610129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัจจะมีหนึ่งเดียวและประชาธิปไตยไทยนิยม.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์351 KB
วันที่แก้ไข4 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

610129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัจจะมีหนึ่งเดียวและประชาธิปไตยไทยนิยม

สมณะเดินดินว่า… วันนี้ เป็นวันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก เป็นวันขึ้น 13 ค่ำเดือน 3 ปีระกา วันนี้เป็นวันบวร ของชาวชุมชนราชธานีอโศก ช่วงนี้หากใครติดตามข่าวสารบ้านเมือง รัฐบาลกำลังเจอมรสุม เข้ามาหลายระลอก โดยเฉพาะประเด็นสำคัญก็คือ การสืบทอดอำนาจ การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป การเลื่อนการเลือกตั้งนี้ เป็นจุดที่ประชาชนไม่พอใจมากๆ เขาไปสัมภาษณ์พวกประธานหอการค้าเศรษฐกิจบอกว่า ไม่มีปัญหา 2-3 เดือน ไม่กระทบกระเทือนอะไร ทางด้านเศรษฐกิจ แต่ข่าวทำให้เหมือนกับว่า FAKE NEWS เป็นการดิสเครดิตรัฐบาล แต่ไม่ได้พูดถึงต้นเหตุของการเลื่อนการเลือกตั้ง ว่าเพราะอะไร เหมือนกับที่บอกว่าพวกพันธมิตร กปปส. ไปทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่เขาไม่ได้พูดถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ ที่ออกไปเสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย เพื่อบ้านเมือง เพราะถูกรัฐบาลที่โกงแผ่นดิน ทำให้เสียหาย เขาไม่ได้คิดถึงตรงนี้ ก็จะพูดแต่ว่า พวกนี้ออกมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ก็ทำให้ทหารออกมาปฏิวัติ เขาบอกว่าทั้งทหาร และประชาชนที่ออกมาปฏิวัติ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย เหมือนกับว่า เรื่องดีๆที่ประชาชนออกมา ทหารมาช่วยนั้น ไม่เกิดอะไรขึ้น มีแต่เรื่องร้ายๆ ทำให้ต่างประเทศหมดความเชื่อมั่น มีข่าวที่ความรู้สึกของคนไทย กับที่ต่างชาติมอง มันไม่สอดคล้องกัน เขาบอกว่าบิ๊กตู่เฮ ไทยขึ้นแท่นประเทศชั้นนำของโลก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจที่ได้รับทราบว่าสำนักข่าว U.S. News & World Report ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก ในด้านต่าง ๆ ประจำปี 2561 บนเว็บไซต์ usnews.com โดยประเทศไทยยังคงครองแชมป์

อ่านต่อ

อันดับ 1 จากทั้งหมด 80 ประเทศทั่วโลก ในเรื่องการเป็นประเทศที่เหมาะสม สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ (Best Countries to Start a Business) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน (Best Countries to Invest In) อันดับที่ 8 จาก 25 ประเทศทั่วโลก นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ผลจากการจัดอันดับ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยยังมีจุดเด่นในสายตาของชาวต่างชาติอีกหลายด้าน เช่น • อันดับ 1 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลก • อันดับ 5 ประเทศที่เหมาะสำหรับการมาศึกษาต่อมากที่สุดในโลก • อันดับ 8 ประเทศที่เหมาะสำหรับการมาลงทุนมากที่สุดในโลก • อันดับ 9 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเดินทางมาเที่ยวคนเดียว มากที่สุดในโลก • อันดับ 20 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำงานมากที่สุดในโลก • อันดับ 20 ประเทศที่เหมาะสำหรับการเกษียณอายุมากที่สุดในโลก • อันดับ 27 ประเทศที่ดีที่สุดในโลกในภาพรวม • อันดับ 28 ประเทศที่มีการวางแผนอนาคตมากที่สุดในโลก ต่างประเทศมองว่าดี แต่ความรู้สึกของคนไทย ที่แล้วแต่จะอ้างว่ากลุ่มใด กลับมองว่าไม่ดี เหมือนประเทศไทยกำลังแย่ เลื่อนเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ไปดูว่า คสช.ว่า การจะเลื่อนการเลือกตั้งไม่ได้เกี่ยวกับคสช. แต่เกี่ยวกับ สภาฯที่เลื่อนไปเป็นเอกฉันท์ ประเทศไทยมีผู้ที่บิดเบือน ให้เป็นข่าวร้ายได้ แล้วพวกเราจะไปปฏิรูปกัน ได้อย่างไร ข่าวจริงข่าวที่เป็นสัจจะ ซึ่งมีความจำเป็น อาตมาคิดว่า ก็สงสารคนไทย ที่ไม่มีความชัดเจน ก็จะเชื่อแต่ข่าวร้าย ข่าวเลว แต่ข่าวที่ดีๆของต่างประเทศ ที่เอามาออกไม่ค่อยพูดกันเท่าไหร่ ก็ต้องเรียนรู้ความจริง เรียนรู้ข่าวจริงกัน พ่อครูเคยให้โศลกไว้ว่า คนที่มีความสุขคือ คนที่อยู่กับความจริงได้มากที่สุด พ่อครูว่า...ก่อนอื่นก็ขออ่าน sms _2596 นายกตู่ช่วยฟังเทศน์กัณฑ์ (พอเพียงที่ไม่ต้อง ความก้าวหน้าอย่างมาก) ดีๆ ให้เข้าใจเข้าถึงนำพาประเทศ ก้าวผ่านมิจฉาทิฏฐิ ที่ฝั่งไว้อย่างยาวนาน ไม่เริ่มที่ท่าน จะเริ่มที่ใคร

สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน สวดเสริมสิริมงคลกับสวดแผ่เมตตาล้วนมิจฉาทิฏฐิ _3867... ใครใคร่สวดๆ ใครใคร่สมาธิๆ! แต่กระทำด้วยใจรวมจิตเป็น1เดียว กับแผ่นดิน,โลก,จักรวาล! เพราะมีแต่พลังบริสุทธิ์ พลังเดียว จากทุกการกระทำด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ค้ำจุณทุกชีวิตจรรโลงทุกสรรพสิ่งได้! ผู้น้อยมิบังอาจก้าวล่วง การสวดตามประเพณีเก่าแก่ เพื่อเสริมพิธีสิริมงคลสูงสุด ที่อยู่กับทุกรัชสมัยมานาน! แต่สวดเพื่อพิธีกรรมด้วยเวทย์มนต์ไสยศาสตร์ หวังผล แลกลาภยศสักการะฯ ล่อได้แต่คนหลง! แต่คนตื่นรู้ทัน108มนต์ มิจฉาชีพลวง ผู้น้อยก็สวดยาวทุกวันพระฯ สวดสั้นทุกวันปกติฯ สวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ต่อสวดแผ่เมตตาครอบจักรวาล! บ่เจาะจงใคร? ถ้าขอก็ขอสติปัญญา และความกล้าหาญ ตามคำสอนพ่อฯ พ่อครูว่า... ต้องทำตามปริเฉทของเรา อย่าอ้าขาผวาปีก กว้างไป หาโลกหาจักรวาลเลย เตี้ยอุ้มค่อม เป็นไปไม่ได้ หากต้องการกว้าง ช่วยคนอื่นได้มาก ก็ดี ไม่ได้ขัดแย้ง แต่ความเป็นจริงใน status quo ในปัจจุบันนั้น มันต้องฉลาด ต้องเข้าใจว่า เราได้ประมาณนี้ มัตตัญญุตาได้สัดส่วน ไม่เช่นนั้นแล้ว มากไปก็ตาย น้อยไปก็เสียเวลา เสียดาย ไม่เป็นประโยชน์สูงประหยัดสุด ความคิดของคุณคนนี้ ฟุ้งไปไกล และพลังบริสุทธิ์นี้ ที่เกิดในปัจจุบันนั้นๆ เท่าที่มันได้ เราต้องรู้ว่า ขณะนี้เรามีแรงแค่นี้ เกินกว่านี้ ไม่ได้ ก็ตามที่เรารู้ว่า เราทำเฉพาะเพื่อวันนี้ เท่าที่เราจะสามารถมีพลังงานได้เท่าไหร่ ทำได้เหมาะสม เผื่อสำหรับคนนี้เท่านี้ คนอื่นไม่ไหวแล้ว ต้องประมาณให้ดี หากไม่ชัดเจนก็เสียผล เราต้องมีขอบเขต ที่ว่าไม่ก้าวล่วงพิธีเก่าแก่ เสริมสิริมงคล คำว่าสิริมงคลนี้ ต้องเข้าใจว่า เป็นความเพ้อเจ้อ ลอยลม สวดแล้วจะได้ผลอย่างนั้น อย่างนี้ อันนี้แหละสำคัญ ถ้าหากคุณยังนึกว่า มันยังมี นี่แหละคือความมิจฉาทิฏฐิ มันไม่มีหรอก สวดให้เป็นสิริมงคล จะเป็นพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ที่จะให้ใครนั้น มันไม่มี แต่ความจริงแล้ว มันได้เกิดการยึดถือกันมาเป็นประเพณีเก่าแก่ ประเพณีเก่าแก่ ก็แก้ไขได้ ถ้าไม่เหมาะสมตามสมัย และคนรู้ความจริงเพียงพอแล้ว ผู้ที่มีอำนาจสูงสุด จะสามารถตัดสินได้ว่า เลิกอันนี้ จำนวนน้อย ไม่คุ้มกับการทำ อันนี้จำนวนมาก รับรู้ได้ ก็ทำการเปลี่ยนแปลง ถ้าหากเข้าใจว่า สิริมงคลเพ้อเจ้อ ลอยลมนั้น มันไม่มีจริง แต่ประเพณีเก่าแก่ ที่ทำตามกันมาบ้าง อนุโลมได้ ทั้งๆที่มันไม่มีผลดังที่กล่าว ตามที่เขาติดยึด มันไม่มีจริงๆ แต่คนนั้นมันติดยึด ก็ต้องอนุโลมประมาณหนึ่งได้ ไม่ใช่แก้ไขไม่ได้เลย เลื่อนให้สูงขึ้นไม่ได้เลย อันนี้ลึกซึ้ง สำหรับการสวด แผ่เมตตา ที่บอกว่ามันจะแผ่ไปนั้น ขอยืนยันว่า เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เป็นจิตใจของคุณเอง ให้มีเมตตา จิตใจของคุณ ให้พยายามเมตตา ไปสู่คนอื่น อย่างนั้นจบแล้ว แต่การสวดเพื่อให้ความเมตตา แผ่ออกไปนั้น ไม่ถูก แต่ถ้าคุณยังติดยึดอยู่ว่า ทำอย่างนั้น มันจึงจะไปได้ ก็เชิญ คุณก็ต้องทำ มีพาหะนำพาไปตามลำดับ พลังงานวิเศษนี้ไปเป็นพาหะ คุณเชื่ออย่างนั้น คุณก็จะทำอย่างนั้น คุณสวดแล้ว ไม่ใช่พาหะที่จะนำไป มันไม่ใช่ คนสวดจะได้ยินหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วจะแผ่ไปถึงแผ่นดิน จักรวาล มันไม่ใช่ มันหวังอะไรไปไกล ทั้งที่เป็นไปไม่ได้ อาตมาต้องพูดอย่างนี้ เพราะเป็นความรับผิดชอบ จริงใจของอาตมา ความปรารถนาดีของอาตมา และความเห็นจริงของอาตมาเช่นนั้น _5788... นมัสการท่านพ่อ อโศกตั้งมาตรฐานสูงมาก ผมคนนอกเข้ายากมากได้แต่เลื่อมใสศรัทธามานานแล้ว แต่ก็เข้าใจพุทธมากขึ้น _3752... รักหลวงพ่อ อำนาจ _0750... พ่อครูไม่น่าเสียเวลากับการสกดชื่อภาษาEอ่านไม่ได้ก็น่าจะผ่านไป _3867... นมัสการพ่อครูฯ สมณะ สิกขมาตุ! เจริญธรรมญาติธรรมอโศก กับธัมมจักกัปปวัตนสูตร ธรรมเทศนากัณฑ์แรก ที่ตถาคตทรงแสดง แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง5! มีไว้ให้เรียนรู้อริยสัจ4 บ่ใช่มีไว้สวด! สวดอย่างเดียว ดับทุกข์จากสมุทัย เข้าถึงนิโรธ ไปสู่ทางมรรค8 บ่ได้ _ชัยวัฒน์ ฟังธรรมมงคล · แม้ของรัฐเองยังไม่กล้าทำขนาดนี้เลยครับ บุญนิยมต่างกับทุนนิยมอย่างสิ้นเชิง! ถ้าอยู่ใกล้ จะไปร่วมบุญนิยมครับ เพราะต้นทุนมีแค่ความขยันหมั่นเพียร พ่อครูว่า... อย่าไปอ้างว่าอยู่ไกล ก็ต้องค่อยๆขยับเข้ามาให้ได้ _Jum Sumalee จุ๋ม สุมาลี · พ่อครูมาเปิดโลกโลกุตระ ให้คนยุคนี้ได้ตาสว่างเจ้าค่ะ _Nanmanas Sirichitraporn นันท์มนัส สิริจิตราภรณ์...อาติ๋วจัด ต้นไม้ ผลไม้บนโต๊ะสวยงามมาก _May Orwan Runsamerungruengtave · เมย์ อรวรรณ รัศมีรุ่งเรืองเทวี คราวหน้าคราวหลังหากเจอหนาว หาผ้าห่มเพิ่มไม่ได้ ให้เอาพลาสติกมาห่อช่วงลำตัวไว้นะคะ จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ _หลวงปู่คะ คนที่ได้เป็นพระอรหันต์ แล้วตัดสินใจที่จะไม่เกิด ดับสูญไป ไม่ช่วยมนุษย์โลกต่อ จะถือว่าเห็นแก่ตัวหรือเปล่าคะ ลูกสงสัยมานานแล้วค่ะ แต่ไม่รู้ว่าควรถามอย่างไรจึงจะดูไม่รุนแรง การไม่อยากช่วย ไม่ใช่จิตพระโพธิสัตว์ ใช่ไหมคะ หนูก็ไม่ทราบว่า ควรใช้คำใดจึงจะเหมาะ ลูกคิดมาหลายรอบ ของการฟังธรรมแล้ว แต่สุดท้ายความสงสัย มีมากกว่าความกลัว ลูกจึงตัดสินใจถามมาในวันนี้ และอีกคำ คือ สัจจะไม่มีอยู่ในโลก แต่สัจจะมีหนึ่งเดียว มีคนบอกว่านิพพาน แล้วนิพพานเป็นอย่างไร

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน จักรวาลเกิดขึ้นอย่างไรแล้วเกี่ยวกับธรรมะหรือไม่ _อีกอันบอกว่าจักรวาลเกิดขึ้นอย่างไรแล้ว เกี่ยวกับธรรมะหรือไม่ครับ _มนุษย์กับคนแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร พ่อครูว่า... อีกอันบอกว่า จักรวาลเกิดขึ้นอย่างไร แล้วเกี่ยวกับธรรมะหรือไม่ครับ ไม่เกี่ยวกับธรรมะหรอก จักรวาลจะเกิดขึ้น อย่าไปยุ่งมาก มันเป็นเรื่องของวัตถุโลก เป็นอุตุนิยาม เป็นเรื่องของสิ่งที่ ไม่มีจิตวิญญาณ ถ้าจะเรียกว่าจักรวาลทั้งหมด ไม่มีจิตวิญญาณ แต่มีจิตวิญญาณซ้อนในนั้น เช่น ในโลกลูกใดก็แล้วแต่ ไม่มีสัตว์ มีแต่ชีวะระดับพืช ก็มี ไม่มีสัตว์อะไร มีแต่พืชอยู่ อย่างเช่นดวงอาทิตย์ ก็มีในความเป็นปัจจุบันกาละนั้น status quo ไม่มีสัตว์ สัตว์เกิดไม่ได้ในพระอาทิตย์ ดวงดาวที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป สัตว์เกิดไม่ได้ ดาวดวงไหนที่พอมีได้ ขนาดใดสัตว์มันก็เกิดขนาดนั้น โลกบางลูกก็ไม่มีสัตว์ มนุษย์ โลกบางโลกสัตว์ มนุษย์ที่มี ยังไม่เจริญ ก็มี รายละเอียดพวกนี้ เราค่อยๆศึกษา แล้วจะค่อยๆรู้ สรุปแล้วจักรวาลเกิดขึ้นอย่างไร อธิบายให้ฟังตอนนี้ไม่ไหว เพราะมันมีมากเหลือเกิน หลวงปู่ก็ไม่รู้ทั้งหมด จักรวาลนี้มันเป็นล้านๆอย่าง มันประกอบรวมแล้วเป็นจักรวาล มันเยอะ เยอะเกินไป เราก็เอามาใกล้ตัวเรา ที่เรารู้ได้ และอันใดที่ทำให้เราทุกข์ ทำให้เราไม่เจริญ เราก็ล้างเหตุ ที่ทำให้เราทุกข์นั้นไปตามจริง จนเราเจริญจนมี จนเป็นพระอรหันต์ เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้ว จะเรียนรู้ต่อไปได้ ถ้าเรียนต่อไปเรียกว่า พระโพธิสัตว์ ถ้าไม่เรียนต่อ ก็จบ จบคือการทำให้สิ่งประกอบขึ้นเป็นตัวเรา ทั้งนามธรรม รูปธรรมจบ คือแตกสลายไป จนไม่เหลือสิ่งที่เรียกว่า กายกับจิต ของเราจับตัวกันอีกเลย มันแตกไปเป็นวัตถุ กับพลังงาน พลังงานก็ไปเรื่องของพลังงาน สลายไป ถูกพลังงานแม่เหล็กดูดไปทางไหน ก็ไปเป็นมวลของอันโน้น อันไหนที่มันสูญ ก็สูญไป วัตถุก็ไปตามแต่จะไป เป็นอุกกาบาต หรือโลกลูกที่เราเกิดไม่ได้ ก็ไม่ต้องคิด อุกกาบาตเราไปเกิดไม่ได้ เราก็ไม่ต้องคิด เราคิดในสิ่งที่มีอำนาจเกี่ยวกับเรา เราอยู่ให้ได้ อย่างไม่ทุกข์ แล้วสุดท้าย เราก็สลายอัตตาเราได้ ก็เอาเท่านี้ พอแล้ว _มนุษย์กับคน ต่างกันหรือไม่ อย่างไรครับ พ่อครูว่า... มนุษย์กับคนนั้นเขียนต่างกันเท่านั้น ไม่ต่างกันเลยในความจริง มนุษย์เป็นภาษาสันสกฤต คนเป็นภาษาไทย มนุสโส จริงๆ ตัวบัญญัติแปลว่าจิตใจสูง แต่มันเป็น มนุสเปโต คือมนุษย์เปรต จิตใจเป็นเปรต แต่ตัวเป็นมนุษย์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อรหันต์ที่ไม่ต่อโพธิสัตว์นั้นเห็นแก่ตัวไหม _หลวงปู่คะ คนที่ได้เป็นพระอรหันต์ แล้วตัดสินใจที่จะไม่เกิด ดับสูญไป ไม่ช่วยมนุษย์โลกต่อ จะถือว่าเห็นแก่ตัวหรือเปล่าคะ ลูกสงสัยมานานแล้วค่ะ แต่ไม่รู้ว่าควรถามอย่างไรจึงจะดูไม่รุนแรง การไม่อยากช่วย ไม่ใช่จิตพระโพธิสัตว์ใช่ไหมคะ หนูก็ไม่ทราบว่า ควรใช้คำใดจึงจะเหมาะ ลูกคิดมาหลายรอบ ของการฟังธรรมแล้ว แต่สุดท้ายความสงสัยมีมากกว่าความกลัว ลูกจึงตัดสินใจถามมาในวันนี้ พ่อครูว่า... พระอรหันต์นั้นคือ ผู้หมดความเห็นแก่ตัว เสียสละเพื่อมนุษย์มากขึ้น ตั้งแต่พระโสดาบัน สกิทาคามี พระอนาคามี มีแต่เสียสละมากเลย แล้วก็ล้างสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเองให้หมดต่อไป ล้างเศษตัวตนที่เหลือน้อย แล้วช่วยเหลือมนุษย์ได้มาก การเป็นพระอรหันต์นั้น จะดับอัตภาพของตนก็ได้ แต่ท่านก็ได้ช่วยคนมามากแล้ว ตั้งแต่เป็นพระอาริยะขั้นต้น ท่านช่วยคนมามากแล้ว ถ้าจะเป็นนับว่าการไม่อยู่ต่ออีก เป็นโพธิสัตว์ เป็นการตัดสิน ตายไปเสียสูญไปเสีย เป็นการเห็นแก่ตัวนั้น ไม่ใช่ ท่านทำมามากมายแล้ว พระอรหันต์นั้น ส่วนพระโพธิสัตว์ที่จะทำต่อจากอรหันต์ จึงเป็นพระคุณต่อมนุษยชาติมาก พระอรหันต์แต่ละองค์นั้น ได้รับใช้ประชาชนมาคุ้มค่าแล้ว ทุกองค์ กว่าจะจบเป็นอรหันต์ เป็นอาริยะระดับ 4 ได้รับใช้มนุษย์มาได้เสียสละเพื่อมนุษย์มา ตั้งแต่ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี แล้วแต่บางรูปจะยาวไหม.. บางรูปก็ไม่ยาวนัก นาน มาเป็นพระอรหันต์เองแล้ว ก็ยังมีขั้นตอน บางอรหันต์เป็นโพธิสัตว์ต่อ ก็เสียสละต่อ บางอรหันต์ ไม่เอาแล้วจบอนาคามี เป็นอรหันต์แล้ว ก็ขอปรินิพพาน ท่านได้รับใช้มนุษย์มามากมายแล้ว เป็นเรื่องที่คาดคะเนเอาไม่ได้ ต้องเป็นจริงอย่างนั้น จะเกิดอีกกี่ล้านชาติ อย่าไปคิดเป็นจำนวนตัวเลขเลย มันเป็นจริงอย่างนั้น เป็นสุดยอดที่เราต้องเคารพบูชา พระอรหันต์ และพระโพธิสัตว์ เพราะเป็นคนที่จะเป็นได้ ไม่ง่าย แต่เป็นได้ ก็ต้องพยายามศึกษา ไม่เช่นนั้นต้องวนเวียนอยู่ในโลก นานกว่าจะไปเป็นพระอรหันต์ วนเวียนอยู่ในโลกีย์นานเท่าไหร่ ก็หาทางเลิกดีกว่า ดีกว่าไม่ได้เลิก แม้จะนานเท่าไหร่ก็ตาม ถ้าเราไม่เลิก เราก็วนอยู่ตรงนี้ นานจนกระทั่ง เรานับไม่ถ้วนเลย หนักๆ เบาๆ วนเวียนอยู่อย่างนี้ แล้วก็ไม่มีจบด้วย อยู่อย่างนี้อีกนานเท่านาน นิรันดรด้วย กับมันมีทางจบได้ เป็นอรหันต์ มีทางจบได้ แล้วเราจะเอานานอันไหน นานแบบมีทางจบ กับนานแบบไม่มีทางจบ จะเอาอันไหน หากศึกษาให้สัมมาทิฏฐิ เป็นอรหันต์จะมีทางจบ แต่หากไม่ศึกษา ก็ไม่มีทางจบ เป็นนิรันดร จะสมัครใจแบบไม่มีทางจบ จะอยู่นิรันดรเลย อยู่แบบเทวนิยม ก็เป็นคนดีได้ แล้วจะอยู่สบาย กว่าคนที่จะเป็นคนดีไม่ได้ ก็ไม่สบาย ตกนรกไป จะพยายามวนเวียนเป็นคนดีอย่างนั้น แต่มันไม่เที่ยง มันไม่ง่าย รักษายาก เป็นสมบัติผลัดกันชม คนอื่นเขาก็มีความสามารถแย่งชิงได้ เป็นสมบัติผลัดกันชม ลงนรก ขึ้นสวรรค์ ลงนรก ขึ้นสวรรค์ นานบ้าง ช้าบ้าง วนเวียนอยู่อย่างนั้นแหละ ถ้าอยากกวนเวียนนิรันดร ก็อยู่อย่างนั้น ไม่ต้องเป็นอรหันต์ ไม่ต้องมีสัมมาทิฏฐิหรอก ไม่ต้องมาหาทางแบบชาวอโศก ไม่ต้องมาหาทางโลกุตระเลย เชิญเลย แต่ถ้าบอกว่า ไม่เอาแล้วแบบนั้น วนเวียน แต่ถ้าหมุนเวียน และมีที่จบ มันมีได้จริง ก็มาทางนี้ก็แล้วกัน สรุปแล้วก็คือ ปล่อยพระโพธิสัตว์ท่านเถอะ พระโพธิสัตว์เป็นผู้ที่ช่วยคนอื่นมา ตั้งแต่เป็นพระโสดาบันแล้ว นับไปสิ กว่าจะเป็นอรหันต์ ท่านใดรับใช้คนมาตั้งเท่าไหร่แล้ว เห็นแก่ตัวลดลงๆ ก็มีแต่รับใช้ผู้อื่น กว่าจะได้เป็นอรหันต์ ฟังเข้าใจไหม เพราะฉะนั้น อย่าไปคิดแทนท่านเลยว่า ท่านเห็นแก่ตัว หรือไม่เห็นแก่ตัว ให้พากเพียรไปแล้ว จะทำที่ตัวเองได้ พอเข้าใจแล้วนะ

สื่อธรรมะพ่อครู(สัจจะ) ตอน สัจจะมีหนึ่งเดียวและสัจจะไม่มีในโลก _และอีกคำ คือ สัจจะไม่มีอยู่ในโลก แต่สัจจะมีหนึ่งเดียว มีคนบอกว่าคือนิพพาน แล้วนิพพานเป็นอย่างไร พ่อครูว่า... ฟังให้ดี อันนี้น่าสงสัย น่าเข้าใจยาก สิ่งที่เราคิดว่าจริง ถ้าเรายึดถือว่าอันนี้จริง แล้วไม่มีใครรับรองกับเราเลย เรียกว่า สัญญายนิจานิ เราไม่มีใครรับรองว่าจริง เราก็นึกว่าจริง ถูกหรือผิด ไม่มีใครตัดสินให้เลย ไม่มีใครรับรอง ไม่มีใครที่จะยืนยัน ให้คะแนนเพิ่มเลย ไม่มี เพราะฉะนั้น มันก็แน่นอน มันก็ไม่ได้ จะยืนยันเป็นสัจจะหรือไม่ เป็นสัจจะ ก็ยืนยันไม่ได้ สัญญายนิจจานิ คุณกำหนดหมายอันเดียวว่า ถูกไม่มีใครรับรอง เป็นคนที่สองเลย คุณไม่บอกใคร ก็คนๆเดียวเชื่อว่า กูคนเดียว ไม่มีใครรับรองกู ก็เอาอันนี้อันเดียว โดยไม่แสดงออกภายนอก คนอื่นไม่รู้ด้วย คุณก็ยังยึดถือของคุณคนเดียว แล้วมันจะถูกหรือไม่ถูก ถ้าถูก คนอื่นก็ควรจะรู้ได้บ้าง ถ้าหากถูก คนอื่นควรรับรอง หากคนอื่นรับรองมัน ก็ต้องเป็นอันเดียวกัน สัจจะต้องมีหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้น สัจจะไม่มีในโลก ก็หมายความว่า ถ้าคุณคิดคนเดียวนั้น ไม่มีใครรับรอง ถือว่าไม่ใช่สัจจะ ถ้ามีใครรับรอง ก็จะเหมือนกัน ตรงกัน เป็นอย่างเดียวกัน ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จนเป็นล้านๆคน สัจจะนั้นจึงชื่อว่า สัจจะเป็นหนึ่งเดียว แต่ถ้าไปอยู่ที่คนๆเดียว มันไม่มีอะไรรับรอง มันก็กลายเป็น 2 คือคนๆหนึ่ง กับหมู่ข้างนอกรับรองกันหมด แต่ของคุณ คุณยึดถือของคุณว่าถูก แต่หมู่ข้างนอกไม่เอาด้วย บอกว่าของกูนี่ถูก คนอื่นไม่เอาด้วย มันก็เป็น 2 มันก็ไม่ใช่สัจจะ ถ้า 2 อย่างนั้น ไม่ใช่สัจจะ สัจจะต้องมีหนึ่งเดียว หนึ่งเดียว เมื่อ เยภุยยสิกา เอาคนจำนวนมากยืนยัน แม้คนจำนวนมากเกินครึ่งหนึ่ง คะแนนเดียว ก็เอาหมู่นั้นรับรอง คะแนนหมู่นี้น้อยกว่า ก็ไม่ชนะ ก็เอาที่ชนะ 1 คะแนนมันเป็นสัจจะ ถ้าคุณไปคิดของคุณคนเดียว มันไม่ใช่สัจจะ สัจจะต้องรวมทั้ง สมมติสัจจะ และ ปรมัตถสัจจะ ปรมัตถ์ คือสิ่งที่เราคิดว่าสูงสุด จิตเราถือว่าสูงสุด ถ้าคุณบอกว่าสูงสุด แต่คนอื่นไม่รับรอง ดีไม่ดีขัดแย้งกับคนอื่นด้วย ข้างนอก 2 คน 5 คนเขารับรอง เหมือนกัน เป็นหนึ่งเดียว ล้านคนรับรอง แต่คุณเองก็บอกว่าของคุณนี้ ของแท้ มันก็ไม่ใช่ มันก็ต้องแตกต่างกับคนอื่น เขาต้องขัดใจ แต่ถ้าไม่แตกต่างกันกับเขา ก็เป็นหนึ่งเดียว ถ้าคุณมีความเข้าใจว่า อันนี้ดีที่สุด ถูกที่สุด คุณก็อยู่คนเดียว แล้วไม่ยอมรับใครเลย ข้างนอกจะยอมรับอย่างไร คุณก็ไม่ยอมรับกับเขาเลย ทั้งๆที่เขาเป็นล้านคน 5 ล้านคน ร้อยล้านคนรับรอง เป็นหนึ่งเดียว แต่คุณก็บอกว่าข้านี้ถูกกว่า และมันเป็นหนึ่งไหมในสัจจะ มันก็ไม่เป็น คุณก็นึกว่าของคุณหนึ่งเดียว แต่ข้างนอกมีเป็นล้านคนรับรอง ของคุณไม่เหมือนเขา ถ้าเหมือนกันกับเขา คุณก็เป็นหนึ่งเดียวกัน มันก็จบ สัจจะมีหนึ่งเดียว เห็นไหม สัจจะอยู่คนเดียว แล้วนึกว่าของตนเองถูก มันเป็นไปไม่ได้ สัจจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ได้ตามคำของพระพุทธเจ้า มันต้องรวมข้างนอกกับข้างในของคุณ มันเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ถ้าข้างนอกกับข้างในของคุณ มันไม่เหมือนกัน มันก็ต้องนับเป็นสอง เขาทั้งหมดกับของคุณคนเดียว ไม่เหมือนกัน ก็เป็นสอง สัจจะไม่มีเลยในโลก ถ้ามันไม่เป็นหนึ่งเดียว ไม่เป็นสัจจะ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณก็เป็นหนึ่ง ข้างนอกก็เป็นหนึ่ง มันก็เป็นสองแล้ว ไม่เป็นหนึ่งเดียว สัจจะต้องมีหนึ่งเดียว หมู่ใหญ่ของข้างนอก เป็นสัจจะ คุณเอาด้วย ก็เป็นหนึ่งเดียว ถ้าหนึ่งเดียวของคุณ สัญญายนิจจานิ แล้วไม่เหมือนคนอื่น เป็นหนึ่งเดียวไม่ได้ ต้องทั้งนอกและใน เป็นหนึ่ง ถ้าหนึ่งเดียว ไม่มีคนอื่นรับรู้ มันไม่ใช่จิตนิยาม มันก็อยู่ไปตามสภาพ จะเป็นพืช พีชนิยาม อุตุนิยาม มันก็เป็นหนึ่งของมันอย่างนี้ ก็มันก็ทำของมัน มีวิตามินของมัน เท่าที่มันมี ก็ไม่เกี่ยวกับอย่างอื่น พวกนี้ไม่มีสอง อุตุนิยามก็เช่นกัน รวมตัวของมันเองตามความร้อน แสง เสียง แม่เหล็กไฟฟ้า ดึงดูด หรือผลักกันไป ตามธรรมชาติ แล้วสัจจะที่บอกว่า นิพพาน เป็นอย่างไร ก็คือ นิพพานเป็นหนึ่งเดียว เที่ยงที่สุด แล้วนิพพานต้อง มีความรู้ มีจิตนิยาม เป็นนิพพานนอกจิตนิยาม ไม่ใช่นิพพาน เช่น มีผู้สอนว่า ข้าวมันนิพพานแล้ว ข้าวมันเย็น กะหล่ำปลีนี้นิพพานแล้ว ไม่เกี่ยวกับใคร อย่างนั้นโมเมมันไม่ใช่ นิพพานต้องอยู่ในจิตนิยาม ไม่มีจิตนิยาม พวกอุตุ พีชะ นิพพานไม่ได้ ข้าวหุงแล้วมันเย็นแล้ว เป็นนิพพาน อันนี้ไม่ใช่ สัจจะไม่มีในโลกแล้ว อันเดียว อันนี้เป็นสัจจะ คือนิพพานนี้ มีเงื่อนไขว่า นิพพานต้องมีจิตนิยามของมนุษย์ชั้นสูงด้วย แล้วเป็นของเวไนยสัตว์เท่านั้นด้วย ต้องมีสภาวะจริง แต่ถ้าจิตไม่ถึงนิพพานจริง ก็เดาเอา ต้องถึงเป็นปัจจัตตัง เป็นเอง สู่แดนธรรมว่า...บางสำนักสอนเตลิดไปว่า ถ้ายังมีจิตตัวรู้อยู่ ถือว่ามีตัวมีตนอยู่ พ่อครูว่า... อันนี้เตลิดไป ตื้นมาก เขาก็ต้องดับจิตว่างๆเฉยๆ ถือว่านิพพาน แต่ที่แท้ต้องว่างจากกิเลสไปเป็นลำดับ จึงเป็นนิพพานเป็นลำดับ เด็กๆเราถามมาอย่างนี้เข้าใจได้ดี ต่อไปเด็กๆเราอาจไปสอนอ.อัจฉราวดีก็ได้

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยไทยนิยมคือไฉน พ่อครูว่า... มาเข้าสู่การเมืองสักทีหนึ่ง เข้าสู่ประชาธิปไตยไทยนิยม กำลังฮิต ตอนนี้ ขออ่านบทกวี

แก้“เศรษฐกิจ”ใช้ทิฏฐิ“แบบคนจน”

(1) เศรษฐกิจหากคิดแก้ ปัญหา จักช่วยมวลประชา ชาติให้ “ร่ำรวย”ทั่วภารา มุ่งมั่น กันเลย จ้าง..ไป่สำเร็จได้ อย่าเพ้อละเมอฝัน (2) คนนั้นต่างละล้วน อยากรวย หากพูดเสริมเอออวย ส่งซ้ำ ผลคือยิ่งฉกฉวย ยื้อแย่ง หนักแฮ จึงยากเพราะตอกย้ำ จิตให้กระหายเสริม (3) เติมจิตใส่“ทิฏฐิ”ให้ ผิดทาง “ความอยาก”บ่เจือจาง จัดซ้ำ เพราะสัจจะถูกขวาง ตั้งแต่ เริ่มแล กิเลสถูกกระตุ้นย้ำ ยิ่งร้ายโกงกิน (4) “แย่ง”สินทรัพย์ไม่แก้ ปัญหา “แบ่ง”ต่างหากจักพา สงบได้ ต้อง“ศาสตร์พระราชา” ทิฏฐิสุด วิเศษเฮย พร้อมครบทาน,ศีลให้ ถูกแท้สัมมา (5) ต้อง“ปัญญา”ฉลาดขั้น โลกุตระ ซึ่งฉลาดแค่“เฉกะ” ไม่แก้ “เฉกะ”ฉลาดไป่ละ กิเลสหร็อก ต้องฉลาด“อริยะ”แท้ ถูกต้นปัญหา (6) ลดราความโลภได้ ในจิต ขยันมากสร้างผลผลิต หลากล้น “ของดี-แต่ถูก”ชนิด ขาย“ขาด-ทุน”เลย เพราะวิสุทธิ์หลุดพ้น มักน้อยจริงใจ (7) หากใครจบด้วย“แบบ- คนจน” จักฉลาดที่เป็นคน สละได้ ผู้โง่ยิ่งพาตน ตกต่ำ แสวง“รวย” แก้เศรษฐกิจต้องใช้ ศาสตร์แท้พระราชา

“สไมย์ จำปาแพง” 5 ม.ค. 2561 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 331 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561]

“ประชาธิปไตยไทยนิยม”คือไฉน?

(1) “ไทยนิยม”นั่นไซร้ ไฉนใด เป็น“ประชาธิปไตย” ที่แท้ มีอัตตลักษณ์ใน ใจลึก กันเฮย ซึ่งยากที่จักแก้ เปลี่ยนเชื้อ“นิยม”เดิม (2) แต่เสริมกันเพื่อให้ สมสมัย ปรุงแต่งกันออกไป ซ่านฟุ้ง เพื่อลบ“ราก”จากไทย นั้นไป่ ได้นา “อธิปไตย”ไทยรุ้ง เลิศแล้ว“ไทยนิยม” (3) ไทยคมค่าพุทธด้วย “วิญญาณ” ยิ่งกว่า“ยีน”สืบสาน ชาติเชื้อ ฝังรากจิตไทยจาร โลกุตร์ มาแฮ “อธิปไตย”ไทยเอื้อ ประเทศไว้เป็นไทย (4) ใครบ่แจ้งสัจจ์แท้ ว่าพุทธ นั่น“ประชาธิปัตย์”สุด วิเศษแล้ว แต่บ่ชัด“โลกุต- ระ”เลอะ เองพ่อ จึ่งออกนอกทางแคล้ว คลาด“เนื้อพุทธ”ไป (5) “ราชาไทย”รัชชเก้า ทรงวัตร มีพระจริยะยืนสัตย์ ยิ่งไซร้ “ประชาธิปไตย”ชัด ตามหลัก พุทธเลย “ไทยนิยม”จึ่งได้ อยู่ยั้งยืนยง (6) ผู้หลง“ต่างชาติ”ล้วน งงงม หลง“ศาสตร์นอกพุทธ”จม ไม่ฟื้น จึงเป็นเช่นเห็น“สม- เพช”สุด เศรษฐกิจเลยเตี้ยตื้น ต่ำด้วยทุนนิยม (7) “ไทยนิยม”คมชัดด้วย “ความจน” ผู้ฉลาดจึ่งเป็นคน สละได้ ผู้โง่ยิ่งพาตน ตกต่ำ แสวง“รวย” แก้เศรษฐกิจต้องใช้ ศาสตร์แท้พระราชา

“สไมย์ จำปาแพง” 29 ม.ค. 2561 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 332 ประจำเดือนมีนาคม 2561]

พ่อครูว่า… มาฟังความเห็นอื่นบ้าง

การเมือง.. เรื่องเงินๆ พัสณช เหาตะวานิช วันเสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561, 02.00 น. ประชาธิปไตยไทยนิยม…วาทกรรมประดิษฐ์ใหม่ อย่างไรคือ “ไทยนิยม” ส่วนตัวผมยอมรับ และออกตัวเลยว่า ชอบคำคำนี้ และไม่ต้องการให้คำคำนี้ กลายเป็นคำที่มีความหมายในทางไม่สร้างสรรค์ หรือกลายเป็นคำเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่งไปความหมายเดียว เพราะคำนี้ จะกลายเป็นคำสร้างสรรค์ทางการตลาดต่อประเทศไทยของเราที่เท่ได้

คุณบรรยง พงษ์พานิช ได้กรุณาเล่าให้ฟังครับว่า ในมุมมองของคุณบรรยงนั้น คำคำนี้กลายเป็นวาทกรรมประดิษฐ์ใหม่แห่งต้นปี 2561 ไปเสียแล้ว

คุณบรรยงแกสะท้อนไว้ว่า...

ได้ยินคำนี้หลายครั้งแล้วครับ แต่ยังไม่เข้าใจความหมายเลย ผมพยายามไปตามการอธิบายของท่านผู้ประดิษฐ์คำเท่นี้ขึ้นมา ก็ไม่เห็นมีสาระเนื้อหาอะไร นอกจากการเอาคำพูดมาเรียงๆกันไม่มีการสอดคล้อง หาแก่นสารไม่เจอ เหมือนนึกคำอะไรได้ก็พูดๆขึ้นมา อย่างที่ท่านไปอธิบายที่งานวันครูว่า “ประชาธิปไตยไทยนิยมของผม ก็เหมือนคนไทยชอบอะไรก็ชอบ รักอะไรก็รัก เกลียดอะไรก็เกลียด บางคนก็รักๆ เกลียดๆ เดี๋ยวข้างนี้บ้าง ไปเกลียดข้างโน้น ผมไม่เคยเกลียดใคร เพราะทุกคนคือค

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน