250710 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ033.txt
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อวานนี้ได้ชี้ถึงรูปฌานอรูปฌานของฤาษีให้ฟังแล้ววันนี้ก็จะชี้ถึงรูปประทานรูปฌานเชิงพุทธให้ฟังให้เข้าใจอย่างดีแล้วก็จะได้รู้ว่าเราติดรูปฌานเราติดอรูปฌานอยู่จริงไม่ใช่ว่าเราไม่ได้นั่งหลับตาแล้วเราก็เลยไม่ได้ติดรูปประชารัฐก็มีในคำสอนก็มีในพระไตรปิฎกก็มีแต่ความหมายมันไม่เหมือนกันรูปประชารัฐในความหมาย พุธก็คือเราได้มีฌานโดยการเพ่งเผามาแล้วขั้นตอนหนึ่งเมื่อได้ผลก็เป็นการได้ผลคือได้ปฏิบัติธรรมมีศีลแล้วก็ปฏิบัติตามตามฐานะก็ได้ละล้างออกไปแล้วเราก็ได้ผลอันนั้นล้างออกไปถึงจิตจึงจะเรียกว่าฌานล้างออกไปถึงจิตจึงจะเรียกว่าสมาธิเป็นอาทิตย์จิตจิตจิตจิตจิตใจไปได้จริงปลดปล่อยได้เบาสบายเป็นฌานเป็นวิมุตชาญอย่าว่าแต่ชานถึงขั้นที่เรียก ทานธรรมดาเลยถึงวิมุตได้แล้วทีนี้ก็เอาแต่คำว่าฌานก็ได้ก็เป็นความหมายที่ว่าติดชาญก็หมายความว่าเราได้ผลระดับใดระดับหนึ่งเมื่อเราได้ผลระดับนั้นแล้วคนนั้นติดภูมิคนนั้นติดอยู่ภูมิเดิมนั่นแหละได้แค่นั้นแล้วก็เสพติดอยู่แค่นั้นเป็นรูปปกคลุมเป็นรูปประคบเพราะฉะนั้นฌานที่ได้ก็ได้รูปเท่าที่ได้นั่นแหละได้สภาพเท่าที่ตนเองได้นั่นแหละเช่นว่าเราปฏิบัติธรรมมาเรามาปฏิบัติการส่งนี่เราก็เลยมาปฏิบัติได้แค่เราไม่กินเนื้อสัตว์ เราไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้วเราก็ทำไม่ได้ขนาดนั้นแหละจิตใจก็ประมาณได้รถรับจ้างคลายพอประมาณนั้นแหละเป็นฌานยังไม่ถึงวิมุติก็ได้หรือจะไปถึงวิมุติก็ตามถ้ายังไม่ถึงแม่เลยก็เล่นได้แค่ฌานคือเพ่งได้เผาได้ได้ประมาณนึงเวลาเขาทำจางกลายเป็นขนาดนึงตัดขาดไปได้ขนาดนึงเบาบางไปได้ขนาดนึงแล้วก็ได้ดีขนาดนั้นแหละเรียกว่าติดแป้นละแค่แล้วไม่เจริญขึ้นอีกเอาแค่นี้เราก็สบายแค่นี้เราว่าเราสบายสบายแล้วพอใจแล้วก็ ขนาดนี้แล้วนี่นาแล้วเราก็ได้ขนาดนี้เราก็สบายแล้วจะด้วยหลงก็ตามไม่หลงทั้งๆที่รู้อยู่ว
อ่านต่อ
่ามันดีกว่านี้มีได้นะก็ต่างไม่รู้เรารู้อยู่ว่าดีได้กว่านี้มีอีกแต่ไม่เอาเอาแค่นั้นแหละแล้วเรียกว่าติดรูปประธานหรือติดลูกประคบรูปพระภูมิอยู่ติดได้แค่นั้นน่ะถ้าอธิบายละเอียดไปเลยรูปประชานหรือรูปปรับปรุงก็หมายความว่ามันยังไม่ถึงขั้นตอนไปละเอียดมันก็ได้ขั้นตอนหนึ่งยังไม่ถึงขั้นละเอียดต่อไปอีกไปหารูปอีกจนกระทั่งทะลุเอารูปไปจนถึงวิมุตไปถึงนิพพาน ตอนนี้ไม่ได้ถึงขนาดนั้นหรอกไม่ถึงวิมุติไม่ถึงนิพพานอะไรก็ได้ค่าได้ค่าค่าได้แกงได้ทำลายไม่ได้ล้างได้ละสิ่งที่มันเป็นอกุศลธรรมที่เรารู้น่ารู้แท้ว่านี่เรามันเป็นอยู่จริงมันมีอยู่จริงแล้วเราก็ได้ปฏิบัติพระพุทธจึงได้ผลบ้างจริงเพลงรู้เพลงเผาได้แล้วก็ทำได้จริงปฏิบัติตามมรรคองค์ 8 นี่แหละปฏิบัติตามศีลสมาธิปัญญาของเรานี่แหละแล้วทำก็ได้แค่ติดอยู่เท่านั้นก็ได้สบายแค่นี้แล้วไม่เพิ่มพูนอย่างนี้เรียกว่าติดรูปฌานของพุทธไม่ใช่เรื่องเป็นนั่งหลับตาแล้วก็ประหยัดที่อธิบาย LINE เมื่อวานนี้แล้วก็ไปกำหนดตามที่รู้ว่าอย่างนี้แล้วก็สบายนั่งหลับตาเข้าไปก็เป็นอย่างนั้นติดอยู่อย่างนั้นนั่นเป็นการไปติดรูปฌานแบบฤาษีนี่เป็นการติดรูปฌานแบบพุทธในพวกหมู่พวกเรานี่มีอยู่ไม่น้อยไม่ก้าวหน้าและไม่ดึงขึ้นแล้วเพราะฉะนั้นอาจเวียนคืนได้ไม่ใช่ว่าเราได้แล้วเราจะอยู่แค่นั้นเวียนคืนได้ลดได้เสื่อมได้เสื่อมได้เพราะว่ามันยังไม่ได้ถอนรากถอนโคนยังไม่ได้ถอนเหมือนอย่างกับทำให้เหมือนอย่างกระทำตามยอดด้วยมันจะทำให้ไม่มีเหมือนกับสิ้นรากสิ้นคน คืนได้มีเชื้อแตกตัวใหญ่โตได้แต่ถ้าพยายามสะกดข่มพยายามที่จะไม่ให้มันได้ลดลงไปกว่านั้นพยายามที่จะสู้อยู่พยายามที่จะรักษาอยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้ดีขึ้นแต่ภูมิเดิมเท่าเดิมอยู่อย่างนั้นแหละไม่ดีขึ้นกว่าเก่าไม่เจริญขึ้นกว่าเก่าสบายๆหรือว่าได้ก็พอใจหรือว่าติดอยู่แค่นั้นเลยว่าติดจริงๆติดทานติดภูมิติดภพจะเรียกว่ารูปหรือในลักษณะคำว่าอะรูปประชานในความหมายที่ลึกซึ้งความหมายที่เป็นรูปประชานก็เหมือนกันแต่ว่า ความหมายของรูปฌานมันก็ต้องมีเงื่อนไขของอรูปนะว่ามันละเอียดลึกซึ้งแตกต่างกันแต่ที่ว่าเหมือนกันนั่นก็คือติดอรูปภูมิอรูปภพเหมือนกันติดแช่ติดอยู่ในอรูปภูมิพบเหมือนกันแล้วเราก็สบายของเราแค่นั้นไม่เจริญขึ้นลักษณะที่ติดรูปฌานอรูปฌานอย่างนี้มีได้และก็มีจริงไอ้พวกหมู่เราก็มีจริงมีจริงบางคนก็ติดรูปประชานเป็นนิพพานด้วยความหลงผิดบางคนก็ติดรูปเป็นชานแต่ที่จริงในทิศทางทิศที่ 5 ประการพระ ท่านไม่ได้ตัดอรูปฌานด้วยซ้ำท่านตรัสว่าติดคนหลงนี่ติดกามเป็นนิพพานก็มีนี่เป็นทิฏฐธรรมนิติข้อที่ 1 หลงผิดติดตามก็เป็นนิพพานจริงๆภูมิตอนนี้ยังแสบกลางอยู่แต่ไปหลงว่าเป็นนิพพานติดประทุมชาติเป็นนิพพานก็มีหลงติดทุติยฌาน 2 เป็นนิพพานก็มีติดตติยฌานติดฌาน 3 เป็นนิพพานก็มีติดชั้น 4 เป็นนิพพานก็มีฌาน 4 บวกกับติดตามก็เป็นค่าของที่จะทำนี่ผ่านทิฐิ แลคตาซอยปัจจุบันนั้นหรือได้รู้ได้เห็นเท่านั้นได้เท่านั้นจงเป็นนิพพานอยู่มีได้เป็นได้ไม่เป็นลักษณะของสภาพรูปฌานอรูปฌานในเชิงของพุทธร้านผู้ใดที่ได้ปฏิบัติธรรมด้วยศีลสมาธิปัญญาพระองค์ 8 หรือโพธิปักขิยธรรมอย่างใดที่เราอธิบายกันอยู่ในองค์ธรรมต่างๆสติปัฏฐาน 4 ขึ้นมาก็ตามที่เราพากันมาปฏิบัติกันเนี่ยผู้ใดไม่เพิ่มแล้วก็จะพึงรู้เถิดว่าเราเองเราไม่ไปแล้วถ้ามันไม่รู้ก็จะต้องพยายามศึกษาพยายามไม่ ศักดิ์อุตรดิตถ์อนุธุรกิจที่จริงจิตที่ดีกว่านี้มีอีกนะไม่ใช่จิตที่ได้เท่านี้เป็นเยี่ยมแล้วสะอึกจิตหมายคำว่าจิตที่ดียิ่งกว่านี้มีอีกแม้แต่ในคำอธิบายความคำว่าอนุจิตรและจิตที่ดีกว่านี้ไม่มีอีกนั้นก็ตามและเจอตัวปฏิญาณท่านยังให้แทรกซอกซอกแซกละเอียดละออลงไปยิ่งกว่านั้นนอกจากว่าตนเองจิตอนุรักษ์จิตดีเยี่ยมเลยมันจะเยี่ยมขนาดที่บอกว่ามันว่างเบาง่ายแล้วท่านยังมีเงื่อนไขยังมีพ่อแม่ที่สูงยิ่งกว่านั้นไปอีกเพราะจิตนี้ว่าง ง่ายปราศจากกิเลสอยู่นอกจากปราศจากกิเลสแล้วยังจะต้องมีน้ำจิตน้ำใจยังจะต้องมีคุณค่ายังจะต้องมีประโยชน์เป็นสมาธิดังที่กล่าวแล้วจะต้องมีประโยชน์เกื้อกูลสมาธิต่อจิตเป็นจิตที่ประโยชน์เกื้อกูลได้อย่างแข็งแรงมั่นคงมั่นคงอาจหาญเจ้ากล้ามีความตั้งมั่นใจนี่ดีใจแข็งแรงใจตั้งมั่นมั่นคงได้เพื่อที่จะทำคุณค่าจิตนี้นอกจากว่ามันสบายแล้วมันยังทำงานเกื้อกูลมันยังสร้างสรรค์มันยังเป็นสภาพอื่นได้อย่างดีมั่นคงแข็งแรงไม่เบื่อไม่นานไม่มีอาการที่เรียกว่าไม่แปรปรวนว่าจิตดีเป็นอนุภาคจิตแล้ว นั้นก็ยังสามารถสร้างประโยชน์เกื้อกูลทำประโยชน์เกื้อกูลก็ยังมีจิตดีดวงนั้นอยู่ด้วยสูงขึ้นจึงจะผ่านอนุรักษ์จิตและก็ผ่านไปสู่สมาธิต่อจิตจึงจะผ่านขึ้นไปสู่วิมุตติขนาดมีวิมุตติอยู่แล้วพระพุทธเจ้าท่านก็อธิบายไว้ในใจตัวปริญญาถึงขนาดว่ามันยังมีอวัยวะให้สอดส่องอีกนะเอาวิมลนี่หมายได้เลยว่าในพระอรหันต์เจ้าใหม่ๆเนี่ยมันจะมีตัวที่มีผีหลอกมีตัวจอนเอาวิมุติจรมันมีได้เลยมีได้แต่พระอรหันต์หมายความว่าท่านมีสติอยู่ครองตน และรู้สภาพที่มันจะเสื่อมหรือว่ามันจะลดจะถอยหรือมันจะทำให้จิตใจของเรานี่บอกแบบบางซึ่งโดยเปอร์เซ็นต์แล้วการตัดสินแล้วด้วยเหตุปัจจัยที่ต่างไปเช่นว่าเราทนการกระทบต่อแรงกระทบของโลกก็ตามหรือของแม้แต่พบพบในภพจิตของเราก็ตามเพราะไม่พบก็อธิบายยากเอาในภพของโลกแล้วจะแรงกระทบของคหบดีบุตรคหบดีกระทบเราได้รูปรถที่เสียงสัมผัสหรือลาภยศก็ตามยกตัวอย่างง่ายๆว่าคนนี้เอาเงินมาถวาย ร้านหนึ่งพระอรหันต์นี้กระทบร้านนึงนี่สมมตินะเขายกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆร้านก็ทนได้สบายล้านนึงไม่เอาหรอกร้านนึงเสร็จแล้วอยู่มาอยู่มาคหบดีก็เอามาอย่างแนบเนียนเลยมาถึงก็ให้ท่าน 100 ล้านพระอรหันต์จิตวัดแล้วเขาถามกันนะไอ้ร้านนึงนี่เราก็แน่นอนมั่นคงไอ้ร้อยล้านเนี่ยเขากำลังพอดีมาก็ไม่ใช่ว่ามายังธรรมดามีแนบเนียนมาทีเดียวอย่างงู้นอย่างงี้พระอรหันต์ ก็ดีนะก็รู้เหมือนกันน่ะแต่มีเหตุมีผลน้อยๆไม่แน่ใจมันจะเอาแล้วนะนี่มันจะไม่เข้าท่าแล้วนะบอกแบบอะไรเป็นมนุษย์จรถ้าเป็นพระอรหันต์จริงก็ไม่มีปัญหาก็ต้องรู้เท่าทันในเหตุในผลในเหตุปัจจัยในปรัชญาการในสิ่งที่เชื่อมโยงเพราะพระอรหันต์ต้องเรียนรู้อิทัปปัจจยตาหรือปัจจัยการหรือคือนี้คือเหตุเพราะสิ่งนี้เหตุนี้จึงไม่เป็นอันนี้เพราะเหตุนี้จะเป็นอันนี้เป็นปฏิจจสมุปบาทหรือเป็นสภาพที่เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่มากพอพระอรหันต์ต้องมากพอถ้าไม่มากพอแล้วเพราะอรหันต์ก็มันก็ยังไม่อรหันต์ก็ยังไม่เก่งมากถ้ายิ่งมีปฏ ยาลูกโซ่รู้ความเชื่อมโยงเช่นรักเช่นว่าเราไม่กินเนื้อสัตว์เราไม่ฆ่าสัตว์แล้วเราก็ไม่กินเนื้อสัตว์นี่ก็เป็นปัจจัยการมันเกี่ยวโยงกันไปเพราะเรากินเขาถึงไปฆ่าเพราะเขาฆ่าแล้วเขาก็ไม่ขายขาแล้วก็ไปซื้อมากินอะไรก็แล้วแต่มันเป็นส่วนที่ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เชื่อมโยงเป็นเหตุแห่งเหตุแห่งผลต่อการต่อกันเพราะอันนี้จึงเป็นอันนี้เพราะอันนี้จึงเป็นอันนี้เพราะอันนี้จะเป็นอันนี้แล้วก็ต่อโยงมาถึงจุดที่จนกระทั่งเข้าเป้าว่าเราก็ต้องไปสวดที่เกี่ยวข้องพัวพันอยู่ในวงวัฏฏะปฏิกิริยาลูกโซ่นั้นด้วยอันนี้ก็ชั้นเดียวกันเมื่อเรารู้แล้วก็เห็นนั้นเพราะเห็นนี้ถ้าเผื่อว่าเป็นพระอรหันต์ท่านก็จะดูเพราะเหตุอะไรมีเหตุอะไรแล้วก็จะรู้ที่จิตของตัวเองว่าตัวเองอยากเอามาเพราะเรื่องอะไร แล้วก็ดูที่อาการของจิตตัวเองจริงๆถ้ามันหวั่นไหวไปเองด้วยเหตุด้วยผลไม่สมควรเลยใจเราแท้ๆบอกแบบเพราะอันนี้มันแรงเหลือเกินก็ดูเหตุผลน่ะไอ้นี่เหลือเกินว่าแบบได้เล็กๆน้อยๆถ้าเป็นพระอรหันต์ท่านก็รีบรู้ตัวทันทีด้วยเหตุด้วยปัจจัยแล้วเราก็จะสลัดออกแต่ว่าอรหันต์ที่มีจอห์นวิมุติจอห์นอย่างนี้เป็นได้เหมือนกันพระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสถึงขนาดบอกว่าอย่าว่าแต่โสดาสกิทาอนาคาเลยลาภสักการะเสียงเยินยอเป็นอันตรายอันแสบเผ็ดแม้พระขี้หน้าศพคำตัดอันนี้ในพระไตรปิฎกมีบางคนก็เอามาถามเลยก็ไหนว่าเพราะอรหันต์ท่านเหนือ ลาภสักการะเสียงเยินยอแล้วอย่างดีทำไมในพระไตรปิฎกถึงด้วยว่าไว้อย่างนี้ก็เพราะอรหันต์ก็ไม่น่าจะมีคำตรัสนี้ก็น่าจะยกเว้นโสดาอธิบายมาก็ไม่สงสัยศศิธาก็ไม่สงสัยอนาคาก็ไม่สงสัยพอบอกด้วยแม้พระขี่หน้าศพอ้าวก็ขี้หน้าศพท่านไม่ใช่ว่าท่านพ้นแล้วเหรอลาภสักการะเสียงเยินยอทำไมจะต้องเป็นอันตรายอันแสบเผ็ดอะไรกับพระอรหันต์นี่แหละคือประมาทไม่ได้เพราะฉะนั้นจึงจะต้องตั้งอยู่ในสภาพมีสติพระราชทานอยู่ในสภาพหนึ่งนั่นเลยสภาพหนึ่งเดียวมีสติอันรู้อยู่รู้อยู่ เมื่อเช้านี้พระสูตรที่เอามาอธิบายหน่อยยังไม่ได้อธิบายหมดยังไม่ได้อธิบายไปแล้วเดี๋ยวจะได้จำได้แล้วก็จะได้รู้ว่าต้องเป็นอย่างนั้นแหละเป็นเรื่องเยี่ยมเลยเป็นเรื่องหนึ่งเดียวรู้อยู่หนึ่งเดียวเนี่ยก็คือเรื่องสติเป็นผู้รู้อยู่หนึ่งเดียวนี้เป็นเรื่องยิ่งยศแล้วก็จะต้องมีปัญญาอันสูงเยี่ยมแล้วก็มีอำนาจเจโตอันสลัดปล่อยเพราะฉะนั้นวิมุติจรมันก็ไม่ได้ไม่มีมาตรฐานแล้วมันก็มีเปอร์เซ็นต์ที่แน่ใจแน่นอนแล้วท่านจะไม่พลาดการท่าพระอรหันต์จะต้องมีปัญญาเพียงพอที่จะรู้เท่าทันถ้าชื่อว่าไม่ใช่อรหันต์จึงจะล้มนึกถึงจะพลาด ใช้ชื่อว่าอรหันต์ก็ต้องไม่พลาดถ้าพลาดก็ไม่ใช่พระอรหันต์ถือเอาหลักว่าอย่างนี้ก็แล้วกันอย่างน้อยที่สุดพลาดไปแล้วนาที 2 นาทีหรือว่าเรื่องนึงไปแล้วก็มารู้สึกตัวกลับไปก็เป็นอรหันต์ใหม่ก็เรียกว่าอรหันต์ที่เจ๊อรหันต์ป่วยอาหารป่วยระหว่างนั้นเพราะเหตุปัจจัยที่ต่างกันฟังดีๆนะเพราะเหตุปัจจัยที่ต่างกันเพราะงั้นวิบากหรือว่าบารมีของพระอริยเจ้าก็ดีของทุกๆคนก็ดีไม่เท่าเทียมกันอย่าอาตมาอาตมาไม่มีธรรมดาถึงขนาดจะม้วนอย่างนี้ที่จะมีอะไรจะได้สูงสูงส่งยิ่งยอดมาลองของลองใจ ยังไม่มีหรอกเขาจะกล้าจะต้องมาทดสอบเพียงคนนี้เขาก็ไม่กล้าแล้วบารมีเราก็เท่านั้นอาตมาจะเจอเหมือนอย่างกับนางวิสาขานี่มาลองใจยังขนาดนางวิสาขาเนี่ยโอ้โหก็เหมาะกับพระพุทธเจ้ารวยมหารวยขนาดนั้นก็เหมาะกับพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้รางวัลไว้อะไรด้วยเลยสักประตูอัตโนมัติจะมีถึงขนาดนั้นเหรอฉันยังไกลบารมียังไม่ถึงยังไม่ได้ถึงปานนั้นหรอกมันเป็นตามจริงเราจะสมมติเอาก็ไม่ได้ไม่ได้มันเป็นไปตามขั้นตามตอนตามวิบากของบุคคลตามบารมี บุคคลเรื่องของจิตที่เราจะต้องรู้ว่าเราจะต้องทำให้ละเอียดละออแล้วเราก็จะต้องรู้ว่าเราเองเนี่ยความเจริญยิ่งยิ่งกว่านี้มีอยู่มีอยู่แม้เป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าอธิจิตนั้นหยุดเจริญไม่ใช่สิ่งที่เป็นภูมิของโลกุตตรจิตที่เหนือทุกอย่างของโลกเขาก็เนื้ออยู่แต่จิตอันที่จะยิ่งยิ่งเจริญทรัพย์ทวียิ่งขึ้นนั้นเจริญอยู่ด้วยวิชาทั้งหลายแหล่กับพัฒนาไม่ใช่คนเสื่อมไม่ใช่คนส่งด้วยส่งความดีได้อยู่อย่างเดิมแล้ว แผนความดียิ่งเจริญยิ่งพัฒนายิ่งยิ่งขึ้นเป็นความเที่ยงตรงไม่เสื่อมเป็นธรรมดาไอ้ความไม่เสื่อมนี่มันไม่เสื่อมจริงๆถ้ายิ่งเป็นพระอรหันต์แล้วไม่เสื่อมมีแต่เจริญขึ้นเจริญขึ้นเรื่อยไปแต่ไม่ใช่หมายความว่าพระอรหันต์ท่านหยุดเจริญหรือว่าจะจบแล้วท่านไม่ต้องมีอะไรอีกไม่ศึกษาที่จะทำความพ้นทุกข์ให้แก่ตัวเองไม่ต้องศึกษาแต่ท่านย่อมมีโพธิจิตมีโพธิญาณขึ้นเองเพราะพระอรหันต์ก็คือเป็นผู้ที่เป็นโพธิสัตว์บอกแล้วจงอธิบายมาท่านก็ทำก็ทำแล้วมันไม่ต้องไปพูดนี่มันก็ต้องได้ ตำนานก็ต้องเกิดความสามารถก็ต้องเกิดความรู้กว้างขวางในโลกกวีทูต่างๆในโพธิญาณต่างๆและอภิญญาต่างๆในปฏิสัมภิทาญาณต่างๆมันเกิดจริงๆมันเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยมันจะรู้จากบุคคลอื่นมันจะรู้จักอะไรต่ออะไรกรรมวิธีอิทธิวิธีเจโตปฏิกิริยาก็ยิ่งช้ำช้อนก็ยิ่งฉลาดเฉลียวก็ยิ่งสามารถก็ยิ่งอะไรต่ออะไรเพิ่มขึ้นมากมายเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเข้าใจถูกเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วและยิ่งเข้าใจกรรมวิธีของมรรคองค์ 8 ปฏิบัติอยู่ตลอดเวลายังไม่ถึงพระอรหันต์เป็นพระโสดาก็จะเพิ่มเพิ่ม เพิ่มปฏิบัติไปก็จะเพิ่มไม่ติดฌานไม่เป็นติดภูมิไม่ติดพบไม่ผิดเดิมไม่ติดฐานเก่าไม่แช่ไม่ทรงอยู่อย่างเก่าจะเจริญเพราะท่านก็ท่านก็จะรู้อะไรเพิ่มขึ้นท่านก็จะอุตสาหะวิริยะขึ้นจริงแล้วท่านก็จะได้จิตที่รู้ถูกทางนี้มันจะรู้มันจะเห็นเลยว่าจะรู้จะเห็นอาจจะยังไม่ถึงขั้นหมดขี้เกียจซะทีเดียวเพราะว่าเป็นพระแค่โสดาบ้างสันติธรรมมีบ้างอะไรนี่ก็ตามก็จะรู้ว่าเราไม่เอานะอาการอย่างนี้การขี้เกียจขี้คร้านการที่ไม่เอื้อเฟื้อขาดการที่ไม่รู้จักปฏิบัติประพฤติบำเพ็ญที่จะเป็นประโยชน์ตนหรือประโยชน์ท่านท่านสมควรแก่ตนไปเรื่อยๆ ถ้าไม่เข้าใจตามทฤษฎีที่ละเอียดละออดังกล่าวก็ไม่ทำแต่ถ้าผู้ใดเข้าใจแล้วก็จะทำเป็นพระอริยะที่มีสมาธิที่ถูกทิศถูกทางแล้วไปเรื่อยๆไปจริงๆลึกซึ้งปฏิบัติธรรมไปเดี๋ยวพวกเรานี่หลายองค์ก็ปฏิบัติธรรมไปปฏิบัติงานไปมีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านทั้งเผยแพร่ศาสนาทั้งประโยชน์ตนเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านซ้ำซ้อนซ้ำซ้อนแนบเนียนยิ่งวิจิตรก็ยิ่งแข็งแรงคงทนไม่บอกบางฤาษีนี้บอบบางบอบบางเพราะว่ามันได้ทดสอบมันไม่เหมือน วิทยาศาสตร์มันไม่ได้พิสูจน์แต่ไม่ต้องไปเจตนาพิสูจน์นะไม่ต้องเจตนานักออกแบบนี้ปฏิบัติอยู่ตามธรรมชาติปฏิบัติอยู่ตามธรรมดาปกติประจำวันไม่ต้องไปสมมุติไว้ว่าจะพิสูจน์ไม่ได้รับจดทดลองอันนี้ดูก่อนจะทดลองอันนี้ดูหน่อยทดลองจนกระทั่งกลายเป็นอาบัติวินัยทดลองจะต้องเอาผู้หญิงมานั่งตักกอดดูซะก่อนถ้าเราจะต้องทนได้ไหมไม่ต้องทดลองเพราะพระพุทธเจ้าไม่เคยพาทำพระมหาสาวกไม่เคยพาทำมีแต่คนนอกรีตนอกร้อยเท่านั้นทำไม่ต้องร้องปฏิบัติไปตามธรรมชาติไปตามเนี่ยมีหมู่มีกลุ่มมีคณะ ถ้ามีบัณฑิตมีผู้ที่อยู่ร่วมช่วยเหลือเฟือฝ่ายกันมันมีเองมันเป็นเองเราระมัดระวังตามธรรมตามวินัยขอบเขตที่ท่านว่าไว้พอแล้วแล้วมันก็เป็นไปตามธรรมสัมผัสกันไปตามธรรมชาติไม่ต้องเจอยิ่งเจตนาแล้วมันก็ตั้งใจไว้แล้วมันก็สู้ได้ถ้าเจตนาแล้วมันยังสู้ได้โดยไม่เจตนานี่แหละไม่ได้ตั้งใจไว้ก่อนไม่ได้เจตนาไม่ได้อะไรเนี่ยมันก็ยิ่งจะจริงถ้าแม้ไม่เจตนาที่จะสัมผัสสัมผัสเลยแล้วมันก็เฉยมันก็ไม่มีปัญหามันก็ไม่มีอะไรมันก็สู้ได้จะกระทบกระ แรงขนาดไหนก็ยังไม่รู้ตัวเลยไม่เจตนาเลยแล้วก็เฉยวางจิตมันก็ไม่นั่นแหละมันจริงๆอย่ามายุ่งจริงถ้าเจตนาตั้งท่าไว้รับแล้วอ้าวมันก็ได้สิคุณพี่เจเจตนาอย่างเขาไปเจตนาเข้าไปในห้องปฏิบัติเอื้อมน้อยจับหน่อยเนี่ยไอ้นี่เป็นสมถะทั้งนั้นแหละฝึกให้มีสติสัมมนาขั้นโตมีสติเพื่อที่จะให้มันเกิดดำเนินสติที่สำคัญอยู่กับอิริยาบถต่างๆมันสู้ได้ที่ว่าเตรียมตัวเลยมันสัมผัสจะไอ้โน่นไอ้นี่อะไรก็ได้อยู่ตาม ตั้งใจไว้หมดทุกอย่างแล้วเนี่ยมารู้ดีมันสู้ไว้เพราะฉะนั้นคนที่มีอำนาจจิตพอเพียงหรือคนที่มีกำลังพอเพียงอินทรีย์พละพอเพียงบ้างและตั้งท่าตั้งทางรวบรวมกำลังวังชาไปหมดแล้วนี่ถ้ามันสู้ได้แน่มีกำลังวังชาตั้งลำตั้งหน้าตั้งท่าไม่สู้มันก็ได้ผลบ้างแต่ว่ามันไม่ไปเป็นผลที่เป็นธรรมชาติมันมักองค์ 8 ที่ปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นไปมีสัมผัสเป็นปัจจัยเราให้สำรวมอินทรีย์ไว้เสมอเสมอเสมอเท่านั้นแหละไม่ต้องไปคอยสังเกตไม่ต้องไปคอยสังเกตหรือไม่ต้องไปตั้งค่าตอบว่าเออเดี๋ยวเราจะต้องไปสัมผัสอันนี้ยังต้องไป รูปสัมผัสกับรสสัมผัสกับกลิ่นสัมผัสกับสัมผัสอะไรต่างๆนานาที่มันนั่งท่าเตรียมไว้เอาทีเดียวหรอกมันจะเกิดการพบสัมผัสเองมันจะมีตามบารมีตามวิบากของเราเองอันนี้จะมานั้นจะไปมันจะเป็นเองถ้าใครปฏิบัติธรรมแล้วนะถ้าสังเกตดีๆแล้วบอกว่าเราจะปฏิบัติแล้วนี่ถือศีลในนี้โอ้ยที่มักมีมารมาลองใจโอ๊ยไอ้นี่ก็มาไอ้นี่ก็มาโอ้ยต้องต่อสู้บางคนนี่หนักหนักสำหรับคนนั้นนะแต่สำหรับบางคนก็จะบอกว่าโอ๊ยแค่นี้หมูเขาก็ทนได้เหมือนมันจะมางูไหลมาเทมามาแกล้งเรามาให้เราสัมผัสสัมผัสไม้เราจะต้องต่อสู้มีจริง เป็นเป็นธรรมดาธรรมชาติของการปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าจึงเป็นการปฏิบัติตามชีวิตประจำวันอยู่ในประเทศอันสมควรอยู่ในหมู่กลุ่มอันสมควรหมู่กลุ่มมันไม่สมควรก็ละเว้นมันก็เป็นไปเองเป็นไปตามธรรมและการเลื่อนชั้นก็จะเลื่อนชั้นอย่างจริงถ้าสังวรระวังสำรวมอินทรีย์อยู่ดีแล้วก็เป็นไปเรื่อยๆยิ่งเรารู้ตัวอ่านชัดเราได้ก็รู้ว่าได้เราจ้างใครก็รู้ว่าจ้างใครเราเบาบางแล้วก็รู้ว่าเบาบางแล้วก็เพิ่มสินเพิ่มกรรมฐานเพิ่มหลักเกณฑ์ให้แก่เราเองขึ้นไปเรื่อยๆก็ยิ่งจะไม่ติดทานไม่ติดรูปฌานไม่ติดอรูปฌานมันก็ยิ่งจะเลื่อนไหลสูงขึ้นไปตาม จริงเมื่อผู้ใดเข้าใจศีลสมาธิปัญญาหรือว่ามรรคองค์ 8 การปฏิบัติธรรมตามหลักเกณฑ์พวกนี้แล้วตัวตนมีบุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกตรวจอ่านวาระใดก่อนนอนหรือตื่นเช้าขึ้นมาแล้วก็ปลอดโปร่งระลึกย้อนดูเมื่อวานนี้ 2 วันที่แล้วถ้าผู้ใดระลึกอยู่ทุกวันทุกวันวันนี้ก็ระลึกถึงเมื่อวานนี้ตรวจสอบว่าเราเองเราอะไรเกิดอะไรดับโดยเฉพาะกิเลสเกิดกิเลสดับจิตกุศลเกิดจิตอกุศลดับตรวจอานิสสัมผัสเรื่องนี้นะนี่สัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายเรื่องนี้มีเหตุการณ์มีอะไรต่ออะไรมาได้สัมผัสแล้วก็เกิดอะไรต่ออะไรขึ้นมาแล้วเราก็ตรวจทานของเรา บุพเพนิวาสานุสติญาณก่อนแนะนำให้รู้แบบอย่างของพุทธอภิญญาของพุทธก็แนะนำให้ประพฤติปฏิบัติเสมอแล้วก็ลองจะลองไล่เมื่อวานนี้ก็ได้พูดเชิงเดรัจฉานวิชาไปบ้างอภิญญาอะไรก็พูดปนๆไปแบบเด็ดๆหรือแบบนอกพุทธในวันนี้ก็จะพูดในพุทธไปพอสมควรบ้างของพุทธจะต้องมีเสมอผู้ปฏิบัติธรรมแล้วมีอภิญญาก็ต้องมีสิเพราะว่าปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นผู้ได้ฌานเมื่อได้ฌานจิตของเราก็หมายความว่าเราเชื่อเรื่องเราสามารถควบคุมได้จิตเป็นมุทุตาหรือมุดทุกคู่ แปลว่าจิตเขาแปลว่าจิตอ่อนอาตมาก็เคยทักท้วงมาแล้วว่าไอ้จิตอ่อนเนี่ยก็เข้าใจแล้วเพราะว่าฟังดีๆก็หมายความว่ามันอ่อนถ้าจะแปลว่าอ่อนเพราะว่ามันเราสามารถมีน้ำมีการควบคุมจิตเราได้มันไม่แข็งกระด้างข่มขี่เราจิตมันไม่ได้มีอำนาจแรงของเราเหนือเราจิตนั้นก็คือกิเลสปนอยู่ในนั้นแหละเกเรมันปนอยู่ในจิตนั่นแหละแต่เราสามารถที่จะดูแลควบคุมจิตเราเลยจะโน้มเอนไปเมื่อจิตเราเป็นชายเมื่อจิตเราสามารถควบคุมสามารถกำหนดสามารถทำให้มัน ทำให้มันเป็นไปตามที่เราประสงค์ได้พอสมควรทีเดียวสามารถควบคุมให้มันไปตามที่เราประสงค์ได้จริงๆจึงเรียกว่าจิตเชื่องหรือจิตอ่อนละเอียดหรือจิตแววไวสามารถที่จะกระทบสัมผัสเราก็ควบคุมได้ไวเร็วและสามารถดูแลมันได้เหมือนมันเชื่อมมันรู้ทันมันสามารถปรับได้ผลกระทบสัมผัสมันก็รู้รู้เร็วเพราะฉะนั้นจิตอย่างนี้ถึงเหมาะถ้าจิตสามารถที่มีอำนาจอย่างนี้ก็ทำการงานอะไรก็ไปไปได้เรื่อยๆๆๆเพราะฉะนั้นเราเรียนธรรมะของพระพุทธเจ้าเนี่ยเราเรียนเชิญไปเสมอๆแล้วเราก็จะทำการงาน เสมอปฏิบัติธรรมไปด้วยเสมอตามฐานของศีลหรือตามฐานของกรรมฐานตามฐานของแถวขอบเขตของเราที่จะพอเป็นไปเรามีสีหน้าไปทั่วเมื่อไหร่เราก็บอกว่าความหมายของศีล 5 ขนาดนี้แล้วก็ดูอุปัชฌาย์การหรือปฏิกิริยาลูกโซ่ด้วยแล้วก็ความหมายตรงกับมันด้วยว่ามันจะมาเกี่ยวข้องกับการละเมิดศีลของเราอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนี้เราก็จะได้เรียนรู้อธิศีลขึ้นไปด้วยเสมอเราไม่ฆ่าแต่ว่าเออแต่เราไม่ฆ่านะแต่มันมีอะไรเกี่ยวโยงไปถึงการที่จะต้องไปเป็นค่าเป็นการฆ่าไม่โดยตรงก็โดยเกี่ยวโยงเราก็พยายามไม่เอาเกี่ยวโยงก็ไม่เอาถ้าเรายิ่งเข้าใจลึกซึ้งขึ้นก็เกี่ยวโยงมาก ไปกับเราก็ไม่เอาแล้วก็ยังมีอธิศีลขึ้นมาจิตมันก็ยิ่งอาทิตย์จิตมันก็ยิ่งสูงขึ้นเราก็ยิ่งจะรู้ความเกี่ยวโยงปฏิกิริยาลูกโซ่ของพวกเกี่ยวนี้ไปเรื่อยมากการรู้เพิ่มขึ้นก็ยิ่งเป็นอธิปัญญานี่เป็นอาทิตย์ปัญญาเราปฏิบัติได้แค่ไหนถ้าอธิษฐานของเราสูงขึ้นไปได้อีกเราก็ปฏิบัติไปถ้ามันยังไม่ได้เราก็เอาแค่นั้นจะบอกว่าได้ศีลข้อนี้ไม่ได้ศีลข้อนี้ได้แล้วอาทิตย์ขึ้นมาขั้นหนึ่งอาทิตย์สองอาทิตย์ 3 อาทิตย์ระดับ 4 อาทิตย์ระดับ 5 ละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆสูงๆก็ทำได้เพราะความหมายของสิ่งเหล่านี้ซับซ้อนทุกวันนี้ท่านพูดศีลอธิษฐานแล้วมันหมายความว่ายังไง พิเศษศีลศีล 5 ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์อธิษฐานคือยังไงที่จริงอาตมาก็ยังไม่เคยเห็นใครอธิบายสักทีอธิษฐานคือยังไงและแตกต่างกับอริยสัจ 4 ยังไงแตกต่างกับบริสุทธิ์ที่ศีลยังไงเขาก็อธิบายเป็นภาษาแปลว่าอริยสัจ 4 กับ 4 เจ้าพอใจปาริสุทธิ์ที่เสียงก็เสียงมันบริสุทธิ์ก็อธิบายกันไปแต่อันที่ศีลเองคำว่าอธิษฐานนี่ไม่ค่อยอธิบายอาตมาอธิบายไว้แล้วตั้งแต่วันศีลสมโภชน์อภิสิทธิ์ยกตัวอย่างแม้แต่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เป็นขั้นตอนแม้แต่ในจุลินทรีย์ที่บอกว่าเราเว้นการ ล่าสัตว์เราไม่ฆ่าสัตว์เราเว้นการฆ่าสัตว์คำว่าเราไม่ฆ่าคำว่าเว้นนี่มันเป็นขั้นตอนเป็นขั้นตอนเป็นชั้นๆสูงขึ้นไปเรื่อยๆแหละระวังศาสตราระวางทัณฑะนี่เป็นความละเอียดขึ้นไปไม่ฆ่าแล้วไม่ถือแม้แต่อาวุธเพื่อข้านี่เป็นความสูงขึ้นของเป็นอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นตามลำดับไม่เข้าวางอาวุธไม่ถืออาวุธไม่ไม่เอาจริงๆก็สูงขึ้นไปเป็นอันที่ 4 เพราะเขาไปศึกษาศีลไม่ศึกษาอธิบายตรงตัวเลยไม่ได้มีการไปขยายความอะไรเพิ่ม เดี๋ยวนี้ไม่มีจึงพระพกปืนมาเลยซื้อปืนมาพกใส่ย่ามเลยแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวผิดศีลข้อ 1 ศีลข้อ 1 จุลศีลข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์เราไม่ฆ่าสัตว์เว้นการฆ่าสัตว์วางศาสตราวางทัณฑะเนี่ยแปลว่าไม้ไม้พลองแปลว่ากระบองไม้ทองอะไรต่างๆพอดีซึ่งเป็นอาวุธที่มันก็ไม่ใช่อาวุธเหมือนกับยังมีดร้าวแหลมปืนอะไรต่างๆนานาซึ่งเป็นอาวุธแรงร้ายไอ้นี่มันก็จะว่าอาวุธก็ไม่เชิงจะว่าไม่ใช่อาวุธก็ไม่เชิงแต่มันก็เป็นอาวุธได้อย่างนี้เป็นต้นทันตะเป็นของทำร้ายได้ทำท่าแล้วก็มีใจเอ็นดูนี่ก็ไม่สูงขึ้นไปแล้วเป็นดู จะไปถึงปรมัตถ์เข้าไปแล้วไม่ฆ่าไม่ฆ่าวางศาสตราได้เห็นดูเมตตากันขึ้นมาเอ็นดูเลยมีใจเอ็นดูและมีใจกรุณาส่งเข้าไปอีก 720 เล่มนี้ก็อธิษฐานที่อธิบายอยู่สวนลุมมาลงต่อไปอีกอยู่ก็จะได้อ่านทบทวนกันบ้างอธิบายยกนัยยะอะไรต่ออะไรไว้ให้ฟังแล้วอันที่ 4 มันมีในตัวของวันที่ 4 คนหนึ่งนี่ก็ข้อนึงจริงๆอยู่ในจุลศีลข้อที่ 1 เลยแล้วก็ศีลข้อที่ 1 ก็ศีล 5 นี่แหละไม่ฆ่าสัตว์เว้นจากการฆ่าสัตว์วางสัตว์ตราวางทันทะใจเอ็นดูมีใจกรุณามีจิตใจปรับ ธนาอะไรคอร์ดสุดท้ายประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ใจปรารถนา หาอะไรก็ถ้าเขาตกทุกข์ก็ได้แต่เอ็นดูแต่ใจกรุณานี่ลงมือช่วยเลยกระทำการช่วยนอกจากกระทำการช่วยแล้วยังมีใจปรารถนาที่จะเป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ไปเรื่อยเลยนี่ยิ่งเป็นอุดมคติอันสูงเป็นจิตอย่างนี้ไม่ใช่จิตกิเลสนะไปจิตที่มันสูงไปจิตที่เป็นจิตที่จิตจริงๆอย่างนี้เป็นต้นเพราะเราปฏิบัติธรรมเนี่ยศีลสมาธิปัญญามีอธิศีลอธิจิตเข้าใจอธิบายไปคุณก็ฟังด้วยปัญญาฟังปัญญา สัมมาทิฏฐิปัญญาฟังสุตตังสุตตังสุตมยปัญญาจินตามยปัญญาไปจนกว่าคุณจะไปเห็นอาการจริงของเราเองเป็นปัญญาตัวญาณตัวญาณทัศนะมันเห็นของตัวอ้อใจเอ็นดูเป็นอย่างนี้เสียใจเราเป็นใจเอ็นดูแล้วจิตใจเราเป็นใจกรุณาแล้วบางคนก็ได้เอ็นดูไม่ลงมือช่วยได้ไม่ลงมือช่วยก็ไม่มีกรุณาถ้าลงมือช่วยก็มีกรุณารู้ว่ากรุณาก็ยิ่งอย่างที่กล่าวแล้วถ้ามีใจปรารถนาก็คุณยังประโยชน์สัตว์ทั้งปวงอยู่จริงๆเป็นจริงๆอย่างนั้นเลยคุณเห็นใจของคุณน่ะสำนวนของคนไทยเรามีสำนวนแหมเห็นใจคุณจริง แม้แต่ใจดำๆเหมือนคุณก็เห็นโอ๊ยคุณใจดำจังเห็นใจไม่ใช่ลูกกะตาหรอกใช้ความเห็นเห็นใจใจราคะใจโทสะใจไม่เอื้อเฟื้อไม่เกื้อกูลสุดท้ายก็ตัว
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive