590217_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ สุดยอดเคล็ดวิชชาพาเป็นสูญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590217_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ สุดยอดเคล็ดวิชชาพาเป็นสูญ
พ่อครูว่า. ..วันนี้วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 ขึ้น 10 ค่ำเดือน 3 ปีมะแม (วันนี้ออกอากาศที่ สันติอโศก) มาถึงวันนี้ เหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะเมืองไทย เมืองอื่นเขาไม่เป็นเช่นนี้ ตอนนี้กระแสเรื่องของศาสนา เรื่องของธรรมะ กำลังเกิด ปฏิกริยาของ ธรรมะกับอธรรม กำลังสังเคราะห์กันน่าดูเลย เพราะมันเห็นความจริง ยิ่งเกิดการสังเคราะห์เข้าไป ก็ยิ่งเห็นความจริง ที่น่ารื่นรมย์ ก็เพราะว่าธรรมะกำลังชนะอธรรม เขาก็ทำเป็นมีมวลใหญ่ หมู่สงฆ์ เพื่อจะตีกินว่านี่คือ ประชาธิปไตยต้องมีมวลมาก แล้วเขาก็ถ่ายภาพว่ายังมีหนวดอยู่เลย เทียบกับการนุ่งชุดลายพรางชุดเก่า พวกสื่อสารก็เก็บรายละเอียด ก็เห็นคาตามีหลักฐานว่าปลอมตัวมาจ้างมา เหมือนเล่นลิเก ก็ยืนยันว่านี่คือหมู่สงฆ์ แต่เป็นเดียรถีย์ ไม่ใช่หมู่สงฆ์ของศาสนาพุทธ คือหลุดออกจากธรรมะของพระพุทธเจ้า ก็แพ้ภัยตัวไปเรื่อยๆ ตอนนี้ทางด้านการเมืองก็สนุก คุณยิ่งลักษณ์ก็กำลังไปขึ้นศาล ศาสนาพุทธในโลกตอนนี้กำลังขัดสีฉวีวรรณ ที่น่าพอใจ เพราะถึงรอบสุกงอม การเมืองของเมืองไทยได้สุกงอม จนสุดท้ายได้เกิดการปฏิวัติ ตอนสุกงอม แต่นิดเดียวก็หล่น มันลูกไม้ที่สุกงอม เป็นความจริงที่สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องใช้แรงอะไรมากมายเลย ปฏิวัติที่งามที่สุดในโลก Best Record ที่จะไม่มีอะไร Beat Record ได้เลย กินเนสบุ๊คจะรู้เรื่อง แล้วบันทึกไว้หรือไม่นะ ไปเอาแต่ไส้กรอกหรือไข่เจียวใหญ่สุดในโลก แต่สิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติบันทึกหรือไม่? เป็นการปฏิวัติที่งดงามสุดยอดลงตัวที่สุด เกิดขึ้นที่เมืองไทยแล้วก็ผ่านไปแล้วก็ดำเนินอยู่ กำลังจัดสภาพ ก็เกิดการดิ้น พวกที่เสียแต้ม โดนลบเหลี่ยมก็ดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนกับลิงแก
อ่านต่อ
้แห แต่มันก็จะพันตัว หนักเข้าหนักเข้า สุดท้ายก็ดิ้นไม่ได้เลยตาย เป็นสัจจะทั้งสมมุติและปรมัตถ์ก็จะลงตัว ปรมัตถ์คือ สัจจะในจิต ที่เป็นคุณธรรมที่พัฒนาการ เป็นสัจจะลึกซึ้ง ไม่มีอะไรเบี้ยวหลอกลวง มีแต่ของจริงๆๆ ตลอดมา มาถึงวันนี้แล้ว สุดยอด สิ่งนี้ตามภูมิอาตมา ก็มองตามประสาว่า สุดยอด แต่ประมาทไม่ได้ ถ้าประมาทจะเสียเวลา ก็จะบาดเจ็บสูญเสียไปอีก ที่ไม่น่าสูญเสีย มันควรให้เรียบร้อยไม่สูญเสียอะไรมากมาย เราสูญเสียมาเกินพอแล้ว ตอนนี้ก็ผู้มีหน้าที่ทำไปอย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่ต้องพลิกแพลงมาก ทำไปเต็มที่เลย พูดไปก็นึกถึงคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ก็ต้องขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณไพบูลย์เป็นหัวหอกนำ อีกคนหนึ่งก็คือ ด็อกเตอร์นายแพทย์มโน เลาหวณิช เพราะเป็นหอกข้างแคร่ของธรรมกาย เสียบแล้วเสียบอีก เอาความจริงมาเปิดเผยจนดิ้นไม่ได้เลย และอีกหลายผู้หลายคน ส่วนทางด้านพระ สมณะเราไปยุ่งไม่ได้ ทำได้แต่การปฏิกโกสนา ทำได้แต่ว่าตำหนิ หรือด่า ด้วยการพูดพร้อมตำหนิว่ากล่าว แต่เราทำเรื่องฟ้องร้องอธิกรณ์กันไม่ได้ เพราะพระวินัยห้ามไว้ ถ้าเป็นนานาสังวาสกัน แต่ท่านพุทธอิสระท่านเป็นสมานสังวาสกันทำได้เลย นอกนั้นก็ไม่เห็นใครเลยในกระบวนพระ มีปากเหมือนมีอูฐ พูดไม่ออก อูฐมันพูดไม่เป็น เราเบิกบานร่าเริงก็ไม่มีอะไรเศร้าสร้อย ก็น่ารื่นรมย์ เพราะว่ามันดีขึ้นเรื่อยๆก้าวหน้าพัฒนาขึ้น ในความเสื่อมเสีย ผิดพลาดบกพร่อง
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_สัมมาทิฏฐิ) ตอน พ่อครูเป็นสยังอภิญญา ศาสนาอาตมาจะขอไล่ให้ฟังบ้างเป็นระดับๆ ศาสนาของพระพุทธเจ้า พอมาประกาศ ก็จะบริบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ค่อยประกาศจนเจริญขีดสูงสุด พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว การเจริญก็ขึ้นไปอีก ถึงขีดสุด แล้วก็จะเริ่มลด สองพันห้าร้อยปี ก็ถึงครึ่งหนึ่งของศาสนาพุทธ ก็จะเสื่อมลงมา แล้วจะมีพลังใหม่ที่จะดันขึ้นไปอีก curve องศาของการเจริญก็จะสูง แล้วเวลาลงก็จะลงไปช้าๆ เป็นรูปสามเหลี่ยมด้าน ไม่เท่า การเจริญหรือการเสื่อม ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ จะเกิดเช่นนี้ตลอดกาลนาน ขออภัยไม่ได้พูดอย่างหลงตน แต่พูดด้วยความมั่นใจ อย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง ว่าจะมีผู้มาฉุดนำศาสนาพุทธขึ้น คนก็รอว่าจะเป็นใครหนอ ก็มีหลายผู้คนมาตู่ว่าเป็นเขา ก็ผ่านไป แล้วก็มาถึงอ าตมาก็ตู่ว่าเร าคือผู้นั้น ก็ใครคนหนึ่งจนได้แหละ เพราะสัจจะต้องจริง แม้อาตมาทำแล้วไม่ใช่ ก็ต้องมีใครคนหนึ่งแน่ แต่ว่าที่ทำมามีการเจริญ คนใดก็ตามที่จะมาอ้างว่าตนคือ ผู้กอบกู้ศาสนาพุทธ แล้วได้มานำพา มาหยิบธรรมะพระพุทธเจ้ามากระจายขยายความไหม เท่าที่ผ่านมามีใครเอาพระไตรปิฎกมากระจายอย่างนี้ไหม มีใครบ้างไหมเอาพระไตรปิฎกมาไล่ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุตติญาณทัสสนะ ใครทำมาไหม แล้วใครจะทำแบบที่อาตมาทำ ก็ค่อยเป็นไปแต่อาตมาทำ อาตมาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าจะเป็นผู้นี้ ไม่ระแวงเลยว่าจะเป็นโพธิสัตว์ แต่ก็จะมีสัญญาณบอกว่าเรานี่แหละคือโพธิสัตว์ เริ่มแรกที่อาตมารู้ว่าเป็นโพธิสัตว์ก็เผลอพูดออกไป ตอนแรกก็จะระงับไม่ขยายต่อ จนถึงวาระที่มีเหตุปัจจัยที่จะพูดได้ ก็ย้ำว่าเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ตอนแรกก็ไม่ได้ขยายมาก เพราะระลึกอะไรก็ไม่ได้มาก ขยายธรรมะพระพุทธเจ้ายังไม่ได้มาก ก็เลยค่อยทำงานมาจนได้หลักฐาน ได้ภูมิเก่าขึ้นมาด้วย ที่ขึ้นมานี้ เป็นภูมิเก่าของอาตมาเอง ยังไม่หมดนะ แล้วก็มาได้พระไตรปิฎก ก็มาเทียบเคียงยืนยันมาถึงทุกวันนี้ ก็ยังได้จากพระไตรปิฎกไม่หมดนะ เพราะอาตมาไม่ใช่นักศึกษา งานก็เยอะด้วย บริหารทั้งสร้างทั้งก่อ พิพากษาความก็ต้องทำ พยายามอย่าทำเรื่องให้อาตมาพิพากษาสิ ไม่ค่อยมีเวลา ทรมานอาตมามากไปนะระมัดระวังบ้าง พอทำมา ก็ยิ่งมั่นคงชัดเจนมั่นใจ อาตมาเจอคำว่า สยังอภิญญา ในสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 ตอนแรกก็สะดุด แต่ว่าตอนหลังก็รู้ว่าเป็นตัวเอง ก็เลยบอกไป พิสูจน์โดยปฏิบัติประพฤติ ทำยืนยันไป ถ้าอาตมาพิสูจน์สัมมาทิฏฐิ ข้อ 1- 9 ให้คุณฟังได้เอาไปทำจนบรรลุธรรมได้ตามลำดับ ข้อที่ 1 ทาน อย่างไรให้เกิดผล พวกเราเอาไปทำ ก็เกิดผลจริง ศีล ที่จะเป็นหลัก ปฏิบัติทำอย่างไรถึงมีผล สัมมา ก็สาธยาย พวกเราเอาไปทำ ก็ได้ผล หุตัง ได้ผลที่ว่าก็ต้องตรวจจิตคุณ คำว่า ห ,หิ ,โห แปลว่าจริง ก็ได้มีของจริง จิตคุณลดกิเลสจริงไหม ทำได้ก็เกิดผล รู้ว่าพ้นจากโลกเก่า มาสู่โลกใหม่ ชัดเจนในโลกนี้โลกหน้า รู้จัก สัตว์โอปปาติกะ ล้างจิตจาก สัตว์นรก มาเป็น อุบัติเทพ สะอาดเป็น วิสุทธิเทพ แข็งแรงตั้งมั่นจนไม่ต้องทำอะไรกับมันอีก สิ่งที่อธิบายมาพวกคุณก็น่าจะทำได้ และเข้าใจได้ บางอย่างยังทำไม่ถึง บางอย่างก็ทำได้ นับหน่วยไม่ได้ ละเอียดมาก นิปปุนา มันไม่ใช่เม็ดมะขามนะ จะนับเม็ดได้ เป็นหน่วยแห่งธรรมะที่ลึกซึ้งมากมาย สัตว์โอปปาติกะเราก็เข้าใจ แม่พ่อของโอปปาติกะเราก็เข้าใจ คือพลังงานอิตถีเพศ ปุริสเพศที่ช่วยทำให้โอปปาติกสัตว์เกิด เกิดอย่างนามธรรม ไม่มีรกไม่มีซากอะไร เกิดตายไม่มีรกไม่มีซากเลย พอครบเหตุปัจจัยก็เกิด เราก็รู้ปรมัตถ์พวกนี้ อ่านของตนเอง ด้วยการใช้นาม ใช้ธาตุรู้ อ่านธาตุนามธรรมของเราเอง อ่านจิตเจตสิกเราเองก็รู้หมด มารผี สัตว์นรกก็ของเราเอง ไม่ใช่รูปร่างที่เขาปั้นเอง แต่คืออาการจิตเราเอง คือนรก คือผี คือเทพ คือพรหม รูปพรหม อรูปพรหม ตรวจถึงอรูปพรหม 4 อย่างเอาไปปฏิบัติได้ ไม่ใช่แบบนั่งหลับตา จรณะ 15 ทำได้ครบก็ไม่ต้องบอกว่าอาตมาคือ สยังอภิญญา คุณปฏิบัติได้มรรคได้ผล มีใครพูดว่าอาตมาไม่ใช่สยังอภิญญา ก็ไม่เป็นไร แต่คุณทำแล้วได้มรรคผลแล้ว ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้น้อยใจ ไม่เสียใจกับเรื่องนี้ ไม่น่ายึดมั่นถือมั่นไม่น่าได้น่ามีน่าเป็นเลย ไม่มีปัญหา
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน มีสัญญากำหนดรู้อัตตา 16 ชนิด ในพระไตรปิฎกที่ท่านตรัสถึง อัตตา เล่ม 9 ในพรหมชาลสูตร ข้อ 46 อัตตาเหนือการตาย แล้วมีสัญญา คือต้องมีสัญญากำหนดรู้นะ ไม่ใช่งมงายแบบไม่มีสิ่งที่จะรู้ แต่มันมีสัญญา ทิฏฐิย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือการตาย มีสัญญา ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์พวกนั้น มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย มีสัญญา ด้วยเหตุ 16 ประการนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมบัญญัติด้วยเหตุ 16 ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฯลฯ เพราะไม่ถือมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แล ฯลฯ ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคต ตามความเป็นจริงโดยชอบ [46] ดูกรภิกษุทั้งหลาย มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ด้วยเหตุ 16 ประการ ก็สมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น อาศัยอะไร ปรารภอะไร จึงมีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญาด้วยเหตุ 16 ประการ ? สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมบัญญัติว่า เบื้องหน้าแต่ตาย 19. (1) อัตตาที่มีรูป ยั่งยืน มีสัญญา 20. (2) อัตตาที่ไม่มีรูป ยั่งยืน มีสัญญา ( ที่ว่าไ ม่มีรูป คือมันมีสภาวะแต่น้อยมาก จนไม่สามารถกำหนดรู้ได้ง่ายๆ อย่างอาฬารดาบส แกไม่สามารถกำหนดรู้ได้ แต่อุทกดาบสรู้ว่ามีละเอียดกว่าอีก รู้ได้ คือ เนวสัญญานาสัญญาฯ กับอากิญจัญฯ คุณฟังแล้วเข้าใจว่าอุทกดาบสเหนือกว่าอาฬารดาบส ก็จะไปรู้ของคุณเอง คุณทำได้ก็จะไม่ต้องเชื่อใครเลย เชื่อของคุณเอง) 21. (3) อัตตาทั้งที่มีรูป ทั้งที่ไม่มีรูป ยั่งยืน มีสัญญา (อันนี้เป็นธรรมะสองเอาทั้งสองอย่างเลย ก็มีสัญญาอยู่เช่นเดิม เพราะมันยังยั่งยืนอยู่ ยังไม่ปรินิพพาน) 22. (4) อัตตาทั้งที่มีรูปก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีรูปก็มิใช่ ยั่งยืน มีสัญญา 23. (5) อัตตาที่มีที่สุด ยั่งยืน มีสัญญา 24. (6) อัตตาที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน มีสัญญา 25. (7) อัตตาทั้งที่มีที่สุด ทั้งที่ไม่มีที่สุด ยั่งยืน มีสัญญา 26. (8) อัตตาทั้งที่มีที่สุดก็มิใช่ ทั้งที่ไม่มีที่สุดก็มิใช่ ยั่งยืน มีสัญญา (จะปฏิเสธ แต่มันก็มี เพราะยั่งยืนอยู่ คนที่มีวิชชาก็จะกำหนดรู้ ต้องมีสัญญา จะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่ รู้ก็ไม่ใช่ไม่ได้ เอาพยัญชนะมาเรียกทั้งสองมุมอย่างไรก็ไม่ได้ แต่ว่ามันยังมีนะ) 27 . (9) อัตตาที่มีสัญญาอย่างเดียวกัน ยั่งยืน มีสัญญา 28. (10) อัตตาที่มีสัญญาต่างกัน ยั่งยืน มีสัญญา 29. (11) อัตตาที่มีสัญญาย่อมเยา ยั่งยืน มีสัญญา 30. (12) อัตตาที่มีสัญญาหาประมาณมิได้ ยั่งยืน มีสัญญา 31. (13) อัตตาที่มีสุขอย่างเดียว ยั่งยืน มีสัญญา 32. (14) อัตตาที่มีทุกข์อย่างเดียว ยั่งยืน มีสัญญา 33. (15) อัตตาที่มีทั้งสุขทั้งทุกข์ ยั่งยืน มีสัญญา 34. (16) อัตตาที่มีทุกข์ก็มิใช่ สุขก็มิใช่ ยั่งยืน มีสัญญา ( อาตมาก็เป็นสมณพราหมณ์ มาบอกว่าคุณตายไปก็มีสัญญา ด้วยเหตุทั้ง 16 นี้) ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์พวกนั้น มีทิฏฐิว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตาย มีสัญญา ย่อมบัญญัติว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ด้วยเหตุ 16 ประการนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่มีทิฏฐิว่า อัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา ย่อมบัญญัติว่าอัตตาเหนือขึ้นไปจากการตายมีสัญญา สมณพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมบัญญัติด้วยเหตุ 16 โสฬสหิวตฺถูหิ ประการนี้เท่านั้น หรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฯลฯ เพราะไม่ถือมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แล ฯลฯ ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคต ตามความเป็นจริงโดยชอบ เคยย้ำให้พวกเราว่าสุดท้าย ท่านโมคคัลลานะ ใครฆ่าท่าน ท่านก็มีฤทธิ์ชุบชีวิตขึ้นมาได้ ไม่มีสูญสิ้นหรอก เพราะท่านเป็นอมตะ แต่สุดท้ายท่านต้องยอมตาย ถ้าท่านไม่ตาย มันไม่หยุด จะเกิดสงครามในโลก สุดท้ายท่านก็ต้องยอม ผู้ถูกจะเป็นผู้ยอมในท้ายที่สุด สุดท้ายจะจบก็คือ ผู้ถูก จะต้องหยุด ผู้ผิดจะทำต่อ ให้ผู้ผิดหยุด มันไม่หยุดหรอก จะไปหวังให้ทักษิณหยุด มันไม่หยุด เราต้องวางใจ เราก็ทำ สิ่งที่จะจัดการให้จบ อย่าไปแคร์ไปวุ่น จงข้ามพ้นความเป็นทักษิณไปเลย แม้แต่เศษส่วนแห่งทักษิณ คือยิ่งลักษณ์ ก็ตามธุลีละอองมากข้ามไปให้หมด แล้วจัดการตามสัจจะ วันนี้คือสิ่งที่ถูกต้องก็จบ ถ้าประเทศไทย มีคนรู้ว่าถูกต้องกับไม่ถูกต้อง ไม่ผิดพลาด แต่ถ้าตัดสินผิดพลาด ก็ให้ประเทศไทยซวยไปเถิด แต่ถ้าคนสนับสนุนแล้ว แล้วคุณก็ทำตามภูมิปัญญาคุณว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ทำเลย อาตมาก็ใช้ภูมิปัญญาของอาตมา เลือกคนเชียร์ โลกต้องมีสอง มีอัตตา 0 กับ 1 ทำ เอกบุรุษ ได้ คุณก็ทำให้ เป็น 0 นปุงสกลิงค์ ของคุณเองได้ ทำโดยอัตโนมัติ หรือทำด้วยรู้ก็ตาม ถ้าคุณหลอกก็ไม่จริง แต่ถ้าจริงก็จริง ที่ถูกต้องเป็นสัจจะจะมีหนึ่งเดียว ของพระพุทธเจ้ากี่องค์ๆ ก็ตรงกันหมด ไม่มีเพี้ยนไปจากสัจจะหรอก เราต้องมีสัญญา ทุกอย่างต้องกำหนดด้วยสัญญา จะปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ต้องมีสัญญากำหนดรู้ว่าจะทำอย่างไร สัญญาเป็นตัวสุด ในขันธ์ 5 นี้แล้ว เป็นตัวสูญอันที่สุด เพราะฉะนั้น สุดอันนี้แล้วสูญจริงๆ ก็มันถึงที่สุดแล้ว มันก็สูญ มันสูญจริงๆ แล้วมันก็สุดล่ะ ไม่มีอีกล่ะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องนี้ตถาคตรู้ชัดว่า ฐานะเป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิเหล่านี้ อันบุคคลถือไว้อย่างนั้นแล้ว ยึดไว้อย่างนั้นแล้ว ย่อมมีคติอย่างนั้น มีภพเบื้องหน้าอย่างนั้น และตถาคตย่อมรู้เหตุนั้นชัด ทั้งรู้ชัดยิ่งกว่านั้น ทั้งไม่ยึดมั่นความรู้ชัดนั้นด้วย เมื่อไม่ยึดมั่นก็ทราบความเกิดขึ้นความดับไป คุณและโทษของเวทนาทั้งหลาย กับอุบายเป็นเครื่องออกไปจากเวทนาเหล่านั้นตามความเป็นจริง จึงทราบความดับได้เฉพาะตน เพราะไม่ถือมั่น ตถาคตจึงหลุดพ้น สัญญาเป็นตัวกำหนดรู้ แล้ว ตัวที่จะต้องกำหนดรู้ คือ เวทนา คืออาการ หรือจากอาการ ก็มาเป็นอารมณ์ ต้องรู้ความเคลื่อนไหวเป็นอาการ เป็นธาตุจิต อาการความเคลื่อนไหวของสิ่งที่ถูกรู้ อาการเป็นรูป อารมณ์เป็นนาม อารมณ์ความรู้สึก มีอาการเป็นตัวให้เรารู้ ที่จริงนิ้วชี้ของอาตมามีอาการในนี้นะ ที่ท่านว่าเป็นอาการ 32 มีอาการทั้งนั้นแหละ ในอุจจาระ ยังไม่ตัดขาดจากพลังงาน ที่มันจะร่วมทำงาน เป็นสสัมภาระ พอหมดสสัมภาระที่จะทำงานกับอุจจาระอันนี้แล้ว มันก็ขาดจากสสัมภาระพร้อมจะหลุดออกมา มันขาดจากอารมณ์รู้สึกของเราขาดสนิท ก็จะหลุดออกมา เล็บ ของเรา หรือ ผม ของเรา ขนของเรา มันยาวออกมา มัน ยังมีธาตุพีชะ นะ ยังมีพลังงานที่จะเลี้ยง มี protoplasm ที่จะเลี้ยงไว้เป็นธาตุดินนะ ในนั้นมันก็มีอาการ พลังงานละเอียดสังเคราะห์ มีชีวิตินทรีย์ยาวออกมาได้ ไม่ได้แห้งนะ หนึ่งคุณตัดขาด สองไม่ตัดขาด แต่ปลายที่มันชำรุดจริงๆ มันแห้งได้นะ เซลล์ที่ละเอียดมันไม่ปรุงร่วมด้วย ก็แห้งไป เมื่อขาดความสดที่เรียกว่า protoplasm ธาตุ protoplasm เริ่มจากกลละ มาเป็นอัมพุธ มันเป็นธาตุน้ำที่เล็กละเอียด กลละ คือ Cell เป็นคำเดียวกัน ก คือ C ส่วน ll คือ ลล คือเซลล์ C ออก ซ ก็แล้วไป แต่ที่จริง C คือ ก คือ ท เริ่มต้นเกิด primary cell เกิดจาก nich คือห้องว่างหรือ space แรกมันก็มีติดผนังอยู่ไม่ได้แยกมา อะไรเกิดหนึ่งมา ยังไม่เป็นอะไร จากว่างๆ สังเคราะห์มาเป็นธาตุน้ำ ส่วนอากาศหรือลม ก็คือ h กับ o ทางฟิสิกส์ สองธาตุจับตัวเข้า พัฒนาเป็นธาตุที่ 3 1.ว่าง 2.เกิด 1 แล้วเกิด 3 คือมี primary กับ secondary แล้วมีกรอบให้จับตัวกันเรียกว่า protoplasm มันคือสามในตัวมันเอง คือสองแล้วมีกรอบถือเป็น สาม tertiary แล้วค่อยเป็น Quarterly ต่อไป สิ่งทั้งหลายต้องมีสัญญากำหนดรู้ ก่อนตายต้องมีสัญญากำหนดรู้ ที่สุดแห่งที่สุด สุดคือ 0 อย่างนี้เอง คุณก็ทำเอง ไม่มีใครทำให้คุณได้ คุณก็ทำ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน จบ ไม่มีการต่อ รู้ความเกิดความดับแล้ว ทำความดับได้จริงๆ จะใหญ่หรือละเอียดขนาดไหน แม้พระโมคคัลลานะ ทำให้ใครตายได้ ท่านก็เลิกทำแล้ว มีแต่คนทำให้ท่านตาย จนสุดท้ายแล้วจริงๆ ก็ไม่มีอะไรนอกจากต้องตาย ท่านก็ยอมตาย ท่านไม่ยอมก็ได้ แต่ท่านยอม เพราะฉะนั้น ผู้ชนะคือผู้แพ้ ถ้ายังอยู่คุณต้องรู้คุณและโทษ แล้ว ต้องยังแต่กุศลให้ถึงพร้อม อย่างเดียว สุดวิสัยแล้วได้แค่นี้ ไม่ได้กุศล แต่เราไม่ทำอกุศล แต่ถ้าอกุศลชนะเราก็ต้องจำนนแพ้ สุดท้ายจริงๆผู้ชนะที่แท้คือผู้แพ้ ผู้จะชนะรอบโลกคือ ผู้นั้นแพ้เป็น ผู้ใดแพ้ไม่เป็น ยิ่งผยองกร่าง ว่าผมแพ้ไม่เป็น เอ็งชนะไปเถิดนิรันดร ใครจะอยู่กับผู้แพ้...แพ้ก็แพ้ชะตาทราม ดวงใจทรงความมั่นคง... เด็กอายุไม่ถึง 20 แต่งเพลงปรัชญานี้ออกมาได้อย่างไร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้แล ที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก สงบ ประณีต จะคาดคะเนเอาไม่ได้ ละเอียด รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ซึ่งตถาคตทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ที่เป็นเหตุให้กล่าวชมตถาคตตามความเป็นจริงโดยชอบ
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน เคล็ดวิชาแห่งความสงบ มาพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ศาสนาพุทธเกิดขึ้น ตอนนี้มันเสื่อมมาจนถึงยุคกึ่งพุทธกาล อาตมาก็จะต้องมาสืบทอดต่อ อาตมาคำนวณประมาณแล้วว่าอีก 500 ปีจากที่อาตมาทำไป ก็จะเจริญ อาตมาคงอยู่ไม่ถึงห้าร้อยปีหรอก เชื่อว่าแน่ จากอายุ 151 ปี แล้วทำไว้ให้ แล้วคุณสมบัติคุณธรรมที่พวกเรารับไปคนละนิดละหน่อยก็จะสืบทอดเป็นก้อนแห่งธรรมะที่จะเข็นต่อไปจนกว่าจะถึง 500 ปีจะสูงสุด แล้วค่อยเสื่อมไปอีกยาวๆ อีกพันกว่าปี ถึงจะสลาย นี่กำลังขึ้นไปสู่จุดสูงสุดใช้เวลาห้าร้อยปี จากนั้นค่อยเสื่อมไปหาสูญ อาตมาก็เลิกแล้วหมดหน้าที่อาตมาแล้ว ไว้ทำงานต่อข้างหน้าอีก ก็ต้องขอบคุณพวกที่ท่องจำไว้ได้มาก คือพวกจับกังแบกลังทอง โดยเฉพาะพวกทิเบต ก็จะแบกลังทองต่อไป คนรุ่นต่อไปก็จะมา พระพุทธเจ้ารุ่นใหม่ก็จะมา พบลังทองก็จะเปิดออกมาใช้ได้แต่จับกังไม่มีสิทธิ์เปิด พวกสวดมนต์คือ พวกแบกลังทอง ก็มีประโยชน์ ก็ว่าบ้างไม่ว่าบ้าง พวก สวดมีทำนอง ก็สวดไป ไม่ต้องถึงกับขนาดนั้นก็ได้ มาสวดแบบชาวอโศก ไม่ต้องมีทำนองก็ได้ แต่คุณก็ยังมีรสอยู่ก็ทำไป แต่มันก็น่าเกลียดเหมือนเด็กๆ พระ ที่แหล่ๆหวย หวน สึกออกมาก็เป็นนักร้องลูกทุ่งหลายคนแล้ว 1.รักษาพระธรรม 2.เอาพระธรรมมาขัดเกลากิเลสได้ มีประโยชน์ทั้งสองอย่างจะเลือกเอาอย่างไหนก็เชิญแล้วอย่าดูถูกเขา จับกังแบกลังทองก็มีคุณค่าประโยชน์ สุดท้ายสรุปว่ามีคุณและโทษ มีเกิดและดับ อรหันต์ก็จะมีสี่อย่างนี้ ท่านดับสนิทแล้ว ท่านสร้างความเกิด แต่คุณไม่สร้างโทษ ผู้มีก็อยู่กับเกิดและคุณ ผู้ไม่มี ก็อยู่กับสูญ ตายเท่านั้น ศาสนาพุทธในเมืองไทย ตอนนี้กำลังดีเลย พวกดิ้นก็ดิ้นไป อาตมาก็เห็นว่าผู้ใหญ่แขนยาวมีพลัง ก็จับหัวเด็กเด็กก็ดิ้นไป จับอยู่ไม่หลุด ถ้าเกิดคุณคันหัวใจก็บีบหัวเด็ก ถ้าไม่คันหัวใจก็ปล่อยเด็กดิ้นไป รักษาไม่ให้มาแว้งกัดได้ อาตมาพาพวกเราทำงานทุกวันนี้ ก็ยังมีพวกตอแยอยู่ แต่ก็กำลังมีเหตุปัจจัยกำลังเข้ามา มันซ้อนที่อาตมาอธิบายอยู่ เพราะเขาไม่รู้ สองเขามาทำนั้น ทำไมอาตมาไม่ไปทำให้เขาหยุด ก็พยายามให้เขาหยุด จะเอาอำนาจบาตรใหญ่ไปทำเขา ก็เจ็บปวด เขาก็ร้าย มันไม่ดี เพราะฉะนั้นถ้าเขามาทำให้เราเจ็บดีกว่า อดทนเอา ถ้าทนไม่ได้ก็ตาย ความตายไม่ใช่เรื่องของความประหลาด ถ้าคุณตายสูญเป็นคุณก็ตาย แต่ถ้าคุณตายโดยคุณยังไม่สูญ แต่ถ้าคุณตายโดยเขาทำแล้ว คุณไม่ตอบโต้เขา ผลร้ายอยู่กับใคร? จะไปโง่ตอบโต้ทำไม ถ้าคุณสูญก็สูญไป แต่คนที่ทำร้ายก็จะเตลิดกิเลสเพิ่ม เขาก็จะไปรับวิบากต่อไปข้างหน้า คนที่ยอมตายไปไม่มีขาดทุนหรอก การตายที่สุดยอดสุดไม่มีอะไรมีแต่ให้เขาอย่างเดียว คุณ รับ Action โดยไม่มี Reaction ก็จบ จงรับทุก Action โดยอย่ามี Reaction ก็จบ จะเกิดความสงบนี่คือ เคล็ดวิชาแห่งความสงบ ขณะนี้เหตุการณ์บ้านเมืองดีมาก พวกดิ้นเหมือนเด็กก็ดิ้นไป เราสงบก็ไม่ตอบโต้รับ Action ให้ได้ แรงที่สุดคือเราตาย ไม่สูงไปกว่านั้น ถ้าคุณรับ Action โดยไม่มี Reaction คุณเป็นอรหันต์ตายแล้วสูญ ก็ไม่มีอะไรเกิด แม้ไม่ใช่อรหันต์ไม่ตอบโต้ เกิดมาอีกก็ได้สิ่งที่ดี แล้วจะเอาอะไรอีก มีอะไรอีกที่จะดีกว่านี้ ใครไม่เข้าใจ? เพราะฉะนั้นก็ทนอีกนิดเถอะน่า มีศัพท์คำว่า women touch ตอนนี้ คุณ 8 ขากำลังทำอยู่ คำว่า 8 ขาคือองค์ของ 4 สองอัน ก็จะทะเลาะกัน สี่นี่เกิดจากสามที่เป็นทศนิยมออกมา เป็น 8 ก็ทะเลาะกัน นี่แหละคือ women touch ผู้โง่ก็หลงจริตหญิงอยู่ หลงงมงาย ให้ทักษิณมาอยู่ตรงนี้ ก็สู้จริตหญิงของยิ่งลักษณ์ไม่ได้ ตอนนี้เป็นหางแล้ว หัวนั้นแก่และเน่าแล้ว นี่แหละคือหางจิ้งจกที่ตัดออกมาแล้วดิ้นๆๆๆ หางจิ้งจก สุดท้ายแล้ว คนชื่นชมก็ทำไป ตัวสงครามของ สี่กับสี่ คือแปดขา กำลังดิ้นเฮือกสุดท้าย อาตมาเห็นแล้วก็ว่าวิบากใคร เหตุปัจจัยที่ลงตัวจะเป็นเช่นนี้ เทวทัตเกิดมา เพื่อให้พระพุทธเจ้าเด่นฉันใด สิ่งที่เกิดในโลกนี้ไม่มีอะไรประหลาด คนหลงก็หลงไป คนไม่หลงก็ชัดเจน เราทำพากเพียรของเราไป ตอนนี้แก่นแกนอยู่ที่นี่ ถ้าไม่มีแก่น ไปไม่รอด สิ่งจะจบสุดท้ายต้องเป็นเลขคี่ ถ้าเป็นเมถุนไม่มีจบ
โลกที่เปิดกว้าง แก่นชาติต้องมีธรรมาธิปไตย
(1) เอ.อี.ซี.เปิดแล้ว เป็นไป จักเผล็ดผลอย่างไร เกิดบ้าง วาดหวังสุดสวยใส เลอเลิศ โดยเริ่มหัวข้ออ้าง ยกขึ้นชูประเด็น
(2) เป็นคำความเรียกโก้ ประชาคม เศรษฐกิจอาเซี่ยนรม เยศรื้น จักสร้างเศรษฐกิจสม ใจวาด หวังฤา เมื่อโลกยังครึกครื้น อยู่ด้วยโลกีย์
(3) เศรษฐกิจมีแบบให้ ศึกษา แบบหนึ่งโลกุตรา ใหม่แท้ ซึ่งต่างจากโลกิยา โลกเก่า หากไม่เปลี่ยนแบบแล้ เก่าซ้ำบ่สม
(4) รมเยศคงล่มะย้ำ เยี่ยงเดิม (ล่มะย้ำ=ล่มย้ำ ออกเสียงล้อคำรมะเยศ) เศรษฐกิจอำนาจเหิม มหะหล้า โลกาธิปไตยเสริม ความใหญ่ เซลฟิชก็เก่งกล้า ยึดข้า..อธิปไตย (เซลฟิช=selfish =เห็นแก่ตัว)
(5) แก่นใจคือแก่นแท้ ชาติตน เป็นแก่นแห่งใจคน ทุกผู้ หากสร้างแก่นใจผล แก่นชาติเลยแล อำนาจจึงจักกู้ โลกไว้ดังหวัง
(6) หากใจยังไป่แท้ แก่นจริง แก่นชาติใดก็อิง เก่าแล้ว อาเซี่ยนก็คงชิง กันใหญ่ เศรษฐกิจจึงบ่แคล้ว วิบัติซ้ำคงเดิม
(7) ถ้าเสริมสร้างแก่นให้ ภายใน ตรงแก่นคือมุ่งใจ วิสุทธิ์ได้ บรรลุอธิปไตย จนครบสามเฮย โลก,อัตตา,ธรรม ไซร้ อำนาจนี้แก่นชัย
(8) ไทยพาอาเซี่ยนให้ ลุผล เศรษฐกิจแบบคนจน วิเศษฟ้า โลกมหัศจรรย์สน ธาดั่ง หวังเลย* (สนธา = คำมั่นสัญญา,ปรองดอง) อาเซี่ยนเรืองรุ่งหล้า แน่แท้จริงจริง
(9) หยุดอิงอำนาจค้า โลกีย์ ทีเทอญ กถาวัตถุธรรมมี สิบข้อ อัปปิจฉะ,สันตุฏฐี,(มักน้อย,พอเพียง) ปวิเวก,อสังสัคค์,( สงบ,ไม่สร้างสวรรค์) วิริยารัมภะ(เพียรอยู่เสมอ)ก้อ ครบห้ากถาธรรม
(10) สำหรับผู้ใฝ่รู้ ศึกษา ผลทวิ-ไตรสิกขา อีกห้า ศีล,สมาธิ,ปัญญา, วิมุติ,แจ้งวิมุตติ(วิมุตติญาณทัสสนะ) ปฏิบัติให้กาจกล้า จักได้ดังหวัง
(11) สมดังพระวจนะผู้ อยู่เศียร เศรษฐกิจพอเพียงเพียร สำเร็จได้ ขาดทุนสู่ทางเธียร ผลยิ่งกำไรแฮ ระบอบแบบคนจนไซร้ ทิฏฐิต้องสัมมา
(12) ศึกษาลำดับให้ สำคัญ ฝึกมักน้อยกำหนดกัน ต่างผู้ เหมาะสำหรับใครสรร กำหนดแก่ ตนแล สันโดษ-ใจพอรู้ อ่านด้วยอาการกาย
(13) อุบายพาสงบได้ ตามมา ใช่สงบ(ปวิเวก)ด้วยวิชา สะกดไว้ ยิ่งสัคคะอสวรรคา อุตตริ ไปเลย ไม่ทุกข์ไม่สุขไซร้ สงบฟ้าเกินสวรรค์
(14) สุดขยันสรรค่าสร้าง คุณวิเศษ วิริยารัมภะเหตุ วิศิษฏ์แท้ เศรษฐกิจจึ่งเกินเกรด(grade) ชาวโลก เป็นโลกเหนือโลก(โลกุตระ)แล้ แต่ล้วนเป็นจริง
(15) พิงธรรมพิเศษไซร้ โลกุตระ โลกอธิปไตยะ หลุดพ้น อัตตาธิปัตย์ชนะ ในจิต ตนเฮย ธรรมอธิปไตยต้น ธาตุแท้บริหาร
สไมย์ จำปาแพง 4 ม.ค. 2559 [นัยปก เราคิดอะไร ฉบับ 307 ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2559]
ลีลาอาตมามันยียวน อย่างพล.อ.ประยุทธ์ แต่คนละสถานะ คุณสังเกตไหมว่าในหลวงก็แต่งเพลง พล.อ.ประยุทธ์ก็แต่งเพลง เพราะน้ำก็ไหลไปหาน้ำ น้ำมันก็ไหลไปหาน้ำมัน มันเป็นนิมิต แม้จะทำอยู่คนละซีกโลกนะ ก็อันเดียวกัน คลื่นจะพังหรือเรือจะพัง...อาตมากำลังจะสร้างคลื่นที่เรือโคกใต้ดิน เป็นโคกนะแต่อยู่ใต้ดิน ตอนนี้รอท่านพอแล้วอยู่ ก็มีแสงศิลป์สเก็ตภาพไว้ มีเรือนาวาบุญนิยม มันลักษณะคล้ายเรือโนอาห์ ในสายเทวนิยม แต่นี่ เรือนาวาบุญนิยม โต้คลื่นของยุคนี้ จะดำเนินไปเป็นนาวาบุญนิยม ไม่ใช่ นาวาทุนนิยม ถ้าใครเข้าใจบุญนิยมไม่ได้ เขาหลงบุญกันไม่โงหัว อธิบายผิดลงนรกกันด้วยคำว่าบุญกันระนาวเลย บุญเป็นธรรมาวุธสุดยอด คนสุดยอดแล้วไม่ใช้อาวุธ ไม่เ