580502_เทศน์งาน ๒๕ ปีการศึกษาศีรษะอโศก DNA พุทธอยู่ในมนุษย์ชมพูทวีป.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580502_เทศน์งาน 25 ปีสัมมาสิกขาศีรษะอโศก DNA พุทธอยู่ในมนุษย์ชมพูทวีป พ่อครูว่า...วันนี้ 2 พฤษภาคม 2558 วันนี้ที่ศีรษะโศกเป็นวันรวมพลศิษย์เก่า ที่เรามีการศึกษาได้ครบ 25 ปี ใครมาเรียนตอนเริ่มก็ต้อง 10 ปีขึ้นมาเรียนมัธยม ตอนนี้ก็ต้องอายุอย่างน้อย 35 ขึ้น ก็มีลูกมากัน บางคนก็ลูกอยู่ในท้องให้ตั้งชื่อให้แล้ว อาตมาไม่แคร์หรอกที่จะไปมีลูกทางร่างสรีระ แต่อาตมามีลูกทางจิตวิญญาณ มากกว่าพวกเราเยอะ มีลูกเป็นพันเป็นเอนก พวกเราจะมีกันได้กี่คนน่ะ ถึงอย่างไรก็สู้อาตมาไม่ได้ อาตมามีจำนวนพันเป็นเอนก คนจะมาเป็นลูกได้ต้องมี DNAพุทธใส่เข้าไป อาตมาก็พยายามใส่เชื้อเข้าไป ทุกคนที่มาผ่านโรงเรียนชาวอโศก สัมมาสิกขา คือคนที่ได้รับการฉีดเชื้อDNA อโศกทั้งนั้น ใครจะต่อต้าน Anti เท่าไหร่ก็แล้วแต่ ใครจะรับไปเท่าไหร่ก็ตัวใครตัวมัน ใครจะรับไปเยอะ จนบางคนอยู่ในชาวอโศกมี พ่อแม่ ปู่ย่า น้าอา อยู่ในระบบสาธารณโภคีเลย อยู่ในครอบครัวใหญ่ เป็นครอบครัวอโศก เป็นชุมชนสาธารณโภคี ไม่ใช่เรื่องสร้างภาพเป็นนิยายหลอกโลก แต่เป็นเรื่องเกิดจากจิตวิญญาณเป็นประธาน มโนปุพพัง คมาธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา อาตมาก็ไม่รู้ว่าแต่ละคน ที่ได้รับเชื้อ เป็นญาติทางจิตวิญญาณเช่นนี้ มีความรู้ ความเห็นความเชื่อมั่นมามีชีวิตแบบนี้ มีชีวิตแบบคนจน เข้าใจโลกที่ประกอบด้วย โลกธรรม กามคุณ อัตตา 3 สมเด็จพ่อสอนมาหมด อาตมาก็รับมามาก แทบจะหมดแล้ว อาตมาว่าเหลืออีกเท่าไหร่ก็เก็บกวาดเพิ่มเติม มาเป็นจริงแก่ตนให้มีเชื้อแท้ของพุทธให้ได้ แล้วเอามาแพร่เชื้อต่อไป แพร่จริงๆ จนคนที่จะมารับไป จนกลายเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขพุทธเลย มีชีวิตอยู่ตามทฤษฏีระบบแบบพระพุทธเจ้า มาถึงผลของ สาราณียธรรม 6 สาราณียะ (รู้จักระลึกถึงกัน คำนึงถึงคนที่ควรเอื้อ) 2 . ปิยกรณะ (รักกันสัมพัน
อ่านต่อ
ธ์ดี-ปรารถนาดีต่อกัน) 3 . ครุกรณะ (เคารพกัน รู้จักฐานะ รู้จักคุณวุฒิ) 4 . สังคหะ (สงเคราะห์เกื้อกูลช่วยเหลือกัน) 5 . อวิวาทะ (ไม่วิวาทแตกแยกกัน) 6 . สามัคคียะ (พร้อมเพรียงกัน มีพลังรวมยิ่งใหญ่) 7 . เอกีภาวะ (เป็นปึกแผ่น มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน) (โกสัมพีสูตร พตปฎ. ล. 22 ข. 282 - 283 ) มันก็เป็นรูปธรรมของความเป็นพุทธจริง ชัดเจนในรูปธรรม ขนาดหนึ่ง แต่งามกว่านี้ เนียนกว่านี้ แน่นกว่านี้ได้อีก แข็งแรงเป็นบุญนิยมสาธารณโภคีที่พิสดารกว่านี้ที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติได้มากกว่านี้ได้ ทุกวันนี้มีอัตราก้าวหน้าได้มากขึ้น เอื้อเ ฟื้อ เกื้อกว้างต่อมวลมนุษยชาติได้มากขึ้น วันนี้จะมีคนระดับ คสช. เรื่องเกี่ยวกับเกษตรจะมาเยี่ยมชม มาสังสรรเสวนา พยายามมารับ DNAแบบเรา เขาจะมาเชื่อมไป ตามลำดับๆ นี่ก็เป็นการก้าวหน้าพัฒนา ผู้ที่มีปัญญารู้แ ล้ วเห็นจริง อย่างพระพุทธเจ้าท่านสรุปจบเลยสุดยอดในความเป็นมนุษย์ ท่านสรุปลงตรงที่มนุษย์มีอยู่กี่แบบ อปรโคยาน คือ ชีวิตคนที่ดำเนินไปข้างหน้า อย่างไม่รู้ทิศทางว่าจะดีหรือไม่ดี ไปเรื่อยๆ ส่วนมากหลงจมในดาวดึงส์ อมรโคยาน คือ ชีวิตไปสู่คนอมตะ กิเลสตายไปตามลำดับ แต่มีชีวิตทำประโยชน์ต่อโลก ปุพพวิเทหทวีป คือ กองวิบาก การสั่งสม อดีตใส่ชีวิต ตนไป จะดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ อุตรกุรุทวีป คือ จิตใจที่เป็นโลกุตระ อยู่ในมนุษย์ชมพูทวีป แต่ถ้ากายแตกตายไป ก็ไม่มีสิทธิ์เป็นอรหันต์ได้ ต้องมาเป็นมนุษย์ชมพูทวีปจึงจะบรรลุอรหันต์ หรือเป็นพระพุทธเจ้าได้ คือมนุษย์ที่มีจิตใจที่จะเป็นครู เป็นกุรุของโลก ดาวดึงส์ คือ เสพสุขอยู่ในอาการที่ 33 คืออาการจิตที่มนุษย์จม และใฝ่หาอยู่แต่แดนดาวดึงส์ ทุกลมหายใจเข้าออก ชมพูทวีปคือ มี สูรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส ดีที่สุดเพราะเป็นได้ทุกอย่างเลย ทวัตติงสาการ คืออาการ 32 (ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ไปจนถึงทุกอวัยวะ นอกและใน) แต่ผม ขน เล็บ ฟัน หนังไม่ใช่กาย เป็นส่วนใกล้สุดก็ยังไม่ใช่กาย แล้วนอกจากนั้นไปไม่ใช่กายเลย จะเป็นแตงโม เป็นอะไร เป็นข้า ว ของอะไรก็ไม่ใช่กาย แล้วก็มีดาวดึงส์ คือเสพสุขอยู่ในอาการที่ 33 คืออาการจิตที่มนุษย์จมและใฝ่หาอยู่แต่แดนดาวดึงส์ ทุกลมหายใจเข้าออกที่เราต้องมาเรียนรู้อย่าไปยึดเป็นเราเป็นของเรา เพราะถ้ายึดแล้วก็จะเป็นนิยายของโลกเวียนวนอยู่อย่างนับไม่ถ้วนเลย คนอวิชชาก็จะเป็นเช่นนี้ มีอาการ 32 และอาการ 33 วนเวียนกันไม่รู้จบสิ้น พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้ในมนุษย์ชมพูทวีป เกิดมามีอาการ 32 ครบ พร้อมอาการ 33 แล้วก็ปรุงแต่งเป็นอปรโคยานไปไม่รู้จบ จนกว่าจะรู้จักวิธี เรียนรู้ตั้งแต่เบื้องต้น เมื่อสัมผัสแล้วมันยึดอะไรเป็นเราเป็นของเรา ทั้งๆ ที่ไม่น่าได้น่าเอาเลย เช่น อบายมุข จะเป็นอารมณ์ชอบใจอะไร เป็นดาวดึงส์ก็ให้ละล้างไปตามลำดับ ตั้งแต่เบื้องต้น ปริตตังไปตามลำดับ ก็จะหลุดพ้นไปแต่ละส่วนก็เริ่มเป็นผู้มีอมรโคยาน เป็นอุตรกุรุทวีปไปเรื่อยๆ ปุพพวิเทหะของเราก็มีอยู่ ล้างไม่ได้ ถ้ามันเป็นอกุศลอยู่ใกล้ก็ออกฤทธิ์เร็ว แต่ว่ามีกุศลมาคั่นอยู่ไกลก็ออกฤทธิ์ช้า หมาไล่เนื้อคือบาป อกุศลจะถูกกั้นด้วยก้อนกำแพง เทหวัตถุนี่แหละ ถ้าเราใส่แต่กุศลก็จะเป็นกำแพง เป็นBuffer ให้กั้นพลังงานอกุศล หมาไล่เนื้อให้ไกลออกไปเรื่อยๆ วิธีการของพระพุทธเจ้าจึงให้ สัพพปาปสอรกณัง หยุดบาป ทำแต่กุศล จึงเป็นคนหยุดบาป หมาไล่เนื้อตามไม่ทันไปตลอดกาล นี่คือวิธีการของพระพุทธเจ้าที่อาตมารับมาจากพระพุทธเจ้า เชื่อไหมว่ารับมาจากพระโอษฐ์ วิธีปฏิบัติต้องมีทั้งอาการ 32 และ 33 ต้องครบ คุณมีสูรกายต้องมีความกล้าเต็ม มีอาการ 32 และอาการ 33 คือจิตวิญญาณครบ คุณก็เรียนรู้อย่าเป็นคนไม่กล้า ไม่กล้านี้เพราะ 1 . ไม่กล้าเพราะไม่รู้ว่าอะไรดี 2 . ไม่กล้าเพราะแม้รู้ว่าดีแต่ไม่กล้าทำ อันหลังนี้คืออสุรกายแท้ มันสู้พลังกาม โลกธรรม อัตตา 3 ไม่ได้ มันดึงคุณไปโลกีย์ได้ คุณไม่กล้า แม้มีอาการ 32 ครบ แต่ไม่ได้ใช้กาย มาต่อสู้เพื่อกำจัดมาร ฆ่ามาร ที่จริงก็คือจิตวิญญาณตนเอง คุณอยู่ใน ปุ พพวิเทหะ ที่คุณยึดมั่นจมในอนุสัยอย่างรู้ตัวหรือไม่ก็แล้วแต่ จนกว่าจะชัดเจนและปล่อยคลายด้วยพลังปัญญา เป็นไฟฌานที่จะเข้าไปทำลายสลายไฟราคะ ไฟโมหะ ไฟโทสะที่เป็นเชื้อแท้ในอนุสัย ใครทำถูกก็ได้ ไม่ถูกก็ต้องทุกข์ต่อไปไม่รู้จบ ถ้าชาตินี้คุณจะอยู่ไปอีกกี่ปี เอาสัก 100 ปี คุณจะผัดผ่อน ว่าอีก 99 ปี ก่อน ค่อยมาหรือ? ถ้าคุณได้ไปเร็วก็ไม่น่าจะเสียอะไรนะ ถ้ารู้อย่างอาตมาว่าไม่ว่าชาติไหนๆ ก็เป็นหมาแทะ ก ระดูก ทุกชาตินึกว่าเป็นรสอร่อย ดูดเลียไปแต่ละชาติคือไปหลงสุขโลกีย์ทุกชาติ แล้วก็มีคู่วิบากทั้งทางรักและชัง ชังก็ทรมาน แม้รักก็ทรมาน ซับซ้อนด้วยติดหนึบหนับไม่รู้กี่ชาติๆ สรุปแล้วนิยายทุกบทก็มีแค่ความรักความชัง มีแค่ราคะโทสะ ส่วนโมหะคือมุ่นวนเพี้ยนหลงไม่ชัด ถ้าชัดว่านี่ราคะหรือโทสะก็ล้างจนหมด ใครรู้จักราคะ โทสะอย่างวิจิกิจฉา ผู้นั้นก็หมดโมหะ ก็กำจัดราคะโทสะให้หมดก็จบ ใครไม่รู้ก็ถูกโลกหลอก ใครรับวัคซีนไป ฉีดให้ทุกคน ใครจะรับหรือanti ไปเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ที่ไม่มานี่ตีความว่าไม่เหลือไว้ก่อน ที่มานี่ถือว่าเหลือนะเรายังอยู่ไม่ตาย และกลุ่มแกน DNA พุทธก็ยังอยู่ ให้คุณมาร่วมได้เส มอ ให้มาเข้าเป็นอันนี้ได้ เปิดรับทุกวินาที นอกจากคุณเลวชั่วเกินขนาดเขาไม่รับก็แล้วไป หรือว่ามีเชื้อโรคเกิ น ขนาดก็ไม่ให้มา แต่ถ้าไม่เลวร้ายเกินก็ให้มาได้ ทุกวันนี้คุณว่าสังคมต้อง การความประเสริฐอย่างที่ทุกคนไม่หวงแหน เกื้อกูลกัน พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้อย่างจริงใจเลย คุณว่าโลกต้องการไหม? ก็ต้องการ คุณไม่นึกหรือว่า กระแสหลักส่วนใหญ่เขากำหนดได้หมดนะ ทางสังคมเขาไม่ยอมรับที่อาตมาตั้งมาหลายอย่าง มวช. วสว. วนบ. ว.บบบ. อะไรเขาก็ไม่รับรองให้ แต่พวกคุณก็รับได้เอาไปใช้ไปปฏิบัติ อาตมาก็ว่าอาตมาทำสิ่งที่ถูกก็ทำไป พวกคุณก็ได้มารับซับทราบ และก็มาช่วยกันดึงให้ผู้อื่นมาเป็นพุทธแบบนี้ด้วย เพราะทุกวันนี้เขาปฏิบัติกันไม่ได้ละล้างกิเลส เขาปฏิบัติแบบลืมกดข่ม แต่ของเราอาตมาพาทำแบบมีผัสสะทำแบบพระพุทธเจ้าสอน ละล้างกิเลสไปตามลำดับ ให้พ้นจากสุขดาวดึงส์แต่ให้มีสุขอย่างสงบจากกิเลส แล้วไม่ได้หนีโลกด้วย เรารู้จักโลกธรรม ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แต่จิตเราอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ได้ แล้วช่วยคนที่ตกเป็นทาสสิ่งเหล่านี้ต่อไป ด้วยจริงใจไม่แอบแฝง เชื้อ DNA พุทธไม่เสื่อม ส่วนผู้หนีโลก ไปนั่งหลับตาปฏิบัติแบบฤๅษีดาบสนั้นช่วยโลกไม่ได้ เขาไม่มีโลกวิทู ไม่รู้จักโลก แต่ของเราไม่หนีโลก แต่อยู่กับโลก รู้โลก ช่วยโลกได้ ทำงานมา 45 ปีแล้ว บางคนไปๆ มาๆ บางคนไปแล้วไม่มาเลยก็มี เรารู้และอยู่กับโลก ว่าอยู่อย่างนี้แล้วเป็นผู้บรรลุแล้ว ไม่ต้องสะสมบ้านช่องเรือนชาน แม้แรงงาน ความรู้เราก็ไม่ได้ยึดเป็นเราเป็นของเราอีก เราใช้เพื่อช่วยคนอื่น และใช้กินแค่น้อยๆ ส่วนที่เราจำเป็นเท่านั้น ไม่ตกงาน งานมีตลอดกาลนาน มีเรี่ยวแรงทำไหม จึงเป็นสิ่งสุดยอดในการสร้างมนุษย์ให้เป็นคนชนิดนี้ แล้วพาทำให้สังคมเกิดสังคมชนิดนี้สุดยอด มาถึงวันนี้ครบรอบ 25 ปีศีรษะอโศกพวกเรามีเชื้อ DNA บุญนิยมอยู่บ้าง ถ้าเกิดบันดาลให้ชีวิตแต่ละคนระลึกรู้ว่า ถ้าเราไปสะสมโลกียธรรมก็ได้โลกีย์ แต่ถ้ามาทางนี้จะไปโลกุตรธรรมก็จะเพิ่มโลกุตรธรรม ให้แก้ปุพพวิเทหะ หรือกล่องอดีตฮาร์ดดิสก์ เราจะลดอปรโคยาน ที่ไปหาอย่างอื่นไปเรื่อยๆ ว่าได้เสพโลกธรรม เสพกามได้พิสดารยิ่งขึ้นหรือบำเรออัตตาได้มากขึ้น ก็จะลดลงๆ ๆ เป็นอมรโคยานเพิ่มขึ้น สู่ความอมตะไม่เกิดไม่ตายไปตามลำดับ ก็ต้องรู้ทัน ดาวดึงส์ที่เป็นสุขเท็จ สุขหลอกที่ไม่จริง จนเรามาล้างเทวดาโลกีย์ เป็นอุบัติเทพ จนหมดดาวดึงส์ ให้เราเป็นอมตบุคคล เป็นวิสุทธิเทพ เป็นเทวดาสูงสุด ใครมารับได้ก็เป็นกุศลของแต่ละคน ใครจะผัดผ่อนก็แล้วแต่คน ไม่บังคับไม่ง้องอน ใครจะเอาก็แล้วแต่ ช่างศีรษะอโศกใคร ไม่มีปัญหา พฤติกรรมที่เป็นอยู่ตอนนี้ ที่บ้านราชฯ กำลังสร้างปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ เปลี่ยนแปลงไปมากมาย มีงานใหญ่ๆ เกิดขึ้นอีก และกำลังจะดูว่าจะเกิดโครงการราชธานีอโศก 2 คือจะมีที่ดินอีกแห่งหนึ่ง ที่เป็นหมู่บ้านที่สองของเราดีกว่าน้ำท่วมน้อยกว่า ที่ราชธานีอโศก 1 ถ้าช่วยกันแต่ละพุทธสถาน สี่ปีให้ทุนสองร้อยล้านน่าลุ้นนะ เป็นเหตุปัจจัยที่มาเอง มาเพราะเราทำปุ๋ย เราได้วัตถุดิบ กากเอธานอลเยอะเลย เราไม่มีที่เก็บ เราจะเอาขยะกลับมาเป็นปุ๋ย มันมีธาตุปุ๋ยอย่างดีเลย เราจะมีสูตรที่ผสมขึ้นมา เราจะเป็นเจ้าแห่งปุ๋ยที่จะกอบกู้ประเทศ เป็นสามอาชีพกู้ชาติแท้จริง จะทำราช ธานีอโศก 2 เป็นย่านอุตสาหกรรมเต็มที่เลย ส่วนราชธานีอโศก 1 เป็นย่านกสิกรรม ส่วนที่ศีรษะอโศกก็ยังอยู่อย่างนี้แหละ เราระบบสาธารณโภคีทุกอย่างเป็นของเรา ถ้าเราไม่ยึดว่าเป็นของเรา ทุกอย่างเราก็กินใช้ร่วมกันได้ เด็กที่เข้ามาศึกษาไม่ค่อยรู้หรอก ว่าเป็นสมบัติของพวกเรา เขาก็จะว่าไม่ใช่สมบัติของพ่อแม่ผม แล้วที่จริงสมบัติของพ่อแม่ก็ไม่รู้จะให้คุณหมดหรือไม่ แต่นี่เราจริงใจเลยให้จริงๆ เป็นของคุณ ตายไปก็ให้ทายาทมาสืบต่ออีกได้ คุณอยู่อย่างเศรษฐศาสตร์เป็นสมบัติสร้างสรรสะพัดพร้อมพรักอย่างดี สุดยอ ด รัฐศาสตร์สุดยอดเศรษฐศาสตร์ ใครเข้าใจก็มาช่วยรังสรรสัจจะ ให้รู้ว่านี่คืออาริยสมบัติของมนุษยชาติที่เราจะสร้างในโลกและรักษาไว้เท่าที่เราจะทำได้ ขอบอกให้ความรู้แก่พวกเราที่รวมกันฟังมากพอควร คนเราก็บ้าอยู่กับดาวดึงส์ สุขกับการได้เสพรส ได้สมกาม สมโลกธรรม บำเรอใจที่ต้องการเป็นอัตตา ที่นอกเหนือจากความจริงทางทวาร 5 ก็เป็นสุขเท็จทั้งนั้น เมื่อไม่เรียนรู้ก็มีดาวดึงส์อยู่ทุกลมหายใจเป็นอาการที่ 33 ตลอดเวลา ซึ่งศาสนาเทวนิยมไม่รู้ แม้พุทธทุกวันนี้ก็ไม่รู้เอาไม่ได้แล้ว แต่อาตมายืนยันว่าเราเอาสัจธรรมที่ไม่เป็นทาสสุขหลอกสุขเท็จนี้ได้จริงๆ คนพ้นสุขเท็จนี้ได้จริง ไม่ใช่คนไม่รู้โลก ไม่มีประโยชน์ต่อโลก แต่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่มีอะไรแฝงด้วย คนโลกๆ ที่ไม่ใช่อรหันต์ก็จะมีแฝงเสมอ แม้อนาคามีก็มีแฝง เป็นเศษสังโยชน์ตน จนกว่าจะเป็นอรหันต์ก็จะหมดสังโยชน์หมดแฝง คุณต้องมีปัญญาอ่านอาการ หรือเวทนา ของสุข ทุกข์ได้ ความรู้สึกสุขอย่างแรง อย่างกลาง เราก็ต้องอ่านรู้ พระพุทธเจ้าสอนให้เราตรวจว่ามีเศษธุลีละอองเหลือเท่าไหร่ เป็นนิปุนา ละเอียดระดับอรูปก็ตามก็ต้องตรวจ ล้างให้หมด โดยกระทบกับโลกอยู่ตลอด อโศกเราก็กระทบกับโลกไปเรื่อยๆ แต่ก่อนเราจะเปิดมูลนิธิ เขาให้มีเงินเริ่มเป็นแสนเราก็รอ เป็นหลายปี ได้แค่พันห้าร้อยบาท ก็ไม่ได้ถึงแสน จนกระทั่งมาเจอหมอโกศล ซึ่งมังสวิรัติเป็นตัวนำมา แกก็ทำบุญมาให้เป็นแสน ก็ตั้งมูลนิธิได้เราก็ค่อยๆ ทำมา เงินทุนมูลนิธิส่วนใหญ่เขาไม่ใช้ต้นนะ แต่ของอโศกใช้เกลี้ยงเลย แล้วไม่หาดอกเบี้ยด้วย ไม่หาปันผลจากกิจการด้วย ก็ใช้หมดแต่เราก็มีทุนจากทางอื่น มีคนทำบุญมาจากสมาชิก เข้ามูลนิธิ คนนอกเราไม่รับ เรามีกติกาของเรา มันก็ช้า แต่ก็ก้าวหน้ามาเรื่อย จนม ูล นิธิมีคงคลังและหมุนเวียนมากขึ้น ทั้งต้นทุนหมุนเวียนเพิ่ม จนทุกวันนี้เรามีความก้าวหน้า วันนี้พูดกันถึงโครงการ 200 ล้านนะ ทำเป็นเล่น แล้วพอขายความคิดแล้วก็ว่าเป็นไปได้ๆ ไม่ใช่เล่นนะก็จะเป็นไปได้ นี่เป็นเรื่องของในหมู่เรานะ แต่ก็จะมีกลุ่มรัฐ กลุ่มเอกชนมาร่วมอีก จะเป็นบทบาทพฤติกรรม กิจกรรมที่เกิดจากความเป็นจริงที่เรามีต้นทุนบุญนิยม เป็น ธ รรมา ธิ ปไตย ที่เราทำ โดย ไม่เห็นแก่ตัว ทำเพื่อสร้างให้สังคมส่วนรวม เราได้ลดละความเห็นแก่ตัวคือกิเลสได้จริง เราจึงเป็นนักการเมืองตัวแท้ที่ทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง จึงเป็นปชต.แท้ คือ เป็นการทำโดยพลเมือง เพื่อพลเมืองและของพลเมือง ไม่ใช่เพื่อตัวเพื่อตนใดๆ ตามม็อตโต้ของปธน. ลินคอน ที่ว่าปชต.มีลักษณะ 3 อย่างนี้ เราทำร่วมกับปชช. กับรัฐ ทำเพื่อปชช. ของปชช. เราจึงเป็นนักการเมืองตัวแท้ อย่างตลาดอาริยะนี่เราก็ทำให้ปชช. เราทำตามในหลวง ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ทำแบบคนจน ทำแล้วเป็นทางออกของโลกเลยนะไม่ใช่แค่ของคนกลุ่มเดียว ขณะนี้ที่นายกฯ ประกาศว่า ต่อไปในอนาคต อาเซียนจะนำหน้ายุโรป นำหน้าอเมริกา เพราะอาเชี่ยนมีอันนี้ โดยเฉพาะไทยมีอันนี้ อาตมาเห็นสอดคล้องกับนายกฯตู่นะ แต่หลายคนก็หัวเราะ แต่ว่าลัทธิแบบอเมริกา ยุโรป แบบตะวันตกที่ใช้ money talk ก็จบแล้ว ไปไม่รอด ของเรานี่ One for all All for one หนึ่งเดียวเป็นหลากหลาย และหลากหลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การเป็นอันหนึ่งอันเดียวคือทุกคนร่วมกันกินกันใช้ หนักนิดเบาหน่อยไม่ถือสา อยู่กันอย่างสงบ อย่างดีนี่คือสัจจะของมนุษยชาติ ทุกวันนี้มีรูปธรรม พอยืนยันได้บ้าง ถ้าเราทำได้แข็งแรงหนาแน่นกว่านี้เกิดพลังดึง ดูดได้มากก็จะมีพลังสร้างสรรได้สูงขึ้น อาตมามั่นใจว่าปัญญาชนในไทยพอมี แต่ติดที่อัตตา อัตตาของผู้สูงเขาได้ประกาศเสียแล้วว่าอโศกเป็นผู้ผิด อาตมาตอนนี้เอาพระไตรปิฎกมาอธิบาย แล้วพวกเราก็เอาไปปฏิบัติได้ด้วย แต่เขาเอาไปปฏิบัติไม่ได้ ทำแล้วเป็นอปรโคยาน อย่างทำทานนี่ก็ทำแล้วเป็นสวรรค์วิมานใหม่อีก ตะโกนให้คนไปรวยๆ เราเองก็ตะโกนว่าให้คนมาจนๆ ก็เป็นการต่อสู้ ที่จริงเราไม่ไปเจตนาขับเคี่ยวกับเขาหรอก แต่เราเจตนาไม่ให้เขาหลอกคนให้ตกต่ำให้เพ้อพกในวิมาน มันซวยที่ตนโง่ เป็นหนี้แล้วหลอกกันต่อๆๆๆ ตนเองสะสมในสิ่งที่เป็นปุพพวิเทหะที่เป็นของเสียของเน่าเป็นพิษภัย เราไม่อยากให้คุณทำแต่เราไม่มีอำนาจสิทธิไปหยุดคน ก็ได้แต่พูดให้คนรู้แล้วเลือกเอา เป็นสองทางที่ชัดเจนมาก ในสายนั่งหลับตาก็ยังดูยาก เขาหนีไม่แย่งโลก ส่วนเราเสียอีกเหมือนเรามาแย่งโลก แย่งโลกธรรมนะ ดูเหมือนแต่จริงๆ เราไม่หรอก เราหลุดพ้นอยู่เหนือมีโลกุตรจิต แต่คนเข้าใจไม่ได้ มันยากจะรู้ ละเอียดเกินกว่าจะเข้าใจ และไม่ได้หลอกล่อด้วย เราแตะอยู่ก็ไม่ซึมซับด้วย ส่วนใครจะเหลือซึมซับก็แล้วแต่ ส่วนใครจะตัด ขาดได้จริงก็ไม่ซึมซับได้ก็มี เราจึงเป็นคนที่โลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) ไม่ใช่แบบหนีสังคม ที่เขาไปนั่งหลับตา แต่แบบนี้ก็ยังดีที่ไม่ไปหลอกสังคม ไม่ไปเอาเปรียบสังคมมาก แต่ไม่ได้เป็นการปฏิบัติแบบชมพูทวีป ไม่ใช่สูรภาโว ไม่ใช่สูรกาโย แต่เป็นอสูรกาโย เป็นสูตรสำเร็จของพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่ ใครฟังแล้วมีปัญญารู้ว่าเราควรมาช่วยกันก็ยินดีต้อนรับ อย่าไปสร้างภาระเพิ่ม หากไปข้างนอกภาระเยอะ คนไม่รู้ภาระ ไม่รู้ด้วยที่จะบานไปสู่โลกธรรม เรามาช่วยกันลดภาระ แม้แต่มีแค่ขันธ์ 5 ก็ภาระมากแล้ว แม้เราล้างอุปาทานหมดแล้วก็ยังมีทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ ยิ่งไปมีภาระที่มากกว่าขันธ์ 5 ภาราหเวปัญจขันธาก็หนักแล้ว แล้วก็ยังไม่พอในโลกธรรม ไม่พอในกาม ไม่พอในอัตตา ไม่รู้จักสัจจะก็ยิ่งไปใหญ่ พวกเราได้มารู้สัจธรรม ที่รู้ความเป็นชีวะระดับจิตวิญญาณ แล้วก็มาจัดการกับสัตตาวาส 9 หรือลดละกิเลสจนพ้นสังโยชน์ 10 คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าประกาศให้มาปฏิบัติจนเป็นมนุษย์อาริยะโลกมันว่างจากพระอรหันต์มานานแล้วเราต้องกอบกู้ให้ได้ อาตมาตั้งตัวเลขไว้ 9 ไม่ใช่จำนวน 9 แต่เป็นสังขยาเลข คำว่าก้าวนี้ หรือ 9 นี่ไม่มีหยุด ก้าวแล้วไปต่อไม่หยุดที่ 0 ไปที่ 10 แล้วมี 11 ต่อ แต่ถ้าพูดถึง 0 แล้วจะก้าวต่อหรือไม่ก็ได้ไป 10 จะมี 11 ไปต่อเรื่อยๆ อาตมาใช้ตัวเลข 9 เพื่อที่จะให้ก้าวต่อไปอีกเรื่อยๆ คือเป็นหน่วยของการเต็มถ้วนของพลังงานเดินหน้า แม้จะมี 0 แล้ว พลังงาน 9 ยังพัฒนาต่อไปอีกนับไม่ถ้วนเลย การเป็นอรหันต์ไม่ได้หมายถึงแค่ว่าเป็นนักบวช คำถาม 1 พฤษภาคม 2558 _ต ามทฤษฎีของพุทธ ที่ว่าชีวิตคนนั้นเวียนว่ายตายเกิดกันมานับไม่ถ้วน ชาติแล้วชาติเล่าที่จิตวิญญาณของเราได้เปลี่ยนกายเพื่อดำรงชีวิต ผมสงสัยว่า ถ้ามันวนอยู่เช่นนี้ จักรวาลในกาลก่อน จนถึงเวลาปัจจุบัน และเลยไปจนถึงในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงที่กำลังดำเนินต่อไปอยู่นี้ จิตวิญญาณที่เวียนเกิดเหล่านี้มีจำนวนที่มากขึ้นบ้างหรือไม่ หรือมีแต่จะน้อยลงๆ เพราะปรินิพพานไปเรื่อยๆ หรือมีการลดลงไปเพราะสาเหตุอื่น พ่อครูว่า...ผู้ที่ได้รู้ความจริงบ้าง แต่ไม่มีสภาวะ ก็จะฉงนแล้วจะถามต่อ แต่ถ้าผู้ที่เหมือนคนถูกยิงศร แล้วก็รีบเอาลูกศรออก แล้วค่อยสืบสาวว่าลูกศรมาจากไหนใครยิง ก็จะเป็นผู้รู้จักกาละ แต่ที่ถามมาอาตมาก็จะตอบให้ แต่บอกไว้ก่อนว่าอย่าไปอยากรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ในตอนนี้ พระพุทธเจ้าท่านตัดบทเยอะ อย่างถามว่าโลกเที่ยงหรือไม่? ก็ให้ปฏิบัติไปก็จะรู้เอง คุณทำให้โลกที่หมุนเวียนจบหรือยัง? อย่างโลกอบาย คุณทำให้จบไหม? จบอย่างเที่ยงหรือไม่ หรืออย่างอะไรเที่ยงแล้ว เที่ยงบ้างไม่เที่ยงบ้าง นึกว่ามันเที่ยง แต่มันก็ยังมีอีกจะรู้โดยตน พระพุทธเจ้าจึงไม่อธิบายให้เสียเวลา ที่ถามว่า … ที่ว่าชีวิตคนนั้นเวียนว่ายตายเกิดกันมานับไม่ถ้วน ชาติแล้วชาติเล่าที่จิตวิญญาณของเราได้เปลี่ยนกายเพื่อดำรงชีวิต ผมสงสัยว่า ถ้ามันวนอยู่เช่นนี้ จักรวาลในกาลก่อน จนถึงเวลาปัจจุบัน และเลยไปจนถึงในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงที่กำลังดำเนินต่อไปอยู่นี้ จิตวิญญาณที่เวียนเกิดเหล่านี้มีจำนวนที่มากขึ้นบ้างหรือไม่ หรือมีแต่จะน้อยลงๆ เพราะปรินิพพานไปเรื่อยๆ หรือมีการลดลงไปเพราะสาเหตุอื่น และในกรณีที่มันมากขึ้น มีเหตุและกระบวนการอย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นครับ ... คุณจะไปกังวลว่ามากหรือน้อยลงไปทำไม คุณเป็นคนที่ถูกศรเสียบอกอยู่ จะมาถามทำไม ต้องเอาศรออกก่อน ปฏิบัติเพื่อรู้ก่อน เพื่อละก่อน จะตอบว่า น้อยหรือมากขึ้นก็ไม่ได้ เพราะใครจะกำหนดให้ว่าน้อยหรือมากขึ้น จะบอกว่าพระเจ้าหรือ? ตอนนี้อาตมากำลังเขียนหนังสือ มีเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้า ว่าพระเจ้าทำไมไม่แน่จริงให้คนทำชั่วอีก ให้ซาตานออกฤทธิ์มาแย่งเอามวลของตนไปได้ พระเจ้าไม่แน่จริงหรือ? ก็ต้องขออภัยไว้ก่อนที่ต้องพูดถึง เรื่องวิญญาณจะน้อยหรือมากขึ้น ...ตอบไม่ได้.... มันก็หมุนเวียนไป เป็นธรรมดาธรรมชาติ มันก็มีน้อยหรือมากขึ้น เป็นอนิจจัง คำตอบสูงสุดคืออนิจจัง ไม่เที่ยง อาตมาไม่สงสัยว่า เอกภพอยู่อย่างไร ก็แล้วแต่เหตุปัจจัย มีเหตุปัจจัยน้อยลงก็น้อยลง มีเหตุปัจจัยมากขึ้นก็มากขึ้น เราเรียนรูป 28 รูปตัวสุดท้ายคืออนิจจัง ความไม่เที่ยง ท่านรวมลักขณรูป 4 คือ 21) อุปจยะ ความเกิดอยู่เจริญขึ้นไป เรากำหนดของเราเองนะ ว่าจะให้เกิดหรือไม่ เกิดแล้วจะต่อก็มีสันตติ จะให้จบก็ได้ มันก็เกิดแล้วก็เสื่อม จะอยู่ต่อหรือไม่ต่อก็ได้ 22 ) สันตติ ความเชื่อมต่อสืบเนื่อง ผู้ดับความต่อได้ก็คืออรหันต์ 23 ) ชรตา เคลื่อนไปสู่ความเสื่อม 24 ) อนิจจตา เคลื่อนไปเสื่อม>เจริญ ถ้าจะปรินิพพานก็ไม่มีเกิดไม่มีตายไม่มีเสื่อมไม่มีต่อ ไม่มีอนิจจัง อาตมาก็ฉีดวัคซีนแล้ว พยายามสร้างเนื้อแท้ DNA นี้ให้แข็งแรง เป็นพ่อพันธ์ แม่พันธ์ เป็นปู่พันธ์ เป็นตาพันธ์ที่แท้จริง เอามาเผยแพร่ไม่ได้บังคับนะ จริงๆ ทำอย่างหยิ่งด้วยนะ ถ้ามาไม่ดีไล่ออกด้วยนะ ถ้ามาดีก็อยู่ด้วยกันไป อาตมามั่นใจในความจริงแท้ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอื่นไม่มีอะไรหักล้างได้ อสังหิรัง อาตมาตั้งแต่ออกบวชมาไม่เคยเกิด ความคิด สักแวบว่าจะสึกเลย มีแต่ว่าเล่นเราหนักนะ แต่ก็สู้ได้ไม่หนักเกินการณ์ แล้วจะทำต่อ จะเข็นตัวเองให้อายุยืนยาว ตอนนี้จะครบ 81 ขึ้น 82 แล้วจะอยู่ไปอีก 70 ปี อยู่ได้เท่าไหร่ก็เอา ไม่ได้อยู่เพื่อได้โลก ธรรมอะไร แต่อยู่เพื่อสืบสาน DNA พุทธนี้ไป ที่นายกฯตู่ว่าเอเชียจะเจริญ ตอนนี้เอเชียจะจับมือกัน แต่ยุโรปก็จะจับมือกัน แต่เขาจะรวมกันไม่ได้นาน ไม่ได้แท้ เพราะเขามีตัวกูของกูเยอะ แต่ของเอเชียจะมีเนื้อแท้ โดยเฉพาะมีเนื้อแท้ในเมืองไทยนี่แหละ ของพม่ามีชเวดากอง ของเราก็อด ใจไว้ก่อน จะมีให้ชื่นชมอย่างนี้บ้าง มันอาจเกิดที่เฟส 2 ที่จุลราชธานีหรือเกิดที่เฟส 1 รัตนราชธานีก็ได้ ไม่แน่ดอกนาย ฟังแล้วถ้าเห็นดีก็อย่าช้า จะช้าไปอีกกี่ชาติ เป็นกุศลของเราที่ยังเหลือพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐนี้ เชื่อมั่นว่าฉบับนี้บริบูรณ์พอ แต่ไม่มีปัญหา เนื้อหายังมีมากพอที่จะพาไปสู่นิพพาน ที่ผิดไปก็มีบ้างเป็นที่เปลือกๆ ผิวๆ ไม่มากเท่าไหร่ไม่เหมือนท่านพุทธทาสที่ว่าเพี้ยนไปถึง 60% ฉีกทิ้งไปได้เลย อย่างนี้อาตมาว่าไม่ไหว เอาเนื้อเอาเปลือกไปหมด อาตมากลับเห็นว่าเป็นเนื้อเป็นเปลือกที่ต้องมีหุ้ม แม้แต่สะเก็ดคือศีลก็ต้องเอาไว้ เปลือกคือสมาธิ กระพี้คือปัญญา ส่วนแก่นคือวิมุติ เราต้องเอาไว้หมดตั้งแต่ศีล ถ้าตัดออกไปก็อยู่ไม่รอด ตนเองก็ตาย ไม่มีเนื้อไม่มีเปลือกกระพี้ แก่นไม่มีอย่างอื่นหุ้มก็ตาย ก็น่าเห็นใจว่าท่านรู้อย่างจริงใจของท่าน ท่านเข้าใจไม่ได้ก็ว่าไม่ใช่ โดยเฉพาะท่านว่าอภิธรรมนี่เม็ดมะขามให้ทิ้งหมด ในพระไตรฯ ฉบับสยามรัฐ ไทยเรามีนี่สมบูรณ์ที่สุด มีตกหล่นบ้าง แต่ไม่ทำให้เสีย สะเก็ดยังอยู่ครบ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ซึ่งเป็นสะเก็ด ก็ไม่เอากันแล้วในพุทธไทยตอนนี้ ที่จริงก็คือศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 แล้วขยายไป แล้วบอกว่า ศีลพระคือโอวาทปาติโมกข์ ที่จริงก็คือจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลนี่แหละ คือธรรมนูญหลักของศาสนาพุทธ ในโลกเขาก็มีพิธีกรรมต่างๆ เดรัจฉานวิชา รด น้ำมนต์ แม้ที่สุดหลายศาสนาก็มีศีลของเขา ที่มีซ้ำกันของพุทธบ้าง แต่สิ่งที่พุทธไม่เอาคือไม่มีรดน้ำมนต์ ไม่เอาเดรัจฉานวิชา ไม่เอาหลายอย่าง ท่านว่าผู้แสวงหาโมกขธรรมจะไม่เอาสิ่งเหล่านี้ พระพุทธเจ้าท่านตราไว้หมด แล้วท่านทำอย่างไม่ต้องประชามติด้วย ท่านเผด็จการร่างร ัฐธรรมนูญ นี้เอง แล้วประกาศว่าจงอย่าแก้ไขด้วย และแน่นอนดีที่สุดศีลยังอยู่ ชาวอโศกเราไม่รดน้ำมนต์ไม่ดูหม อ ทำตามจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล กระแสหลักไม่เอาสะเก็ดนี้แล้ว เขามีแต่วินัยแต่ของอโศกเรามีทั้งศีล และวินัยที่เป็นกฎหมายลูกด้วย ที่มีบทลงโทษ ทุกวันนี้เขาทิ้งธรรมนูญของศาสนาพุทธไปแล้ว ส่วนเปลือกคือสมาธิเขาก็ทำ แต่นั่งหลับตาไม่ตรงกับที่พระพุทธเจ้าสอน กระพี้คือปัญญา ปัญญาที่แท้คือต้องทำการลดละอัตตา 3 คือโอฬาริกอัตตา มโนมยอัตตา อรูปอัตตา ผู้ใดทำได้จริงจะชัดเจนว่าการหมดอัตตาแล้วอยู่ในโลก พระพุทธเจ้าสอนเรื่องโลกและอัตตาที่แย้งกันว่า โลกก็อย่างหนึ่ง สรีระก็อย่างหนึ่ง ชีวะก็อย่างหนึ่งก็เถียงกันไป แต่พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้โลกและอัตตา อัตตาอยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้ขณะมีกาย มีองค์ประชุมครบ ทั้งนอกและในมีผัสสะ แล้วละล้างอัตตาที่เกิด คนดับอัตตาหมด ก็อยู่ในโลก แล้วก็อาศัยอัตตาอยู่เพื่ออาศัย ทำกุศลต่อ สิ้นบุญสิ้นบาปแล้วจบกิจ อยู่ในโลกช่วยโลกอีก อัตตาไม่เกิด แต่มีอัตตาอาศัย เป็นคนมีหลักประกัน ช่วยโลกอย่างแท้จริงสมบูรณ์แบบ คุณจะไปเรียนวิชาทางโลกขนาดไหนก็ไม่จบ แต่ถ้ามาศึกษาเรียนรู้ทางนี้มีทางจบ จบแล้วมีหลักประกัน จะไปเรียนรู้อะไรอย่างอื่นทางโลกก็ได้สบาย ไม่ติดด้วย ต่อไปปริญญาตรี โท เอก ในอโศกจะเดินชนกันแล้ว ไม่ได้เอาป.ตรี โท เอก มาเพื่อล่าลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขแก่ตนเอง เรามี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive