581122_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ รู้โลกและรู้เรา.docx
เนื้อหาในไฟล์
581122_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ รู้โลกและรู้เรา
ส.ฟ้าไท ว่า...พบกับรายการวิถีอารยธรรมอีกครั้งหนึ่งวันนี้วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2558 ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ปีมะแม เราก็จะจัดงานบุญล้อมข้าวกันในวันที่ 25 พ.ย. นี้ และวันพรุ่งนี้ที่ราชธานีอโศกจะมีการบวชสมณะขึ้นมาอีก 1 รูปก็ขอเชิญมาร่วมพิธีได้ที่แพโบสถ์ราชธานีอโศก วันนี้พ่อครูจะมานำเสนอเรื่องรู้โลกรู้เราซึ่งเขียนโดยท่านขุนน้อยจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ จะเปลี่ยนแปลงการศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงที่ครูก่อนถึงจะเป็นต้นแบบที่ดีแล้วจะเปลี่ยนแปลงสังคมก็ต้องเปลี่ยนแปลงที่ศาสนาก่อน เป็นความรู้ที่พ่อครูพาทำ พ่อครูว่า...เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ของผมผมก็พยายามเป็นอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านสอนก็ได้ขนาดนี้มาถึงทุกวันนี้เป็นความรู้ที่สุดยอดแล้วแล้วเราจะต้องเป็นให้ดีกว่านี้อีกเพราะรู้ว่ายังมีดีกว่านี้อีก ตอนนี้พวกนักคิดนักเขียนนักรู้ก็แสดงออกมาถึงความพัฒนาเป็นภาษาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์วันนี้ก็เขียนคำว่าโลก เอามาตั้งหัวเรื่องใน 3 คอลัมน์สำคัญคือคอลัมน์ของลีลา ณ บุบผากระบี่ของท่านขุนน้อยเขียนเรื่องว่า รู้โลกและรู้เรา สวนผักกาดหอมก็ขึ้นหัวเรื่องว่า โลกแห่งผลประโยชน์ และคุณเปลว สีเงินก็ขึ้นหัวข้อว่า โลกที่…ไทยเราอย่าหลงทาง เป็นนักคิดนักเขียนที่ได้รับการยอมรับในวงของวรรณกรรมนี้ ขนาดเปลวสีเงินก็ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ซึ่งสังคมมนุษย์ก็ได้เข้าใจคำว่าโลกสะดุดคำว่าโลกขึ้นมายังสำคัญคำว่าโลกนี้ยิ่งใหญ่เพราะมันกว้างมันใหญ่มันมากถึงขั้นเอกภพคือองค์ประกอบที่ประกอบกันเป็นสังขารโลกซึ่งมันบานออกไปเป็นปากกรวยนับไม่ถ้วนเป็นปฏิภาคทวีจนนับไม่ได้เลย แต่คนก็ไปมองออกนอกตัวไปหาโลกไปหมดไม่มองเข้าหาตัวเองไม่รู้ว่าความเป็นเราไม่รู้ความเป็นตนเอาศัพท์ของพระ
อ่านต่อ
พุทธเจ้าคือความเป็นกู พระพุทธเจ้าสอนให้รู้จักโลกและอัตตาเป็นสำคัญตั้งแต่พระสูตรแรกเลย ที่โบราณอาจารย์รวบรวมไว้คือพรหมชาลสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าก็เป็นเรื่องยากที่จะเรียนรู้โลกและอัตตากันเขาก็เถียงกันเรื่องนี้ คนไปหลงโลกภายนอกไม่ให้เรียนรู้อัตตาอย่างถูกจุดแล้วกำหนดกรอบให้แก่ตนเองให้มันลึกที่สุดใหญ่ที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้อย่างลงตัว อย่าให้มากเกินให้น้อยไว้ก่อน ใช้ศัพท์ว่า ปริตตัง เป็นสัดส่วนที่เราจะปฏิบัติไปเป็นอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิมุติไป คนไม่เข้าใจในอัตตาเหล่านี้ก็เลยเรียนรู้ไม่ได้ผลก็เข้าใจ
ซุนวูบอกว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ที่จริงมันก็ใช่ แต่ว่าของพุทธสอนให้รู้เราก่อน รู้อัตาตนเองก่อนแล้วจึงไปรู้โลก ต้องกำหนดกรอบที่ตนให้มั่นแล้วถึงจะไปเรียนรู้โลกได้กว้างขึ้นตามที่เรามีผลสำเร็จและมีความเก่งกล้าสามารถอย่างแท้จริง เป็นเบื้องต้นท่ามกลางบ้านปลายที่งาม ไปอย่างราบเรียบไม่ขรุขระ ลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเลน่าอัศจรรย์ อย่าไปอยากใหญ่อยากโต แล้วอย่าไปโง่ วนเวียนซ้ำในสิ่งที่ตนเองได้แล้ว บางคนพึ่งตนเองรอดแล้วก็หลงตนเอง ว่าฉันมีที่พึ่งแล้วเป็นเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง
รู้เราและรู้โลก โดยท่านขุนน้อย ไทยโพสต์ ณ ลีลาแห่งบุปผากระบี่
หลังๆ มานี้...ผู้คนในบ้านเราหันมาให้ความสนใจในเรื่องโลก เรื่องต่างประเทศ กันมิใช่น้อย จะด้วยเหตุเพราะโลกมันแคบขึ้น หรือด้วยเหตุอื่นใดก็แล้วแต่ แต่ย่อมถือเป็นสิ่งที่เข้าท่า เข้าทาง อยู่พอประมาณ เหมือนอย่างที่นักคิด นักปราชญ์ รุ่นก่อนๆ ท่านเคยเอ่ยเอาไว้เป็นวาทะนั่นแหละว่า เท้าของคนควรปักอยู่ในประเทศเขา แต่ดวงตาควรสำรวจดูโลก อะไรประมาณนั้น...
คือถ้าเทียบกับยุคอดีต ที่ก่อนเก่าคนเรายังโง่อยู่ ไม่ว่าจะเกิด สงครามระดับโลก อย่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ก็ตาม ส่วนใหญ่...เราแทบไม่รู้เหนือ รู้ใต้ ตามอะไรไม่ค่อยจะทัน ส่งผลให้โลกมันกลายเป็นฝ่ายเล่นงานเรา ล้อมเรา กดดันเรา หรือชักจูงให้เราต้องออกอ่าว ออกทะเล กันมาโดยตลอด วิกฤติเศรษฐกิจในระดับโลก ที่ส่งผลให้โครงสร้างระบบราชการไทย กระเทือนไปทั้งโครงสร้าง เกิดการ ดุลข้าราชการ หรือปลดระวางข้าราชการไปเป็นแผงๆ กลายเป็นตัวสร้าง เงื่อนไข ให้กับ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือทำให้ เหตุปัจจัยภายนอก กลายเป็นตัวกำหนด เหตุปัจจัยภายใน ไม่ว่าช่วงเวลานั้นๆ จะเหมาะสม สอดคล้อง สุกงอมเพียงพอแล้วหรือยัง
การรัฐประหาร...ในแบบที่ไม่ได้ต่างอะไรไปจาก คสช.ยุคนี้ จึงนำมาซึ่ง ระบอบประชาธิปไตย นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 เป็นต้นมา แต่ก็ด้วยเหตุเพราะ โลก หรือเพราะ เหตุปัจจัยภายนอก อีกนั่นแหละ ที่ทำให้ประชาธิปไตยไทยๆ ต้องล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด อันเนื่องมาจากความขัดแย้งของอภิมหาอำนาจที่พยายามแบ่งโลกออกเป็น 2 ฝ่าย 3 ฝ่าย โดยที่ต่างฝ่าย ต่างพยายามเข้ามามีบทบาท อิทธิพล แทรกแซง ยุแยงตะแคงรั่ว จนนักประชาธิปไตยทั้งหลาย ต้องหันมาทะเลาะกันเอง ทหารประชาธิปไตยต้องแปรสภาพไปเป็นทหารเผด็จการ และประเทศไทยทั้งประเทศ ต้องกลายเป็นเครื่องมือ ของมหาอำนาจฝ่ายหนึ่ง ในการต่อสู้เล่นงานมหาอำนาจอีกฝ่าย หรือกลายเป็นด่านหน้าในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้...
อดีตนายทหารรุ่น สงครามเกาหลี หลายต่อหลายราย เคยรำพึงถึงอดีตให้ฟังว่า ในช่วงระยะนั้น...แม้แต่ประเทศเกาหลีที่ทหารไทยถูกส่งไปตาย ไปรบกับคอมมิวนิสต์จีน คอมมิวนิสต์เกาหลี หลายต่อหลายรายยังนึกภาพไม่ออก ว่ามีรูปร่าง หน้าตา ออกมาในแนวไหนกันแน่ ถึงกับเคยกระเซ้า เย้าแหย่ ว่าเวลาปัสสาวะที อาจต้องคอยเด็ดทิ้งอะไรประมาณนั้น ส่วนสิ่งที่เรียกว่า คอมมิวนิสต์ นั้น มีรูปร่าง หน้าตา อย่างไร...แทบไม่พูดถึง โดยจินตนาการ ดูจะหนักทางผี ปีศาจ ซอมบ้ง ซอมบี้ อะไรไปโน่น ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นมนุษย์มนา เป็นสิ่งที่มีเลือดเนื้อ ชีวิต แบบคนปกติธรรมดาโดยทั่วไปเอาเลยก็ว่าได้ ต่างไปจากทหารยุคปัจจุบันแบบคนละเรื่อง คนละม้วน ที่ถึงขั้นเอ่ยปากสารภาพรัก นับญาติกับรัฐมนตรีต่างประเทศคอมมิวนิสต์จีนแบบชนิดใครต่อใครถึงกับตกตะลึงตาค้าง เช่น อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นต้น...
ด้วย ความไม่รู้โลก-รู้เรา นี่เอง...ที่ทำให้ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ต้องออกอ่าว ออกทะเล ต้องกลายเป็นศัตรู คู่ปรปักษ์ กับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม ลาว กัมพูชา แถมยังต้องหันมาเข่นฆ่า ล้างผลาญ ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ต่อเนื่อง ยาวนาน ไม่น้อยกว่า 4-5 ทศวรรษ อีกทั้งยังส่งผลให้ประชาธิปไตยไทยๆ ต้องล้มลุกคลุกคลาน วนไป-วนมา ไม่ยอมไปไหนซักกะที เพราะถ้าอยากไปไหน มักหนีไม่พ้นต้องหันไปเอ่ยถามคุณพ่ออเมริกาซะจนเคยตัว ไม่ก็หันไปถามยุโรป ที่ต่างพยายามสร้างมาตรฐานครอบงำโลกทั้งโลกมาโดยตลอด...
แต่ด้วยเหตุที่โลกมันแคบลง หรือแคบขึ้น ก็แล้วแต่...การหันไปให้ความสนใจในเรื่องโลก เรื่องต่างประเทศ จนอาจนำมาซึ่งการ รู้โลกและรู้เรา นี่เอง ที่น่าจะทำให้ประเทศไทยเกิดความเป็น อิสระ ขึ้นมาได้มั่ง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อย...ก็ในทาง ความคิด หรือ ปัญญา ไม่ต้องจมอยู่กับรูปแบบ มาตรฐาน ที่ไปๆ-มาๆ มันไม่ได้มีมาตรฐานใดๆ สักเท่าไหร่ หนักไปทาง 2 มาตรฐานซะเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานในทางประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่...
อีกทั้งการ รู้โลก ทุกวันนี้...ก็ไม่ได้ถึงกับลำบาก ยากเย็น อะไรมากมาย แค่ลองกดปุ่มแวะไปเยี่ยม เสธ.น้ำเงิน เสธ.ทนง ไม่ก็ เสธ.ไพศาล ฯลฯลฯลฯ ตามเฟซบุ๊กต่างๆ ก็คงพอได้ข้อมูล ความรู้ แปลกๆ ใหม่ๆ ติดไม้-ติดมือ มาบ้าง ส่วนจะจริง-ไม่จริง ถูกหรือผิด นั่นคงต้องตัดสินใจกันเอาเอง แต่อย่างน้อย...ถือเป็น ทางเลือก ที่มากไปกว่าบรรดาข้อมูล ความรู้ ที่ถูกยัดเยียดให้โดยสำนักข่าวกระแสหลัก ซึ่งมักออกไปทางบิดเบือน เบี่ยงเบน มุ่งที่จะครอบงำใครต่อใครเหมือนอย่างที่เคยครอบงำมาโดยตลอด...
ความเป็น อิสระ อันมีที่มาจากการ รู้โลกและรู้เรา นี่เอง...ที่อาจทำให้วันใด-วันหนึ่ง ประชาธิปไตยบ้านเรา อาจไม่ต้องวนไป-วนมา แบบเดิมๆ เอาเลยก็ไม่แน่!!! เพราะใครก็ตามที่ไปคว้าเอามาตรฐานประชาธิปไตยแบบอเมริกา ยุโรป ซึ่งกำลังเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่าชัง ยิ่งขึ้นทุกที มาใช้เป็นบรรทัดฐาน อ้างอิง แบบก่อนๆ นอกจากจะเป็นอะไรที่ เชยซ์ซ์ซ์ซ์ ไม่เสร็จ เผลอๆ...อาจออกไปทางผู้ร้าย หรือดาวร้าย ซะอีกต่างหาก เนื่องจากการปะทะขัดแย้งในโลกทุกวันนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นตัวแบ่งฝ่าย ธรรมะ และ อธรรม ให้เห็นโดยชัดเจน แต่ยังเป็นตัวตอกย้ำเอาไว้ด้วยว่า ระบอบการปกครองใดๆ ก็แล้วแต่...มีแต่จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐาน ธรรมะ หรือมี ธรรม กำกับเอาไว้เท่านั้น ถึงจะยังประโยชน์ให้แก่ผู้คนภายในประเทศ และต่อมวลมนุษย์ในโลกได้อย่างจริงๆ จังๆ...
บทความของผักกาดหอมก็ไม่เลว เอาสถิติโลกมายืนยันอย่างน่าคิด
โลกแห่งผลประโยชน์...โดย ผักกาดหอม เมื่อเช้ามืดวันพุธที่ฝรั่งเศส มีเหตุยิงปะทะกันอีกรอบ นั่นเป็นปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่ถล่มปารีสไปเมื่อวันก่อน รอบใหม่นี้คนร้าย ตาย-เจ็บ ไปหลายคน ส่วนเครื่องบินรบฝรั่งเศส ทิ้งระเบิดโจมตีเมืองรักกา ฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสในซีเรีย หลายระลอกตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัสเซียร่วมวงถล่มเมืองนี้ด้วย หลังได้รับการยืนยันว่าเครื่องบินโดยสารรัสเซียลำที่ตกในอียิปต์ถูก ก่อวินาศกรรมโดยไอเอส จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 224 ราย มีการสรุปตัวเลขว่า การโจมตีของฝรั่งเศสและรัสเซีย สามารถสังหารกลุ่มไอเอสได้หลายสิบคน อีกด้านหนึ่งในโลกไซเบอร์ นำภาพชาวซีเรีย ที่อ้างว่าตกเป็นเหยื่อของการโจมตีในครั้งนี้ มีทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนชรา นี่คือสงครามที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งสงครามที่ใช้อาวุธ และสงครามข่าวสาร มีทั้งคนที่สูญเสีย และฝ่ายที่รับทรัพย์ นั่นทำให้ช่วงนี้ประเทศในตะวันออกกลางทุ่มเงินซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กันเป็นว่าเล่น เพราะกลัวอิทธิฤทธิ์ของไอเอส ไปดูตัวเลขการซื้อขายอาวุธสงครามเมื่อปีที่แล้วกันหน่อยครับ อเมริกายังคงเป็นแชมป์ผู้ส่งออกเครื่องจักรสังหาร ด้วยมูลค่า 23,700 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยรัสเซีย ขายอาวุธสงครามได้มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ อันดับถัดมาคือ ฝรั่งเศสมูลค่า 4,900 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยอังกฤษ ขายได้มูลค่า 4,100 ล้านดอลลาร์ เยอรมนี ขายได้มูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ ลูกค้าอาวุธส่วนใหญ่คือตะวันออกกลาง และอาเซียน ตะวันออกกลาง คือจุดที่น่าสนใจ เพราะมีการเร่งจัดหาอาวุธเพื่อเอาไว้ทำสงครามกับกลุ่มไอเอส หรือเอาไว้ต้านหากถูกกลุ่มไอเอสเข้าโจมตี สดๆ ร้อนๆ รัฐบาลอเมริกาอนุมัติขายระเบิดนำวิถีลอตใหญ่ มูลค่า 1,290 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46,400 ล้านบาท) ให้แก่ซาอุดีอาระเบีย เห็นการซื้อขายอาวุธด้วยตัวเลขขนาดนี้ เกิดคำถามครับว่า แล้วไอเอสจะสู้ได้หรือ จะไปเหลืออะไร เพราะมันเหมือนถูกรุมยำ ไอเอส ไม่ใช่นักรบที่สิ้นไร้ไม้ตอกครับ รวย! ขอบอก ไม่ใช่แค่กลุ่มก่อการร้ายที่ดูโหด เดี๋ยวจับตัดคอ เดี๋ยวเผาทั้งเป็น แต่ยังเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางด้วย บ่อน้ำมันที่อยู่ในความครอบครองของไอเอส มีอยู่นับสิบบ่อ ทำเงินได้มหาศาล แล้วใครเป็นลูกค้า? "ปูติน" ไปประจานระหว่างเข้าร่วมประชุม จี20 ว่า พบข้อมูลบ่งชี้ว่ามีปัจเจกบุคคลที่เป็นเอกชนให้เงินสนับสนุนไอเอสหน่วยต่างๆ รัสเซียพบว่าเงินเหล่านี้มาจาก 40 ประเทศ และมีชาติสมาชิกจี20 รวมอยู่ด้วย กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือ จี20 มีใครบ้าง ประกอบด้วยประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ (จี8) คือ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เยอรมนี รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศระบบเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่อีก 11 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และตุรกี ลองจิ้มดูครับว่า เอกชนของประเทศไหนสนับสนุนไอเอส เงินหมุนไป อาวุธสงครามสะพัด มีสักกี่ประเทศที่ได้ประโยชน์. ฟังแล้วทำให้เห็นว่านี่หรือคือปฏิบัติการของมนุษย์ที่หลงตนเองว่ากำลังเจริญ มันกำลังเจริญหรือจะเสื่อมหนัก โหดเหี้ยมเลือดเย็นแล้วหลอกได้ซับซ้อนรอบด้าน มันคืออะไรกันแน่ มาฟังบทความคุณเปลว สีเงิน บ้าง พระพุทธเจ้าสอนให้เราเรียนรู้โลกกับอัตตา คำว่า i หรือ w คืออัตตา ถ้าผู้ใดมีอำนาจสูงก็ครองอำนาจใหญ่ ก็หลงกันเช่นนี้ ทีนี้พระพุทธเจ้าท่านเรียนรู้แล้ว ทำให้เรียนรู้ตัวเราเองแล้วเรียนรู้องค์ประกอบที่ปรุงแต่งเป็นธรรมชาติ 2 ปรุ่งแต่งเป็นธรรมะ 3 ที่น้อยที่สุดคือวิญญาณในวิญญาณก็มีธรรมะ 2 เป็นพลังงาน เป็นพลังงานเราต้องแยก เป็นพลังงานเราต้องแยกส่วน เราก็แยก ธรรมะ2 นี้ที่เป็นตัวดีหรือตัวเลวเป็นตัวชั่วหรือตัวดี ตัวอกุศลหรือตัวกุศล แล้วกำจัดตัวเหตุคืออกุศลให้ขึ้นเครื่องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ธรรมะ 2 นี่แหละ ทรงแต่งตั้งเป็นวิญญาณเป็นธรรมะ 3 ทำให้เป็นหนึ่งเป็นเอกบุรุษให้เป็นพลังงานที่มีความรู้โลกหนึ่งเดียวก่อนและเรียนรู้โลก 2 แล้วรู้โลก 3 ไปเรื่อยจนถึง 9 ทดเป็น 10 ก็จะมีพลังแข็งแรงที่ตัวเองแล้วจะรู้อยู่กับคนอื่นอย่างมีประมาณ เรียกว่าโลกะวิทูเรารู้เราแล้วเราจะคำนวณได้แม่น เรารบร้อยครั้งก็จะชนะร้อยครั้งจริงๆ แล้วเป็นการรบที่ประเสริฐสุดเป็นการรบที่สวยงามสุด ขออภัยที่ต้องยกตัวอย่างว่าอาตมาพาพวกเราไปรบอย่างจอมยุทธ เคล็ดวิชาการรบของชาวอโศกคื อสงบสันติอหิงสา ไม่ต้องไปซื้ออาวุธจากอเมริกาอังกฤษฝรั่งเศสรัสเซียเลยเรามีมือเปล่ากับเครื่องไม้เครื่องมือที่จะไปช่วยคนอื่น เมื่อออกไปรบแล้วปรากฏว่าอาวุธสงบสันติอหิงสาชนะมาอย่างสง่างาม แต่คนก็ยังมองไม่ออกฟังไม่ขึ้น แต่เรารบอย่างสง่างามอย่างสุภาพเป็นความดีงามซึ่งคนอื่นอาจเข้าใจได้ยาก แต่อาตมาเข้าใจว่าเมืองไทยเข้าใจได้ ถ้าไปทำในซีเรียอาจจะตาย ยิ่งไปกลางอเมริกาก็ตาย ไปทำอย่างนี้นะ มันมีอำนาจพิเศษที่อาจเรียกว่าพระเจ้ามีอำนาจทำให้เป็นไปได้ มันเป็นเรื่องของจิตใจเป็นหลักประเทศไทยเป็นไปได้ใครจะว่าจะมาเป็นนอสตราดามุสหรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่มีปัญหาอะไรพูดความจริงให้ฟัง ถ้าใครไม่เข้าใจโลกก็จะถูกโลกดึงออกไป มันมีอิทธิพลดึงเราไปสำหรับคนโง่ก็จะไปหลงโลกแล้วลืมอัตตาลืมตัวเอง ไม่มีอัตตัญญุตาไม่มีมัตตัญญุตาไม่เข้าใจองค์ประกอบของปริสัญญุตาก็จะพลาดหลงตลอดไปกับโลกเขา บางคนก็หลงรักตัวเองมากเกินไป ทั้งหลงที่จะไปเป็นทาสของคนอื่นและหลงรักตัวเองมากเกินไป ถ้าผู้ที่หมดตัวหมดตัวแล้วหมดกิเลสจะมีดวงตามองเห็นโลกแล้วจัดสัดส่วนที่จะเอามาทำประโยชน์อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อวดดีที่จะเอามากเกินไปทำอะไรใหญ่โตเกินจริงอย่างประโยชน์สูงประหยัดสุด ผู้ที่เข้าใจก็จะจัดกรอบของตัวเองได้พอเหมาะ ทำเกินทำมากเกินไปจะเสียผล ถ้าจำกัดได้พอเหมาะจะได้ผลดี ถ้าน้อยไปใครเคยทำจะดีกว่ามากไปแล้วจะเสียอย่าให้เกิน ถ้าไม่จำเป็น ต้องเอาสัก 80 เปอร์เซ็นต์หรือ 90 เปอร์เซ็นต์จึงจะมั่นใจในการทำท่าแค่ 70 เปอร์เซ็นต์นั้นก็ต้องจำเป็นจริงๆถึงจะทำสวน 50% 60 เปอร์เซ็นต์ไม่ควรเสี่ยงทำ ถ้าเป็นซุนวูรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งแต่ถ้ามาเจอชาวอโศกเป็น invisible man เขามองเราไม่ออกเดาเราไม่ได้ ว่ามันมาอย่างไรนะมันจะมาเอาอะไรมาสู้นะเจ้ามือเปล่ามาสู้กับลูกระเบิดแล้วมันจะสู้อย่างไรแล้วเราจะมีฤทธิ์มีอำนาจจากที่ไหนมา แต่เราก็ทำอย่างจริงจังไป มันมี 2 ครั้งที่ได้ผลอย่างเห็นผล ซึ่งครั้งหลังนี้มีตำรวจมาปราบเราก็ต้องถอยกรูดไปยังไม่เป็นขบวนทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรเขาเลยเราก็นั่งประนมมือนอนหมอบ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของโลกเราจะชนะด้วยวิธีนี้แหละ พ่อเราตายแล้วก็เกิดใหม่ ศาสนาเทวนิยมเขาบอกว่าตายเพื่อพระเจ้า แม่ไปรบก็ไปรบอย่างสุดประเสริฐไป ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยราบรื่นง่ายงามสงบเย็นไม่รุนแรงเป็นไปอย่างดีงามที่สุด เพราะเหตุว่าเราได้เรียนรู้เข้าใจตนเองตั้งแต่ 2 หน่วย 3 หน่วยล้างกิเลสไป แล้วก็จะเกิดตัวตนที่ใหญ่ขึ้นที่ประเสริฐขึ้นที่เป็นคุณงามความดี หรือเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าซึ่งมีพลังงานพิเศษจริงๆ ก็ค่อยๆโตขึ้นตามสัจจะธรรมจึงไปช่วยโลกได้และเป็นเรียนรู้โลกแล้วค่อยเป็นไป อย่างซุนวูว่าคือรู้เขารู้เราทำโดยประมาณมีสัปปุริสธรรม 7 แม้ที่สุดเขาไม่อยากให้เราไปทำแต่เราเห็นแล้วว่าควรจะไปทำเขาทรมานเราก็ไปช่วยเขาทำ อาตมาใช้สัปปุริสธรรม 7 กับมหาปเทส 4 ในการประกอบการทำ ในการช่วยคนอื่นจึงจำเป็นต้องช่วยตนเองให้รอดก่อน พระพุทธเจ้าสอนว่าต้องทำคุณอันสมควรให้ตนเองก่อนช่วยผู้อื่นจึงไม่มัวหมอง ถ้าตนเองอย่างบ้าบ้าบอบออยู่ก็อย่าไปเชื่อคนอื่นก็จะทำให้เลอะเทอะยิ่งขึ้น เป็นสัจจะที่ไม่มีใครเถียงได้เลย ให้มีตัวเราหรือมีอัตราที่ไม่มีภัยต่อตัวเองไม่มีภัยต่อผู้อื่น เราจะมีสัปปุริสธรรมและมหาปเทสเพราะรู้โลกโดยรู้ตน จะทำความดีอย่างประโยชน์สูงประหยัดสุด นี่คือความรู้โลกและรู้เราไม่ใช่อยากใหญ่อยากรู้มากแต่ตนเองไม่รู้เลย อวดตัวตนอวดดีไปเรื่อย พวกนักรบในห้องแอร์หรืออยู่ในสมองเอาแต่นักรู้เอาเข้าจริงไม่กล้าที่จะออกไปสู้ในสนามรบพวกนี้ทำงานอะไรก็ไม่สำเร็จการเรียนรู้ทุกวันนี้เอาแต่รู้ฉลาดแต่ไม่รู้ตัวเองไม่สร้างพลังให้แก่ตัวเองได้แต่รู้แต่ไม่จริงนะเขาก็เอาความรู้เหล่านั้นมาป้องกันตัวเอง ทำอะไรไม่ได้คนเรานี้ไม่แข็งแรงดีไม่ดีไม่เอาภาระ คนที่ทำงานอะไรก็ไม่สำเร็จ ถ้าไม่ประกอบด้วย 5 ประการนี้ 1ไม่มีการศึกษา 2 ไม่รู้จริง 3 ไม่เอาภาระ 4 ไม่กล้า 5ไม่เด็ดขาด พวกที่ไม่ศึกษาก็เป็นพวกผีตองเหลืองไม่ศึกษา หรือบางพวกศึกษาแต่ไม่รู้จริงก็ไม่ได้ผลหรือไม่รู้จริงแต่ไม่เอาภาระก็จะไม่เข้มแข็งในตัวเอง ไม่มี 7 ต่อมีแต่นักรู้ฉลาดแบบสัญญาไม่ครบ 6 ไม่มีปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ สัมมาทิฏฐิ องค์แห่งมรรค แต่แม้จะเอาภาระก็ไม่กล้าก็มี ซึ่งพาดพิงไปถึงพลเอกประยุทธ์ก็มีการศึกษา บางเรื่องรู้มากกว่าอาตมาอีก ถ้ามีเวลาอาตมาก็มักจะไม่พลาดฟังพลเอกประยุทธ์พูดควรรู้จริงหรือไม่จริงก็แล้วแต่ ใครจะมีปัญญารู้ว่าที่มากนี้มันจริงหรือไม่ก็ของใครของมันอาตมาไม่ใช่ผู้พิพากษา แต่เห็นว่าเขาภาระได้มากและมีความกล้าได้พอใช้ได้เลยในบรรดานายก 29 คนที่ผ่านมาของประเทศไทย นายกบางคนก็ดูดีดีได้มาพบอาตมา เขามาพูดคุยกลับไปแล้ว มีคนถามว่า เป็นยังไงได้คุยแล้วนายกฯคนนี้ก็บอกว่าท่านเป็นอรหันต์ก็คุยกับอาตมาที่ห้องภาพสุวรรณนั่งคุยรายชั่วโมงนายกฯคนนั้นบอกก็ได้คือนายกฯสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกคนนี้มีปัญญาจริงแต่ ได้รับฉายาว่ามะเขือเผา มีปัญญาแต่ไม่มีเจโต เขาได้เป็นใหญ่ครบ 3 สถาบันบริหารของชาติ ตอนนี้นายกฯคนที่ 29 ก็ตีกลองเชียร์จนเจ็บมือแล้ว ดูว่าใช้ได้ แต่ว่ามีอีกอันหนึ่งคือยังไม่ค่อยเด็ดขาดนะ แต่ก็มีความกล้าเด็ดหลายอย่างอาจจะประมาณตามจริงของท่านคล้ายๆเด็ดไปแต่อาตมายังไม่เห็นทีเด็ด ดูตามแล้วยังไม่เห็นให้คะแนนวันสุดท้ายยังไม่ครบถ้าจัดการอันนี้ ทั้งทางโลกคือเรื่องทักษิณยิ่งลักษณ์ที่เป็นเรื่องใหญ่อันนี้ถ้าจัดการได้เส้นทางธรรมะก็ต้องจัดการธัมมชโยถ้าเอาสองอันนี้ลงได้อาตมาว่าให้คะแนนเต็มเลยเด็ดขาดด้วย มีพระราชินีอังกฤษบอกว่าไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้เห็น king of king อาตมาก็ว่าไม่ได้คิดว่าจะเจอนายกแห่งนายกที่เห็นมาแล้ว 28 คนคนนี้คนที่ 29 พระพุทธเจ้า สอนให้รู้เราคืออัตตาจัดสัดส่วนให้ดี บางคนได้ดีแล้วพอ พึ่งตัวพึ่งตนเองได้รอดขนาดนี้ แต่พอไม่ชอบใจในหมู่คนดีนี้ก็แยกตัวออกมาไม่ช่วยไม่ให้ความร่วมมือยังกลัวแปดเปื้อนไม่กล้าจริงก็ไม่เอาภาระที่จะเข้าไปร่วม ต้นเองก็เอาตัวรอดหมู่ได้ดีแล้วก็ไปร่วมคนอย่างนี้ก็จะมีในอโศกคนอย่างนี้มีเพื่อนตัวเองรอดได้ ถ้าพวกนี้สู้ไปจนตายคุณก็จะเข้ามาบอกว่าเห็นไหมเห็นไหม แต่ถ้าหมู่ไปได้ก็จะค่อยค่อยเข้ามาเสนอหน้าใหม่ เรื่องอัตตานี้เป็นเรื่องลึกซึ้งๆ คนที่เอาภาระจะไม่หนีไปง่ายๆ กล้าตายกับหมู่เพราะไม่มีตัวเอง แต่ถ้ามีตัวเองก็จะเอาของตัวเอง แต่ถ้าไม่มีตัวเองก็จะยกให้หมดโ ดยเข้าใจดีว่าหมู่นี้แน่ชัดว่าเป็นหมู่ที่ถูกต้อง จะเกิดในองค์ประกอบของประเทศไหนก็ตาม ก็ต้องเลือกหมู่ที่คุณเลือกได้ ถ้าอยู่อเมริกาคุณเห็นว่าที่นี่ดีก็มาที่นี่ ที่นี่ก็ต้อนรับไม่ว่าสัญชาติไหนเชื้อชาติไหนที่นี่ก็ไม่ว่า แต่อาตมาไม่อาจทำกว้างไปถึงต่างประเทศ แค่ทำในประเทศไทยให้เป็นองค์รวมให้ดีก่อน อาตมาไม่กล้าทำบ้าบิ่นแบบหลวงพ่อชาหรือธรรมกายไม่คิดเลยว่าจะทำแบบนั้น ผู้มีการศึกษาที่ถูกต้องก็จะเอาภาระและจะเป็นผู้เด็ดขาดมีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องเรียนรู้เป็นลำดับการที่จะไปทำบ้างทำใหญ่เกินไปมันไม่ง่าย ถ้าทำให้น้อยไว้ ปรับปรุงตนเองไว้เพิ่มขึ้น แม้มันจะน้อยไปหน่อยก็ไม่เสียจะมั่นคงแข็งแรง แต่ถ้ายิ่งพอดีก็จะได้สัดส่วนแต่ถ้ามากไปแล้วนี่เสียแล้วก็ต้องมาทำใหม่ทวนอีกมันซ้ำซ้อน มันไม่เป็นลำดับอย่างมหัศจรรย์มันมีความขรุขระและย้อนไปย้อนมาไม่เสร็จสักที การประมาณที่น้อยไว้สำคัญกว่าประมาณมากไป สำหรับตนเองให้ประมาณน้อยไว้สำหรับคนอื่นให้ประมาณมากไว้ เพื่อให้ตนเองน้อยไว้แล้วให้คนอื่นให้มากไว้จะมีห.ร.ม. และค.ร.น. ส.ฟ้าไทว่า ถ้าเราไม่ฟังพ่อครูก็ประมาณผิด ถ้าเราไม่ฟังหมู่ก็ประมาณผิด ต้องฟังทั้งสอง ด้าน พ่อครูว่า...ส่วนตัวผมต้องประมาณทั้งในหมู่เราและข้างนอกด้วยและมีผมด้วย ส.ฟ้าไทว่า อย่างผมต้องประมาณหมู่ ประมาณตน และฟังพ่อครูด้วย ผมก็ไม่ได้ไปมองโลกเขา กับเรื่องโลกนี้เราต้องให้ให้หมู่กับผู้นำประมาณให้แต่ถ้าเราตัดต่อไปก็จะมีตัวเรา ถ้าเราไม่เก่งก็มีเรามีหมู่มีหัวหน้า แต่ถ้าเราเก่งแล้วเราก็มองออกไปข้างนอกได้ แล้วให้หมู่ช่วยมองออกไปเป็น 4 เป็น 5 มีความสามารถก็ค่อยรู้กว้างขึ้นเก่งขึ้น ถ้าเราเจียมตนก็จะพึ่งหมู่กับหัวหน้า ความเป็นโลกเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาแล้วเป็นเรื่องขยายออกไปอย่าผลีผลามแล้วเราจะช่วยโลกได้อย่างไม่เสียถ้าไม่พลาดท่าถ้าไม่เช่นนั้นเราช่วยโลกแล้วเสียถ้าพลาดท่าก็จะตายไปกับโลกเขาไม่ได้ประโยชน์อะไร ที่กำลังพูดนี้เป็นพิชัยยุทธสงคราม แบบสายธรรมะที่ไม่ใช่ฆ่าแกงความรุนแรงให้เกิดความพยาบาทที่เราจะมีศัตรูเพิ่มขึ้น การประมาณอย่างดีจะไม่เกิดศัตรูเพิ่มขึ้นแต่กลับเกิดมิตรเพิ่มขึ้นไปเรื่อย เราจะได้มิตรที่มีปัญญาเพิ่มเติมขึ้น จะต้องเรียนรู้ตัวตนอัตตาไปตามลำดับ ให้เกิดตนเองที่มีประสิทธิภาพมีปัญญามีความรู้อย่างแท้จริงแล้วมีคุณสมบัติคุณภาพปริมาณขยายออกไปอย่างได้สัดส่วน นั่นคือเราก็จะช่วยโลกไปทำอะไรร่วมกับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างมีคุณภาพไม่เสียผลไปได้เรื่อยเรื่อย จะท้าวความถึงครูจำลอง ทิ้งสุข ที่ได้หยิบมาอธิบายแล้ว โดยความเห็นหลายอย่างก็ดี แต่ไม่ครบถ้วน เจตนาดี โดยการเห็นว่าอาตมาไม่ควรจะไปตำหนิอะไรกับธรรมกายอาตมาก็มีการประมาณการตัดสินการวินิจฉัยเอาที่อาตมาเห็นว่าควรก็แสดงความเห็นออกไป โดยจะขยายความเพิ่มเติม ออกไปจากคราวที่แล้วอีก คนที่เป็นนานาสังวาสตามความหมายของพระพุทธเจ้าคำว่านานาสังวาส เป็นเรื่องอิสระเสรีภาพสูงสุดเป็นหลักวิชาเป็นเคล็ดวิชาที่พระพุทธเจ้าสรุปความเป็นอิสระความยุติธรรมสมบูรณ์ที่สุดให้แก่สองฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายใหญ่หรือฝ่ายน้อย ฝ่ายเล็กฝ่ายใหญ่ ในโลกนี้ก็มีสองฝ่ายให้มีสิทธิ์ที่จะแยกตัวออกมา อย่างบอกกันให้รู้ดีๆว่าขอแยกมา หมู่ใหญ่ก็มีสิทธิ์แยกออกจากหมู่น้อย หมู่น้อยก็มีสิทธิ์แยกจากหมู่ใหญ่เหมือนอย่างของพระพุทธเจ้าถือว่าของพระพุทธเจ้าเป็นฝ่ายใหญ่ ของพระเทวทัตก็มีหมู่ของท่าน ท่านประกาศอย่างนี้ก็แยกกันทำ แม้พระเทวทัตก็ไม่ทำนิกาย แต่ทำนานาสังวาสอย่างนี้เป็นต้น อาตมาเองเป็นหมู่น้อย ส่วนพระพุทธเจ้าท่านเป็นหมู่ใหญ่ท่านประกาศนานาสังวาส แต่ก็ทำได้ทั้งสองนัย เป็นหมู่ใหญ่ประกาศไม่เอาหมูน้อย หมู่น้อยไม่เอาหมู่ใหญ่ ไม่ใช่การไล่แต่เป็นการประกาศนานาสังวาสอย่างผู้ดี แต่คำว่านานาสังวาสมีสิทธิ์ที่จะปฏิกโกสนา อันนี้แหละที่เขาเข้าใจไม่ได้คือปฏิกโกสนา คือเมื่อผู้เป็นนานาสังวาสที่ไม่ใช่อสังวาส คำว่าอสังวาสนี้สูงกว่าพรหมทัณฑ์คุณจะเป็นจะตายอย่างไรก็ไม่สนใจในเรื่องให้ธรรมะ นานาสังวาสนั้นบอกประกาศทวงแย้งอย่างหนัก เพราะมันยังร่วมกันอยู่ไม่ได้ตัดขาดจากกัน บอกยังปรารถนาดีนะเหนื่อยนะถ้