสจะเกิดความปลื้มใจและโสมนัส แต่ให้ทานเป็นเครื่องปรุงแต่งจิต(จิตตาลังการัง ,จิตตปริขารัง) เขาให้ทานเช่นนั้นแล้ว เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นพรหม เขาสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่แล้ว เป็นผู้ไม่ต้องกลับมา คือ ไม่มาสู่ความเป็นอย่างนี้
มีซ้อนที่ว่าตนไปนั่งหลับตาได้ความว่างแบบฤาษี แต่นึกว่าตนเป็นพรหม แต่ก็ไม่ได้ละทิ้ง ภพเทวดา 6 นั้นเลย ก็ยิ่งยึดติดไปใหญ่ สมมุติเทพ คือ เทวดาทั้ง 6 ชั้น อุบัติเทพเป็นเทวดาจริง แล้วหมดภพชาติก็เป็น วิสุทธิเทพ ต้องเรียนรู้อย่างมีเวทนา … [77] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสมณพราหมณ์เหล่านั้น สมณพราหมณ์เหล่าใดมีทิฏฐิว่าเที่ยง ย่อมบัญญัติอัตตาและโลกว่าเที่ยง ด้วยเหตุ 4 ประการ เขาเหล่านั้นเว้นผัสสะแล้วจะรู้สึกได้ นั่นไม่เป็นฐานะที่จะมีมิได้. ต้องเรียนรู้เวทนา 108 นี่คือกรรมฐานที่แท้ของพุทธ ทำให้เป็นเนกขัมสิตอุเบกขาที่เป็นฐานนิพพาน สั่งสม อดีต และทุกปัจจุบัน ใน เนกขัมสิตอุเบกขาเวทนา เป็น อเนญชาภิสังขาร ต้องมาเรียนรู้เวทนาจาก มูลกรรมฐาน 5 จนแยกกายแยกจิตได้บริบูรณ์ ….จบ