220201-2-022 ทางเอกภาค2-ตอน022(หน้า037)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 11 ที่พุทธสถานสันติอโศกทีนี้เราก็มาต่องานเราถึงหน้าร้าน ใช้เลขบัญชีที่มันมีรถของโลกไม่มีปัญหาแต่เราก็รู้ว่ามันไม่ใช่ของจริงมันเป็นของที่แปรปรวนจนมันเป็นของที่ลดลงได้ละลงได้แต่เสร็จละไม่ได้รถไม่ได้ของที่ไม่ใช่เกาะแน่นหรือว่าของทรงตัวอย่างนั้นมันเป็นอนิจจังจริงไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์กิเลสที่จะเข้าทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายหรือทางใจตัวเองเพื่อผู้ใดเริ่มรู้สิ่งสัมผัส คอมที่ไม่รู้ขั้นตอนไม่รู้กิเลสไม่รู้ความจริงเข้าใจคนในข้างนอกไม่ได้เข้าใจกิเลสตัณหาไม่ถูกแต่นอกจากจะไม่รู้กามตัณหามาเป็นเบื้องต้นทีนี้ก็เรียนปรมัตถ์ไปนั่งหลับตาหลับไปจับเอาจิตไปเล่นเป็นสิบแทนที่จะลดตามปัญหาตามมาเป็นลำดับลำดับ ให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเสียงดังตามฤดูกาลเดินนั่งหลับตาก็ได้พลิกตัวเป็นตัวการขึ้นมาเขาเรียกกลายเป็นว่ากามตัณหาก็ไม่ได้รู้ไม่ได้ละซ้ำเพราะว่าตัณหาก็ยังหายังใหญ่มากขึ้นอีกแถมเข้าไปสักทีกับเราไปหลงผิดในใจว่าจะรู้สึกนึกว่าไปจับจิตได้แล้วก็รู้ลักษณะของกิเลสตัณหาและก็ทำให้มันเรียนรู้แปรปรวนหรือว่าลดลงเท้า ความหลงเป็นปัญหาเป็นกิเลสเป็นอะไรก็ได้จริงๆถ้าเราก็ถึงจะได้ละลายได้แต่นี่จะเข้าทางหรือไม่เข้าทางได้ความเป็นจริงในการปฏิบัติธรรมหรือว่าไม่ได้ตรงนี้ก็เป็นตัวต้นตอเป็นตัวสำคัญตัวหลักเพราะผู้ใดจะเข้ามาหรือไม่เข้ามากขึ้นตรงนี้จะไปนั่งเล่นคิดถึงเยอะพระพุทธเจ้า มาได้ทดลองมาจะเห็นว่าโทษภัยของการไม่รู้มิจฉาทิฏฐิไม่เข้าใจลักษณะธรรมได้ไปนั่งหลับหูหลับตาเห็นไหมว่าโทษใครมันอยู่อย่างง่ายที่สุดเลยใกล้เคียงที่สุดเลยพร้อมเสมอที่จะเข้าป่าทีเดียวนั่งลงผิดหลงทางนั่งหลับตาผอมเลยไม่ช้าไม่นานแสนนาน มาเป็นปฏิบัติมาปฏิบัติธรร
อ่านต่อ
มเขาก็หลับตาเพราะว่าใครทั้งนั้นในเมืองไทยในปัจจุบันทำกันแล้วก็อธิบายกันมาจากไหนจะไหนแต่อาจารย์เลยเขียนมาตั้งแต่รุ่นนั่นแหละพระพุทธโคดมต้นอะไรเข้ามาเป็นหลักของศาสนาพราหมณ์ก็นั่งหลับหูหลับตาเป็นหลักทั้งนั้นเพราะว่าอันนี้เรียกว่าสมาธิทำสมาธิสุดแท้ เป็นสมาชิกแล้วก็มีอธิปัญญาที่เข้าไปรู้ไปเห็นจริงๆถึงความจริงของชีวิตสีมีผลแล้วก็ขัดเกลาจิตของเราได้เราปฏิบัติตลอดเวลามีเศรษฐกิจสถานควบคุมดูแลตามหลักกรรมฐานหรือตามหลักเสรีตามหลักเกณฑ์ที่เราจะกล่าวตนที่เราจะให้ตนของเราลดละการกลายเป็นสิ่งเขาก็ไม่รู้หลักศีลสมาธิปัญญา กามาวจรรูปังอัตราใดเราจะได้อธิบายกันมามากก็เรียบเรียงดีๆอย่าให้สับสนแต่ทีนี้ก็ต่อต่อจากมามิจฉาทิฏฐิซึ่งเราจะทนหรือไม่พ้นเป็นความจริงที่เรารู้จริงหรือไม่รู้จริงและเรื่องของศักดายักษ์นั้นมันก็หมายถึงส่วนใหญ่ส่วนยาวกว่าอัตราภายในนั้นเองพระพุทธเจ้า ข้อ 255 ซึ่งก็เหมือนๆกันกับมิจฉาทิฏฐิคือกันเพียงว่าจะละมิจฉาทิฏฐิได้ก็เพราะรู้แจ้งในกายเวทนาจิตธรรมของทวารทั้ง 6 เป็นอนิจจังส่วนจะรับศรัทธาญาติทิฏฐินั้นรู้แจ้งกายเวทนาจิตธรรมของทวารทั้ง 6 เป็นทุกข์ดังพระพุทธพจน์ต่อไปนี้จะดูการรู้เห็นจากภายนอกโดย ความเป็นทุกข์จึงจะละศักยะทิฐิได้รู้เห็นรูปอันนี้ก็วงเล็บเรียกว่าภายในจะรู้เห็นรูปด้วยความเป็นทุกข์จึงจะละฉายาทิฏฐิได้รู้เห็นจากสุวิญญาณเวียดนามโดยความเป็นทุกข์จึงจะรักกับกายสิทธิ์ได้รู้เห็นจากโดยความเป็นทุกข์จึงจะละลายได้รู้เห็นแม้เวทนาทุกขเวทนาหรืออัตถะเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะ สัมผัสเป็นปัจจัยทำด้วยความเป็นทุกข์จึงจะศักยภาพได้ก็เหมือนกันกับสามีสาธิตคือศูนย์มิจฉาทิฏฐิที่เราอธิบายกันไปแล้วต่างกันตรงที่ว่าโดยความเป็นทุกข์แต่ละวิชาที่ถือนั้นก็เป็นต่างกันว่าเป็นโดยความเป็นอนิจจังพอมาถึงขั้นกับกายและปัจจัยได้ลดได้ก็ต้องเห็นจริงๆว่ามันเป็นทุกข์เราเข้าใจเราเรียกว่าเราเกิดความเห็นเราเห็นเรารู้เราแจ้ง จิตเป็นอย่างนี้เทวรูปเป็นตาที่ว่ากายเป็นตาเป็นหูเป็นจมูกเป็นลิ้นเป็นกายจริงๆด้วยเป็นใจแม้แต่ใจก็เลยตายในใจก็ได้รีบตายนอกเมื่อไปถึงขั้นมาพิจารณากายเวทนาคู่นึงไปแล้วพิจารณาก็ต้องทำขั้นผิดขั้นต่ำคู่นึงเพื่อจับขั้นผิดขั้นทำเป็นรูปเป็นนาม 10 ท่านนี้รับเรายกฐานะขึ้นมาเป็นรูปเป็นสิ่งที่เราจะต้องจับผิดที่จริงจับจิตที่แพ้จะต้องรู้รู้จิตจริงๆไม่จับจิตเป็นลูกกับจิตเป็นสิ่งที่จะต้องถูกรู้จนรู้ได้ บ่รู้ได้เราก็จะเข้าใจคนมิจฉาทิฐิแล้วก็จะรู้ธรรมะเป็นชั้นเชิงเป็นขั้นตอนจากรายละเอียดอะไรเข้าไปอีกเยอะแยะแต่ถึงแม้รู้เข้าใจแต่เรายังลดไม่ได้รับไม่ได้เรายังไม่เห็นทุกข์เพียงพอเพราะรู้อยู่ว่าจิตของเรามันมีกินอยู่อย่างนั้นอย่างนั้นมากมายอย่างนั้นอย่างนั้นอดใจเห็นสัมผัสรู้ถึงทีเดียวเพราะมิจฉาทิฏฐิแน่ใจว่าอย่างนี้แหละเป็นของที่มันไม่ใช่ของจริงของแท้อะไรหรอกแน่นอนแน่ใจเลย ก็มันเปลี่ยนไปวนมาวันแล้วแล้วเราแล้วมันก็ไม่รู้จักพระจากรถถ้าเรายังไปหลงเป็นอะไรหลงเป็นสบายเราก็ไม่ได้ละได้รถไม่ได้ละได้รถมันจะยังมีมากอยู่เท่าไหร่เท่าไหร่มันก็ยังเป็นศักยะอยู่แถวนั้นเป็นตัวการอยู่แล้วแล้วเราอยู่ในนั้นเองเพราะเราไม่เห็นมันเป็นทุกข์เพราะเราไม่เห็นเราเป็นของที่หน้ารถมันนานเหนื่อยหนักหนาเป็นภาระลำบากไม่ไม่เห็นเป็นทุกข์เมื่อใดผู้ใดเห็นมันเป็นทุกข์ไม่ว่าจะทิ้งตั้งแต่ลูกนอกลูกยาตั้งแต่ลูกกะตาหูจมูกลิ้นกาย รูปเสียงกลิ่นรสสัมผัสนอกสัมผัสในแม้แต่มโนสัมผัสแม้จะเกิดจิตสัมผัสและก็รู้สึกว่าหนักหนาเหล็กเหนื่อยมันไม่เข้ายาวมันทุกข์เปล่าๆไม่เข้าแก๊ปเกิดปัญญารู้เห็นถ้ากูได้เห็นเป็นทุกข์ผู้นั้นก็จะลดเหมือนกับผู้ใดเห็นว่ามันเมื่อยกว่าจะหยุดเห็นว่ามันพยายามเลิกเห็นว่ามันร้อนก็พยายามปล่อยมันเป็นเรื่องจริงจิตใจของเราก็จะต้องเข้าใจขึ้นไปอีกบรรยายเกิดปัญญาไม่ ก็เห็นไตรลักษณ์ก็เห็นว่าเออมันเป็นอนิจจังทุกขังอนัตตาเห็นด้วยปัญญาคิดค้นคดีโดนด่าเฉยๆในโลกบอกมันเป็นสิ่งที่ทนไม่ได้แต่ควรจะเพียงของข้างนอกมันทนไม่ได้คือมันไม่อยู่อย่างนั้นแหละมันก็เปลี่ยนแปลงไปไม่ใช่จนจิตรู้ทุกข์รู้หนักรู้หนารู้ลำบากลำบนใจแบบนี้ถึงจะหายใจแบบนี้ยิ่งเห็นทุกข์มากมันก็ยิ่งไม่เอาไม่เห็นไม่ได้ความเหตุการณ์ถ้ายังตายเป็นทุกข์เนี่ยมันจะเห็นทุกข์จริงๆมันทนไม่ได้ลำบาก ใช้ปัญญาจะไม่รู้สึกทุกข์อย่างนั้นหรอกแต่ปัญญามันก็จะบอกว่าป่วยการถ้าเราเห็นด้วยปัญญาเนี่ยเปิดการไม่เอาเข้าเรื่องของเราเพราะถ้าผู้ใดเป็นเจโตก็ตามถ้ารู้ได้ว่าเป็นการให้เขาเลือกไม่น่าจะเอาไม่น่าไปมีไม่น่าไปสั่งสมมาอาการอย่างนี้หรือลักษณะอย่างนี้เอาไว้ก็เป็นเกย์โตที่ปัญญาวิมุติกำลังเข้าร่วมยังมีแต่ว่ามีปัญญาสัมประสิทธิ์วิญญาณและการประยุกต์วิญญาณก็ร่วมเป็นแล้วก็จะทำให้เราเกิดวิริยะอุตสาหะพากเพียรเพื่อที่จะลดละต่างคนต่างถิ่น จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมแล้วจะรู้สึกทุกข์เห็นชัดเลยจนปัญญาจริงๆมันก็ถ้าเผื่อว่ามันเห็นแจ้งชัดเจนเลยว่าเป็นตัวทุกข์จริงๆมันก็จะหนักหนาเหมือนกันแต่ปัญญาตัวใดที่มันแจ้งชัดเหลือเกินแต่ก็ไม่ใช่จะเป็นช่างเจ็บชั่งสวดมนต์ไปยังสายสืบต่อกันสายเกจิทั้งเจ็บปวดจริงๆนะแต่สายปัญญาแล้วมันก็ไม่ค่อยปวดอะไรมากมายแต่จะรู้สึกว่ามัน ปทุมธานีมันมันเหมือนมันรู้ว่าความโง่มันรู้มันเข้าใจว่ามันโง่อยู่ทำไมป่วยการไม่เข้าเรื่องดูแลเห็นแล้วไม่น่าจะต้องไปวุ่นวายไม่น่าจะเป็นหลงใหลเธอก็จะไม่หลงไหลตาหรือลูกไม่หลงไหลเสียหรือหูปัจจัยยังไม่ได้อธิบายประกอบเข้าไปนะมาเป็นปัจจัยอย่างโน้นอย่างนี้มันเป็นผักอย่างนู้นอย่างนี้อีกไม่หลงไหลแม้แต่ผิดแม้แต่ตัววิญญาณจิตวิญญาณทางตาหูจมูกลิ้นกายก็ตามเป็นวิญญาณก็ไม่หลงไหล ที่เข้ามาทางซ้ายก็มีสังขารผสมเข้ามาทางหูก็มีสังขารผสมให้กลายเป็นกลุ่มส่งเป็นรถเป็นภาษาพระอัสสะนั่นแหละจึงเรียกว่าวิญญาณและสัตว์ถ้าเราล้างละไอ้ตัวนี้ได้มันก็เบาบางลงเพราะมีอะไรมาผัสสะอย่างไรมันก็เป็นไปอย่างนั้นตามปัจจัยที่จะปฏิบัติตนบางคนอาจจะสีดำสีน้ำเงินสูง ก็แล้วแต่อันนั้นเป็นปัจจัยอีกที่จะโน้มน้อมจิตของเราไปตามความหลงตามความโง่ตามความเป็นไปอย่างโลกโลกที่เขาสมมติเราก็หลงยึดหลงผิดหลงเข้าใจหลงเห็นตามเขาแล้วก็ก่อสร้างเป็นอารมณ์สุขอารมณ์ทุกข์เพราะเมื่อผัสสะเมื่อเกิดผัสสะทั้งตาก็ดีกับสุขสมปรารถนาจมูกลิ้นกายเป็นมนุษย์สังคมแล้วก็เกิดสุขเกิดทุกข์พระเวทนาโดยเฉพาะหรือไม่สุขไม่ทุกข์ก็ตามแต่เราไม่รู้โมโหไม่เข้าใจมึงไม่ออกว่ามันจบแล้วมันทุกข์ แตงโมครับแต่แท้จริงมันยังมีสุขมีทุกข์แต่เราดูไม่เป็นเราเข้าใจไม่ได้เพราะมันเฉยๆมันไม่รู้เรื่องแต่แท้จริงในสังคมแล้วก็เรียกว่าโมหะเป็นทุกข์สมุทัยก็ไม่รู้ถ้าผู้ใดจับจิตได้รู้จริงว่าวันศุกร์มันทุกข์แท้จนกระทั่งอ่านออกจนกระทั่งเข้าใจแท้ถึงอาจทุกคนประสบความสำเร็จไม่ใช่แบบโมหะรู้ว่ามันไม่ทุกข์ไม่สุขแล้วใจของเราเคยวางมันก็เป็นฐานรู้ฐานชัดเจนที่แท้จริงเพราะการสัมผัสของทวารทั้ง 6 แต่ทีนี้บุคคลที่รู้หูก็เหมือนกันบุคคลที่รู้เห็นหรือรู้เห็นหูรู้เห็นจมูกรู้เห็นลิ้นรู้เห็นกาย อันท้ายก็รู้เห็นใจโดยความเป็นทุกข์ก็จริงแต่ละสัปดาห์รู้เห็นธรรมารมณ์โดยความเป็นทุกข์เป็นสาระที่สุดได้รู้เห็นมโนวิญญาณโดยความเป็นทุกข์จึงจะละลายได้เพียงแต่ต่อลึกก็ไปแม้แต่ผัสสะของจิตชนิดเพราะเหตุปัจจัยอะไรในจิตเองมันทำงานไม่ได้เพราะมันเป็นทุกข์ทุกข์นี่คือ อยากทนได้ลำบากถ้าทนได้อยู่ที่นี่ลองฟังดูจริงๆกล่องสุดท้ายเกาะที่เรียกว่าเราก็จะต้องอยู่กับทุกข์ในฐานะยิ่งเป็นเสมหะบุคคลจะทนได้หรือแม้เป็นอสังหาริมทรัพย์ในขณะปฏิบัติที่เราก็จะต้องปฏิบัติโดยมีอดทนข่มขืนตั้งตนอยู่ในความลำบากทนได้ทนได้ยากพอสมควรลำบากนี่ก็คือความทนได้ยากพอสมควรคนตั้งตนอยู่ในความลำบากต้องทนได้ยากพอสมของคุณคนเดียวพอควรของคุณคนเดียวเลยเธอไป โดนไปแล้วก็เกิดท้อแท้โสดสู้ไม่ไหวเลยอ่อนอีกน้าละอายใจไม่แข็งแรงไม่ก้าวหน้าแต่ไปกินเลยหรือว่าเป็นการพ่ายแพ้เป็นการคืนแรงเกินอินทรีย์พละคุณจะต้องคำนวณให้ดีจะรู้ว่าเจ๊เขาบางคนปฏิบัติต้องมีการต่อสู้ต้องมีการต่อต้องมีการทนอยู่แต่เป็นการลำบากต้องขัดเกลาไม่ใช่ของอยู่ดีๆตามสบายๆไม่ควรจะปฏิบัติธรรมตามสบายๆเราต้องเอาความตัดสินเขาบอกใจสบายใจแล้วแต่เขาก็อยู่ในความชอบเขาก็กินเลยเราจะต้องฝืน เราไปปฏิเสธเวลาคอร์ดให้มันเกิดก็ให้มันคุ้นเคยให้มันเคยปล่อยให้มันเป็นเพราะอะไรตามความหมายที่มันจะต้องใช้เพื่อการสื่อว่าอดทนต้องมีการกดข่มขืนก็มีการสนทนาที่วาสนาไม่ได้แปลว่าถ้าไม่ทนไม่ฝืนไม่ได้หรอกไม่มีการคิดวาสนา ไม่เกินอาทิตย์ความอยู่ของเราจะอยู่อย่างเก่าเพราะฉะนั้นวาสนาจะอยู่อย่างอาทิความอยู่จะอยู่อย่างดีขึ้นความเป็นอยู่ของเราจะยังอยู่อย่างเจริญขึ้นคุณจะรู้อยู่เห็นอยู่ทีเดียวว่าของเราขึ้นขัดเกลาขึ้นกับเราขึ้นก้าวหน้าขึ้นเป็นอาทิตย์วาสนาหรือสิ่งที่คุณอภิสิทธิ์อภิสิทธิ์อภิสิทธิ์ขึ้นจริงๆรู้อยู่เห็นอยู่ยิ่งเป็นสติปัฏฐานที่แท้ผู้ใดมีสาธิตาใจเห็นของจริงจะรู้ว่าสิ่งที่พวกเราดีขึ้นดีขึ้นทีเดียวเจริญขึ้นเจริญขึ้นทีเดียวดีขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นสูงขึ้นตามทิศทางที่เราต้องการแล้วเกษตรกร สู้คนเรามันไม่มันไม่ชอบตามใจมันชอบคิดว่ามันไม่ชอบจะตัดขี้เหร่หรอกมันชอบตามใจตามกิเลสจะมีดั้งเดิมมายังไงมันก็จะตามกิเลสเพราะตอนนี้เราจะฆ่าทิ้งเลยเราจะประหารกิเลสทีเดียวมันจึงจะต้องฝืนต้องทนต้องลดต้องรักต้องอดเอานี่นะว่าเราเห็นมันทุกข์แต่ทุกข์นี้เป็นทุกข์ที่ดีเป็นทุกข์เพราะประหารคนหนึ่งไม่เคยทุกข์เพราะว่าเราเองเราจะให้มีทุกข์ตัวที่เรียกว่ากลายเป็นเด็กมันสั่งงานให้มันเป็นภาระยิ่งแบบแก้ปัญหาใหญ่โตวันโตคืนทรมานเป็นธาตุธาตุธาตุธาตุธาตุธาตุมันไปเรื่อยๆไม่ใช่เพราะในภาพปฏิบัติต้องเข้าใจ ทั้งเทียบเคียงสูตรหลักฐานทั้งอธิบายลักษณะพิสดารแจกแจงซับซ้อนผู้ที่ทนทุกข์ได้แล้วก็เห็นจริงหรือว่าจิตเราเจริญพวกนั้นไม่เมื่อไม่บอกอะไรอธิบายให้คุณฟังคุณเข้าใจครับคุณอ่านดูคุณก็รู้ว่าปฏิบัติธรรมไม่ใช่ช่างมันเถอะอย่าให้มันทุกข์มันร้อนเราตามสบายๆมีก็กินมีก็ใช้หนี้ก็ได้แต่ไรไปมีเหตุปัจจัยอย่างโน้นอย่างนี้ต่างหูจมูกลิ้นกายอะไรเขาไม่เข้าใจเขาไม่เคยอดเคยฝืนถ้าไม่มีก็ไม่เอาถ้ามีก็ต้องบาปก็ไปตามสบายก็ไม่รู้ว่าจิตใจก็เป็นยังไงกันไม่ถูกเราจะรู้เลยอย่างคนที่เขาปฏิบัติธรรมแบบว่าเขา ที่เคยถกเถียงกันบอกว่าถ้าไปมีก๋วยเตี๋ยวมามีเครื่องปรุงเครื่องอะไรต่ออะไรมาเสร็จเรียบร้อยเลยมีน้ำส้มน้ำปลาทูคั่วอะไรมาให้คุณปรุงคุณก็จะกินก๋วยเตี๋ยวน่ะถึงจะปรุงไหมถ่ายมามันไม่เกี่ยวเราก็ใส่เสื้อมันไม่เค็มถ้ามันไม่มีหรอกเพราะไม่รู้จักผิดชอบ มันมีทั้งต้นผักทุกทางทุกวันแต่เขาไม่รู้หรอกลายละเอียดอย่างนี้ก็ไม่รู้หรอกพวกนี้ก็จะไม่ศึกษารายละเอียดยิ่งฟังพระพุทธเจ้าตรัสเป็นช่วงๆเก่าๆอันมันน่าเข้าใจยากมันเกี่ยวยังไงมันละเอียดยังไงมันฉันเป็นเกาะเขาเป็นภายนอกเข้าไปหาภายในจนกลายเป็นเวทนาเป็นจิตเป็นธรรมมันสำคัญกันยังไงมันเรียกขานกันตรงไหนมันตรงกับทฤษฎีหลักการที่ใช้บัญญัติภาษาเรียกยังไงก็ไม่รู้ก็ได้ เขาไม่ทุกข์คือเก่าเวทนานะเพราะอะไรอร่อยนะแล้วก็เขาเลี้ยงขุนตัวเองให้เกิดสุขเวทนาให้เคยได้กินยิ่งอ้วนยิ่งแข็งยิ่งด้านยิ่งช้าอันนี้เต็มแล้วนิชาแล้วเปลี่ยนแปลงไปใหม่หรือไม่ก็ไม่รู้ว่าวิชาเย็นชาแล้วก็จะได้รถไปจัดต้องหารถจากพิษณุโลกไม่ได้แล้วจิตมันเป็นอย่างนี้มันก็จนกระทั่งมันเบื่อและเซ็งแล้วทำไม่ได้รสจัดตอนนี้ไม่ตกหรอกเขาไม่รู้หรอกว่าพี่สาวของเขาไม่ได้ลดราคาไม่ได้ล้างออกหรอก อดทนข่มขืนแล้วต้องมีการเราจะเข้าใจหลักของพระพุทธเจ้าแม้แต่จะมีสัจจะทมะขันติจาคะมันถึงจะสละออกได้มันต้องมีธรรมะมีขันติอะไรต่างๆเนี่ยไม่ใช่ว่าเราจะบังคับอะไรไปเอามานำมาอยู่ทำไมเป็นทำไมก็อย่างนี้มันถูกกว่าเราจะมาละทุกข์แต่เขาไม่รู้ว่าทุกที่แหละจะล้างทุกข์ก็ไม่รู้ถ้าเราไม่ตั้งอยู่ในทุกข์ไปตั้งอยู่ในความลำบากไม่ต้องทนได้พอทนทีเดียวใครมีกระบะมากใครมีอินทรีย์ภาระอะไรก็ทนได้เท่าที่เราทนได้ทนได้ดีที่สุดทั้งหลายได้ดีทีเดียวมันไม่ตายนี่มันไม่ต้องให้มัน เป็นเจ้าเป็นนายอะไรแล้วนี่มันจะค่อยๆละปากซอยได้จริงทีเดียวเราจะรู้เราจะเห็นของเราเองเราจะเข้าใจว่าเราก้าวหน้าเราจะรู้เข้าใจค่ะก็ทำทีนี้ก็อาจจะขาดก็ทำถ้าเจ๊ขาดทำอย่างไรที่บอกว่าอาศัยอาศัยคนได้ยากของเราเพื่อเราไม่ได้พ้นได้ยากเพื่อที่เราจะล้างกิเลสของเรา ท่านทนเพราะท่านอดุลย์มาให้ผู้อื่นพระร่วงแหมมันหนักหนาเกินไปอะไรอย่างนี้ที่เราจะเอานมรับลูกรับรถหรือว่ารับกลุ่มรับจ้างรับกระทำร่วมด้วยมีอันนี้มีเหตุมีปัจจัยอย่างนี้และท่านก็เอามากระทำร่วมด้วยต้องอนุโลมให้เขาถ้าท่านไม่อนุโลมปล่อยตรงกลางว่างๆไม่ต้องเอาหนักๆหนาๆไม่ต้องเอาถูกลบอะไรเยอะแยะมากมายนักเทศบาลแต่ตอนนี้ท่านไม่ง่ายอนุโลมมีแต่คนอื่นทรัพย์สินอะไรเข้ามาผสมเปอร์เซียต้องมาทำร่วมด้วยถ้ามันจับมันจ้านมันมากมัน ไกลเกินไปอินทรีย์พลังท้องฟ้าอรหันต์บางองค์รับไม่ไหวอ่ะไม่เอาบางองค์ก็ทนไม่ได้อนุโลมอย่างนี้ไม่ไหวเหนื่อยเราไม่มีอีกทีพระเพียงพอท่านก็ไม่อนุโลมอันใดที่ท่านอนุโลมอันนั้นเรียกว่าท่านเห็นทุกข์เห็นทุกข์อยู่แต่ไม่ใช่เพื่อท่านถ้าไม่ได้ปิดนะฟังดีๆนะจิตใจถ้าไม่ได้ชอบจิตใจฉันไม่ได้ติดจะบอกว่าไม่ชอบก็ยังเป็นไม่ชอบเลยครับไปแต่ท่านอนุโลมท่านมีกรุณาทุกคนท่านทำเพื่อผู้อื่นฟังดีๆเห็นอยู่ว่ามันเป็น เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ที่ถึงรอบปะฏิสังขาแล้วถ้าจะบอกว่าถ้าถ้าว่างไปวางไว้สบายนิพพานอยู่ว่างๆเฉยๆสบายๆไม่ต้องอนุโลมใครไม่ต้องทำงานอะไรเราอยู่อะไรเราก็ปลอดอะไรโปร่งอะไรแล้วก็อยู่ที่จุดโปร่งคิดว่าแม้จะขัดสระข้างนอกตาหูจมูกลิ้นกายแล้วก็เลือกเอาก็เป็นพระอรหันต์ที่ว่ากันด้วยสมมติฐานก็ตามที่ประกอบไปครับปรมาณูยังมีตัวตนอยู่บางชนิดจะเป็นอรหันต์ ยังมีตัวตนจะขาดความสามารถตามมันไม่ฝึกซ้อมไม่ให้มันเกิดความแคล่วคล่องไม่เกิดความละปล่อยให้คิดถึงแม้จะมีสัจจะนี้เพราะฉะนั้นจะไม่เหลือใครอย่างแท้จริงจะเรียกอรหันต์โดยจริงของศาสนาพุทธไม่ได้เพราะศาสนาพุทธจะต้องรู้สัมผัสกับผู้สัมผัสจมูกสัมผัสกายสัมผัสสัมผัสอยู่คนเดียวเป็นปัจจัยเลยทีเดียวแต่ทำกิจกรรมได้วางได้จริงๆเท่าที่สามารถวางได้สามารถวางได้จริงๆเพราะไม่ยากไม่ง่ายอะไรเกินไปแต่ว่าทุกข์มันก็ไม่ทุกข์อะไรนักหนา ได้โดยไม่อยากทนได้โดยไม่ลำบากแล้วเราทนอยู่นะก็รู้อยู่ว่าเราทนเนี่ยคนตายไปแล้วคุณจะเอาไปด้วยไหมหรือว่าคนหมดความจำเป็นนี่คุณจะหอมไหมไม่พอหรอกมนุษย์แบบนี้ไม่มีการติดไม่มีการเกิดคุณตายแล้วคุณไม่ออกไปเนี่ยแล้วคุณหมดความจำเป็นแล้วคุณจะรีบปล่อยคุณทำเพราะความจำเป็นของอื่นมีแต่ของเรามันไม่มีเราไม่ติดจะยิ่งชัวร์เลยแน่ๆเลยว่าคุณเองคุณจะรู้โลกอยู่ไม่ลืมโลกเพราะคุณจะตาผมจะบอกถึงตายควรจะต้องปรับปรุงอยู่บนโลกเหนือโลกเห็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาคุณไม่ได้พ้นไปจากการรู้ทุกข์ กระโดดเผลอเข้ามาหาทุกข์แม้แต่รอบของเสี้ยวเศษหนึ่งส่วนล้านของวินาทีคุณก็ไม่เข้ามามันจะเด็ดขาดแน่จริงเห็นจริงเลยว่าโอ๊ยเราไม่เอาทุกข์เราไม่เอาทุกข์จริงๆเราไม่สะสมมาไม่หลงไม่ลืมแน่อยู่กับมันเลยตายกับมันเข้าใจกับมันปล่อยชัดเจนเป็นผู้ที่ไม่มีวินัยที่จะไปค้างเติ่งอยู่ในภพภูมิไหนเลยไม่มีอนาคตผมไม่มีโอกาสไม่มีวิญญาณ ไม่รู้ทิศทางก็ไม่มีกะจิตกะใจอยากจะกระทำแต่จะฝึกปรือเข้ามาอยู่เพราะเราฝึกปรือแม้กระทั่งเรายอมรับอยู่ในโลกนี้และจะอยู่ในปัจจุบันมีรูปนามขันธ์ 5 แล้วก็ทำงานเพื่อมนุษย์โลกอื่นไปแล้วก็เห็นว่ามันก็เป็นทุกข์แต่เราก็ฝึกไปจนกระทั่งมันง่ายมันสะดวกมันคล้ายแล้วมันก็วางใจได้จริงๆไม่ใช่ปากพูดไม่ใช่ฆ่าคนนี้ถ้าท่านไม่ได้ว่าทุกทีจริงๆมันก็ผ่านจริงๆมันทนไม่ได้หรอกทนไม่เก่งแต่ฝึกก็แล้วคนเก่งวางไม่เก่งคุณจะรู้เองคุณจะเข้าใจคุณก็แล้วแต่เรื่องนี้อย่างนั้นอย่างนี้หรือแม้แต่เพื่อนฝูงผู้คนเราถือสากลแล้วก็บอกว่าเราวางใจวางใจ มันวางใจแต่ไม่ได้ฝึกสมาธิเข้ามาเกี่ยวข้องเข้ามาปลดปล่อยเราก็ยังไม่ได้หวังถ้าเราเข้ามาคลุกคลีเกี่ยวข้องปลดปล่อยจริงมันก็ลดจริงความจริงแล้วมันก็อยู่ได้กินหมดทุกสิ่งมันไปได้ตัวหมดทุกที่แม้เดี๋ยวนี้จะพิสูจน์เดี๋ยวนี้ปัจจุบันเดี๋ยวนี้ก็จริงและเราก็ไม่ได้ติดไม่ได้คิดก็ไม่ได้รักแล้วมันไม่ได้ชอบนะเห็นอยู่แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรไม่ได้ผูกพันอะไรจริงๆถ้าจะบอกเลยเชื่อว่ามันปล่อยอยู่แล้วมันนั่งทำไมบ่อยมันก็ปล่อยอยู่ในตัวของมันเลยเราจะแตะกันอยู่ยังไงไม่ทุกข์ที่สุดทุกสิ่งรอบตัวแล้วแต่ก็ไม่ทุกข์และไม่ดูดจริงๆเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าจะว่าแล้วแต่เนี่ยมันยังมีสภาพสังขารสภาพปรุงสภาพร่วมกันมาร่วมแล้วเราไม่ดูนี่ไม่ดูปล่อยมันจะพอเลิกจำเป็นที่จะต้องละกันแล้วก็มันจะละไม่ใช่สมมตินะจริงๆอยู่กับมันตอนนั้นอย่างนั้นเลยอันนี้ก็ขอให้เข้าใจกันแล้วก็อย่าไปเกลียดหรือว่าอย่าไปคิดจะทิ้งแบบหนีโลกทั้งโลกจงอยู่แบบเหนือโลกแบบรู้เท่าทันและแบบอยู่ด้วยกันเราไม่ทุกข์ทรมานเราไม่ทุกข์แต่เพราะฉะนั้นเราก็ไม่รับไม่ถูกไม่ได้สัมผัสเอาไม่ได้ดู ที่ภาษามันซ้ำมันซ้อนคำว่าไม่ชอบไม่ชอบเราไม่มีมันปล่อยได้มันจะอยู่ได้ด้วยสบายสบายใจกลางเฉยๆว่างๆมันไม่มีทั้งชอบมันก็ไม่มีไม่ชอบมันก็ไม่มีทั้งนั้นแหละแต่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไม่มีเรื่องแต่เราเข้าใจทิศทางได้เข้าใจในจิตของเราอ่ะอ๋อมันหมายความว่าอย่างนี้แม้หมดภาษานี้แล้วพูดวนไปวนมาเราไม่ชอบมันก็ไม่ดูดไม่ติดเอาอ่ะมันไม่มันไม่มีราคาไว้มันปล่อยแน่แต่ให้มันมาจับมันมาถูกกันมันติดกันแต่มันแตะกันมันมาร่วมกันอยู่มันสังขารกันด้วยซ้ำทำงานร่วมกันด้วย มันก็ไม่หมดเรื่องเมื่อไหร่ปล่อยมันก็ปล่อยเลยพอถึงคราวหมดความจำเป็นอยู่ทั้งหลายเมื่อบุคคลรู้อยู่อย่างนี้เห็นอยู่อย่างนี้แลจึงจะรักที่สุดได้เราก็ต้องทำจนกระทั่งถึงรอบหมดแม้จะเป็นแฟนกับบุคคลก็ต้องละจางกลายเป็นเบาหวานกินจนกระทั่งสุดท้ายเป็นอรหันต์แล้วเสร็จเข้าใจว่าศูนย์จะเป็นอย่างนี้นะเข้าใจหมดปลายกลับเข้ามาอีกแม้ต้องตัดก็ตัดจบได้อนุโลมได้ตอนนี้พอเสร็จแล้วเราก็รู้ เพราะในขณะที่ยังไม่ถึงอาศัยเป็นเสขะอยู่แล้วก็รู้อยู่เห็นอยู่ทีเดียวว่าเราลดละปรับปล่อยกับกายะตัวการใหญ่ตัวใหญ่ตัวทุกข์ตัวที่มันเป็นกิเลสตัณหามันจางคลายลงมันเล็กลงเล็กลงเล็กลงสัปดาห์นี้มันกลายเป็นตัวเล็กลงมันไม่ใหญ่แล้วตอนนี้มันเล็กลงแต่ความประชุมเนี่ยมันเลิกประชุมมันปิดออกมันจางออกมันแตกออกเห็นชัดๆอนิจจังก็เห็นอยู่อย่างเก่านั่นแหละแต่กายอ่ะมันยิ่งเห็นรถเล็กลงเล็กลงเล็กลงความใหญ่มันจางลงถึงจะเอาภาษาไปเรียกประกอบกันยังไงยังไง แม้แต่ความเข้าใจธรรมดาไม่มีศรัทธาในคุณก็จะรู้คิดรู้ทางมันนะรู้สูตรรูปแบบยิ่งมีตัวจริงที่เราปฏิบัติทุกข์ก็คล้ายนะแต่ก่อนสู้ฟื้นมากก็ลดลงกิเลสตัณหาตัวการที่บงการให้เราไปที่อื่นหามาหามาสมหามาผูกมายึดร่างกายตัวโตตัวโตขึ้นมันก็ไม่มีไม่มีความเป็นอย่างนั้นมันก็ลดลงจางลงน้อยลงง่ายขึ้นเพราะต่อๆไปเราจะไปสัมผัสอย่างนี้อีกพอมันมากๆแล้วเราจะรู้เลยว่าแต่ก่อนดอกนั้นเร่งเรา บังคับเราให้ติดดูต้องการแรงหนักเลยเชียวถ้าไม่ได้ตามใจมันก็ทุกข์อึดอัดโหยหาดูดแรงทรมานมันจะต่างกันไปทีเดียวยิ่งจัดการระยะรถมากๆเหลืออัตราน้อยลงน้อยลงน้อยลงเป็นอัตราน้อยลงน้อยลงก็เห็นที่จะเห็นว่าง่ายเบาขึ้นเบาขึ้นง่ายขึ้นแต่เราก็รู้ว่ามันยังมีนะยังมีการทดสอบหรือว่ายังมีการดูดดูดติดติดกันเป็นกิเลสตัณหาราคะอยู่แต่สิ่งที่ชอบจึงไม่ชอบก็ยังจะผลักไสยังจะเกิดการอึดอัด ทำลายทำลายอยู่มันก็จะเห็นชัดแล้วรถปล่อยให้มันว่างจ้างมาอยู่กับมันก็ได้มาอยู่ก็ได้ความสวยขึ้นด้วยจริงๆนี่เป็นลักษณะของจิตต้องรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนั้นดังนั้นการรู้อยู่เห็นอยู่ละเอียดลึกซ้อนเข้าไปในกายในเวทนาในจิตในธรรมจริงๆและเห็นมันเป็นทุกข์เห็นมันเป็นสิ่งที่ทนได้ยากเห็นมันเป็นของที่ควรเลือกออกเห็นมันเป็นของหน้ารถละลายเห็นมันเป็นสิ่งที่ไม่น่าใช่เห็นมันเป็นเรื่องไม่น่าติดและแล้วก็ผ่านเกณฑ์ทหารหรือปลดปล่อยมันออกไปจากไปออกไปจริงๆเราจะเป็น ได้จริงๆแล้วจะคืบคลานเข้าสืบต่อการเป็นผู้เข้าใจรู้แจ้งในอัตราทั้งหลายได้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆถูกสภาวะจริงๆด้วยอัตราบอกแล้วว่าอัตรามันหมายถึงจิตที่มันเป็นกิเลสมันเป็นตัวผสมผเสอยู่ก็เป็นสิทธิ์ 50 เป็นยถาโพธิญาณว่าธาตุวิญญาณเป็นตัวธาตุรู้ตามจริงตามเป็นจริงมีอะไรแค่จรผสมผสมมีอยู่เราก็จะเห็นชัดเราเลือกไม่อาจสาระหรือเป็นอัตตาเป็นความเป็นไปที่ยังมีสังขารจนกว่าเราจะถึงกับอรหันต์ เครื่องคิดเลขแล้วรหัสอัตรายังมีจิตเป็นไฟอยู่ตามจริงมันเป็นไปที่มีสังขารก็บอกแล้วว่าอธิบายอัตรา 3 ระดับอัตราใหญ่โตจนกระทั่งมันไม่มีตัวไม่มีตนก็ไปปั่นขึ้นมาซะจนขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นไปอีกจนกิเลสเก่าซ้ำไปต่างประเทศใหม่เข้าไปพบในชาติอังกฤษอธิบาย จนกว่าจะเป็น 10 อันดับหนังหมดแล้วเหลือแต่ความเป็นไปหรือเป็นสภาพที่อัตราอันบริสุทธิ์อัตราของอัตราที่มันเป็นของยังเหลือเป็นจักรพรรดิ์เป็นต้นตอเนื้อต้นเนื้อตอหรืออุปธิเหลือสิ่งที่เกิดอยู่ตามธรรมชาติจึงธรรมชาติเองถ้าตัวนี้ไม่ใช่ชาติทุกที่เป็นชาติอย่างโลกทุกข์แต่มันก็ยังเกิดอยู่ทั้งตัวยึดตามใจก็ยังมีอยู่ขณะนี้เราก็อนุโลมให้แต่เพียงรูปนามขันธ์ 5 มันเกิดไปตามวันตามคืนมันมีเรี่ยวแรงมันมีบอกแล้วว่าเป็น เปิดเป็นปากแดงของอวิชชาเป็นกากเดนน้ำความโง่เพราะเราโง่เราจึงหลงสร้างเรือนนี้มาต่อไปนี้เราหักคู่เรือนยอดอีกแล้วเหมือนตัดตามยอดด้วยให้เกิดเหตุเพราะฉะนั้นเหลือแท่งของตนตามหรือแท่งก้อนของสิ่งที่มันได้ปรุงมาแล้วมันได้สร้างตัวอันนี้มาแล้วก็เหลือมันไว้ครบบริบูรณ์เป็นงานการให้แก่โลกใช้มันไปให้มันก็ทำงานไปต่างกันไปจะสร้างสรรค์อะไรดีเพื่อสร้างสรรค์กิจการที่จะเป็นธรรมทานยากหรือว่ากตัญญูกตเวทีสร้างงานที่เราได้มาล้างกิเลสของเราสืบสานกิจกรรมนี้ สอนเขาบอกเขาให้รู้อย่างที่เรารู้นี่เราได้เป็นอรหันต์ก็เพราะอันนี้เราได้เบาก็เพราะอันนี้เราก็สอนคนอื่นให้รู้อันนี้ร่างกายรูปนามขันธ์ 5 นี่มันทำงานไม่ได้ให้มันทำอยู่ทำสื่อสารไปให้เขาเคยเกิดการเป็นอยู่ดีมีกุศลมีสภาพโดยงานหลักและก็งานนี้อันนี้นี่แหละเราก็เป็นอาชีพเป็นการสืบสกุลไม่ใช่เรารู้แล้วว่าเรารู้แล้วไม่ต้องบอกใครเราอรหันต์แล้วขอให้คนนี้ไปเลยไม่ต้องเอาภาระกับใครไม่ต้องสืบสานอะไรอันนั้นมันยังมีตัวมันไม่เอาภาระคนอื่นแล้วมันก็ไม่ถูกต้องเลยถูกอะไรก็ยก จับได้แล้วหนีได้แล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นก็ยังไม่บริบูรณ์และศาสนาก็จะ 0 0 เสื่อมด้วยเพราะไม่มีเลขฐานไม่มีกตัญญูกตเวทีไม่มีการสร้างสรรค์ต่อใจดำด้วยก็พูดกันโดยสมมติสัจจะไม่มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาก็มีการเชื่อมปูนคนอื่นไม่มีการช่วยเหลือโปรไฟล์ได้โดยบัญญัติก็ยิ่งเห็นแก่ตัวเลยเอาตัวรอด ฟังดีๆจะเห็นชัดเด่นมันจะเข้าใจถ้าผู้ใดที่เป็นพระอรหันต์ที่สูงเป็นพระโพธิสัตว์ที่เก่งเพราะว่าเข้าใจดีชัดแจ้งอ๋อไอ้กากเดนแค่นี้ก็เหมือนกับเครื่องยนต์เอาสิมันไม่มีหรอกเห็นแก่ตัวมันร้อนมันก็ร้อนก็ขอให้พักก็พักไม่ให้พักถึงขั้นร้อนจนสลายเป็นระเบิดเลยจ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive