สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ฤาษีมีแต่อัปปนา พุทธะมีสติละเอียดเป็นลำดับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ฤาษีมีแต่อัปปนา พุทธะมีสติละเอียดเป็นลำดับ อาตมาผ่านมาจริงจึงรู้ระดับต่อจากนี้เราก็เป็นมหาโพธิสัตว์ระดับ 8 ของเราระดับ 7 แล้วก็จะไปเป็นระดับ 8 มหาโพธิสัตว์สูงสุดขึ้นไปก็จะเป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอันดับที่สูงสุดเป็นสัมมาสัมโพธิญาณ มันก็มีหลักฐานอาตมาเอามาบรรยาย อาตมาเองเป็นคนที่กล่าวถึงโพธิสัตว์ พระสมณะโคดมเป็นระดับที่ 9 ระดับที่ 8 เป็นมหาโพธิสัตว์ ก็มีความซับซ้อนกันคล้ายๆกันเรียนกันมา ของพราหมณ์ก็ก้าวเหมือนกันอย่างนี้เป็นต้น เป็นปางต่างๆ ถ้ามันมีเนื้อหาแล้วอธิบายเทว พราหมณ์พวกนี้ก็เป็นเทวคู่เหมือนกับอิตถีภาวะกับปุริสภาวะ เทวนี้ก็ยึดมั่นถือมั่นก็เป็นเทวนิยม พราหมณ์ เมื่อมาตีแตกแยกแยะได้ก็มาเป็นพุทธอย่างที่เราเป็นกัน พราหมณ์จะมีลักษณะผู้ที่ยึดมั่นถือมั่นในปางต่างๆ เป็นส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ เราก็จะเห็นเป็นความลึกซึ้งเป็นลำดับ การไปหลงผิดว่าการนั่งหลับตาเป็นสมาธิแน่วแน่ ก็ได้แน่วแน่อยู่อย่างนั้นไม่คลี่คลายออกจากความแน่วแน่มีแต่อัปปนาตัวเดียว อยู่ในภพภายในไม่คลี่คลายไม่พัฒนา พยัปปนา เจตโส อภินิโรปนา ถึงจะมีพัฒนาการสูงขึ้นไปกว่านั้นก็ไม่เกิดได้ แต่แน่วแน่ อัปปนาอยู่อย่างนั้นแหละ เพราะมันไม่สมบูรณ์ด้วยการจะมาพบสัตบุรุษฟังธรรมจากสัตบุรุษอย่างเต็มที่ยินดีบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงไม่บริบูรณ์ในอวิชชาสูตร จักร 4 ก็ตาม ปัญญาวุฒิ 4 ก็ตามไม่บริบูรณ์ ฟังธรรมไม่บริบูรณ์ คบหาสัตบุรุษไม่บริบูรณ์ หรืออ่านแล้วตีความเองหรือเชื่ออรรถกถาจารย์มากกว่าอาตมา เป็นต้น ข้อแตกต่างระหว่างอาตมากับอรรถกถาจารย์ก็มีเยอะที่เห็นต่างจากอาตมา หรือไปเชื่อตามอรรถกถาจารย์หรือไปตีความเองไม่ตรงกับที่อาตมาอธิบาย ฟังธรรมก็ไม่ได้สัทธรรมบริบูรณ์ ความเชื่อ
อ่านต่อ
ถือศรัทธาก็ไม่บริบูรณ์ เชื่อนะ แต่ไม่เชื่อเต็ม เชื่อแค่ 50 60 70 80เปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่ครบไม่รู้ เชื่อแค่ 90% มันก็เลยไม่ค่อยบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงทำใจในใจตัวนี้แหละสำคัญคือมนสิการ จนทำใจในใจไม่แยบคายไม่ถ่องแท้ ไม่ลงไปถึงที่เกิด จุดเกิดเลย โยนิโส คำว่าโยนิ แปลว่าการเกิด โส คือตรงนั้นแหละ โยนิโส คือ ตรงที่เกิดตรงนั้นแหละ เพราะฉะนั้น ผู้หญิงเขาถึงเรียกการเกิดที่เกิดว่า โยนี โยนิ ตรงที่เกิดเรียกว่าโยนิ โยนี ตรงนั้นแหละโยนิโสจุดแดนเกิดตรงนั้น ทำให้เกิดอยู่ตรงแดนเกิดตรงสัมภวะ ปภวะ การอุปถัมภ์ แต่นามธรรมมันยากกว่าเป็นหทยรูปของใครของมัน โยนิโสฯตรงหทัยตรงนี้นะ แล้วในแต่ละคนมันบอกได้ว่าอยู่ตรงไหนไหม อยู่ตรงหัวใจช่องที่ 4 ไหม มีน้ำเลี้ยงเป็นสีน้ำเงินเขาว่ากันอย่างนั้นเลยนะทางอภิธรรมเขาอธิบายกัน ซึ่งมันไม่ใช่ มันเป็นนามธรรมของเรา อยู่ในคูหาสยัง ครรโภทร อยู่ในกายยาววาหนาคืบกว้างศอกมีสัญญาและใจ หทยรูป ก็ไม่ใช่ไปยึดผิดตามพระอภิธรรมที่ว่าอยู่ที่หัวใจห้องที่ 4 หัวใจมันเรื่องของร่างกายสูบฉีดโลหิต แต่สมองคืออุปกรณ์ให้จิตใจใช้ การปฏิบัติธรรมต้องมีสติ สัปชัญญะ ปัญญา สามเส้า ยังขยายได้อีกหลายคำ สัมปชัญญะ = ความรู้ตัว ต่อกับการมีสติระลึกรู้ สัมปชานะ = รู้สำนึกตัวในการปฏิบัติสติปัฏฐานอยู่ สัมปาเทติ = เหตุไปสู่การละเลงเพื่อสัมปัชชติ สัมปัชชติ = ความรู้จากการแยกแยะขจัด สัมปาเปติ = การสังเคราะห์กันขึ้นอย่าง อวจร สัมปฏิสังขา = ญาณรู้จักการทบทวนกระทำซ้ำ . สัมปัชชลติ = เข้าสู่การโหมไหม้ สว่างเรืองรอง สัมปัตตะ, สัมปันนะ = การเข้าบรรลุผล.(ในรอบนั้น) สัมปฏิเวธะ = ความรู้ที่รู้แจ้งแทงตลอดในรอบนั้น ปฏิสาเรสฺสามิ = จักทำให้เขาสำนึก ปัจจเวกขันตัสสะ = ได้สำนึก) มันมีพยัญชนะที่ละเอียดกว่านี้อีก อาตมาเอามาแค่นี้ทำตามนี้รับรองว่าเป็นพระอรหันต์ได้ แค่นี้ก็เหลือกินแล้ว การมนสิการถึงการทำใจเป็น อาตมาแปลเป็นภาษาไทยว่าอย่างนั้น คือการทําใจในใจ เป็นกิริยามนสิกโรติ เป็นคำนามการทำใจในใจ เมื่อเราทำใจในใจเป็น อ่านใจในใจของตนเองได้แยกแยะได้มีสติปัฏฐาน 4 ทำให้ตัวเองมีสติสัมปชัญญะ สัมปชานะ สติคือระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมทั้งข้างนอกข้างใน เป็นกายเป็นจิต ทั้งเป็นรายละเอียดของสรีระและมีองค์ประกอบสำคัญของสังขารต่างๆ มีสัมปชัญญะรู้ข้างนอกข้างในสัมพันธ์กันเป็นปกติ แล้วก็มี สัปชานะ รู้ตัวละเอียดลออยิ่งขึ้น ได้ดีขึ้น และก็ทำใจของตนได้ทำใจของตนเป็น ทำได้ทำเป็นก็คือโยนิโสมนสิการ มีสัมปชติ เกิดขึ้น แล้วมันก็ค่อยๆเปลี่ยนไปกลายไปเป็น สัมปัชลติ เร็วขึ้นร้อนแรงขึ้นก็สลายละลายกิเลส ก็เป็นแรงไฟโหมหลอมละลาย สัมปัชชลติ จนเกิดผลเห็นผลขึ้นมาเป็น สัมปัตตะ ก็รู้ความจริง ได้ผลขึ้นมาจับตัวเสร็จ ใจค่อยๆสงบลง เย็นลงๆด้วยสัมมาวิมุติ รวมตัวกันเป็นสัมปัตตะสัมปันนะ สัมปฏิเวธะมีจิตทบทวนอาเสวนาภาวนาพหุลีกัมมัง ทำมากขึ้นสิ่งนั้นก็รวมตัวกันมากขึ้น เป็นความเป็นที่สมบูรณ์ขึ้น มีทั้งความเป็นและความรู้เรียกว่าวิมุตติญาณทัสสนะ มีสัมมาญาณ สัมมาวิมุติ เป็นวิมุตติญาณทัสสนะขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผู้ที่หลับตาทำจะไม่เห็นความจริงที่เข้าไปมีเหตุปัจจัย เป็นข้อมูลต่างๆที่เป็นของจริงที่มีทั้งข้างนอกและข้างใน เข้าไปรวมกันสังเคราะห์สังขารกัน ทำให้ผู้ปฏิบัติรู้รายละเอียดและหยาบ แต่ถ้ารู้เพียงภายนอกก็ไม่ครบ 620216_เทศน์ทวช.งานพุทธาฯครั้งที่ 43 บ้านราชฯ เรื่อง เทวฺครองโลก ตอนที่ 2