610131_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนไทยยังนิยมประชาธิปไตยแบบไทยๆ
เนื้อหาในไฟล์
610131_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนไทยยังนิยมประชาธิปไตยแบบไทยๆ
สมณะฟ้าไทว่า… วันนี้ วันพุธที่ 31 มกราคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก
วันนี้ เป็นวันที่ จะมีปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือด เราอยู่บนโลกนี้ ก็มีหน้าที่สร้างกุศลกรรม และชำระกิเลสตัวเอง ให้มันหมดไปให้ได้ เมื่อชำระกิเลสได้หมด ก็มีแต่จะสร้างกุศลกรรม เพื่อมวลมนุษยชาติ วันนี้มีข่าวที่ดังที่สุดคือ ข่าวหวย 30 ล้าน ส่วนบรรยากาศการเมือง เขาก็อยากให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งคงจะไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นนักการเมืองอยากให้มีเลือกตั้ง อาตมาก็ยังไม่อยากให้มีเลือกตั้ง เพราะว่าไม่รู้ว่าใครจะเข้ามา แล้วเขาจะแจกเงินไหม แจกแล้วคนเก่าก็เข้ามา ก็เหมือนเดิม เราอาจต้องไปนอนกลางถนนอีก
พ่อครูว่า... ก็ต้องร้องเพลงสุนทราภรณ์ ที่ว่า ขออย่าให้เหมือนเดิม คนที่ไปนอนกลางถนน อาตมาพาพวกเราไปนอนหลายงวดแล้ว เพราะออกไปขับไล่รัฐบาลมาตั้ง 5 คณะแล้ว
เพราะว่าเราเห็นว่ารัฐบาลไหนไม่ดี เราก็ออกไปไล่ ด้วยความสงบ สันติ อหิงสา อโหสิ แต่คำว่าอโหสินี้ บางพวกก็ยังไม่ยอมรับ เราก็เอาออก เราประท้วงมา อย่างถูกกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีอาวุธ ไปด้วยความสงบ ไม่ก่อความรุนแรงใดๆเลย มีแต่เขามาก่อความรุนแรงกับเรา เราเป็นผู้ที่รับวิบาก อาตมาก็เคยโดนแก๊สน้ำตา แสบหน้า นอกนั้นไม่ได้ถูกอะไรรุนแรง อาจเป็นบารมีก็พอได้ พวกเราชาวอโศก ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก ก็ขออภัยที่มีผู้เสียชีวิตบ้าง เกรงใจมากที่พูดอย่างนี้ ก็ต้องรายงานให้ครบ
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน พ่อครูฝืนอายุไขเพื่อใคร
พ่อครูว่า... เราประท้วงอย่างถูกกฎหมาย ทำไมถึงได้ข้อหาเป็นกบฏ เราก็ทำตามความเป็นจริง แม้เราจะแพ้ก็แพ้ อาตมาก็เคยแพ้มา แต่เรายืนยันว่า เราทำได้อย่างถูกต้อง ตามความเป็นจริง ทุกวันนี้ ก็ทำอย่างสุจริตใจ ดีนะอาต
อ่านต่อ
มายังขมีขมัน จะว่าสนุก ก็ไม่สนุกทีเดียว มันหนัก แต่มันควรทำ เพื่อมนุษยชาติ ไม่เห็นว่ามีอะไรดีกว่านี้ อันนี้ดีที่สุดแล้ว อาตมาก็ทำ ทำอย่างรักประชาชน สังขารร่างกายจะอย่างไร ก็ต้องฝืนมานี่ผ่านมา 1 นักษัตรแล้ว
อาตมาฝืนอายุขัย หนึ่ง เพื่อมวลประชาชน สอง เพื่อพิสูจน์สัมประสิทธิ์ Coefficient อาตมามั่นใจว่า เป็นพลังงานที่เป็นทฤษฎีพระพุทธเจ้าชัดเจน อาตมาก็มีความรู้เท่าที่มี บัญญัติเป็นสูตร E=C(mc2+A) อันนี้มันช่วยได้จริงๆ อาตมาเป็นลูกพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ผู้วิเศษอะไร ได้มาเป็นความรู้ ที่เกิดจากธรรมะพระพุทธเจ้า ชาตินี้อาตมาเรียน ม.8 วิทยาศาสตร์ตก จน ตัวเองเลย ไม่เรียนต่อ เรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นเตรียม 3 ปี ก็ได้ ม.7 พอ ม.8 ตกมัน 2 ปีเลย จะต่อเป็นปีสาม แล้วจะปี 4 ก็ไม่เอา ก็ออกมา มาทางศิลปะ
ยิ่งได้เห็นว่า ศิลปะนี่มันละเอียดกว่าวิทยาศาสตร์ สมบูรณ์กว่าวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ทุกวันนี้ เป็นอุตุนิยาม หรือพีชนิยาม จิตนิยามได้ประมาณหนึ่ง แต่วิทยาศาสตร์ จิตนิยามของพระพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ ทั้งสมมุติสัจจะ ปรมัตถสัจจะ พูดกับคนรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าพิสูจน์ได้ แต่พูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง สัญญายนิจจานิคนเดียว ไม่ใช่อยู่ในภพตนเท่านั้น ต้องมีสัตบุรุษที่รับรองกัน ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ยิ่งมากเป็นร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน ก็ยิ่งเป็นสัจจะที่แท้จริง อาตมาว่าอธิบายไม่ได้ง่ายๆหรอก สัจจะมีหนึ่งเดียวในโลก สัจจะไม่มีในโลก และสัญญายนิจจานิ ในจูฬวิยูหสูตรนั้น ลึกซึ้ง ซับซ้อนที่สุด อาตมาอธิบายได้ขนาดนี้ ก็เก่งพอควรแล้ว อยากเจอคนที่อธิบายได้เก่งกว่าอาตมา
ก่อนจะได้เข้าสู่ที่เราจะได้สาธยายกันก็อ่าน sms ก่อน
SMS วันที่ 29 มกราคม 2561 (พ่อครู : บวรราชธานีอโศก)
_6956... เรื่องนาฬิกามันลึกซึ้ง เจ้าของนาฬิกาคนนี้ เคยทำงานอยู่ในรัฐบาลก่อน ทำไมต้องทำให้เรื่องเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ทำไมเงินเยอะจัง คิดเอาเอง ก ท ม
_3867... ผิดวาจา เลื่อนเลือกตั้ง กะซุกติ๊กต๊อก อภิสิทธิชนหมกไว้ใต้พรม แก้ไขบ่แก้ไข? อาจดูผิดใจกะผิดกฎจริยะธรรม สังคมเกิดบ่นาน! แต่คนตระบัดสัตย์ ผิดต่อคำสัตย์ปฏิญาณฯต่อสถาบันฯ หลายกลียุค นอมินีเกิดนานเกินศตวรรษ จนคำตรัสว่าชาติบอบช้ำมามากพอแล้วจากพ่อฯลูกไทยไม่เคยลืมฯพี่น้องลืมแล้วฤาไร?
_Titaree Song ทิธารี ซอง · กราบนมัสการด้วยความเคารพ ขอเรียนถาม
เคยได้รับฟังการบรรยายท่านผู้รู้บางท่าน เกี่ยวกับจิตใต้สำนึกของมนุษย์ เหมือนram ของคอมพิวเตอร์ ที่บันทึกข้อมูล ที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนๆนั้น ไม่มีการลบเลือน อาจเป็นล้านๆชาติ...
1 คำอธิบายนี้ถูกต้องไหมค่ะ พ่อครูว่า...ถูกต้อง
2 เราสามารถดึงข้อมูลที่บันทึกไว้ได้ไหม..วิธีใด
พ่อครูว่า...ได้ ส่วนจะได้มากหรือน้อย ก็เป็นอีกความเป็นจริง ของบารมีแต่ละคน ดึงออกมาจากคลัง สัญญาเก่า ที่บันทึกไว้ไม่หาย อยู่นานมาก จะดึงออกมาได้ โดยวิธีเรียนให้สมาธิที่ถูกต้อง ตามพระพุทธเจ้าสอน อย่างชัดเจน นั่งหลับตาสมาธิ จะระลึกชาติก็ได้ บางทีได้เยอะกว่าลืมตา เยอะกว่าของพระพุทธเจ้า อย่างอาตมาระลึกได้ไม่เยอะ ทางด้านหลับตา ระลึกได้เยอะกว่าอาตมาเยอะ มันก็เป็นบางคน บางคนที่เป็นสายปัญญา ระลึกได้เยอะกว่าก็มี ก็ตอบได้อย่างนี้ว่า ปฏิบัติให้สัมมาทิฏฐิตามพระพุทธเจ้า จะยืนยันได้ ทั้งตนและคนอื่น ไม่ใช่เป็น สัญญายนิจจานิ แต่ของตน ไม่มีใครรับรองว่าเป็นจริง บันทึกต้องมีคนรับรองอื่นด้วย คนรับรอง ต้องเป็นผู้รู้ ไม่ใช่ให้ใครรับรองก็ได้ ก็จะไม่มีน้ำหนัก ต้องเป็นสัตบุรุษ เป็นผู้รู้ เป็นปราชญ์ รับรอง
_Nanmanas Sirichitraporn นันมนัส สิริจิตราภรณ์ · คนชมตอนนี้ 16 คน....
เรื่องโยกย้าย ข้าราชการ +ทหาร กลางปี ตามโหร การเมืองปะทุ เฝ้าดูเถอะ
พ่อครูว่า…อันนี้น่าเห็นใจ การจะเลือกผู้ทำงานร่วมกับเรา จะบอกว่า อย่าเห็นแก่พวกสิ แม้เขาไม่เห็นแก่พวก แต่มันมีหลายเงื่อนไข หลายองค์ประกอบ ที่จะใช้พิจารณาว่าจริง คนนั้นตามข่าวลือ ที่เราได้รู้ ว่าเขาเก่ง ดี เหมาะสม แต่คนที่เราเองสนิทชิดเชื้อ รู้ดี ลึกซึ้ง ทำงานกันมา มีความรู้ ความสามารถ มีเหตุปัจจัยรวมแล้ว คะแนนน่าจะมากกว่า คนที่เรายังไม่แน่ใจ แม้จะเล่าลือว่า คนนี้เก่งยอด แต่ก็เป็นประชาชนที่ห่างไป ผู้ที่จะทำงานร่วมกันจริงๆ ก็ต้องเอาคนนี้ก่อน แล้วคนที่ว่านี้ บางทีจะเป็นญาติ สายโลหิต ทั้งที่เกรงใจจะใช้ แต่ต้องเลือก อันนี้อาตมาเห็นใจจริงๆ ถ้าความบริสุทธิ์ใจ อาตมาก็ว่า อะไรก็ไม่สู้ความบริสุทธิ์ใจ ทุกสิ่งทุกอย่าง ความบริสุทธิ์เท่านั้น จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก ในที่สุด บริสุทธิ์จริงใจว่า เราไม่เห็นแก่ตัว เราประมวลแล้ว อาตมาก็ยังยากในเรื่องนี้ ก็จำเป็น เพราะต้องทำงาน เราต้องแน่ใจว่าไม่เสีย
_Sarayut Bunyago สราวุธ บุญญโก · ขอถามพ่อครู เรื่อง สัญญาเวทยิตนิโรธนะครับ
ผมได้อ่านพระสูตร ที่ว่าด้วยสุญญตครับ ในขั้นสูงสุดของสมาธิพระพุทธเจ้า ให้เข้าอนิมิตเจโตสมาธิ แล้วเข้าไปพิจารณาว่าสังขาร เป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีอยู่จริง ซึ่งผมอ่านแล้วในขั้นนี้ เหมือนสัญญาเวทยิตนิโรธมาก เพราะเป็นการดับสังขาร และจากปฏิจจสมุปบาท สังขารดับ สิ่งที่จะดับตามมาก็เวทนา และในพระสูตรอื่น เช่น อนุปทสูตร พระพุทธเจ้ากล่าวว่า สัญญาเวทยิตนิโรธเข้าได้ เพราะรู้เห็นด้วยปัญญา ผมอ่านแล้วเห็นความเชื่อมโยงกัน รู้สึกว่านี่แหละสัญญาเวทยิตนิโรธ แต่ก็แปลกที่ว่า ทำไมในพระสูตร สุญญต พระพุทธเจ้าไม่ได้เรียกว่าสัญญาเวทยิตนิโรธ แต่เพียงบอกแต่ขั้นตอนเฉยๆครับ เลยไม่มั่นใจว่าตัวเองคิดถูกหรือไม่
พ่อครูว่า…คำว่าให้เข้าอนิมิตเจโตสมาธิ คือภาษาของพวกเจโต จริงๆแล้วสมาธิของพระพุทธเจ้า ฌานของพระพุทธเจ้า ไม่ต้องเข้าต้องออก มันเปิดๆ ธรรมดาๆ พยัญชนะของพระพุทธเจ้า ของพระสารีบุตรมียืนยันว่า ไม่ต้องเข้าไม่ต้องออก แม้แต่ภิกษุณีธัมมทินนา ที่มีอดีตสามีคือ วิสาขอุบาสกมาถาม ก็ยืนยันว่าไม่มีเข้าไม่มีออก แต่นี่ใช้ภาษาว่าเข้าอนิมิตคือ ไม่ต้องมีนิมิตอะไร แต่ไม่ต้องเข้า หรือออกหรอก อย่างอาตมาอาศัยนิมิต เช่น เทวดานี่เป็นนิมิต บางทีก็เป็นความเคลื่อนไหว บางทีก็เป็นบัญญัติภาษา นิมิตคือเครื่องหมายที่เราใช้ได้
เหมือนเวลาเรานอนหลับ หรือเข้าภวังค์ Concentrate ก็ใช้นิมิตบ้าง ต้องมีภูมิธรรมเอง ไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัว เป็นตน ไปๆมาๆ ล่องลอย เหมือนภิกษุสาติที่ว่า วิญญาณมีตัวมีตน ล่องลอยไป มีเส้น แสง สี เสียง ไม่ใช่ แต่เป็นองค์รวม ผู้ที่ใช้ได้ด้วยกัน จะเข้าใจ ผู้ที่ไม่สามารถใช้ได้อย่างที่อาตมาอธิบาย ก็ไม่เข้าใจ เป็นเรื่องอจินไตย
แล้วบอกว่า เข้าไปดับสังขาร ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีอยู่จริง...ที่บอกว่าเหมือน มันก็เหมือนเลย ที่เขียนมา
คุณไปอ่าน ไม่ว่าจะเป็นสัตตาวาส 9 วิโมกข์ 8 อนุปุพพวิหาร 9 ก็มีสัญญาเวทยิตนิโรธ ก็จะค่อยเข้าใจ
SMS วันที่ 30 มกราคม 2561 (สมณะ สิกขมาตุ : บวรสันติอโศก)
_2978 ภาพ-เสียง ชัดเจน กำลังดูที่ ภูฟ้าผาธรรม สาธุ
_5788 นมัสการ ท่านสมณะทุกคน ขาลงเพราะธรรมชาติกำหนดให้เป็นเช่นนั้นเองครับ
พ่อครูว่า…ใช้พยัญชนะคำว่าธรรมชาติ ก็คือพระเจ้านั่นแหละ ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่เหนือธรรมชาติ ธรรมชาติมีเหตุปัจจัย เราก็รู้ได้ เราสามารถจะอยู่เหนือธรรมชาติ เช่น ธรรมชาติของโลกีย์ มีอร่อยใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ซึ่งเราอยู่เหนือแล้ว ก็ไม่มี เราก็ไม่ได้ขัดข้อง เราชัดเจน ไม่มีปัญหา เขาก็ต้องเป็นแบบของเขา เพราะเขายังอยู่กับธรรมชาติ โลกีย์ แต่ผู้ที่มีธรรมะ ไม่ต้องมีชาติ คือชาติโลกีย์ ไม่มีแล้วในเรา สัมผัสกระแทกมอมเมา หลอกล่ออย่างไร ก็ไม่เกิด ศึกษาให้ดี ถ้าถึงแล้ว ก็จะเป็นจริง
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน เตโชวิปัสสนา ไม่มีในศาสนาพุทธ
_ส.บินก้าว... ขอให้พ่อครูโปรดอธิบาย “เตโชวิปัสสนา” เป็นอย่างไรครับ
พ่อครูว่า…ตอบขั้นต้น ไม่มีในศาสนาพุทธ แม้แต่ภาษาบัญญัตินี้ เขาก็แต่งใหม่ขึ้นมาเอง ไม่มีภาษานี้ของพระพุทธเจ้า เตโชวิปัสสนา แต่เก็บมาจากถังขยะไหน ก็ไม่รู้ เขาเอาภาษาสมถะ มาปนกับวิปัสสนา เตโชกสิณ วาโยกสิณ อาโปกสิณ ปฐวีกสิณ เป็นต้น แล้วเอามาโหนคำว่าวิปัสสนา นี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมของคน ขอยืนยันว่า ไม่มีในพระไตรปิฎกเลย อาจมีบาลีอรรถกถาจารย์ แต่ในพระไตรปิฎกไม่มีหรอก เป็นการเอาสมถะมาผสมวิปัสสนา เป็นภาษากะเทย ไบโพล่า มีสองเพศ มันไปกันใหญ่เลย
ก็คิดว่า ถ้าอธิบายสมาธิหลับตา เพ่ง เตโชกสิณ ก็มีผลแบบภพภูมิของเตโชกสิณ เป็นมิจฉาผล ซึ่งมีแต่สัญญา นั่งหลับตาสะกดจิต มีแต่สัญญา ไม่มีปัญญา มีแต่สัญญา บันทึกไว้ในความสำเร็จ
เขาอยู่ในความจำของเขา แต่ที่เขาจำไว้ เป็นมิจฉาทิฏฐิ ในชาติก่อน เขาก็จำอย่างนี้มาแล้ว ต่อๆมาจนถึงชาตินี้ มาในชาตินี้ ก็นึกขึ้นได้ ของเดิมของตน เอาออกมายืนยัน เขาก็ว่าระลึกชาติได้ เป็นของเก่าใช่ จริง แต่มันเป็นความรู้เก่า ที่มิจฉาทิฐิ มาแต่เก่า แต่เขายังไม่สามารถที่จริง ก็ต้องมิจฉาทิฐิตามมา เป็นสัญญาของเขา เป็นความจำของเขา ไม่สับสนอะไร มันก็มีของเขา
ในพรหมชาลสูตร บอกไว้ครบแล้ว มีทั้งอนาคตที่เพ้อ ก็เคยจำมา อดีตก็จำมา มาคิดปัจจุบันใหม่อีก ก็หลงว่าถูกต้องอีก เขามั่นใจของเขาเอง มาคิดอนาคตใหม่ ก็จำจากอดีตที่จำมา เป็นอนาคตที่เพ้อ ไม่จริงของเขา มันปนกัน อนาคตที่เขาคิด ชาติใดแล้วจำใส่สัญญาเอาไว้ แล้วมาชาตินี้ ก็นึกได้อีก เป็นอนาคตที่เขานึกว่าอดีต คิดถึงแล้ว ไม่ใช่อนาคต แต่เป็นอดีต ที่เขาฝังไว้ในสัญญา เมื่อมาชาตินี้ เขาจำได้ ก็ตามมา ไปสำทับอดีต หรืออนาคต ที่เป็นอดีต เข้าไปว่าใช่ๆ ก็ลงลึกในความเชื่อของเขา น่าสงสาร
อาตมาพยายามอธิบาย มันเป็นความซับซ้อน สภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ที่ยากจะแกะได้ แต่ถ้าหากทำความเข้าใจ แต่ของเดิม แต่ไม่ได้ศึกษาวิธีปฏิบัติแบบใหม่ อย่างที่สัตบุรุษ ที่ต่างจากของคุณ ก็ขาดปรโตโฆสะ ก็จมอยู่ที่เก่า
สู่แดนธรรมว่า...เตโชวิปัสสนากรรมฐาน คือ การปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน ตามหลักสติปัฏฐานสี่ สายเตโชวิปัสสนา
มาจากคำว่า เตโช + วิปัสสนากรรมฐาน
หลักการภาวนา เป็นการจุดธาตุไฟในกายมาเผากิเลส ไม่ใช่เตโชกสิณ ที่เพ่งไฟจากภายนอก
เตโชวิปัสสนา เน้นมาที่การมีความเพียรเผากิเลส เป็นเทคนิคในการปฏิบัติ ที่ตีตรงมาที่หัวใจของคำว่า "อาตาปี สัมปชาโณ สติมา" พึงมีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน
เตโชวิปัสสนา คือ การตั้งสติรู้ กาย เวทนา จิต ธรรม ด้วยเทคนิควิธีการที่ทำให้เกิดธาตุไฟในกายจุดขึ้นมาเผากิเลส ทำให้จิตบริสุทธิ์อย่างรวดเร็ว อันเป็นวิธีปฏิบัติวิปัสสนาทางลัดตัดตรงสู่นิพพาน ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ไม่เคยมีใครได้รู้หลักการภาวนานี้มาก่อน
พระอาจารย์สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ได้สื่อจิตมาสอน อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ในปี 2550 จนได้เข้าถึงธรรมอันกระจ่างอย่างรวดเร็ว ดังที่ได้บันทึกไว้ในหนังสือ "เตโชวิปัสสนา...เปิดประตูนิพพาน" และ "ฆราวาสบรรลุธรรม"
พ่อครูว่า...เลี่ยงภาษาเท่านั้น อันเดียวกัน ไปหลอกคนที่เข้าใจภาษาไม่ได้ ภาษานี้หมายถึงสภาวะเดียวกับกับเตโชกสิณ เอารูปไปผสมกับนาม
สติของคุณนั้น มันอยู่แค่ภายในเท่านั้น สติมันต้องรู้นอก ใน ด้วย สติที่รู้แต่ภายใน เป็นสติของสัญญา หากมีสติเต็มร้อยต้องลืมตามีทวารทั้ง 6 ครบ ทั้งนอก และในจิต แต่ที่คุณตีความ เอาสติมา แต่มันสติมืด สติมั่ว ไม่ใช่สติมา
คนที่ไม่ประสีประสา ก็ถูกคุณอัจฉราวดีนี้หลอกก็ได้ ก็ต้องป้องกันเอาไว้ ที่พูดนี้ ไม่ได้แข่งดี แข่งเด่นกับเขา แต่พูดในฐานะเป็นชาวพุทธ ถ้าคุณไม่ใช่พุทธศาสนา ก็แล้วไป แต่ถ้าคุณบอกว่า เป็นพุทธศาสนา ก็ต้องอธิบายความจริง ที่ต่างกันไป
ของพระพุทธเจ้า ไม่มีทางลัด มีแต่ไปตามลำดับ ตั้งแต่ทีละปริเฉท แต่ละองค์ประกอบไป ตั้งแต่ธรรมะ 2 จนเป็นสามเส้า จะมาที่ธรรมะ 2 เป็นสามเส้าเสมอ
มีบุญกับบาป เป็นต้น กุศลกับอกุศล เป็นต้น โลกียะกับโลกุตระ สมมุติสัจจะ กับปรมัตถสัจจะ ต้องไปทำความเข้าใจเรื่องธรรมะ 2 ของพระพุทธเจ้าให้ดี เป็นเรื่องลึกซึ้งมาก
ปฏิบัติธรรมต้องมี เทวธัมมา คือธรรมะ 2
กรรมฐานพระพุทธเจ้า ไม่มีกสิณไฟ กสิณลม กสิณน้ำ กสิณดิน อันนั้นเป็นของฤาษี แต่กรรมฐานของพระพุทธเจ้า มีเวทนาอย่างเดียว เวทนาต้องเรียนรู้ถึง 108 เวทนา
ในคำสอน เทวธัมมา ท่านยืนยัน ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) เล่ม 10 ข้อ 60
เรื่องรูปกับนาม รู้จักรูปนามด้วย อาการ ลิงค นิมิต อุเทศ เรื่อง เหตุนิทานสมุทัยปัจจัย และผล ที่สมัยใหม่ก็คือ System analysis มี Input Process Output Outcome Impact
ขออภัย มันเหมือนกับการไปโต้เถียงทะเลาะกัน เป็นเดรัจฉานกถา แต่แท้จริงไม่ใช่ เป็นการอธิบายความจริง
เตโชกสิณ ก็มีแต่สัญญา เพราะมีมิจฉาทิฏฐิเดิม ไปอ่านใน พหรมชาลสูตรให้ดี ถ้าอ่านไม่แตก ก็เข้าใจไม่ได้ เราต้องพยายามศึกษาหาความรู้พระพุทธเจ้า
ความจำอดีต เป็นความคิดที่ถือจากอดีตแล้ว จำว่าใช่ เป็นของถูกต้อง เมื่อมาถึงชาตินี้ ก็คิดจนได้นึกว่าเป็นอนาคต ที่จริงเป็นความจำเก่า ชาตินี้มาคิดได้ ก็นึกว่ามี ความเชื่อเป็นของตัวเอง แค่เป็นความรู้ที่เกิดจากสมาธิที่หลับตา ไม่ได้เกิดปัญญา มีแต่สัญญา มันแค่สัญญา แล้วสัญญานี้ พิสูจน์ที่มาแล้วว่า มันไม่ใช่ปัญญา สัญญาไม่ใช่ปัญญา
สัญญานี้เป็นแกนใน แต่ปัญญาต้องมีข้างนอกเป็นแกน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า จะมีปัญญาได้ต้องมีองค์ 6 ต้องมีมรรคมีองค์ 8 โดยเฉพาะมี โพชฌงค์ 7 ธัมวิจัยสัมโพชฌงค์เป็นหลัก ในการทำอาชีพ การคิด พูด ทำ ภายนอก จึงเกิด ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ โดยมี ธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ เป็นหลัก แล้วดำเนินตามมรรค 7 องค์ สั่งสมเป็นสัมมาสมาธิ ตาม มหาจัตตารีสกสูตร
ส่งมาปัญญา ก็เจริญตามลำดับ เป็นปัญญินทรีย์ สุดท้ายเป็นปัญญาผล หรือปัญญาพละ สถานะที่สูงที่พัฒนามาแล้วมีพลังตัวตั้งแล้วเพิ่มสัมประสิทธิ์ Coefficient เรื่อยๆ โดยมี ธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ และตัวโพชฌงค์ 7 แต่มีธัมวิจัยสัมโพชฌงค์ เป็นตัวหลัก แล้วเจริญเป็นสัมมาทิฏฐิเสมอ จากการปฏิบัติ มรรค 7 องค์นี้แหละ ถ้าหากไม่เข้าใจ อธิบายไม่ได้หรอก องค์ 6 ของปัญญา โมเมไม่ได้หรอก หากไม่มีความรู้จริง ก็สับสน คนฟังก็จะงง
แต่อันนี้ คนที่มีพื้นรับได้ ก็จะได้เป็นลำดับ เพราะจะมีทั้งภายนอก และภายในครบ ยืนยันได้ โดยมีคนอื่นที่เป็นสัตบุรุษ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตรงกัน ขออภัยขออ้างตัวเอง อย่างอาตมากับในหลวง ร.9 ตรงกัน คุณพิสูจน์ไปเถอะ ในหลวงทรงทำงานอะไร อาตมาก็จะพิสูจน์ แต่จะตรงกันในที่สุด ไม่ใช่ตนเองยืนยันคนเดียว สัญญายนิจจานิ ยืนยันว่าสัญญาของตนมันเที่ยงแท้ แต่ของตัวเองคนเดียวนะเป็นสัจจะ ไม่มีสัตบุรุษคนที่สองยืนยันภายนอกด้วย แล้วไปยืนยันกับหลวงพ่อโต แล้วใครจะไปตามรู้ได้ ก็ต้องมายืนยันกับสัตบุรุษยุคนี้ ใครที่คนยอมรับ อย่างอาตมายืนยันว่าในหลวงเป็นสัตบุรุษ ก็ยอมรับด้วยใช่ไหม คนอื่นก็รู้ได้ เป็นปัจจุบันธรรม เป็น phenomenon เป็นสิ่งที่ปรากฏจริง ในยุคนี้ กาละนี้ วินาทีใดที่คุณสัมผัส ในวินาทีเดียวกัน ในกาละกัปป์นี้ สัมผัสพระจริยวัตรของในหลวง แล้วก็จะสัมผัสสิ่งที่อาตมาทำอยู่ สัมผัสจริงแบบยืนยันภายนอกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่มีใครยืนยันภายนอก ก็อ้างอิงไม่ได้ ใครคนเด่นๆที่ตายไปแล้ว ยืนยันไม่ได้
สัจจะของพวกนี้จึงไม่ครบธรรมะ 2 ที่เป็น สมมติสัจจะ กับ ปรมัตถสัจจะ
ตอนนี้เขากำลังสงสารคนที่ไปหลงงมงาย ก็ให้ฟังอาตมาบ้าง อย่าไปฟังแต่คุณอัจฉราวดี ให้มีปรโตโฆสะบ้าง ไม่งั้นจะจมฝังอยู่ไม่รู้เรื่อง
ต่อมาคุณสุดสายธรรม ก็ยังพูดถึงเตโชวิปัสสนาอยู่
_สุดสายธรรม... เตโชวิปัสสนา คือฌานฆ่ากิเลสหรือไม่คะ
คุณอัจฉราวดีบอกการที่พระให้พรว่ารวยน่ะผิด พระส่วนใหญ่แทบทั้งประเทศก็เป็นกัน อันนี้น่ะถูก แต่ที่เธอฝึกศิษย์คือเตโชวิปัสสนา ซึ่งก็เชิงสมาธิหลับตา และก็แน่นอน เธอมีข้อครหาการพูดล่อให้บริจาคด้วยเหมือนกันค่ะ
พ่อครูว่า... ประเด็นการล่อลวงให้บริจาคให้ เป็นเรื่องใหญ่ เป็นการใช้เล่ห์อย่าง ธัมมชโย เณรคำ ก็หลอกล่อให้คนมาบริจาค ต้องชมว่าเก่งชิบหาย มันจึงเป็นความซับซ้อน ที่ยากจะเข้าใจได้ทีเดียว อาตมาก็ได้แต่เอามาเปิดเผย ยืนยันว่าให้ศึกษากันดีๆ อย่าไปหลงคารม
อาตมาภูมิใจมาก ที่ชาตินี้ เกิดมาทำงานศาสนา ไม่ได้พยายามที่จะเอามาเรี่ยไร โดยเฉพาะอาตมาได้ตีระยะห่างไว้ แม้แต่พวกเราเองออกไปทำงานประท้วง บางทีกองทุนมันหมด เราก็ใช้ภาษาคำว่าบอกบุญไปกับประชาชนว่า ตอนนี้กองทัพธรรมหมดเงินแล้วนะ พูดไปธรรมดา ไม่ได้หลอกล่อว่า จะได้สวรรค์วิมานอะไรตอบแทน เป็นการบอกกันตรงๆว่า มันไม่มีจะต่อ ถ้าจะใช้ศัพท์คำว่าบอกบุญ แต่ไม่ได้เรี่ยไร ชาวอโศกก็เคยบอกบุญกัน ตอนนี้เราจะซื้อที่หน้าสันติอโศก เราไม่มีเงิน แต่เขาจะขายแล้ว ติดถนนใหญ่ 3 ไร่ เราก็ต้องซื้อ เราก็บอกบุญกัน พวกเราก็มากันโครมเดียวได้เลย เร็วกว่าที่คิดด้วย ตั้งไว้เดือนหนึ่ง เราก็ค่อยๆเข้าใจกันไปเรื่อยๆ เรื่องของเตโชวิปัสสนา เอาคำสองคำมาชนกัน เป็นกะเทยนี่
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน อรรถกถาไม่ใช่หนังสือพระไตรปิฎก
_มีคนบอกมาว่า
1.หนังสือพระอภิธรรมคัมภีร์ 2. หนังสือวิสุทธิมรรค
3. หนังสือพระไตรปิฎก ฉบับอรรถกถา
พ่อครูว่า... ไม่มีไตรปิฎกฉบับอรรถกถา อรรถกถาก็คือ คำสอนอาจาริยวาท ส่วนพระไตรปิฎกนั้น เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า กับพระเถระ ที่เป็นองค์ที่อยู่ในสมัยพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ พระเถระต่างๆ ยังมีชีวิตอยู่กับพระพุทธเจ้า อันนั้นแหละ อยู่ในพระไตรปิฎกมี แต่อรรถกถาคือ คำอธิบายของอาจาริยวาท
ขออภัย อาตมานี่เกิดในยุคสมัยของพระพุทธเจ้า
พระสารีบุตร เคยสอนลูกศิษย์เรื่องการเรียบเรียงอรรถกถา อันนี้ซับซ้อน เป็นหนังสือที่ถูกต้องหรือไม่ ที่บอกว่าอภิธรรมคัมภีร์ ในพระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรม ถ้าเป็นพระอภิธรรม ในพระไตรปิฎก ก็เป็นของพระพุทธเจ้า แม้จะเป็นของเถระเรียบเรียง แต่เป็นที่รับรอง
หนังสือวิสุทธิมรรค ไม่ใช่หนังสือที่ถูกต้องทั้งหมด มีส่วนที่ถูกต้องบ้างเท่านั้น แต่ยังเป็นเทวนิยมเยอะเลย พระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งพวกเปรียญ 9 เรียนกัน
ใช้ภาษาคำว่าพระไตรปิฎก ฉบับอรรถกถาจารย์ ก็ผิดแล้ว
_มาเข้าสู่การเมือง สองวันก่อน โดนัล ทรัมป์ ชมว่าคนไทยมีรายได้สูง พึ่งตนเองได้แล้วครับ และมีพระที่สวดมนต์แบบร็อคด้วย พระเหล่านี้ควรสึกหรือไม่
พ่อครูว่า...ควรสึก เพราะเป็นบาป
_คาบูเรเตอร์ รถยนต์ที่เย็นจัด เพราะน้ำมันเข้าผสมกับอากาศผิดอัตราส่วน ครับ
อากาศ 9 น้ำมัน1 ถ้ามันเข้าน้อย คันนี้ทำให้เกิดเย็นจัด
พ่อครูว่า... ก็เป็นการผสมส่วนของอุตุนิยาม เป็นธรรมชาติของมัน ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก่อนอาตมาใช้รถโฟล์ค วิ่งไปต่างจังหวัด เปิดคาบูเรเตอร์ ก็เย็นจัด แทนที่จะร้อนเพราะวิ่งทางไกล แต่มีน้ำจับ และเย็นมีหยดน้ำที่คาร์บูเรเตอร์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม)
ตอน ชาวไทยยังนิยมประชาธิปไตยแบบไทยๆ
พ่อครูว่า... พูดถึงเรื่องประชาธิปไตย
ประชาธิปไตยไทยนิยม คำนี้ เอาล่ะ คำว่าประชาธิปไตย เป็นคำกลางๆ แต่ไทยนิยม คือแบบไทยๆ
ประชาธิปไตยไทยนิยม เป็นพล.อ.ประยุทธ์ จะเอามาจากคำเดิมที่ไหนหรือไม่ แต่ก็ตรงกับบัญญัติที่อาตมาใช้ แต่มันไม่ฮิต แต่อาตมาเห็นด้วย ใช้ด้วย แม้ว่าพลเอกประยุทธ์จะกำหนดขึ้นมา ก็ขอใช้ด้วย เพราะมีความหมายความคม ความครบในตัว
หมายถึง คนในสังคมไทยที่นิยม (นิยม แปลว่า ลัทธิ ism นิยมชมชอบอันนี้ จนรวมเป็นกลุ่มใหญ่ เรียกว่าลัทธิ)
ประเทศไทยเป็นประชาชนที่มีอำนาจในตัวเองได้ดีที่สุด ขนาดนี้ แม้มี ม.44 จับได้หมด ตอนนี้ก็มีการชุมนุมอยู่ ที่เขาจะจัดการ จะบอกว่าเขาใจร้าย แต่เขาอนุโลมจนจะแย่แล้ว คนไทยมีอำนาจตัวเอง ได้ดีที่สุด มากที่สุด
1.มีอำนาจในตนได้มากได้สูงเยอะแล้ว และ 2.อำนาจต่อผู้อื่นกระทบคนอื่น กระทบกฎหมายได้ เขาก็ไม่รุนแรงด้วย 3.ผู้อื่น หรือส่วนรวมมีอำนาจต่อตนได้มาก ต่อพลเอกประยุทธ์ ต่ออาตมาต่อใครๆ นี่คือสภาพของสังคมที่ใช้อำนาจอธิปไตยกัน
ทีนี้ อำนาจที่ว่านี่ ซึ่งมีได้มากด้วย มีได้สูงด้วย ต้องมีผลกระทบต่อผู้อื่น ภายนอก ที่มากที่สูงด้วย เพราะว่ามีพลังงานกระทบกันแรง Action reaction
ผลกระทบต่อผู้อื่นต้องดี และมาก และสูงส่ง ขณะนี้ผลกระทบในการมาประท้วง ทั้งทั้งที่มันผิดกฎหมาย แล้วผู้รู้จะเห็นใจรัฐบาล เขายิ่งละเมิดกระทบแบบผิด ผิดกฎหมายเขาก็จะเสียคะแนน คสช.จะได้คะแนน คนอื่นก็จะเห็นว่าประเทศก็ยังไปได้ดีอยู่ ทำไมไปทำอย่างนั้น
ผลกระทบต่อคนอื่นนี่แหละ จะตัดสินได้ว่า ควรจะต้องมีจะต้องมาก ความมากที่เข้าใจได้ง่าย ก็คือไม่น้อย ไม่มีจำนวนเพิ่มขึ้นไปเรื่อย
ส่วนความสูง หรือแม้จะลด ลดได้แวบ แต่เพิ่มใหม่ได้มาก ดีไม่ดี ปฏิภาคทวีด้วย เป็นเรื่อง sensible มากด้วย
ความสูงคือ ความมีคุณค่า มีประโยชน์ ที่เป็นผลต่อผู้อื่น อย่างสงบ สุขเย็น อบอุ่น ชื่นใจ เจริญ สำราญ เบิกบาน งอกงาม ซึ่งความเจริญนี้ประมวลได้ 5 คำ
อิสรเสรีภาพ (Independent) มีอิสรภาพพ้นอำนาจกิเลส
ภราดรภาพ (Fraternity) มีภาวะแห่งรักกว้างออกไปดุจดั่งญาติ
สันติภาพ (Peace) มีภาวะสงบแท้ ไม่มีตัวเหตุเบียดเบียน
สมรรถภาพ (Efficiency) มีความสามารถสรรสร้างประโยชน์สุข
บูรณภาพ (Integrity) ปรับปรุงพัฒนาให้เจริญ ให้เต็มบริบูรณ์
ที่จะมี เบิกบานแจ่มใส มัธยัสถ์ สุภาพ สงบ หมดความอยาก สิ้นความเสพย์
รวมแล้วจึงได้ชื่อว่า ประโยชน์สูงประหยัดสุด หรือ ประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ครบสัมบูรณ์เลย
ประชาธิปไตยไทยนิยมนั้น มันแบบเดียวกับของในหลวงรัชกาลที่ 9 แบบเดียวกับของพระพุทธเจ้า แบบเดียวกับของอาตมา
เราไปประท้วงรัฐบาลมาถึง 5 รัฐบาล เพราะเป็นรัฐบาลที่เลวร้าย แล้วเราประท้วงด้วยความสงบ ขอยืนยัน ไปทบทวนหลักฐานทุกอย่าง เราประท้วงด้วยความสงบ เป็นการทำอย่างไม่ผิดกฎหมาย ประท้วงด้วยความสงบ
แล้วทำไมต้องได้ข้อหากบฏ เราไปประท้วงอย่างสงบ ไม่มีอาวุธ อาจจะมีมีดพร้า สำหรับทำอาหาร เราไปประท้วงอย่างสงบ ไม่มีอาวุธ ไม่มีความรุนแรง ความรุนแรงที่เกิดนั้น ไม่ใช่เรากระทำ มีหลักฐานต่างๆนานา ไปตรวจสอบได้ มีหลักฐานที่บันทึกไว้ดีมากเลย
ที่บอกว่าคนกำลังถล่มทลายรัฐบาลลุงตู่ ขณะนี้คนไปประท้วง บอกว่ารัฐบาลขาลง ทีนี้คนต่างประเทศเมืองนอก นี่ก็ข้อมูลใหม่ๆเลย จากสำนักข่าว U.S. News & World Report ได้เผยแพร่ ผลการจัดอันดับ ประเทศที่ดีที่สุดในโลก ในด้านต่าง ๆ ประจำปี 2561 บนเว็บไซต์ usnews.com
โดยประเทศไทย ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 จากทั้งหมด 80 ประเทศทั่วโลก ในเรื่องการเป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ (Best Countries to Start a Business) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน (Best Countries to Invest In) อันดับที่ 8 จาก 25 ประเทศทั่วโลก
นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ผลจากการจัดอันดับ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังมีจุดเด่นในสายตาของชาวต่างชาติอีกหลายด้าน เช
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive