600624_พ่อครูเอื้อไออุ่น งานคืนสู่เหย้า นศ.ปธ.สวนบุญผักพืช.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์21 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

600624_พ่อครูเอื้อไออุ่น งานคืนสู่เหย้า นศ.ปธ.สวนบุญผักพืช สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สูงสุดของการเป็นมนุษย์ พ่อครูว่า...มาถึงวันนี้ก็เป็นวันที่เราได้กำหนดหมายบอกกล่าวกันว่า เราจะได้มาพบปะกันนะ วันนัดพบ เป็นความรู้ของมนุษยชาติที่จะพยายามช่วยกัน ร่วมกัน นำพาสิ่งที่ดีๆ พากันสู่ความเจริญไป เป็นความรู้ความฉลาดของคน คนที่เห็นค่าก็พยายามดำเนินตาม เห็นความสำคัญก็มา อันอื่นๆก็ตัดออกไป โดยความฉลาดของใครของมัน ในการรู้ข้อมูลสิ่งแวดล้อม เห็นว่าอะไรเป็นสิ่งควรก็ทำตามที่เห็นว่าควรในปัจจุบัน มนุษย์เรายกย่องว่าสูงสุด สำหรับพวกเราชาวพุทธเราก็ยกให้พระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ที่รู้ความเป็นมนุษยชาติกับความเป็นสังคมที่ดีที่สุดคืออะไร อาตมาย้ำไม่รู้กี่ที พระพุทธเจ้าไม่ได้ศึกษาอะไรหรอก แต่ที่ท่านศึกษายิ่งใหญ่ที่สุดคือความเป็นมนุษย์กับสังคม มนุษย์มีจิตวิญญาณเป็นประธาน สามารถเจริญสู่โลกุตระไปที่สูงๆๆไป ก็กว่าจะได้ความรู้โลกุตระก็ต้องมีพลังงาน ตั้งแต่พลังงานวัตถุ ดินน้ำไฟลม อุตุนิยาม ซึ่งไม่มีตัวของตัวเอง จับตัวไปเพราะตัวเองมีแรง พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าบ้าง แต่มันก็ไม่แข็งแรง ก็อาศัยสิ่งแวดล้อมเป็นตัวผลักดันให้เป็นตัวตน ถ้าอันอื่นไม่ผลักดันตัวเองก็ไม่ถาวรยืนนาน จนกว่าจะมีตัวเองมาเป็นพีชะ ก็ยึดตัวเองได้มาก ก็อยู่ได้นานขึ้น จนกระทั่งเป็นจิตนิยามสัตว์โลก ก็รู้ว่าตัวเองยึดมาให้แก่ตัวเองมาก แล้วไปทำลายผู้อื่น เห็นแก่ตัวจัดมากก็เสียหายทำลายไม่ดี พอรู้ได้มีญาณปัญญา มีอัญญธาตุที่ชัดเจน เป็นโลกุตระจึงเปลี่ยนแปลงแก้ไขเป็นสัตว์โลกที่ดีขึ้นมา ก็มีขั้นตอนเจริญของสัตว์โลกจนสูงสุดถึงพระพุทธเจ้า มีเหตุปัจจัยที่อาตมาอธิบายเพิ่มอีก แม้เป็นคนสมัยใหม่ แต่ก่อนคนไม่บ้าบอเลวร้ายขนาดนี้ ทุกวันนี้เลวร้ายซับซ้อน เมื่อส

อ่านต่อ

ามารถมีญาณปัญญารู้ได้ ก็เกิดจริงสำหรับอัตภาพของตน จนรู้วิธีสลายอัตภาพ จนสิ้นสนิท ถึงขีดขั้นนั้นเรียกว่าอรหันต์ แล้วสูงเป็นโพธิส้ตว์ก็ยิ่งชัดเจนอีก จึงเป็นคนมีคุณค่าประโยชน์สูงขึ้นต่อสิ่งอื่น หมดตัวตน ตัวตนเกลี้ยงๆๆ ความหมดตัวตนของศาสนาพุทธ คือไม่เอาอันอื่นๆมาให้แก่ตน แต่ตนมีสมรรถนะ มีจิตใจให้แก่ผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น สร้างสรรได้ดีได้มาก ได้ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้อื่นมากขั้นไปอีก เป็นปฏิภาคทวีของศาสนาพุทธ

สื่อธรรมะพ่อครู(บวร_สัมประสิทธิ์) ตอน บ้าน วัด โรงเรียน กับ สัมประสิทธิ์ อาตมาตอนนี้มาเน้นเรื่อง บวร บ้าน วัด โรงเรียน กับ สัมประสิทธิ์ และในสัมประสิทธิ์มันเป็นค่าสูงที่มีตัวแปรยกกำลัง และที่ไม่แปรเต็มที่แต่เป็นตัวเติม osmosis ตัวซึมลึกไม่รู้ตัว แต่ตัวแปรหรือสัมประสิทธิ์ต้องมีเจตนามีความตั้งใจทำ เพื่อเพิ่มทศนิยมความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น ต้องมีพลังงานเพิ่มระดับคูณเป็นต้นไป การก้าวหน้ามีระดับ บวก คูณ ยกกำลัง แต่สัมประสิทธิ์ต้องมีอัตราก้าวหน้าถึงขั้นคูณเป็นต้นไป ถ้าบวกก็ยังไม่ถือว่าเป็นสัมประสิทธิ์ อาตมาเรียนรู้ประกาศตนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็บอกด้วยความจริงใจ และเชื่อมั่นว่าไม่ได้หลอกลวงโกหกหรือเดา เป็นเรื่องจริง ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ไม่ได้มีกิเลสอยากให้คนมานับถือ ตนเพียงมีเจตนาดีอยากให้ผู้อื่นได้ มาถึงปางนี้ ยุคนี้อาตมาประกาศว่ารู้ดีในคำสอนพระพุทธเจ้า ก็เลยเหมือนโอ้อวด คนที่รู้สึกว่าไม่ชอบใจไม่อยากให้อวดก็ค้านมาก็ดี อาตมาก็ฟัง แต่อาตมาว่าตนยืนหยัดยืนยันไม่ได้ดื้อดึงดันทุรัง ดื้อดึงดันทุรังนี้มีตัวตนมากจะเอาชนะคะคาน แต่ยืนหยัดยืนยันนี้ไม่มีตัวตนไม่ได้ต้องการเอาชนะ แต่ยืนหยัดทำเพื่อผู้อื่น ตนเองดีไม่ดีเสีย ที่คนอื่นเข้าใจไม่ได้ แล้วตำหนิด่าทอด้วย ยิ่งหาพวกมากมาสู้ด้วยซ้ำ อาตมาเน้นบวร มีสามเส้าของสังคม บ้านคือสังคมที่รวมกันอยู่ หมู่บ้านคือบ้านหลายหลังมารวมกัน มีสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงใกล้ชิด อุปโภคบริโภค กินใช้ร่วมกันเป็นสังคมเป็นชุมชน ถ้ามากขึ้นเป็นอำเภอ จังหวัดก็ห่างไกลไปเรื่อยๆ อันนี้จะเป็นอันเล็กๆ หมู่บ้านควบแน่นกันมากๆ osmosis การไหลซึมก็ยิ่งดี ถ้ายิ่งแปะชิดกันเลย เราเคยได้ยินผู้รู้ว่า เราเอาตำรามาหนุนหัว แม้ไม่ได้อ่านจะมีพลังซึมซับ osmosis จะเป็นไปได้หรือไม่ก็เป็นการเปรียบเทียบว่ามีการชิดใกล้อย่างไรก็ซึมซับไปหากัน โดยเฉพาะเป็นคนที่มีวิญญาณ แต่หนังสือไม่มีวิญญาณถ้าคุณไม่อ่านก็ไหลเข้าหาไม่ได้ แต่อ่านแล้วจะรู้จะเข้าใจหรือไม่ก็มีการซึมซับ เข้าไปในฮาร์ดดิสก์ ในอนาคตก็อาจเอาไปใช้ได้ สัมประสิทธิ์ต้องมีต้นทุน เป็นพลังงานคงที่ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เป็นของคนใดๆ แม้เป็นของอุตุ พีชะก็มีสิ่งนั้น มีพลังงานเคลื่อนที่ หรือพลังงานลบ เป็น dynamic หรือ kinetic ทำงานร่วมกันกับพลังงานบวกหรือคงที่ รวมกันเป็นพลังงานที่สาม ถ้าใกล้ชิดมากก็จะมีการเกิดปฏิกิริยาสูง พระพุทธเจ้าตรัสว่ามิตรดีสหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ พวกเราอย่าประมาท คำว่าประมาทนี้เลวร้ายมาก ประมาทรื่นเริงกับโลกเขาอยู่... ให้มารวมกันกับแกนแก่น ที่รวมกันแล้วเป็นชุมชนสาธารณโภคี ที่สูงสุดแล้ว อยู่อย่างสงบ อุดมสมบูรณ์ อยู่อย่างเป็นหลักแกนให้สังคมโลกเลย สังคมอโศกเรามีแล้ว แล้วก็มาอยู่อย่างถ้าเข้าใจแล้ว ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีสอง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญต่างคนต่างศึกษาให้เข้าใจและทำ บุญคือการเอาออกสละออก แต่ว่าเขาเข้าใจผิดว่าเป็นการเอาเข้าหรือได้มา ไม่มีใครเข้าใจคำนี้แล้วยุคนี้ มีอาตมารู้คนเดียว ก็เลยโดนท้วงว่าเก่งคนเดียวรู้คนเดียว อาตมาพูดความจริง สังคมเกื้อกูลกันเอื้อเฟื้อกัน ช่วยเหลือกัน เราให้ท่าน ท่านให้เรา ถ้าใครเอามาให้เราแต่เรามีแล้วก็ขอบคุณ ถ้าเราไม่มีก็แจ๋วเลย เราไม่มี เรานึกไม่ถึง ถ้าสิ่งดีเราต้องการก็ยิ่งประเสริฐเลย ถ้าผู้มีเจตนาความรู้ อันประเสริฐในสังคมโลก อาตมาก็อยากเร่งพวกเราว่าตอนนี้ น่าจะฉวยโอกาส คือโลกกำลังเริ่มรู้ เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้เราก็ควรจะต้องรีบมาช่วยกันทำสิ่งนี้ให้เจริญเร็วๆ หมู่เราเกิดแล้วเป็นแล้วก็รีบรวมตัวเพื่อให้เกิดพลังงานดี รูปธรรมที่ดีตัวอย่าง idol ที่ดี ทุกวันนี้ตื่นตัวกันทั่วโลกแล้ว Globolization รู้กันทั่ว ก็ช่วยกันได้เร็ว เรามาสร้างร่วมกัน ตัวเราเองก็เจริญด้วยคุณเป็นโมเลกุลหนึ่ง จะอ่อนแอหรือแข็งแรง ตกมาในสนามแม่เหล็กที่ถูกต้อง ก็จะปรับโมเลกุลใดก็แล้ว แต่โยนเข้ามาก็จะมาถูกพลังแม่เหล็กช่วยปรับตัวเราให้เข้าทิศทาง เป็นความถูกต้องแม้แต่อธิบายเชิงฟิสิกส์ก็ตรงกัน คำตรัสของพระพุทธเจ้าไขความทั้งฟิสิกส์และนามธรรม ตรงกัน ก็เลยอยากจะเร่ง ให้สบายเบา ประชากรโลกเพิ่มปฏิภาคทวี คนที่มาเกิดเพิ่มขึ้น ก็มาจากอวิชชามากกว่าวิชชา ถ้าเราเพิ่มคนมีวิชชาก็จะช่วยโลกได้ ต้านสิ่งเดือดร้อนวุ่นวาย ถ้ามันไม่ทันโลก(มีอัตราก้าวหน้าของอวิชชา) เราก็จะได้รับผลนั้นมาถึงเราด้วย จะบอกว่าเราเห็นแก่ตัว ช่วยตัวเองรอดก่อนก็ถูก แต่เพื่อผู้อื่นด้วย อย่าประมาท เราเจริญขึ้นไม่ได้เสียอะไร เพราะฉะนั้นอย่าประมาท คนเราบางคนเข้ามาได้แล้ว รู้ดีด้วย ส่วนคนไม่รู้ก็มาได้ยาก พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ายิ่งเป็นโลกุตระหากไม่มียินดีฉันทะอะไรก็ไม่ก้าวหน้าไม่เริ่มต้น จิตวิญญาณมนุษย์หากไม่ยินดี ยัดเข้ามาก็ไม่เอา ถ้าเรายินดีแม้ไม่มีภูมิปัญญาก็เข้าได้ ยิ่งมีภูมิปัญญาก็ยิ่งเข้าได้ดี พวกเรานี้อย่าช้าเลย ความต้องการของโลกของสังคมก็ต้องการ เราเองก็น่าจะเจริญอย่าช้า คนที่สูงแล้วลดตัวลงมาต่ำได้แล้วไม่เสีย แต่คนที่ยัังไม่สูงลดลงมาต่ำนี้เสียเลย นรกดึงไปไม่ขึ้นได้ง่าย แต่คนมีพลังของตนแล้ว โลกเอาไปไม่ได้ ลดตัวเองมาได้ประมาณหนึ่ง ทำเหมือนอย่างกับคนต่ำ เพื่อช่วยเขา ตนเองก็จะได้ทดสอบตนเองต้องแข็งแรงเพิ้มเติม เกื้อกูลคนอื่นด้วย แต่ถ้าลดไปมากๆจะเสียเวลา สิ่งเสถียรแล้วถ้าลดต่ำลงไปก็ไม่พอดี ต้องไปใช้วิบากอีกนานกว่าจะมาได้อีก วิบากมาเหมือนหมาไล่เนื้อลากเราไปก็เสียเวลา เราต้องประมาณในการช่วยคนอื่นให้พอดี ถ้าผู้สูงลดมาช่วยคนต่ำ ก็จะไปได้ แต่ถ้าเจริญแล้วไม่มาช่วยเจริญแล้วหายไป ตัดไปเลย อุจเฉทิฏฐิ อย่างเถรวาท อรหันต์ตายแล้วสูญไม่ต่อได้ อรหันต์ก็สั้นลง จนหมดไป ไม่มีการต่อเชื้อเลย ความเข้าใจผิดอุจเฉทิฏฐิชนิดนี้ทำให้บรรลัยจักรเลยทำให้สูญ คนไม่มีภูมิปัญญาก็ทำ แต่ดีมีคนรู้แล้วทำคืนอธิบายให้คนรู้ว่าอย่าไปหลงตามอุจเฉทิฏฐิพวกนี้ ตนเองบรรลัยไม่พอดึงคนอื่นไปด้วย ยุคใดกัปป์ใดมีคนเลวพวกนี้มาก ก็จบเลย อรหันต์ก็ไม่เหลือ จนกว่าจะต้องมีกัปป์ใหม่ พัฒนากันใหม่ใช้เวลานานอีกเท่านานเลย สรุปแล้วจุดเน้นคือพวกเราชุมนุมกันแล้ว อาตมามั่นใจว่าได้ติดชิปให้พวกเราไปแล้ว อย่าไปเสียเวลาประมาทกับสิ่งล่อภายนอกมาก ลาภ ยศ สรรเสริญ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อัตตามันก็ล่อไปเสียเวลา คุณมาเจริญแล้วสูงสุดอยากจะเป็นโพธิสัตว์อีกนานเท่าไหร่ก็ได้ อย่างพระอวโลกิเตศวรก็จะช่วยให้คนบรรลุอรหันต์หมดโลกก่อน ตนเองถึงปรินิพพาน อาตมาเห็นว่าเป็นปณิธานที่สุดยอด แต่อาตมาไม่ขอทำแบบนั้นด้วยหรอก บ้าน ในหลังปกอันนี้ต้อนรับอาตมาขึ้น 7 รอบนักษัตร บ้าน วัด โรงเรียน บ้าน คือสังคมทั้งหมดที่เราอยู่ร่วมกัน วัดคือ ธรรมะ โรงเรียนคือการศึกษา สามเส้านี้ บ้าน วัด โรงเรียนจะซึมซับหากัน มาอยู่ในหมู่บ้านนี้ก็จะซึมซับกันไปได้ เพราะหมู่บ้านนี้มีสัมประสิทธิ์แล้ว จะซึมซับละเอียดมีสภาวะจริง ความจริง ความรู้ สองอย่างที่เป็นโลกุตรธรรม จะมีความจริงกับความรู้สองอันหลักๆ จะแทรกซึมเข้าไปให้กับทุกคนที่คือสัจจะของบวร บ้าน วัด โรงเรียน คุณจะไม่ประสีประสาก็จะซึมซับได้ เพราะต้นทุนของหมู่ตัวแกน constant ตัวคุณธรรมคุณวิเศษที่คงที่มีอยู่แล้ว มีพลังงาน kinetic หรือ dynamic อยู่แล้ว พลังงานทั้งแกนและเคลื่อนไม่เสื่อม ตัวแปรเป็นพลังงานเคลื่อน เคลื่อนนี้จะมีคุณภาพก้าวหน้า แต่ก่อน kinetic หรือ dynamic ก็มีในนิวเคลียสบวกลบอยู่แล้ว แล้ว dynamic ที่จะก้าวหน้าก็จะช้าได้ เพราะกำลังมีแค่บวกอันอื่นทำอะไรมันได้ จนเป็นพลังงานระดับคูณ คูณคือเกินกำลังของสิ่งอื่นจะมาลดลงได้ มันจึงจะพาก้าวหน้าได้ ยิ่งยกกำลังแล้วยิ่งเจริญไปใหญ่เลย คือเงื่อนไขของสัมประสิทธิ์ ในสังคมมีสัมประสิทธิ์สมบูรณ์แล้วคุณจะอ่อนแอหน้านองน้ำตามาก็เจริญได้ ให้มันตายลงเลย เอาเลย ตายแล้วรับรองมีเชื้อเจริญต่อข้ามชาติได้ คุณสมบัติอย่างนี้เป็นคุณสมบัติที่แม้เราต้องน้ำตานองหน้าลำบากก็ยิ่งต้องพากเพียร ถ้ายิ่งได้โดยไม่ยากไม่ลำบากก็ สบม.ทมด.ปกต.หห สังคมโลกทุกวันนี้ต้องการ เขารู้แล้วในหลวง ร.9 เป็น idol แล้ว เราเป็นตระกูลเดียวกับท่านโดยธรรม เราก็ต้องพยายามเสริมหนุนคุณสมบัติวิเศษนี้ให้แก่โลกที่ท่านก็พยายมทำ เราก็ช่วยต่อให้เจริญ กาละนี้มันต้องเร่งรัด คล้ายๆกับว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก เหล็กกำลังร้อนๆต้องรีบตี จะว่าฉวยโอกาสก็เป็นกาละอันควร ไม่ได้เร่งรัดเพื่อให้เกิดการได้เปรียบหรือไปทางเลว มีแต่เป็นไปในทางดี อนุโลมในกัปป์นี้ กัปป์นี้จึงหมดอายุศาสนาพุทธอีกสองพันกว่าปี เมื่อหมดกัปป์นี้ของพระสมณโคดมแล้ว กัปป์ต่อไปจะเป็นอย่างไรไม่ขออธิบายวันนี้ ในขณะนี้ยุคกัปป์นี้ที่ยังไม่หมดกัปป์นี้ของพระสมณโคดม เราก็ทำไปจนสิ้นกัปป์ ต่อไปก็ไม่ใช่หน้าที่เราแล้ว ผู้ที่จะเข้าไปสู่การเป็นพระพุทธเจ้าจะต้องมาเกิดในปลายกัปป์เพื่อให้มีเหตุปัจจัยให้ไปสู่การเป็นพระพุทธเจ้าได้ ต้องไปเรียนรู้ให้ครบ

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สัมมาทิฏฐิ) ตอน ความช้าสามอย่าง มาในยุคพวกเรา อย่าช้าเลย ที่ช้าเพราะอะไร ความช้าของคนมีสามอย่าง 1.ช้าเพราะไม่มีปัญญารู้ว่าอันนี้ดี แล้วจะมาเอาทำไม ดีไม่ดีว่าชั่วด้วย ไปหลงโลกีย์ดีกว่า อันนี้เขาว่าไม่ได้เรื่องก็ไปวนเวียนนรกสวรค์อีกไม่รู้กี่ชาติ 2. คนรู้ว่าดี แต่มีกิเลส กลัวเสียลาภ ยศ สรรเสริญ สุขโลกีย์ แม้มีปัญญารู้แต่ไม่มาเอา มันก็ไม่ได้ ยังเสียดายโลกอยู่ โลกจึงดึงคุณไปอีกนานไกล เพราะไปเพิ่มจำนวนความหนาโลกีย์ 3 มิจฉาทิฏฐิ เข้าใจว่าความเป็นกลางนี้ก็ไม่ต้องไปหาใคร แล้วก็คือบำเรอตัวเอง แล้วไปเข้าใจผิดอีกว่าคนเป็นกลางนี้เป็นคนสูงส่งไม่ต้องไปเข้ากับหมู่ดีหรือชั่วอะไร ทั้งที่คนดีควรไปอยู่กับหมู่ดีเพื่อให้มีกำลังเพิ่มขึ้น ถ้าคนดีไม่ส่งเสริมคนดี พลังดีก็ไม่วิ่ง พลังดีก็ช้า พลังดีจะเร็วต้องเสริมกันไม่งั้นช่วยไม่ได้ ยกตัวอย่างทุกวันนี้ ถ้าทางสังคมประเทศชาติช่วยส่งเสริมอโศก ถ้าเห็นว่าดี ช่วยให้ชาวอโศกได้เข้าไปร่วมทำงาน ให้รับพลังงานเสริมนี้ไป แต่ถ้าเข้าใจว่าไม่ดีท่านก็ไม่เอาอยู่แล้ว แต่ถ้าเห็นว่าดี ก็เสริมกัน เราพูดไม่ได้เอาดีเข้าตัว แต่บางอย่างเราเห็นว่าถ้าเราทำแล้วไปไม่รอดเราก็ไม่ทำ เช่น เราไปแล้วหมู่ใหญ่ไม่ศรัทธาก็ซ้อน ถ้าทางผู้ที่สูงไม่เอาอโศกไปออกหน้านี้ดีแล้ว แต่ถ้าไม่เอาอโศกก็ไม่ได้แน่ คือต้องเอาบ้างส่งเสริมบ้างแต่ไม่ต้องถึงกับรับให้ตำแหน่ง เอาชัดๆ ให้พรรคเพื่อฟ้าดินเป็นหนึ่งในการบริหารในสภา เราก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่ทางกกต.นี้รู้ว่าพรรคเพื่อฟ้าดินนั้นดี หลายคนอยากให้เข้าไปในสภา แต่เราไม่พร้อมทั้งคุณภาพและปริมาณ ทั้งสมมุติและปรมัตถ์ เรามีด็อกเตอร์หลายคนแล้ว แต่เราไม่มีตัวตนได้เพิ่มขึ้นทางสมมุตินี้ทำให้เสื่อม แต่ต้องมีเนื้อปรมัตถ์เข้าไป แต่ปรมัตถ์ของเราก็เล่นตัว หากเราไปแล้วไม่เจริญ เราก็ไม่เข้าไป มหาปเทสกับสัปปุริสธรรม 7 ก็สำคัญมาก อาตมาไม่ผู้ทำงานตำแหน่งหรอก ก็เห็นใจ สนับสนุนได้เท่าที่ทำได้ ไปแล้วเสียทั้งสองฝ่าย ส่วนรวมได้เราก็ได้ ก็ทำ พวกเราอย่าช้า ขนาดนี้หลายคนอย่านึกว่า หัวเรายังดำ หนังเรายังไม่หย่อน อย่านึกว่าเราไม่แก่ไม่เสื่อม อย่าประมาท ตายวันตายพรุ่ง ตายวินาทีก็ได้ ไม่ต้องข้ามวินาทีก็ตายได้ มันตายเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วคนตายทีหนึ่ง พูดอจินไตยให้ฟัง ถ้าคุณมีวิบากเยอะก็วิบากบาปวิ่งเร็วกว่ากุศลวิบากบาปเหมือนหมาไล่เนื้อ ถ้าเสียเวลาวิบากบาปไล่ทันได้ อย่าประมาท ตายเมื่อไหร่ไม่รู้ การตายนั้น ทั้งที่เป็นวิบากเรา แต่เหตุปัจจัยโน้น คนอื่น วิบากอื่นมาทำเราตายได้ เป็นความไม่เที่ยงหมอดูดูไม่ถูก ทุกอย่างไม่เที่ยงไม่แท้ คือยิ่งใหญ่มาก ขึ้นต้นเลย และมันเป็นทุกข์ ทำให้หมดตัวตนได้ จะทำให้เที่ยงได้ต้องทำความไม่มีตัวตนให้ไม่มีถาวรเลย แล้วเราจะไม่ทุกข์อีกเลยได้ ตีเปราะย้ำว่าอย่าช้า ไม่ต้องเอามีดพร้ามาก็ได้ตามเพลง...เดี๋ยวนี้เสียมพร้ามีเยอะ เอาตัวกับหัวใจมา เร่งรัดพัฒนา อย่าประมาท โลกต้องการ เราก็ต้องการเจริญ ไม่มีใครโง่ไม่อยากเจริญ ก็สอดคล้องสัจจะ โลกต้องการเราก็ต้องการ ถ้าเรามาทำอันนี้ส่งเสริมได้โลกจะดี เกาหลีเหนือก็ไม่ต้องทิ้งระเบิดใคร อเมริกาก็ไม่ไปทิ้งระเบิดเกาหลีเหนือ เราก็ช่วยเขาไป แต่ถ้าอยากเป็นเจ้าโลกอย่างอเมริกา เกาหลีเหนือก็ไม่หยุด แต่ เราหยุดแล้ว ระเบิดไฮโดรเจนไม่มาหรอก ไม่ต้องใช้ชีหางนกยูงปัดระเบิดหรอก เราไม่เป็นเหตุให้เขาโกรธเกลียด เราไม่ไปแย่งชิงกับใคร เกาหลีเหนือไม่รู้หรอกว่าไทยเราเจริญ แม้อเมริกาก็ตาม ในโลกสมมุติทุกวันนี้เหมือนเกาหลีเหนือตัวน้อยพวกน้อย แต่อเมริกาพวกใหญ่ตัวใหญ่ (มีพวกเราบอก)เกาหลีเหนือมีจีนกับรัสเซียเป็นพวก เป็นสงครามสัตว์โลก กัปป์ไหนกัลป์ไหนเหมือนกันหมด อาตมาก็เกิดมาทำกับหมู่นี้เป็นคนไทยจนกว่าจะหมดกัปป์นี้ แล้วก็ต้องไปเกิดกับชาติอื่นๆไปอีก ตอนนี้งานที่เราจัดกันพวกนี้ คนกลุ่มน้อยไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ แต่มีสื่อสารที่กระจายไป จะมีคนใหม่ รู้ว่าน่าจะมาพัฒนาตนเอง ยิ่งคนเข้าใจมีความรู้ว่าอโศกไม่ใช่ต่อกัปป์เดียว แต่กัปป์ต่อกัปป์ไปอีก คนมีปฏิภาณรู้ก็จะยิ่งเข้ามา ก็ขอสรุปลงไปเลย จบคือว่า เมื่อมารวมกันก็ดี พวกคุณมาฟังใกล้ๆตัดสินใจได้นะอย่าช้า พวกคุณที่อยู่ข้างนอกได้รับการสื่อสารก็รีบมารวมกัน สถานที่มีพอ จะไปเกี่ยงว่าไม่มีเงินนั้นไม่เป็นไร มาแต่ตัวกับหัวใจ บ้านมีพอให้อยู่ ข้าวก็มาช่วยกันปลูก ยังไม่เก่งก็มาฝึก พวกเราพาฝึกแล้ว ชอบใจตรงไหนไปเลย ที่เล็กหรือที่กว้างก็ได้ มีที่ๆยังไม่ค่อยมีใครไปพัฒนาก็มี ดินหนองแดนเหนือต้นไม้เยอะเลย ที่ดอยรายปลายฟ้าก็มี

ตอบคำถาม _ฟ้าแผ้ว หมอชีวกได้ทำยาถวายพระพุทธเจ้า ได้สูดดมยาครั้งเดียว ถ่ายถึง 31 ครั้ง ถามว่ายานั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ตอบ...อาตมาไม่รู้อาตมาไม่เก่งเรื่องยาเท่าหมอเขียวหรือหมออื่นหรอก ก็ค่อยศึกษาไป

_ถ้าคนเรามีวิบาก ก็ต้องใช้วิบากไปไม่มีหมด วิบากรอแซงคิวอีก ตราบในไม่ปรินิพพาน แต่ถ้าปรินิพพานแล้ว วิบากตามไปได้อีกไหมจะมาสู่การเกิดได้อีกไหม วิบากกรรมเก่านี้จะยังอยู่ไหม ตอบ...มันไม่ได้เพราะว่าทำลายอัตภาพแล้ว เช่นอัตตาของ H 2 O เป็นอัตตาของอุตุ คือน้ำ ที่เป็นต้นกำเนิดของพีชะ เมื่อแยก H กับ O แล้วก็ไม่มีน้ำนี้อีก อย่างระเบิดไฮโดรเจน เมื่อระเบิดแตกกระจายแล้ว เศษชิ้นส่วนระเบิดก็ไม่เหลือซากเดิมอีก ไม่รวมกับพลังงานระเบิดนั้นอีกแล้ว รวมกันอีกไม่ได้หรอก สสารวัตถุก็หมดไป พลังงานก็หมดไป พลังงานระเบิดไฮโดรเจน หรือระเบิดนิวเคลียร์อันนี้ก็หมดไป พระพุทธเจ้ายกตัวอย่าง เป็นิิbbbม่วงตัดขั้วแล้วแตกกระจายไป ไม่รวมเป็นพวงมะม่วงอันเก่าแล้วไม่มีแล้ว สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีระเบิดนิวเคลียร์ให้ยกตัวอย่าง ไม่ใช่ว่าต้องไล่ล้างวิบากเก่าให้หมดก่อน

_หลวงปู่คะเวลาหลวงปู่ทำงานแล้ว ท่านเหนื่อยท้อแท้กับงานที่ท่านทำจะทำอย่างไรคะ ไม่อยากทำงานแบบนี้มีไหม? ตอบ...หลวงปู่ไม่ได้ท้อแท้ ถามว่าถ้าท้อแท้แล้วทำอย่างไร หลวงปู่ไม่ท้อแท้ ก็เลยสบายๆไม่ต้องทำอะไร หลวงปู่ไม่มีไม่อยากทำงาน

_ขวัญชนกบอกว่า เราจัดบอร์ด พ่อครูทำงานหนัก มีเจตนาว่าพวกเราที่อยู่ข้างนอกจะมาช่วยกันอย่างไร พ่อครูว่า...ไม่ได้ท้อแต่เหนื่อยมีแน่ ก็ต้องพยายามให้ฟื้นคืนกำลังมา

_ขวัญชนกว่า ถ้าทำงานเหนื่อยหนักแต่มีเป้าหมายก็ไม่ท้ออย่างนี้ได้ไหม พ่อครูว่า... เรามีเป้าหมายและทำตามที่พี่ป้าน้าอาพาทำ ถึงอย่างไรไม่มีใครบีบให้ทำจนตาย หรือแม้เราถูกให้ทำจนตายเลยก็มีแต่กุศล ไม่ต้องกลัวเลย ชาติหน้าเราก็ดีกว่าเดิม อย่างน้อยเราได้ความอดทนสุดทนจนตาย

_ถ้าคนๆหนึ่งคนเจอผี ทำไมถึงเจอ เจอเพราะมาขอส่วนบุญหรือเปล่าคะ ตอบ...ผีคือจิตวิญญาณ ของใครก็อยู่ที่ของตน ไม่มีใครจะไปเห็นของใครได้ จะบอกว่าใครเห็นผีเป็นรูปร่างเสียงแสงนั้นไม่มีหรอก ของปลอม หูเราแว่ว ตาเราหลอน กลิ่นจมูกเราหลอก ตัวตนรูปร่างกับรสนี้เกิดได้ยากกว่า แต่แท้จริงคืออุปาทานของเราเอง ของหลอก ทาง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทั้งนั้น

_อยากจะถามสด … ท่านหนักแน่นอยากถาม… _วันนี้พ่อครูเทศน์ให้ใครฟัง...ขวัญชนกตอบว่า เทศน์ให้ทุกคนฟัง...ส.หนักแน่นว่าไม่ใช่ ...พ่อครูเทศน์ให้รังนกฟัง….ขวัญชนกตอบว่า คือบวร ถูกต้อง แล้วเทศน์ให้พระพุทธรูปฟัง ...หมายถึง ...คนตอบไม่ถูก เทศน์ให้นาฬิกาฟัง...หมายถึง ความไม่เที่ยง พระพุทธรูป หมายถึงพระพุทธเจ้า ล้อเกวียนหมายถึงพระธรรมจักร

_ทำอย่างไรเราจะหลุดพ้นจากโลกียะ ตอบ...มาอยู่กับชาวอโศก _ทำอย่างไรจะรู้ตัวตนแจ่มแจ้ง ตอบ...มาอยู่กับชาวอโศก

_ทำอย่างไรให้เรามีความสุขตลอดเวลา ตอบ..ต้องทำให้หมดทุกข์ ต้องดับเหตุแห่งทุกข์แห่งสุขให้หมด ต้องหมดทุกข์มันก็คือหมดสุข ในขณะที่สุขอยู่ก็ทุกข์ไม่ได้ ในขณะมีทุกข์อยู่ก็สุขไม่ได้ ต้องหมดสุขหมดทุกข์

_ทำอย่างไรให้ใจสงบเมื่อเจอคนไม่ชอบหน้า ตอบ..ก็มองคนเป็นความว่าง คือค้นหาความไม่ดีของเขาให้ออก คือเราเองก็ยังมีความไม่ดีนั้นไหม เราเคยมี เราทำออกได้แล้ว แต่เขาทำไม่ออก ก็เลยเห็นว่าเขาน่าสงสาร เรารู้แล้วแต่เราทำไม่ออกก็เลยเห็นใจเขา

_ทำไมคนที่มีความทุกข์ต้องทำร้ายตัวเอง ตอบ..หลงผิด โง่

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ทำดีแล้วไม่มีคนเห็นเพราะอะไร _ ทำไมเวลาเราทำดีแล้วคนไม่เห็น ตอบ...เขาตาบอด เราทำดีแล้ว อย่าไปหัวซา 1.เขาตาบอด เขาไม่รู้ 2. เราทำดียังไม่มากพอ ทำต่อไปแล้วเขาไม่เห็นก็คือเขาตาไม่ดี เขาโง่ ทำต่อจนคนตาบอดเห็นได้

_ความหมายของคำว่าตายทั้งเป็นคืออะไร ตอบ...คือทุกข์ คนที่รู้ว่าตายนั้นน่ากลัว แต่เขาไม่อยากตายก็เลยเกิดการดิ้นตายทั้งเป็น จริงๆแล้วไม่ได้ตาย เป็นอยู่แต่บอกว่าตนเองตาย ก็เลยตายทั้งเป็น คือความโง่ซับซ้อน

_ทำอย่างไรให้คนอื่นรู้ว่าคนนี้คนนั้นทำดีเอาหน้า ตอบ...รู้ก็รู้ไม่รู้ก็ไม่รู้ เราก็ไม่ต้องไปทำตามหรอก เราไม่รู้ก็ดีแล้ว

_ทำอย่างไรจะได้ดีอย่างที่เราคิด ตอบ...เรียนรู้ พยายาม

_ทำไมคนที่มีเลว ทำไมถึงเขาไม่ทำดี ตอบ...ก็เพราะว่าเขาไม่เข้าใจว่าเลวคืออย่างไรก็เลยทำ บางทีนึกว่าทำดีด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างคนที่ไปแย่งชิงมาให้ตัวเองรวย มันคือความเลว เขานึกว่าดีนะที่ไปสะสมความรวย

_ถ้าได้มาแล้วเอาไปทำบุญได้ไหม ตอบ...อย่าซับซ้อนสร้างภพ เสียเวลา

_หลวงปู่เคยคิดว่าไม่อยากจะทำงานไหม ตอบ...ก็อยากก็ไม่อยากไม่อยากก็ไม่อยาก ไม่ควรทำงานก็พัก ทำแล้วไม่คุ้มไม่ดีก็ไม่ทำ เอาตามเหตุตามผล ไม่ทำตามอยากหรือไม่อยาก

_หลวงปู่คิดว่างานเป็นสิ่งที่เราทำได้ไหมคะ ตอบ...งานเราต้องทำ ต้องพิจารณาว่างานดีงานควรไหม งานดีแล้วควรทำก็พยายามทำ

_ทำอย่างไรถึงทำให้ทุกคนมีความสุข ตอบ...ทำของเราก่อน ให้เรารู้ว่าสุขคืออะไร และสุขที่ดีที่สุดคือไม่สุขไม่ทุกข์นั้นดีกว่า ทำคุณอันสมควรก่อนไปสอนคนอื่นจึงไม่มัวหมอง

_สัตว์เดรัจฉานไม่รู้ว่าตนสะสมวิบากบาป แต่มาเป็นคนแล้วก็สะสมวิบากบาปเพราะไม่รู้แต่สามารถรู้ได้แล้วเลิกทำบาป ทำดีจนวิบากบาปไล่ไม่ทันได้อีก ขนาดนั้นผู้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ยังมีวิบากบาปตามทันได้ ก่อนปรินิพพาน พระอรหันต์ทุกองค์จะมีวิบากบาปไล่ทันก่อนจะสลายอัตภาพ นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่าอย่าทำบาปแม้น้อย ทำแล้วสะสมในคลังสมบัติอัตภาพเรา ไม่มีหายไป

_ทำไมบางคนคิดว่าคนๆนั้นโง่ ตอบ...ก็ตรวจสอบให้ดี รู้ให้จริงว่าเขาโง่จริงไหม ถ้าเอาแต่คิด ก็ผิดได้นะ ต้องรู้ ว่าคนโง่ ความโง่คืออะไร ความโง่คือสิ่งที่น่าสงสารของเขา หรือจริงๆคือสงสารของเขา คนโง่จะตกอยู่ในสงสารของเขา สงสารคือความวน สัตว์หรือคนกตาม คนนั้นจึงมีสงสาร คนมีดวงตาปัญญารู้ว่าเขาไม่พ้นสงสารยังวน ก็น่าช่วยให้เขาพ้นสงสาร คือคำว่าน่าสงสาร ที่จริงเราพ้นสงสารแล้ว เราถึงจะไปช่วยเขาที่ตกในสงสารได้

_พ่อครูเคยบอกว่าโปรดเอื้อมเอื้อ กล้าเชือดเนื้อเพื่อผู้อื่น ตอบ..ก็หมายความว่าเราเอื้อเอื้อ ยื่นออกไป กล้าเชือดเนื้อตัวเราเอง เราจะเสียบ้างเพื่อช่วยคนอื่นได้ ผู้ที่สามารถช่วยคนอื่นได้ตัวเองต้องมีก่อน เราจะให้เงินคนอื่นเราต้องมีเงินก่อน กล้าเชือดเนื้อตัวคือเราสามารถควักเนื้อตัวเองให้ได้ แม้ต้องตายเพื่อช่วยคนอื่นก็ทำได้

_ท่านทำไมถึงเป็นห่วงทุกคนคะ ท่านทำเพื่ออะไรคะ ตอบ...เพราะเห็นใจ เห็นเขาทุกข์ก็เป็นห่วง ทำเพื่อให้เขาพ้นทุกข์เหมือนอย่างที่หลวงปู่พ้นทุกข์บ้าง

_พลังมวลรวมของชุมชนบวรอโศกมีความหนาแน่นและเข้มแข็งดี เป็นเพราะความพยายามของพ่อครูและสมณะสิกขมาตุ และอาจมีพลังงานที่ไม่ดีที่ทำให้ลดความเจริญหรือถ่วงไม่ให้เจริญคืออะไรคะ ตอบ...ยังหรอก ไม่เข้มแข็งมากหรอก สังคมยังไม่ยอมรับมากหรอก ส่วนพลังงานที่ไม่ดีนั้นเราต้องรู้ก่อนว่าหมู่ตกลงเอาอย่างไร ก็ทำตามหมู่ไปก่อน แล้วก็อาจมีผู้รู้กว่าหมู่ แต่ท่านก็จะเอาตามหมู่ได้ เพราะท่านไม่มีอัตตา ผู้รู้สูงกว่าหมู่จะรู้จักยอมกับหมู่ยอมลดอัตตาลง จะไม่ถือดีเอาอย่างฉันไม่ดันทุกรังเอาอย่างฉัน

_การไถ่ชีวิตสัตว์การปล่อยปลา มีกุศลหรืออกุศล ตอบ..ถ้าสัตว์นั้นอยู่ตามธรรมชาติ แล้วเราไปเจอมันลำบาก เราก็ช่วยมันเอาไปปล่อยก็ไม่ซับซ้อน เป็นกุศล แต่ถ้าเราไปซื้อมาปล่อย มันก็มีกลเม็ดเอาสัตว์มาขายแล้วสัตว์มันก็กลับไปหาเขาที่ผูกมัดสัตว์ไว้ด้วยสิ่งเสพติดแล้ว เราก็กลายเป็นเหยื่อเขา อย่างนี้ไม่ควรสนับสนุน

ต่อไปเป็นการจับสลากรับรูปภาพพ่อครู…..

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน