600405_พิธีประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมานัตตา.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข28 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

600405_พิธีประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมานัตตา เวลา 17.32 น. พ่อครูนำหมู่นักบวช เดินจากหน้าอุทยานไม้ตาย มาสู่ลานหน้าพระพุทธาภิธรรมนิมิต เพื่อทำ พิธีประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมานัตตา หรือปางปรองดอง พ่อครูว่า...ตอนนี้ 17.34 น. เดี๋ยวจะมืดไปไม่เห็นโฉมพระพุทธรูปปางใหม่ ปางที่สาม ของเราสร้างมาสามปาง… ณ บัดนี้เราจได้มีพิธีกรรมชนิดหนึ่งคือเราจได้ประดิษฐานพระปางที่สามของชาวอโศก พระปางที่หนึ่งอยู่ข้างหลังเราองค์ใหญ่เรียกว่าพระพุทธาภิธรรมนิมิตเป็นปางแรกเรียกว่าปางตรีลักษณ์ ลักษณะ สาม คือโลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) นั่นเป็นคุณธรรมอันวิเศษของธรรมะพระพุทธเจ้าทำให้คนมีจิตเหนือโลกจิตที่สมบูรณ์อยู่เหนือไม่ได้ไปข่มแต่ไปช่วยเหลืออุ้มชู โลกานุกัมปา รู้มีปัญญาเข้าใจโลก โลกวิทูแล้วช่วยเชาได้ตามบารมี คนมีโลกวิทูมากก็ช่วยโลกได้มาก คนที่เข้าใจได้น้อยก็ช่วยได้น้อย เป็นปางแรกทีเราสร้างขึ้นในชาวอโศก

องค์ที่สองเรียกว่าสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา ที่นี่เขาเจตนาสร้างสูง 151 เมตร เอาเป็นหินสลักเลย ก็ได้แต่ฝันไป จนป่านนี้ก็ไม่ได้เห็นว่าจะได้ ก็ลดลงมาเรื่อยๆ เหมือนหนุ่มของนักมังกร7 หัว พอสักไป ขอหกหัวก็แล้วกัน สักไปทนไม่ไหวก็ขอห้าหัวก็แล้วกัน หนักเข้า สี่หัวไม่ไหว สองหัวไม่ไหว หัวเดียวก็แล้วกัน เราก็คล้ายๆกันแต่เราไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นทุกวันนี้ก็มีคนพยายามอยู่ที่จะสร้างให้ได้ สมเด็จปู่วิชิตอวิชชามีความหมายว่าปราบอวิชชาของมนุษย์โลกได้ ปางที่สามเรากำลังจะทำพิธีประดิษฐานที่จริงมีองค์แรกที่ภูฟ้าผาธรรม แต่อาตมาไม่ได้ทำพิธีเปิด เป็นองค์แรกที่ทำ ปางนี้รูปร่างลักษณะ องค์เล็กกว่านี้แต่ใช้หยกขาว แต่องค์นี้ใหญ่กว่าเป็นโลหะ เสร็จใหม่ๆสดๆเลย แตะก็ยังร้อนเลย ทำพิธีเปิดแล้ว

อ่านต่อ

ค่อยเอาไปขึ้นอยู่บนหน้าองค์พระพุทธาภิธรรมนิมิต และอาตมาก็คิดว่า หล่อสมเด็จปู่แบบโลหะขึ้นอีก ก็ว่าจะเอามาตั้งสามองค์ซ้อนเลย

องค์ที่สามเรียกชื่อธรรมดาว่า ปางปรองดอง เป็นภาษาชาวบ้านสามัญ แต่ถ้าเป็นภาษาบาลี ก็เรียกว่าปางสมานัตตา ไม่เอาคำว่าสมานัตตตา เป็นคำนาม แต่อาตมาใช้คำกิริยา สมานัตตา มีกิริยาตลอดเวลา ต้องปรองดองทุกลมหายใจเข้าออกนะ แล้วจะปรองดองอย่างไรจะได้สาธยายกัน ณ บัดนี้อาตมาก็จะขอเผยโฉม ถือว่าเปิดโฉมพระปางปรองดองหรือสมานัตตา ณ บัดนี้ ก็เป็นอันว่าได้เห็นโฉมหน้า ท่านจะมีมือเป็นปรองดองสมานกัน เป็น Realistic ส่วนใหญ่มี Idealistic เล็กน้อย คือตกแต่งเกินจริงไปบ้างให้ดูดีเกินธรรมชาติไปบ้างก็ใช้ได้ เข้าท่าทุกอย่างเลย ทั้งลักษณะหน้าตา ผมทุกอย่างแม้แต่มือไม้ พอใจตามประสาอาตมานะ

การปรองดองเป็นสัจจะของมนุษยชาติ คือให้อยู่อย่างอบอุ่นสบายใจ และธรรมชาติของมนุษย์ไม่มีอะไรไม่ขัดแย้ง มีตั้งแต่ขัดแย้งนิด จนมากมาย จะขัดแย้งกันอย่างไร ถ้าสังคมใด สามารถที่จะทำให้ปรองดองกันอยู่โดยใช้เผด็จการ บังคับ กฏหมายน้อยที่สุด กฏหมายน้อยเบาเท่าใดนั้นคือส่ิงสุดยอด ถ้าไม่ใช้เลยได้ยิ่งยอดแห่งสุดยอดเลย ไม่ใช้กฏหมายบังคับไม่มีอาชญาหรืออาญา ไม่มีการบังคับเลย ทุกคนพอใจเต็มใจ ยอมให้แม้จะขัดใจขัดแย้งบ้างก็ ยอม มีคนยอมได้ แล้วอยู่กันอย่างกลมกลืนปรองดองสงบอบอุ่น มีขัดแย้งในใจ แสดงออกบ้างก็ไม่รุนแรง นั่นคือสภาพสังคมกลมกลืน สภาพอยู่ได้ดี เพราะความเห็นตรงกันไม่มี จะมีต่างกันที่สุด แม้ที่สุดสูงสุดแล้ว เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีภูมิธรรมเป็นสัมมาสัมพุทโธสูงสุดเท่ากันสององค์ แต่จะมีความต่าง เช่นปัจเจกสัมมาสัมพุทโธ มีสยัมภูเท่ากัน แต่ท่านต่างตรงที่ว่าท่านไม่ได้ประกาศศาสนาเป็นของท่าน แล้วท่านก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานจบ พระพุทธเจ้าองค์ใดประกาศศาสนาเป็นของตน จะประกาศในยุคที่มีประชาชน้อยที่มารับได้ ส่วนใหญ่รับไม่ได้ อย่างพระสมณโคดม เป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของภัทรกัปป์ จากกัปป์นี้ต่อไปจะมีคนรับได้มาก เป็นยุคพระศรีอาริยเมตตรัย จะมีคนนับถือศาสนามากกว่าสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม แต่ไม่ได้หมายถึงว่า ท่านมีคุณธรรมต่ำกว่า ไม่ใช่ เท่ากัน แต่คนมารับได้ต่างหากมีน้อย แต่ความรู้ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่ได้ด้อยกว่ากันหมด เท่ากันหมด เป็นแต่เพียงองค์ประกอบไม่เท่ากัน ท่านเข้าใจแล้วจะไม่ริษยา กัน เพราะสุดยอดเท่ากันหมด นี่คือความต่างและความเหมือน เท่าที่อาตมาเป็นโพธิสัตว์เล่าให้ฟังได้เท่าที่อาตมารู้ว่าไม่ผิด อาตมาระมัดระวังไม่อวดดี

ยุคนี้ประเทศไทยกำลังเป็นตัวอย่างการปรองดอง ก่อนจะได้บรรยาย ก็จะได้อ่านกวี ปรองดอง

“ปรองดอง”ขั้นยอดของพุทธ

(๑) “ปรองดอง”ต้องขัดแย้ง ธรรมดา จึ่งจักชื่อ“ประชา- ธิปัตย์”แท้ ต่างเห็นต่างค้านหา ต่างเหตุ ผลเฮย ทั้งรัฐทั้งประชาแล้ ถกแก้ช่วยกัน (๒) “ปรองดอง”นั้นขัดแย้ง พอเหมาะ ซึ่งต่างจากทะเลาะ อย่าตื้น ประชาธิปไตยเสาะ หา“เหตุ” ต้องขัดขาวสาวฟื้น ฟอกให้โปร่งใส (๓) ใจประชาธิปัตย์ต้อง เป็นกลาง รู้จักรับจักวาง พินิจแผ้ว หากเอียงจิตถือหาง ฝักฝ่าย นั่นยึดอัตตาแล้ว เพิ่มซ้ำเติมเลว (๔) เหวแห่งอำนาจนี้ ฆ่าคน มานักแล้ว เผลอตน พลาดได้ พุทธศาสตร์หัดฝึกฝน มีสติ เสมอแฮ อาชีพ,กรรม,วจี,ให้ ขบถ้วน“สัมมา” (๕) พุทธพาไทยรอดพ้น ไว้เสมอ จากอดีตไทยเคยเจอ หลากร้าย อย่าหลงอำนาจเผลอ อาริยสัจ แม้ยากแต่สุดท้าย สงบได้“ปรองดอง” (๖) ต้องทำลาย“เหตุ”แท้ ดับสนิท ปราบเด็ดขาดผู้ผิด อย่าไว้ เชื้อชั่วเล่ห์ร้ายพิษ มันมาก ฤทธิ์กิเลสทำให้ ไม่แล้ว“ปรองดอง” (๗) มองลึกคมแม่นให้ ถ้วนเห็น “อิสระ”พุทธถือเป็น วิเศษฟ้า “เมตตา”ยอดประเด็น พุทธยก เลิศเลย ยิ่ง“เพื่อประชา”ท้า ยิ่งแท้“อธิปไตย”

“สไมย์ จำปาแพง” ๔ เม.ย. ๒๕๖๐ [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๓๒๒ ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐]

นี่คือกวี ที่จะออกในเล่มหน้า เราคิดอะไร ปรองดองขั้นยอดของพุทธ ปรองดองต้องขัดแย้งไม่มีปรมาณู สูญญณูตัวไหนที่เท่ากัน ถ้าถึงขั้นขัดกันใครจะยอมใครก็แล้วแต่ ก็จะอยู่กันอย่างกลมกลืน ปรองดองต้องขัดแย้ง ถึงได้ชื่อประชาธิปไตยแท้ จะต้องมีฝ่ายเสนอฝ่ายค้าน ระบอบบริหารปชต.ไม่มีฝ่ายค้านไม่ได้ ฝ่ายค้านต้องใช้ปัญญาอย่างดี ต่างเห็นต่างมีเหตุผลที่ต่างกัน ทั้งรัฐทั้งประชาชน แล้ (แล้แปลว่าจริง แน่) ทั้งรัฐและประชาชนต้องช่วยกันแก้ด้วยปัญญา ต้องได้สัดส่วนที่พอเหมาะ ปโหติ ปรองดองนั้นขัดแย้งพอเหมาะ ซึ่งต่างจากทะเลาะกัน ภาษาไทยก็ชัดๆ ทะเลาะกันก็ไม่สงบไม่ยอม เพราะฉะนั้นอย่าตื้น สังคมใดไม่ต่อแล้ว ก็จบแล้วแม้จะมีคลื่นก็ไม่เดือดร้อนอย่างประเทศไทยอาตมาถือว่ามีปชต.ดีที่สุดในโลก กำลังมีคุณธรรมพุทธศาสนาเต็มเปี่ยม และก็มีพระราชจริยวัตรของในหลวงร.9 ให้เป็นตัวอย่างคนก็รับได้ แล้วก็กำลังพัฒนา เมืองไทยมีปชต.นำโลกที่อื่นจะมาศึกษาเพราะว่าจิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง จิตวิญญาณเป็นสำคัญ เพราะผู้มีเลือดเนื้อปชต.ในตนคือผู้มีจิตสะอาดหมดอัตตาตัวตน ซึ่งมีแต่ศาสนาพุทธทำได้ เมืองไทยจะพาโลกเจริญไปอีกจนถึง 500 ปี ใครตายไปแล้วเกิดมาจำไม่ได้ ถ้าไปลงนรกอีกนาน เป็นล้านกัปป์ก็ระลึกยาก แต่พวกเรามีบารมีแต่ไม่ถึงขนดนั้น ปชต.ต้องพยายามหาเหตุ สมุทัยอาริยสัจเมื่อรู้เหตุแล้วปล่อยไปไม่ได้ ใจต้องเป็นกลาง แล้วพินิจหากจิตเอียงไม่เป็นกลางนั่นยึดอัตตาแล้ว เพิ่มความเลว เหวแห่งอัตตามานะมันฆ่าคนมานัก แล้ว เหตุแหงอำนาจฆ่าคนมานักแล้ว ผู้ใดปฏิบัติตนตามพพจ.จะเกิดศีลสมาธิปัญญา อาตมาเลือกคำว่า ขบแทนคำว่าคิด ขบต้องใช้พลังงานมากกว่า ขบถ ที่คนเอาจริงจังมากกว่าทางสื่อ อาตมาก็คิดแล้วคิดอีก ถ้าคิดคนเข้าใจง่าย ศาสนาพพจ.จึงมีมิจฉากับสัมมาฯ ตราบใดที่เนื้อของพุทธที่เป็นโลกุตระ ต้องปราบพวกเลวร้ายเชื้อชั่วให้ได้ก่อน ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องกำจัดให้เด็ดขาด อย่างหมอรู้ว่าอันนี้เชื้อร้ายต้องจัดการให้สิ้นซาก อิสระอย่างไรก็ต้องใช้กฏเหล็ก ม.44 ในยุคนี้เลิกไม่ได้หรอก ถ้าขืนเลิกก็เสียผลเลย แม้จะใช้กฏเหล็กก็ต้องใช้ด้วยเมตตา อย่างอาตมาตำหนิด้วยเมตตา ด่าเอาบุญ คนเราถึงแม้จะรุนแรงแต่ใจเมตตา เหมือนแม่ตีลูกสงสารลูกจำเป็นต้องตี อาตมานี่แม่เคยตีอาตมา 1 ครั้งใช้ไม้บรรทัดตีที่แขน อาตมาก็พูดความจริง แม่นี่เชื่ออาตมา อาตมาจะทำอะไรมีน้ำหนักให้แม่เชื่อ อาตมาจำไม่ได้ว่า เคยทำอะไรให้แม่ตี แม่ตีไปแม่ก็ร้องไห้ อาตมาเคยตีน้องคนนี้ ตีไปร้องไห้ไป คือให้ไปเรียน แต่แกไม่ไปเรียน อาตมาก็เลยต้องตี 1 ครั้ง คือตีด้วยจำใจ ท่านต้องตีคือลงโทษ แต่ไม่ค่อยดี อาตมาใช้ไม่บรรทัดตี ใช้สันตี เกิดรอยแดงด้วย อาตมาเมตตาธัมมชโย เมตตาทักษิณ แต่เขาว่าทำไมด่าเขามาก ก็ขนาดด่ายังดื้อด้านขนาดนี้ สุดท้ายพพจ.สูงสุดว่า ต้องทำปากหอก มุขสตี แม้เป็นอาริยะแล้วก็ต้องใช้ปากหอก สุดยอดเลยก็เก่งแค่ปากหอกหรือเก่งแค่ปฏิกโกสนาคือค้านอย่างแรงสุดก็แค่นี้ไม่ไปทำร้ายกายกรรม ได้แค่นี้ แค่หอกปาก มุขแปลว่าปาก สต แปลว่าอาวุธ อาวุธที่ใช้สุดท้ายแค่ปากหอก ประชาธิปไตยสุดยอดคือ โลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) ไม่มีปชต.ไหนจะยิ่งใหญ่เท่าปชต.ของศาสนาพุทธที่มีสองขา มีทั้งวิญญาณและกาย ทั้งกายทั้งจิตครบไม่ใช่แบบขาเดียวที่มีแต่เอียงทางวัตถุ ไม่มีสืบทอดทางสันตติวงค์ เลือกตั้งแล้วก็เอาใครมาเป็นปธน.ก็ไม่ทราบที่มาอันยาวไกล ปชต.ขาเดียวสู้ปชต.สองขาไม่ได้ ต้องมีทั้งวัตถุและจิต ในประเทศไทยเป็นปชต.สองขา แล้วจะนำพาเจริญไปอีกยาวนานในกัปป์นี้ของพระสมณโคดม ต่อจากนี้ไปเราก็จะได้ยก ประดิษฐาน

นี่คือเรื่องที่เราไม่ได้ออกแบบไว้ก่อน ทุกอย่างเป็นเรื่องจิตวิญญาณจริงๆ แต่ยังมีเลือดออกนิดนึง คือท่านผืนฟ้า อนุตโต อนุตตโร คืออนุตตระ ยังมี error มีเลือดไหลนิดนึง ยุคนี้มันยากสรุปแล้วต้องเสียสละ สุดที่จะต้องมีเลือดนิดหน่อยก็ต้องมี อาตมาก็ใช้สัจจะนี้ยืนยัน เห็นว่าตนเองทำจะมีบกพร่องเล็กน้อย เพราะอาตมาเป็นปางเฉียด สองจะว่าหืดขึ้นคอก็ไม่ใช่แต่พอไปได้ แต่ว่าเฉียดจะว่ามีอัตราก้าวหน้าไหมก็มี ก็ขอขอบคุณที่ทุกคนมานั่งให้กำลังใจ ต่างลุ้นกันเต็มที่เลย ผู้หญิงหมดสิทธิ์มีแต่สมณะจองหมดเลย ก็เป็นสิ่งหนึ่งในโลกจะต้องมีทั้งวัตถุและจิตวิญญาณ อาตมาพาทำสิ่งเหล่านี้ ถ้าใครฉลาดจะรู้ว่าเป็นเรื่องทั้งวัตถุและจิตวิญญาณไม่ได้อยู่เดี่ยวๆ ทุกอย่างจะประกอบกันไม่ได้เป็นมุขทุกบรรยากาศคือการรายงานความจิรงก็ขอ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน