ปัญญาข้อที่ 7 ใน ปัญญาสูตร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.33 KB
วันที่แก้ไข7 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ปัญญาข้อที่ 7 ใน ปัญญาสูตร 7. อนึ่ง เธอเข้าประชุมสงฆ์ ไม่พูดเรื่องต่างๆ ไม่พูดเรื่องไม่เป็นประโยชน์ ย่อมแสดงธรรมเองบ้าง ย่อมเชื้อเชิญผู้อื่นให้แสดงบ้าง ย่อมไม่ดูหมิ่นการนิ่งอย่างพระอริยเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 7 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ ข้อที่ 7 นี้มีนัยยะที่จะนิ่งจะรู้จักความหยุด จะรู้จักความดำเนินไป ไม่เพื่อตัวเอง ก็เชิญคนอื่นพูดเชิญคนอื่นแสดงบ้าง แม้ว่าผู้ใดไม่พูดไม่แสดงเอาแต่นิ่งๆ แต่ท่านเป็นพระอริยเจ้านะ แต่ท่านสงวนท่าที ก็ไม่ไปว่าท่าน ไม่ไปดูหมิ่นดูแคลน เพราะเป็นอิสระเสรีภาพ ตัวนี้เป็นตัวไข ว่ามันเป็นอิสระเสรีภาพ ท่านจะนิ่ง ท่านจะพูด ก็ไม่ต้องไปบังคับอะไรท่าน ในสำนวนคำตรัสของพระพุทธเจ้าข้อนี้ เข้าที่ประชุมสงฆ์ ในที่ประชุมสงฆ์นี้เป็นสภานะ เป็นที่ที่บัณฑิตร่วมกันอยู่ ที่ประชุมสงฆ์ไม่มีบัณฑิตไม่ใช่สภา สภาต้องมีบัณฑิตต้องรวมด้วยบัณฑิตพวกที่ออกไปประท้วงตอนนี้ไม่ใช่บัณฑิตอยู่ในสภา ทำให้สภาเขาชิบหาย เพราะฉะนั้นการคัดเลือกบุคคลไปเลือกตั้ง ต้องเลือกคนดีๆเข้าไปในสภา ไปเลือกพวกที่ เกฬวรากไปในสภาทำให้ยุ่งยาก คนก็ถูกหลอกให้เลือกเข้าไป เพราะว่ามีกิเลสมาก สรุปแล้ว สภาต้องมีบัณฑิต เพราะฉะนั้นในที่ประชุมสงฆ์ก็ไม่ต้องไปอวดตัวตนอะไรในที่ประชุมสงฆ์ แต่ในข้างนอกนี้อาตมาอวดนะ แต่ในที่ประชุมสงฆ์เมื่อท่านอนุญาตให้อาตมาแสดงอาตมาก็แสดงเต็มที่ ถ้ายิ่งมีพิธีกรจัดการว่าให้คนนั้นคนนี้พูด คือจะมีคนเป็นประธาน จะเลือกผู้รู้ผู้ใดผู้หนึ่งขึ้นเป็นประธาน ควบคุมเกมนี่ก็เป็นมาแต่ในยุคพระพุทธเจ้า เสร็จแล้วก็พยายาม ส่วนเรื่องที่จะพูดในที่สังคมอย่างนั้นในสภาอย่างนั้นก็ต้องพูดแต่เรื่องเป็นประโยชน์ ไม่พูดเรื่องไม่เป็นประโยชน์ใช่ไหม เพราะฉ

อ่านต่อ

ะนั้นเมื่อแสดงแล้วคนแสดงก็ให้แสดง คนไม่แสดงก็ให้สิทธิของเขา นี่คือสุดยอดแห่งอิสรเสรีภาพ ผู้ที่นิ่งคือท่านไม่พูด แม้ท่านจะเป็นผู้รู้แต่ท่านไม่อยากจะพูดก็ต้องยอมท่าน จึงเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าพระพุทธเจ้านี้สุดยอดแห่งอิสรเสรีภาพเลย แต่ผู้ที่ท่านเป็นปราชญ์ เป็นบัณฑิตจริงๆ ก็แน่นอนว่าย่อมแสดงตามควร เมื่อเราอยู่ในฐานะที่ควรแสดง เราก็ต้องแสดง จะไปนิ่งอมพะนําแล้วไม่พูด ก็ได้ ในวาระที่ไม่ควร เช่นในวาระที่ไม่เหมาะสมจะพูด อย่างเช่นพระพุทธเจ้าบอกว่า ไม่สอนไม่พูด ถ้าหากมีคนที่ไม่ดีอยู่ในนี้ ก็เป็นหน้าที่ของผู้รู้อย่างพระโมคคัลลานะ ตรวจดูว่าใครหว่า มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าไม่สอนไม่ตรัส โมคคัลลานะก็ตรวจดูว่าคนนี้มีอาบัติหนักไม่ดีท่านก็ลากออกไปสำเร็จพระพุทธเจ้าจึงได้สอน คนที่เป็นสมีก็ดีในนี้ ผู้ที่ปาราชิกอยู่ในนั้น ก็ไม่เอา เพราะฉะนั้นในสภาต้องสะอาดต้องมีคนสะอาดอยู่ในนั้นคนไม่บริสุทธิ์ไม่ให้เข้าโดยเฉพาะที่ประชุมสงฆ์ ถือว่าที่ประชุมสงฆ์ไม่สะอาด ผู้ที่จะลงสังฆกรรมจะต้องสะอาด นี่ก็เป็นเรื่องที่เรียนรู้กันกำหนดกันอย่างนั้น ถ้าทำกันตรงอย่างนี้ก็ไม่มีความเสื่อม แต่ถ้าทำโมเมมันก็เสื่อมจนไม่รู้จะเสื่อมอย่างไรแล้ว ในข้อที่ 7 จึงละเอียดละออมากเลยในการที่จะอยู่กับที่ประชุมสงฆ์ แล้วก็จะแสดงหรือไม่แสดงเป็นอิสระเสรีภาพ ให้เกียรติกันไม่ให้เกียรติกันอยู่ในนี้ครบเลยในข้อ 7 เรียกว่ามีปัญญารู้จักความเป็นผู้ดี มีปัญญารู้จักความเป็นผู้มีมารยาท สมบูรณ์แบบอยู่ในข้อที่ 7 เหลือข้อ 8 ไปพรุ่งนี้ฝากไว้ก่อนเถอะโอฬาร

640407_พ่อครูเทศน์ เปิดยุคบุญนิยมระดม ปัญญา-อนัตตา ตอน 3 งานปลุกเสกฯครั้งที่ 44

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน