250708 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ033.txt

โฟลเดอร์2520-2533 เจโตสมถะ (108 ตอน) TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์157 KB
วันที่แก้ไข26 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เรามาฝึกหัดมาเรียนกันต่ออาจจะบอกถึงหลักอานาปานสติคร่าวๆให้ฟังซึ่งอาตมาก็ได้ไม่ได้ไม่ได้เปิดตำราทบทวนแต่คิดว่าจำได้เออถ้ามันจะผิดพลาดเล็กๆน้อยๆก็เป็นไปเพียงภาษาหรือคำความเท่านั้นที่มันไม่ตรงทีเดียวแต่จะพูดเป็นภาษาไทยไม่พูดภาษาบาลีไม่เอาภาษาบาลีประกอบอะไรประกอบเป็นบางคำสำคัญเท่านั้นในหลักมันมีหลักการปฏิบัติเข้าแล้วก็ต้องทำตามลำดับข้อความอย่างนี้ สำคัญที่สุดก็คือเมื่อเรานั่งตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่นเรียบร้อยแล้วเราก็จะคงครองความมีสตินี่แหละให้ได้เป็นอันดับแรกเลยแม้แต่ขนาดที่เราจะทำนี่ก็คือเราจะเอาลมหายใจเข้าลมหายใจออกเป็นหลักเพราะฉะนั้นบทแรกเลยก็คือตั้งสติมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมแล้วก็หายใจออกหายใจเข้าพร้อมกับมีลมหายใจออกลมหายใจเข้ามีสติรู้ตัวทั่วพร้อมนี่เป็นข้อที่ 1 ข้อที่ 2 เราจะรู้ว่านี่คือหายใจออกยาวหายใจออกยาวหรือยาวหายใจออกสั้นรู้สั่นและพร้อมกันนั้นเราก็จะมีลมหายใจออกลมหายใจเข้าอยู่เนี่ยแม้ตลอดเวลาลมหายใจออกเราก็รู้ว่าอยู่กับลมหายใจนี่ก็ลมหายใจออกมีลมหายใจเข้าเป็นผู้รู้ในลมหายใจออกลมหายใจเข้าในขณะที่เราก็มีลมหายใจออกลมหายใจเข้าซึ่งเป็นผู้ที่ภาษาบาลีท่านบอกว่าสติแล้วก็ปัดสติงานในข้อ 2 กับข้อ 3 ข้อ เมื่อคืนลมหายใจออกอย่างนี้นะเน็ตในขณะที่เราลมหายใจออกอารมณ์หายใจเข้าก็ 3 ก็หายใจเข้าก็ให้รู้นะว่าเข้ายาวก็ยาวเข้าสั้นก็สั้นในขณะที่หายใจออกและหายใจเข้าอยู่แล้วเราก็ทำให้มันอยู่ในความสงบระงับเป็นการหายใจออกหายใจเข้าที่เป็นผู้ที่ย่อมทำจิตให้สงบระงับอยู่ในขณะที่ทำลมหายใจออกลมหายใจเข้าเรียกว่าสงบระงับส่วนกายกายสังขารานี่เป็นจุดนี่เป็นหมวดที่ 14 ข้อให้รู้ว่าลม ไว้ใจนี่เป็นกายลมหายใจออกลมหายใจเข้านี่เป็นกายเป็นองค์ประชุมตัวเรานั้นอันหนึ่งเป็นส่วนส่วนประชุมกับลมหายใจลมหายใจเป็นเป้าหมายที่เราจะ

อ่านต่อ

อยู่กับวันนี้เป็นจุดเอกัคคตาและเป็นจุดที่เราจะอยู่ด้วยอยู่ร่วมเราจะไม่ไปเอาเรื่องอื่นมาไปวุ่นวายอะไรมากมายเราจะอยู่กับลมหายใจนี่แหละเป็นสำคัญเพราะถ้าเกิดว่าเราเองจะเอาตัวเราก็ต้องดูตัวเรานี่ว่าเรานั่งอยู่เรียบร้อยสงบระงับด้วยความหมายตื้นๆง่ายๆก็มันก็ไม่มีปัญหาอะไรเราก็นั่งอยู่สงบจะสงบจนกระทั่งนิ่งก่อนนิ่งก็ไม่ใช่นิ่งจนแข็งทื่อ ดำเนินการอะไรก็นิ่งสงบเรียบร้อยอยู่ก็รู้แล้วว่าคนเราก็นั่งสงบเรียบร้อยอยู่เรียบร้อยไม่ลุกลี้ลุกลี้ลุกลนอะไรไม่มีอะไรถ้าแม้ว่าจะมีอิริยาบถอะไรบ้างขยับขยับนิดๆหน่อยๆก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของผู้อยู่ในท่าสงบเสงี่ยมอยู่แล้วสงบเสงี่ยมอยู่แล้วไม่ได้มีอะไรมากกินอะไรไม่มากเลยที่เราตั้งใจอย่างจริงว่าเราจะพยายามที่จะให้มันเป็นสมาธิในภาษาที่ว่า concentrate หมายความว่าเราจะอยู่ในการจดจ้องจดจ่อสมาธิที่เขาใช้คำว่า concentrate คือสมาธิในในความหมายที่ว่าเราจะต้องจดจ่อแล้วก็จะจดจ้องจดจ่อ อยู่กับสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าเอกัคคตารมณ์ในความหมายของสมาธิที่เรารู้ว่าเรารวมอยู่ในสภาพอารมณ์เป็นหนึ่งอยู่ในสภาพเป็นหนึ่งไม่คัดสายให้มันเป็น 2 ให้มันมากเรื่องมากราวอะไรเราก็อยู่ให้มันนิ่งให้เป็นหนึ่งให้นิ่งให้มากโดยความหมายมันเป็นอย่างนั้นเราก็ทำนี่เป็นเบื้องต้น 4 ข้อแรกง่ายๆส่วนข้อที่ 2 นั้นก็ทีนี้เข้าไปถึงจิตตสังขารเราก็จะตรวจอ่านว่าจิตตสังขารถ้าเผื่อว่าเราทำได้กายก็ดีสงบแล้วหนอจิตเราก็จะพยายามเรียนรู้ว่าจิตก็จะสงบลงไปอีกเพราะจิตจะไปสงบเราไปอีกเราก็จะต้องรู้อาการของจิตว่าเออจิตของเราสง จากสภาพที่เราเรารู้ความหมายจากต้นมาแล้วต้องรู้ต้องมีความรู้มาจากเบื้องต้นซะก่อนว่าการจิตสงบนี่ก็คือไม่ใช่สงบอย่างผิดๆพลัดพรากอะไรคือสงบจากกิเลสนิวรณ์ถ้าเราจะเข้าใจถึงเรื่องบัตรสมาธิที่หมายถึง Meditation สมาธิที่หมายความว่าเป็นสมาธิคือสงบจากกิเลสนิวรณ์คำว่าสมาธิที่ว่ามันสงบตั้งมั่นอยู่ในคุกคือยืนสภาพจิตอยู่ว่าอาการนิวรณ์เป็นอย่างนี้กามก็ดีพยาบาลก็ดีที่มีธาตุก็ตามอุทิศจากอุปสรรคก็ตามแม้แต่ยังไม่รู้ชัดรู้เจนสงสัย ลังเลในแง่ใดเชิงใดก็ตามเราจะต้องรู้ชัดรู้เจนให้ได้ว่าความหมายว่าสมาธิคือการอยู่มีอาการของจิตที่ปราศจากกิเลสนิวรณ์เหมือนตอนนี้เราจะนั่งอยู่นิ่งๆก็นั่งนั่งอยู่ที่นี่แหละนั่งอยู่ตอนนี้มีการกระทบสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายก็ไม่ได้ซัดสาดไปไหนมากมายไม่ได้ไปเดินไปวุ่นวายไปชนเอารูปประชาชนเอารถไปชนกับกลิ่นไปชนกับเสียงไปชนเอาสัมผัสอะไรที่มันรุนแรงจัดจ้านอะไรเราก็อยู่แค่เนี้ยอยู่ในบรรยากาศพอสมควรของเราขนาดนี้แล้วค่อนข้างจะไม่มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสรุนแรงอะไรนักหนาด้วยซ้ำเราก็ ง่ายแล้วแล้วเราก็พยายามเรียนรู้ว่าเราจะทำใจของเราให้อยู่ในสภาพที่ไม่ไปวุ่นวายอะไรโปรดอ่านได้ดูพฤติกรรมได้ว่าพฤติกรรมของจิตของเรานั้นน่ะแม้เราจะมีความตรึกความนึกความคิดตรึกตรองไตร่ตรองคิดนึกรู้อยู่เราก็เห็นพฤติกรรมของจิตของเราว่ามันไม่มีอาการของกามอาการของพยาบาทอาการของศิลปะอาการของวุฒิสภาคือฟุ้งซ่านรำคาญอะไรที่มันไม่สบายหรือแม้แต่ว่าเรารู้ไม่ชัดเป็นวิธีอิจฉาลังเลอยู่ก็รู้ให้ชัดเข้าใจให้ชัดอ่านให้ออกสัมผัสรู้เห็นของตัวเองจิตมันไม่มีตัวตน อาการกิเลสก็ไม่เป็นตัวตนแต่เป็นอาการที่เหมือนเราพอรู้ได้ศึกษาจริงๆว่าออกอาการนี้เป็นกามอาการอย่างนี้ลีลาเงี้ยท่าทีมันอย่างนี้มันเป็นพยาบาลจะเงียบไปเป็นที่ไม่มีพระแล้วมีอาการลีลาเป็นศีลธรรมอย่างนี้มันเป็นฟุ้งซ่านแล้วฟุ้งซ่านไปจับไม่ติดไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเพราะฉะนั้นก็จับให้ไม่ได้เรื่องถ้ามันเป็นเรื่องแห่งธรรมะหรือคุณค่าอะไรอยู่ก็เรายังหยุดมันไม่ได้เรายังไปควบคุมมันให้มันหยุดมาอยู่เฉยๆว่างๆยังไม่ได้ไม่ถึงขั้นนั้นล่ะตอนใหม่ๆแรกๆเนี่ยใครก็เหมือนกันน่ะมันจะให้จิตมันอยู่อย่างว่าเฉยๆไม่ได้หรอกอาตมาว่างั้นนะเพราะอาตมาทำมาแต่ไหนๆแล้วมันเป็นอย่างนั้นกว่าจะมา ว่างๆนั่งเฉยๆถ้าจะนั่งจิตก็เห็นจิตก็เฉยจะมองไปข้างหน้าสัมผัสอะไรก็สัมผัสอยู่เฉยนิ่งไม่ได้ปรุงอะไรไม่มีการปรุงการคิดอะไรเลยสัมผัสรู้ตามสัญญาเท่านั้นไม่มีสังขารเห็นอย่างอาตมามองไปข้างหน้าเห็นประตูก็ประตูเฉยๆไม่ได้มีวิจัยไม่ได้มีวิจารณ์ไม่ได้มีความนึกคิดผสมผสมสีอะไรขึ้นมาเลยประตูอย่างนี้น้องกำหนดประตูตามสีตามรูปที่สัมผัสแล้วก็เฉยนิ่งอยู่หรือแม้จะมองอะไรซื่อๆเฉยๆไปเฉยๆไม่ธรรมดาไม่กำหนดไปถึงประตูมองกลางๆลมกลางๆมองถึงอากาศกลางๆน้องด้วยอากาศร้อนๆเฉยๆและพร้อมกันนั้นเราก็อ่านอาการของจิตของเราด้วยดู กิริยามาเลยมันก็เกิดรู้มันรู้กลางๆอากาศว่างๆก็เฉยๆว่างๆอยู่เฉยอยู่เนี่ยมันไม่ใช่เรื่องง่ายอาตมาว่าไม่ใช่เรื่องง่ายคนอื่นจะง่ายก็ไม่รู้ได้นะก็ง่ายก็ขออนุโมทนาถ้าใครง่ายได้ก็ขออนุโมทนาคือไม่มีความคิดนึกอะไรอีกกว่าอาตมาจะทำได้ไม่ง่ายอาตมาว่างั้นนะแล้วก็ทำได้อาตมาขอยืนยันว่าทำได้เพราะอาตมาทำได้แม่เดี๋ยวนี้ก็ทำได้อยู่ทำไม่ยากอะไรก็ทำได้ก็ทำเมื่อไหร่ก็ทำได้อยู่ง่ายๆและเห็นอาการของจิตเลยไม่มีสีไม่มีรูปไม่มีกลิ่นจิตใจและจิตวิญญาณเนี่ยไม่มีแต่รู้อาการหรือว่ามันว่างนิ่งอยู่มันปรุงก็รู้ว่ามันปรุง Nissan ขารับทำเจตสิกเป็นอย่างนี้สังขารเจตสิกสัญญาเจตสิกเวทนาเจตสิกมันเป็นอย่างนี้อย่างนี้รู้เลยว่านี่เริ่มต้นได้รับรู้รู้และไม่รู้สึกละรู้สึกและกำหนดหมายรู้บัญญัติรู้ภาษารู้ค่าของมันตามความหมายอย่างนั้นอย่างนี้คนตามความจำได้อย่างนี้ว่างๆลมๆอะไรแล้วก็เรียกลมนี่สาวๆตามจำได้แล้วก็เรียกเสาร์นี้ก็ได้ไปตามสัญญากำหนดมันตามตัวของมันเองไม่ได้ปรุงสั้นปรุงยาวปรุงสวยปรุงงามปรุงดีไม่ดีอะไรไม่ปรุงทั้งนั้นน่ะไม่มีสังขารอะไรก็รู้ตามความเป็นจริงของมันอยู่เฉยแล้วก็รู้ว่านิสัยและขนาดนี้รู้มันตามความเป็นจริงตามสัญญาเขตของสัญญาใจจะติดเก็บของมาแค่นี้เราก็รู้แค่นี้อยู่อย่างนี้กว่า จะรู้กว่าจะกำหนดขอบเขตก่อนจะรู้ความหมายกว่าจะรู้จริงรู้จังไม่ง่ายเลยใครอยากจะรู้รายละเอียดของเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณอะไรก็ไปอ่านคนคืออะไรที่อาตมาว่าอาตมาได้เข้าใจจิตและเข้าใจเจตสิกเข้าใจอะไรต่ออะไรตั้งแต่ฝั่งนู้นแหละตั้งแต่บัดโน้นจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้เขียนอีกแล้วไม่ได้ขยันเขียนถึงปานนั้นแล้วเดี๋ยวนี้แต่ก็ขยันเขียนอย่างอื่นนะไม่ใช่ว่าไม่ขยันเขียนอย่างนั้นแล้วก็เลยไม่เขียนอะไรเลยเขียนอยู่นี่ไม่ค่อยได้วางบริเวณขีดๆเขียนๆแล้วก็ทำตำราตำหรับเขียนเรื่องเขียนราวเขียนอะไรลงไปให้พวกเราได้เรียนได้ศึกษากันอย่างนี้แหละเมื่อเรามาตั้งหลักที่เราจะรู้จิตสังขารเราก็จะรู้ว่าจิตสังขารเนี่ย มีสังขารขนาดหนึ่งคือขนาดที่ว่ามันสังขารรู้ที่จริงนั่นน่ะเวทนาก็คือสังขารสัญญาก็คือสังขารทว่าไปแล้วมันคือองค์กรองค์ประกอบของการปรุงแต่งทั้งนั้นแหละองค์ประกอบของการปรุงแต่งที่มันเกิดรวมผสมกันมาจนกระทั่งเกิดสภาพธาตุรู้นี่ก็เป็นองค์ประกอบของการปรุงแต่งเพราะฉะนั้นแม้จะเป็นเศรษฐีก็องค์ประกอบของการปรุงแต่งแต่ปรุงแต่งจืดจางหรือว่าละเอียดสุขุมลงไปแค่ใดแค่ใดเท่านั้นเองทำไมยึดติดในภาษาอะไรคุณก็จะเข้าใจดีขึ้นเพราะงั้นมันปรุงแต่งขนาดนี้เราเรียกว่าเวทนาปรุงแต่งขนาดนี้เรียกว่าสัญญาปรุงแต่งขึ้นขนาดนี้เราเรียกว่าสังขาร ดูจิตของเราวันนี้ตกวิจารณ์นี่ก็เป็นเจตสิกเป็นการรู้อยู่ว่านี่มีขนาดนี้อาตมาก็บรรยายไปแล้วเมื่อวานนี้บอกว่าจะวิจารณ์ก็คือเรากำลังจะทำการตรึกตรองไตร่ตรองเรียนรู้พยายามที่จะรู้นะรู้อะไรรู้จิตเรามาทำนั่งอยู่ที่นี่เราก็ไปเรียนจิตอาการกายเราไม่มีอะไรมากเรานั่งเฉยอยู่แม้มันจะมีสภาพนู่นนี่ก็รู้มันมันหยาบมันรู้ง่ายขนาดกายของคุณนี่สงบระงับหรือเปล่านั่งอยู่ขณะนี้มันก็ทุกข์ก็แตกมันยุกยิกมนุษย์ยังไม่รู้ก็ยังไม่เข้าใจว่านี่มันคือมันดินทนายอะไรก็ไม่เข้าใจก็โง่ตายเท่านั้นเองมันก็รู้อยู่แล้วเออกายเราก็ไม่มีอะไรเราก็สงบเรียบร้อยอยู่แล้วสงบเสงี่ยมดีอยู่แล้วก็เหลือจิต ดูจิตว่าเออจิตของเรามันไม่มีอาการเข้าไปเป็นสภาพ Mini Born อะไรมากล่ะใช้คำว่าไม่มีอะไรมากก็หมายความว่ารู้แล้วว่ามันน้อยหรือมันเข้าใจได้เลยว่าเออตอนนี้เราไม่มีนะไม่มีนิวรณ์นิวรณ์ 5 เนี่ยกามอาการกรามก็ไม่มีนะคุณมีปัญญาของคุณเองรู้เองว่ามันไม่มีคืออาการขนาดไหนอย่างไรนี่ไม่มีอาการพยาบาทเลยนะอย่างนี้จิตมันว่างจากพยาบาทสายโทสะอย่างนี้มันไม่มีทีนะมีพระเลยเป็นจิตตื่นเต็มรู้ละเอียดละอออยู่นะแล้วก็ไม่ได้คิดฟุ้งอะไรไปไหนมากมายพอจับจิตจะคิดเรื่องอะไรก็พอรู้ไม่มากไม่สับสนอ่านออกอยู่ในอารมณ์แต่คุณยังจะต้อง ควบคุมสะกดระวังระมัดระวังเจออย่าให้มันมีเผลอไม่ได้เพ้อเดี๋ยวมันจะแว๊บไปฟุ้งซ่านเธอและจิตมันจะไม่ทักเธอได้ประดิษฐ์จิตมันจะไปเป็นกามเผลอเดี๋ยวมันจะเจ็บจิตมันจะไปเป็นพยาบาลคุณจะต้องมีอำนาจหรือว่ามีความสังวรสำรวมระวังควบคุมอะไรอันนึงอยู่นี่แหละคือสภาวะของที่เราเรียกว่าวิตกวิจารณ์ในภาษาไทยเนี่ยคำว่าวิตกเนี่ยมันมาจากภาษาธรรมวันนี้แหละภาษาธรรมะอันนี้แหละจนกระทั่งเราเข้าใจว่าวิตกนี่คือกังวลว่ามันจะไม่ได้ดีมันจะไม่สู่สภาพดีก็คือว่าเรามาทำแล้วเนี่ยระวังระวังไว้นะ หรือว่าระมัดระวังควบคุมอยู่เนี่ยมันจะระวังมันจะมีกิเลสนะมันจะมีนิวรณ์นะนี่เป็นสภาพที่มันเข้ามาภาษานี้มันเข้ามาในธรรมะมันมาสู่เมืองไทยมาสู่คนไทยเนี่ยพอคนไทยมาเป็นนักธรรมะก็มาเรียนรู้อ้อระวังนะวิตกวิตกไว้อย่าให้เป็นวิตกวิตกวิจารณ์แล้วก็คือพฤติการณ์วิจารณ์ก็คือเห็นให้ละเอียดวิจารณ์มันอะไรเป็นอะไรไม่รู้นั่นเองอ่ะวิจารณ์น่ะอะไรเป็นอะไรให้รู้ว่าจิตเนี่ยมันมีกิเลสไม่มีกิเลสให้มันรู้แล้วก็ระวังควบคุมให้วิตกไว้ก็คือระวังควบคุมนะจิตของคุณในขณะที่คุณยังไม่เก่งคุณต้องกังวลคุณต้องกลัวกลัวว่ามันจะไม่ได้ดีเพราะว่ามันจะไม่ได้ดีกว่ามันจะดีก็ความหมายและวิตกจะวิตกไปใยภาษาไทย คุณจะวิตกไปยังจะกลัวไปทำไมมันกลัวกลัวมันจะไม่ดีอยู่นะเพราะฉะนั้นเราก็กลัวจะไม่ได้สมหวังอะไรที่จะไม่ได้ตามสมหวังตามที่หมายว่าเราจะได้สมใจสมหวังสมกับมันดีสมใจเราแหละหรือว่ามันอะไรก็แล้วแต่ที่กูเป็นของได้ของเราก็เป็นคำความหมายที่ไม่ใช้ในภาษาไทยว่าวิตกมันเป็นความหมายอันนี้นั่นแหละอาการนั่นแหละสภาวะอย่างนั้นแหละเพราะงั้นเรามานั่งนี่ก็คอยวิตกวิจารณ์ก็คือคอยวิตกวิจารณ์ดูคนควบคุมดูคอยระมัดระวังดูมันก็เหมือนกับว่าเรากลัวมันจะไม่ว่างแล้วก็มาคอยทำทำทำทำทำอยู่ว่ามันจะไม่ว่างมันจะไม่ดีมันจะมีกิเลสนิวรณ์ก็คอยทำควบคุมอยู่เนี่ยวิจารณ์เรียกรวมว่าวิตกวิจารณ์ก็คือการ พิจารณาตรวจตราวิจารณ์กับตรวจตราดูดูพฤติกรรมนักเรียนวิจารณ์ดูอาการของจิตนั่นแหละพฤติกรรมของจิตไม่ใช่อื่นนะเพราะเมื่อเราเองเราอยู่ในสภาวะที่มันมีวิตกวิจารแรงมีการกังวลแรงควบคุมมากยังคอยคุมแจอยู่หนักอาการนั้นก็เป็นฌาน 1 ถ้าเผื่อว่าในขณะที่ควบคุมอยู่นั้นเราก็ดูเพลงแล้วก็รู้อยู่ว่าตอนนี้เราเพลงเราระมัดระวังแล้วเราขจัดพฤติกรรมขจัดจาระหรือพฤติกรรมของจิตให้เป็นจิตที่ปราศจากนิวรณ์จะจัดนิวรณ์ออกจากนิวรณ์ออกเราจะทำด้วยกรรมวิธีอย่างไรก็ตามใจเราเราจะ รอให้มันมาอยู่กับอารมณ์ลมหายใจเข้าออกเฉยๆหรือว่าจะกระจัดด้วยการกันกั้นสะกดไว้ไม่ให้มันแทรกแซงเข้ามาอาการอย่างนั้นอารมณ์อย่างนั้นไม่ให้มันแทรกแซงเข้ามาอย่างไรก็ตามใจหรือจะใช้วิปัสสนาพิจารณาเห็นความจริงว่าอย่านะอาการกรามเข้ามาในจิตใจเรานั้นเป็นคนเลวนะเราเป็นคนไม่สะอาดนะไม่บริสุทธิ์แล้วไม่อยู่ในภาวะดีนะอะไรคุณจะใช้วิจารณญาณวิปัสสนาโดยใช้เหตุผลให้แก่มันอย่างนั้นแล้วมันก็มันก็หลุดออกไปมันก็ไม่มีกรรมก็ไม่มีพยาบาทก็ไม่มีอะไรก็ตามแล้วแต่กรรมวิธีของคุณจะทำกับคุณเองใช้อิทธิวิธีหรือใช้กรรมวิธีอย่างนั้นทำแล้วเราก็ทำระวังจะอยู่เนี่ยฌาน 1 ระวัง วิตกวิจารณ์เด่นวิตกวิจารณ์เด่นจนกว่าคุณจะค่อยยังชั่วขึ้นจิตของเราทำให้ไม่มีนิวรณ์ได้แล้วก็เห็นจิตเป็นปิติเห็นจิตเป็นปิติก็เคยแปลเป็นไทยตามความหมายของพระโพธิรักษ์ไม่เหมือนเกจิอาจารย์แปลหรอกขอรับรองว่ามันได้เกิดถึงสภาพดีแล้วดีขึ้นแล้วดีแล้วสบายขึ้นแล้วอยู่ในสภาพที่เรียกว่าไม่ต้องภูมิใจเพราะฉะนั้นตัวไม่ภูมิใจก็คือตัววิตกกังวลก็ลดลงตัวควบคุมกุญแจนั่นก็เบาลงง่ายลงทีนี้ก็อธิบายคำว่าก่อนรถไม่ตกวิจารณ์กับคุณลดได้ก็ลดบัญชีลดตัวคุมกุญแจรถตัว กังวลกังวานลงอะไรระมัดระวังลงนะรถมันได้ก็ลดลงไปที่จะลดได้แต่ถ้าคุณทำไปทำไปแล้วมันก็ลดจริงๆอาการนี้ก็ง่ายขึ้นแล้วเด็กดีแล้วเนี่ยๆๆไม่มีนิวรณ์จับจิตของเราปัจจุบันนี้อาการไม่มีนิวรณ์แล้วก็ดีขึ้นละง่ายขึ้นและเป็นปิติแต่ก็ยังขนาดใดขนาดหนึ่งยังไม่เนียนยังไม่ง่ายอย่างเบาว่างโปร่งเหมือนชาญ 3 ชั้น 3 นี่จะสุกสภาพสุกเด่นเพราะตัวปิติหรือว่าตัวได้ดีเนี่ยจนกระทั่งดีขนาดปิดตีวิสัยมันดีใจว่าเราจะทำได้ก้าวหน้านะมีความสามารถขึ้นนะแล้วเกิดมีกิเลสซ้อนเลยว่าผิดติดวิสัยซ้อนขึ้นมาจนถึงว่ามันดีใจ แล้วมันภาคภูมิอะไรนั้นน่ะเป็นกิเลสซ้อนเป็นสภาพดีใจเป็นสภาพการพอใจตื่นเต้นอะไรขึ้นมามากมายถ้ายิ่งมากเป็นในปิติก็มีหลายอย่างมีตั้งแต่อะไรบ้างอ่ะปิดๆอะไรอุปกรณ์อุปกรณ์ที่ 3 ภาระหน้าที่อันที่ 4 คณิตคณิตเวลาอีกอันนึงเรานับตัวสภาวะ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เพลงขาปิติคณิกาปิติก็ด้วยเวลาด้วยขณะด้วยขณะด้วยเวลาช่วงยาวช่วงสั้นอะไรเนี่ยก็นับเอาได้อ่านเอาได้ว่าได้ดีขึ้นมาแล้วเป็นขณะเวลาหรือเป็นสภาวะมากน้อยพุทธกวักแต่คุณต้องการที่จริงมันแปลว่าสั้นๆหน่อยๆนิดๆเป็นอาการอย่างคุณทักษะนิกายนี้เป็นต้นเป็นสูตรต่างๆรวบรวมสั้นๆรวบรวมเล็กๆน้อยๆอะไรมาเนี่ยความหมายอย่างนั้นน่ะคือเพลงชาติปิติก็เป็นการได้ดีอย่างแรงจนกระทั่งเกิดมีประสิทธิภาพมีประสิทธิภาพก็คือมีการดีใจที่จะปิด แฟชั่นแปลว่านรกด้วยซ้ำไปนะคือมันเป็นความไม่ดีนะปิติวิสัยนี่มันเป็นความเป็นกิเลสซ้อนเพราะฉะนั้นตัวนี้ต้องดับอย่าให้มันรดเริงใจดีใจสะอาดใจอะไรมากเกินไปส่วนพรรณนาปิตินั้นก็คือปิติที่มันมันมีอาการซึมซาบอยู่ในหัวใจมันดีใจสักๆอยู่เฉยๆเบามันเป็นอาการของจิตที่ได้ดีและก็ซึมซาบอยู่ในใจมันเป็นสภาพได้รู้ได้ดีได้สภาพนี้ในใจซึมเศร้าอยู่เพราะพรรณนาแปลว่าซึมเศร้ามันไม่ได้อิสระโลกนะไม่ใช่ซ่าไอ้แบบที่เขาใช้เป็นแรงมาสร้าง อย่างนั้นไม่ใช่นะมันเป็นอาการของจิตอาการนิดๆหน่อยๆแต่มันแผ่ซ่านอยู่ที่จุดทั่วไปหมดท่านแปลว่าแผ่ซ่านก็แปลพรรณอยู่ในจิตมันเป็นสภาพอย่างนั้นเป็นสภาพที่เราได้ฌานก็เป็นอย่างนี้น้อเป็นอย่างนี้เนาะซ่านอยู่ในจิตมันได้ดีขึ้นมาแล้วประมาณ 1 ปีน่ะเขาจะแปลว่าดีใจที่จริงเราได้ใจที่ดีถ้าจะแปลกันให้สำคัญแล้วเราได้ใจที่ดีใจที่ดีคืออย่างไรที่เราหมายว่าใจที่ดีของเราคือใจมันสงบจากกิเลสและกิเลสแล้วก็รวมเอาไว้แล้วที่นิวรณ์ 5 ไม่มีนิวรณ์ 5 นั่นเองนี่คือเราได้สภาพใจที่ดีแล้วเราเรียกวันนี้ใจไม่ใช่ดีใจแบบโลกที่ได้เสพสม การได้ดีเพราะเราสงบจากกิเลสเข้าไปหาความสงบกับนักได้ดีหรือได้สุขเข้าไปหาชาญ 3 ที่ว่าสุขเด่นนี้ก็ยิ่งสงบเรามากกว่าได้ดีนี่อีกคำว่าได้ดีเนี่ยคำว่าจิตมันดีเนี่ยฟังแล้วอาตมาชิบหายเป็นภาษาไทยนี่อยู่ในหมวด 4 ข้อที่หมวดที่ 2 4 ข้อหมวดแรกไปแล้วเรื่องกายสงบมี 4 ข้อต่อมานี่มันจะเป็นจิตสงบจิตอย่างนี้แหละยิ่งพอจิตได้ดีขึ้นมาจิตสังขารเป็นข้อที่ 5 จิตเป็นมีปิติเป็นข้อที่ 6 จิตมีสุขเป็นข้อที่ 7 จิตสังขารของเราปัดซ้ำพยางค์เป็นข้อที่ 8 มีอีก 4 ข้อหมวดที่ 2 แล้วแบ่งเป็น 4 ข้อ 4 หมวดก็เป็น 16 ข้อของ วันแม่เราทำได้ถึงฌานขั้นสุขคั่นสงบเป็นปัสสาวะยังจิตตสังขารอันแรกกายะสังขาราอย่างอันนี้เป็นจิตตสังขารพะยังภาษาพาทีแปลว่าสงบระงับมีความสงบระงับตรงไปจริงๆจนอาการมันปิติมันดีขึ้นมาสงบลงมาขนาดหนึ่งบ้างเป็นสุขก็ยิ่งสงบลงมาอีกถ้าเรียกได้ฌานเอาองค์ฌานมาไว้ก็คือฌานที่สามแดนแล้วก็เคยแปลความหมายของสุขให้ฟังแล้วมันว่างว่างนั่นแหละดีเคยแปลโดยพยัญชนะให้ความรักแปลว่าหรือเปล่าว่าดีมันได้ดีและดีมันว่าง อาการโรคจิตว่างไม่ต้องลำบากไม่ต้องระมัดระวังเหมือนฌานที่หนึ่งเลยต้องคุมแจงตอนนี้ไม่ต้องภูมิใจแล้วแล้วก็ได้ดียังมันยังมีอะไรไม่ไม่ตั้งมั่นไม่นานไม่ใช่ได้แค่คณิตศาสตร์ไม่ใช่ได้แค่พุทธกาลปิติไม่ได้แค่และยังมีปิดปิติวิสัยมีอีกเพลงข้ามีการดีอกดีใจตื่นเต้นนะหมูน้ำตาไหลก็ตกนั่นก็ตกนี่อะไรอาการอะไรอยู่จนกระทั่งบางทีก็การถึงกระโดดถึงเกาะลอยอะไรอย่างนี้ไม่มีไม่มีอะไรให้มันหยาบที่จริงพวกเลขาปิติมันหยาบมันแรงมากไปมันก็มันยังระงับอะไรต่ออะไรยังไม่ได้เรียบร้อยดีนักมันยังเป็นปิติอยู่ใน แต่มันยังไม่สงบพอยังไม่สงบอย่างสูงกว่าเพราะฉะนั้นถ้าฐานจิตที่ละเอียดขึ้นไปอีกเป็นจิตสังขารที่คั่นสุขตามข้อที่ 7 หรือข้อที่ 3 ของหมวดที่ 2 อีก 4 ข้อมูลที่ 2 นี่ก็เป็นข้อที่ 3 หรือเป็นข้อที่ 7 ถ้านับมาเป็นหนึ่งก็เป็นสภาพที่เราสุขเราว่างเราสงบระงับสงบดีจิตว่างจิตสงบระงับเราก็รู้ถึงจิตสังขารจิตตสังขารว่าสงบอยู่หนออาการก็เรียนให้ตั้งมั่นเท่าใดนั่นแหละเราทำเจโตสมถะหรือเราทำสมาธิเราทำความสงบ ให้มันติดต่อเรียกว่าสมาปัตติสมาธิสมาธิทำให้สภาพอย่างนี้เกิดเร็วอาทิตย์จิตสมาธิสั้นคือสภาพชีวิตของอาทิตย์จิตอาตมาแปรอักษรว่าชีวิตสมาธิสักก็คือสมาธิบทอาสักสมาธิสอดของจิตคือจิตอธิษฐานจิตมันดีขึ้นเนี่ยเรามาทำให้มันได้ขั้นแรกให้มันต่อเนื่องกันเกิดตามที่เราหมายให้ต่อเนื่องกันได้มากๆอยู่อย่าให้อะไรมาแทรกแซงอย่าให้มันล้มให้มันต่อเนื่องกันต่อเนื่องกันต่อเนื่องกันอยู่เรื่อยๆเรียกว่าสมาบัติต่อเนื่องกันมากๆเข้าจนแข็งแรงสามารถนับได้ว่ามันเป็นการติดต่อกันอย่างตั้งมั่น มั่นคงขึ้นมามากๆมากๆมากๆตอนแรกก็ทำได้แล้วก็ล้มได้ก็ล้มได้นานนาทีขึ้นก็เป็นคณิกาสมาธิถ้าได้มากขึ้นเขาเรียกว่าอุปัชฌาย์สมาธิอุปจารแปลว่าแปลว่าเข้าใกล้มีพฤติกรรมที่เข้าใกล้แล้วใกล้อะไรใกล้ความสำเร็จที่มันตั้งมั่นที่มันมั่นคงสมาธิก็แปลทับศัพท์ลงไปว่าตั้งมั่นหรือมั่นคงก็ได้ที่จริงก็สมาธิก็คืออัตถิของศีลอัฐิของจิตอาทิของปัญญาปัญญาก็รู้เห็นจริงว่าเออจิตของเราก็ชัดแจ้งปัญญามันเห็นชัดเห็นแจ้งมันเห็นของจริงไม่ใช่ปัญญานึกคิดวิชาการสร้างจรวดวิชาอะไรอย่างที่เคยกล่าวอธิบายแล้ววิชาไปคิดเลขคณิต ออกวิชาไปเรียนรู้อักษรศาสตร์อะไรไม่ใช่ไอ้พวกนั้นไม่ใช่เป็นตัวรู้ปัญญานี้คือเป็นตัวรู้สภาวะธรรมที่แท้จริงคือปรมัตถ์คือจิตประการของจิตเป็นอย่างนี้แล้วจิตทำได้อย่างนี้แล้วเรารู้วิธีการด้วยรู้มรรคเข้าวิธีรู้ทางทางเดินหรือรู้วิธีทำในแม้อย่างที่กำลังนั่งอานาปานสตินี่ก็เข้าใจวิธีการเข้าใจเหลี่ยมมุมเข้าใจคนละเม็ดเด็ดพรายอะไรก็ตามแต่เข้าใจแล้วมันก็เห็นมันเกิดปัญญารู้ทั้งวิธีทำปัญญารู้ทั้งทำได้หรือไม่ได้เราได้ก็รู้น้องของเราเองมันใกล้ก็ไปสู่สภาพที่แนบแน่นอัปปนาในแปลว่าแนบแน่นแน่วแน่นั่น คงจนกระทั่งแน่นไม่มีล้มเหลวไม่มีหลุดง่ายๆทรงอยู่ได้เป็นหลายนาทีเป็นชั่วโมงอะไรก็แล้วแต่เรียกว่ามันสำเร็จมันเป็นสมาธิที่ตามจุดหมายของเราทรงไว้ซึ่งสภาพอย่างนั้นได้ดีที่ติดด้วยคำว่าจิตก็แปลว่าตั้งมั่นเป็นการอธิบายยืนยันลงไปนะจะอธิบายด้วย ถือว่าดียอดรักจะเรียกว่าในสมาธิสถิติก็สมบูรณ์ในสมาธิขัดสมาบัติก็ให้มันติดต่อกันอยู่อย่างนั้นมาได้โดยไม่ล้มก็ดีสมบูรณ์ก็คือแข็งแรงตั้งมั่นอยู่ได้เลยมั่นคงไม่เลาะและไม่ล้มเหลวแล้วจนสมาธิสั้นนี้เราก็จะทำอื่นก็ได้จะเคลื่อนไหวจะอิริยาบถอื่นจะมีผัสสะจะทำอะไรไปอื่นจิตก็ยังมีสภาพตั้งมั่นอย่างนั้นอยู่ได้อีกก็เรียกว่าเราเพิ่มอันนั้นเพื่อเอากลับกริยาที่นั่งอยู่เฉยๆทำอยู่แค่นี้เออมันก็อาจจะได้และตั้งมั่นดีแต่พอมีอะไรอื่นผสมมากกว่านี้มีอิริยาบถมากกว่านี้มีผัสสะมากกว่านี้มีการคลุกคลีมีการเกี่ยวข้องมีอิทธิพล แรงใหญ่สูงขึ้นไปอีกสถานะของจิตอาการของจิตทรงไว้อย่างนั้นได้ไหมประพฤติปฏิบัติไปเรื่อยๆหรือแม้แต่เราไม่ลุกไปเรานั่งอยู่ที่นี่เราจะคิดนึกเราจะเอาเรื่องราวนั้นนี้มาก็อ่านอาการของจิตซ้อนลงไปอีกว่าจิตของเรามันปราศจากนิวรณ์อยู่ได้ไหมแม้เราจะสังกัปปะแม้เราจะคิดนึกถึงแม้เราจะคิดเรื่องนี้เราเกิดอาการมันปราศจากเป็นเป็นความว่างอยู่เป็นอาณาสวะหรือว่าเป็นสภาพที่ไม่เป็นสภาพปรุงไปตามอย่างมิจฉาสังกัปปะก็มีสภาพ 3 อย่างนี้เป็นต้นไม่ เป็นไปเพื่อการเพราะวิตกไม่เป็นไปเพื่อพยาบาทวิตกไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนผู้หญิงสาวที่ตกคือจิตของเราไม่ตรึกไปในจำนวนจะคิดก็คิดวิตกกะก็วิตกกะไปจะติดจะตักกะวิตกกะสังกัปปะก็ยังอัปปนาอยู่นั่นแหละก็ยังมั่นคงอัปปนาสมาธิแนบแน่นแน่กว่านั้นอีกในคำอธิบายองค์ธรรมในสังกัปปะนี้ลึกกว่านั้นอีกเป็นอัปปนาเป็นพยัคฆ์ปนาเป็นเจตะโสอภินิหารเขาแปลว่าอัปปนาแปลว่าแนบแน่นนี่แหละพยายามแต่ก็แปลในพระไตรปิฎกแปลว่าแน่แน่วเขาไปอาบน้ำวันแน่แต่พย วันเน่าแปลภาษาว่าปักใจมั่นอาตมาว่ามันมันยังให้ความหมายไม่เด่นไม่ชัดไม่แน่ไม่จริงอาตมาก็ขอแปลอัปปนาตามที่เกจิอาจารย์ไหนเขาก็แปลมามากขึ้นแนบแน่นแทนที่จะไปแปลว่าแน่พยัคฆ์ประนามไปแปลว่าแน่วอ้าวตกลงอันหนึ่งแนบแน่นเน่าก็เน่านะไอ้พายัพแปลว่าเน่าก็เน่าอาตมาเอาแน่วแน่ลงไปอีกดึงคำว่าแม่จะไปแปลอยู่ที่อัปปนามาไว้ที่พยัคฆ์ปันนาแล้วอาตมาก็ไม่ได้แปลผิดหรอกอัปปนาในครอบครัวกันนานแนบแน่นพยายามแน่วแน่ส่วนตัวออฟฟิศนี้รวมปัญหาไม่มีปัญหา แบบตรงกันก็ได้ปักใจมั่นหรือว่าใจมันมันผนึกลงไปแน่มั่นคงเด็ดขาดถาวรเพราะฉะนั้นองค์ที่ 7 ในลักษณะถามถึงวจีสังขารสังกัปปะนี้จะปรุงถึงไปเป็นวจีสังขารแล้วจิตเราก็ยังเป็นจิตแนบแน่นแน่วแน่ปักมั่นคงไม่หวั่นไหวไม่แคลนกลอนไม่ไปเป็นผู้กำกับไม่ไปเป็นเพื่อพยาบาทไม่มันมีเบียดเบียนอะไรผสมเลยจะคิดถึงท่านเป็นวจีสังขารอยู่ในใจแล้วเพราะจิตสังขารไม่ใช่วาจากรรมนะไม่ใช่วจีกรรมนะยังไม่ใช่คำพูดออกมานะแต่ว่ามันรู้แล้วว่ามันจะพูดว่าไงถึงขั้นนั้นก็ไม่มีกิเลสนิวรณ์ไม่มีมิจฉาชีพไม่มีมิจฉาสังกัปปะเลยไม่มีเลยไม่ เบื้องต้นได้อื่นเลยคิดนึกอยู่ก็ไม่เบียดเบียนตนอยู่ตลอดเวลามีคิดนึกมีตรรกะวิตกกะสังกัปปะรวดพร้อมคุณก็การตรวจตราไปนี่เอาหลักวิชามาอธิบายทั้งสิ้นสูงไปกว่านั้นสมาธิที่จะไม่ใช่แค่นั่งนิ่งเฉยอยู่แค่นี้สูงไปกว่านั้นคุณจะพูดด้วยกันนี้สัมมาวาจาอ้าวจะไปมีอิริยาบทพูดแล้วแหมพูดคุณก็อ่านจิตสอนลงไปอยู่อีกว่าเป็นไปเพื่อการเป็นไปเพื่อมิจฉาชีพเป็นไปเพื่อมันเป็นคำพูดที่มันโกหกหรือเปล่ามันเป็นเพ้อเจ้อมันเป็นอะไรก็เจอนั่นแหละมันเป็น เสียหรือเปล่ามันเป็นคำหยาบหรือเปล่ามันเป็นเพ้อเจ้อหรือเปล่าไม่มีนอกจากไม่มีแล้วก็อ่านจิตอีกไม่เป็นนิวรณ์นะแนบแน่นๆอยู่นะไม่มีกิเลสอะไรอื่นนะตามขอบเขตที่เราจะไปพูดเราจะไปเกี่ยวข้องกับอะไรอีกซึ่งมันจะมีสิ่งที่ยั่วให้เราเกิดกิเลสกามกิเลสพยาบาทกิเลสนิวรณ์กิเลสอันอื่นได้เยอะกิเลสนิวรณ์นั่นแหละมันจะเกิดแล้วเราก็ไม่เกิดอยู่ก็เป็นสมาธิที่มีอิริยาบถเหนือขึ้นมาอีกสูงขึ้นมาอีกเรียกว่ามันยิ่งเด็กขาดมันยิ่งเป็นอัปปนาสมาธิขั้นที่ว่าเดินเข้าหาสัมมาสมาธิองค์ปลายเลยแม้จะมีการงานอื่นสัมมากัมมันตะ การงานอะไรเลยว่าจะว่าจะพูดเล

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน