ปัญญาเป็นความเหนืออ้ตตาเหนือชาติได้อย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปัญญาเป็นความเหนืออ้ตตาเหนือชาติได้อย่างไร วิธีเรียนจึงต้องเรียนตั้งแต่ความหยาบหยาบ เรียกว่าโอฬาริกอัตตา หยาบคือ มีองค์ประกอบพร้อมภายนอกหมด รูปเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนภายนอกพื้นต้องรวมอยู่ด้วย แต่เวลาปฏิบัติจะเอามาทั้งหมดไม่ได้ ต้องเอามาทีละคู่ รูป สัมผัสอะไร? แล้ววิปลาสอย่างไร? ก็เรียนรู้จนหมดวิปลาส รู้ความจริงตามความเป็นจริงได้ก็ไห้รู้กำหนดชัด จนกระทั่งไม่หลงตัวปลอมที่มันหลอกให้ปรุงแต่งได้เห็นความจริงเป็นหนึ่ง ๆๆๆ คุณก็ไม่มี 2 เลิกเป็นเทวะ เทวะที่เป็นธาตุสอง ที่มีสุขมีทุกข์ ถ้ามีสุขก็ต้องมีทุกข์ ถ้ามีทุกข์ก็ต้องมีสุข ก็ต้องไม่ให้มีทั้งสุขและทุกข์ อทุกข์กับอสุข คุณต้องทำจิตของคุณให้เป็นอย่างนั้นได้ ที่มันสุขมันทุกข์เพราะมีเหตุ ตัวที่มันหลอก ตัวอวิชชาคุณ ก็จับตัวเหตุที่มันหลอกมันเป็นกิเลส สร้างปัญญาให้เห็นว่าไม่มีอะไรหลอกไม่ต้องไปข่ม แต่ปัญญาจะมีพลังอำนาจอธิปไตยอยู่เหนือ มันมีแรงเหนือแล้ว ปัญญาเป็นอุตระ ต้องเป็นปัญญาที่เต็มเป็นสติ สติคือตัวครบร้อยของธาตุรู้ทั้งกายภายนอกทั้งวาจาทั้งจิต สติที่ไปหลับตาปฏิบัติมันไม่ครบร้อยมันไม่เต็มเต็ง มันไม่ตื่นเต็มมันไม่รู้พร้อมทั้งตาหูจมูกลิ้นกาย มันไปเอาแต่ใจเฉยๆรู้ มันหลงงมงายว่าธาตุรู้คือจิต มันเต็มแล้ว แต่จะไปเติมอย่างไร มันต้องมีทั้งภายนอกภายในครบ มีทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจ แล้วก็ต้องเรียนไปทีละคู่ด้วย จึงจะจับตัวกิเลสได้ชัดเจนแม่นๆ ไม่เลอะเทอะไปจับตัวอื่นสับสนไป จับตัวกิเลสฆ่าไปทีละตัว ตั้งแต่โอฬาริกอัตตา อัตตาภายนอกที่เกิดจากการกระทบตาหูจมูกลิ้นกายใจ ก็ฆ่ามันไปทีละตัว เมื่อฆ่าได้มันก็จะเก่ง จะชำนาญ จะมีปฏิภาณปัญญาชัดเจนว่า ตัวที่มาปรุงแต่ง เป็นผีมารที่มาร่วมด้วยเป็นอย่างนี้ เป็นปัญญาความเฉลียวฉลาดที่แท้ตัวเองมันจะเกิดอย่างนี้
อ่านต่อ
มันจะรู้ความจริงตามความเป็นจริงเร็วขึ้น เก่งขึ้น ไวขึ้น ละเอียดขึ้น ครบครันได้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฆ่ากิเลสภายนอก โอฬาริกอัตตาได้หมด คุณจะสามารถยืนอยู่โดยที่กิเลสภายนอกกระทบแต่ไม่สามารถทำอะไรก็ได้ เพราะปัญญามีการครอบงำเหนืออยู่ภายใน สติเราเป็นอธิปไตยเต็ม ทำให้มันเสร็จไปหมด เพราะแก่นของจิตเราเต็มไปด้วยวิมุติแล้ว การกระทำของเรา ทั้งสำเนียงซุ่มเสียง ท่าลีลา อยู่เหนือหมดเลยเป็นอุตร เป็นปัญญา เพราะเรามีแก่นเป็นวิมุติแล้ว จึงเป็นอมตะบุคค ล เป็นจิตที่เป็นอนัตตา เป็นตัวอนัตตาเลย เป็นตัวที่ไม่มีตัวตน แต่จะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ เพราะรู้จักตัวตนได้สมบูรณ์แบบว่ามันคือเหตุปัจจัยของธาตุรู้ คุณเกิดมาเป็นสัตว์โลกอย่างไรอย่างไรคุณก็ต้องเกิดมามีธาตุรู้ แต่ถ้าไม่ศึกษาคุณก็ยิ่งโง่ลงไปทุกที ถูกโลกมันครอบงำถูกโลกมันหลอกไปทุกที แต่ถ้าศึกษาแล้วจึงจะพ้นความ เข้ามามีตัว อสระ ภาพที่เป็นตัวเองจริงๆที่จะรู้ชัดเจนในความเป็นจริงตามความเป็นจริงทั้งนั้นๆๆ เลย เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าสรุป อาการของสิ่งปรุงแต่งฟัง ของเหตุปัจจัยมาไว้แค่รูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเท่านี้ แล้วท่านก็แจกออกให้พอสมควรไม่ต้องมาก แจกออกเป็นสังขาร วิญญาณ นามรูป อายตนะ ผัสสะ ตัณหา อุปาทาน ภพชาติ จบ เรียนรู้ว่าชาติมันเกิดอย่างไร มันเป็นอวิชชาเพราะชาติอย่างไรดับอวิชชาได้ ชาติจะเกิดก็เกิดสิเพราะฉะนั้นผู้ที่สามารถควบคุมการเกิดของจิต หรือสามารถให้จิตมันเกิดเป็นจิตสะอาด เป็นจิตที่ไม่มีอะไรอวิชชาเข้ามาครอบ เข้ามาร่วม ไม่ให้กิเลสเข้ามาร่วมไม่ว่าจะเป็นกิเลสแบ่งเป็นกาม พยาบาท เป็นผลัก ดูด รักชัง นรก สวรรค์ จะแยกละเอียดไปเท่าไหร่ก็จะค่อยๆรู้ไปเรื่อยๆ จึงสามารถที่จะรู้ว่าเมื่อมีจิตนิยามแล้ว คุณกระทบสัมผัส คุณจะมีกรรมกริยาทั้งหลายอยู่ในโลก คุณก็ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณเกี่ยวข้องทั้งนั้น คุณจะหนีไปให้สุดโลก ก็หนีดินน้ำไฟลมที่จะตั้งลงที่คุณนี้ไม่ได้ หนีไปสุดโลกไหนก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันจะต้องตั้งลงหยั่งลงในตัวคุณ คุณจะต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัส แล้วคุณก็จะโง่ไปหลงว่ามันมาหยั่งลงตั้งลงไปยึดถือเป็นตัวเราของเราไปหมด คุณก็ต้องยึดถือจิตที่มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มันเกี่ยวข้องมีอะไรจะมารับมีอะไรสัมผัส แล้วก็รับเละ ทั้งๆที่มันเป็นนามธรรมรับเป็นเราเป็นของเราจำไว้นี่เป็นเราเป็นของเราคุณก็จะเลยสั่งสมความโง่เข้าไป เป็นเราเป็นของเรา เป็นเราเป็นของเรามาก ตาย ก็มารู้โอกกันติ จิตมันรับและอะไรอย่างเข้าไปใน จิตก็รับเละ ดีไม่ดีมันไม่ชอบก็ผลักบ้างแต่รับมากกว่าผลัก เต็มไปด้วยขยะเยอะ ก็ต้องมาเลือก เอามาทำไมขนาดมาเป็นจิตนิยามก็แย่แล้ว ก็ต้องลดลงเถิด จึงลดลงๆๆ จิตที่พอรู้ตัว ควบคุมความเกิดที่มันจะรู้ตัว โอกกันติ เป็นตัวกลางของความเกิด ชาติ สัญชาติ โอกกันติ นิพพัตติ อภินิพพัตติ นิพพัตติ คือการเกิดที่มีแต่ปัญญา รู้ว่าเราเคยรับแต่ขยะมา ก็กำจัดขยะที่เคยหลงผิดไปยึดว่าเป็นเราเป็นของเรา ก็ลดออกลดออก อันใหม่ก็อย่ารับมาเละอีก ไอ้ที่เละมาแล้วอยู่ในตัวก็เยอะแล้ว รู้ทันเอาออกๆ นิพพัตติ คุณทำจิตให้เกิดนิพพัตติ คือ การเกิดที่รู้ว่าการกำจัดขยะออกจากตัวตน ที่มีอยู่เก่าก็เอาออก ที่จะรับมาใหม่ก็ต้องรู้ความสำคัญในความสำคัญ อาศัยมันไปบ้าง ที่ไม่ใช่ความสำคัญในความสำคัญ ไม่ใช่ปัจจัยแห่งชีวิตมันเยอะเหลือเกิน เยอะมากเลย นี่มารู้กันอย่างนี้ก็ปฏิบัติเอาออก โอฬาริกอัตตา เลิกไม่รับเละ จนกระทั่งรู้ว่าจะสัมพันธ์กับภายนอก โอฬาร มากมายก่ายกองภายนอก คุณก็สามารถมีปัญญาอยู่เหนือมันเลย มันไม่ทำให้กิเลสเข้ามาได้ไม่รับกิเลส เรารู้ความจริงกับความเป็นจริงอะไรที่ควรอาศัยก็พอสมควร ไอ้ข้างนอก หยาบๆใหญ่ๆโอฬาร คุณก็เบาแล้ว ระดับหนึ่ง อัตตาของคุณก็ลดลงแล้ว แต่ก่อนอะไรก็รับเละมาเป็นตัวกูของกูหมด
640408_พ่อครูเทศน์ เปิดยุคบุญนิยมระดม ปัญญา-อนัตตา ตอน 4 งานปลุกเสกฯครั้งที่ 44