320418 นักข่าว BBC สัมภาษณ์พ่อท่านโพธิรักษ์ สันติอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2532
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์344 KB
วันที่แก้ไข26 พฤศจิกายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

320418 นักข่าว BBC สัมภาษณ์พ่อท่านโพธิรักษ์ สันติอโศก ณ พุทธสถานสันติอโศก วันอังคารที่ 18 เมษายน 2532

นักข่าว : ดิฉันชื่อ CLARA คลาร่า ค่ะ คุณชื่ออะไรคะ พ่อท่าน : พระโพธิรักษ์ นักข่าว : เขียนภาษาไทย ขอบคุณคะ เราเป็นอาสาสมัครกับหน่วยสันติภาพมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ในการฝึกหัด ภรณ์ : ในขณะนี้เขามีการฝึกอบรมกัน ของพวกอาสาสมัคร แล้วก็เขา อยากจะมาที่นี่ เพื่อจะถามถึงว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง แล้วก็มีกิจกรรมอะไร หรือมีงานอะไร ที่จะร่วมงานกับ PEACECORPS ได้บ้างแล้วตอนนี้ เขาจะถามคำถามที่เจาะจงลงไป ถ้าหากว่าอาสาสมัคร มาที่นี่ เพื่อจะต้องการขอข้อมูล หรือว่าขอความช่วยเหลือ จะต้องมาพบใคร พ่อท่าน : ก็มาพบสมภาร นักข่าว : ชื่อ..... พ่อท่าน : อนุตตโร นักข่าว : ถ้าหากอาสาสมัครมา เขาก็หวังว่าอาสาสมัครคนนั้นจะพูดภาษาไทยได้เก่ง แต่ถ้าหากว่าบังเอิญอาสาสมัครอยากจะได้คนแปล จะต้องถามหาใคร พ่อท่าน : ไม่แน่นอน แล้วแต่จะมีใคร ไม่แน่นอน นักข่าว : เขาอยากจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับองค์กรนี้ ว่าเป็นอะไร? ทำอะไร? แล้วพวกเรามาทำอะไรกัน? พ่อท่าน : ที่นี่ก็เป็น จะบอกว่าอย่างไรล่ะ ภาษาทางโน้นเขาเรียก จะต้องบอกว่าเป็นวัด หรือจะเป็น TEMPLE วัดทำงานทางด้านศาสนา นักข่าว : เขาอยากจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ องค์กรนี้ ว่าเป็นอะไร ทำ อะไร แล้วพวกเรามาทำอะไรกัน พ่อท่าน : ที่นี่ก็เป็น จะบอกว่ายังไงล่ะ ภาษาทางโน้น เขาเรียก จะต้อง บอกว่าเป็นวัด หรือจะเป็น temple วัดทำงานทางด้านศาสนา นักข่าว : ชาวอโศกมีทั้งหมดกี่คน? พ่อท่าน : ตอบไม่ได้ เราไม่เคยทำสถิติ เราไม่เคยทำอะไรละ จะเรียกอะไรดีละ เราไม่เคยทำ เราไม่เคยทำสถิติ เราไม่เคยทดสอบ เราไม่เคย เราได้แต่ประมาณ เดาๆไป แต่เราไม่กล้าที่จะชี้ลงไปได้ว่ามันเท

อ่านต่อ

่าไร เพราะ ว่าเราไม่รู้ความจริง นักข่าว : เมื่อกี้เขาอยากจะถามว่า เรามีกิจกรรมอะไรบ้าง? พ่อท่าน : กิจกรรมงานศาสนา ช่วยให้คนเป็นคนดี นักข่าว : เขาอยากจะรู้ว่าเราทำอะไรกันบ้าง? พ่อท่าน : สอน แนะนำ พาประพฤติ พาปฏิบัติ เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อบรมฝึกฝน ภรณ์ : เขาอยากจะถามว่า เราช่วยให้คนมีกิจกรรม ทางกาย กายกรรม ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง ขอตัวอย่าง พ่อท่าน : คือเขาเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เขาไปเสียหาย เปลืองผลาญ เลิกหยุด ในสิ่งที่ไม่ดี มาหาสิ่งที่ดี เช่นตัวอย่าง กินเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวเตร่ หลงเล่นการละเล่นอะไรอยู่ ระเริงอะไร มาทำงาน ภรณ์ : แล้วเขาถาม แล้วกายกรรมอะไรที่เราอยากจะสนับสนุน แล้วก็ส่งเสริม พ่อท่าน : ก็ขยัน ทำงานที่ดี เอาเวลามาสร้างสรรสิ่งที่ดี เอาแรงงานมาทำสิ่งที่ดีกว่า นักข่าว : และเราให้เขามีวจีกรรมที่ดี มโนกรรมที่ดีอะไรบ้าง? พ่อท่าน : ก็เมื่อเขารู้ เราเรียน เราบอกความจริง บอกความหมาย บอกเหตุผลของสิ่งที่ดี ยืนยันเหตุผล ยืนยันความจริงให้เข้าใจถึงเหตุผล ความจริงที่มันถูกต้องแล้ว ก็เขาก็ต้องไปปรับปรุงแก้ไข แล้วก็ฝึกหัด แล้วก็มีหลักมีศึล มีหลักที่จะต้องเอาไป ตั้งใจเลิก ตั้งใจละ หลักปฏิบัติหลักที่เราจะต้องปฏิบัติ เลิกสิ่งที่ไม่ดี หลักที่จะบอกว่าเลิกสิ่งที่ไม่ดี แล้ว ก็มาทำสิ่งที่ดี นักข่าว : เขาบอกว่า ถ้าหากว่า สมมุติว่าคนที่ติดเหล้า หรือว่าคนขี้เมามาที่นี่ เรามีโปรแกรมที่จะสอนให้เขาเลิกเหล้า หรือว่าเราจะทำยังไงกับเขา พ่อท่าน : เราจะบอกความจริง เราจะอธิบาย เราจะบอกถึงหลักความจริง ไม่รู้จะพูดยังไงกับพวกฝรั่ง ไอ้เรื่องอย่างนี้ เพราะเราจะต้องยืนยันหาเหตุผลบอก ไม่ใช่หา บอกชี้แจงเหตุผล ให้เห็นถึงความลึกซึ้งของความจริง จนเขารู้แล้ว เขาจะเลิกเอง เราไม่ไปบังคับอะไรเขา ภรณ์ : ถามว่า คนมาที่นี่เนี่ย นานสักแค่ไหน? พ่อท่าน : ตอบตายตัวไม่ได้ บางคนมาก็ได้ทันที บางคนก็ต้องปฏิบัติอยู่นาน ภรณ์ : มีคนบางกลุ่ม ที่มาค้างคืนหรือเปล่า? หรือบางคนมาเฉพาะกลางวัน พ่อท่าน : มีทั้งนั้น ภรณ์ : ส่วนมากเป็นคนไทย หรือเป็นคนต่างชาติด้วย พ่อท่าน : คนไทย นักข่าว : ฝรั่งบ้างไหมคะ? พ่อท่าน : ไม่ ไม่ค่อยมีมา มาเรียน มาดู มาเห็น มาสัมผัสมาสังเกตุการณ์ ภรณ์ : เขาถามถึงว่า มโนกรรมว่า เรามีแนวทางที่จะช่วยให้เขา เปลี่ยนพฤติกรรม ทางมโนกรรมอย่างไรบ้าง? พ่อท่าน : เขาต้องปฏิบัติ แล้วต้องมาเรียนรู้ การเรียนรู้ เพื่อที่จะอ่านอาการของจิต อ่านอารมณ์ของจิต ภรณ์ : เขาถามว่า แล้วเราสอนอย่างไร? พ่อท่าน : สอนให้ชี้ความจริง ให้เรียนความจริงพวกนี้แหละ ซึ่งมันเป็นนามธรรม แม้มันเป็นนามธรรม เราก็จะต้องเรียนรู้ นักข่าว : กิจกรรมอันนี้นี่ เราทำโดยที่มีการเทศน์ มีการบรรยาย มีการตอบ เป็นกลุ่ม หรือว่ามีการนั่งสมาธิ พ่อท่าน : เราก็สอนอย่างที่เป็นกลุ่ม เป็นหมู่ เป็นรวม บางคนก็มา มีการติวกันสำหรับบางคน ส่วนตัวอะไรด้วยบ้าง บางครั้งบางคราว ทุกอย่างแม้แต่ MEDITATION นั่งสมาธิ เราก็ทำบ้างนิดหน่อย นักข่าว : เขาถามว่า มันมีเป็นลักษณะของการกำหนดล่วงหน้าไหม? เป็นโปรแกรมว่า อย่างสมมุติว่า อีก 2 อาทิตย์ต่อไปนี้ ใครจะพูด พูดเรื่องอะไร? พ่อท่าน : ไม่มี เราไม่มี เราไปตามธรรมชาติ แล้วเราก็มี มันเป็นกิจวัตร มันเป็น ROUTINE ของเราอยู่ด้วย ภรณ์ : ดิฉันขออนุญาตพูดตั้งแต่ตี3 นักข่าว : เขาถามว่า เรามีกิจกรรมภานนอกบ้างหรือเปล่า แล้วก็ไปทำที่ไหน? พ่อท่าน : กิจกรรมภายนอกเราไม่ค่อยมีเดี๋ยวนี้ แต่ก่อนเรามีเดี๋ยวนี้เราไม่มีแล้ว ภรณ์ : เขาถามว่า มันเพึ่งจะมาเร็วๆนี้หรือเปล่า ที่เราหยุดกิจกรรมภายนอก พ่อท่าน : ก็เป็นปี ภรณ์ : เขาถามว่าการที่เราจะเปลี่ยนวจีกรรม หรือให้คนเขา เปลี่ยนวจีกรรมเนี่ย เราใชัวิธีแค่พูดสั่งสอน หรือว่ามันมีอะไรเฉพาะลงไปกว่านี้ พ่อท่าน : ไม่มี ไม่มี ให้เขาได้ทราบความจริง เห็นความจริง แล้วเขาจะเปลี่ยนของเขาเอง เขาไม่เปลี่ยนก็ของเขา ให้เขารู้ว่า อันนี้เป็นความที่ดี อันนี้ที่ไม่ดี ไม่ดีก็ไม่ควรทำ ที่ดีก็ควรทำ ภรณ์ : เขาถามว่า เราเคยทำงานร่วมกับ PEACE CORPS มาก่อนหรือเปล่า? พ่อท่าน : ไม่เคย ภรณ์ : เมื่อกี้เขาถามบอกว่า เราจะบอกเขาได้ไหมว่า มีเป็นแหล่งที่จะให้ความร่วมมือกับ PEACE CORPS ได้ยังไง ดิฉันก็ถามเขาว่า แหล่งเกี่ยวกับอะไรบ้าง เขาก็บอกว่าพวกเขานี่ บางคนทำงานเกี่ยวกับ ที่ศูนย์เด็กเล็ก บางคนทำงานเกี่ยวกับเกษตร บางคนทำงานเกี่ยวกับ วิศวะ บางคนก็สอนหนังสือ บางคนทำงานเกี่ยวกับสุขภาพ บางคนทำงานทางด้านอาหาร ก็อยากจะทราบว่าเขาจะมาใช้ประโยชน์จากแหล่งของเรา แหล่งของเรา แล้วมีอะไรจะให้เขาได้บ้าง ถ้าเผื่อว่าเขาอยากจะมาถาม อยากจะมาขอข้อมูล อาศัยเรานี่เป็นแหล่งศึกษา พ่อท่าน : ตอบไม่ได้เพราะของเราก็คือชีวิต แล้วก็มันก็มีวงจรของชีวิตของเรา คือการเป็นอยู่ของชีวิต อะไรที่สำคัญ อะไรที่จำเป็นเราก็มีจะเป็นเกษตร จะเป็นเลี้ยงเด็กเล็ก จะทำอาหาร จะมีอะไรๆ เราก็มีอยู่ตามประสาของเรา นักข่าว : กลุ่มของ BETH นี่เขาทำงานด้านเกษตร แล้วก็อาหารด้วย เขา มีเป้าหมายที่จะส่งเสริม เพิ่มอาหารโปรตีน แล้วก็เขาก็อยากจะทำงานในด้านของการผลิตอาหารด้านโปรตีนด้วย เขาถามบอกว่า เมื่อกี้ที่ดิฉัน พูดถึงว่า ในเรื่องของชีวิตนี่ มันก็มีเรื่องของอาหาร เขาก็เลยถามว่า แล้วเรามีเรื่องการแสดงการทำอาหารไหม? มีเรื่องของการผลิตอาหาร มีเรื่องของ...มีวิธีทำอาหารไหม? เขาต้องการวิธีทำอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่ไม่มีเนื้อสัตว์ พ่อท่าน : เราก็ทำอยู่โดยตรง ภรณ์ : เขาถามบอกว่า ถ้างั้นก็หมายความว่า ถ้าพวก PEACE CORPS เขาสนใจที่จะมาเรียนฝึกหัดการทำอาหาร เขาจะมาได้ใช่ไหม? จะมาคุยกับคนที่ทำได้ไหม? มาดูวิธีทำ มาเรียนรู้ได้ไหม? พ่อท่าน : ได้...ได้ ภรณ์ : เขาถามว่า เราพอจะกะได้ไหมว่า นักมังสวิรัติในประเทศไทยนี่มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ พ่อท่าน : น้อยมาก ภรณ์ : CLARA คลารา เขาทำงานทางด้านพัฒนา เป็นนักพัฒนา แล้วก็เขาทำงานด้านเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก มีศูนย์เลี้ยงเด็กแล้วก็เกี่ยวกับสุขภาพของเด็ก และกิจกรรมของเด็ก เขาก็อยากจะถามว่า เรามีเป็น แหล่งข้อมูล หรือว่ามีส่วนที่จะให้เขาเรียนรู้ ในเรื่องของการเลี้ยงดู เด็กได้บ้างไหม? พ่อท่าน : เรายังไม่ได้ไปถึงขนาดนั้น เรายังไม่เคยทำรายละเอียดอะไร ที่เป็นเรื่องของ...เกี่ยวกับวิชาการพวกนี้เลย เป็นแต่เพียงเราก็ทำไป ตามประสาแบบธรรมชาติ ซึ่งก็มีคนของพวกเรานี้มีลูกมีหลานอะไร ก็เลี้ยงดูลูกหลานไปด้วย อาหารอย่างที่เรากิน ภรณ์ : เขาถามว่าที่ศูนย์ต่างๆของเราที่ต่างจังหวัด เมื่อกี้นี้เขียนให้เขาแล้ว มีข้อมูลเกี่ยวกับอาหารมังสวิรัติ มีวีดีโอ มีสไลด์หรือเปล่า หรือว่ามีที่นี่เป็นหน่วยใหญ่ พ่อท่าน : ที่นี่เป็นหน่วยกลาง แล้วก็คนที่ไหนต้องการก็มาขอไป ภรณ์ : เขาถามว่า เราให้ วิดีโอ เช่าหรือเปล่า หรือว่าเราขาย พ่อท่าน : ขายก็มี ให้ยืมเฉยๆ ไม่มีเช่า วิดีโอ ไม่ได้มีมากมายอะไร มีส่วนมากก็เท็ป เท็ปมันแยก เขาต้องการจะซื้อไว้เป็นส่วนตัวก็ได้ ถ้าไม่ต้องการซื้อไปเป็นส่วนตัว หรือว่าเขาไม่มีเงินมีทองจะซื้อ เขาก็ยืมไปดูได้ ไปฟังได้ เสร็จแล้วก็ต้องส่งคืนมา แต่ไม่มีการเช่า ภรณ์ : เขาถามว่า ถ้าหากว่าหน่วยของเขาต้องการจะยืม วิดีโอ ไปบ้างจะได้ไหม? พ่อท่าน : ได้...แต่คุณภาพไม่ดีนะ บอกไว้ก่อน นักข่าว : หนังสือล่ะ พ่อท่าน : เราทำเป็นหลัก อันนี้เราทำเป็นหลัก เราทำมากกว่าทุกอย่างทำมากกว่าเท็ป ทำมากกว่า วีดีโอ เราผลิตเอง ทำเองได้มากกว่าทุกอย่าง ทำเป็นหลัก ทำได้มากกว่าทุกอย่าง ภรณ์ : เขาถามว่า หนังสือกับวารสารนี่ เราให้ยืมหรือเราขาย พ่อท่าน : แจกฟรี...ขายเล่นๆ ภรณ์ : เขาถามว่า เรามีการเขียนในเรื่องของกิจกรรมเหล่านี้หรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องทำงาน เกี่ยวกับเรื่อง... พ่อท่าน : เขียนทั้งนั้น เขียนทุกอย่าง ที่เราเอง เราเป็นความรู้ที่จะต้องสอนกัน แนะนำกัน ภรณ์ : เขาถามว่า แล้วเรามีข้อมูล หรือว่ามีเอกสารอะไร? เกี่ยวกับเรื่องของการเกษตรธรรมชาติหรือเปล่า? ภรณ์ : ที่จะผลิตอาหาร พ่อท่าน : ก็เราก็ศึกษา แล้วก็มี แล้วก็พยายามทำอยู่ แต่ว่ามันยังไม่ค่อยอะไร...ก็ยังไม่มาก เรื่องนั้นเรื่องนี้ ภรณ์ : เขาถามว่า มีเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพไหม? เรารายงานหรือจัดการเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพไหม พ่อท่าน : หมายความว่า ภรณ์ : ในการที่จะทำให้คนมีสุขภาพดีขึ้น พ่อท่าน : โอย....แน่นอนซิ เราทำให้คนมีสุขภาพดี ทุกคน ทุกวันนี้ คนมีสุขภาพเลวเพราะกินมาก กินมากแล้วก็กินทุกอย่าง โดยไม่รู้จักคุณค่าหรือไม่รู้จักของที่จำเป็น ภรณ์ : เขาถามว่า นอกจากเรื่องของอาหารที่เราส่งเสริม ให้รู้จักการเลือกอาหารที่มีคุณภาพ แล้วในเรื่องของนำ้นี่ เรามีการแนะนำไหม? พ่อท่าน : แนะนำ เราไม่แนะนำให้กินนำ้อัดลม เป๊ปซี่ โคล่า หรือว่าน้ำอะไรต่างๆ เราไม่ส่งเสริมเลย ภรณ์ : เราเน้นทางด้านของอาหารการกินที่ดี มีประโยชน์ แล้วก็เราเน้นทางด้านของสิ่งแวดล้อม ทางด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมกันบ้างหรือเปล่า? พ่อท่าน : แน่นอน สิ่งแวดล้อมสำคัญมาก ทุกวันนี้ มันมี POLLUTION ขนาดหนัก นักข่าว : เขาถามว่า เราไม่ได้เน้นไปที่ยาเกี่ยวกับการรักษา พ่อท่าน : เราพยายามที่จะให้ศึกษาถึงธรรมชาติ และให้รู้ถึงความจริงของชีวิตและสิ่งแวดล้อม และวงจรของธรรมชาติทั้งหมด นักข่าว : เขาถามว่า กลุ่มของเด็ก ระหว่างที่พ่อแม่มาฟังธรรม ใครดูแลเด็ก พ่อท่าน : โอ้...เรามีครู มีผู้ที่คอยดูแล จนกระทั่งเราเรียกของเราว่าเป็น ร.ร.พุทธรรม ฝ่ายที่ดูแลเด็ก นักข่าว : เขาถามว่า ที่ ร.ร.พุทธรรมนี่มีการสอนเด็กหรือว่าแค่ดูแลเฉยๆ พ่อท่าน : สอนซิ ภรณ์ : และสอนอะไร? พ่อท่าน : ก็สอนให้...อย่างที่เราสอนนี่แหละ ให้รู้จักธรรมชาติของชีวิตและก็ให้รู้จักสิ่งที่ดี ที่ชั่ว ที่ควรจะทำ นักข่าว : แล้วเด็กที่อายุ 1ปี 2ปี 3ปี พ่อท่าน : อื่อ...ไม่มี เด็กเล็กไม่มี อย่างน้อยก็ต้อง 7ปีขึ้นไป อย่างเล็กที่สุดก็ราว 6-7 ปี ตำ่กว่านั้นไม่มี ตำ่กว่านั้นเราไม่ได้ทำ นักข่าว : เขาถามว่า เรามีรายงานหรือข้อเขียนอะไรเกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กพวกนี้บ้างไหม? เกี่ยวกับ ร.ร.พุทธรรม พ่อท่าน : ไม่มีโดยตรง ดูได้จากดอกบัวน้อย ถ้าจะเป็นบันทึก จดหมายเหตุอะไรก็...คล้ายๆกับเป็นจดหมายเหตุ เขามีนิตยสารของเขา เป็นแม๊กกาซีนจริงๆ เราจดทะเบียนนะดอกบัวน้อย ภรณ์ : เขาถามว่า อยากจะขออนุญาตดูสถานที่ ร.ร.พุทธรรม พ่อท่าน : O.K.สถานที่ ร.ร.พุทธรรมไปดูได้ ซึ่งมันโกโรกๆเต็มที มันยังไม่ได้ทำอะไรเต็มที่ เขาไม่ได้ถามหรือว่า มันมีจำนวนประมาณสักเท่าไหร่ เขาไม่ถามเหรอ? ภรณ์ : เขาอยากจะขอดูสถานที่ ที่เป็นห้องสมุด หรือว่าเป็นสถานที่ ที่เกี่ยวกับเอกสารต่างๆ พ่อท่าน : ก็ดู ก็ไปดูได้ ที่ห้องสมุด ภรณ์ : เขาถามว่า เราศึกษา และเรามีแรงงาน หรือข้อเขียนอะไรเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวบ้างไหม? และเรามีการสั่งสอน ช่วยเหลือในด้านแก้ปัญหาครอบครัวบ้างหรือเปล่า? พ่อท่าน : มีอยู่โดยตรง มีอยู่โดยธรรมชาติ ภรณ์ : เขาถามว่า เรามีสถิติ หรือข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องของการทารุณกรรมเด็ก พ่อท่าน : เราไม่มี...เราไม่ได้ทำอันนั้นโดยตรง อันนั้นมันต้องมูลนิธิเด็กโน้น หรือสวัสดิภาพเด็กโน้น ภรณ์ : เราพอจะประมาณได้ไหมคะ? พ่อท่าน : ไม่ เราทำงานกับเด็กไม่มาก เราทำงานกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็กนี่มันเกิดมา เพราะมันต้องมีมา ตามมา ตามเหตุปัจจัยเท่านั้นเอง ตามมามันเป็นเรื่องที่ตามมา แล้วเราก็ต้องทำไปตามเท่านั้นเอง แต่เราเน้นที่ผู้ใหญ่ก่อน ภรณ์ : เขาถามบอกว่า เราทำงานภายในนี้ เป็นเรื่องของการศึกษาทางด้านจิตวิญญาณมากกว่าที่จะไปทำงานภายนอก ในเรื่องของชีวิตทางด้านข้างนอกใช่ไหม? เขาถามว่า ผู้ใหญ่ที่เขามีปัญหาเกี่ยวกับตำรวจ มีปัญหาทางกฎหมาย แล้วเราจะช่วยเขาหรือเปล่า พ่อท่าน : ช่วย ! เรามีสมาคม เรามีชมรมนักกฎหมาย มีว่าความให้ฟรีช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้เป็นขโมย ภรณ์ : เขาถามว่า ชมรมนักกฎหมายนี้ ได้เป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชน พ่อท่าน : ก็เป็น ภรณ์ : เขาบอกว่าเราช่วยเขาแล้วคนพวกนี้จะไม่ไปทำผิดอีกใช่ไหม? พ่อท่าน : ไม่ใช่ เรารับรองไม่ได้ เรารับรองไม่ได้ ภรณ์ : แล้วเราได้ช่วยทำให้เขาหยุดทำผิดบ้างหรือเปล่า ทางด้านกฎหมาย คือเขาไม่เข้าใจ พ่อท่าน : เราไม่ได้ไปปราบปรามคนให้หยุดทำผิดทางกฎหมาย เราช่วยสงเคราะห์คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม หรือว่าไม่มีใครช่วยเหลือในเรื่องกฎหมาย ช่วยให้ได้รับความยุติธรรมอะไรบ้าง ภรณ์ : เขาถามว่า ตัวอย่าง อย่างเป็นต้นว่า ผู้หญิงมีปัญหาแล้ว อยากจะ หย่าเนี่ย จะมาขอบริการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทางกฎหมายของเราก็จะฟ้องหย่าได้หรือเปล่า พ่อท่าน : ถ้าสมควรแล้วก็ช่วย ต้องไปถามรายละเอียดว่า ใน case เรานี่ มี หรือเปล่า ในชมรมกฎหมาย ภรณ์ : เรามีทนายประจำ พ่อท่าน : มี มี มีทนาย มีนักกฎหมาย นักข่าว : เขาอยากจะพบสักคนหนึ่งวันนี้ นักกฎหมาย พ่อท่าน : ไม่รู้ ต้องไปดูที่ธรรมทัศน์สมาคมว่าจะอยู่หรือเปล่า ประธานชมรมฯ เขาอยู่ ดร.สวาสดิ์ อยู่หรือเปล่า ไม่รู้ ถ้าอยู่มาหน่อยก็ได้ ถ้าว่าง เขาก็อยากจะพบ บอกว่า PEACE CORPS อยากจะพบหน่อย ภรณ์ : เขาถามว่า มีแต่ที่วัดพวกเรา 5 แห่งหรือเปล่าที่มีเอกสาร มี วิดีโอ มีสไลด์ พ่อท่าน : หมายความว่าไง มี มีคืออะไร มีเฉพาะแต่ของเรา นักข่าว : มีให้แจกและมีให้ยืม พ่อท่าน : นั่นซิ หมายความว่าที่อื่นเขาไม่มีเลย มีแต่ที่นี่หรืออะไรยังไง นักข่าว : ฮะ เขาจะถาม พ่อท่าน : เอ๊ะ!เราไม่รู้ได้นี่ ที่อื่นเขาก็มี เขาก็มีวิดีโอ มีเท็ป มีหนังสือ ทั้งนั้นแหละ เยอะแยะไป สำนักนั้นสำนักนี้อะไรเขาก็มีนี่ เขาถามว่า ถ้าหากว่า สมมุติว่า เขาทำงานอยู่ทางเหนือ แล้วก็มีคนทางเหนือประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย เขาจะไปขอวัดทางเหนือได้ไหม? พ่อท่าน : อ๋อ! ไม่ได้หรอก มีหน่วยกลางอยู่ที่นี่ อยู่!เอาเดี๋ยวประธานชมรมเขาอยู่ ประธานชมรมนักกฎหมาย นักข่าว : เขาถามชื่อ ดร.สวาสดิ์ พ่อท่าน : ดร.สวาสดิ์ ภรณ์ : ตัวเขาเองก็เป็นทนาย พ่อท่าน : แต่คุณสวาสดิ์ เขาไม่เคยเป็นทนาย แกทำงานอยู่ต่างประเทศมาตลอด ภรณ์ : ดิฉันก็ถามว่า แล้วทำไมมาถึงกลุ่มนี้ เขาบอกว่าเขาอยากจะเรียนรู้ วิถีชีวิตที่แตกต่างจากสหรัฐ แล้วก็วิธีการที่จะช่วยเหลือคนที่มันนอกเหนือจากแบบที่เขาเคยรู้จักมา เขาบอกว่า เขาคิดว่าวิถีชีวิตของที่สหรัฐก็ดี แต่ว่ามันไม่ใช่วิถีทางเดียวและมันอาจจะไม่ใช่วีถีทางที่ดีที่สุด เขาถามว่า นอกจากนี้ เราจะมีกิจกรรมหรือเราจะมีข้อมูล แหล่งความรู้อะไรอีกหรือเปล่า ที่จะให้ที่คิดว่าที่ทางพวก Peace corps เขาอาจจะได้ใช้ประโยชน์ พ่อท่าน : ก็ยังไม่รู้ว่าเราจะมีอะไรบ้าง ก็มีทั้งนั้นแหละ ถ้าเป็นปัญหาก็เยอะแยะไป จะเอารายละเอียดการศึกษาที่ทำงานกับสังคม ก็เยอแยะไป องค์กรต่างๆก็มากมาย ภรณ์ : ของเราเหรอค่ะ พ่อท่าน : ของเขาซิ โดยทั่วไป เรา เราจำไม่ได้หมดหรอก บอกไม่ได้หมด เราจะศึกษาอะไรแค่ไหน ภรณ์ : เขาถามว่า พวก Peace corps มา อาจจะมากับพวกคนไทยด้วยแล้วก็มา อยากจะมาเรียนรู้งานของเรา จะมาอยู่ที่นี่ได้ไหม? พ่อท่าน : ได้! Sleep ง่ายๆน่ะ นอนอย่างงี้ ดีไม่ดีบนพื้นดิน แล้วเราก็มี จริงเราก็มีอยู่ มีคนนอนตาม... แต่ตอนนี้น้อยหน่อย แต่ถ้ามีคนมากๆ ก็เห็นชัดหน่อย นักข่าว : ขอบคุณมากค่ะ ภรณ์ : จะให้เขาคอยที่นี่ก่อน หรือว่าจะพาเดินดูก่อน ให้เขาคอยดร.สวาสดิ์ก่อน พ่อท่าน : พาเขาไปพบที่บ้านเลยดีไหม ถ้าจะคุยกันก็คงไม่แค่เป็น Formal อะไรมั้ง ก็แค่ไปคุยโอภาปราศรัยบ้าง ภรณ์ : บ้านดร.สวาสดิ์อยู่ที่ไหน พ่อท่าน : นี่ไงเล่า บ้านหลังเรือนไทยนี่ไง ภรณ์ : อันเนี่ยเหรอค่ะ ที่มียื่นๆ สีเขียวๆ เนี่ยเหรอค่ะ พ่อท่าน : ใช่! หลังคาเขียวๆเนี่ยแหละ อะไรคุณไม่รู้จักบ้านดร.สวาสดิ์เหรอ อาภรณ์ : ดิฉันไม่เคยไปไหนและไม่เคยไปบ้านใครเลย พ่อท่าน : แม! บ้านดร.สวาสดิ์เนี่ย เห็นไหมหลังเขียวๆ ท่านสีลวัณโณ : เมื่อกี้เขากำลังทานข้าวอยู่ พ่อท่าน : อ้อ เหรอ กำลังทานข้าวเหรอ ภรณ์ : ถ้างั้นพาเขาเดินดู พ่อท่าน : ก็ได้ ก็ได้ ภรณ์ : แล้วก็ เดี๋ยวดร.สวาสดิ์คงมาแถวนี้ พ่อท่าน : คงมา มาแล้วก็บอก บอกให้รอก็ได้ ภรณ์ : ค่ะ พ่อท่าน : For you (หนังสือ) นักข่าว : ขอบคุณค่ะ พ่อท่าน : อันนี้ให้เขามาดู เขาจะได้ดู เขาคงอ่านไม่ได้ เอาของเขามา มี... ภรณ์ : เดี๋ยวพาเขาไปดูที่ร้าน อย่างนั้นดีกว่า เขาจะได้ซื้อไปบ้าง พ่อท่าน : ก็ได้...แล้วบอกว่าแจก แล้วให้เขาซื้อ เอาไว้แจกเป็น ส่วนมากแล้วจะให้เขาซื้อ ภรณ์ : อย่างงั้นดิฉันซื้อให้เขาก็ได้ เล่มละ 5 บาท นักข่าว : เรียนภาษาไทย ภรณ์ : เรียนมานานเท่าไรแล้วค่ะ นักข่าว : 7 อาทิตย์ พ่อท่าน : เก่ง... นักข่าว : ขอบคุณค่ะ

ถอดโดย แสงขวัญ วงษ์นรา 31.7.32 ตรวจทาน 1 โดย สิกขมาตปราณี 2.8.32 พิมพ์โดย สุวิภาและสิกขมาตปราณี 7.8.32 ตรวจทาน 2 โดย สิกขมาตจินดา 8.8.32

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน