580323_นศ.ป.เอก สัมภาษณ์พ่อครู เรื่อง สันติอโศกกับการเมืองไทย ที่ปฐมอโศก.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์341 KB
วันที่แก้ไข2 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

580323_นศ.ป.เอก สัมภาษณ์พ่อครู เรื่อง สันติอโศกกับการเมืองไทย ที่ปฐมอโศก

_ พันโท เพิ่มพร จงประสิทธิ์ เป็นนศ.ปริญญาเอก สาขาวิชาการเมือง มหาวิทยาลัยรามคำแหง มาสัมภาษณ์พ่อครู เพื่อประกอบการทำ ดุษฎีนิพนธ์ ป.เอก ชื่อหัวข้อ สันติอโศกกับการเมืองไทย

_ คุณเพิ่มพร … ได้เห็นการเคลื่อนไหว การมีส่วนรวมกิจกรรมการเมืองของสันติอโศก รู้สึกศรัทธาเชื่อมั่นในรูปแบบชีวิตของอโศก ก็ได้ไปร่วมกับกิจกรรมชาวอโศกบางครั้ง ได้มาฟังธรรมพ่อครูทั้งสวนลุมฯและราชดำเนินฯ รู้สึกศรัทธาในกิจกรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตชาวอโศก ที่ผมเชื่อมั่นว่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหาการเมืองไทยได้ วันนี้ขอสัมภาษณ์ โดยเชิญ อ.ธนภัทร ปัจฉิมม์ มาช่วยสัมภาษณ์ด้วย ขออนุญาตถามแนวคิด หลักการของสันติอโศก หรือจะเรียกว่าสำนักสันติอโศก พ่อครูว่า...ก็สื่อรู้เหมือนกัน คนเข้าใจแล้วว่าสันติอโศกก็เป็นสำนักหรือโลโก้หนึ่งแล้ว

_ อ.ธนภัทร … แนวคิดหลักที่ชาวอโศกดำรงอยู่ได้คืออย่างไร? พ่อครูว่า … อาตมาปฏิบัติธรรมมาแต่ตัวคนเดียวไม่ได้มีสำนัก ไม่ได้มีครูบาอาจารย์ จนเขาหมั่นไส้ว่าอาตมา ชาตินี้อาตมาประกาศว่าบรรลุธรรมโดยไม่มีครูบาอาจารย์ อาตมาไม่ได้คิดว่าอาตมาต้องมาตั้งสำนัก มีคณะอะไร ตอนแรกปฏิบัติธรรมก็ตามประสาคนทั่วไปมีประสบการณ์มา ชีวิตก่อนก็ไปอยู่ในวงการบันเทิง ออกโทรทัศน์ เป็นพิธีกร เป็นผู้จัดรายการ อยู่ 12 ปี อาตมาชอบงานศิลปะ ก็ทำงานมา กว่าจะถึง 12 ปี ปลายปีที่ 9 อาตมาก็ไปเล่นไสยศาสตร์ด้วย ทางวิทยาศาสตร์จิตวิทยาด้วย ไปอยู่กับคณะค้นคว้าทางจิต ก็เลยสนใจเรื่องจิตวิญญาณ แล้วมาได้ไสยศาสตร์ก็เลยทำให้เห็นว่า จิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ แต่ทางวิทยาศาสตร์นี่พิสูจน์ได้ชัดเจนรู้ได้ อธิบายได้ แต่จิตทางไสยศาสตร์รู้ได้ยากบอกยากอธิบายยาก แต่ลึกล

อ่านต่อ

ับ ลึกล้ำ ทำอะไรได้เป็นอะไรได้พิเศษแปลกแต่อธิบายไม่ได้อย่างวิทยาศาสตร์ อาตมาก็เลยหันมาปฏิบัติธรรมแบบพระพุทธเจ้า ก็อ่านหนังสือศาสนาพุทธ อ่านแล้วก็ปฏิบัติเอง ปฏิบัติไปอยู่กับการทำงานลดละไปด้วยจนกระทั่งเสร็จ ทำงาน 12 ปี พ.ศ. 2543 ก็เลยไม่เอาแล้ว ก็เกิดผลที่เราปฏิบัติธรรม จนเราเห็นเกิดปัญญา เกิดจิตที่มันวางไม่เอาแล้ว ไม่ต้องการโลดแล่นไปอยากได้โลกธรรม อาตมาก็ออกมาบวชแล้วเพราะแน่ใจว่าจิตตนปฏิบัติธรรมแล้วมีผล ก็เลยหยุดทางโลก หนีออกมาบวช ทางธรรม แล้วทำงานทางธรรมตามที่เราทำได้ ตอนแรกไปอยู่วัดอโศการาม ในป่าแสมลึก ก็ไม่ได้คิดบวช แต่คนก็ไปหา แล้วก็ออกมาบรรยายธรรม แต่ว่าคนไม่เชื่อถือทำงานยากเพราะคนติดยึดรูปแบบจึงบวช คนก็เลยศรัทธาเพิ่มขึ้นตามมาบวช และก็ทำงานมาตามที่มีจิตทั้งเจโตและปัญญาเช่นนี้ สื่อออกมาตามที่สามารถ คนก็มาทำตาม เกิดตามเหตุปัจจัยไม่ได้คิดมาก่อน เกิดหมู่กลุ่ม จนอยู่กับหมู่คณะใหญ่ไม่ได้ เพราะอาตมาเป็นพระเล็กต้องอยู่ในกฎเกณฑ์เขาที่เป็นศาสนาปฏิรูปหมดแล้ว อาตมาก็เลยขอแยก ในภาษาวินัยพระเรียกว่า นานาสังวาส พระพุทธเจ้าอนุญาตให้แยกตามวินัย อาตมาบวช พ.ศ. 2513 ขอออกเป็นนานาสังวาส 2518 พอแยกมาก็ประกาศตั้งหมู่คณะ ไม่ได้ตั้งหรอก ไม่ได้เจตนา แต่เกิดตามที่มันจะเป็น เถรสมาคมก็ยอมรับ อาตมาก็พาออกมาตั้งคณะอโศก เพราะอาตมาไปบวชที่วัดอโศการาม และไปบรรยายธรรมที่ลานอโศก วัดมหาธาตุ ส่วนมากเลยตอนนั้น เขาถือเป็นตักศิลา เป็นที่ถกปัญหาธรรมะ อาตมาก็เป็นนักเจรจาพาที ก็เลยมีคำว่าอโศกติดมาแต่บัดนั้น พอจะออกหนังสือ ขอแบ่งหัวเรื่องมาเขียน ตั้งชื่อเป็นหนังสือของอโศก เป็นธรรมะ คำว่าอโศกเลยติดมา ก็เลยเรียกว่า ชาวอโศก พอเป็นอโศกแล้วเราก็ตั้งสถานที่ไม่ได้เรียกวัด แต่เรียกพุทธสถาน มีที่คนมอบให้ตั้ง เราก็เลยตั้งชื่อพุทธสถานว่า สันติอโศก เป็นแหล่งให้คนมาปฏิบัติธรรม ก็บวชกัน มีทั้งสมณะ และสิกขามาตุ ตอนแรกเรียกว่าชี ถือศีล 10 ก็ค่อยๆมีกลุ่มหมู่คณะ เต็มแน่น จนที่สันติโศกเต็ม มีคนอยากมาอยู่ที่วัดหรือข้างวัดใกล้วัดมากขึ้น คุณจำลอง ศรีเมืองมีความคิดว่า ไปหาที่จะไปตั้งชุมชน มีพระพวกเราไปอยู่ ก็มาได้ที่นี่ ปฐมอโศก เป็นที่แรก ต่อมาก็มีการแตกตัว เพิ่มออกไป ตามจังหวัดต่างๆ เช่น ศีรษะอโศก ศาลีอโศก แล้วแนวคิดทฤษฎีหลักปฏิบัติเป็นที่อาตมามั่นใจเข้าใจว่า คือทฤษฎีสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า เอามาอธิบายให้เข้าใจ ปฏิบัติจนเกิดหมู่กลุ่มอโศก มีหลักทฤษฎีปฏิบัติเช่นนี้ก็ออกมาเป็นผล เป็นคณะสันติอโศกแพร่หลายมากว่า 30 ปี

_ คุณเพิ่มพร..คำว่า สันติ มีที่มาอย่างไร พ่อครูว่า … คำว่าอโศกก็ได้แล้ว แล้วสถานที่ตรงนี้ก็น่าจะมีชื่อ ตอนแรกสถานที่ๆคุณสันติยายกให้ ชื่อเดิมเขาชื่อกิติยา อาตมาก็ว่าคำว่าสันติน่าจะดีกว่า ให้เจ้าของที่ชื่อสันติยาก็แล้วกัน ก็เลยตั้งชื่อว่า สันติอโศก ตอนแรกเป็นบ้านเรือนไทยนิดเดียวแล้วค่อยขยาย

_ เหตุเกิดจากสิ่งที่พ่อครูได้เกิดจากการปฏิบัติ พ่อครูว่า… เหตุเกิดจากจิต จิตเป็นประธาน กายกับวาจาไม่ได้เป็นตัวบรรลุ แต่จิตนี่เป็นตัวบรรลุ จิตเป็นประธานจึงออกมาเป็นกาย วาจา อาชีพ พฤติกรรมต่างๆ จิตเจริญ มโนเสฏฐา หรือจะทำอะไรสำเร็จ มโนมยา ก็สำเร็จจากจิต ถ้าจิตบรรลุ คือจิตเป็นเช่นนั้นอย่างมั่นคงแน่นอน เรียกว่าสมาธิหรือจิตตั้งมั่น แล้วของพุทธมั่นคงอย่าง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) เป็นตถตา เป็นจิตบรรลุธรรม จิตนี้เมื่อมันทำได้เรียกว่า เจโตวิมุติ แล้วก็จะมีปัญญาร่วมด้วย ของพระพุทธเจ้ามีสองอย่าง(อุภโตภาควิมุติ) เป็นโสดาบันก็ลดได้ส่วนหนึ่ง ลดได้ แล้วรู้ด้วยว่าทำได้ จิตเสวยผล มีธรรมรสก็รู้ ไม่ใช่โลกียรส ซึ่งต้องมีปัญญารู้ว่าต่างกัน ทำได้ก็เป็นตัวตั้งคือจิตที่จะมีพฤติกรรม กาย วาจา ใจ ออกไป

_ เริ่มจากแนวคิด แล้วมาตั้งเป็นหมู่กลุ่มชุมชน พ่อครูว่า … เกิดจากจิตเป็นตัวตั้ง

_ ผู้นำที่ดีในมุมมองของสำนักสันติอโศก พ่อครูว่า...ผู้นำที่ดีคือผู้บรรลุธรรมอย่างสัมมาทิฏฐิ เพราะศาสนาพุทธเมื่อบรรลุแล้วจะมีความโลกวิทูรู้ความเป็นโลก สังคมแล้วมีโลกุตรจิต เหนือโลก แล้วรู้ว่าอย่างไหนดี อย่างไหนไม่ดี จิตโลกุตระนี้ แหละ ก็จะนำพาให้บริหารให้เกิดโลกุตรธรรมในสังคม คนที่บรรลุธรรม โลกุตระ จะอยู่กับโลก แต่มีคุณวิเศษเหนือกว่าชาวโลก เพราะไม่เป็นทาส อย่างโลกมีลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข แต่ผู้บรรลุแล้วท่านไม่แย่งกับคนอื่น แต่จะช่วยจัดสรรให้อย่างไร จัดแจงให้อย่าให้เขาตีกัน ให้เขาได้ลดละอย่างเราได้ ใครศรัทธาถึงก็มาปฏิบัติตามได้ กาย วาจา และจิต ที่จะบรรลุไปตามลำดับเป็นสมาธิ คนเหล่านี้ได้มรรคผล ก็จะเป็นพฤติกรรมรวมของสังคม มีพลังรวมในการทำให้ดี เพราะผลได้ของพระพุทธเจ้านั้นยั่งยืน จึงสามารถพัฒนาการไปกับสังคมไปได้เรื่อยๆ

_ คุณเพิ่มพร … แนวทางที่พ่อครูได้ปฏิบัติธรรม พ่อครูปฏิบัติได้ด้วยตนเอง แล้วอย่างลูกหลาน พ่อครูมีแนวทางอย่างไรในการปลูกฝังคุณธรรมให้เขา พ่อครูว่า … พระพุทธเจ้าสอนแนวทางเดียว คือศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งคือมรรคองค์ 8 คือโพธิปักขิยธรรม 37 จรณะ 15 วิชชา 8 (ทั้งหมดเป็นทฤษฎีเดียวกัน) มีทางนี้ทางเดียว ผิดจากแนวทางนี้ ก็ไม่ใช่ทางที่พระพุทธเจ้าสอน ทำอย่างไรให้คนมีธรรมะเริ่มต้น ก็เริ่มต้นที่ ศีล 5 อย่างเด็กพวกนี้ที่มาเรียนนี่ก็ถือศีล 5 เป็นอย่างต่ำ บางคนก็อาจถือศีล 8 ขึ้นมาได้ ผู้ใหญ่ที่นี่ก็เช่นกัน ปฏิบัติควรคุมกาย วาจา แล้วให้จิตลดละกิเลสไปตามลำดับ ก็ได้ผล เกิดหมู่กลุ่มชาวอโศกได้ทั่วประเทศ

_ คุณเพิ่มพร … ทำไมพ่อครูให้เขามีศีลได้ ข้างนอกทำไม่ได้ พ่อครูว่า … อาตมามีความเข้าใจของตน คนก็ถามมามากเลย คืออาตมามีความจริงอย่างไรก็สื่อออกมาให้ตรงกับความจริงที่มีให้ง่ายที่สุด ใครรับได้ เข้าใจเขาก็มา ไม่ได้ปิดบัง ไม่ล่อหลอก ส่วนมากอาตมาจะตรงไปหาความจริง เช่น อาตมาว่า ปฏิบัติธรรมแม้เป็นโสดาบัน มีศีล 5 ก็เพื่อไปสู่มักน้อยสันโดษ ไม่เบียดเบียนใครมากขึ้น ไม่เอาของคนอื่น แม้สุจริตก็ไม่ไปเอาของเขา เป็นผู้ให้ดีกว่าที่สูงสุด หรือแค่กิเลสกามคู่ก็เอาประมาณหนึ่ง คุณต้องรู้ตนว่าอย่าทุจริต อย่าพูดปด เข้าใจอบายแล้วเลิก พื้นฐานของที่นี่คือ 1 .ถือศีล 5 เป็นอย่างต่ำ 2 .ต้องไม่กินเนื้อสัตว์(อธิศีลของศีลข้อ 1 ) คนกินเนื้อก็เป็นเหตุให้คนฆ่าสัตว์ 3 .ไม่มีอบายมุข นี่คือหลักของเรา แม้เด็กเข้ามาก็ต้องมีหลัก 3 อย่างนี้ เราพยายามสร้างเยาชนให้เป็นคนดี โดยตั้งโรงเรียนโดยนิตินัยด้วย เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายเลย เรียนฟรี ให้เป็นการช่วยเยาวชนจริงๆ เราทำนี่ก็เหมือนช่วยรัฐบาลทำงานด้วยนะ ครูที่นี่สอนฟรีไม่มีเงินเดือนด้วย ไม่มีค่าบำรุง ค่ากินค่าอยู่ เสื้อผ้า ค่าเรียนเราให้ฟรีหมด

_ อ.ธนภัทร … มีเหตุปัจจัยใดบ้างที่ทำให้สำนักสันติโศกต้องเข้าไปร่วมกิจกรรมการเมือง เช่น ไปประท้วง เป็นต้น พ่อครูว่า … มาจากความจริง คือธรรมะพระพุทธเจ้าไม่เคยออกจากสังคม ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของสังคมมนุษยชาติ ไม่ใช่ศาสนาเข้าป่า หนีสังคมไม่ช่วยสังคม อาตมากำลังหยิบหลักฐานในพระไตรฯมาอธิบาย เขาเข้าใจอย่างนั้นผิด แม้แต่พระพุทธเจ้า ที่หลงเหมือนกัน ยุคนั้นเขาออกป่า ท่านก็เข้าป่าด้วย จนบัดนี้ศาสนาพุทธก็เพี้ยนว่าต้องออกป่า พระพุทธเจ้าออกป่าก็รู้ว่าไม่บรรลุ จนท่านระลึกชาติได้ว่า ท่านเป็นพระพุทธเจ้า ตรัสรู้เองโดยชอบ ที่ท่านได้สั่งสมมาแล้วเต็มแล้ว ก็ประกาศได้ว่าเป็นพระพุทธเจ้าใน 15 ค่ำ วันเพ็ญเดือน 6 ต่อมาก็มี ปัญจวัคคีย์ที่บรรลุตาม แล้วต่อมาก็เจอพระยสมานพ ฟังธรรมก็เป็นโสดาบัน แต่มาฟังเทศน์อีกพร้อมพ่อ ก็บรรลุอรหันต์ ก็เลยไปช่วยเพื่อนอีก 55 คน ก็มาบรรลุอรหันต์กันหมด รวมกับปัญจวัคคีย์ก็เป็น 60 รูป พระพุทธเจ้าก็ให้ออกไปเผยแพร่ธรรมะ แม้เราก็จะไปอุรุเวฬาเสนานิคม ไปรูปเดียวต่อที่นะ อย่าไปซ้อนกัน ไปในเมืองนะ ไม่ได้ไปเข้าป่า ไปหาคนเพื่อเผยแพร่ธรรมะ ถึงอาตมาที่บอกว่ามีของตนเอง อาตมาเป็นโพธิสัตว์ ได้บำเพ็ญมาแบบเดียวกับพระพุทธเจ้า แต่ไม่ได้เป็นถึงระดับพระพุทธเจ้า อาตมาก็ระลึกได้เองไม่มีใครบอก รู้ว่าเป็นพุทธศาสนาที่ถูกต้อง ก็เลยนำพามา แล้วก็ยิ่งขัดกับกระแสหลัก ก็ยิ่งมั่นใจว่าถูกต้อง เพราะถ้ากระแสหลักถูกต้องอาตมาจะออกมาทำไม แต่อาตมาเห็นว่าไม่ถูกต้องก็เลยต้องออกมา ท่านก็ยิ่งเล่นงานอาตมา ก็ยิ่งชัดว่าท่านก็เข้าใจไม่ถูก ผู้ที่เห็นความถูกของคนถูกว่าผิด ก็คือคนผิด ตลอดกาล ก็ไม่แปลนะ อาตมาก็ชัดเจน คนมีปัญญา จึงเห็น ความถูกของคนถูกคือความถูก เป็นสัจจะ ยิ่งมาบัดนี้ยิ่งเห็นว่ามหาเถรสมาคม ไม่ถูกต้อง มีสมีอุ้มสมี ก็ถึงโอกาสที่อาตมาจะได้อธิบาย อาตมาบอกว่าแล้วว่าศาสนาพุทธไม่ได้แยกจากเมือง ท่านเริ่มต้นก็พาเข้าเมือง

_ อ.ธนภัทร... รูปแบบการปกครองที่ดีในทัศนะของพ่อครูคืออย่างไร พ่อครูว่า … ต้องมีธรรมะ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ต้องมีคุณอันสมควรก่อน จึงสอนจึงบริหารคนอื่นจึงไม่มัวหมอง ต้องทำให้ตนบรรลุธรรมก่อน _ การปกครองแบบเสียงข้างมาก คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ และเห็นด้วย แต่ว่าเมื่อเลือกผู้แทนมา แต่เป็นผู้แทนไม่มีศีลธรรม จะทำอย่างไรให้คนส่วนใหญ่เลือกผู้นำที่มีศีลธรรม พ่อครูว่า … ต้องให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ถูกครอบงำด้วยโลกธรรม ในระดับหนึ่งมีปัญญา เสียดายเมืองไทยเป็นพุทธมาก แต่กระแสหลักพาเพี้ยนล้มเหลวไปหมด อาตมามั่นใจว่าศาสนาพุทธจะกลับมาเป็นศาสนาอาริยธรรมโลกุตรธรรม การศึกษาเป็นหัวใจหลัก ต้องให้การศึกษาสัมมาทิฏฐิ เป็นโลกุตระ ที่สำคัญคือต้องอ่านจิตใจตนเป็น อ่านอารมณ์เป็นว่า อันนี้อารมณ์โลกีย์หรือเคหสิตะ อันนี้อารมณ์โลกุตระหรือเนกขัมมะ เมื่ออ่านออกจิตตนก็จะรู้โลกรู้ธรรม เริ่มตั้งแต่โสดาบัน ถ้าอ่านไม่ออกก็ไม่รู้เหตุโลกียะ เมื่ออ่านออกก็จับเหตุโลกียะได้ ก็ลดได้ ถ้าคนเข้าใจก็จะเข้าใจว่าลดแล้วเป็นอย่างนี้ก็จะรู้ว่าที่ตนเคยติดในโลกธรรม รู้จริงตามจริง จะมีเชื้อโลกุตระที่ทวนกระแสกับโลกียะเลย จะรู้จิตตนที่ทวนกระแส ก็จะตั้งทิศทางได้

_ อ.ธนภัทร...วันนี้สำนักสันติอโศกเป็นชุมชนประชาธิปไตยไหม พ่อครูว่า … ศาสนาพุทธเป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านประกาศรัฐอิสระ ไปไหนเจ้าครองแคว้นก็ยอมให้ท่านหมด ท่านอิสรเสรี เป็นประชาธิปไตยเพราะทุกคนมานี่ปลดแอกหมด แม้เป็นลูกท่านหลานเธอมาก็อยู่ในจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเหมือนกันหมด แล้วมีสภา เป็นสภาที่จริงใจ ไม่ต้องตั้งถาวร เอาความจริง ว่าวัดนี้มีพระกี่รูป มีผู้ที่เหมาะจะเข้าร่วมสภาสงฆ์ก็ได้เข้าสภา ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นปกตัตตะ ก็เข้าร่วมได้ ผู้เข้าสภาได้ต้องเป็นผู้มีปัญญา บริสุทธิ์ นี่คือหลักสำคัญเลย แล้วไม่จำเป็นต้องตั้งสภาเดียว วันไหนก็มีสภาของวัดนั้น ตั้งกรรมาธิการตามวาระ อันนี้ใช้สงฆ์ 4 รูป อันนี้ 5 รูป อันนี้ 20 รูป ท่านมีหลักตัดสินอธิกรณสมถะ 7 เหมือนนิติศาสตร์ท่านมีครบหมด ท่านเป็นยอดนักประชาธิปไตยที่สูงสุด ประชาธิปไตยที่อยู่ในระบบไหนก็ได้ เป็นเผด็จการก็ได้ อย่างอโศกนี่ทุกคนทำงานฟรี ไม่มีหักของตน เข้ากองกลางเต็มๆ นี่คือสาธารณโภคี ยิ่งใหญ่กว่าคอมมูนอีก อาตมาไม่ได้คิดเองนะ เป็นของพระพุทธเจ้า อย่ามาว่าอาตมาคิดเอง อาตมาไม่ได้คาดว่าจะเป็นได้ขนาดนี้ แต่มันเป็นได้ก่อนแล้วอาตมาถึงมาเจอคำว่าสาธารณโภคีทีหลัง มันเป็นผลสำเร็จแล้ว

_ คุณเพิ่มพร … เศรษฐกิจพอเพียงสนับสนุนกับแนวคิดสันติอโศกหรือไม่? พ่อครูว่า...เป็นตัวจริงของเราเลย แบบที่ในหลวงตรัสว่าแบบคนจน ขาดทุนคือกำไร เพราะในหลวงเป็นพระโพธิสัตว์ ไม่ได้พูดเล่นนะ

คุณเพิ่มพร... แนวคิดบุญนิยม คืออย่างไร? พ่อครูว่า... บุญนิยมนี่ อาตมาตั้งชื่อลำลอง มาเอง ที่จริงคือพุทธ อาตมาตั้งคำว่าบุญนิยมมาล้อเลียนทุนนิยม คำว่าบุญนี้มีความหมายยิ่งใหญ่มาก แล้วเขาไปเป็นวิมานหลอกคนจนเจ๊งอยู่ทุกวันนี้

จบ...

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน