251005 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ035.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 5 ตุลาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพลับที่รักได้อบรมทำวัตรเย็นฝึกเจโตสมถะที่พุทธสถานปฐมอโศกอ่ะเราก็มาหนังเกย์โตสมุติกันใครจะนั่งตั้งกายตรงดำรงสติของมันจะนั่งโดยสภาพคู่บัลลังก์จะนั่งพับเพียบเลยที่มันเหมาะสมก็นั่งตามถนัดจะแจ้งให้ได้ง่ายไม่ต้องทุกข์ซึ่งเหมาะสมควรของเรา แล้วก็อบรมฝึกฝนทำให้มากตั้งใจฝึกเพราะว่าบอกแล้วว่าสิ่งอย่างนี้เป็นเรื่องต้องฝึกและฝึกเราก็จะได้เกิดเกิดปัญญาเกิดรู้เห็นเกิดสภาพที่มันจะเป็นได้มีการเกิดตามที่เราได้เข้าใจในสภาพที่เราได้อธิบายกันแล้วอธิบายกันอีกตั้งใจมีนโยบายหรือว่ามีวิธีการที่เราจะใช้ลมหายใจเป็นเปอร์เซ็นต์แต่เราก็พยายามตั้งใจจิตของเราจดจ่อจุดจ้องสัมพันธ์อยู่กับลมหายใจเข้าออกนั้นพยายาม ให้มันเอาใจมาใส่ใจอยู่กับลมหายใจให้หมดให้มากไม่ให้ไปอื่นไม่ให้ไปมีความรู้สึกอื่นหรือว่าไปเก็บเอาอะไรอื่นๆก็มาวุ่นวายในใจไม่ต้องทำงานการอะไรมากเอาแต่แค่รู้เห็นเข้าใจอยู่แต่ลมหายใจเข้าออกให้มีสติเต็มระมัดระวังข้อสำคัญก็คือมีสติเต็มรู้ตัวทั่วพร้อมแล้วนั่งอยู่ก็สบายดีไม่ได้มีใจดิ้นรนอะไรไม่ได้มีการกายก็ไม่ได้ทุกข์อะไรมากมายก็นั่งทำมันปวดมันเมื่อยอะไรนักก็ขยับนิดหน่อยก็ขยับร่างขยับกายเล็กน้อยมันก็หายปวดหายเมื่อยได้แต่ใจ เราก็ทำใจในใจอยู่ตรงนี้แหละใส่ใจอยู่กับลมหายใจเข้าออกให้มันแข็งแรงตั้งมันจริงๆรู้จะมีการรู้จะมีการเล่นก็เป็นเล่นบอกมันรู้ว่ามันเข้ามันออกมันสั้นมันยาวเป็นเกมการเล่นที่น้อยมากเล็กน้อยเป็นผู้มักน้อยยิ่งมักน้อยกินแค่นี้ก็สามารถที่จะทำให้เรารู้สึกว่าเพลิดเพลินสบายไม่อึดอัดเครื่องไม่น้อยไปแค่นี้ก็บันเทิงอารมณ์ร่าเริงเบิกบานได้เป็นการพิสูจน์อย่าง เป็นการพิสูจน์ความมักน้อยความไม่ระเริงโลกให้เป็นการพิสูจน์ความไม่ระลึกโลกโลกก็ต้องอยู่ย้อมด้วยสังขารและธรรมมา
อ่านต่อ
กมายเพื่อที่จะให้เราร่าเริงเบิกบานสดชื่นสนุกสนานแต่เราแค่นี้เราก็เบิกบานอารมณ์ได้สดชื่นได้ไม่เหี่ยวเฉาไม่หดหู่แล้วเราก็สามารถอยู่กับอันนี้อย่างพอใจไม่ฟุ้งซ่านไปอื่นจิตไม่วุ่นวายไปใส่ใจอื่นเพราะว่าแค่นี้เราก็อยู่กับเขาได้อยู่กับสิ่งนี้ได้สบายเบิกบานร่าเริงอารมณ์เพลิดเพลินมันเป็นความแสดงถึงสภาพคนเราลองทดลองจิตมักน้อยแค่นี้จะตั้งอยู่ได้ไหมจะ ได้ไหมจะอึดอัดขัดเคืองไหมจะดิ้นรนไหมกูได้ไม่ดิ้นรนผู้ใดอาจขัดเคืองอยู่ได้สบายด้วยเห็นด้วยว่าสบายเบาว่างง่ายสบายดีปลงไม่เดือดไม่ร้อนไม่ลำบากลำบนอะไรพูดได้ทำได้แล้วมันได้ง่ายๆไม่ยากอะไรหรอกคนนั้นอยู่นิ่งๆอยู่ก็อารมณ์นิ่งๆเบาง่ายสบายไม่ยุ่งไม่ยากไม่เหนื่อยไม่วุ่นไม่วายไม่ยุ่งไม่มีลำบากไม่ยุ่งไม่เยอะไม่มีภาระไม่มีอะไรแต่ทีนี้คนเคยชินที่จะต้องคิดต้องนึกต้องพูดต้องจะต้องเต้นต้องดีต้องดิ้นตรง คนต้องวุ่นวายอะไรแบบโลโก้มาม่าจะมาหยุดลงไปนี่มันจึงไม่ง่ายนักเพราะเราก็ต้องมาใช้ความพยายามบ้างในช่วงที่ใช้ความพยายามยังไม่ได้นั่นแหละเราจะรู้สึกลำบากรู้สึกทุกข์รู้สึกว่ามันจะต้องต่อสู้มันจะต้องพยายามกดข่มพยายามประคองพยายามจะแจ้งเมื่อใดเรากำลังจัดแจงอยู่ถ้าเผื่อว่าเราจะอ่านรู้สภาพของจิตของเราได้สามารถที่มีจิตมารับหลานรับรู้อารมณ์ตนว่ากำลังเพ่งกระทำตามที่เราต้องการไม่ต้องเคร่งนะไม่ต้องเคร่งไม่ต้องกดเพลงอ่านปล่อย เอาจิตอยู่กับลมหายใจเข้าออกแล้วก็เพ่งอ่านถ้าจิตของเรามันแนบแน่นอยู่กับลมหายใจเข้าออกได้พอสมควรแล้วก็อ่านอารมณ์จิตของเราเออจิตของเราเขาว่ามีการอารมณ์ของกามหรือกามารมณ์เป็นยังไงความคิดเป็นตามความคิดเป็นพยาบาลอ่านอารมณ์ของเราดูถ้ามันไม่มีก็อ่านต่อไปอารมณ์อื่นอีกนิวรณ์มีทั้ง 5 อย่างซึ่งแตกต่างกันอารมณ์ของที่ไม่ทักก็ไม่มีอารมณ์ของวุฒิศักดิ์ฟุ้งซ่านจนเราเองไม่สบายใจกังวลรำคาญวุ่นวายอะไรอยู่บ้างมันก็ฟุ้งซ่านไปให้เรารำคาญใจ ถ้ามันไม่มีเราก็เห็นไอ้เด่นชัดให้ชัดๆไม่ต้องสงสัยลังเลอาการอย่างนี้แน่แล้วหนอจะได้การที่ปราศจากนิวรณ์ถามว่าปราศจากนิวรณ์อยู่แต่เราก็ยังต้องเคร่งด้วยว่าจะต้องระมัดระวังเรายังต้องกลัวว่ามันจะไม่เป็นสภาพนี้ได้เราจะทำกรรมวิธีใดๆอันนึงอยู่คุมกุญแจอยู่ที่เดียวอย่างมากเรียกว่าเรายังอยู่ในฌานหนึ่งเรียกว่าเราทั้งรู้ควบคุมความความคิดและความวิตกความตรึกควบคุมความคิดควบคุมอ่านดูพฤติกรรมวิจารณ์อย่างถ้าอ่านอย่างทั้งควบคุมจิตเรียกว่าควบคุมวิตก แหมมีการวิตกไม่มีพยาบาทวิตกไม่มีหญิงสาววิตกนี่แหละสุขุมวิทตกอยู่อย่างมากยังใช้ความพยายามใช้ความคุมแจอยู่เยอะเรียกว่าเรามีสภาพที่อยู่ในฌาน 1 มันยังมีวิตกมันยังมีวิจารณ์มันยังเป็นความผิดที่เราต้องประคองมันต้องอ่านจิตจาระแปลว่าพฤติกรรมพฤติกรรมตอนนี้เราดูพฤติกรรมของจิตอันยิ่งที่เป็นพฤติกรรมที่ปราศจากนิวรณ์แล้วก็ลองดูแล้วกำลังอ่านด้วยแล้วกำลังทำให้มันไม่มีด้วยอ่าอย่างทำอยู่อย่างเพ่งเพียรแกเลยทีเดียวเรียกว่าเพลงเผาสภาพวิตกวิจารณ์ก็คือความ หรือว่าความเพียรไม่ให้มันมีช้าไม่ให้มันมีนิวรณ์ในในกรรมวิธีอะไรก็ตามของเราเนี่ยอย่างแรงๆอยู่นั่นแหละวรวิทย์ฌาน 1 จนกว่าความเพ่งความภูมิใจพวกนี้จะเบาบางลงไปบ้างไม่ต้องเพ่งไม่ต้องระวังมากนักไม่ต้องภูมิใจมากนักมันดีขึ้นเรียกว่าดีขึ้นอย่างต่างกันต่างกันมากพอสมควรพอสบายไม่ต้องคุมใจอะไรพอปล่อยได้แล้วก็รู้สึกว่าเราไม่มีไม่มีนี่วอนอ่านออกด้วยอ่านง่ายขึ้นเห็นชัดขึ้นจริงๆเออมันไม่มี นิวรณ์นะความตรึกนึกคิดอะไรมีไหมไอ้ความรู้สึกนึกคิดนี่แหละมันจะเหลืออยู่มันไม่ใช่ง่ายๆง่ายๆนะมันยังมีความตรึกนึกคิดอยู่แต่ว่าความสุขนึกคิดของเราไม่ได้เป็นกามไม่ได้เป็นพยาบาลไม่ได้เป็นฟุ้งซ่านที่เป็นอกุศลอะไรเป็นความสุขนึกคิดโดยธรรมโดยความรู้โดยอะไรที่มันเป็นสารัตถะพอสมควรเรื่องราวที่เรารู้ได้แม่นจับได้มันยังมีอยู่บ้างมีอยู่บางๆบางๆเบาๆอารมณ์ซ้อนลงไปแม้เราไม่มีนิวรณ์แล้วมีการงานอยู่ทางจิตอยู่เหมือนกันแต่การงานทางจิตนี้ไม่เป็นอกุศลไม่เป็นกิเลสไม่เป็นนิวรณ์อะไรมันก็สุขเหลือหลายและเป็นชาญ 3 เบาง่ายไม่ กุญแจแล้วก็ไม่รู้อารมณ์ของเราสนิทเนียนลงไปเหลือเศษอยู่บ้างในความคิดนึกอะไรนิดๆหน่อยๆเรียกว่าสุขเบาเป็นความสงบจากกิเลสแล้วเป็นชาญ 3 แล้วอ่าสุขอันนี้เป็นอุปไม่มีความจำเป็นกิเลสคุณจะรู้จักความไม่มีกิเลสแต่มีการงานอยู่ในจิตนี้จากชาน 3 จากชาญ 3 ที่จริงชาญ 4 โดยปกติของชาญของพุทธมันก็มีการงานความคิดนึกได้โดยที่ไม่ต้องมีนิวรณ์ไม่ต้องมีกิเลสอะไรไม่เปิดตัวตนอะไรต่างๆพวกนี้อย่างแรงด้วยความคิดนึกอย่างเต็มรูปเต็มเรื่องทำได้เป็นอุเบกขาใน ภาพมันตีกลับมันไม่เหมือนกันกับฤาษีแต่ละทีก็คิดนึกแต่อันนี้เราหมายเอาความหมายว่าสมถะสงบแล้วก็สงบจากการงานเป็นจิตสงบจิตหยุดจิตพักต่างกันกับจิตที่เป็นจิตที่ปราศจากกิเลสแต่เป็นมรรคองค์ 8 มีการงานเต็มที่ต่างกันจิตต่างกันเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าไม่ได้แยกบุคคลที่มีสิ่งสภาพนี้ออกเป็น 2 บุคคลบุคคลมีโลกุตระ 1 บุคคลมีเจตนาสมถะต่างหากคนหนึ่งเพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็ทำใจตัวเสมอมาก็เน้นในการงานคนน้อยไม่ต้องคิดไม่ต้องนึกไม่ต้องมีอะไรเราก็จะเข้าสู่ฌาน 4 ชั้น 4 อย่างสมถะฌาน 4 อย่างเจโตสมถะซึ่งในระยะละเอียดและต่างกันกับฌาน 4 ของพุทธพระฌาน 4 ของพุทธนั้นปริสุทโธบริสุทธิ์ปริญญาทาตาขาวสะอาดพองมุทุแววไวปานเปรี้ยวคล่องแคล่วเชื่องอยู่ในอำนาจที่เราควบคุมอ่อนละเอียดแยกขายกรรมบรรยายเหมาะแก่การงานและทำการงานได้สละสลวยมีการงานไม่ใช่ว่าไม่มีการงานมีการงานมีกรรมมันจะทำงานได้ดีเงินสนับสนุนด้วยซ้ำทำได้ดีปราศจากกิเลสที่มันเป็นการงานที่ดีและจิตนั้นก็ยัง สว่างแจ้งประภัสสรรุ่งเรืองอยู่ไม่ได้ดีไม่ได้ลบไม่ได้หดไม่ได้หูไม่ได้หนีไปไหนรู้โลกอยู่กับโลกประภัสสรดาวเรืองอยู่กับโลกนี้เองนั่นเป็นอุเบกขาของพุทธที่มีองค์ธรรมถึง 5 ประการแต่ตอนนี้เราไม่ได้มีไอ้นั่นเลยไม่ได้มีการงานอย่างนั้นแต่จะเอามาพออธิบายในสมถะนี้ก็พอได้ว่าจิตของเราก็ทำการงานให้มันเป็นชานี่แหละทำการงานเฉพาะชาญนี่แหละแล้วก็ทำอยู่คิดของเราก็เป็นชาญเป็นการงานที่สละสลวยคือทำฌานปราศจากนิวรณ์ของเราอยู่ได้จิตก็ใช้โปรเพราะภัสสรอยู่เหมือนกัน การงานนี้เป็นการงานเท่านี้เป็นการงานอันแคบเป็นการงานจำเพาะไม่ใช่การงานทั่วไปที่เหมาะกับการงานอื่นๆเป็นการงานทางคิดผลการงานทางพูดเป็นการงานทางกายกรรมเป็นการงานทางอาชีพตามมักองค์ 8 มันไม่ใช่การงานอย่างนั้นเป็นการงานที่ทำฌานทำจิตแถวนี้ไม่มีความแตกต่างในระยะละเอียดละออกับบรรยายให้ฟังทุกแง่ทุกมุมพยายามทำความเข้าใจให้ละเอียดขายให้ดีๆเราเข้าใจทุกอย่างแล้วเราไม่มีปัญหาอะไรมันไม่ต้องเถียงกับเขาแต่ถ้าเราจะเถียงเราเจตนาที่จะแย่งก็แย้งได้แต่ก็ต้องบอกให้เขารู้ว่าอีกอย่างในแง่นี้แง่ของพุทธในแง่ของสมถะจิตในแง่ของ ฤาษีธรรมดาก็เป็นอย่างนั้นมันทำได้ทั้งสองในยะมันทำได้ 2 นัยยะก็ไม่แปลกอะไรที่เรารู้แล้วเราก็ทำได้เราก็ฝึกหัดศึกษาก็ทำพิสูจน์แล้วเราจะไม่ถกเถียงเมื่อเรารู้ยิ่งเข้าใจไปทั่วทั่วแล้วเราไม่เถียงนอกจากว่าเราจะออกความเห็นต่างแย่งบ้างถกกันบ้างแต่ไม่ใช่เถียงไม่ใช่ทะเลาะวิวาทไม่ใช่เอาเป็นเอาตายไม่ใช่เอาชนะการทำความเข้าใจแก่กันและกันเพราะเราจะยืนยันว่าพุทธเป็นอย่างนี้แล้วก็บอกว่าพูดเป็นอย่างนี้อย่างโน้นพูดก็เรียนรู้ได้เป็นอุปการะแต่อย่างนี้ไม่ใช่แกนหลักของศาสนาพุทธตามที่เอาหลักฐาน อุเบกขาที่มีองค์ธรรม 5 ประการนี้ก็ดีหรือแม้แต่สัมมาสมาธิที่เกิดแล้วมักองค์ 8 ก็ยังสมบูรณ์มีสัมมาอยู่ทั้งหมดแล้วก็มีการงานพูดได้ทำการงานได้คิดนึกได้มีอาชีพได้มาเป็นเครื่องขยายเครื่องอธิบายประกอบให้เห็นเด่นชัดเป็นหลักฐานว่าแม่เป็นสมาธิเป็นฌานก็มีการงานอื่นๆได้อยู่ซึ่งมีหลักฐานที่ชี้บอกว่ามันต่างกันเราจึงแยกจากที่สมาธิของเดิมของก่อนที่เขาได้เข้าใจเขาทำกันมานานอันนี้ไม่มีแปลกอะไรพระพุทธเจ้าก็ไม่แปลกเราก็รู้ตามเขาได้ หาว่าต้องเข้าใจอย่างชัดๆจริงๆเราจะได้รู้คำว่าสมาธิคืออะไรแค่ไหนสมาธิในเชิงพุทธที่แตกต่างที่มีมาก่อนเป็นของพื้นๆเป็นของทั่วไปเป็นอย่างไรเราก็จะได้เข้าใจโดยเฉพาะยิ่งสมาธิที่มันเป็นไปเพื่อความสนับสนุนต่อประโยชน์ทางธรรมไม่ใช่สมาธิแล้วก็ออกเพี้ยนไปเป็นอัตภาพไปเป็นอะไรเป็นความเสพไปเป็นสภาวะเสพติดไปเป็นสภาวะที่จะต้องติดในองค์ของภพนี้ทำพบนี้ไว้ให้แก่ตนอย่างนี้แล้วก็สมมุติยึดถือองค์สภาวะแบบนี้ต้องทำเอาเช่นหลับตาเข้าไปแล้วก็ดับบ้าง อยู่อย่างนี้แล้วก็ติดเป็นรถเราเองเราติดเป็นรถแล้วเราก็รู้สึกว่าสบายต้องทำเอาผู้ใดติดก็ต้องทำเสร็จผู้ใดติดก็ต้องทำเสพทำเอาแต่พูดไม่ติดแล้วรู้สภาพวันนี้อาการที่ไม่มีกิเลสมันเป็นอย่างนี้อาการไม่มีนิวรณ์เป็นอย่างนี้มันไม่ยากนะเป็นแล้วไม่อยากอ่านรู้แล้วก็ไม่ยากยิ่งฝึกเป็นๆโดยที่เรียกว่าไม่ต้องไปนั่งหลับตาก็ไปลืมตานี่ก็ไม่มีนิวรณ์ได้ถอนออกมาเป็นปฏิสังขรณ์ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตาลืมตานี่แหละลืมตาแล้วไม่จำเป็นจะต้องนิ่งโดยไม่มีงานปฏิเสธก็มีงานด้วยเป็นวุฒิ เป็นสมาธิสาวภูฏานนะหรือเป็นปฏิเสธถอนออกมาให้ได้ขนาดนี้สิเราสามารถที่จะลืมตาเราสามารถที่จะพูดก็อ่านผิดได้ว่าแม่พูดเราก็ไม่มีนิวรณ์แม่การงานก็ไม่มีกระบวนการงานทางกายทำก็ไปแล้วร่วมงานร่วมกันก็ไม่มีนิวรณ์อ่านจิตออกการออกจริงๆจับอารมณ์จากอาการได้จริงๆเราทำเคลื่อนไหวน้อยๆโดยการเดินจงกลมตาก็ลืมปากพูดบ้างกายกรรมทำนู่นนี่บ้างหรือไม่ใช่แค่เดินจงกรมอยู่แค่นั้นเราก็ตื่นได้หรือไปทำงานงานอื่นก็ทำได้ไม่มีกิเลสนิวรณ์จริงๆ ชำนาญมากอุจจาระเป็นสมาธิสระอุจจาระจะไปยังไงจะมาไงจะเป็นยังไงในระบบแถบในระบบกว้างการงานสัมผัสสัมพันธ์น้อยสำคัญใหญ่เป็นมงคลจรเป็นจักรวาลน้อยจักรวาลใหญ่เราก็ทำได้โดยเป็นสมาธิตลอดไปเป็นสมาธิสักโคจรเป็นสมาธิสั้นอภินิหารเก่งกล้าสามารถอภินิหารอยู่ได้อย่างยิ่งอย่างที่คนธรรมดาอย่างที่คนไม่ได้ฝึกไม่ได้ปรือไม่ได้เราได้เรียนไม่ได้สลัดล้างไม่ได้ลดเขาทำไม่เป็นน่ะเขาทำไม่ได้แต่ผู้ที่ฝึกหัดเรื่องจริงได้เป็นสมาธิอย่างเนื้อชั้นเลยเรียกว่าอภินิหาร เป็นสมาธิอภินิหารเป็นไปได้สบายทั้งโคจรทั้งเคลื่อนย้ายทั้งเคลื่อนที่ทั้งไหวตัวทั้งเป็นการงานการกระทำอะไรอยู่เป็นชีวิตมนุษย์ปกติเคลื่อนไหวอยู่อย่างทุกอย่างสัมผัสแตะต้องอะไรต่ออะไรอยู่แต่เราก็ไม่มีนิวรณ์เพราะฉะนั้นเงื่อนไขการไม่มีนิวรณ์คือเงื่อนไขสำคัญในการที่จะเรียกว่าฌานเพราะมันต้องเข้าใจให้ดีๆว่าฉันเมื่อเราทำเคลื่อนไหวก็ได้ไม่มีจะไม่มีนิวรณ์เป็นชาญนั่งหลับตาเข้าไปก็เป็นชาญนั่งหลับตาก็ไปเป็นชายแล้วยังมีภาวะตัณหาเป็นภาวะพบเป็นภาวะเสี่ยงเป็นภาวะซึมเป็นเพราะอะไรแม้เราจะเข้าใจในเรื่องอัตภาพต่างๆ ปั่นอะไรขึ้นมาเป็นมโนมัยอัตตาต่างๆแล้วเราไม่ปั่นแล้วแล้วก็ไม่หลงในฤทธิ์เดชที่มันนอกเรื่องนอกราวเป็นปาฏิหาริย์อิทธิปาฏิหาริย์อย่างลูกโลกเป็นอาทิตย์หน้าปาฏิหาริย์อย่างลูกโลกอย่างฤาษีคันทารีหลังฤาษีมัลลิกาเป็นอิทธิปาฏิหาริย์เป็นเทศนาปาฏิหาริย์อย่างฤาษีพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้อย่างฤาษีคณิกาอาจารย์ฤาษีคันทารีอย่างฤาษีมานิกาอย่างนี้เป็นต้นไม่เอาพระพุทธเจ้าของพุทธก็มี สิทธิวิธีต่างๆในการที่จะรักษาจิตเอโกปิบุษบาพหูทาโหติจิตที่เราทำได้อย่างนี้สักครั้งหนึ่งครั้งเดียวเราก็ทำได้หลายครั้งสิทธิปราศจากนิวรณ์ครั้งเดียวทำได้หลายครั้งเป็นตนหนึ่งเดียวทำให้ได้หลายๆไปอะไรเป็นต้นอย่างนี้หรือว่าจิตที่มันมีหลากหลายรวมเข้ามาเป็นหนึ่งน่ารักๆคิดวุ่นวายอยู่มากหลายแล้วมันเป็นหนึ่งอะไรเป็นต้นแม้แต่จะอธิบายเป็นนามธรรมให้ฟังแล้วอย่างอิทธิวิธีอิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆสามารถเก่งที่มนุษย์ธรรมดาทำไม่ได้ง่ายๆเป็นอิทธิปาฏิหาริย์เราทนต่อสภาพที่มีอิทธิวิธีมีสัมผัสด้วยซ้ำ เราก็ไม่เป็นไปตามโลกซึ่งโลกก็กระทบลูกเขาก็รู้สึกสวยกระทบเสียงเขาก็รู้สึกเพราะไปตามโลกอำนาจโลกียธรรมเขาได้ลาเขาก็ดีใจตื่นเต้นเขาได้ยอดเขาก็ตื่นเต้นดีใจชื่นชูใจอะไรต่างๆนานาเราก็มีอารมณ์ที่อยู่เหนือรู้เท่าทันในหวั่นไหวไม่วาบหวิวไม่เป็นรถเป็นอัสสาทะตามโลกอย่างนี้เป็นต้นเป็นอิทธิปาฏิหาริย์เป็นมโนมยิทธิเราจะมีเอาเทศนาปาฏิหาริย์มากขึ้นคือสามารถที่จะรู้จิตในจิตสามารถที่จะรู้นอกมาถึงดูในเห็นกริ กายก็รู้ถึงจิตเห็นพระได้ยินภาษาได้ยินเสียงสำเนียงก็สามารถรู้เสียงสองรู้กิริยา 2 รู้สิ่ง 2 อันหนึ่งเป็นของมนุษย์อันหนึ่งเป็นของทิพย์เป็นของวิเศษเป็นของเทวะที่สามารถหยั่งรู้ยังอ่านได้ไปเรื่อยๆมิโซะที่มีเจโตปฏิญาณเจโตปฏิญาณนี่คือเทศนาปาฏิหาริย์อย่างแท้สามารถรู้ราคาโทรศัพท์มูลนิธิอมตะที่แตกต่างกันสามารถแยกออกสามารถรู้จิตชัดๆเลยนี่เป็นการหยั่งรู้จิตใจพยายามตามหลักตามหลักฐานของพระพุทธเจ้าละเอียดละออไม่ใช่อย่างฤาษีที่เขาเข้าใจบางทีอยากรู้จิตผู้อื่น ที่อธิบายกันเพี้ยนมาจนกระทั่งแม้แต่สัตว์ปะระสัตตานังปะระโปคะนานังก็แปลกันว่าไปรู้ใจบุคคลอื่นซึ่งเป็นตัวตนบุคคลเราเขาก็ยังไม่ใช่ปรมัตถ์หมายเอาของตนเจ็บเจ็ดสิบของตนอื่นเป็นจิตอื่นจิตที่เคยมีอยู่เดิมก็จิตอื่นที่มันต่างออกไปนะต่างหากต่างจากคนอื่นเออจิตอื่นจิตแปลกจิตใหม่พระปกครองเป็นจิตของบุคคลที่เป็นบุคคลที่เป็นอื่นนอกไม่เคยรู้เราไม่เคยเป็นจิตอย่างนี้เป็นจิตอริยะอริยบุคคลไม่ใช่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ใช่บุคคลที่หนาภารกิจเป็นอริยชนไม่ใช่ผู้ถูกชนซะแล้ว เป็นชนอีกอย่างหนึ่งเป็นบุคคลอีกอย่างหนึ่งมันเกิดที่จิตจิตเป็นตัวพาเกิดจิตเป็นตัวจำแนกบุคคลจำแนกสัตว์จำแนกบุคคลความเป็นอื่นต่างจากอันนั้นเราก็จะเป็นผู้รู้เพราะจิตอบโอปปาติกะกัมมะโยนิเกิดเพราะกรรมเกิดเพราะการกระทำจนเป็นจนเกิดฉันเกิดว่างๆเกิดบ้างเกิดได้เป็นขณะเกิดได้ชำนาญเกิดได้มันของเราเป็นคนรู้จิตของเราเป็นละเอียดละออเป็นแก่ตัวพอดียามไปกันขนาดไหนทบทวนดูเมื่อนั้นมื้อนี้เราก็จะรู้ว่าเราเป็นไปได้มากมายเดือนที่แล้วก็เป็นได้เดี๋ยวนี้ เป็นได้อยู่มั่นคงเมื่อวานนี้เป็นได้วันนี้ก็เป็นได้อีกหรือว่าเดือนที่แล้วได้แหมเดือนนี้ยังไม่มั่นคงอ่อนลงไปต้องปรับปรุงต้องแก้ไขแล้วก็จะรู้ของเราว่าเที่ยงแท้มั่นคงเป็นนิยตหรือเปล่าหรือว่าฐิติหรือยังแม่กาลเวลาบุพเพนิวาสานุสติญาณทบทวนไปหยอกย้อนไปย้อนมาเห็นความเกิดของกิเลสความดับของกิเลสมันดับสนิทแล้วหรือยังดับไม่สนิทและยังเวียนวนยังไปอยู่หรือว่ามันมั่นคงแล้วแล้วมันก็มีสิ่งเกินกำลังมันผีหลอกบ้าอะไรพวกนี้แล้วก็การจริงๆเป็นเจโตปฏิกิริยาเป็นบุพเพสันนิวาส จริงเป็นอันเทศนาปาฏิหาริย์เป็นการหยั่งรู้หยั่งลึกซึ้งอาทเทศนาปาฏิหาริย์เป็นรู้อย่างลึกซึ้งรู้อย่างในเรื่องของจิตในจิตอาสาปาฏิหาริย์เห็นความเกิดความดับของจิตอย่างแท้จริงกิเลสเกิดก็รู้ที่ซ่อนอยู่กับจิตไม่ใช่กิเลสเป็นจิตบริสุทธิ์ก็รู้รู้จริงๆมีกิเลสผสมอยู่ก็รู้แยกความเกิดของกิเลสหรือความเกิดของจิตบริสุทธิ์ออกชัดชัดขึ้นแม่เบาบางเป็นรูปพระจิตก็รู้ยังรู้และนานวันและบ่อยๆ มั่นคงไม่แปรปรวนเป็นอันหนึ่งเป็นอันเดียวเป็นอันจริงเป็นอันแท้ด้วยธาตุรู้ที่รู้ยิ่งเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพเป็นอธิปัญญาเป็นญาณทัศนะวิเศษที่รู้ยิ่งยิ่งรู้ในความจริงตามความเป็นจริงโดยเหตุโดยผลโดยหลักฐานโดยคำอธิบายโดยคำกล่าวถูกต้องหมดแม้แต่ละอื่นกาละยืนนานกาละมั่นคงเห็นความจริงนี่เป็นความจริงที่เราจะพิสูจน์ประพฤติไม่ใช่ขาดแค่นี้เอาไม่ใช่ไปนั่งด้นดาวด้วยเหตุผลแต่มีจริงเป็นจริงเป็นได้ในที่ที่มีสัมผัสน้อยจนเป็นได้ในแม้มีที่สัมผัสมาก แววไวแคล่วคล่องรู้เท่าทันและสามารถทำให้เจโตวิมุตติอยู่อย่างชัดเจนแม้จะอยู่กับโลกมีสัมผัสโลกมีสัณฐานและโลกทับถมอยู่อย่างหนักปานใดปานใดสัมผัสแกะต้องกระแทกกระเทือนปราบปรามได้ปานใดเราก็ไม่มีหวั่นไหวเราจะรู้ด้วยตนเองไม่ใช่ให้ผู้อื่นรู้แทนและไม่ใช่วันนั้นโดนดาวต้องมีของจริงเป็นเครื่องรองรับมีสภาวะธรรมนั้นอยู่ที่ตัวเราเราเป็นผู้รู้ผู้เห็นอยู่อย่างแท้จริงอันนี้ก็ขยายความให้เป็นความรู้เสริมเติมอาจารย์นี้ก็นั่งทำเจโตสมถะอันเป็นอุปการะมีเพื่อให้จิตของเรา ตั้งมั่นเสริมหนุนอุปการะจริงๆเพราะว่าเราจะได้รู้อย่างที่กล่าวแล้วจะได้เห็นจะได้ชัดเจนจะได้มีความสามารถในการที่จะจับจิตหรือว่าทำกับจิตอย่าง Slow Motion อย่างคุณชายหนังช้างเป็นประโยชน์สนับสนุนตนไปปั๊มน้ำเจโตสมถะเนี่ยท่านจึงมีการนั่งและก็การออกไปเดินจงกรมสลับกันอยู่เสมอเป็นธรรมเนียมเพราะว่าเมื่อมันง่วงออกไปเดินเดินเดินขวางก็ออกมานั่งก็เข้ามานั่งนั่งไปนั่งไปมันง่วงมันมันไม่รวม ตกหลี่ตกอะไรก็ไปเดินให้มันตื่นการนั่งจงกลมโดยธรรมเนียมแต่โบราณมาของพระที่สุดคือจะมีการนั่งการเดินจงกรมสลับกันอยู่อย่างนั้นแหละเดินสลับกันไปสลับกันมาเดินจงกรมเพื่อให้มันตื่นมันอะไรแล้วเหมือนกับแล้วก็เราจะได้ฝึกว่าจิตที่เดินจงกรมนี่เป็นฌานโดยการเดินอยู่เนี่ยมันไม่มีนิวรณ์ไงมันก็เป็นได้เพราะฉะนั้นการเดินจงกรมจึงทำฌานอย่างที่อุปการะมากมีอุปการะมากพอทำให้เกิดเจโตสมถะหรือเกิดเป็นฌานชนิดที่เรียกว่าไม่ใช่นั่งหลับตาอยู่กับที่ไม่พบด้วยมีสติสัมปชัญญะ ปัญญาที่รู้ได้ตื่นมากกว่านั่งอยู่กับที่ยิ่งนับหลับตาแล้วยิ่งได้มากกว่าเยอะเพราะงั้นยิ่งเดินจงกรมประกอบกับการนั่งจึงเป็นการปฏิบัติมีอานิสงส์สูงกว่าด้วยเดินจงกรมแล้วมันก็หายง่วงแล้วก็มานั่งแล้วก็เดินออกไปเดินถ้ามันเกิดอาการมันก็ดีก็ไปเดินเดินแล้วก็มานั่งนั่งก็เดินสลับกันไปมีมาแต่โบราณกาลเป็นการแก้เป็นการกระทำที่สลับหมุนเวียนกันเพื่อให้เกิดคุณค่าให้เกิดอุปการะประโยชน์ไม่ใช่ว่าเรามานั่งแช่นั่งทนแล้วมันสู้ไม่ได้ว่าเสียแต้มอยู่อย่างนั้นน่ะมันจะไปเดิน ค่อยยังชั่วขึ้นเยอะหาเดินให้มันตื่นพรุ่งนี้เราก็ว่าเราใส่แจ๋วดีก็มานั่งนั่งบอกแล้วว่ามันรอไอ้เข้มากกว่ามันรอให้เราง่วงมากกว่าเพราะฉะนั้นเราไปเดินเดินประจำสายดีก็มานั่งเอาใหม่น้ำมันก็จะโดนไอ้เข้จะลากไปกินอีกน่าจะลากไปกินอีกหรือลากเข้าไปจนกระทั่งเราไม่มีกำลังจะสู้ได้ก็ออกไปเดินสลับกันไปสลับกันมาแม่เดินจงกรมเราก็เดินให้เป็นชานเดินให้ไม่มีนิวรณ์ชั้นเดียวกันไม่ใช่เดินเล่นเฉยๆเดินสังวรสำรวมระวังมีรูปแบบเดียวกันแต่เป็นภาวะที่ตื่นกว่านั้น อีก 5 นาทีอีก 5 นาทีเอาให้แข็งแรงเอาให้สดชื่นเอาให้ปราศจากนิวรณ์ขอให้เป็นหนึ่งหน่อยได้ดูซิอึ่งอ่างรู้แจ้งชัดเจนเข้าใจชัดยิ่งดีอาการเด็กฝึกจริงอ่านจริงผู้ใดทำถึงผู้ใดเป็นได้มากก็ดีน้อยก็ดีค่อยพึ่งเพี้ยนทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยความเพียรเพียรไปทำไปแล้วเราก็จะคอยเรียนรู้ด้วยภาคปฏิบัติไปเทียบเคียงอ่านเรื่องของจริงไม่ใช่นั่งรถราวีแล้วก็เรียนมามากเพราะระยะเราก็เรียนมามากไม่ต้องเป็นให้ได้ ตั้งมั่นให้ได้มันได้แล้วมันก็จะเกิดส่งผลยังไงยังไงเราก็จะได้พิสูจน์กันไปสำหรับวันนี้ก็พอสมควรแก่เวลาวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเย็นฝึกเจโตสมถะที่พุทธสถานปฐมอโศกเราวันที่ออกพรรษาแล้วมาจนกระทั่งไปเรื่อยๆที่เราได้ดำเนินนโยบายว่า เราจะมีทำวัตรเย็นและทำวัตรเย็นของเราก็จะเป็นดังนี้แหละคือประมาณก่อน 5:00 น หรือก่อนนั่นแหละก็บ่าย 5:00 น นี่แหละก็จะตีระฆัง 5 โมงเย็นก็เริ่มต้นเราก็จะมีไหว้พระสวดมนต์พุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณอย่างนี้ทุกแห่งทุกพุทธสถาน 5 โมงเย็นเราจะทำแล้วก็จากนั้นสวดมนต์เสร็จแล้วก็จะตั้งใจโตสมถะกันเป็นหลักเป็นส่วนใหญ่ มีเรื่องจำเป็นเท่านั้นเราก็ถึงจะพูดถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นเราก็จะไม่พูดมีเรื่องแนะนำอาจารย์ก็แนะนำบ้างเป็นธรรมดาเป็นตามสมควรอันนั้นก็เป็นไปตามสมควรมันในเวลา 1 ชั่วโมงเราไปหมดเอาเวลา 6 โมงเย็นเราจะหยุดแค่ 6 โมงเย็นวันพุธก็หยุดวันพุธก็ว่างหรือวันใดมีกิจการบันไดมีงานมีอะไรที่จอดอยู่สำคัญๆเราก็งดแต่ว่าการทำวัตรเย็นหรือว่าเจโตสมถะนี้เป็นการทำวัตรตามความยินดีใครไม่ลงได้ทั้งสิ้น ทุกแห่งใครจะไม่ลงทำวัตรเย็นนี้ได้เมื่อไม่มีฉันทะไม่มีความยินดีที่จะลงก็ไม่ต้องลงเพราะว่าลงมาแล้วมันก็ไม่ได้ประโยชน์หรือว่าผู้ใดมีอินทรีย์อ่อนมีอินทรีย์ภาระอ่อนลงมาแล้วก็มานั่งเจโตสมถะก็มาเอาแต่ง่วงเหงาหาวนอนหลับๆดีๆอะไรอยู่เนี่ยก็อย่าลงลงแล้วขาดทุนเปล่าๆหรือผู้ใดก็ไม่สบายผู้ใดไม่มีแม้แต่ไม่มีฉันทะไม่มีความยินดีไม่มีความพอใจจะลงไม่เต็มใจจะลงก็ไม่ต้องลงอันนี้เป็นนโยบายที่เราจะทำกันไปติดต่อเพราะว่าการทำใจตัวสมถะนี้ไม่ใช่ฐานบังคับ ฐานของผู้ที่รู้จักอุปการะอันนี้เป็นฐานที่เมื่อมาปฏิบัติแล้วเราเห็นว่าเราจะได้อุปการะเราจะมาเพียรมาพยายามและเราก็จะต้องรู้จริงๆด้วยว่าเรากำลังทำเนี่ยเราได้หรือว่าเราเสียถ้าเสียก็หยุดเพราะการนั่งเจโตสมาทานเขาจะมีลักษณะอยู่ 2 ในสลับกันไปคือนั่งไปแล้วเดี๋ยวก็เป็นลุกเดินจงกรมลึกเดินจงกรมไปแล้วก็เดี๋ยวก็กลับเข้ามานั่งมานั่งแล้วก็ออกไปลุกเดินจงกรมเป็นธรรมดาในการนั่งแก้ตัวสมถะสลับกันกับนั่งกับเดินจงกรมเป็นเรื่องธรรมดาของการปฏิบัติอันนี้เพราะว่ามันนั่งแล้วมันก็จะง่วงก็ง่วงก็ลุกขึ้นไปเดินไปล้างหน้าล้างตาไปเดินไปอะไรต่ออะไรจะไปทำ ความตื่นความเคลื่อนไหวอะไรที่จะให้มันแก้ตัวหลับตัวดีตัวตกภวังค์ให้หายเมื่อรู้สึกว่าหายคลายพอสมควรแล้วจะกลับมานั่งก็มาถ้ามันยังไม่หายก็เดินเดินยังไงมันก็ไม่หายไม่หายก็ไม่ต้องมาลงเลยเดินมาอยู่อย่างนั้นหรือไปทำอื่นสิให้มันตื่นไปซะเลยไม่ต้องมานั่งมาลงเลยนี่เป็นเรื่องธรรมดาของการนั่งแก้ตัวสมถะเราไม่ได้ถือผิดเราไม่ได้ถือเครื่องเราไม่ได้ถือว่าคนนั้นต่ำคนนี้สูงอะไรกันสำหรับผู้ที่จะมานั่งเติมแถมเอาใจตัวสมถะนี้เราไม่ถือไม่ถือว่าเป็นคนแม้คนไม่มานี่เป็นคนต่ำไม่มีอินทรีย์พละหรือคนมาหรือคนสูงอะไรหรือคนมานี่มีคนไม่สูงคนไม่มานะเป็นคนสูงอะไรอย่างนี้เราก็ไม่ได้เป็นเพียงโทษไม่ไปว่าคนนั้นคนนี้ มันเป็นการเรียนเพิ่มเติมมันเป็นการศึกษาเพิ่มเติมมันเป็นสิ่งที่จะนำพากันเพิ่มเติมถ้าเผื่อว่าเมื่อถึงเวลาแล้วข้อระฆังเป็นสัญญาณกันแล้วไม่มีใครมานั่งเลยในบางแห่งอาจจะมีพระน้อยแล้วก็เอากันจริงๆแล้วเคาะระฆังเฉยๆปรากฏว่าไม่มีใครมาเลยก็ไม่มีใครมาก็ไม่ต้องนั่งเลยถ้ามี 1 คนจะนั่งก็นั่งอย่างนี้มีพม่ามานั่ง 1 คนจะขึ้นเป็นประธานเองแล้วไม่มีลูกศิษย์ไม่มีใครเอาเลยว่าเลยหรือว่าแหม่มไม่มีลูกศิษย์เลยนั่งบนแท่นธรรมมาสคนเดียวเราก็จะนั่งข้างล่างค่อยวางเข้าไปตามเวลาของเราสมควรคนนั่งก็ทำของเราไปคนเดียว ถ้าคนเดียวก็ไม่ต้องสวดมนต์ก็ได้ไม่ถึง 4 คนถ้ามีผู้มานั่งกันไม่ถึง 4 คนก็ไม่ต้องสวดมนต์ละ 4 คนขึ้นไปก็ควรจะสวดมนต์พุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณอย่างที่เราสวดเมื่อกี้นี้ก็เท่านั้นถ้าไม่ถึง 4 ก็ไม่ต้องสวดถ้าถึง 4 ก็สวดบ้างก็เท่านั้นเองนะเพราะว่าในที่แต่ละแห่งแต่ละแห่งก็ขอให้ได้เข้าใจจุดทำวัตรเย็นของเราอย่างนี้ทุกอย่างเวลาเดียวกันเวลา 5 โมงเย็นถึง 6 โมงเย็นแล้วก็ทำทำไปตามสมองสมควรไม่มีใครมาก็ไม่ต้องมี 2 คนก็ตกลงกัน 2 คนจะนั่งไหมจะไม่นั่งก็แล้วแต่จะไปนั่งกับลูกกันไปถ้าจะนั่งก็นั่ง 2 คนก็เอาใครขึ้นเป็นประธานก็ว่าไปแล้วบอกว่าเอาล่ะต่างคนต่างเป็นลูกน้องกัน ถูกๆก็แล้วกันไม่ต้องมีประธานก็แล้วแต่ก็ว่ากัน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive